Category: ไอที

  • 10 จุดหมายต่างประเทศยอดนิยมของคนไทย ตาม Google Trends 2025

              อัปเดตเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2025 กับลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศที่ถูกค้นหามากที่สุดบน Google Trends ปลายทางยอดฮิตที่นักเดินทางสนใจ

              อัปเดตเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2025 กันสักหน่อย กับลิสต์คำค้นสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ มาแรงจาก Google Trends ไม่ว่าจะเป็นเมืองสวยบรรยากาศดี ธรรมชาติอลังการ หรือแลนด์มาร์กใหม่ที่กำลังฮิตติดกระแส หากกำลังวางแผนทริปต่างประเทศในปีนี้ ลองมาดูกันว่ามีจุดหมายไหนบ้างที่ถูกค้นหามากที่สุด และอาจกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทริปต่อไปของคุณสนุกและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น

    สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ 
    Google Trends ปี 2025

    1. ภูฏาน

              ประเทศท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัย ที่ยังคงเสน่ห์ความเรียบง่ายและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง สายหมอก และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ บวกกับวิถีชีวิตที่เน้นความสุขแบบ “Gross National Happiness” ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายที่หลายคนใฝ่ฝันอยากไปเยือน ไม่ว่าจะไปชมมหาวิหารทักซังที่ตั้งตระหง่านบนหน้าผา เดินเล่นในเมืองหลวงทิมพู แถมอากาศเย็นสบายตลอดปี หากกำลังมองหาที่เที่ยวต่างประเทศที่ทั้งสงบ สวย และให้พลังบวก ภูฏานคือปลายทางที่ไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ

    ภูฏาน สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    2. จูไห่

              เมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศชิล ๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากพักผ่อนแบบสบาย ๆ แต่ยังคงความคึกคักในสไตล์เมืองท่องเที่ยวทันสมัย รายล้อมด้วยทะเล วิวสวย และแลนด์มาร์กหลากหลาย ทั้งสวนสนุก Chimelong Ocean Kingdom ที่สนุกได้ทั้งวัน รวมถึงคาเฟ่และย่านช้อปปิ้งที่เดินเพลินไม่มีเบื่อ ใครมองหาที่เที่ยวใกล้ฮ่องกง-มาเก๊า เดินทางสะดวก มุมถ่ายรูปเพียบ และไลฟ์สไตล์ตอบโจทย์ทุกวัย จูไห่คืออีกเมืองที่ควรใส่ไว้ในลิสต์แบบไม่ลังเลเลย

    จูไห่ สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    3. ซินเจียง

              ดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมอันหลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสความงดงามในแบบที่ไม่ซ้ำใคร ตั้งแต่เทือกเขาเทียนซานที่ปกคลุมด้วยหิมะ ทะเลสาบสีฟ้าใสอย่างคานาสซึ่งเงียบสงบราวภาพวาด ไปจนถึงทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศเมืองเก่าในคาชการ์ ตลาดแบบพื้นเมืองที่คึกคัก หรือหมู่บ้านชนเผ่าเร่ร่อนที่ยังรักษาประเพณีดั้งเดิม นักท่องเที่ยวจะได้พบกับความหลากหลายทั้งในด้านผู้คน อาหาร และธรรมชาติที่สวยสะกดใจทุกฤดูกาล ซินเจียงจึงเป็นจุดหมายที่ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้งสำหรับผู้ที่อยากออกเดินทางไปสัมผัสดินแดนกว้างใหญ่ที่แสนมีเสน่ห์และแตกต่างอย่างแท้จริง

    ซินเจียง สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    4. วังเวียง

              เมืองเล็กท่ามกลางหุบเขาของลาวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติและวิถีชุมชนสุดเรียบง่าย เหมาะสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายไปพักใจแบบช้า ๆ ท่ามกลางทิวเขาสีเขียวและลำน้ำซองใสสะอาดที่ไหลคดเคี้ยว คุณสามารถพายคายัก ล่องห่วงยาง ชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือเดินเล่นในหมู่บ้านที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นพื้นถิ่นได้อย่างอบอุ่น วังเวียงจึงเป็นจุดหมายที่ครบทั้งความสงบ ความสนุก และความงดงามแบบธรรมชาติแท้ ๆ ที่ไม่ควรพลาดในทริปลาวของคุณ

    วังเวียง สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    5. นอร์เวย์

              ประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่เป็นจุดหมายปลายทางเหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นฟยอร์ดอันกว้างใหญ่ น้ำตกสูงชัน เมืองเล็กริมทะเลที่เงียบสงบ หรือแสงเหนือที่ส่องประกายบนฟากฟ้ายามค่ำคืน ประเทศนี้ผสมผสานความงามของภูมิประเทศกับวิถีชีวิตเรียบง่ายได้อย่างลงตัว การเดินทางเที่ยวในนอร์เวย์จึงให้ทั้งความผ่อนคลายและความตื่นตาตื่นใจในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเติมพลังให้ใจด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนบนโลก

    นอร์เวย์ สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    6. ฟูก๊วก

              เกาะที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม สวรรค์แห่งการพักผ่อนที่รวมทั้งความเงียบสงบและความงดงามของธรรมชาติไว้ในที่เดียว ด้วยทะเลสีฟ้าคราม หาดทรายขาวเนียน และวิถีชีวิตท้องถิ่นที่เรียบง่าย ชวนให้หลีกหนีความวุ่นวายไปสัมผัสบรรยากาศสบาย ๆ แบบสไตล์เวียดนามใต้ ที่นี่มีทั้งจุดดำน้ำชมปะการัง ตลาดกลางคืนสุดคึกคัก คาเฟ่ริมทะเล และรีสอร์ตบรรยากาศดีให้เลือกพักผ่อนแบบเต็มที่ เหมาะสำหรับคนที่อยากชาร์จพลัง ใกล้ชิดธรรมชาติ และเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทั้งผ่อนคลายและน่าประทับใจในทริปเดียว

    ฟูก๊วก สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    7. เซนได

              เมืองใหญ่อันเงียบสงบทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คือจุดหมายที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินทางแบบสบาย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองผสมธรรมชาติได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมย่านเมืองเก่า วัดซุยโฮเด็งอันงดงาม ชิมอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่ออย่างลิ้นวัวเซนได หรือแวะผ่อนคลายที่อ่าวมัตสึชิมะซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวิวสวยที่สุดของญี่ปุ่น เซนไดคือเมืองที่เดินทางง่าย บรรยากาศดี และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่ทำให้หลงรักได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับทั้งทริปช้า ๆ หรือทริปตามรอยธรรมชาติในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ

    เซนได สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    8. มาเก๊า

              จุดหมายปลายทางที่ผสมผสานเสน่ห์ของอดีตและความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโปรตุเกสสวยคลาสสิกอย่างเซนาโดสแควร์ มรดกโลกที่ยังคงมีชีวิตชีวาไปจนถึงโบสถ์เซนต์ปอลที่งดงาม รวมถึงย่านท่องเที่ยวสุดคึกคักอย่างโคไทสตรีปที่เต็มไปด้วยโชว์ระดับโลก ร้านอาหารรสเลิศ และบรรยากาศแสนมีสีสัน มาเก๊าจึงเหมาะทั้งสำหรับคนรักวัฒนธรรม นักชิม และผู้ที่อยากสัมผัสเมืองเล็ก ๆ ที่เดินเที่ยวง่ายแต่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายให้ค้นพบในทุกมุมทางเดิน

    มาเก๊า สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    9. เฉิงตู

              เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เป็นเมืองที่ผสมผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมจีนโบราณกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว รายล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงามและวิถีชีวิตที่ผ่อนคลาย เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเสฉวนที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการชมความน่ารักของหมีแพนด้ายักษ์ที่ศูนย์อนุรักษ์ การเดินเล่นย่านคนโบราณจิ๋นหลี่ ถนนกว้างที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและบรรยากาศชวนหลงใหล หรือการลิ้มรสหม้อไฟเสฉวนรสจัดจ้านต้นตำรับ แถมยังเดินทางต่อไปยังภูเขาหรือมรดกโลกต่าง ๆ ได้สะดวก เฉิงตูจึงเป็นปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับคนรักวัฒนธรรม อาหาร และธรรมชาติในทริปเดียวครบ

    เฉิงตู สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    10. อินโดนีเซีย

              ประเทศหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ตั้งแต่การพักผ่อนบนชายหาดสุดงามของบาหลี เดินชมภูเขาไฟโบรโม่ที่ลอยอยู่เหนือทะเลหมอก ชมสัตว์หายากอย่างมังกรโคโมโดในถิ่นอาศัยจริง ไปจนถึงการสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นและอาหารพื้นเมืองที่เข้มข้น อินโดนีเซียคือจุดหมายที่มีครบทั้งทะเล ภูเขา ป่า และเมืองคึกคัก เหมาะสำหรับทั้งสายชิล สายผจญภัย และสายถ่ายรูปที่อยากเก็บภาพสวยในทุกมุมของการเดินทาง

    อินโดนีเซีย สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

              ผลการค้นหา Google Year in Search 2025 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนไทยออกเดินทางด้วยความตั้งใจมากขึ้น ทั้งใกล้และไกล พร้อมมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างและลึกซึ้งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นจุดหมายยอดฮิตหรือประเทศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ทำให้ปีนี้กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่การท่องเที่ยวของคนไทยมีสีสันและหลากหลายเป็นพิเศษ ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวต่างประเทศ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ trends.withgoogle.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view297141.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Mi1yOb6IRftG47pNKtRWA

  • 10 จุดหมายต่างประเทศยอดนิยมของคนไทย ตาม Google Trends 2025

              อัปเดตเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2025 กับลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศที่ถูกค้นหามากที่สุดบน Google Trends ปลายทางยอดฮิตที่นักเดินทางสนใจ

              อัปเดตเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2025 กันสักหน่อย กับลิสต์คำค้นสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ มาแรงจาก Google Trends ไม่ว่าจะเป็นเมืองสวยบรรยากาศดี ธรรมชาติอลังการ หรือแลนด์มาร์กใหม่ที่กำลังฮิตติดกระแส หากกำลังวางแผนทริปต่างประเทศในปีนี้ ลองมาดูกันว่ามีจุดหมายไหนบ้างที่ถูกค้นหามากที่สุด และอาจกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทริปต่อไปของคุณสนุกและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น

    สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ 
    Google Trends ปี 2025

    1. ภูฏาน

              ประเทศท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัย ที่ยังคงเสน่ห์ความเรียบง่ายและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง สายหมอก และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ บวกกับวิถีชีวิตที่เน้นความสุขแบบ “Gross National Happiness” ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายที่หลายคนใฝ่ฝันอยากไปเยือน ไม่ว่าจะไปชมมหาวิหารทักซังที่ตั้งตระหง่านบนหน้าผา เดินเล่นในเมืองหลวงทิมพู แถมอากาศเย็นสบายตลอดปี หากกำลังมองหาที่เที่ยวต่างประเทศที่ทั้งสงบ สวย และให้พลังบวก ภูฏานคือปลายทางที่ไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ

    ภูฏาน สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    2. จูไห่

              เมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศชิล ๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากพักผ่อนแบบสบาย ๆ แต่ยังคงความคึกคักในสไตล์เมืองท่องเที่ยวทันสมัย รายล้อมด้วยทะเล วิวสวย และแลนด์มาร์กหลากหลาย ทั้งสวนสนุก Chimelong Ocean Kingdom ที่สนุกได้ทั้งวัน รวมถึงคาเฟ่และย่านช้อปปิ้งที่เดินเพลินไม่มีเบื่อ ใครมองหาที่เที่ยวใกล้ฮ่องกง-มาเก๊า เดินทางสะดวก มุมถ่ายรูปเพียบ และไลฟ์สไตล์ตอบโจทย์ทุกวัย จูไห่คืออีกเมืองที่ควรใส่ไว้ในลิสต์แบบไม่ลังเลเลย

    จูไห่ สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    3. ซินเจียง

              ดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมอันหลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสความงดงามในแบบที่ไม่ซ้ำใคร ตั้งแต่เทือกเขาเทียนซานที่ปกคลุมด้วยหิมะ ทะเลสาบสีฟ้าใสอย่างคานาสซึ่งเงียบสงบราวภาพวาด ไปจนถึงทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศเมืองเก่าในคาชการ์ ตลาดแบบพื้นเมืองที่คึกคัก หรือหมู่บ้านชนเผ่าเร่ร่อนที่ยังรักษาประเพณีดั้งเดิม นักท่องเที่ยวจะได้พบกับความหลากหลายทั้งในด้านผู้คน อาหาร และธรรมชาติที่สวยสะกดใจทุกฤดูกาล ซินเจียงจึงเป็นจุดหมายที่ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้งสำหรับผู้ที่อยากออกเดินทางไปสัมผัสดินแดนกว้างใหญ่ที่แสนมีเสน่ห์และแตกต่างอย่างแท้จริง

    ซินเจียง สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    4. วังเวียง

              เมืองเล็กท่ามกลางหุบเขาของลาวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติและวิถีชุมชนสุดเรียบง่าย เหมาะสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายไปพักใจแบบช้า ๆ ท่ามกลางทิวเขาสีเขียวและลำน้ำซองใสสะอาดที่ไหลคดเคี้ยว คุณสามารถพายคายัก ล่องห่วงยาง ชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือเดินเล่นในหมู่บ้านที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นพื้นถิ่นได้อย่างอบอุ่น วังเวียงจึงเป็นจุดหมายที่ครบทั้งความสงบ ความสนุก และความงดงามแบบธรรมชาติแท้ ๆ ที่ไม่ควรพลาดในทริปลาวของคุณ

    วังเวียง สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    5. นอร์เวย์

              ประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่เป็นจุดหมายปลายทางเหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นฟยอร์ดอันกว้างใหญ่ น้ำตกสูงชัน เมืองเล็กริมทะเลที่เงียบสงบ หรือแสงเหนือที่ส่องประกายบนฟากฟ้ายามค่ำคืน ประเทศนี้ผสมผสานความงามของภูมิประเทศกับวิถีชีวิตเรียบง่ายได้อย่างลงตัว การเดินทางเที่ยวในนอร์เวย์จึงให้ทั้งความผ่อนคลายและความตื่นตาตื่นใจในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเติมพลังให้ใจด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนบนโลก

    นอร์เวย์ สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    6. ฟูก๊วก

              เกาะที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม สวรรค์แห่งการพักผ่อนที่รวมทั้งความเงียบสงบและความงดงามของธรรมชาติไว้ในที่เดียว ด้วยทะเลสีฟ้าคราม หาดทรายขาวเนียน และวิถีชีวิตท้องถิ่นที่เรียบง่าย ชวนให้หลีกหนีความวุ่นวายไปสัมผัสบรรยากาศสบาย ๆ แบบสไตล์เวียดนามใต้ ที่นี่มีทั้งจุดดำน้ำชมปะการัง ตลาดกลางคืนสุดคึกคัก คาเฟ่ริมทะเล และรีสอร์ตบรรยากาศดีให้เลือกพักผ่อนแบบเต็มที่ เหมาะสำหรับคนที่อยากชาร์จพลัง ใกล้ชิดธรรมชาติ และเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทั้งผ่อนคลายและน่าประทับใจในทริปเดียว

    ฟูก๊วก สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    7. เซนได

              เมืองใหญ่อันเงียบสงบทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คือจุดหมายที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินทางแบบสบาย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองผสมธรรมชาติได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมย่านเมืองเก่า วัดซุยโฮเด็งอันงดงาม ชิมอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่ออย่างลิ้นวัวเซนได หรือแวะผ่อนคลายที่อ่าวมัตสึชิมะซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวิวสวยที่สุดของญี่ปุ่น เซนไดคือเมืองที่เดินทางง่าย บรรยากาศดี และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่ทำให้หลงรักได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับทั้งทริปช้า ๆ หรือทริปตามรอยธรรมชาติในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ

    เซนได สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    8. มาเก๊า

              จุดหมายปลายทางที่ผสมผสานเสน่ห์ของอดีตและความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโปรตุเกสสวยคลาสสิกอย่างเซนาโดสแควร์ มรดกโลกที่ยังคงมีชีวิตชีวาไปจนถึงโบสถ์เซนต์ปอลที่งดงาม รวมถึงย่านท่องเที่ยวสุดคึกคักอย่างโคไทสตรีปที่เต็มไปด้วยโชว์ระดับโลก ร้านอาหารรสเลิศ และบรรยากาศแสนมีสีสัน มาเก๊าจึงเหมาะทั้งสำหรับคนรักวัฒนธรรม นักชิม และผู้ที่อยากสัมผัสเมืองเล็ก ๆ ที่เดินเที่ยวง่ายแต่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายให้ค้นพบในทุกมุมทางเดิน

    มาเก๊า สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    9. เฉิงตู

              เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เป็นเมืองที่ผสมผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมจีนโบราณกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว รายล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงามและวิถีชีวิตที่ผ่อนคลาย เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเสฉวนที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการชมความน่ารักของหมีแพนด้ายักษ์ที่ศูนย์อนุรักษ์ การเดินเล่นย่านคนโบราณจิ๋นหลี่ ถนนกว้างที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและบรรยากาศชวนหลงใหล หรือการลิ้มรสหม้อไฟเสฉวนรสจัดจ้านต้นตำรับ แถมยังเดินทางต่อไปยังภูเขาหรือมรดกโลกต่าง ๆ ได้สะดวก เฉิงตูจึงเป็นปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับคนรักวัฒนธรรม อาหาร และธรรมชาติในทริปเดียวครบ

    เฉิงตู สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    10. อินโดนีเซีย

              ประเทศหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ตั้งแต่การพักผ่อนบนชายหาดสุดงามของบาหลี เดินชมภูเขาไฟโบรโม่ที่ลอยอยู่เหนือทะเลหมอก ชมสัตว์หายากอย่างมังกรโคโมโดในถิ่นอาศัยจริง ไปจนถึงการสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นและอาหารพื้นเมืองที่เข้มข้น อินโดนีเซียคือจุดหมายที่มีครบทั้งทะเล ภูเขา ป่า และเมืองคึกคัก เหมาะสำหรับทั้งสายชิล สายผจญภัย และสายถ่ายรูปที่อยากเก็บภาพสวยในทุกมุมของการเดินทาง

    อินโดนีเซีย สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

              ผลการค้นหา Google Year in Search 2025 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนไทยออกเดินทางด้วยความตั้งใจมากขึ้น ทั้งใกล้และไกล พร้อมมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างและลึกซึ้งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นจุดหมายยอดฮิตหรือประเทศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ทำให้ปีนี้กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่การท่องเที่ยวของคนไทยมีสีสันและหลากหลายเป็นพิเศษ ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวต่างประเทศ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ trends.withgoogle.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view297141.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Mi1yOb6IRftG47pNKtRWA

  • 10 จุดหมายต่างประเทศยอดนิยมของคนไทย ตาม Google Trends 2025

              อัปเดตเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2025 กับลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศที่ถูกค้นหามากที่สุดบน Google Trends ปลายทางยอดฮิตที่นักเดินทางสนใจ

              อัปเดตเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2025 กันสักหน่อย กับลิสต์คำค้นสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ มาแรงจาก Google Trends ไม่ว่าจะเป็นเมืองสวยบรรยากาศดี ธรรมชาติอลังการ หรือแลนด์มาร์กใหม่ที่กำลังฮิตติดกระแส หากกำลังวางแผนทริปต่างประเทศในปีนี้ ลองมาดูกันว่ามีจุดหมายไหนบ้างที่ถูกค้นหามากที่สุด และอาจกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทริปต่อไปของคุณสนุกและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น

    สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ 
    Google Trends ปี 2025

    1. ภูฏาน

              ประเทศท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัย ที่ยังคงเสน่ห์ความเรียบง่ายและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง สายหมอก และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ บวกกับวิถีชีวิตที่เน้นความสุขแบบ “Gross National Happiness” ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายที่หลายคนใฝ่ฝันอยากไปเยือน ไม่ว่าจะไปชมมหาวิหารทักซังที่ตั้งตระหง่านบนหน้าผา เดินเล่นในเมืองหลวงทิมพู แถมอากาศเย็นสบายตลอดปี หากกำลังมองหาที่เที่ยวต่างประเทศที่ทั้งสงบ สวย และให้พลังบวก ภูฏานคือปลายทางที่ไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ

    ภูฏาน สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    2. จูไห่

              เมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศชิล ๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากพักผ่อนแบบสบาย ๆ แต่ยังคงความคึกคักในสไตล์เมืองท่องเที่ยวทันสมัย รายล้อมด้วยทะเล วิวสวย และแลนด์มาร์กหลากหลาย ทั้งสวนสนุก Chimelong Ocean Kingdom ที่สนุกได้ทั้งวัน รวมถึงคาเฟ่และย่านช้อปปิ้งที่เดินเพลินไม่มีเบื่อ ใครมองหาที่เที่ยวใกล้ฮ่องกง-มาเก๊า เดินทางสะดวก มุมถ่ายรูปเพียบ และไลฟ์สไตล์ตอบโจทย์ทุกวัย จูไห่คืออีกเมืองที่ควรใส่ไว้ในลิสต์แบบไม่ลังเลเลย

    จูไห่ สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    3. ซินเจียง

              ดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมอันหลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสความงดงามในแบบที่ไม่ซ้ำใคร ตั้งแต่เทือกเขาเทียนซานที่ปกคลุมด้วยหิมะ ทะเลสาบสีฟ้าใสอย่างคานาสซึ่งเงียบสงบราวภาพวาด ไปจนถึงทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศเมืองเก่าในคาชการ์ ตลาดแบบพื้นเมืองที่คึกคัก หรือหมู่บ้านชนเผ่าเร่ร่อนที่ยังรักษาประเพณีดั้งเดิม นักท่องเที่ยวจะได้พบกับความหลากหลายทั้งในด้านผู้คน อาหาร และธรรมชาติที่สวยสะกดใจทุกฤดูกาล ซินเจียงจึงเป็นจุดหมายที่ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้งสำหรับผู้ที่อยากออกเดินทางไปสัมผัสดินแดนกว้างใหญ่ที่แสนมีเสน่ห์และแตกต่างอย่างแท้จริง

    ซินเจียง สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    4. วังเวียง

              เมืองเล็กท่ามกลางหุบเขาของลาวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติและวิถีชุมชนสุดเรียบง่าย เหมาะสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายไปพักใจแบบช้า ๆ ท่ามกลางทิวเขาสีเขียวและลำน้ำซองใสสะอาดที่ไหลคดเคี้ยว คุณสามารถพายคายัก ล่องห่วงยาง ชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือเดินเล่นในหมู่บ้านที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นพื้นถิ่นได้อย่างอบอุ่น วังเวียงจึงเป็นจุดหมายที่ครบทั้งความสงบ ความสนุก และความงดงามแบบธรรมชาติแท้ ๆ ที่ไม่ควรพลาดในทริปลาวของคุณ

    วังเวียง สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    5. นอร์เวย์

              ประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่เป็นจุดหมายปลายทางเหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นฟยอร์ดอันกว้างใหญ่ น้ำตกสูงชัน เมืองเล็กริมทะเลที่เงียบสงบ หรือแสงเหนือที่ส่องประกายบนฟากฟ้ายามค่ำคืน ประเทศนี้ผสมผสานความงามของภูมิประเทศกับวิถีชีวิตเรียบง่ายได้อย่างลงตัว การเดินทางเที่ยวในนอร์เวย์จึงให้ทั้งความผ่อนคลายและความตื่นตาตื่นใจในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเติมพลังให้ใจด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนบนโลก

    นอร์เวย์ สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    6. ฟูก๊วก

              เกาะที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม สวรรค์แห่งการพักผ่อนที่รวมทั้งความเงียบสงบและความงดงามของธรรมชาติไว้ในที่เดียว ด้วยทะเลสีฟ้าคราม หาดทรายขาวเนียน และวิถีชีวิตท้องถิ่นที่เรียบง่าย ชวนให้หลีกหนีความวุ่นวายไปสัมผัสบรรยากาศสบาย ๆ แบบสไตล์เวียดนามใต้ ที่นี่มีทั้งจุดดำน้ำชมปะการัง ตลาดกลางคืนสุดคึกคัก คาเฟ่ริมทะเล และรีสอร์ตบรรยากาศดีให้เลือกพักผ่อนแบบเต็มที่ เหมาะสำหรับคนที่อยากชาร์จพลัง ใกล้ชิดธรรมชาติ และเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทั้งผ่อนคลายและน่าประทับใจในทริปเดียว

    ฟูก๊วก สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    7. เซนได

              เมืองใหญ่อันเงียบสงบทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คือจุดหมายที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินทางแบบสบาย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองผสมธรรมชาติได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมย่านเมืองเก่า วัดซุยโฮเด็งอันงดงาม ชิมอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่ออย่างลิ้นวัวเซนได หรือแวะผ่อนคลายที่อ่าวมัตสึชิมะซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวิวสวยที่สุดของญี่ปุ่น เซนไดคือเมืองที่เดินทางง่าย บรรยากาศดี และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่ทำให้หลงรักได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับทั้งทริปช้า ๆ หรือทริปตามรอยธรรมชาติในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ

    เซนได สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    8. มาเก๊า

              จุดหมายปลายทางที่ผสมผสานเสน่ห์ของอดีตและความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโปรตุเกสสวยคลาสสิกอย่างเซนาโดสแควร์ มรดกโลกที่ยังคงมีชีวิตชีวาไปจนถึงโบสถ์เซนต์ปอลที่งดงาม รวมถึงย่านท่องเที่ยวสุดคึกคักอย่างโคไทสตรีปที่เต็มไปด้วยโชว์ระดับโลก ร้านอาหารรสเลิศ และบรรยากาศแสนมีสีสัน มาเก๊าจึงเหมาะทั้งสำหรับคนรักวัฒนธรรม นักชิม และผู้ที่อยากสัมผัสเมืองเล็ก ๆ ที่เดินเที่ยวง่ายแต่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายให้ค้นพบในทุกมุมทางเดิน

    มาเก๊า สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    9. เฉิงตู

              เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เป็นเมืองที่ผสมผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมจีนโบราณกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว รายล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงามและวิถีชีวิตที่ผ่อนคลาย เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเสฉวนที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการชมความน่ารักของหมีแพนด้ายักษ์ที่ศูนย์อนุรักษ์ การเดินเล่นย่านคนโบราณจิ๋นหลี่ ถนนกว้างที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและบรรยากาศชวนหลงใหล หรือการลิ้มรสหม้อไฟเสฉวนรสจัดจ้านต้นตำรับ แถมยังเดินทางต่อไปยังภูเขาหรือมรดกโลกต่าง ๆ ได้สะดวก เฉิงตูจึงเป็นปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับคนรักวัฒนธรรม อาหาร และธรรมชาติในทริปเดียวครบ

    เฉิงตู สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    10. อินโดนีเซีย

              ประเทศหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ตั้งแต่การพักผ่อนบนชายหาดสุดงามของบาหลี เดินชมภูเขาไฟโบรโม่ที่ลอยอยู่เหนือทะเลหมอก ชมสัตว์หายากอย่างมังกรโคโมโดในถิ่นอาศัยจริง ไปจนถึงการสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นและอาหารพื้นเมืองที่เข้มข้น อินโดนีเซียคือจุดหมายที่มีครบทั้งทะเล ภูเขา ป่า และเมืองคึกคัก เหมาะสำหรับทั้งสายชิล สายผจญภัย และสายถ่ายรูปที่อยากเก็บภาพสวยในทุกมุมของการเดินทาง

    อินโดนีเซีย สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

              ผลการค้นหา Google Year in Search 2025 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนไทยออกเดินทางด้วยความตั้งใจมากขึ้น ทั้งใกล้และไกล พร้อมมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างและลึกซึ้งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นจุดหมายยอดฮิตหรือประเทศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ทำให้ปีนี้กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่การท่องเที่ยวของคนไทยมีสีสันและหลากหลายเป็นพิเศษ ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวต่างประเทศ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ trends.withgoogle.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view297141.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Mi1yOb6IRftG47pNKtRWA

  • 10 จุดหมายต่างประเทศยอดนิยมของคนไทย ตาม Google Trends 2025

              อัปเดตเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2025 กับลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศที่ถูกค้นหามากที่สุดบน Google Trends ปลายทางยอดฮิตที่นักเดินทางสนใจ

              อัปเดตเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2025 กันสักหน่อย กับลิสต์คำค้นสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ มาแรงจาก Google Trends ไม่ว่าจะเป็นเมืองสวยบรรยากาศดี ธรรมชาติอลังการ หรือแลนด์มาร์กใหม่ที่กำลังฮิตติดกระแส หากกำลังวางแผนทริปต่างประเทศในปีนี้ ลองมาดูกันว่ามีจุดหมายไหนบ้างที่ถูกค้นหามากที่สุด และอาจกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทริปต่อไปของคุณสนุกและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น

    สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ 
    Google Trends ปี 2025

    1. ภูฏาน

              ประเทศท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัย ที่ยังคงเสน่ห์ความเรียบง่ายและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง สายหมอก และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ บวกกับวิถีชีวิตที่เน้นความสุขแบบ “Gross National Happiness” ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายที่หลายคนใฝ่ฝันอยากไปเยือน ไม่ว่าจะไปชมมหาวิหารทักซังที่ตั้งตระหง่านบนหน้าผา เดินเล่นในเมืองหลวงทิมพู แถมอากาศเย็นสบายตลอดปี หากกำลังมองหาที่เที่ยวต่างประเทศที่ทั้งสงบ สวย และให้พลังบวก ภูฏานคือปลายทางที่ไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ

    ภูฏาน สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    2. จูไห่

              เมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศชิล ๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากพักผ่อนแบบสบาย ๆ แต่ยังคงความคึกคักในสไตล์เมืองท่องเที่ยวทันสมัย รายล้อมด้วยทะเล วิวสวย และแลนด์มาร์กหลากหลาย ทั้งสวนสนุก Chimelong Ocean Kingdom ที่สนุกได้ทั้งวัน รวมถึงคาเฟ่และย่านช้อปปิ้งที่เดินเพลินไม่มีเบื่อ ใครมองหาที่เที่ยวใกล้ฮ่องกง-มาเก๊า เดินทางสะดวก มุมถ่ายรูปเพียบ และไลฟ์สไตล์ตอบโจทย์ทุกวัย จูไห่คืออีกเมืองที่ควรใส่ไว้ในลิสต์แบบไม่ลังเลเลย

    จูไห่ สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    3. ซินเจียง

              ดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมอันหลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสความงดงามในแบบที่ไม่ซ้ำใคร ตั้งแต่เทือกเขาเทียนซานที่ปกคลุมด้วยหิมะ ทะเลสาบสีฟ้าใสอย่างคานาสซึ่งเงียบสงบราวภาพวาด ไปจนถึงทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศเมืองเก่าในคาชการ์ ตลาดแบบพื้นเมืองที่คึกคัก หรือหมู่บ้านชนเผ่าเร่ร่อนที่ยังรักษาประเพณีดั้งเดิม นักท่องเที่ยวจะได้พบกับความหลากหลายทั้งในด้านผู้คน อาหาร และธรรมชาติที่สวยสะกดใจทุกฤดูกาล ซินเจียงจึงเป็นจุดหมายที่ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้งสำหรับผู้ที่อยากออกเดินทางไปสัมผัสดินแดนกว้างใหญ่ที่แสนมีเสน่ห์และแตกต่างอย่างแท้จริง

    ซินเจียง สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    4. วังเวียง

              เมืองเล็กท่ามกลางหุบเขาของลาวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติและวิถีชุมชนสุดเรียบง่าย เหมาะสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายไปพักใจแบบช้า ๆ ท่ามกลางทิวเขาสีเขียวและลำน้ำซองใสสะอาดที่ไหลคดเคี้ยว คุณสามารถพายคายัก ล่องห่วงยาง ชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือเดินเล่นในหมู่บ้านที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นพื้นถิ่นได้อย่างอบอุ่น วังเวียงจึงเป็นจุดหมายที่ครบทั้งความสงบ ความสนุก และความงดงามแบบธรรมชาติแท้ ๆ ที่ไม่ควรพลาดในทริปลาวของคุณ

    วังเวียง สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    5. นอร์เวย์

              ประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่เป็นจุดหมายปลายทางเหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นฟยอร์ดอันกว้างใหญ่ น้ำตกสูงชัน เมืองเล็กริมทะเลที่เงียบสงบ หรือแสงเหนือที่ส่องประกายบนฟากฟ้ายามค่ำคืน ประเทศนี้ผสมผสานความงามของภูมิประเทศกับวิถีชีวิตเรียบง่ายได้อย่างลงตัว การเดินทางเที่ยวในนอร์เวย์จึงให้ทั้งความผ่อนคลายและความตื่นตาตื่นใจในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเติมพลังให้ใจด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนบนโลก

    นอร์เวย์ สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    6. ฟูก๊วก

              เกาะที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม สวรรค์แห่งการพักผ่อนที่รวมทั้งความเงียบสงบและความงดงามของธรรมชาติไว้ในที่เดียว ด้วยทะเลสีฟ้าคราม หาดทรายขาวเนียน และวิถีชีวิตท้องถิ่นที่เรียบง่าย ชวนให้หลีกหนีความวุ่นวายไปสัมผัสบรรยากาศสบาย ๆ แบบสไตล์เวียดนามใต้ ที่นี่มีทั้งจุดดำน้ำชมปะการัง ตลาดกลางคืนสุดคึกคัก คาเฟ่ริมทะเล และรีสอร์ตบรรยากาศดีให้เลือกพักผ่อนแบบเต็มที่ เหมาะสำหรับคนที่อยากชาร์จพลัง ใกล้ชิดธรรมชาติ และเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทั้งผ่อนคลายและน่าประทับใจในทริปเดียว

    ฟูก๊วก สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    7. เซนได

              เมืองใหญ่อันเงียบสงบทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คือจุดหมายที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินทางแบบสบาย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองผสมธรรมชาติได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมย่านเมืองเก่า วัดซุยโฮเด็งอันงดงาม ชิมอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่ออย่างลิ้นวัวเซนได หรือแวะผ่อนคลายที่อ่าวมัตสึชิมะซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวิวสวยที่สุดของญี่ปุ่น เซนไดคือเมืองที่เดินทางง่าย บรรยากาศดี และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่ทำให้หลงรักได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับทั้งทริปช้า ๆ หรือทริปตามรอยธรรมชาติในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ

    เซนได สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    8. มาเก๊า

              จุดหมายปลายทางที่ผสมผสานเสน่ห์ของอดีตและความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโปรตุเกสสวยคลาสสิกอย่างเซนาโดสแควร์ มรดกโลกที่ยังคงมีชีวิตชีวาไปจนถึงโบสถ์เซนต์ปอลที่งดงาม รวมถึงย่านท่องเที่ยวสุดคึกคักอย่างโคไทสตรีปที่เต็มไปด้วยโชว์ระดับโลก ร้านอาหารรสเลิศ และบรรยากาศแสนมีสีสัน มาเก๊าจึงเหมาะทั้งสำหรับคนรักวัฒนธรรม นักชิม และผู้ที่อยากสัมผัสเมืองเล็ก ๆ ที่เดินเที่ยวง่ายแต่เต็มไปด้วยพลังและความหลากหลายให้ค้นพบในทุกมุมทางเดิน

    มาเก๊า สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    9. เฉิงตู

              เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เป็นเมืองที่ผสมผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมจีนโบราณกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว รายล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงามและวิถีชีวิตที่ผ่อนคลาย เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเสฉวนที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการชมความน่ารักของหมีแพนด้ายักษ์ที่ศูนย์อนุรักษ์ การเดินเล่นย่านคนโบราณจิ๋นหลี่ ถนนกว้างที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและบรรยากาศชวนหลงใหล หรือการลิ้มรสหม้อไฟเสฉวนรสจัดจ้านต้นตำรับ แถมยังเดินทางต่อไปยังภูเขาหรือมรดกโลกต่าง ๆ ได้สะดวก เฉิงตูจึงเป็นปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับคนรักวัฒนธรรม อาหาร และธรรมชาติในทริปเดียวครบ

    เฉิงตู สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

    10. อินโดนีเซีย

              ประเทศหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ตั้งแต่การพักผ่อนบนชายหาดสุดงามของบาหลี เดินชมภูเขาไฟโบรโม่ที่ลอยอยู่เหนือทะเลหมอก ชมสัตว์หายากอย่างมังกรโคโมโดในถิ่นอาศัยจริง ไปจนถึงการสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นและอาหารพื้นเมืองที่เข้มข้น อินโดนีเซียคือจุดหมายที่มีครบทั้งทะเล ภูเขา ป่า และเมืองคึกคัก เหมาะสำหรับทั้งสายชิล สายผจญภัย และสายถ่ายรูปที่อยากเก็บภาพสวยในทุกมุมของการเดินทาง

    อินโดนีเซีย สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ Google Trends ปี 2025

              ผลการค้นหา Google Year in Search 2025 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนไทยออกเดินทางด้วยความตั้งใจมากขึ้น ทั้งใกล้และไกล พร้อมมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างและลึกซึ้งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นจุดหมายยอดฮิตหรือประเทศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ทำให้ปีนี้กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่การท่องเที่ยวของคนไทยมีสีสันและหลากหลายเป็นพิเศษ ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวต่างประเทศ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ trends.withgoogle.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view297141.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Mi1yOb6IRftG47pNKtRWA

  • พลิกโฉมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ด้วยพลังความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    ภายใต้ความท้าทายรอบด้านในโลกปัจจุบัน ทั้งความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล และกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้กลายเป็นขุมพลังขับเคลื่อนแห่งยุคสมัย นอกจากความสำคัญในเชิงมูลค่าและรายได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังหมายถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนทั่วโลก

    ในเวทีโลก สหราชอาณาจักรยืนหยัดเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าทึ่ง ด้วยอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่จ้างงานผู้คนกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจะเติบโตเป็น 3 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 124 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาท ต่อปี

    เฮเลน เฟซีย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้แสดงให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตได้ และในตอนนี้เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพในลักษณะเดียวกันให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านความร่วมมือกับอาเซียน”

    แดนนี ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรมองเห็นศักยภาพของกลุ่มอาเซียนในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถเติบโตได้ถึง 300,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท ในปี 2573 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศไทย เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าสูงถึง 8.01% ของ GDP”

    ด้วยเหตุนี้ หากประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่ ความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ของไทยก็จะโดดเด่นกว่าที่เคย การผนึกกำลังกับอาเซียนและสหราชอาณาจักรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการเติบโตของภูมิภาค

    ถอดรหัสศักยภาพไทยจากผลสำรวจระดับภูมิภาค

    โครงการ ASEAN-UK Advancing Creative Economy เกิดขึ้นจากทุนสนับสนุนร่วมกันระหว่างสำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน (UK Mission to ASEAN) และบริติช เคานซิล โดยดำเนินการร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน นับเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่มุ่งสนับสนุนการดำเนินงานตามพิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 2025 และแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะ 2016-2025 โดยมีบริติช เคานซิล ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานหลัก

    ผลสำรวจความคิดเห็นระดับภูมิภาคเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน (Regional Perception Poll on the ASEAN Creative Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ สะท้อนภาพให้เห็นถึงภูมิทัศน์ด้านการสร้างสรรค์ของอาเซียนในด้านต่าง ๆ โดยชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่น่าสนใจของประเทศไทย เช่น

    • จุดแข็งที่โดดเด่น: คนไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชอบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ท้องถิ่นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนถึง 39%    ที่นิยมบริโภคสินค้าเหล่านี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรืองานฝีมืออันประณีต ยิ่งไปกว่านั้น “ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น” ยังถือว่าเป็นเอกลักษณ์และจุดขายที่โดดเด่น เป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุดสำหรับนักสร้างสรรค์ไทย โดย 54% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่ามีผลอย่างมากต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของคนไทยว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและความมั่งคั่งของชาติ

    • ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม: ไม่ว่าจะเป็น ช่องว่างด้านทักษะ ที่ยังต้องการการเสริมสร้างทักษะดิจิทัล การคิดสร้างสรรค์ การตลาด การสร้างแบรนด์ และทักษะทางสังคมที่จำเป็น ช่องว่างด้านระบบนิเวศ ที่ยังต้องการสภาพแวดล้อมสร้างสรรค์ที่เอื้ออำนวยยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือ ช่องว่างด้านความร่วมมือ ซึ่ง 50% ของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ระบุว่าการขาดการประสานงานและความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นอุปสรรคสำคัญ

    เส้นทางสู่ความสำเร็จจากความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    โดยอิงจากผลสำรวจ Perception Poll โครงการ ASEAN–UK Advancing Creative Economy ยังคงสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ่มเพาะระบบนิเวศสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งทั่วทั้งอาเซียนและประเทศไทย

    • เสริมแกร่งทุนมนุษย์ ปิดช่องว่างทักษะ – มุ่งแก้ไขปัญหา “ทุนมนุษย์” ผ่านโครงการที่มุ่งยกระดับทักษะของผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ โครงการอบรมการจัดการเทศกาล ASEAN-UK ได้เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้จัดเทศกาลเพื่อการผลิตเทศกาลที่มีคุณภาพในระดับสากล นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ด้วยตนเองอย่าง Craft Toolkit (crafttoolkit.com) ซึ่งบริติช เคานซิล พัฒนาร่วมกับองค์กรด้านหัตถกรรมในสกอตแลนด์ ยังเป็นเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการทำธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับช่างฝีมือและธุรกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

    • วางรากฐานนโยบายและโครงสร้าง – ดำเนินโครงการด้านนโยบายรวมถึงงานวิจัย เพื่อพัฒนานโยบาย โครงสร้าง และองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค กรอบความยั่งยืนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน ช่วยกำหนดแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับประเทศในอาเซียนในการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการฝึกอบรมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบผสมผสาน (Hybrid Creative Economy Policy Training Programme) ช่วยให้    ผู้กำหนดนโยบายในอาเซียนเข้าใจเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น

    • เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคและนานาชาติ – สนับสนุนการเชื่อมโยงระดับโลกและระดับภูมิภาคเพื่อสร้างโอกาสในการร่วมมือและการสร้างสรรค์ โครงการ ASEAN-UK Music Delegation นำตัวแทนเทศกาลไทย เช่น Wonderfruit, Mahorasob และ Bangkok Music City เข้าร่วมเทศกาลดนตรีในสหราชอาณาจักรเพื่อพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรและเทศกาลอื่น ๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ บริติช เคานซิล ยังสนับสนุนผู้แทนรัฐบาลไทยในการเยือนเมืองสร้างสรรค์และเทศกาลต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร รวมถึงคณะศิลปินในการเข้าร่วมโครงการพำนักและเทศกาล เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ

    • พัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในไทย – ร่วมพัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในจังหวัดต่าง ๆ เช่น แพร่ สกลนคร เชียงใหม่ จันทบุรี นครราชสีมา และเป็นหนึ่งในพันธมิตรโครงการ UCCN Co-Creative City Model ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัย การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่ง และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเมืองต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) (DASTA)

    นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) กล่าวว่า      “สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำระดับโลกด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับบริติช เคานซิล จึงเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนเสริมสร้างทักษะ พัฒนานวัตกรรม และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

    อนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยบนเวทีโลก

    ความแข็งแกร่งของประเทศไทยในด้านทุนทางวัฒนธรรมและความสามารถของนักสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากจะต้องได้รับการเสริมสร้างด้วยการนำมุมมองและกลยุทธ์ระดับโลก รวมไปถึงตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศ และพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ ความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร จึงมีส่วนสำคัญต่อการการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมขยายสู่ภูมิภาคอื่น ๆ บนเวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1550644&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cc6073BNC563XcxPPbPo6

  • พลิกโฉมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ด้วยพลังความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    ภายใต้ความท้าทายรอบด้านในโลกปัจจุบัน ทั้งความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล และกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้กลายเป็นขุมพลังขับเคลื่อนแห่งยุคสมัย นอกจากความสำคัญในเชิงมูลค่าและรายได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังหมายถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนทั่วโลก

    ในเวทีโลก สหราชอาณาจักรยืนหยัดเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าทึ่ง ด้วยอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่จ้างงานผู้คนกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจะเติบโตเป็น 3 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 124 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาท ต่อปี

    เฮเลน เฟซีย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้แสดงให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตได้ และในตอนนี้เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพในลักษณะเดียวกันให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านความร่วมมือกับอาเซียน”

    แดนนี ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรมองเห็นศักยภาพของกลุ่มอาเซียนในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถเติบโตได้ถึง 300,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท ในปี 2573 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศไทย เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าสูงถึง 8.01% ของ GDP”

    ด้วยเหตุนี้ หากประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่ ความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ของไทยก็จะโดดเด่นกว่าที่เคย การผนึกกำลังกับอาเซียนและสหราชอาณาจักรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการเติบโตของภูมิภาค

    ถอดรหัสศักยภาพไทยจากผลสำรวจระดับภูมิภาค

    โครงการ ASEAN-UK Advancing Creative Economy เกิดขึ้นจากทุนสนับสนุนร่วมกันระหว่างสำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน (UK Mission to ASEAN) และบริติช เคานซิล โดยดำเนินการร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน นับเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่มุ่งสนับสนุนการดำเนินงานตามพิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 2025 และแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะ 2016-2025 โดยมีบริติช เคานซิล ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานหลัก

    ผลสำรวจความคิดเห็นระดับภูมิภาคเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน (Regional Perception Poll on the ASEAN Creative Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ สะท้อนภาพให้เห็นถึงภูมิทัศน์ด้านการสร้างสรรค์ของอาเซียนในด้านต่าง ๆ โดยชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่น่าสนใจของประเทศไทย เช่น

    • จุดแข็งที่โดดเด่น: คนไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชอบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ท้องถิ่นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนถึง 39%    ที่นิยมบริโภคสินค้าเหล่านี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรืองานฝีมืออันประณีต ยิ่งไปกว่านั้น “ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น” ยังถือว่าเป็นเอกลักษณ์และจุดขายที่โดดเด่น เป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุดสำหรับนักสร้างสรรค์ไทย โดย 54% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่ามีผลอย่างมากต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของคนไทยว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและความมั่งคั่งของชาติ

    • ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม: ไม่ว่าจะเป็น ช่องว่างด้านทักษะ ที่ยังต้องการการเสริมสร้างทักษะดิจิทัล การคิดสร้างสรรค์ การตลาด การสร้างแบรนด์ และทักษะทางสังคมที่จำเป็น ช่องว่างด้านระบบนิเวศ ที่ยังต้องการสภาพแวดล้อมสร้างสรรค์ที่เอื้ออำนวยยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือ ช่องว่างด้านความร่วมมือ ซึ่ง 50% ของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ระบุว่าการขาดการประสานงานและความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นอุปสรรคสำคัญ

    เส้นทางสู่ความสำเร็จจากความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    โดยอิงจากผลสำรวจ Perception Poll โครงการ ASEAN–UK Advancing Creative Economy ยังคงสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ่มเพาะระบบนิเวศสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งทั่วทั้งอาเซียนและประเทศไทย

    • เสริมแกร่งทุนมนุษย์ ปิดช่องว่างทักษะ – มุ่งแก้ไขปัญหา “ทุนมนุษย์” ผ่านโครงการที่มุ่งยกระดับทักษะของผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ โครงการอบรมการจัดการเทศกาล ASEAN-UK ได้เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้จัดเทศกาลเพื่อการผลิตเทศกาลที่มีคุณภาพในระดับสากล นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ด้วยตนเองอย่าง Craft Toolkit (crafttoolkit.com) ซึ่งบริติช เคานซิล พัฒนาร่วมกับองค์กรด้านหัตถกรรมในสกอตแลนด์ ยังเป็นเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการทำธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับช่างฝีมือและธุรกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

    • วางรากฐานนโยบายและโครงสร้าง – ดำเนินโครงการด้านนโยบายรวมถึงงานวิจัย เพื่อพัฒนานโยบาย โครงสร้าง และองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค กรอบความยั่งยืนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน ช่วยกำหนดแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับประเทศในอาเซียนในการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการฝึกอบรมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบผสมผสาน (Hybrid Creative Economy Policy Training Programme) ช่วยให้    ผู้กำหนดนโยบายในอาเซียนเข้าใจเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น

    • เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคและนานาชาติ – สนับสนุนการเชื่อมโยงระดับโลกและระดับภูมิภาคเพื่อสร้างโอกาสในการร่วมมือและการสร้างสรรค์ โครงการ ASEAN-UK Music Delegation นำตัวแทนเทศกาลไทย เช่น Wonderfruit, Mahorasob และ Bangkok Music City เข้าร่วมเทศกาลดนตรีในสหราชอาณาจักรเพื่อพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรและเทศกาลอื่น ๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ บริติช เคานซิล ยังสนับสนุนผู้แทนรัฐบาลไทยในการเยือนเมืองสร้างสรรค์และเทศกาลต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร รวมถึงคณะศิลปินในการเข้าร่วมโครงการพำนักและเทศกาล เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ

    • พัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในไทย – ร่วมพัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในจังหวัดต่าง ๆ เช่น แพร่ สกลนคร เชียงใหม่ จันทบุรี นครราชสีมา และเป็นหนึ่งในพันธมิตรโครงการ UCCN Co-Creative City Model ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัย การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่ง และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเมืองต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) (DASTA)

    นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) กล่าวว่า      “สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำระดับโลกด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับบริติช เคานซิล จึงเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนเสริมสร้างทักษะ พัฒนานวัตกรรม และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

    อนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยบนเวทีโลก

    ความแข็งแกร่งของประเทศไทยในด้านทุนทางวัฒนธรรมและความสามารถของนักสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากจะต้องได้รับการเสริมสร้างด้วยการนำมุมมองและกลยุทธ์ระดับโลก รวมไปถึงตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศ และพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ ความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร จึงมีส่วนสำคัญต่อการการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมขยายสู่ภูมิภาคอื่น ๆ บนเวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1550644&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cc6073BNC563XcxPPbPo6

  • พลิกโฉมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ด้วยพลังความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    ภายใต้ความท้าทายรอบด้านในโลกปัจจุบัน ทั้งความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล และกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้กลายเป็นขุมพลังขับเคลื่อนแห่งยุคสมัย นอกจากความสำคัญในเชิงมูลค่าและรายได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังหมายถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนทั่วโลก

    ในเวทีโลก สหราชอาณาจักรยืนหยัดเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าทึ่ง ด้วยอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่จ้างงานผู้คนกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจะเติบโตเป็น 3 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 124 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาท ต่อปี

    เฮเลน เฟซีย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้แสดงให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตได้ และในตอนนี้เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพในลักษณะเดียวกันให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านความร่วมมือกับอาเซียน”

    แดนนี ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรมองเห็นศักยภาพของกลุ่มอาเซียนในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถเติบโตได้ถึง 300,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท ในปี 2573 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศไทย เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าสูงถึง 8.01% ของ GDP”

    ด้วยเหตุนี้ หากประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่ ความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ของไทยก็จะโดดเด่นกว่าที่เคย การผนึกกำลังกับอาเซียนและสหราชอาณาจักรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการเติบโตของภูมิภาค

    ถอดรหัสศักยภาพไทยจากผลสำรวจระดับภูมิภาค

    โครงการ ASEAN-UK Advancing Creative Economy เกิดขึ้นจากทุนสนับสนุนร่วมกันระหว่างสำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน (UK Mission to ASEAN) และบริติช เคานซิล โดยดำเนินการร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน นับเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่มุ่งสนับสนุนการดำเนินงานตามพิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 2025 และแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะ 2016-2025 โดยมีบริติช เคานซิล ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานหลัก

    ผลสำรวจความคิดเห็นระดับภูมิภาคเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน (Regional Perception Poll on the ASEAN Creative Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ สะท้อนภาพให้เห็นถึงภูมิทัศน์ด้านการสร้างสรรค์ของอาเซียนในด้านต่าง ๆ โดยชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่น่าสนใจของประเทศไทย เช่น

    • จุดแข็งที่โดดเด่น: คนไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชอบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ท้องถิ่นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนถึง 39%    ที่นิยมบริโภคสินค้าเหล่านี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรืองานฝีมืออันประณีต ยิ่งไปกว่านั้น “ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น” ยังถือว่าเป็นเอกลักษณ์และจุดขายที่โดดเด่น เป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุดสำหรับนักสร้างสรรค์ไทย โดย 54% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่ามีผลอย่างมากต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของคนไทยว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและความมั่งคั่งของชาติ

    • ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม: ไม่ว่าจะเป็น ช่องว่างด้านทักษะ ที่ยังต้องการการเสริมสร้างทักษะดิจิทัล การคิดสร้างสรรค์ การตลาด การสร้างแบรนด์ และทักษะทางสังคมที่จำเป็น ช่องว่างด้านระบบนิเวศ ที่ยังต้องการสภาพแวดล้อมสร้างสรรค์ที่เอื้ออำนวยยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือ ช่องว่างด้านความร่วมมือ ซึ่ง 50% ของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ระบุว่าการขาดการประสานงานและความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นอุปสรรคสำคัญ

    เส้นทางสู่ความสำเร็จจากความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    โดยอิงจากผลสำรวจ Perception Poll โครงการ ASEAN–UK Advancing Creative Economy ยังคงสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ่มเพาะระบบนิเวศสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งทั่วทั้งอาเซียนและประเทศไทย

    • เสริมแกร่งทุนมนุษย์ ปิดช่องว่างทักษะ – มุ่งแก้ไขปัญหา “ทุนมนุษย์” ผ่านโครงการที่มุ่งยกระดับทักษะของผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ โครงการอบรมการจัดการเทศกาล ASEAN-UK ได้เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้จัดเทศกาลเพื่อการผลิตเทศกาลที่มีคุณภาพในระดับสากล นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ด้วยตนเองอย่าง Craft Toolkit (crafttoolkit.com) ซึ่งบริติช เคานซิล พัฒนาร่วมกับองค์กรด้านหัตถกรรมในสกอตแลนด์ ยังเป็นเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการทำธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับช่างฝีมือและธุรกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

    • วางรากฐานนโยบายและโครงสร้าง – ดำเนินโครงการด้านนโยบายรวมถึงงานวิจัย เพื่อพัฒนานโยบาย โครงสร้าง และองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค กรอบความยั่งยืนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน ช่วยกำหนดแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับประเทศในอาเซียนในการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการฝึกอบรมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบผสมผสาน (Hybrid Creative Economy Policy Training Programme) ช่วยให้    ผู้กำหนดนโยบายในอาเซียนเข้าใจเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น

    • เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคและนานาชาติ – สนับสนุนการเชื่อมโยงระดับโลกและระดับภูมิภาคเพื่อสร้างโอกาสในการร่วมมือและการสร้างสรรค์ โครงการ ASEAN-UK Music Delegation นำตัวแทนเทศกาลไทย เช่น Wonderfruit, Mahorasob และ Bangkok Music City เข้าร่วมเทศกาลดนตรีในสหราชอาณาจักรเพื่อพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรและเทศกาลอื่น ๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ บริติช เคานซิล ยังสนับสนุนผู้แทนรัฐบาลไทยในการเยือนเมืองสร้างสรรค์และเทศกาลต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร รวมถึงคณะศิลปินในการเข้าร่วมโครงการพำนักและเทศกาล เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ

    • พัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในไทย – ร่วมพัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในจังหวัดต่าง ๆ เช่น แพร่ สกลนคร เชียงใหม่ จันทบุรี นครราชสีมา และเป็นหนึ่งในพันธมิตรโครงการ UCCN Co-Creative City Model ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัย การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่ง และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเมืองต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) (DASTA)

    นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) กล่าวว่า      “สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำระดับโลกด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับบริติช เคานซิล จึงเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนเสริมสร้างทักษะ พัฒนานวัตกรรม และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

    อนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยบนเวทีโลก

    ความแข็งแกร่งของประเทศไทยในด้านทุนทางวัฒนธรรมและความสามารถของนักสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากจะต้องได้รับการเสริมสร้างด้วยการนำมุมมองและกลยุทธ์ระดับโลก รวมไปถึงตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศ และพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ ความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร จึงมีส่วนสำคัญต่อการการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมขยายสู่ภูมิภาคอื่น ๆ บนเวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1550644&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cc6073BNC563XcxPPbPo6

  • พลิกโฉมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ด้วยพลังความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    ภายใต้ความท้าทายรอบด้านในโลกปัจจุบัน ทั้งความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล และกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้กลายเป็นขุมพลังขับเคลื่อนแห่งยุคสมัย นอกจากความสำคัญในเชิงมูลค่าและรายได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังหมายถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนทั่วโลก

    ในเวทีโลก สหราชอาณาจักรยืนหยัดเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าทึ่ง ด้วยอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่จ้างงานผู้คนกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจะเติบโตเป็น 3 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 124 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาท ต่อปี

    เฮเลน เฟซีย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้แสดงให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตได้ และในตอนนี้เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพในลักษณะเดียวกันให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านความร่วมมือกับอาเซียน”

    แดนนี ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรมองเห็นศักยภาพของกลุ่มอาเซียนในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถเติบโตได้ถึง 300,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท ในปี 2573 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศไทย เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าสูงถึง 8.01% ของ GDP”

    ด้วยเหตุนี้ หากประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่ ความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ของไทยก็จะโดดเด่นกว่าที่เคย การผนึกกำลังกับอาเซียนและสหราชอาณาจักรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการเติบโตของภูมิภาค

    ถอดรหัสศักยภาพไทยจากผลสำรวจระดับภูมิภาค

    โครงการ ASEAN-UK Advancing Creative Economy เกิดขึ้นจากทุนสนับสนุนร่วมกันระหว่างสำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน (UK Mission to ASEAN) และบริติช เคานซิล โดยดำเนินการร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน นับเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่มุ่งสนับสนุนการดำเนินงานตามพิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 2025 และแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะ 2016-2025 โดยมีบริติช เคานซิล ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานหลัก

    ผลสำรวจความคิดเห็นระดับภูมิภาคเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน (Regional Perception Poll on the ASEAN Creative Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ สะท้อนภาพให้เห็นถึงภูมิทัศน์ด้านการสร้างสรรค์ของอาเซียนในด้านต่าง ๆ โดยชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่น่าสนใจของประเทศไทย เช่น

    • จุดแข็งที่โดดเด่น: คนไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชอบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ท้องถิ่นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนถึง 39%    ที่นิยมบริโภคสินค้าเหล่านี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรืองานฝีมืออันประณีต ยิ่งไปกว่านั้น “ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น” ยังถือว่าเป็นเอกลักษณ์และจุดขายที่โดดเด่น เป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุดสำหรับนักสร้างสรรค์ไทย โดย 54% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่ามีผลอย่างมากต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของคนไทยว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและความมั่งคั่งของชาติ

    • ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม: ไม่ว่าจะเป็น ช่องว่างด้านทักษะ ที่ยังต้องการการเสริมสร้างทักษะดิจิทัล การคิดสร้างสรรค์ การตลาด การสร้างแบรนด์ และทักษะทางสังคมที่จำเป็น ช่องว่างด้านระบบนิเวศ ที่ยังต้องการสภาพแวดล้อมสร้างสรรค์ที่เอื้ออำนวยยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือ ช่องว่างด้านความร่วมมือ ซึ่ง 50% ของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ระบุว่าการขาดการประสานงานและความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นอุปสรรคสำคัญ

    เส้นทางสู่ความสำเร็จจากความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    โดยอิงจากผลสำรวจ Perception Poll โครงการ ASEAN–UK Advancing Creative Economy ยังคงสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ่มเพาะระบบนิเวศสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งทั่วทั้งอาเซียนและประเทศไทย

    • เสริมแกร่งทุนมนุษย์ ปิดช่องว่างทักษะ – มุ่งแก้ไขปัญหา “ทุนมนุษย์” ผ่านโครงการที่มุ่งยกระดับทักษะของผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ โครงการอบรมการจัดการเทศกาล ASEAN-UK ได้เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้จัดเทศกาลเพื่อการผลิตเทศกาลที่มีคุณภาพในระดับสากล นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ด้วยตนเองอย่าง Craft Toolkit (crafttoolkit.com) ซึ่งบริติช เคานซิล พัฒนาร่วมกับองค์กรด้านหัตถกรรมในสกอตแลนด์ ยังเป็นเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการทำธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับช่างฝีมือและธุรกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

    • วางรากฐานนโยบายและโครงสร้าง – ดำเนินโครงการด้านนโยบายรวมถึงงานวิจัย เพื่อพัฒนานโยบาย โครงสร้าง และองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค กรอบความยั่งยืนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน ช่วยกำหนดแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับประเทศในอาเซียนในการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการฝึกอบรมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบผสมผสาน (Hybrid Creative Economy Policy Training Programme) ช่วยให้    ผู้กำหนดนโยบายในอาเซียนเข้าใจเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น

    • เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคและนานาชาติ – สนับสนุนการเชื่อมโยงระดับโลกและระดับภูมิภาคเพื่อสร้างโอกาสในการร่วมมือและการสร้างสรรค์ โครงการ ASEAN-UK Music Delegation นำตัวแทนเทศกาลไทย เช่น Wonderfruit, Mahorasob และ Bangkok Music City เข้าร่วมเทศกาลดนตรีในสหราชอาณาจักรเพื่อพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรและเทศกาลอื่น ๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ บริติช เคานซิล ยังสนับสนุนผู้แทนรัฐบาลไทยในการเยือนเมืองสร้างสรรค์และเทศกาลต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร รวมถึงคณะศิลปินในการเข้าร่วมโครงการพำนักและเทศกาล เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ

    • พัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในไทย – ร่วมพัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในจังหวัดต่าง ๆ เช่น แพร่ สกลนคร เชียงใหม่ จันทบุรี นครราชสีมา และเป็นหนึ่งในพันธมิตรโครงการ UCCN Co-Creative City Model ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัย การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่ง และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเมืองต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) (DASTA)

    นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) กล่าวว่า      “สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำระดับโลกด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับบริติช เคานซิล จึงเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนเสริมสร้างทักษะ พัฒนานวัตกรรม และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

    อนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยบนเวทีโลก

    ความแข็งแกร่งของประเทศไทยในด้านทุนทางวัฒนธรรมและความสามารถของนักสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากจะต้องได้รับการเสริมสร้างด้วยการนำมุมมองและกลยุทธ์ระดับโลก รวมไปถึงตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศ และพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ ความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร จึงมีส่วนสำคัญต่อการการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมขยายสู่ภูมิภาคอื่น ๆ บนเวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1550644&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cc6073BNC563XcxPPbPo6

  • พลิกโฉมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ด้วยพลังความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    ภายใต้ความท้าทายรอบด้านในโลกปัจจุบัน ทั้งความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล และกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้กลายเป็นขุมพลังขับเคลื่อนแห่งยุคสมัย นอกจากความสำคัญในเชิงมูลค่าและรายได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังหมายถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนทั่วโลก

    ในเวทีโลก สหราชอาณาจักรยืนหยัดเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าทึ่ง ด้วยอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่จ้างงานผู้คนกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจะเติบโตเป็น 3 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 124 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาท ต่อปี

    เฮเลน เฟซีย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้แสดงให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตได้ และในตอนนี้เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพในลักษณะเดียวกันให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านความร่วมมือกับอาเซียน”

    แดนนี ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรมองเห็นศักยภาพของกลุ่มอาเซียนในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถเติบโตได้ถึง 300,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท ในปี 2573 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศไทย เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าสูงถึง 8.01% ของ GDP”

    ด้วยเหตุนี้ หากประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่ ความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ของไทยก็จะโดดเด่นกว่าที่เคย การผนึกกำลังกับอาเซียนและสหราชอาณาจักรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการเติบโตของภูมิภาค

    ถอดรหัสศักยภาพไทยจากผลสำรวจระดับภูมิภาค

    โครงการ ASEAN-UK Advancing Creative Economy เกิดขึ้นจากทุนสนับสนุนร่วมกันระหว่างสำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน (UK Mission to ASEAN) และบริติช เคานซิล โดยดำเนินการร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน นับเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่มุ่งสนับสนุนการดำเนินงานตามพิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 2025 และแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะ 2016-2025 โดยมีบริติช เคานซิล ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานหลัก

    ผลสำรวจความคิดเห็นระดับภูมิภาคเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน (Regional Perception Poll on the ASEAN Creative Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ สะท้อนภาพให้เห็นถึงภูมิทัศน์ด้านการสร้างสรรค์ของอาเซียนในด้านต่าง ๆ โดยชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่น่าสนใจของประเทศไทย เช่น

    • จุดแข็งที่โดดเด่น: คนไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชอบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ท้องถิ่นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนถึง 39%    ที่นิยมบริโภคสินค้าเหล่านี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรืองานฝีมืออันประณีต ยิ่งไปกว่านั้น “ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น” ยังถือว่าเป็นเอกลักษณ์และจุดขายที่โดดเด่น เป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุดสำหรับนักสร้างสรรค์ไทย โดย 54% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่ามีผลอย่างมากต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของคนไทยว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและความมั่งคั่งของชาติ

    • ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม: ไม่ว่าจะเป็น ช่องว่างด้านทักษะ ที่ยังต้องการการเสริมสร้างทักษะดิจิทัล การคิดสร้างสรรค์ การตลาด การสร้างแบรนด์ และทักษะทางสังคมที่จำเป็น ช่องว่างด้านระบบนิเวศ ที่ยังต้องการสภาพแวดล้อมสร้างสรรค์ที่เอื้ออำนวยยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือ ช่องว่างด้านความร่วมมือ ซึ่ง 50% ของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ระบุว่าการขาดการประสานงานและความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นอุปสรรคสำคัญ

    เส้นทางสู่ความสำเร็จจากความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    โดยอิงจากผลสำรวจ Perception Poll โครงการ ASEAN–UK Advancing Creative Economy ยังคงสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ่มเพาะระบบนิเวศสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งทั่วทั้งอาเซียนและประเทศไทย

    • เสริมแกร่งทุนมนุษย์ ปิดช่องว่างทักษะ – มุ่งแก้ไขปัญหา “ทุนมนุษย์” ผ่านโครงการที่มุ่งยกระดับทักษะของผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ โครงการอบรมการจัดการเทศกาล ASEAN-UK ได้เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้จัดเทศกาลเพื่อการผลิตเทศกาลที่มีคุณภาพในระดับสากล นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ด้วยตนเองอย่าง Craft Toolkit (crafttoolkit.com) ซึ่งบริติช เคานซิล พัฒนาร่วมกับองค์กรด้านหัตถกรรมในสกอตแลนด์ ยังเป็นเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการทำธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับช่างฝีมือและธุรกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

    • วางรากฐานนโยบายและโครงสร้าง – ดำเนินโครงการด้านนโยบายรวมถึงงานวิจัย เพื่อพัฒนานโยบาย โครงสร้าง และองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค กรอบความยั่งยืนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน ช่วยกำหนดแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับประเทศในอาเซียนในการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการฝึกอบรมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบผสมผสาน (Hybrid Creative Economy Policy Training Programme) ช่วยให้    ผู้กำหนดนโยบายในอาเซียนเข้าใจเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น

    • เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคและนานาชาติ – สนับสนุนการเชื่อมโยงระดับโลกและระดับภูมิภาคเพื่อสร้างโอกาสในการร่วมมือและการสร้างสรรค์ โครงการ ASEAN-UK Music Delegation นำตัวแทนเทศกาลไทย เช่น Wonderfruit, Mahorasob และ Bangkok Music City เข้าร่วมเทศกาลดนตรีในสหราชอาณาจักรเพื่อพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรและเทศกาลอื่น ๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ บริติช เคานซิล ยังสนับสนุนผู้แทนรัฐบาลไทยในการเยือนเมืองสร้างสรรค์และเทศกาลต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร รวมถึงคณะศิลปินในการเข้าร่วมโครงการพำนักและเทศกาล เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ

    • พัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในไทย – ร่วมพัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในจังหวัดต่าง ๆ เช่น แพร่ สกลนคร เชียงใหม่ จันทบุรี นครราชสีมา และเป็นหนึ่งในพันธมิตรโครงการ UCCN Co-Creative City Model ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัย การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่ง และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเมืองต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) (DASTA)

    นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) กล่าวว่า      “สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำระดับโลกด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับบริติช เคานซิล จึงเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนเสริมสร้างทักษะ พัฒนานวัตกรรม และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

    อนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยบนเวทีโลก

    ความแข็งแกร่งของประเทศไทยในด้านทุนทางวัฒนธรรมและความสามารถของนักสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากจะต้องได้รับการเสริมสร้างด้วยการนำมุมมองและกลยุทธ์ระดับโลก รวมไปถึงตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศ และพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ ความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร จึงมีส่วนสำคัญต่อการการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมขยายสู่ภูมิภาคอื่น ๆ บนเวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1550644&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cc6073BNC563XcxPPbPo6

  • พลิกโฉมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ด้วยพลังความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    ภายใต้ความท้าทายรอบด้านในโลกปัจจุบัน ทั้งความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล และกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้กลายเป็นขุมพลังขับเคลื่อนแห่งยุคสมัย นอกจากความสำคัญในเชิงมูลค่าและรายได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังหมายถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนทั่วโลก

    ในเวทีโลก สหราชอาณาจักรยืนหยัดเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าทึ่ง ด้วยอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่จ้างงานผู้คนกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจะเติบโตเป็น 3 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 124 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาท ต่อปี

    เฮเลน เฟซีย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้แสดงให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตได้ และในตอนนี้เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพในลักษณะเดียวกันให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านความร่วมมือกับอาเซียน”

    แดนนี ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรมองเห็นศักยภาพของกลุ่มอาเซียนในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถเติบโตได้ถึง 300,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท ในปี 2573 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศไทย เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าสูงถึง 8.01% ของ GDP”

    ด้วยเหตุนี้ หากประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่ ความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ของไทยก็จะโดดเด่นกว่าที่เคย การผนึกกำลังกับอาเซียนและสหราชอาณาจักรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการเติบโตของภูมิภาค

    ถอดรหัสศักยภาพไทยจากผลสำรวจระดับภูมิภาค

    โครงการ ASEAN-UK Advancing Creative Economy เกิดขึ้นจากทุนสนับสนุนร่วมกันระหว่างสำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน (UK Mission to ASEAN) และบริติช เคานซิล โดยดำเนินการร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน นับเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่มุ่งสนับสนุนการดำเนินงานตามพิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 2025 และแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะ 2016-2025 โดยมีบริติช เคานซิล ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานหลัก

    ผลสำรวจความคิดเห็นระดับภูมิภาคเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน (Regional Perception Poll on the ASEAN Creative Economy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ สะท้อนภาพให้เห็นถึงภูมิทัศน์ด้านการสร้างสรรค์ของอาเซียนในด้านต่าง ๆ โดยชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่น่าสนใจของประเทศไทย เช่น

    • จุดแข็งที่โดดเด่น: คนไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชอบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ท้องถิ่นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนถึง 39%    ที่นิยมบริโภคสินค้าเหล่านี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรืองานฝีมืออันประณีต ยิ่งไปกว่านั้น “ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น” ยังถือว่าเป็นเอกลักษณ์และจุดขายที่โดดเด่น เป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุดสำหรับนักสร้างสรรค์ไทย โดย 54% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่ามีผลอย่างมากต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของคนไทยว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและความมั่งคั่งของชาติ

    • ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม: ไม่ว่าจะเป็น ช่องว่างด้านทักษะ ที่ยังต้องการการเสริมสร้างทักษะดิจิทัล การคิดสร้างสรรค์ การตลาด การสร้างแบรนด์ และทักษะทางสังคมที่จำเป็น ช่องว่างด้านระบบนิเวศ ที่ยังต้องการสภาพแวดล้อมสร้างสรรค์ที่เอื้ออำนวยยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือ ช่องว่างด้านความร่วมมือ ซึ่ง 50% ของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ระบุว่าการขาดการประสานงานและความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นอุปสรรคสำคัญ

    เส้นทางสู่ความสำเร็จจากความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร

    โดยอิงจากผลสำรวจ Perception Poll โครงการ ASEAN–UK Advancing Creative Economy ยังคงสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ่มเพาะระบบนิเวศสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งทั่วทั้งอาเซียนและประเทศไทย

    • เสริมแกร่งทุนมนุษย์ ปิดช่องว่างทักษะ – มุ่งแก้ไขปัญหา “ทุนมนุษย์” ผ่านโครงการที่มุ่งยกระดับทักษะของผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ โครงการอบรมการจัดการเทศกาล ASEAN-UK ได้เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้จัดเทศกาลเพื่อการผลิตเทศกาลที่มีคุณภาพในระดับสากล นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ด้วยตนเองอย่าง Craft Toolkit (crafttoolkit.com) ซึ่งบริติช เคานซิล พัฒนาร่วมกับองค์กรด้านหัตถกรรมในสกอตแลนด์ ยังเป็นเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการทำธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับช่างฝีมือและธุรกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

    • วางรากฐานนโยบายและโครงสร้าง – ดำเนินโครงการด้านนโยบายรวมถึงงานวิจัย เพื่อพัฒนานโยบาย โครงสร้าง และองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค กรอบความยั่งยืนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน ช่วยกำหนดแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับประเทศในอาเซียนในการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการฝึกอบรมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบผสมผสาน (Hybrid Creative Economy Policy Training Programme) ช่วยให้    ผู้กำหนดนโยบายในอาเซียนเข้าใจเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น

    • เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคและนานาชาติ – สนับสนุนการเชื่อมโยงระดับโลกและระดับภูมิภาคเพื่อสร้างโอกาสในการร่วมมือและการสร้างสรรค์ โครงการ ASEAN-UK Music Delegation นำตัวแทนเทศกาลไทย เช่น Wonderfruit, Mahorasob และ Bangkok Music City เข้าร่วมเทศกาลดนตรีในสหราชอาณาจักรเพื่อพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรและเทศกาลอื่น ๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ บริติช เคานซิล ยังสนับสนุนผู้แทนรัฐบาลไทยในการเยือนเมืองสร้างสรรค์และเทศกาลต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร รวมถึงคณะศิลปินในการเข้าร่วมโครงการพำนักและเทศกาล เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ

    • พัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในไทย – ร่วมพัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในจังหวัดต่าง ๆ เช่น แพร่ สกลนคร เชียงใหม่ จันทบุรี นครราชสีมา และเป็นหนึ่งในพันธมิตรโครงการ UCCN Co-Creative City Model ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัย การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่ง และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเมืองต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) (DASTA)

    นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) กล่าวว่า      “สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำระดับโลกด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับบริติช เคานซิล จึงเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนเสริมสร้างทักษะ พัฒนานวัตกรรม และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

    อนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยบนเวทีโลก

    ความแข็งแกร่งของประเทศไทยในด้านทุนทางวัฒนธรรมและความสามารถของนักสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากจะต้องได้รับการเสริมสร้างด้วยการนำมุมมองและกลยุทธ์ระดับโลก รวมไปถึงตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศ และพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ ความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักร จึงมีส่วนสำคัญต่อการการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมขยายสู่ภูมิภาคอื่น ๆ บนเวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1550644&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cc6073BNC563XcxPPbPo6