Category: ไอที

  • CGSI : กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทย ในปี 69 ระมัดระวังการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เพราะคาด GDP เติบโตลดลง และเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง   – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้จัดงาน “CGSI Regional Financial Conference” โดยมีผู้บริหารจาก KBANK, TISCO, CREDIT และ KTC เข้าร่วมงาน หัวข้อหลักคุยกันเรื่องสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน, ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจปี 2026

    โดย KBANK ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการปล่อยสินเชื่อใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่กล่าว ว่า GDP ในพื้นที่น้ำท่วมคิดเป็น 2.6% ของ GDP ไทยในปี 68 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าภัยพิบัติครั้งนี้จะกระทบอัตราการเติบโตของ GDP ในปี 69 เพียง 0.1-0.2% อย่างไรก็ตาม KBANK มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามแนวทางของธปท.

    ด้าน TISCO เผยว่า สินเชื่อในภาคใต้ของไทยคิดเป็น 3-4% ของยอดสินเชื่อรวมในไตรมาส 3/68 และสินเชื่อในพื้นที่น้ำท่วมจะมีสัดส่วนลดลงอีก หมายความว่าผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และอัตราการสำรองหนี้สูญ น่าจะมีเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม TISCO มีท่าทีระมัดระวังมากขึ้นกับการดำเนินธุรกิจในปี 69 เนื่องจาก GDP มีแนวโน้มขยายตัวต่ำ และสถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังคงเปราะบาง นอกจากนี้ TISCO ยังปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยชะลอการเพิ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูง พร้อมกับเพิ่มความเข้มงวดของเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อทุกกลุ่ม

    ขณะที่ CREDIT คาดการณ์ว่าสินเชื่อในปี 69 จะขยายตัว 10-15% แม้ว่าธนาคารจะเพิ่มความเข้มงวดของมาตรฐานการให้สินเชื่อ ส่วนกลุ่มที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่อในปี 69 คือ สินเชื่อ Micro SME, สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน และสินเชื่อบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน โดย CREDIT แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์อื่นตรงที่เน้นลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย และไม่มีการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าธุรกิจหรือ SME ขนาดใหญ่

    สำหรับ  KTC ระบุว่า เป้าหมายในปี 69 จะต่ำกว่าปี 68 เนื่องจากบริษัทต้องการรักษามาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อที่รอบคอบสำหรับสินเชื่อทุกกลุ่ม และมองว่าเศรษฐกิจมหภาคและสถานการณ์ตลาดในปี 69 ยังคงท้าทายสำหรับผู้ให้บริการสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน

    ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) กลุ่มธนาคารไทย เพราะแม้ว่าจะขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้น แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงน่าสนใจ ปัจจุบันกลุ่มธนาคารไทยซื้อขายอยู่ที่ P/BV ล่วงหน้า 0.7 เท่าในปี 69 หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 0.64 เท่าเล็กน้อย เลือก SCB และ KBANK เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม จากคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 5.5-9.5% ต่อปีในปี 69-70 โดยกลุ่มธนาคารจะมี downside risk หาก NPL เพิ่มสูงขึ้นและธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม

    ส่วน upside risk น่าจะมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น เพราะอาจช่วยกระตุ้นการบริโภค รวมถึงมาตรการภาษีของสหรัฐที่ดีกว่าที่คาดการณ์และการเปิดตัวโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/09/601564/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fHTOMR3CoKlHTu7H3laDl

  • CGSI : กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทย ในปี 69 ระมัดระวังการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เพราะคาด GDP เติบโตลดลง และเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง   – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้จัดงาน “CGSI Regional Financial Conference” โดยมีผู้บริหารจาก KBANK, TISCO, CREDIT และ KTC เข้าร่วมงาน หัวข้อหลักคุยกันเรื่องสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน, ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจปี 2026

    โดย KBANK ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการปล่อยสินเชื่อใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่กล่าว ว่า GDP ในพื้นที่น้ำท่วมคิดเป็น 2.6% ของ GDP ไทยในปี 68 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าภัยพิบัติครั้งนี้จะกระทบอัตราการเติบโตของ GDP ในปี 69 เพียง 0.1-0.2% อย่างไรก็ตาม KBANK มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามแนวทางของธปท.

    ด้าน TISCO เผยว่า สินเชื่อในภาคใต้ของไทยคิดเป็น 3-4% ของยอดสินเชื่อรวมในไตรมาส 3/68 และสินเชื่อในพื้นที่น้ำท่วมจะมีสัดส่วนลดลงอีก หมายความว่าผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และอัตราการสำรองหนี้สูญ น่าจะมีเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม TISCO มีท่าทีระมัดระวังมากขึ้นกับการดำเนินธุรกิจในปี 69 เนื่องจาก GDP มีแนวโน้มขยายตัวต่ำ และสถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังคงเปราะบาง นอกจากนี้ TISCO ยังปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยชะลอการเพิ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูง พร้อมกับเพิ่มความเข้มงวดของเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อทุกกลุ่ม

    ขณะที่ CREDIT คาดการณ์ว่าสินเชื่อในปี 69 จะขยายตัว 10-15% แม้ว่าธนาคารจะเพิ่มความเข้มงวดของมาตรฐานการให้สินเชื่อ ส่วนกลุ่มที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่อในปี 69 คือ สินเชื่อ Micro SME, สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน และสินเชื่อบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน โดย CREDIT แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์อื่นตรงที่เน้นลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย และไม่มีการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าธุรกิจหรือ SME ขนาดใหญ่

    สำหรับ  KTC ระบุว่า เป้าหมายในปี 69 จะต่ำกว่าปี 68 เนื่องจากบริษัทต้องการรักษามาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อที่รอบคอบสำหรับสินเชื่อทุกกลุ่ม และมองว่าเศรษฐกิจมหภาคและสถานการณ์ตลาดในปี 69 ยังคงท้าทายสำหรับผู้ให้บริการสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน

    ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) กลุ่มธนาคารไทย เพราะแม้ว่าจะขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้น แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงน่าสนใจ ปัจจุบันกลุ่มธนาคารไทยซื้อขายอยู่ที่ P/BV ล่วงหน้า 0.7 เท่าในปี 69 หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 0.64 เท่าเล็กน้อย เลือก SCB และ KBANK เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม จากคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 5.5-9.5% ต่อปีในปี 69-70 โดยกลุ่มธนาคารจะมี downside risk หาก NPL เพิ่มสูงขึ้นและธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม

    ส่วน upside risk น่าจะมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น เพราะอาจช่วยกระตุ้นการบริโภค รวมถึงมาตรการภาษีของสหรัฐที่ดีกว่าที่คาดการณ์และการเปิดตัวโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/09/601564/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fHTOMR3CoKlHTu7H3laDl

  • CGSI : กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทย ในปี 69 ระมัดระวังการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เพราะคาด GDP เติบโตลดลง และเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง   – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้จัดงาน “CGSI Regional Financial Conference” โดยมีผู้บริหารจาก KBANK, TISCO, CREDIT และ KTC เข้าร่วมงาน หัวข้อหลักคุยกันเรื่องสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน, ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจปี 2026

    โดย KBANK ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการปล่อยสินเชื่อใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่กล่าว ว่า GDP ในพื้นที่น้ำท่วมคิดเป็น 2.6% ของ GDP ไทยในปี 68 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าภัยพิบัติครั้งนี้จะกระทบอัตราการเติบโตของ GDP ในปี 69 เพียง 0.1-0.2% อย่างไรก็ตาม KBANK มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามแนวทางของธปท.

    ด้าน TISCO เผยว่า สินเชื่อในภาคใต้ของไทยคิดเป็น 3-4% ของยอดสินเชื่อรวมในไตรมาส 3/68 และสินเชื่อในพื้นที่น้ำท่วมจะมีสัดส่วนลดลงอีก หมายความว่าผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และอัตราการสำรองหนี้สูญ น่าจะมีเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม TISCO มีท่าทีระมัดระวังมากขึ้นกับการดำเนินธุรกิจในปี 69 เนื่องจาก GDP มีแนวโน้มขยายตัวต่ำ และสถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังคงเปราะบาง นอกจากนี้ TISCO ยังปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยชะลอการเพิ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูง พร้อมกับเพิ่มความเข้มงวดของเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อทุกกลุ่ม

    ขณะที่ CREDIT คาดการณ์ว่าสินเชื่อในปี 69 จะขยายตัว 10-15% แม้ว่าธนาคารจะเพิ่มความเข้มงวดของมาตรฐานการให้สินเชื่อ ส่วนกลุ่มที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่อในปี 69 คือ สินเชื่อ Micro SME, สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน และสินเชื่อบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน โดย CREDIT แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์อื่นตรงที่เน้นลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย และไม่มีการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าธุรกิจหรือ SME ขนาดใหญ่

    สำหรับ  KTC ระบุว่า เป้าหมายในปี 69 จะต่ำกว่าปี 68 เนื่องจากบริษัทต้องการรักษามาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อที่รอบคอบสำหรับสินเชื่อทุกกลุ่ม และมองว่าเศรษฐกิจมหภาคและสถานการณ์ตลาดในปี 69 ยังคงท้าทายสำหรับผู้ให้บริการสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน

    ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) กลุ่มธนาคารไทย เพราะแม้ว่าจะขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้น แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงน่าสนใจ ปัจจุบันกลุ่มธนาคารไทยซื้อขายอยู่ที่ P/BV ล่วงหน้า 0.7 เท่าในปี 69 หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 0.64 เท่าเล็กน้อย เลือก SCB และ KBANK เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม จากคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 5.5-9.5% ต่อปีในปี 69-70 โดยกลุ่มธนาคารจะมี downside risk หาก NPL เพิ่มสูงขึ้นและธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม

    ส่วน upside risk น่าจะมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น เพราะอาจช่วยกระตุ้นการบริโภค รวมถึงมาตรการภาษีของสหรัฐที่ดีกว่าที่คาดการณ์และการเปิดตัวโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/09/601564/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fHTOMR3CoKlHTu7H3laDl

  • ผู้ว่าฯภูเก็ต ลงพื้นที่ป่าตองติดตามการบริหาร จัดการน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย คมนาคม | TOPNEWS

    วันนี้ (9 ธันวาคม 2568) เวลา 14.00 น. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ป่าตอง อำเภอกะทู้ เพื่อร่วมรับฟังปัญหาและหารือการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ การระบายน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย รวมถึงมาตรการคมนาคมและความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยมี นายอัครพล สุทธิรักษ์ จิตต์สุภาพ นายอำเภอกะทู้  นางลลิตา มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง, นายษณกร กี่สิ้น นายอาวุธ หนูเชต นายประสาร ประทีป ณ ถลาง รองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง , คณะผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

    คณะได้ลงพื้นที่ที่ ประตูระบายน้ำคลองปากบาง ซึ่งเพิ่งส่งมอบจากกรมโยธาธิการและผังเมืองให้เทศบาลเมืองป่าตอง ดูแล โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้พูดคุยถึงแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและการจัดการขยะต้นทาง โดยเทศบาลเตรียมติดตั้งระบบเก็บขยะอัตโนมัติบริเวณประตูระบายน้ำ เพื่อช่วยลดปัญหาขยะอุดตันและเสริมความพร้อมของพื้นที่ในช่วงฤดูฝน

    ด้านปัญหาน้ำเสีย ป่าตองมีน้ำเสียเฉลี่ยราว 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่โรงบำบัดรองรับได้ 30,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่ยังมีความท้าทายจาก “ตะกอนสะสมในคลองปากบาง” ซึ่งไม่ได้ขุดลอกมานาน ทำให้เมื่อน้ำหลาก น้ำเสียและตะกอนถูกพัดลงทะเล กระทบต่อคุณภาพน้ำชายหาด ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของภูเก็ต

    ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้หารือแนวทางพัฒนาระยะเร่งด่วนและระยะยาว ได้แก่เร่งขุดลอกคลองปากบางเพื่อคืนสมดุลการไหลของน้ำ การพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียให้รองรับการขยายตัวของชุมชนและสถานประกอบการ และส่งเสริมการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ให้มากที่สุด

    หลังจากนั้น คณะได้ลงพื้นที่ ถนนหลวงปู่สุภา เพื่อดูสภาพความพร้อมด้านการคมนาคมและการเดินทางในช่วงไฮซีซั่น พร้อมรับฟังข้อเสนอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงการสัญจรให้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้คณะยังได้เยี่ยมชมการทำงานของ โรงบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองป่าตอง พูดคุยถึงการบริหารจัดการน้ำเสีย การกักเก็บน้ำ และมาตรการควบคุมคุณภาพน้ำก่อนปล่อยลงทะเล เพื่อให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับมาตรฐานเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

    ปิดท้ายด้วยการลงพื้นที่ ชายหาดป่าตอง และซอยบางลา เพื่อร่วมพูดคุยกับหน่วยงานดูแลพื้นที่ด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สภาพแวดล้อมชายหาด และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมกันดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ภูเก็ตเป็นเมืองที่สวยงามและปลอดภัยของทุกคนที่มาเยือน

    ภาพ/ข่าว จิระชัย เกษมพิมลพร ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ภูเก็ต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1418583&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bJfqJ9mjh16O64by2GQrH

  • ลดดุส่งท้ายปี! “POWER BUY EXPO 2025” ลดหนักถึง 80% ที่ไบเทค บางนา

    ลดดุส่งท้ายปี! “POWER BUY EXPO 2025” ลดหนักถึง 80% ที่ไบเทค บางนา

    ใครที่กำลังเล็งจะเปลี่ยนทีวีใหม่ แอร์ตัวใหม่ หรือหาของขวัญปีใหม่เป็นแกดเจ็ตล้ำๆ ต้องรีบพุ่งตัวไปงานนี้ด่วน! เพาเวอร์บาย (Power Buy) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กลับมาปลุกตลาดโค้งสุดท้ายของปี 2025 ด้วยมหกรรมลดราคาครั้งใหญ่ “POWER BUY EXPO 2025”

    งานนี้ขนทัพสินค้ามาครบทุกหมวด ไม่ว่าจะเป็น ทีวี, ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, เครื่องปรับอากาศ ไปจนถึงสินค้าไอทีและแกดเจ็ต โดยปักหลักจัดโปรฯ แรงกันที่ ไบเทค บางนา ตั้งแต่วันนี้ – 14 ธันวาคม 2568 เท่านั้น

     592024

    ไฮไลท์เด็ดที่ไม่ควรพลาด

    งานนี้ไม่ได้มาแค่ลดราคาปกติ แต่จัดเต็มด้วยดีลพิเศษเพียบ 

    • ลดล้างสต็อก: สินค้าลดสูงสุดถึง 80%
    • โปรฯ แรง 1 แถม 1: สินค้าที่ร่วมรายการ ซื้อ 1 ได้ฟรีอีก 1 คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
    • คูปองส่วนลด: รับคูปองส่วนลดเพิ่มรวมสูงสุด 4,600 บาท
    • แลกซื้อสุดคุ้ม: ช้อปครบเพียง 500 บาท ก็รับสิทธิ์แลกซื้อสินค้าราคาพิเศษได้เลย
    • เก่าแลกใหม่ (Trade-in): เอาเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่ามาแลกรับส่วนลดซื้อเครื่องใหม่ ได้ส่วนลดสูงสุดถึง 10,000 บาท (ช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์แถมได้ส่วนลดด้วย)

    โปรลดเพิ่ม 3 ต่อ 

    ใครซื้อเยอะ ยิ่งคุ้ม เพราะมีส่วนลดเพิ่มให้อีก 3 ชั้น

    • ชั้นที่ 1: ลดทันทีสูงสุด 10% (สำหรับทีวี, แอร์, ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ร่วมรายการ)
    • ชั้นที่ 2: ยิ่งซื้อเยอะ ยิ่งลดเพิ่มอีกสูงสุด 10% (เมื่อครบยอดที่กำหนด)
    • ชั้นที่ 3: ลดเพิ่มอีกสูงสุด 15% (ตามเงื่อนไขยอดซื้อ)

    พิเศษ! สมาชิก The 1 แลกคะแนนลดเพิ่มได้อีกสูงสุด 800 บาท

    นอกจากนี้ยังได้สิทธิพิเศษบัตรเครดิตตั้งแต่ ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน แลกคะแนนบัตรเครดิตลดเพิ่มสูงสุด 25% หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 40,000 บาท แถมจัดส่งและติดตั้งฟรีถึงบ้าน

    ใครกำลังมองหาความคุ้มค่าส่งท้ายปี ห้ามพลาดงานนี้เด็ดขาดเดินทางไปเดินงานได้ที่ ไบเทค บางนา ตั้งแต่วันนี้ – 14 ธันวาคม 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/hitech/1619983/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PmvCRqRdMeVsqkENKNaF_

  • CGSI : กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทย ในปี 69 ระมัดระวังการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เพราะคาด GDP เติบโตลดลง และเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง   – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้จัดงาน “CGSI Regional Financial Conference” โดยมีผู้บริหารจาก KBANK, TISCO, CREDIT และ KTC เข้าร่วมงาน หัวข้อหลักคุยกันเรื่องสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน, ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจปี 2026

    โดย KBANK ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการปล่อยสินเชื่อใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่กล่าว ว่า GDP ในพื้นที่น้ำท่วมคิดเป็น 2.6% ของ GDP ไทยในปี 68 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าภัยพิบัติครั้งนี้จะกระทบอัตราการเติบโตของ GDP ในปี 69 เพียง 0.1-0.2% อย่างไรก็ตาม KBANK มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามแนวทางของธปท.

    ด้าน TISCO เผยว่า สินเชื่อในภาคใต้ของไทยคิดเป็น 3-4% ของยอดสินเชื่อรวมในไตรมาส 3/68 และสินเชื่อในพื้นที่น้ำท่วมจะมีสัดส่วนลดลงอีก หมายความว่าผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และอัตราการสำรองหนี้สูญ น่าจะมีเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม TISCO มีท่าทีระมัดระวังมากขึ้นกับการดำเนินธุรกิจในปี 69 เนื่องจาก GDP มีแนวโน้มขยายตัวต่ำ และสถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังคงเปราะบาง นอกจากนี้ TISCO ยังปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยชะลอการเพิ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูง พร้อมกับเพิ่มความเข้มงวดของเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อทุกกลุ่ม

    ขณะที่ CREDIT คาดการณ์ว่าสินเชื่อในปี 69 จะขยายตัว 10-15% แม้ว่าธนาคารจะเพิ่มความเข้มงวดของมาตรฐานการให้สินเชื่อ ส่วนกลุ่มที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่อในปี 69 คือ สินเชื่อ Micro SME, สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน และสินเชื่อบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน โดย CREDIT แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์อื่นตรงที่เน้นลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย และไม่มีการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าธุรกิจหรือ SME ขนาดใหญ่

    สำหรับ  KTC ระบุว่า เป้าหมายในปี 69 จะต่ำกว่าปี 68 เนื่องจากบริษัทต้องการรักษามาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อที่รอบคอบสำหรับสินเชื่อทุกกลุ่ม และมองว่าเศรษฐกิจมหภาคและสถานการณ์ตลาดในปี 69 ยังคงท้าทายสำหรับผู้ให้บริการสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน

    ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) กลุ่มธนาคารไทย เพราะแม้ว่าจะขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้น แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงน่าสนใจ ปัจจุบันกลุ่มธนาคารไทยซื้อขายอยู่ที่ P/BV ล่วงหน้า 0.7 เท่าในปี 69 หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 0.64 เท่าเล็กน้อย เลือก SCB และ KBANK เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม จากคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 5.5-9.5% ต่อปีในปี 69-70 โดยกลุ่มธนาคารจะมี downside risk หาก NPL เพิ่มสูงขึ้นและธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม

    ส่วน upside risk น่าจะมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น เพราะอาจช่วยกระตุ้นการบริโภค รวมถึงมาตรการภาษีของสหรัฐที่ดีกว่าที่คาดการณ์และการเปิดตัวโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/09/601564/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fHTOMR3CoKlHTu7H3laDl

  • CGSI : กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทย ในปี 69 ระมัดระวังการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เพราะคาด GDP เติบโตลดลง และเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง   – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้จัดงาน “CGSI Regional Financial Conference” โดยมีผู้บริหารจาก KBANK, TISCO, CREDIT และ KTC เข้าร่วมงาน หัวข้อหลักคุยกันเรื่องสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน, ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจปี 2026

    โดย KBANK ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการปล่อยสินเชื่อใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่กล่าว ว่า GDP ในพื้นที่น้ำท่วมคิดเป็น 2.6% ของ GDP ไทยในปี 68 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าภัยพิบัติครั้งนี้จะกระทบอัตราการเติบโตของ GDP ในปี 69 เพียง 0.1-0.2% อย่างไรก็ตาม KBANK มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามแนวทางของธปท.

    ด้าน TISCO เผยว่า สินเชื่อในภาคใต้ของไทยคิดเป็น 3-4% ของยอดสินเชื่อรวมในไตรมาส 3/68 และสินเชื่อในพื้นที่น้ำท่วมจะมีสัดส่วนลดลงอีก หมายความว่าผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และอัตราการสำรองหนี้สูญ น่าจะมีเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม TISCO มีท่าทีระมัดระวังมากขึ้นกับการดำเนินธุรกิจในปี 69 เนื่องจาก GDP มีแนวโน้มขยายตัวต่ำ และสถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังคงเปราะบาง นอกจากนี้ TISCO ยังปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยชะลอการเพิ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูง พร้อมกับเพิ่มความเข้มงวดของเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อทุกกลุ่ม

    ขณะที่ CREDIT คาดการณ์ว่าสินเชื่อในปี 69 จะขยายตัว 10-15% แม้ว่าธนาคารจะเพิ่มความเข้มงวดของมาตรฐานการให้สินเชื่อ ส่วนกลุ่มที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่อในปี 69 คือ สินเชื่อ Micro SME, สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน และสินเชื่อบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน โดย CREDIT แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์อื่นตรงที่เน้นลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย และไม่มีการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าธุรกิจหรือ SME ขนาดใหญ่

    สำหรับ  KTC ระบุว่า เป้าหมายในปี 69 จะต่ำกว่าปี 68 เนื่องจากบริษัทต้องการรักษามาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อที่รอบคอบสำหรับสินเชื่อทุกกลุ่ม และมองว่าเศรษฐกิจมหภาคและสถานการณ์ตลาดในปี 69 ยังคงท้าทายสำหรับผู้ให้บริการสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน

    ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) กลุ่มธนาคารไทย เพราะแม้ว่าจะขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้น แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงน่าสนใจ ปัจจุบันกลุ่มธนาคารไทยซื้อขายอยู่ที่ P/BV ล่วงหน้า 0.7 เท่าในปี 69 หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 0.64 เท่าเล็กน้อย เลือก SCB และ KBANK เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม จากคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 5.5-9.5% ต่อปีในปี 69-70 โดยกลุ่มธนาคารจะมี downside risk หาก NPL เพิ่มสูงขึ้นและธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม

    ส่วน upside risk น่าจะมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น เพราะอาจช่วยกระตุ้นการบริโภค รวมถึงมาตรการภาษีของสหรัฐที่ดีกว่าที่คาดการณ์และการเปิดตัวโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/09/601564/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fHTOMR3CoKlHTu7H3laDl

  • CGSI : กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทย ในปี 69 ระมัดระวังการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เพราะคาด GDP เติบโตลดลง และเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง   – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้จัดงาน “CGSI Regional Financial Conference” โดยมีผู้บริหารจาก KBANK, TISCO, CREDIT และ KTC เข้าร่วมงาน หัวข้อหลักคุยกันเรื่องสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน, ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจปี 2026

    โดย KBANK ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการปล่อยสินเชื่อใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่กล่าว ว่า GDP ในพื้นที่น้ำท่วมคิดเป็น 2.6% ของ GDP ไทยในปี 68 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าภัยพิบัติครั้งนี้จะกระทบอัตราการเติบโตของ GDP ในปี 69 เพียง 0.1-0.2% อย่างไรก็ตาม KBANK มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามแนวทางของธปท.

    ด้าน TISCO เผยว่า สินเชื่อในภาคใต้ของไทยคิดเป็น 3-4% ของยอดสินเชื่อรวมในไตรมาส 3/68 และสินเชื่อในพื้นที่น้ำท่วมจะมีสัดส่วนลดลงอีก หมายความว่าผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และอัตราการสำรองหนี้สูญ น่าจะมีเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม TISCO มีท่าทีระมัดระวังมากขึ้นกับการดำเนินธุรกิจในปี 69 เนื่องจาก GDP มีแนวโน้มขยายตัวต่ำ และสถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังคงเปราะบาง นอกจากนี้ TISCO ยังปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยชะลอการเพิ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูง พร้อมกับเพิ่มความเข้มงวดของเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อทุกกลุ่ม

    ขณะที่ CREDIT คาดการณ์ว่าสินเชื่อในปี 69 จะขยายตัว 10-15% แม้ว่าธนาคารจะเพิ่มความเข้มงวดของมาตรฐานการให้สินเชื่อ ส่วนกลุ่มที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่อในปี 69 คือ สินเชื่อ Micro SME, สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน และสินเชื่อบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน โดย CREDIT แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์อื่นตรงที่เน้นลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย และไม่มีการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าธุรกิจหรือ SME ขนาดใหญ่

    สำหรับ  KTC ระบุว่า เป้าหมายในปี 69 จะต่ำกว่าปี 68 เนื่องจากบริษัทต้องการรักษามาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อที่รอบคอบสำหรับสินเชื่อทุกกลุ่ม และมองว่าเศรษฐกิจมหภาคและสถานการณ์ตลาดในปี 69 ยังคงท้าทายสำหรับผู้ให้บริการสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน

    ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) กลุ่มธนาคารไทย เพราะแม้ว่าจะขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้น แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงน่าสนใจ ปัจจุบันกลุ่มธนาคารไทยซื้อขายอยู่ที่ P/BV ล่วงหน้า 0.7 เท่าในปี 69 หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 0.64 เท่าเล็กน้อย เลือก SCB และ KBANK เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม จากคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 5.5-9.5% ต่อปีในปี 69-70 โดยกลุ่มธนาคารจะมี downside risk หาก NPL เพิ่มสูงขึ้นและธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม

    ส่วน upside risk น่าจะมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น เพราะอาจช่วยกระตุ้นการบริโภค รวมถึงมาตรการภาษีของสหรัฐที่ดีกว่าที่คาดการณ์และการเปิดตัวโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/09/601564/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fHTOMR3CoKlHTu7H3laDl

  • “พิษณุโลกโมเดล” สร้างชื่อ! ต้นแบบการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจนในเวทีอาเซียน | TOPNEWS

    วันนี้ 9 ธันวาคม 2568 นางศศิวัณย์ ศรีพรหม นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง 1 ได้รับเกียรติเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมเสวนาใน Session 1: SDG 1 – Road to “No Poverty” ASEAN ภายใต้หัวข้อ 14th ASEAN Public Private People Partnership Forum on Rural Development and Poverty Eradication (การประชุมเวทีความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนแห่งอาเซียน ครั้งที่ 14 ว่าด้วยการพัฒนาชนบทและการขจัดความยากจน) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568

    นางศศิวัณย์ได้นำเสนอ “พิษณุโลกโมเดล” ซึ่งเป็นต้นแบบการพัฒนาชนบทที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง และเป็นกลไกสำคัญในการขจัดความยากจนในพื้นที่ โดยโมเดลนี้ได้ส่งผลให้ GPP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด) ของจังหวัดพิษณุโลกก้าวขึ้นเป็น อันดับ 1 ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง

    ความร่วมมือทุกภาคส่วน : กุญแจสู่ความสำเร็จของโมเดลความสำเร็จของพิษณุโลกโมเดลมาจากความร่วมมือและการบูรณาการทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง ทั้ง ภาครัฐบาล ภาคเอกชน ชุมชน และภาควิชาการ โดยมีกลไกผลักดันผ่านการสนับสนุนจากหน่วยงานสำคัญ อาทิ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงสถาบันการศึกษาในพื้นที่

    ตัวอย่างความสำเร็จจากชุมชน : โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ เช่น บ้านร่องกล้า, บ้านน้ำจวง, และตลาดเด็กดอย ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

    เสียงตอบรับจากนานาชาติอาเซียน : การนำเสนอของนางศศิวัณย์ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นตัวแทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นกลไกการร่วมมือแบบ Public-Private-People Partnership (PPPP) ที่พิษณุโลกใช้ขับเคลื่อน ผู้แทนจากหลากหลายประเทศแสดงความสนใจอย่างลึกซึ้งในการนำรูปแบบและหลักการของ “พิษณุโลกโมเดล” ไปขยายผลต่อยอดเพื่อประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจนในภาคเอกชนของประเทศตนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1418254&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GoUUDFDP4j5K5C9y_eo3X

  • CGSI : กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทย ในปี 69 ระมัดระวังการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เพราะคาด GDP เติบโตลดลง และเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง   – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้จัดงาน “CGSI Regional Financial Conference” โดยมีผู้บริหารจาก KBANK, TISCO, CREDIT และ KTC เข้าร่วมงาน หัวข้อหลักคุยกันเรื่องสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน, ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจปี 2026

    โดย KBANK ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการปล่อยสินเชื่อใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่กล่าว ว่า GDP ในพื้นที่น้ำท่วมคิดเป็น 2.6% ของ GDP ไทยในปี 68 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าภัยพิบัติครั้งนี้จะกระทบอัตราการเติบโตของ GDP ในปี 69 เพียง 0.1-0.2% อย่างไรก็ตาม KBANK มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามแนวทางของธปท.

    ด้าน TISCO เผยว่า สินเชื่อในภาคใต้ของไทยคิดเป็น 3-4% ของยอดสินเชื่อรวมในไตรมาส 3/68 และสินเชื่อในพื้นที่น้ำท่วมจะมีสัดส่วนลดลงอีก หมายความว่าผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และอัตราการสำรองหนี้สูญ น่าจะมีเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม TISCO มีท่าทีระมัดระวังมากขึ้นกับการดำเนินธุรกิจในปี 69 เนื่องจาก GDP มีแนวโน้มขยายตัวต่ำ และสถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังคงเปราะบาง นอกจากนี้ TISCO ยังปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยชะลอการเพิ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูง พร้อมกับเพิ่มความเข้มงวดของเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อทุกกลุ่ม

    ขณะที่ CREDIT คาดการณ์ว่าสินเชื่อในปี 69 จะขยายตัว 10-15% แม้ว่าธนาคารจะเพิ่มความเข้มงวดของมาตรฐานการให้สินเชื่อ ส่วนกลุ่มที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่อในปี 69 คือ สินเชื่อ Micro SME, สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน และสินเชื่อบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน โดย CREDIT แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์อื่นตรงที่เน้นลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย และไม่มีการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าธุรกิจหรือ SME ขนาดใหญ่

    สำหรับ  KTC ระบุว่า เป้าหมายในปี 69 จะต่ำกว่าปี 68 เนื่องจากบริษัทต้องการรักษามาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อที่รอบคอบสำหรับสินเชื่อทุกกลุ่ม และมองว่าเศรษฐกิจมหภาคและสถานการณ์ตลาดในปี 69 ยังคงท้าทายสำหรับผู้ให้บริการสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน

    ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) กลุ่มธนาคารไทย เพราะแม้ว่าจะขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้น แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงน่าสนใจ ปัจจุบันกลุ่มธนาคารไทยซื้อขายอยู่ที่ P/BV ล่วงหน้า 0.7 เท่าในปี 69 หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 0.64 เท่าเล็กน้อย เลือก SCB และ KBANK เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม จากคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 5.5-9.5% ต่อปีในปี 69-70 โดยกลุ่มธนาคารจะมี downside risk หาก NPL เพิ่มสูงขึ้นและธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม

    ส่วน upside risk น่าจะมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น เพราะอาจช่วยกระตุ้นการบริโภค รวมถึงมาตรการภาษีของสหรัฐที่ดีกว่าที่คาดการณ์และการเปิดตัวโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/09/601564/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fHTOMR3CoKlHTu7H3laDl