Category: ไอที

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    SOCAIL 16-9_2o

    SOCAIL 16-9_2o

    เทศบาลตำบลบางเมือง จัดกิจกรรมอบรมดูแลส่งเสริมสุขภาพด้วยสมุนไพรไทย

    ส่องลุคแฟชั่นผ้าไทยสไตล์ “ซาบีดา” สวมใส่ชุดอัตลักษณ์พื้นถิ่น เปิดงานเที่ยวชุมชน ยลวิถี นุ่งซิ่นหมี่คั่นน้อย มรดกภูมิปัญญาชาวไทยหล่ม จ.เพชรบูรณ์

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    SOCAIL 16-9_2o

    596413524_891646523293464_7164627788404533523_n

    ส่องลุคแฟชั่นผ้าไทยสไตล์ “ซาบีดา” สวมใส่ชุดอัตลักษณ์พื้นถิ่น เปิดงานเที่ยวชุมชน ยลวิถี นุ่งซิ่นหมี่คั่นน้อย มรดกภูมิปัญญาชาวไทยหล่ม จ.เพชรบูรณ์

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) อากาศเย็นยะเยือกในจีนเปลี่ยน ‘เต้าหู้’เป็นใบมีด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    596413524_891646523293464_7164627788404533523_n

    5111

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) อากาศเย็นยะเยือกในจีนเปลี่ยน ‘เต้าหู้’เป็นใบมีด

    BDMS Wellness Clinic เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ตะวันออกกลาง “เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    596413524_891646523293464_7164627788404533523_n

    5111

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) อากาศเย็นยะเยือกในจีนเปลี่ยน ‘เต้าหู้’เป็นใบมีด

    BDMS Wellness Clinic เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ตะวันออกกลาง “เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    596413524_891646523293464_7164627788404533523_n

    5111

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) อากาศเย็นยะเยือกในจีนเปลี่ยน ‘เต้าหู้’เป็นใบมีด

    BDMS Wellness Clinic เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ตะวันออกกลาง “เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    596413524_891646523293464_7164627788404533523_n

    5111

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) อากาศเย็นยะเยือกในจีนเปลี่ยน ‘เต้าหู้’เป็นใบมีด

    BDMS Wellness Clinic เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ตะวันออกกลาง “เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • BDMS Wellness Clinic เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ตะวันออกกลาง “เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก” | TOPNEWS

    10 ธันวาคม 2568 – บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ได้รับเกียรติจาก นางสาววารุณี ปั้นกระจ่าง เอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน เพื่อหารือแนวทางสานต่อความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างไทยและโอมาน ภายใต้แนวคิด “Health Vision 2050” ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ระยะยาวด้านระบบสุขภาพของโอมานในมิติที่สำคัญ ทั้งด้านการเงินสุขภาพ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การให้บริการทางการแพทย์ เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจและวิสัยทัศน์ Wellness Hub Thailand ของนายแพทย์ตนุพล ในการผลักดัน Wellness Tourism ของไทยสู่ระดับสากล พร้อมผลักดันประเทศไทยให้เป็น Wellness Hub ระดับโลก

    Wealthy but Unhealthy: ความร่ำรวยอย่างเดียว อาจไม่ตอบโจทย์? เมื่อโอมานกำลังเผชิญความท้าทายจาก NCDs ในสังคมผู้สูงวัย

    โอมานนับเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพสูงของภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น ทั้งในด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสุขภาพ สะท้อนจากข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ณ เดือนพฤษภาคม 2568 ซึ่งระบุว่า กลุ่มประเทศความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) มี GDP รวมสูงถึง 2.16 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 44.51% ของ GDP ทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง และ 1.89% ของ GDP โลก พร้อมจำนวนประชากร 62.47 ล้านคน และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ในระดับสูงติดอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค ด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง รวมถึงความต้องการบริการสุขภาพคุณภาพระดับพรีเมียมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม แม้โอมานจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจมั่งคั่งและมีรายได้ต่อบุคคลสูง แต่ประชากรยังคงเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งถือเป็นปัญหาหลัก โดยข้อมูลจาก World Health Organization หรือ WHO เผยว่า กว่า 80% ของผู้เสียชีวิตในประเทศโอมาน เกิดจากโรค NCDs คิดเป็นประมาณ 13,000 รายต่อปี หรือ เฉลี่ย 1.5 รายต่อชั่วโมง โดยโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคทางเดินหายใจเรื้อรังตามลำดับ

    โรคอ้วนในโอมาน: ประเด็นสุขภาพสาธารณะที่แฝงอยู่ในวิถีชีวิตสมัยใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประชากรโอมานกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพที่ซับซ้อนขึ้นจากภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) สะท้อนภาพที่ชัดเจนถึงบทบาทของ “ภาวะอ้วน” ซึ่งไม่ใช่เพียงเป็นประเด็นด้านรูปลักษณ์ภายนอก หากแต่เป็นจุดตั้งต้นสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลากหลายชนิดดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น โดย ณ ปัจจุบัน พบว่าชาวโอมานกว่า 66.9% หรือราว 3,328,275 คน อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างระบบสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างอนาคตสุขภาพที่มั่นคงให้กับประเทศ

    นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจัยหลักที่ทำให้ภาวะอ้วนเพิ่มสูงขึ้นในหมู่ประชาชนชาวโอมาน มาจากการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการบริโภคที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว การรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง การเคลื่อนไหวของร่างกายที่ลดลงจากการมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในชีวิตประจำวัน ตลอดจนชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานซึ่งทำให้เวลาสำหรับการดูแลตนเองลดน้อยลง ปัจจัยเหล่านี้ได้ค่อย ๆ หล่อหลอมจนเกิดภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเกิดโรคอ้วนจึงเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว”

    “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หรือ Proactive Healthcare จึงมีบทบาทสำคัญยิ่งในยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เราตรวจพบความเสี่ยงและป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการปรับวิถีชีวิตให้สมดุล ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษา และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมการดูแลตนเองเชิงรุกที่สามารถป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระยะยาว และสนับสนุนให้ระบบสุขภาพของประเทศมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาวะในอนาคต” นายแพทย์ตนุพล กล่าวเพิ่มเติม

    เศรษฐกิจ Wellness: ขุมทรัพย์ล้ำค่าของประเทศไทย สู่การขับเคลื่อนการเติบโตของ GDP ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หนึ่งในแนวโน้มที่กำลังได้รับความนิยมและมีบทบาทสำคัญระดับโลก คือ ‘เศรษฐกิจสุขภาพ’ (Wellness Economy) ซึ่งเน้นการลงทุนและการพัฒนาบริการที่ส่งเสริมสุขภาพร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิตโดยรวม โดยอ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดของ Global Wellness Institute (GWI) พบว่า เศรษฐกิจเวลเนสทั่วโลกมีอัตราการเติบโตสูงถึง 7.6% ต่อปีในช่วงปี 2024–2029 โดยในบรรดาภาคส่วนของเศรษฐกิจเวลเนส การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยอยู่ในอันดับที่ 5 รองจากภาคส่วนสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์เชิงสุขภาพ (Wellness Real Estate) การแพทย์แผนโบราณและการแพทย์ทางเลือก (Traditional & Complementary Medicine) การดูแลสุขภาพจิต (Mental Wellness) และ การบำบัดด้วยน้ำแร่และน้ำพุร้อนธรรมชาติ (Thermal & Mineral Springs Therapy)

    สำหรับประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเพื่อ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยบริการด้านสุขภาพต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์การพักผ่อนผสานกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และประสบการณ์ด้านสุขภาพในมิติที่หลากหลาย ตั้งแต่การตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน การฟื้นฟูร่างกายหลังเจ็บป่วย การรักษาเฉพาะทาง ไปจนถึงการพักผ่อนเชิง Wellness ที่ผสมผสานศาสตร์การแพทย์ไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน เข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิม พร้อมทั้งโอบล้อมด้วยทิวทัศน์และธรรมชาติอันงดงามในประเทศไทย อย่างภูเขา ทะเล และแม่น้ำ สร้างบรรยากาศผ่อนคลายที่เอื้อต่อการฟื้นฟูร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาน ทำให้ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ส่งเสริมสุขภาพครบมิติที่หลากหลาย

    ด้วยเหตุนี้ การให้ความสำคัญกับบริการที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพจึงกลายเป็นปัจจัยดึงดูดความสนใจจากทั้งประชากรในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยศักยภาพและความได้เปรียบทางด้านต่าง ๆ ของประเทศไทย ไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ยังเสริมสร้างรายได้และการเติบโตของ GDP ในภาคการท่องเที่ยว และยังสะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness Hub ในระดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Health Vision 2050 ของโอมาน ที่สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสใหม่ในการพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ Wellness ระหว่างสองประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการมอบบริการสุขภาพ การสนับสนุนทางการแพทย์ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งไทยสามารถตอบโจทย์ได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ที่ทันสมัย บริการสุขภาพและ Wellness มาตรฐานสากล ชื่อเสียงด้าน Hospitality ที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง รวมถึงโรงพยาบาล คลินิกด้านการดูแลสุขภาพระดับลักชัวรี และความชำนาญการด้าน Holistic & Preventive Healthcare ทำให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นพันธมิตรสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพสมัยใหม่ของโอมานอย่างเป็นรูปธรรม

    • เกี่ยวกับ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก

    บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เครือข่ายผู้ให้บริการโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย ให้บริการการป้องกันโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และดูแลสุขภาพแบบองค์รวม รวมถึงการดูแลด้านทันตรรม เวชศาสตร์การกีฬาและรักษาภาวะเจริญพันธุ์ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะเป้าหมายระยะยาวคือ ต้องการเห็นคนอายุยืนอย่างมีคุณภาพ มีความเป็นอยู่ที่ดีทั้งกายและใจอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว จิระชัย เกษมพิมลพร ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ภูเก็ต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419511&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1r7RoMKDmGxiahDCL_2eTh

  • BDMS Wellness Clinic เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ตะวันออกกลาง “เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก” | TOPNEWS

    10 ธันวาคม 2568 – บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ได้รับเกียรติจาก นางสาววารุณี ปั้นกระจ่าง เอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน เพื่อหารือแนวทางสานต่อความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างไทยและโอมาน ภายใต้แนวคิด “Health Vision 2050” ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ระยะยาวด้านระบบสุขภาพของโอมานในมิติที่สำคัญ ทั้งด้านการเงินสุขภาพ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การให้บริการทางการแพทย์ เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจและวิสัยทัศน์ Wellness Hub Thailand ของนายแพทย์ตนุพล ในการผลักดัน Wellness Tourism ของไทยสู่ระดับสากล พร้อมผลักดันประเทศไทยให้เป็น Wellness Hub ระดับโลก

    Wealthy but Unhealthy: ความร่ำรวยอย่างเดียว อาจไม่ตอบโจทย์? เมื่อโอมานกำลังเผชิญความท้าทายจาก NCDs ในสังคมผู้สูงวัย

    โอมานนับเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพสูงของภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น ทั้งในด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสุขภาพ สะท้อนจากข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ณ เดือนพฤษภาคม 2568 ซึ่งระบุว่า กลุ่มประเทศความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) มี GDP รวมสูงถึง 2.16 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 44.51% ของ GDP ทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง และ 1.89% ของ GDP โลก พร้อมจำนวนประชากร 62.47 ล้านคน และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ในระดับสูงติดอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค ด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง รวมถึงความต้องการบริการสุขภาพคุณภาพระดับพรีเมียมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม แม้โอมานจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจมั่งคั่งและมีรายได้ต่อบุคคลสูง แต่ประชากรยังคงเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งถือเป็นปัญหาหลัก โดยข้อมูลจาก World Health Organization หรือ WHO เผยว่า กว่า 80% ของผู้เสียชีวิตในประเทศโอมาน เกิดจากโรค NCDs คิดเป็นประมาณ 13,000 รายต่อปี หรือ เฉลี่ย 1.5 รายต่อชั่วโมง โดยโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคทางเดินหายใจเรื้อรังตามลำดับ

    โรคอ้วนในโอมาน: ประเด็นสุขภาพสาธารณะที่แฝงอยู่ในวิถีชีวิตสมัยใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประชากรโอมานกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพที่ซับซ้อนขึ้นจากภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) สะท้อนภาพที่ชัดเจนถึงบทบาทของ “ภาวะอ้วน” ซึ่งไม่ใช่เพียงเป็นประเด็นด้านรูปลักษณ์ภายนอก หากแต่เป็นจุดตั้งต้นสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลากหลายชนิดดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น โดย ณ ปัจจุบัน พบว่าชาวโอมานกว่า 66.9% หรือราว 3,328,275 คน อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างระบบสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างอนาคตสุขภาพที่มั่นคงให้กับประเทศ

    นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจัยหลักที่ทำให้ภาวะอ้วนเพิ่มสูงขึ้นในหมู่ประชาชนชาวโอมาน มาจากการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการบริโภคที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว การรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง การเคลื่อนไหวของร่างกายที่ลดลงจากการมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในชีวิตประจำวัน ตลอดจนชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานซึ่งทำให้เวลาสำหรับการดูแลตนเองลดน้อยลง ปัจจัยเหล่านี้ได้ค่อย ๆ หล่อหลอมจนเกิดภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเกิดโรคอ้วนจึงเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว”

    “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หรือ Proactive Healthcare จึงมีบทบาทสำคัญยิ่งในยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เราตรวจพบความเสี่ยงและป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการปรับวิถีชีวิตให้สมดุล ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษา และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมการดูแลตนเองเชิงรุกที่สามารถป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระยะยาว และสนับสนุนให้ระบบสุขภาพของประเทศมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาวะในอนาคต” นายแพทย์ตนุพล กล่าวเพิ่มเติม

    เศรษฐกิจ Wellness: ขุมทรัพย์ล้ำค่าของประเทศไทย สู่การขับเคลื่อนการเติบโตของ GDP ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หนึ่งในแนวโน้มที่กำลังได้รับความนิยมและมีบทบาทสำคัญระดับโลก คือ ‘เศรษฐกิจสุขภาพ’ (Wellness Economy) ซึ่งเน้นการลงทุนและการพัฒนาบริการที่ส่งเสริมสุขภาพร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิตโดยรวม โดยอ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดของ Global Wellness Institute (GWI) พบว่า เศรษฐกิจเวลเนสทั่วโลกมีอัตราการเติบโตสูงถึง 7.6% ต่อปีในช่วงปี 2024–2029 โดยในบรรดาภาคส่วนของเศรษฐกิจเวลเนส การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยอยู่ในอันดับที่ 5 รองจากภาคส่วนสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์เชิงสุขภาพ (Wellness Real Estate) การแพทย์แผนโบราณและการแพทย์ทางเลือก (Traditional & Complementary Medicine) การดูแลสุขภาพจิต (Mental Wellness) และ การบำบัดด้วยน้ำแร่และน้ำพุร้อนธรรมชาติ (Thermal & Mineral Springs Therapy)

    สำหรับประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเพื่อ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยบริการด้านสุขภาพต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์การพักผ่อนผสานกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และประสบการณ์ด้านสุขภาพในมิติที่หลากหลาย ตั้งแต่การตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน การฟื้นฟูร่างกายหลังเจ็บป่วย การรักษาเฉพาะทาง ไปจนถึงการพักผ่อนเชิง Wellness ที่ผสมผสานศาสตร์การแพทย์ไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน เข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิม พร้อมทั้งโอบล้อมด้วยทิวทัศน์และธรรมชาติอันงดงามในประเทศไทย อย่างภูเขา ทะเล และแม่น้ำ สร้างบรรยากาศผ่อนคลายที่เอื้อต่อการฟื้นฟูร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาน ทำให้ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ส่งเสริมสุขภาพครบมิติที่หลากหลาย

    ด้วยเหตุนี้ การให้ความสำคัญกับบริการที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพจึงกลายเป็นปัจจัยดึงดูดความสนใจจากทั้งประชากรในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยศักยภาพและความได้เปรียบทางด้านต่าง ๆ ของประเทศไทย ไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ยังเสริมสร้างรายได้และการเติบโตของ GDP ในภาคการท่องเที่ยว และยังสะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness Hub ในระดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Health Vision 2050 ของโอมาน ที่สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสใหม่ในการพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ Wellness ระหว่างสองประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการมอบบริการสุขภาพ การสนับสนุนทางการแพทย์ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งไทยสามารถตอบโจทย์ได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ที่ทันสมัย บริการสุขภาพและ Wellness มาตรฐานสากล ชื่อเสียงด้าน Hospitality ที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง รวมถึงโรงพยาบาล คลินิกด้านการดูแลสุขภาพระดับลักชัวรี และความชำนาญการด้าน Holistic & Preventive Healthcare ทำให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นพันธมิตรสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพสมัยใหม่ของโอมานอย่างเป็นรูปธรรม

    • เกี่ยวกับ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก

    บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เครือข่ายผู้ให้บริการโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย ให้บริการการป้องกันโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และดูแลสุขภาพแบบองค์รวม รวมถึงการดูแลด้านทันตรรม เวชศาสตร์การกีฬาและรักษาภาวะเจริญพันธุ์ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะเป้าหมายระยะยาวคือ ต้องการเห็นคนอายุยืนอย่างมีคุณภาพ มีความเป็นอยู่ที่ดีทั้งกายและใจอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว จิระชัย เกษมพิมลพร ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ภูเก็ต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419511&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1r7RoMKDmGxiahDCL_2eTh

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    596413524_891646523293464_7164627788404533523_n

    5111

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) อากาศเย็นยะเยือกในจีนเปลี่ยน ‘เต้าหู้’เป็นใบมีด

    BDMS Wellness Clinic เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ตะวันออกกลาง “เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    5111

    ฮาร์บินเปิดตัวสโนว์แมน2

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) อากาศเย็นยะเยือกในจีนเปลี่ยน ‘เต้าหู้’เป็นใบมีด

    BDMS Wellness Clinic เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ตะวันออกกลาง “เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก”

    “โฆษกทบ.” โต้ “กลาโหมกัมพูชา” แถลงบิดเบือนซ้ำๆ งัดหลักฐานแฉโลก “พระวิหาร” ถูกใช้เป็นที่ตั้งทางทหาร สร้างดราม่าโจมตีไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN