Category: เศรษฐกิจ

  • คาดเศรษฐกิจปี 69  โตต่ำสุดในรอบหลายปี? | 2 ม.ค. 69 | ข่าวใส่ไข่

    คาดเศรษฐกิจปี 69 โตต่ำสุดในรอบหลายปี? | 2 ม.ค. 69 | ข่าวใส่ไข่

    2 ม.ค. 2569 21:56 น.

    คาดเศรษฐกิจปี 69 โตต่ำสุดในรอบหลายปี? ศรษฐกิจไทยปี66 #GDPไทย2569 #วิกฤตเศรษฐกิจ #ข่าวเศรษฐกิจล่าสุด —————————————————– 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath-news/news-with-egg/1176961&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Rmz43hnYP6Ge0AD3DHM1_

  • “ทรัมป์” ขู่แทรกแซงอิหร่านหากใช้กำลังกับผู้ประท้วง

    “ทรัมป์” ขู่แทรกแซงอิหร่านหากใช้กำลังกับผู้ประท้วง

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/tna/th%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%259F%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25AE%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A2/news/list/138882&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JQPx_px0kNkef9-ZedOiZ

  • “กัณวีร์” ควง “อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่ปัตตานี ดูงาน “บ้านเดินดิน” ชื่นชมเป็นห้องแล็บชุมชน ขยายโอกาส สร้างงาน ผลักดันเป็นเศรษฐกิจชุมชน-สันติภาพกินได้

    “กัณวีร์” ควง “อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่ปัตตานี ดูงาน “บ้านเดินดิน” ชื่นชมเป็นห้องแล็บชุมชน ขยายโอกาส สร้างงาน ผลักดันเป็นเศรษฐกิจชุมชน-สันติภาพกินได้

    วันที่ 2 ม.ค. 69 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่ อ.ปานะเระ จ.ปัตตานี ตั้งใจไปเยี่ยมชมและเรียนรู้แนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ บ้านเดินดิน และ Benjametha Ceramic ซึ่งเป็นตัวอย่างเศรษฐกิจชุมชน ที่เป็นนโยบายหลักของพรรคพลวัต โดยมีนายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ประธานยุทธศาสตร์และนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาลงพื้นที่ด้วยกัน และได้แลกเปลี่ยนกับ นายเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา บ้านเดินดิน ศิลปินเซรามิก และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Derndin (เดินดิน) และ Benjametha Ceramic ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะน้ำท่วมครั้งล่าสุด ทำให้ฟาร์มไก่ โรงผ้าคราม รวมถึง โรงงานเซรามิค ได้รับความเสียหายอย่างหนักด้วย

    นายกัณวีร์ เปิดเผยว่า ได้วิธีคิดในการผลักดันเศรษฐกิจชุมชนจากบ้านเดินดิน เพราะเป็นการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ตนจึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองนำไปคิดให้ดีว่า นโยบายต่าง ๆ ที่จะทำเพื่อประชาชน ขออย่าลืมความเป็นมนุษย์ ซึ่งตรงกับนโยบายสันติภาพที่กินได้ สันติภาพที่ยั่งยืนที่พรรคพลวัต จะผลักดันให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้

    “ระหว่างเดินดูความเสียหายจากน้ำท่วม คุณเอ็มโซเฟียน ได้ให้ดูกล่องเลี้ยงชันโรงที่บอกว่ามีผึ้งมาอยู่ด้วย ซึ่งปกติผึ้งไม่กล้ามาแตะชันโรง แต่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข สันติภาพที่กินได้ เราต้องมีพื้นที่ในการแสดงสิทธิเสรีภาพ เราควรยอมรับเขาในสิ่งที่เป็นบอกได้ว่าอยู่อย่างไร รัฐที่เป็นตัวแทนจะต้องเข้าใจในบริบทตรงนี้ในการถามทั้งผึ้งและชันโรงว่า จะอยู่ร่วมกันยังไง ต้องบริหารจัดการที่ดูได้ว่ารากเหง้าปัญหาคืออะไร ซึ่งการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน”

    นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนรู้จากนายเอ็มโซเฟียนมานานตั้งแต่ทำงานอยู่ TCDC เห็นถึงการพัฒนาการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เห็นถึงความพยายามที่จะใช้สินทรัพย์ในชุมชน ทำให้เกิดประโยชน์ เป็นที่น่าชื่นชม และนายเอ็มโซเฟียน มีพื้นฐานความคิดที่ดี พรรคพลวัตจึงอยากทำงานในแง่วิธีคิด ที่จะนำไปถ่ายทอดเป็นเศรษฐกิจชุมชน

    “บ้านเดินดิน เป็นเหมือนห้องแล็บชุมชน ที่จะใช้เป็นศูนย์เรียนรู้ ให้ประชาชนได้รับโอกาส เป็นพื้นที่กลางของชุมชน ที่จะให้บอกว่าชุมชนเรามีอะไรดี อย่างการทำผ้าคราม การทำเซรามิค ก็เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีของชุมชน สามารถสร้างงานให้ชุมชน เป็นที่ที่ให้ทุกคนแสดงความสามารถของตัวเอง ซึ่งสิ่งนี้แหละครับคือเศรษฐกิจชุมชน”

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำ นายเอ็มโซเฟียน เปิดเผยด้วยว่า เป็นสิ่งที่ตนอยากเห็นกระบวนการของชาวบ้าน ความตั้งใจในการทำ บ้านเดินดิน เพราะอยากเป็นห้องแล็บของชุมชน อย่างที่ตนได้ทำต้นคราม ก็เพาะพันธุ์อยากขยายพันธุ์ แต่เสียดายที่น้ำท่วมแปลงต้นครามเสียหายหมด แต่ยังมีองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดได้

    “ผมอยากให้โรงเรียนในชุมชนมาดูเซรามิค สามารถมา Work Shop มาเรียนรู้ได้ แต่ที่ผ่านมายังไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างที่ผมทำมาจากความตั้งใจ เหมือนเราตั้งชื่อว่าบ้านเดินดิน เพราะทุกคนก็ต้องกลับสู่ดิน ผมจึงพร้อมจะถ่ายทอดให้ชุมชนมาก ๆ ครับ” นายเอ็มโซเฟียน กล่าว

    นายกัณวีร์ เปิดเผยด้วยว่า การลงพื้นที่วันนี้ได้นำผู้สมัคร สส.เขต 4 จังหวัดปัตตานี นายไซนุดิง ยุโซะ มาเรียนรู้ด้วย ซึ่งนายไซนุดิง ก็ทำงานกับชุมชนและมีความตั้งใจจะนำอุดมการณ์มาทำงานการเมือง อยากนำแนวคิดไปผลักดันในสภาผู้แทนราษฏร เพราะความสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นได้สิ่งสำคัญคือเศรษฐกิจจะต้องดี อย่างที่เห็นแพะ ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจในพื้นที่ แต่มีแพะจากเมียนมา ราคาถูกกว่า พอเข้ามามาก ทำให้แพะในพื้นที่ราคาตก คนเลี้ยงแพะเริ่มท้อ ทั้งๆที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจ รวมถึง วัว แต่ปัจจุบันคนเลี้ยงวัว ยังไม่มีแล้ว ทำให้วัว พื้นบ้าน หายไป จึงน่าจะเป็นอีกอย่างหนึ่งที่จะทำเป็นเศรษฐกิจชุมชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/268584&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KKsAxT7_Uzj4KHMt21MaD

  • เลือกตั้ง69 : ยศชนัน-จุลพันธ์ ลุย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ชูสุขภาพดันศก.

    เลือกตั้ง69 : ยศชนัน-จุลพันธ์ ลุย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ชูสุขภาพดันศก.

    เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ที่สวนลุมพินี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำทีมวิ่งออกกำลังกาย ระบุว่า ปัญหาสุขภาพเป็นภาระเศรษฐกิจสำคัญ คิดเป็นราว 10% ของ GDP การแก้ปลายทางอย่างค่ารักษาไม่เพียงพอ ต้องแก้ที่ต้นทาง โดยกว่า 64% ของโรคสามารถป้องกันได้ พร้อมเชิญชวนประชาชนออกกำลังกาย
     

    นายยศชนันย้ำว่า พรรคเพื่อไทยผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดแล้วและจะเดินหน้าต่อ รวมถึงกฎหมายลูก เพราะอากาศที่ดีคือฐานสุขภาพและเศรษฐกิจ หากคุณภาพอากาศแย่ ผู้คนใช้ชีวิตนอกบ้านไม่ได้ เศรษฐกิจชะลอ จึงเสนอแนวทางลดค่าเดินทาง รถเมล์ 10 บาท รถไฟฟ้า 20 บาท เพื่อลดภาระประชาชนและลดมลพิษ

    ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านกระบวนการยาวนานและเข้าสู่ชั้น สว.แล้ว แต่สะดุดจากการยุบสภา ยืนยันว่าหากกลับมาเป็นรัฐบาล จะผลักดันให้แล้วเสร็จในสมัยถัดไป เพื่อรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการได้อากาศบริสุทธิ์ พร้อมกำกับผู้ก่อมลพิษให้เป็นผู้จ่ายชดเชย และประสานประเทศเพื่อนบ้านแก้ปัญหาการเผาข้ามแดน
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/735879&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-BRWWtAP7diWINNipx97k

  • อ.ปานเทพ วิเคราะห์ ผ่าน Google Trend

    อ.ปานเทพ วิเคราะห์ ผ่าน Google Trend

    อ.ปานเทพ วิเคราะห์ ผ่าน Google Trend “พรรคเศรษฐกิจ” จะมาแรงกว่าที่คิด : NewsHour 02-01-69

    เผยแพร่:

    อ.ปานเทพ วิเคราะห์ ผ่าน Google Trend “พรรคเศรษฐกิจ” จะมาแรงกว่าที่คิด : NewsHour 02-01-69 Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/1SMwyapa25w&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QS1QS6wjcmRyyDo9elJHt

  • สัญญาณเตือนปี 2026
เมื่อเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ ‘วังวนหนี้’

    สัญญาณเตือนปี 2026
เมื่อเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ ‘วังวนหนี้’

    World Economics

    02 ม.ค. 2026 เวลา 12:00 น.

    สัญญาณอันตรายปี 2026 เมื่อโลกติดหล่ม ‘วังวนหนี้’ มหาอำนาจกลายเป็นลูกหนี้รายใหญ่ จาก 4 ปัจจัยผลักดันยอดหนี้เข้าใกล้ 100 ล้านล้านดอลลาร์ สู่ชนวนวิกฤติที่จะเขย่ากระเป๋าเงินคนทั้งโลก

    ในขณะที่โลกก้าวเข้าสู่ปี 2026 ภาพรวมทางเศรษฐกิจอาจดูเหมือนมีความยืดหยุ่นต่อความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าที่คิด แต่ภายใต้ผิวน้ำที่ดูสงบ กลับมีกระแสน้ำเชี่ยวที่นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกเริ่มกังวล นั่นคือ “ภาวะวิกฤติหนี้สาธารณะ” ที่กำลังขยายตัวจนกลายเป็นวังวนที่ยากจะถอนตัว

    เจอราร์ด ไลออนส์ (Gerard Lyons) หัวหน้านักยุทธศาสตร์เศรษฐกิจจาก Netwealth เตือนว่า แม้วิกฤติเต็มรูปแบบอาจไม่ระเบิดในทันที แต่ปี 2026 จะเป็นปีที่สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าปรากฏชัดเจนที่สุด ก่อนที่โลกจะเผชิญกับ “กับดักหนี้” อย่างเต็มตัวภายในสิ้นทศวรรษนี้

    ประเทศมหาอำนาจ กลายเป็น ‘ลูกหนี้รายใหญ่’

    สถิติที่น่าตกใจระบุว่า ประเทศเศรษฐกิจหลักของโลกล้วนแบกภาระหนี้ที่สูงกว่าหรือใกล้เคียงกับขีดความสามารถในการผลิตของตนเอง (GDP)

    สัญญาณเตือนปี 2026
เมื่อเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ ‘วังวนหนี้’

    • สหรัฐอเมริกา มีหนี้สาธารณะพุ่งแตะ 125% ของ GDP หรือประมาณ 38 ล้านล้านดอลลาร์
    • ญี่ปุ่น มีหนี้สาธารณะสูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่ 230% ของ GDP
    • สิงคโปร์มีหนี้สาธารณะ 176% ของ GDP
    • ฝรั่งเศส 117% ของ GDP
    • สหราชอาณาจักร มีหนี้สาธารณะเท่ากับผลผลิตมวลรวม และมีงบประมาณขาดดุลมากกว่า 5% ของ GDP

    ความน่ากังวลคือ 6 ใน 7 ของกลุ่มประเทศ G7 กำลังมุ่งหน้าสู่ “กับดักหนี้” ภายในสิ้นทศวรรษนี้ เนื่องจากรายจ่ายภาครัฐพุ่งสูงขึ้นแต่รายรับไม่เติบโตในสัดส่วนที่เท่ากัน

    4 สาเหตุที่ทำให้โลกติดหล่ม ‘หนี้’  

    เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ เคยกล่าวถึงวิกฤติการเงินไว้ว่ามันเกิดขึ้น “ทีละน้อยแล้วก็ฉับพลัน” หนี้โลกสะสมมานานหลายทศวรรษ 

    เฮมิงเวย์เผยว่าจุดเร่งวิกฤติครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่โลกเจอแรงกระแทกใหญ่ 2 ครั้ง คือ วิกฤติการเงินโลกในช่วงปี 2008 และการระบาดของโควิด-19 ซึ่งบีบให้รัฐบาลต้องกู้เงินจำนวนมหาศาลมาใช้ช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ

    โดยช่วงโควิด-19 หนี้สาธารณะทั่วโลกดีดตัวขึ้นเกิน 90% ของ GDP เพราะรายได้จากภาษีลดลงในขณะที่รายจ่ายด้านสาธารณสุขและการเยียวยาพุ่งสูงขึ้น

    นอกจากนี้ กับดัก “รายจ่ายสูงกว่ารายรับ” สาเหตุพื้นฐานที่สุดคือ การขาดดุลงบประมาณอย่างเรื้อรัง รัฐบาลกู้เงินเพื่อมาชดเชยส่วนต่างเมื่อภาษีที่เก็บได้ไม่พอกับรายจ่าย 

    รวมทั้งในสถาการณ์ปัจจุบัน สังคมผู้สูงอายุทำให้รัฐต้องจ่ายงบประมาณด้านสวัสดิการและบำนาญมากขึ้น และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์บีบให้หลายประเทศต้องกู้เงินมาเพิ่มงบทางการทหารเพื่อความมั่นคงของประเทศ

    หัวใจสำคัญของปัญหานี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขหนี้ที่เพิ่มขึ้น แต่คือ “อัตราการเติบโต” เมื่อหนี้โตเร็วกว่ารายได้ 

    หาก GDP โต 3% แต่หนี้โต 5% สัดส่วนหนี้ต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่ไม่ยั่งยืน

    ปัจจุบันหลายประเทศกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ “ตัวหาร” หรือ GDP ไม่ใหญ่พอที่จะลดสัดส่วนหนี้ลงได้

    สุดท้ายคือ ยุค “ดอกเบี้ยขาขึ้น” เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ หนี้เก่าที่ต้องครบกำหนดชำระและหนี้ใหม่ที่กู้มา จึงมี “ภาระดอกเบี้ย” ที่แพงขึ้นมหาศาล รัฐบาลต้องกู้เงินใหม่มาเพื่อจ่ายดอกเบี้ยของหนี้เก่า กลายเป็นวงจรที่เรียกว่า  “วังวนหนี้”

    ปัจจุบัน หนี้สาธารณะทั่วโลกกำลังเข้าใกล้ระดับ 100 ล้านล้านดอลลาร์  ตามข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2029 ยอดหนี้สะสมจะพุ่งเกินขนาดเศรษฐกิจโลกทั้งหมด ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 

    หมดยุค ‘เงินฟรี’ เมื่อต้องจ่ายดอกเบี้ยแสนแพง 

    ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ยอดหนี้” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ต้นทุนการชำระหนี้” 

    เมื่อหันไปดูดอกเบี้ยที่รัฐบาลสหรัฐต้องจ่ายเพียงอย่างเดียวพุ่งสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 17% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด

    ขณะเดียวกัน OECD ชี้ให้เห็นว่า 42% ของหนี้สาธารณะทั่วโลกจะครบกำหนดชำระภายในปี 2027 ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลต้องกู้ใหม่ ในอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่สูงกว่ายุคดอกเบี้ยต่ำเกือบเท่าตัว

    นอกจากนี้ รายจ่ายใหม่ๆ กำลังถาโถมเข้ามา เช่น สมาชิก NATO ตกลงเพิ่มงบประมาณทางทหารเป็น 5% ของ GDP ภายในปี 2035 ซึ่งประเทศอย่างเยอรมนี ฟินแลนด์ และเบลเยียม เริ่มส่งสัญญาณกู้เงินเพิ่มเพื่อการนี้แล้ว ซึ่งเป็นแรงกดดันจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” 

    ปัญหาใหญ่ที่ไกลตัว  เสี่ยงกระทบเงินในกระเป๋า 

    เมื่อรัฐบาลติดอยู่ในวังวนหนี้ ผลกระทบจะส่งต่อมาถึงประชาชนใน 3 รูปแบบหลัก

    • ภาษีที่สูงขึ้นและสวัสดิการที่ลดลง

    หลังจากนี้รัฐบาลจะมีเงินเหลือสำหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และสาธารณสุขน้อยลง เพราะต้องแบ่งงบประมาณไปจ่ายดอกเบี้ยหนี้เป็นลำดับแรก

    กรณีที่เกิดขึ้นกับญี่ปุ่นชัดเจนที่สุด เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายรัฐมนตรี “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการปรับขึ้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 1% สำหรับทุกช่วงรายได้ในปี 2570 เพื่อระดมทุนสนับสนุนการเพิ่มงบกลาโหมให้แตะ 2% ของ GDP 

    • อัตราเงินเฟ้อสูงยาวนาน

     เพื่อลดมูลค่าหนี้ในระยะยาว รัฐบาลอาจเลือกปล่อยให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ซึ่งหมายถึงค่าครองชีพที่แพงขึ้นและอำนาจซื้อที่ลดลง

    • ความผันผวนของตลาดการเงิน 

    ไลออนส์ชี้ให้เห็นว่าสัญญาณแรกของวิกฤติไม่ใช่แค่ตัวเลขหนี้ แต่คือ “ค่าความเสี่ยง (Risk Premium)” ในพันธบัตรรัฐบาล จากกรณีฝรั่งเศสและอังกฤษ โดยทั้ง 2 ประเทศนี้ตกอยู่ในที่นั่งลำบากเพราะ “พึ่งพาเงินต่างชาติ” มาซื้อพันธบัตรของตัวเองสูงมาก 

    เมื่อนักลงทุนต่างชาติเริ่มไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะคุมงบประมาณได้ไหม หรือกลัวอัตราเงินเฟ้อที่กัดกินมูลค่าเงิน พวกเขาจะเรียก “ดอกเบี้ย” ที่สูงขึ้นซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนมหาศาลที่ย้อนกลับมาทำร้ายรัฐบาลเอง

    ทางรอดในยุค ‘หนี้ล้นโลก’

    ทางออกเดียวที่ยั่งยืนคือการทำให้ GDP เติบโตเร็วกว่า “หนี้” แต่ทว่าประเด็นที่น่าสนใจที่สุดที่ไลออนส์วิเคราะห์คือ “อุปสรรคทางการเมือง” ในระบอบประชาธิปไตยตะวันตก

    สัญญาณเตือนปี 2026
เมื่อเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ ‘วังวนหนี้’

    การจะลดหนี้ได้ รัฐบาลต้องทำสิ่งที่เรียกว่า “งบประมาณเกินดุลขั้นต้น” คือการเก็บภาษีให้ได้มากกว่ารายจ่าย โดยในอังกฤษ ตั้งแต่ปี 1969 เป็นต้นมา รัฐบาลทำงบเกินดุลได้เพียง 7 ครั้ง เท่านั้น เพราะนักการเมืองมักไม่พร้อมที่จะตัดลดงบประมาณสวัสดิการหรือขึ้นภาษี เพราะกลัว “เสียคะแนนเสียง” ทำให้ปัญหาหนี้ถูก “เตะถ่วง” ออกไปเรื่อยๆ จนสะสมเป็นวิกฤติ

    สำหรับเราในฐานะปัจเจกบุคคล ปี 2026 คือปีที่ต้องเริ่มวางแผนการเงินอย่างรัดกุม ลดหนี้สินส่วนบุคคล และเตรียมรับมือกับความผันผวนทางการคลังที่อาจสั่นคลอนเสถียรภาพโลกในอนาคตอันใกล้ เพราะเมื่อ “วังวนหนี้” หมุนวนจนถึงขีดสุด คนที่เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้ดีที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด

    อ้างอิง empower thecommonwealth trustnet

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1214562&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20zUe-aGSGwf7p4qWsZpc7

  • ฮือฮา! เปิดภาพเซ็กซี่สตาร์ “ลูกตาล-อาริษา” ในวัย 40 ปีสวยแซ่บตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า! | เดลินิวส์

    ฮือฮา! เปิดภาพเซ็กซี่สตาร์ “ลูกตาล-อาริษา” ในวัย 40 ปีสวยแซ่บตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า! | เดลินิวส์

    โลกออนไลน์ฮือฮาหนักมากทีเดียวหลังล่าสุด ดาราสาวรุ่นใหญ่ ลูกตาล-อาริษา วิลล์ ออกมาอวดหุ่นสวยเซ็กซี่ในอินสตาแกรมของเธอ ทำเอาหลายคนตกใจหนักมาก แม้ล่าสุดเธอจะไม่ได้มีผลงานการแสดงในจอแล้ว แต่บอกเลยว่าใครติดตามโซเชียลของเธอจะรู้ว่าเธอสวยและเซ็กซี่ขึ้นมากๆ

    โดยล่าสุดสาวลูกตาล ไปเที่ยวงานเทศกาลดนตรีดังและสวมใส่ชุดกางเกงขายาวและเสื้อกึ่งบอดี้สูท ซึ่งโชว์ความเซ็กซี่และสัดส่วนอย่างชัดเจน โดยเธอพรีเซ็นต์เสน่ห์ออกมาได้อย่างลงตัวและทันทีที่รูปถูกเผยแพร่ไป หลายคนก็พากันชมหนักมากว่าสวยจริงๆ รักสาวลูกตาลและคิดถึงเธอหนักมากนั่นเอง

    ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม louk_tan

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5462835/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ed1NmIWLlnarmRUPOc3Is

  • สิงคโปร์เผย GDP Q4/68 โต 5.7% อานิสงค์ภาคการผลิต : อินโฟเควสท์

    สิงคโปร์เผย GDP Q4/68 โต 5.7% อานิสงค์ภาคการผลิต : อินโฟเควสท์

    กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์เปิดเผยในวันนี้ (2 ธ.ค.) ว่า เศรษฐกิจสิงคโปร์ขยายตัว 5.7% เมื่อเทียบรายปี ในไตรมาส 4/2568 โดยเพิ่มขึ้นจาก 4.3% เมื่อไตรมาสก่อนหน้า

    กระทรวงฯ ระบุว่า เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/68 ของสิงคโปร์ขยายตัว 1.9% ชะลอลงจากไตรมาส 3/2568 ที่ขยายตัว 2.4%

    ตลอดทั้งปี 2568 เศรษฐกิจสิงคโปร์เติบโต 4.8% เพิ่มขึ้นจาก 4.4% ในปี 2567 โดยลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เผยว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ พร้อมเตือนว่าการรักษาอัตราการเติบโตในระดับปัจจุบันจะเป็นเรื่องท้าทาย

    ทั้งนี้ ภาคการผลิตเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ GDP ไตรมาส 4/2568 โดยขยายตัว 15% เมื่อเทียบรายปี เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 4.9% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมชีวการแพทย์และอิเล็กทรอนิกส์

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ม.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/558035&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Nt-gXtSZmqF2lgTTlZwC5

  • ข่าวดี ! ครม. ไฟเขียว ลดเงินสมทบประกันสังคม 9 จังหวัด ช่วยลูกจ้าง-นายจ้าง นาน 6 เดือน

    ข่าวดี ! ครม. ไฟเขียว ลดเงินสมทบประกันสังคม 9 จังหวัด ช่วยลูกจ้าง-นายจ้าง นาน 6 เดือน

              ครม. ไฟเขียว ลดเงินสมทบประกันสังคม 9 จังหวัดภาคใต้ ทั้งนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 นาน 6 เดือน 

    เงินสมทบประกันสังคม

              วันที่ 1 มกราคม 2569 มีรายงานว่า ครม. มีมติเห็นชอบลดเงินสมทบกองทุนประกันสังคมปี 2569 เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติร้ายแรงในพื้นที่ภาคใต้ มาตรการนี้ครอบคลุม 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีผลเป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569

    รายละเอียดการปรับลดเงินสมทบ

    ผู้ประกันตนและนายจ้างตามมาตรา 33

              – ปรับลดเงินสมทบจากเดิมฝ่ายละ 5% เหลือฝ่ายละ 3% ของค่าจ้าง ขณะที่รัฐบาลยังคงสมทบในอัตราเดิม 2.75%

              – ลดเงินสมทบจากเดิม 432 บาทต่อเดือน เหลือ 283 บาทต่อเดือน

              มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและช่วยพยุงเศรษฐกิจในพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

    ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 กรมประชาสัมพันธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://money.kapook.com/view297691.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cq-4gkmg4I1LNLvI-Ba3E