Go Digital & AI ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใช้เทคโนโลยี Digital และ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเจาะตลาด e-Commerce
Go Global ยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก เชื่อมโยง Global Supply Chain และกระจายการส่งออกไปยังตลาดในภูมิภาคอื่นๆ ควบคู่การพัฒนาแบรนด์สินค้าไทยให้เป็นสากล
Go Green ขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และบรรลุเป้าหมาย Net Zero โดยปรับกระบวนการผลิตและใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างจุดแข็งของสินค้าผ่าน เทรนด์รักษ์โลกและใช้โอกาสจากนโยบายส่งเสริม BCG Model รวมถึงพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับแนวคิด ESG
ในส่วนของข้อเสนอแนวทางการส่งเสริมสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ (Made in Thailand : MiT) นายนาวาเสนอให้ผลักดันการใช้สินค้า MiT อย่างจริงจัง โดยส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ใช้สินค้า MiT และกำหนดให้เป็นตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจนในมติคณะรัฐมนตรี ให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อจัดจ้างสินค้า MiT ผ่านระบบ e-bidding ภายใน 5 ปี รวมถึงให้ครอบคลุมถึงโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) พร้อมทั้งขยายตลาดสินค้า MiT สู่ภาคเอกชนภายใต้โครงการ “ซื้อของไทยเพื่อคนไทย” และผลักดันให้สินค้า MiT ก้าวสู่ตลาดโลก
นอกจากนี้ ยังเสนอให้จัดทำมาตรการสินเชื่อพิเศษสำหรับผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า MiT เพื่อเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
ราวทุก ๆ ปีคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (Central Committee of the Chinese Communist Party) ซึ่งเป็นองค์กรทางการเมืองที่อยู่ในระดับสูงสูดของประเทศ จะจัดการประชุมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่เรียกว่า “การประชุมเต็มคณะ” (Plenum)
ขณะนั้นจีนยังอยู่ระหว่างฟื้นตัวจากความเสียหายอย่างหนักภายใต้การปกครองประเทศของเหมา เจ๋อตุง นโยบายการก้าวกระโดดไปข้างหน้าครั้งใหญ่ (The Great Leap Forward) และการปฏิวัติทางวัฒนธรรมที่นำโดยผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วยความตั้งใจจะพลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคมจีนนั้น ส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตของคนหลายล้านคน
นักเศรษฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า “ไชนา ช็อก (the China shock)” หรือแรงกระแทกอย่างฉับพลันจากจีน รูปแบบเศรษฐกิจเช่นนี้เคยเป็นหนึ่งในแรงผลักดันเบื้องหลังการเติบโตของบรรดาพรรคการเมืองที่มีแนวทางประชานิยมในพื้นที่อุตสาหกรรมดั้งเดิมของยุโรป รวมถึงสหรัฐฯ