Category: เศรษฐกิจ

  • รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของ สปป.ลาว ประจำเดือน กันายนยน 2568

    รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของ สปป.ลาว ประจำเดือน กันายนยน 2568

    โดย

    Boualaphat@ditp.go.th

    ลงเมื่อ

    21 ตุลาคม 2568 16:30

    สคต. ณ กรุงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) (TTC, Vientiane (Lao PDR))

    5

    รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประ.pdf

    Share :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/yyyogyzuyo6980y08hyh4xj2&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vgQSmQjEwMlYvnswWzGQ

  • ครม. เคาะอัดฉีด 4.37 ล้านล้าน ขีดเส้นเบิกจ่ายงบปี 69 กระตุ้นเศรษฐกิจ

    ครม. เคาะอัดฉีด 4.37 ล้านล้าน ขีดเส้นเบิกจ่ายงบปี 69 กระตุ้นเศรษฐกิจ

    เศรษฐกิจ

    21 ต.ค. 2025 เวลา 14:25 น.

    ครม. เห็นชอบมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบปี 69 วงเงินรวมกว่า 4.37 ล้านล้านบาท ตั้งเป้าอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบ กำหนดเป้าหมายเบิกจ่ายรวมไม่น้อยกว่า 93% รายจ่ายลงทุน 75%

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ประชุม ครม.) วันนี้ (21 ต.ค.68) ที่ประชุมได้อนุมัติมาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางให้ทุกหน่วยงานของรัฐเร่งผลักดันเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยมีเม็ดเงินจาก 3 ส่วนหลัก รวมกว่า 4.37 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย 

    1. งบประมาณรายจ่ายปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท 
    2. เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี 2568 วงเงิน 3.21 แสนล้านบาท 
    3. งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ วงเงิน 2.65 แสนล้านบาท

    “มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ นโยบาย Quick Big Win ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เม็ดเงินจากงบประมาณลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ”

    สำหรับปีงบประมาณ 2569 ได้มีการกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่าย และการก่อหนี้ผูกพันที่ชัดเจน และท้าทาย เพื่อให้แน่ใจว่าเม็ดเงินจะถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่า 93% แบ่งเป็น รายจ่ายประจำไม่น้อยกว่า 98% รายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่า 75% และงบลงทุนรัฐวิสาหกิจไม่น้อยกว่า 95% ขณะที่กำหนดเป้าหมายการก่อหนี้ผูกพันไว้ที่ 100% ทั้งในส่วนของรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุน

    คุมเข้มหน่วยงานรัฐ-รัฐวิสาหกิจ

    ทั้งนี้ ครม. ได้กำหนดแนวปฏิบัติที่เข้มงวดสำหรับทุกหน่วยงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ดังนี้

    1.เร่งรัดการก่อหนี้ รายการจัดซื้อจัดจ้างปีเดียวต้องก่อหนี้ให้เสร็จในไตรมาสที่ 1 (ต.ค. – ธ.ค. 68) ส่วนรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณใหม่ ต้องก่อหนี้ให้เสร็จในไตรมาสที่ 2 (ม.ค. – มี.ค. 69)

    2.จ่ายเงินรวดเร็ว เมื่อตรวจรับงานถูกต้องแล้ว ต้องเบิกจ่ายเงินให้คู่สัญญาภายใน 5 วันทำการ

    3.ประเมินผลงาน ให้นำผลการเบิกจ่าย และการก่อหนี้มาใช้เป็นตัวชี้วัดในการประเมินผลการปฏิบัติงานของหัวหน้าหน่วยงาน และจะถูกนำไปพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณในปีถัดไป

    4.รัฐวิสาหกิจต้อง Front-Loaded ให้ปรับเพิ่มแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก และให้เป้าหมายการเบิกจ่าย 95% เป็นตัวชี้วัด (KPI) ของผู้บริหารสูงสุด

    มาตรการทั้งหมดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า และเปลี่ยนให้งบประมาณภาครัฐเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1204091&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LnjGZpytK7qd2KVTiDMFM

  • เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย – จีน หนุนเศรษฐกิจ

    เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย – จีน หนุนเศรษฐกิจ

    วันนี้ (21 ตุลาคม) ได้มีการจัดพิธีเปิดประเพณีงานเจ เยาวราช ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ที่ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์

    โดยมี ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิดความสัมพันธ์ที่ดี 50 ปี ไทย – จีน

    ธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ประเพณีถือศีลกินเจเป็นประเพณีอันดีงามที่สืบทอดมายาวนาน การสืบทอดวัฒนธรรมและประเพณีนี้จะส่งผลให้เกิดภาพเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการร่วมมือกันของคนในท้องถิ่นและความสามัคคีของหมู่คณะ และถือเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้ทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มาลิ้มรสอาหารที่ดีที่สุดของเยาวราช

    รองปลัดฯ ธนิต ได้เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมรักษาและต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรมในงานประเพณีถือศีลกินเจเยาวราชที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อัญเชิญมาจากทั่วเยาวราชเพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญ เสริมบารมี สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมจีนร่วมสมัยควบคู่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ และเลือกซื้ออาหารเจหลากหลายเมนูที่อร่อย สะอาด ได้มาตรฐาน โดยเชื่อมั่นว่าตลอดช่วง 10 วัน 10 คืน ของงาน (ตั้งแต่วันที่ 20 – 29 ตุลาคม) จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เฟื่องฟูคึกคักทั้งในย่านเยาวราชและในระดับประเทศ

    กิจกรรมไฮไลต์ในการเปิดงานคือ การร่วมกันปรุงสัมพันธ์ผัดหมี่ 50 ปี ไทย – จีน ซึ่งเป็นการผัดหมี่เจกระทะใหญ่โดยคณะผู้บริหารและผู้สนับสนุนงาน ร่วมกับเชฟมืออาชีพจากโรงแรมแกรนด์ ไชน่า แบงคอก เยาวราช โดยใช้วัตถุดิบมงคลหลากหลายชนิด ก่อนจะแจกจ่ายให้ผู้ร่วมงานได้ชิมฟรี จำนวน 1,550 จาน

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดขบวนแห่รถบุปผชาติองค์สมมติพระโพธิสัตว์กวนอิมอย่างอลังการ พร้อมขบวนสิงโต ขบวนจากผู้สนับสนุน ตลอดจนร้านค้าอาหารเจเลิศรสเต็มพื้นที่สองฝั่งถนนเยาวราช และโซนจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษจากผู้สนับสนุนการจัดงาน รวมถึงมุมถ่ายรูปและมุมชมแสงไฟจากเยาวราชที่ดีที่สุดในงาน

    การจัดงานประเพณีถือศีลกินเจครั้งสำคัญแห่งปี ประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 นี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและสภาวัฒนธรรมเขตสัมพันธวงศ์ โดยมีรายงานว่า หลังพิธีเปิด มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมพิธีและจับจ่ายอาหารเจตลอดเส้นทางถนนเยาวราชอย่างเนืองแน่น

    เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 1 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 2 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 3 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 4 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 5 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 6 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 7 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 8 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 9

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ฐานิส สุดโต

    บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/yaowarat-vegetarian-festival-50th-anniversary/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R1Te2M-UyRvi3d_H105Ng

  • “กรณ์” ประกาศลั่น! ปชป.เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจเต็มกำลัง ชี้แจกเงินไม่ช่วย หากรายได้ประชาชนไม่เพิ่ม

    “กรณ์” ประกาศลั่น! ปชป.เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจเต็มกำลัง ชี้แจกเงินไม่ช่วย หากรายได้ประชาชนไม่เพิ่ม

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/105029&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12BE95XJRItzJHyOa28Koh

  • เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู | TOPNEWS

    เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู | TOPNEWS

    ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จึงเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมรักษาและต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรม ในงานประเพณีถือศีลกินเจเยาวราชที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

    ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อัญเชิญมาจากทั่วเยาวราชเพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญ เสริมบารมี สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมจีนร่วมสมัยควบคู่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์

    และเลือกซื้ออาหารเจหลากหลายเมนูที่อร่อย สะอาด ได้มาตรฐาน โดยเชื่อมั่นว่าตลอดช่วง 10 วัน 10 คืน ของงาน (ตั้งแต่วันที่ 20 – 29 ตุลาคม) จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เฟื่องฟูคึกคักทั้งในย่านเยาวราชและในระดับประเทศ

    กิจกรรมไฮไลต์ในการเปิดงานคือ การร่วมกันปรุงสัมพันธ์ผัดหมี่ 50 ปี ไทย – จีน ซึ่งเป็นการผัดหมี่เจกระทะใหญ่โดยคณะผู้บริหารและผู้สนับสนุนงาน

    ร่วมกับเชฟมืออาชีพจากโรงแรมแกรนด์ ไชน่า แบงคอก เยาวราช โดยใช้วัตถุดิบมงคลหลากหลายชนิด ก่อนจะแจกจ่ายให้ผู้ร่วมงานได้ชิมฟรี จำนวน 1,550 จาน

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดขบวนแห่รถบุปผชาติองค์สมมติพระโพธิสัตว์กวนอิมอย่างอลังการ พร้อมขบวนสิงโต ขบวนจากผู้สนับสนุน

    ตลอดจนร้านค้าอาหารเจเลิศรสเต็มพื้นที่สองฝั่งถนนเยาวราช และโซนจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษจากผู้สนับสนุนการจัดงาน รวมถึงมุมถ่ายรูปและมุมชมแสงไฟจากเยาวราชที่ดีที่สุดในงาน

    การจัดงานประเพณีถือศีลกินเจครั้งสำคัญแห่งปี ประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 นี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและสภาวัฒนธรรมเขตสัมพันธวงศ์

    โดยมีรายงานว่า หลังพิธีเปิด มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมพิธีและจับจ่ายอาหารเจตลอดเส้นทางถนนเยาวราชอย่างเนืองแน่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1364454&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ebKivzRTMSSaBlE0ars5S

  • ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 2568 จำนวน 38,247 ล้านบาท

    ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 2568 จำนวน 38,247 ล้านบาท

    ในไตรมาส 3 ปี 2568 เศรษฐกิจไทยชะลอตัวตามภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อล่วงหน้าของประเทศคู่ค้าที่เริ่มชะลอลง ขณะเดียวกันภาคบริการซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังคงเผชิญแรงกดดัน
    จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สะท้อนภาวะอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังคงอ่อนแรง ขณะที่มาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจของภาครัฐมีข้อจำกัดจากด้านงบประมาณและระดับหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ขีดความสามารถในการพยุงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจลดลงโดยรวมเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก มาตรการภาษีของสหรัฐฯ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายใน ล้วนเป็นปัจจัยที่กระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไปยังคงเปราะบาง

    ท่ามกลางความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจ และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทั้งจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก การเชื่อมโยงทางการค้าและห่วงโซ่อุปทานโลก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น และความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรมสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของโลกที่ทำให้องค์กรทุกขนาดต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและความสำเร็จในบริบทนี้ ธนาคารกรุงเทพมุ่งมั่นให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม พร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงสนับ สนุนธุรกิจให้ได้ประโยชน์จากโอกาสในการขยายกิจการไปต่างประเทศผ่านการดำเนินกลยุทธ์ Regionalization ตลอดจนส่งเสริมนโยบายของภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย เช่น สนับสนุนโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อบรรเทาภาระหนี้ของลูกหนี้ให้สามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาว ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน

    ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 2568 จำนวน 38,247 ล้านบาท

    ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 2568 จำนวน 38,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการบริหารจัดการสินทรัพย์ ด้วยการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ที่หลากหลาย ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจหลายด้านโดยธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 94,364 ล้านบาท และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.81 ซึ่งเป็นไปตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงเล็กน้อยจากบริการธุรกรรมผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม ทั้งนี้ธนาคารยังคงพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานลดลงเป็นร้อยละ 44.7 นอกจากนี้ จากการที่ธนาคารตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ธนาคารจึงตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับไตรมาส 3 ปี 2568 ลดลงจากไตรมาสก่อน ทำให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับ 9 เดือนปี 2568 มีจำนวน 29,549 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,606,661 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.2 จากสิ้นปีก่อน โดยสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ยังคงมีการเติบโต สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.3 ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 294.2 เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง

    ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 จำนวน 3,174,287 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 82.1 ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุน
    ชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่
    ร้อยละ 22.6 ร้อยละ 18.0 และร้อยละ 18.0 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่
    ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1543805&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20nayI6LqHJiMbLmD5k0nl

  • ธปท.-ส.อ.ท.เสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./ วันที่ 21 ต.ค.68

    ธปท.-ส.อ.ท.เสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./ วันที่ 21 ต.ค.68

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/h-21UlgyBkA&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nTX5n_H-g4bYbF3QYzCgy

  • ค้าปลีกชี้ “คนละครึ่งพลัส” กระตุ้นใช้จ่ายจริง! ยอดลงทะเบียนถล่ม  โชห่วยยิ้มรับเงินสะพัดปลายปี

    ค้าปลีกชี้ “คนละครึ่งพลัส” กระตุ้นใช้จ่ายจริง! ยอดลงทะเบียนถล่ม โชห่วยยิ้มรับเงินสะพัดปลายปี

    v.prd:0.0.141

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/th/news/list/128662&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12ziWZ5nV8mLG_CftYNlM5

  • ส่องวงการ “เศรษฐกิจแมว(猫经济)” อุตสาหกรรมการค้าที่เป็นมากกว่าธุรกิจสัตว์เลี้ยง

    ส่องวงการ “เศรษฐกิจแมว(猫经济)” อุตสาหกรรมการค้าที่เป็นมากกว่าธุรกิจสัตว์เลี้ยง

     แมว ถือเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มผู้รักสัตว์ จากผลสำรวจอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศจีนของปี 2568 พบว่านับตั้งแต่ปี 2563-2567 จำนวนการซื้อขายแมวได้รับความนิยมมากกว่าสุนัข โดยอัตราความนิยมการซื้อขายแมวมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากเดิมในปี พ.ศ.2563 มีปริมาณ 48,620,000 ตัว/ปี มูลค่าตลาดคิดเป็น 88,400 ล้านหยวน (403,104 ล้านบาท) สามารถไต่ระดับไปถึง 71,530,000 ตัว/ปี ในปีพ.ศ.2567 รวมมูลค่าตลาดการซื้อขายแมวกว่า 144,500 ล้านหยวน (6,589,200 ล้านบาท) คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 60% ภายในระยะเพียง 6 ปี ซึ่งแนวโน้มของตลาดการซื้อขายแมวดังกล่าวมีการเติบโตอย่างรอบด้าน จนเกิดเป็นศัพท์บัญญัติใหม่ว่า วงการ เศรษฐกิจแมว(猫经济)” 

    5e3a4e17-dd75-4a9e-962f-2d8027321752.png

    แผนภูมิผลสำรวจกลุ่มผู้เลี้ยงแมว สามารถแบ่งอัตราส่วนเป็นผู้บริโภคเพศหญิงได้ 60.5% ผู้บริโภคเพศชาย 39.5% โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 16-35 ปี ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับแมวมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายชนิดพันธุ์แมว ธุรกิจอาหารสัตว์ การบริการสัตว์เลี้ยง  ล้วนอาจสร้างมูลค่ามหาศาลเกินกว่าหลักล้านล้านบาท 

    f78edcb1-4d14-461c-a1a4-563b9d2677d2.png
    2cf518cb-5766-48b9-8bb3-9af3758b3f47.png

    ปัจจุบัน สูตรผลิตภัณฑ์อาหารแมวได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เลี้ยงแมว โดยอาหารแมวสูตรเนื้อสดและสูตรไม่ผสมธัญพืชได้รับความนิยมอย่างสูงสุด และเป็นเจ้าตลาดหลักในวงการผลิตภัณฑ์อาหารแมว ขณะเดียวกัน อาหารแมวสูตรเนื้อปลาก็ได้มีอัตราการเติบโตมากขึ้นเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับสูตรอาหารประเภทอื่น ส่วนอาหารแมวที่สรรพคุณเฉพาะนั้น ผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพและบำรุงระบบย่อยอาหารสำหรับแมวมียอดขายสูงที่สุด  แต่ส่วนสินค้าที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดคือ ผลิตภัณฑ์ชะลอวัยและบำรุงข้อซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาและการขยายขอบเขตผลิตภัณฑ์สุขภาพสัตว์เลี้ยง ที่มุ่งเน้นการผสมผสานระหว่าง โภชนาการที่แม่นยำและสรรพคุณที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยของผู้บริโภค ตั้งแต่กินให้อิ่ม ไปจนถึง กินให้อร่อยและกินเพื่อสุขภาพ

    8a7000b9-2d90-4fcc-8180-0360670e358d.png

    ที่มา https://i2.hdslb.com/bfs/archive/cf3dd43457ae5478d391c939622a64d1d46cab2f.jpg

    เซียนหล่าง (鲜朗)” หรือ Rosy Fresh คือหนึ่งในตัวอย่างแบรนด์อาหารสำหรับแมวที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานเพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้อย่างประสบความสำเร็จ โดยยึดถือ ความสดใหม่ เป็นจุดเด่นหลักของแบรนด์ อาศัยการใช้เทคโนโลยีการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพพิเศษ และการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ให้ได้มากที่สุด  เซียนหล่างเริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในปี พ.ศ.2557 ด้วยผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ป่น แต่หลังจากปีพ.ศ.2560 เซียนหล่างเริ่มหันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์สดแทน โดยได้ปรับปรุงกรรมวิธีการอบเนื้อสด เป็นใช้วัตถุดิบจากเนื้อสัตว์ 93% ปราศจากนํ้ามันและสารแต่งสี รวมถึงใช้ระบบขนส่งแบบห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) โดยยึดหลักที่ว่า วัตถุดิบที่ดีเสริมสร้างสุขภาพ และอาศัยคุณภาพความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ คุณประโยชน์ตามหลักโภชนาการ และการรับประกันคุณภาพ เป็นจุดขายสำคัญที่สร้างผลตอบรับอย่างดี จากข้อมูลดัชนี 10 อันดับธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารแมวประจำปี พ.ศ.2568 โดย huo1818.com (炼丹炉指数) พบว่า แบรนด์เซี่ยนหล่าง มีดัชนีอยู่ที่ 1574.9 ซึ่งถือเป็นอันดับที่สูงที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์อาหารแมวจากประเทศจีน และเป็นรองเพียง Royal Canin แบรนด์สินค้าผลิตภัณฑ์อาหารแมวชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น

    ข้อมูดัชนี 10 อันดับธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารแมวประจำปีพ.ศ.2568 โดย huo1818.com 

    image.png

    ที่มา https://n.sinaimg.cn/

    นอกจากนี้ จากผลสำรวจพบว่า ผลิตภัณฑ์สินค้าสำหรับแมวชนิดอื่นๆ ยังคงขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารแมวซึ่งมียอดขายที่น่าจับตามอง ทั้งยังจัดอยู่ในสินค้าที่มีความจำเป็นที่สุดสำหรับกลุ่มผู้บริโภคผู้รักแมว ในขณะเดียวกัน อัตราการบริโภคผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพแมวและขนมสำหรับแมวก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมากตามลำดับ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์สินค้าประเภทใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างอุปกรณ์เดินเล่นสำหรับแมว การบริการชีวิตสัตว์เลี้ยง อุปกรณ์อัจริยะสำหรับสัตว์เลี้ยงล้วนมีอัตราการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ กล่าวคือ อาหารแมวซึ่งเป็นสินค้าพื้นฐานยังคงได้รับความนิยมและมีอัตราการขยายตัวที่มั่นคง ขณะเดียวกัน สินค้าประเภทใหม่ ได้ถูกคิดค้นขึ้นและกำลังเติบโตในวงการเศรษฐกิจแมวต่อไปในอนาคต การขยายขอบเขตสินค้าภายในเศรษฐกิจแมวเกิดจากความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูง ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อยกระดับความหลากหลายและคุณภาพของสินค้าประเภทต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต

    ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน:  “เศรษฐกิจแมว” หรือ อุตสาหกรรมสินค้าและการบริการสำหรับแมวในประเทศจีนยังคงเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ และคาดว่าจะมีการขยายขอบเขตของสินค้าและบริการให้มีความครอบคลุมอย่างครบวงจรในอนาคตต่อไป โดยกลุ่มผู้เลี้ยงแมวในปัจจุบันมีความกำลังซื้อ และในขณะเดียวกันก็มีความต้องการที่หลากหลาย ละเอียดอ่อน และให้ความใส่ใจพิถีพิถันกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับแมวที่มีความปลอดภัยสูง ทำให้ “เศรษฐกิจแมว” มีอัตราการเติบโตมากเป็นพิเศษกว่าธุรกิจสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นอย่าง สุนัข หรือ ปลาสวยงาม

    ผู้ประกอบการไทยด้านผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงสามารถอาศัยจุดแข็งของประเทศไทยที่มีวัตถุดิบและระบบการการผลิตที่มีมาตรฐาน รวมถึงการใช้ผลการวิจัยด้านโภชนาการสำหรับแมว และใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ร่วมด้วย เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการเจาะตลาดอาหารแมวในประเทศจีน โดยอาจใช้กรณีศึกษาของแบรนด์อาหารแมวชื่อดังอย่างเซียนหล่าง ในการปรับปรุงพัฒนาวงการผลิตภัณฑ์อาหารแมวในประเทศไทยเพื่อเจาะตลาดจีนต่อไป  

    สำหรับเมืองเซี่ยเหมิน ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีชื่อเสียงด้านตลาดสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะธุรกิจสินค้าและการบริการสำหรับแมว ปัจจุบันภายในตลาดซื้อขายสัตว์เลี้ยงมีร้านค้ามากกว่า 100 แห่ง โดยจำนวนกิจการซื้อขายเฉพาะแมวมีราว 30 แห่ง มีการซื้อขายชนิดพันธุ์แมวตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นหยวน (ประมาณ 46,000บาทต่อตัว มีโรงพยาบาลและคลินิคสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการจดทะเบียนกว่า 42 แห่ง ทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อาศัยแมวเป็นจุดขาย เช่น ถนนแมวติ่งเอ้าไจ่ (顶澳仔猫街พิพิธภัณฑ์แมวเหมียว (猫咪博物馆ตลอดจนธุรกิจคาเฟ่แมวกว่า 37 แห่ง 

    นอกจากนี้ ภายในเมืองเซี่ยเหมินยังมีการจัดนิทรรศการสัตวเลี้ยงประจำปี โดยเฉพาะการจัดแสดงสินค้าที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจแมว อย่างนิทรรศการอุตสาหกรรมเศรษฐกิจแมว CEIE (猫经济产业创新博览会) หรือ นิทรรศการแมว (猫博会) ที่จัดในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการด้านสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์สำหรับแมวกว่า 2,000 รายการ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 20,000 คน ทั้งยังมีการจัดการประกวดชนิดพันธุ์แมว การแสดงปีนป่าย และการเปิดคูหาจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับแมว ผู้ประกอบการไทยที่มีความสนใจส่งออกอาหารแมวและผลิตภัณฑ์สำหรับแมวในตลาดจีนโดยเฉพาะในมณฑลฝูเจี้ยนและเจียงซี สามารถใช้นิทรรศการดังกล่าวเป็นช่องทางในการสำรวจตลาด และศึกษาแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมวงการเศรษฐกิจแมวในประเทศจีนได้

    https://n.sinaimg.cn/

    https://mp.weixin.qq.com/s/Ymj89BJBkTJDPLg7x-Tc3g

    http://www.fj.gov.cn/

    https://mr.mbd.baidu.com/

                                                        เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน

    14 ตุลาคม 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/apod0zeqw1ncdb7c6oewllr2&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-p4Z8EjysuruWAQtCLI-H

  • BBL กำไร 9 เดือน โตเฉียด 10% เดินกลยุทธ์คุมเข้มคุณภาพสินเชื่อต่อเนื่อง รับความผันผวนเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    BBL กำไร 9 เดือน โตเฉียด 10% เดินกลยุทธ์คุมเข้มคุณภาพสินเชื่อต่อเนื่อง รับความผันผวนเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    ธนาคารกรุงเทพ [BBL] รายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 68 จำนวน 38,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการบริหารจัดการสินทรัพย์ ด้วยการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ ที่หลากหลาย ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจหลายด้าน โดยธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 94,364 ล้านบาท และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.81% ซึ่งเป็นไปตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย

    สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น จากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงเล็กน้อยจากบริการธุรกรรมผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม

    ธนาคารยังคงพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานลดลงเป็น 44.7% และจากการที่ธนาคารตั้งสำรอง ด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ธนาคารจึงตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับไตรมาส 3/68 ลดลง จากไตรมาสก่อน ทำให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับ 9 เดือนปี 68 มีจำนวน 29,549 ล้านบาท

    ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพ ฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    ณ สิ้นเดือนก.ย. 68 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,606,661 ล้านบาท ลดลง 3.2% จากสิ้นปีก่อน โดยสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ยังคงมีการเติบโต สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต ต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 3.3% ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 294.2% เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลัก การตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง

    ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนก.ย. 68 จำนวน 3,174,287 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 82.1% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุน ชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ 22.6%, 18.0% และ 18.0% ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด

    ในไตรมาส 3/68 เศรษฐกิจไทยชะลอตัวตามภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อล่วงหน้า ของประเทศคู่ค้าที่เริ่มชะลอลง ขณะเดียวกันภาคบริการซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังคงเผชิญแรงกดดัน จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สะท้อนภาวะอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังคงอ่อนแรง ขณะที่มาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจของภาครัฐมีข้อจำกัดจาก ด้านงบประมาณและระดับหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ขีดความสามารถในการพยุงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจลดลง โดยรวมเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก มาตรการภาษีของสหรัฐฯ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายใน ล้วนเป็นปัจจัยที่กระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไปยังคงเปราะบาง

    ท่ามกลางความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจ และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทั้งจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก การเชื่อมโยงทางการค้าและห่วงโซ่อุปทานโลก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น และความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรม สะท้อนให้ เห็นถึงพลวัตของโลกที่ทำให้องค์กรทุกขนาดต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและความสำเร็จในบริบทนี้

    ธนาคารกรุงเทพมุ่งมั่นให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม พร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงสนับสนุนธุรกิจให้ได้ประโยชน์จากโอกาสในการขยายกิจการไปต่างประเทศผ่านการดำเนินกลยุทธ์ Regionalization ตลอดจนส่งเสริมนโยบายของภาครัฐ ในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย เช่น สนับสนุนโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อบรรเทาภาระหนี้ของลูกหนี้ ให้สามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาว ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมยึดมั่นแนวทางการ ให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/539258&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IHQABuFvCnlwrvqpNCYla