นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 69 ยังคงมีความท้าทายสูง ประเมินว่าเศรษฐกิจจะไม่ง่ายมากนัก และคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีไว้ที่ 1.5% โดยปัจจัยที่น่ากังวลใจที่สุดในปี 69 คือเรื่องของการเมือง เนื่องจากยังต้องจับตาการจัดตั้งรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิดและสามารถพลิกผันได้ โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง แต่ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นมานั้นจะมีเสถียรภาพและมีเสียงในสภาเพียงพอหรือไม่
นอกจากนี้ กระบวนการยุบสภาและการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่งผลให้กระบวนการพิจารณางบประมาณปี 70 ต้องหยุดชะงัก คาดว่าในเดือน ต.ค. 69 ภาครัฐอาจต้องใช้จ่ายงบประมาณไปพลางก่อน ซึ่งจะนำไปสู่ความล่าช้าและความชะลอตัวในการเบิกจ่าย ซึ่งในส่วนภาคเอกชน สิ่งที่ต้องการคือรัฐบาลที่มีเสถียรภาพพอควรและแข็งแกร่ง หากได้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ จะเป็นเรื่องยากในการดำเนินนโยบาย เพราะอาจต้องเอาใจทุกฝ่าย พร้อมทั้งเสนอให้ดึงมืออาชีพ (โปรเฟสชันนัล)เข้ามาบริหารในบางกระทรวง
สำหรับปัจจัยอื่นๆ ของเศรษฐกิจในปี 69 ในเรื่องการส่งออกยังไม่ฟื้นตัวดี เพราะการค้าโลกยังคงไม่ใช่งานง่าย แม้จะรอความชัดเจนเรื่องภาษีของสหรัฐฯ ส่วนการบริโภคและการลงทุนภายใน กำลังซื้อภายในประเทศยังไม่เข้มแข็ง สัญญาณความเปราะบางภายในปรากฏชัดจากการที่สินเชื่อธนาคารติดลบมาหลายไตรมาส ขณะที่การท่องเที่ยว ยังไม่แน่ใจว่าจะดีอย่างที่คิดไว้หรือไม่ แม้จะมีการคาดการณ์กันว่าปี 69 จะดีขึ้น แต่ตัวเลขที่ประมาณการไว้ก็อยู่ที่เพียง 35 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าที่เคยคาดหวังว่าจะกลับไปสู่ระดับก่อนโควิด รวมถึงปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียซึ่งปกติเข้ามาในไทยจำนวนมากเดินทางลดลง โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ซึ่งเป็นจุดสำคัญ
นอกจากนี้ ปัญหาด้านความมั่นคงก็ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของไทย สถานการณ์ในกัมพูชาเองก็ยังไม่นิ่ง โดยมีการอพยพของผู้คนหลายแสนคน ซึ่งสร้างภาระและกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ และยังมีความกังวลในบางพื้นที่เมืองเกี่ยวกับอาวุธของกัมพูชาที่สามารถยิงได้ในระยะทางที่ไกลขึ้น
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ด้านนโยบายการเงินเริ่มมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่ควรต้องกังวลว่าดอกเบี้ยจะไม่ลดลงต่อหรือไม่ เนื่องจากหัวใจสำคัญคือ ระดับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ซึ่งการที่อัตราดอกเบี้ยลดต่ำลงมาอยู่ที่ 1.25% ถือเป็นระดับต่ำพอสมควร จะเป็นตัวกระตุ้นอยู่แล้ว ดังนั้น การจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า รัฐบาลควรหันไปใช้แนวทางอื่นควบคู่กันไป
ทั้งนี้แนวทาง 2 เรื่องสำคัญ คือ ปลดล็อกการลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลควรระดมสรรพกำลังเพื่อปลดล็อกให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่งเปรียบเสมือนการเปิดประตูน้ำให้กระแสน้ำไหลออกไป และรัฐบาลต้องเอาจริงกับปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งการที่รัฐบาลแก้หนี้เฉพาะในระบบ แต่ไม่แก้หนี้นอกระบบนั้น จะทำให้ประชาชนไม่สามารถเดินต่อไปได้ เนื่องจากคนหนึ่งอาจมีหนี้ทั้งสองส่วน การแก้ไขเพียงด้านเดียวจะทำให้กำลังซื้อยากที่จะกลับมา
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5455138/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KBIwvv0CLKFN1p4sotoAH
