รัฐบาลอัดฉีด 2.2 แสนล้าน ปักหมุด 10 เมกะโปรเจ็กต์ บูมใต้

รัฐบาลอัดฉีด-2.2-แสนล้าน-ปักหมุด-10-เมกะโปรเจ็กต์-บูมใต้
รัฐบาลฉีด 2.2 แสนล้าน ปักหมุด 10 เมกะโปรเจ็กต์บูมใต้

รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ยกคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ครม.สัญจร จังหวัดสงขลา ประเดิมเดือนกันยายน 2569 หนึ่งในประเด็นสำคัญที่อยู่ในโฟกัส นั่นคือ การผลักดันโครงการเมกะโปรเจ็กต์เพื่อปลุกเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ โดยกระทรวงคมนาคม จัดเต็มนำเสนอ10 โครงการ วงเงินกว่า 224,435 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครม.สัญจร จังหวัดสงขลาในครั้งนี้ รัฐบาลได้มีการนามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและสะพานเชื่อมเกาะลันตา จำนวน 2 โครงการ ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ซึ่งทั้ง 2 โครงการนี้ถือเป็นการนำร่องโครงการแรกของกระทรวงคมนาคมที่ได้เริ่มดำเนินการเตรียมก่อสร้างเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจภาคใต้ 

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ระยะทางรวม 2.240 กิโลเมตร วงเงิน 1,781 ล้านบาท หลังลงนามสัญญาก่อสร้างในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ร่วมกับ บริษัท CHEC Construction (M) Sdn Bhd สัญชาติมาเลเซีย คาดว่าเอกชนจะเข้าพื้นที่ก่อสร้างตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ และก่อสร้างภายในปลายปี 2569 กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน ก่อนเปิดบริการปลายปี 2572  
 

ทั้งนี้โครงการนี้ได้รับอนุมัติในหลักการจาก ครม. มาตั้งแต่ปี 2565 โดยมีการจัดสรรงบประมาณแบ่งเป็นเงินกู้จากต่างประเทศ 1,260 ล้านบาท และงบประมาณแผ่นดินสมทบอีก 540 ล้านบาท โดยเบิกเงินตั้งงบประมาณปี 2568 ซึ่งงวดแรกจะใช้เงินลงทุนจากงบประมาณ 30% ประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนอีก70% เป็นเงินกู้จาก World Bank 

ขณะที่โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลาและพัทลุง วงเงิน 4,600 ล้านบาท ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างขั้นตอนทางกฎหมายในการขอเพิกถอนพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวงในแนวเส้นทางก่อสร้าง ปัจจุบันรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้รับจ้างคือ กิจการร่วมค้า CMC ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท CHEC Construction (M) Sdn Bhd และเชียงรายแลนด์ คาดว่าจะสามารถเริ่มเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างได้ในช่วงเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน 2569 ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี เปิดให้บริการปี 2572 

โครงการดังกล่าวยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการอนุรักษ์โลมาอิรวดีซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 10 ตัวสุดท้ายในทะเลสาบสงขลา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณเงินกู้ให้เปล่าจากธนาคารโลก (World Bank) จำนวน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อทำแผนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตลอดระยะเวลา 10 ปี ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมประมง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
 

ดันทางคู่สายใต้ 1.3 แสนล้าน  

ด้านแหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ปัจจุบันรฟท.มีแผนผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ 4 เส้นทาง วงเงินรวม 131,751 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการรถไฟสายใหม่ สถานีชุมพร-ท่าเรือระนอง ระยะทาง 110 กม. วงเงินลงทุน 27,287 ล้านบาท

ที่ผ่านมารฟท.มีการศึกษาออกแบบรายละเอียด (Detail Design) เส้นทางดังกล่าวแล้ว ในระหว่างที่รอเตรียมเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ตามขั้นตอน รฟท.จะต้องผลักดันโครงการฯเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการรถไฟฯ (บอร์ด) พิจารณาก่อนส่งเรื่องต่อไปยังกระทรวงคมนาคมพิจารณาตามลำดับ โดยประเมินว่าอีไอเอจะผ่านความเห็นชอบจาก กก.วล. ก่อนเปิดประมูลก่อสร้างได้ภายในปี 2570 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี

ทั้งนี้ยังมีโครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ที่รฟท.เร่งผลักดัน จำนวน 3 เส้นทาง ประกอบด้วย โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท และโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท

รายงานข่าวจากรฟท. ระบุว่า ทั้งนี้เมื่อโครงการได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมครม.สัญจร ขั้นตอนต่อไปจะเตรียมจัดทำร่างเอกสารการประกาศประกวดราคา ประมาณ 3-4 เดือน ก่อนเปิดประมูลทั้ง 3 เส้นทาง พร้อมกันภายในต้นปี 2570 ส่วนการก่อสร้างจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2570

หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46  ฉบับที่ 4,232 วันที่ 3 -5 กันยายน พ.ศ. 2569

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/667977&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R_EuwCI7iyuGi1fciwfMI