Category: ท่องเที่ยว

  • “พีระพันธุ์” ร่วมเทศกาลดิวาลี 2568 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน พร้อมมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุม

    “พีระพันธุ์” ร่วมเทศกาลดิวาลี 2568 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน พร้อมมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุม

    นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยนายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าร่วมชมงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ณ ย่านพาหุรัดและคลองโอ่งอ่าง เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นวันหลักของการเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี โดยมีพี่น้องประชาชนเข้ามาพูดคุยทักทายและขอร่วมถ่ายภาพตลอดทางอย่างอบอุ่น

    ระหว่างการเข้าชมงานในครั้งนี้ นายพีระพันธุ์ได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์และกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรมประจำเทศกาลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังได้พบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ออกร้านจำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิด อาทิ ขนมหวานอินเดีย และอาหารสตรีทฟู้ด รวมถึงแวะชมกิจกรรมสาธิตทางวัฒนธรรม เช่น การเพ้นท์เฮนน่า ด้วย

    นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ยังได้เข้าเยี่ยมชม “รถโมบายตรวจการณ์อัจฉริยะ (Smart Mobile Unit)” ของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่นำมาประจำการในพื้นที่จัดงานเพื่อดูแลความปลอดภัยภายในพื้นที่จัดงาน โดยติดตั้งเทคโนโลยี กล้อง AI ตรวจจับใบหน้าบุคคล และระบบเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรมและตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว

    “ขอขอบคุณผู้จัดงานที่ร่วมจัดงานเทศกาลดิวาลีได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วยมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุม การเฉลิมฉลองในย่านพาหุรัดและคลองโอ่งอ่าง นับเป็นจุดรวมของชุมชนเก่าแก่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน”

    เทศกาลดิวาลี หรือ Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ คลองโอ่งอ่างและพาหุรัด ระหว่างวันที่ 16–31 ต.ค. 2568 ไฮไลท์ภายในประกอบด้วย งานประดับไฟและแลนด์มาร์กแสงสี การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย–อินเดีย โชว์จากศิลปินชื่อดัง การออกร้านค้าไทย–อินเดีย ขบวนแห่สักการะพระแม่ลักษมีและพระพิฆเนศ รวมทั้ง การปรับแต่งภูมิทัศน์ออกแบบพื้นที่ศิลปะอินเดียบนกำแพงและทางเดิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/250480&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27-icywndh2yzlo9CKreKq

  • สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวฯ จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2568

    สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวฯ จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2568

    สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวฯ จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2568 ที่ จ.เชียงใหม่

    เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลา 19.30 น. สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่ง ประเทศไทย (TFOPTA) จัดงานประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2568 โดยมีสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานเลี้ยงต้อนรับ“ครอบครัวสมาพันธ์”พร้อมด้วย นางฉลอม สงล่า ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีสมาชิกของ TFOPTA จากทั้ง 5 ภูมิภาค ภาคเหนือ, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมดวงตะวัน เชียงใหม่

    นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2568 ของสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) ระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2568 วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้สู่ชุมชน กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในภาคเหนือ และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาค สู่การพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

    การจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา/อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา/ประธาน ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ บรรยายพิเศษ “เที่ยวไทยให้ครึกครื้น ฟื้นเศรษฐกิจไทยให้คึกคัก ” และบรรยายพิเศษ “ความร่วมมือและส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ข้ามภูมิภาค” โดยนายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

    นอกจากนั้นภายในงานมีกิจกรรม การจับคู่เจรจาธุรกิจด้านการท่องเที่ยว สินค้าของดี ของเด่น Soft Power รวมถึงสินค้า OTOP ของภาคเหนือ กิจกรรมเดินแบบ แฟชั่นโชว์ จากผู้ประกวด Miss Weliness World 2025 และในวันที่ 21 ตุลาคม 2568 มีพิธีส่งมอบธง ให้กับ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสตูลเจ้าภาพครั้งต่อไป

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3800163/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S_qYHu8WTideSeP37jTFR

  • แนวโน้ม SET เช้าไซด์เวย์อัพ จับตางบ “แบงก์” – ครม.เคาะกระตุ้นท่องเที่ยว

    แนวโน้ม SET เช้าไซด์เวย์อัพ จับตางบ “แบงก์” – ครม.เคาะกระตุ้นท่องเที่ยว

    นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีเคลื่อนไหวไซด์เวย์อัพ โดยได้แรงหนุนจาก Sentiment บวกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนลดลง แม้สหรัฐฯขู่เรียกเก็บภาษีศุลกากร 100% ต่อสินค้านำเข้าจีน แต่ยังคาดหวังการหารือระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ในสัปดาห์หน้าจะมีผลลัพธ์เชิงบวก ขณะที่ สถานการณ์ชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ เปิดเผยว่ามีโอกาสที่สถานการณ์ดังกล่าวจะ

    สิ้นสุดในสัปดาห์นี้ ประกอบกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ ยังออกมาดีกว่าคาดอยู่ ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนดีเป็นบวกต่อตลาดหุ้นภูมิภาคและตลาดหุ้นไทยได้

    สำหรับปัจจัยในประเทศติดตามความคืบหน้ามาตรการ Quick Big Win ของรัฐบาลที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลังกระแส โครงการคนละครึ่งพลัส คนลงทะเบียนครบ 20 ล้านสิทธิเรียบร้อย และรัฐบาลเปิดเผยว่าอาจมีการพิจารณาเฟส 2 ด้วย

    ส่วนในวันนี้แนะติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดจะมีการเห็นชอบมาตรการท่องเที่ยวเพิ่มเติม สำหรับกลยุทธ์การลงทุนวันนี้เลือก TTB หลังเมื่อวาน KKP รายงานงบฯ ดีกว่าคาดจากขาดทุนรถยึดลดลง TTB ซึ่งมีสินเชื่อรถยนต์ประมาณ 29% น่าจะได้ Sentiment บวกจากปัจจัยดังกล่าว และเลือก PR9 จากธีม Earning play โดยให้กรอบแนวรับ 1,280 จุด และแนวต้าน 1,300 จุด

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/790146&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22AJN_-Lcp-KWmTa6Uf43a

  • จับตาครม. “อนุทิน” ดันปราบสแกมเมอร์วาระแห่งชาติ เคาะ 4 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว

    จับตาครม. “อนุทิน” ดันปราบสแกมเมอร์วาระแห่งชาติ เคาะ 4 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 ต.ค.68) เวลา 10:00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีวาระสำคัญเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การส่งเสริมภาคท่องเที่ยวในประเทศ และความมั่นคงทางเทคโนโลยี

    ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเตรียมเสนอให้ ครม. เห็นชอบการยกระดับการปราบปราม “สแกมเมอร์” และ “มิจฉาชีพออนไลน์” เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันว่า การจัดการปัญหาสแกมเมอร์ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งไทยต้องแสดงความจริงจังในการดำเนินการ

    สำหรับการประชุม ครม. ครั้งนี้ ยังมีการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 รายการ เพื่อหนุนภาคการท่องเที่ยว ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ได้แก่ มาตรการภาษีท่องเที่ยว ให้สิทธิลดหย่อนภาษีจากค่าที่พักและร้านอาหารได้สูงสุด 20,000 บาท ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 โดยใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปหรือ e-Tax Invoice และหากเป็นจังหวัดท่องเที่ยวรองจะสามารถลดหย่อนได้ 1.5 เท่า

    นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายงบฝึกอบรม (Front Load) สำหรับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2568 – มกราคม 2569 และต้องเบิกจ่ายไม่น้อยกว่า 60% โดยเน้นจัดกิจกรรมในจังหวัดท่องเที่ยวรอง พร้อมกำหนดเป็นตัวชี้วัด (KPI) ของหัวหน้าหน่วยงาน

    ส่วนอีก 2 มาตรการ ได้แก่ การขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตสถานบันเทิงจาก 10% เหลือ 5% อีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 ครอบคลุมสถานประกอบการประเภทไนต์คลับ ผับ บาร์ และร้านที่มีการแสดงหลังเที่ยงคืน

    และการให้สิทธิหักรายจ่ายลงทุนในการปรับปรุงโรงแรมได้ 2 เท่า ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569 โดยได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 100% ของรายจ่าย และสามารถทยอยใช้สิทธิหักได้ภายใน 20 รอบบัญชี

    นอกจากนี้ สำนักงบประมาณ ยังเสนอให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมวงเงินกว่า 4 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีงบประมาณนี้

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/790140&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-fx6k6Isq6Jq9eszvpWHj

  • เปิดแฟ้ม ครม.21 ต.ค. เตรียมเคาะ 4 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว เร่งเบิกจ่าย 4 ล้านล้าน

    เปิดแฟ้ม ครม.21 ต.ค. เตรียมเคาะ 4 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว เร่งเบิกจ่าย 4 ล้านล้าน

    เศรษฐกิจ

    21 ต.ค. 2025 เวลา 6:12 น.

    เปิดแฟ้ม ครม.21 ต.ค. เตรียมเคาะ 4 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว เร่งเบิกจ่าย 4 ล้านล้าน

    เปิดแฟ้ม ครม.พิจารณาชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเน้นกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว–บริการ และเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ นายกฯ ชงปราบสแกมเมอร์ เป็นวาระแห่งชาติ

    รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (21 ต.ค.68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม 

    โดยจะมีการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยได้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) แล้ว โดยเป็นมาตรการเพื่อกระตุ้น และสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว 4 มาตรการ ได้แก่ 

     1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ดำเนินการตั้งแต่ วันที่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค.2568 ให้ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดานำค่าที่พักในโรงแรม โฮมสเตย์ไทย หรือสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการร้านอาหารที่จ่ายให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาหักลดหย่อนได้สูงสุด 20,000 บาท แบ่งเป็น 10,000 บาทแรก ใช้ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในรูปแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ และ10,000 บาทที่เหลือ ต้องใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น ทั้งนี้ อัตราการลดหย่อนท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรอง 55 จังหวัด และบางอำเภอใน 15 จังหวัด ลดหย่อนได้ 1.5 เท่า ส่วนจังหวัดอื่นลดหย่อนได้ 1 เท่า

    2.มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม (Front Load) ระยะเวลาดำเนินการเดือนต.ค.2568 – ม.ค.2569 ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งเบิกค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาในส่วนของการพัฒนาบุคลากรไม่น้อยกว่า 60% ของวงเงินที่ตั้งไว้ โดยให้พิจารณาจัดในเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศ 

    โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวรองเป็นลำดับแรก กำหนดให้การขับเคลื่อนมาตรการนี้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (KPI) ประจำปีงบประมาณ 2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ อปท.

    โดยให้รายงานผลการเบิกจ่ายต่อคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และการใช้จ่ายภาครัฐ นอกจากนี้ มอบหมายให้กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของอัตราค่าเช่าที่พัก และค่าอาหารสำหรับการจัดฝึกอบรมในประเทศให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

    3.ขยายระยะเวลาปรับลดอัตราภาษีสถานบันเทิง ระยะเวลาดำเนินการวันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค.2569 ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตจาก10 % เป็น 5 % ออกไปอีก 1 ปี สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 ได้แก่ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลานจ์ รวมถึงสถานที่จำหน่ายอาหาร และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00 น.

    4.มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก ระยะเวลาดำเนินการวันที่ 29 ต.ค.2568 – 31 มี.ค. 2569 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม หักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการได้ 2 เท่า แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้เป็นจำนวน 100 % ของรายจ่ายดังกล่าว

    โดยทรัพย์สินที่ได้รับสิทธิประโยชน์ ได้แก่ อาคารถาวรที่ใช้ในการประกอบกิจการโรงแรม เครื่องตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นส่วนประกอบ และยึดติดกับอาคารเป็นการถาวร สิทธิประโยชน์นี้ให้ใช้ตามส่วนเฉลี่ยเป็นจำนวนเท่ากันเป็นเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน (ทยอยหักรายจ่ายเท่าที่ 2 เป็นระยะเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชี) 

    สำหรับวาระอื่นๆ เช่น สำนักงบประมาณ เสนอมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ทั้งภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ วงเงินรวมกว่า 4 ล้านล้านบาท 

    นอกจากนี้นายกฯ รัฐมนตรีจะรายงานใน ครม.เรื่องการยกระดับการปราบปรามสแกมเมอร์ และมิจฉาชีพออนไลน์ โดยรัฐบาลเป็นวาระแห่งชาติพื่อให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือกันแก้ปัญหาดังกล่าวโดยด่วน

    กระทรวงมหาดไทยเสนอขอความเห็นชอบในหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี ๒๕๖๘ และขออนุมัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี ๒๕๖๘

    สำหรับวาระเพื่อทราบได้แก่ 

    กระทรวงแรงงานเสนอร่างกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการสู้รบบริเวณชายแดน พ.ศ. ….

    กระทรวงการคลังเสนอการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (นายบุญชอบ วิเศษปรีขา)

    กระทรวงการต่างประเทศเสนอรัฐบาลฮังการีเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งฮังการีประจำประเทศไทย (นางสาวซิลเวีย ซอโลก็)

    การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

    กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เสนอการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 

    การแต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (สำนักนายกรัฐมนตรี)

    กระทรวงสาธารณสุขเสนอการแต่งตั้งประธานกรรมการในคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1203977&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zvu7GjJQWPFj85wCyiWqe

  • เปิดแฟ้มครม.21ต.ค.68 นายกฯอนุทินเสนอปราบสแกมเมอร์วาระชาติ

    เปิดแฟ้มครม.21ต.ค.68 นายกฯอนุทินเสนอปราบสแกมเมอร์วาระชาติ

    การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 21 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน พิจารณาวาระสำคัญทั้งด้าน “ความมั่นคงทางเทคโนโลยี” และ “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว”

    นายกฯอนุทิน เตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่อง การยกระดับการปราบปรามสแกมเมอร์และมิจฉาชีพออนไลน์เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานบูรณาการร่วมกันแก้ปัญหา ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์และดำเนินคดีมูลค่ารวมหลายหมื่นล้านบาทแล้ว แต่ยังขาดการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ โดยนายกฯอนุทินยืนยันรัฐบาลไม่ได้นิ่งเฉยและจะเร่งปฏิบัติให้เข้มข้นขึ้น

    นายกฯอนุทิน ย้ำว่า “การปราบสแกมเมอร์” เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของกระบวนการเจรจาสันติภาพ ที่ไทยต้องแสดงความจริงจังในเชิงปฏิบัติ
     

    ขณะเดียวกัน ที่ประชุม ครม. ยังพิจารณา 4 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อหนุนภาคการท่องเที่ยว ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ได้แก่

    มาตรการภาษีท่องเที่ยว

    • หักลดหย่อนค่าที่พัก–ร้านอาหารได้สูงสุด 20,000 บาท (ช่วง 29 ต.ค.–15 ธ.ค. 68)
    • ใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปหรือ e-Tax Invoice
    • จังหวัดท่องเที่ยวรองลดหย่อนได้ 1.5 เท่า

    มาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายงบฝึกอบรม (Front Load)

    • ดำเนินการ ต.ค. 68 – ม.ค. 69
    • ส่วนราชการ–รัฐวิสาหกิจ–อปท. ต้องเบิกจ่ายไม่น้อยกว่า 60%
    • เน้นจัดในจังหวัดท่องเที่ยวรอง กำหนดเป็น KPI ของหัวหน้าหน่วยงาน

    ขยายเวลาลดภาษีสถานบันเทิง

    • ลดภาษีสรรพสามิตจาก 10% เหลือ 5% อีก 1 ปี (1 ม.ค.–31 ธ.ค. 69)
    • ครอบคลุมไนต์คลับ ผับ บาร์ และร้านที่มีการแสดงหลังเที่ยงคืน

    มาตรการภาษีปรับปรุงโรงแรม

    • หักรายจ่ายลงทุนปรับปรุงโรงแรมได้ 2 เท่า (29 ต.ค. 68 – 31 มี.ค. 69)
    • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 100% ของรายจ่าย ใช้สิทธิทยอยหัก 20 รอบบัญชี

    นอกจากนี้ สำนักงบประมาณ ยังเสนอ เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐและรัฐวิสาหกิจรวมกว่า 4 ล้านล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจช่วงปลายปีงบประมาณ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/732149&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29-ySrr61zl5xDZgJXWMYs

  • เตือน นทท. เข้าป่ากางเต็นท์ ระวังถูกตัวไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วย “โรคไข้รากสาดใหญ่”

    เตือน นทท. เข้าป่ากางเต็นท์ ระวังถูกตัวไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วย “โรคไข้รากสาดใหญ่”

    เตือน นทท. เข้าป่ากางเต็นท์ ระวังถูกตัวไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วย “โรคไข้รากสาดใหญ่”

    กรมควบคุมโรค เตือนนักท่องเที่ยวเข้าป่ากางเต็นท์ สัมผัสอากาศหนาว ระวังถูกตัวไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วย “โรคไข้รากสาดใหญ่” บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง จนเสียชีวิต

    มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 68 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอากาศเริ่มเย็นลงเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ประชาชนมักจะเดินทางไปท่องเที่ยวตามป่าเขา และกางเต็นท์นอนเพื่อชมหมอก หรือสัมผัสอากาศหนาว ทำให้มีความเสี่ยงที่จะถูกตัวไรอ่อนที่อาศัยอยู่ในป่ากัด ซึ่งอาจติดเชื้อ และป่วยเป็นโรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) หรือ โรคไข้รากสาดใหญ่ได้

    สถานการณ์โรคไข้รากสาดใหญ่ในประเทศไทย ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 ตุลาคม 2568 พบผู้ป่วยสะสม 7,055 ราย อัตราป่วย 10.66 ต่อประชากรแสนคน กระจายใน 74 จังหวัด พบมากบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจังหวัดที่มีผู้ป่วยสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน อุบลราชธานี และตาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยทำงาน ประกอบอาชีพเกษตรกร และรับจ้างทั่วไป นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2568 ประเทศไทยยังพบผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้รากสาดใหญ่รวมทั้งสิ้น 6 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 0.09

    โรคไข้รากสาดใหญ่ เกิดจากการถูกตัวไรอ่อนที่มีเชื้อกัด ทำให้คนได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลบริเวณผิวหนังที่ถูกกัด ซึ่งตัวไรอ่อนมีขนาดเล็กมาก จนอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาศัยอยู่ตามใบไม้ ใบหญ้าใกล้กับพื้นดิน และไต่ไปตามยอดหญ้าแล้วเกาะตามเสื้อผ้าของคนที่เดินผ่าน บริเวณที่มักถูกกัดคือ รักแร้ ขาหนีบ รอบเอว หากถูกตัวไรอ่อนที่มีเชื้อกัด ประมาณ 10 – 12 วัน จะมีอาการ ไข้สูง ปวดศีรษะ ตาแดง ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย บริเวณที่ถูกกัดอาจจะมีผื่นแดงขนาดเล็กค่อย ๆ นูนหรือใหญ่ขึ้น และอาจจะพบแผลคล้ายบุหรี่จี้ (Eschar) แต่จะไม่ปวดและไม่คัน ผู้ป่วยบางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ และอาจทำให้เสียชีวิตได้

    กรมควบคุมโรคขอแนะนำประชาชนที่จะเดินทางท่องเที่ยวและกางเต็นท์นอนในป่า ควรสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนบนพื้นหญ้า และใช้สเปรย์หรือโลชั่นกันแมลงที่มีส่วนผสมของสาร DEET 20-30% หลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณแหล่งอาศัยของตัวไรอ่อน เช่น ป่าละเมาะ ทุ่งหญ้าชายป่าหรือบริเวณต้นไม้ใหญ่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง 

    หลังออกจากป่าให้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายและสระผม สำรวจร่างกายตนเองว่ามีผื่น แผล หรือแมลงเกาะตามตัวหรือไม่ และควรนำเสื้อผ้าที่สวมใส่มาซักทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกเข้มข้นทันที เพราะอาจจะมีตัวไรอ่อนติดมากับร่างกายหรือเสื้อผ้าได้ 

    ภายหลังจากกลับจากเที่ยวป่า หรือกางเต็นท์ภายใน 2 สัปดาห์หากป่วย มีไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะ หรือตรวจพบสะเก็ดแผลที่มีรอยไหม้คล้ายถูกบุหรี่จี้ที่ผิวหนัง ขอให้นึกถึงโรคนี้ และควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเข้าไปในป่า เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว ป้องกันการเสียชีวิต หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2890287&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CcWVYwXA36jg4sviLfAHc

  • ครม. ถกใหญ่คลอดแพ็คเกจภาษีกระตุ้นท่องเที่ยว-เร่งเบิกจ่าย 4 ล้านล้าน

    ครม. ถกใหญ่คลอดแพ็คเกจภาษีกระตุ้นท่องเที่ยว-เร่งเบิกจ่าย 4 ล้านล้าน

    วันนี้ (21 ตุลาคม 2568) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการ ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยการประชุมครั้งนี้ มีไฮไลท์ที่ต้องติดตามคือ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว 4 มาตรการ ครอบคลุมทั้งมาตรการภาษี การใช้จ่ายงบประมาณฝึกอบรม และมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก ที่ได้เห็นชอบไปเรียบร้อยแล้ว

    สำหรับ 4 มาตรการมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ประอบด้วย

    1.มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว 

    เป็นมาตรการภาษี สำหรับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถนำค่าใช้จ่ายที่พักในโรงแรม โฮมสเตย์ไทย หรือสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการร้านอาหารที่จ่ายให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาหักลดหย่อนได้สูงสุด 20,000 บาท

    โดยอัตราการลดหย่อนท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรอง 55 จังหวัด และบางอำเภอใน 15 จังหวัด ลดหย่อนได้ 1.5 เท่า ส่วนจังหวัดอื่นลดหย่อนได้ 1 เท่า มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.- 15 ธ.ค.2568

    2.มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม

    โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งเบิกค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาในส่วนของการพัฒนาบุคลากรไม่น้อยกว่า 60% ของวงเงินที่ตั้งไว้ เน้นเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวรองเป็นลำดับแรก และกำหนดให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (KPI) ประจำปีงบประมาณ 2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีระยะเวลาดำเนินการเดือน ต.ค. 2568 – ม.ค. 2569

    3.มาตรการภาษี ขยายระยะเวลาปรับลดอัตราภาษีสถานบันเทิง 

    ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตจาก 10 %เป็น 5 % ออกไปอีก 1 ปี สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 ได้แก่ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์ รวมถึงสถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00 น. มาตรการนี้จะส่งผลให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ภาษีลดลง 219.55 ล้านบาทต่อปี มีระยะเวลาดำเนินการวันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2569

    4.มาตรการเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก

    โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม หักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการได้ 2 เท่า แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้เป็นจำนวน 100 % ของรายจ่ายดังกล่าว มีระยะเวลาดำเนินการวันที่ 29 ต.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2569

    ขณะที่มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป็นการกระตุ้นการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้มีเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ และช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2568 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 โดยมีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 3,780,600 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.รายจ่ายประจำ จำนวน 2,918,863.71 ล้านบาท 2.รายจ่ายลงทุน จำนวน 861,736.29 ล้านบาท 

    ทั้งนี้เมื่อรวมเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 อีกจำนวน 320,996.41 ล้านบาท จะทำให้มีงบประมาณที่หน่วยงานของรัฐจะต้องดำเนินงาน รวมกันเป็นวงเงินทั้งสิ้น 4,101,596.41 ล้านบาท

    อย่างไรก็ตามในช่วงก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน Maha Loi Krathong World Event ในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2568 ณ จังหวัดสุโขทัย และพระนครศรีอยุธยา และงาน Vijit Chao Phraya 2025 ในเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2568 ณ บริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/641906&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WSE5NbdyO4Ox2eFccHii6

  • ส่งคืนแล้ว “มงกุฎมิสยูนิเวิร์สศรีลังกา” ปี 2025 หลังผู้เสียหายลืมไว้บนแท็กซี่

    ส่งคืนแล้ว “มงกุฎมิสยูนิเวิร์สศรีลังกา” ปี 2025 หลังผู้เสียหายลืมไว้บนแท็กซี่

    ตำรวจปทุมวัน-ตำรวจท่องเที่ยว ตามคืน “มงกุฎ” ให้มิสยูนิเวิร์สศรีลังกา ปี 2025 ได้สำเร็จ หลังผู้เสียหายลืมกระเป๋าที่ใส่ชุดและมงกุฎไว้บนรถแท็กซี่ ขณะมาทำธุระที่สยาม

    เมื่อเวลา 13.38 น. วันที่ 20 ต.ค. 68 Mr.Eksith Sachin Seneviratne สัญชาติศรีลังกา เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.มนตรี คำขาว สว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ภายหลังจากที่ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน และตำรวจท่องเที่ยว 1 ได้ติดตามเอามงกุฎของ Mrs.Lihasha Lindsay-White มิสยูนิเวิร์สศรีลังกา ปี 2025 มาส่งคืนให้กับ Mrs.Lihasha Lindsay-White

    สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 18.26 น. วันที่ 19 ต.ค. 68 Mr.Eksith Sachin Seneviratne สัญชาติศรีลังกา ผู้จัดการของ Mrs.Lihasha Lindsay-White มิสยูนิเวิร์สศรีลังกา ปี 2025 เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน โดยระบุว่า ช่วงบ่ายวานนี้ Mrs.Lihasha Lindsay-White ได้ขึ้นรถแท็กซี่ไม่ทราบทะเบียน จากโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ เอเทรียม เพื่อมาทำธุระที่สยามเซ็นเตอร์พอยด์ สยามสแควร์ซอย 3 แขวง และเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ แล้วได้เผลอลืมกระเป๋าสะพายไว้บนรถแท็กซี่ ซึ่งภายในมีมงกุฎและชุดเดรสสีเขียว ที่เป็นของสำคัญในการใช้ประกวดมีสยูนิเวิร์สที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยในเดือน พ.ย. นี้

    หลังทราบเรื่อง พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์หรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนทราบว่ารถแท็กซี่คันดังกล่าวคือรถโตโยต้า โคโรลล่า สีขาว-ชมพู ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายบุญชื่น มาตรคำจันทร์ อายุ 68 ปี เป็นคนขับ จึงได้ติดต่อนายบุญชื่น ให้นำของกลางดังกล่าวมาคืนที่ สน.ปทุมวัน

    นายบุญชื่น ให้การว่า ตนจำไม่ได้ว่ากระเป๋าดังกล่าวเป็นของลูกค้าท่านใด เพียงแต่คิดว่าเป็นของแต่งตัวผู้หญิง จึงเก็บรักษาไว้ หากมีเจ้าของติดต่อมาก็จะคืนของทันที

    เมื่อ Mrs.Lihasha Lindsay-White ได้รับมงกุฎคืน ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน และตำรวจท่องเที่ยว 1 และนายบุญชื่น ซึ่งเหตุการณ์จบลงด้วยดี.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/crime/2890273&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kMAOZPt2XIDShUtEH2c0V

  • สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรมส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นสินค้า OTOP เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและส่งเสริมช่องทางตลาดเชื่อมโยงการท่องเที่ยว

    สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรมส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นสินค้า OTOP เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและส่งเสริมช่องทางตลาดเชื่อมโยงการท่องเที่ยว

    สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรมส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นสินค้า OTOP เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและส่งเสริมช่องทางตลาดเชื่อมโยงการท่องเที่ยว


    20/10/2568 | 58 |

    สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรมส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นสินค้า OTOP เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและส่งเสริมช่องทางตลาดเชื่อมโยงการท่องเที่ยว

         ที่ ศูนย์การค้าท็อปส์ พลาซ่า พะเยา นายภูธนะ ชมภูมิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดกิจกรรมเปิดกิจกรรมส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นสินค้า OTOP เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและส่งเสริมช่องทางการตลาดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต่อยอดจากโครงการปรับปรุงคลองผันน้ำร่องสักและโครงการก่อสร้างฝ่ายร่องขุย พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้นำประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบริเวณอ่างเก็บน้ำร่องสัก ฝายร่องสัก ร่องขุย นำมาสร้างและพัฒนาให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพะเยา ผู้อำนวยการกลุ่มงานทุกกลุ่มงาน พัฒนาการอำเภอทุกอำเภอ และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
         ว่าที่ร้อยตรี ไพฑูรย์ ศรีราจันทร์ พัฒนาการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน อนุมัติให้จังหวัดพะเยา ดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต่อยอดจากโครงการปรับปรุงคลองผันน้ำร่องสักและโครงการก่อสร้างฝ่ายร่องขุย พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ให้เกิดการต่อยอดนำไปสู่ความสามารถในการจำหน่ายผลิตภัตภัณฑ์ของชุมชนได้ ส่งเสริมให้ประชาชนเกิดการรวมกลุ่ม และจัดตั้งกลุ่มอาชีพเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ของชุมชนพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ OTOP และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้นนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
         สำหรับกิจกรรมดังกล่าว มีกลุ่มอาชีพตำบลคือเวียง จำนวน 15 กลุ่ม ตำบลบ้านถ้ำ จำนวน 33 กลุ่ม และตำบลบ้านปิน จำนวน 2 กลุ่ม รวมทั้งสิ้นจำนวน 20 กลุ่ม มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาตามโครงการฯ จำนวน 20 ผลิตภัณฑ์ 

     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1971/iid/433219&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jxKDv5P3bXk0ghhM6AGa6