© 2025 บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5222313/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Qx1sxOd3ni8c8247-LIHQ

© 2025 บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5222313/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Qx1sxOd3ni8c8247-LIHQ


มิติหุ้น – บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินดัชนี SET สัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,250–1,320 จุด ท่ามกลางแรงกดดันความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน ประกอบกับเศรษฐกิจส่อชะลอตัวจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลาง จับตามารตการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งนโยบายพลังงาน “Quick Big Win” การขนส่งทางราง และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว แนะกลยุทธ์ช้อป 6 หุ้นเด่น MINT, ERW, CENTEL, AWC, BA, AAV
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,250–1,320 จุด ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งทางโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนกล่าวว่า มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีน เป็นมาตรการที่ชอบด้วยกฎหมายและสอดคล้องกับกฎระเบียบของจีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการควบคุมการส่งออกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้เป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ยังส่งผลลบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานอีกด้วย
ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ เสี่ยงชะลอตัวจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลกลาง (Government Shutdown) ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง อาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสูงถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อสัปดาห์ โดยสถานการณ์ที่ยืดเยื้อเริ่มส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในด้านการลงทุนและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ
ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ซึ่งปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงถึง 36 จุด สู่ระดับ -12.8 ในเดือนตุลาคม ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ +9.5 โดยดัชนีที่มีค่าเป็นลบสะท้อนถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตในภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งได้รับผลกระทบจากการจ้างงานที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในประเทศยังคงมีบทบาทสำคัญในการพยุงดัชนี โดยล่าสุด ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) ยืนยันความพร้อมในการเดินหน้าตามนโยบาย “Quick Big Win” ของกระทรวงพลังงานและรัฐบาล โดยจะจัดสรรงบประมาณปี 2568 เพื่อสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พลังงาน โดยเน้นพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนทุรกันดาร
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ด้านสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund: Thai ESG) โดยขยายประเภททรัพย์สินที่สามารถลงทุนได้ ให้ครอบคลุมถึงหน่วยลงทุนของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infra Funds) ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ วันที่ 14-21 ต.ค. หุ้นกลุ่มธนาคารส่งงบการเงินงวดไตรมาส 3/68, สัปดาห์ที่ 4 ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, สัปดาห์ที่ 5 สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและ วันที่ 31 ต.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม อาทิ วันที่ 21 ต.ค. สหรัฐ รายงานยอดขายของห้างสรรพสินค้าในสหรัฐฯ,22 ต.ค. ญี่ปุ่น รายงานยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนก.ย.,สหรัฐ รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์, 23 ต.ค. สหรัฐ รายงานดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนก.ย. และยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ย., 28-29 ต.ค. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ครั้งที่ 7/68
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ได้แก้ MINT, ERW, CENTEL, AWC, BA, AAV โดยในสัปดาห์นี้จับตาการประชุมครม.จะพิจารณา “4 มาตรการใหญ่” กระตุ้นกำลังซื้อเพิ่มการเดินทางเมืองรอง ครอบคลุมสิทธิลดหย่อนภาษี ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ปี 2568 ราว 0.05-0.06% สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนหลายหมื่นล้านบาท
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/10/20/587477/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Go9xWc4R4EqqYKwZfFjA1

“มงกุฎ Miss Universe Sri Lanka 2025” สูญหาย หลังนางงามลืมไว้บนแท็กซี่ โชคดีตำรวจ สน.ปทุมวัน ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวตามสัญญาณวงจรปิดจนเจอ คนขับรีบนำส่งคืนทันที

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 13.48 น. เกิดเหตุมงกุฎของ Lihasha Lindsay-White ผู้ครองตำแหน่ง Miss Universe Sri Lanka 2025 สูญหายภายในบริเวณ สยามเซ็นเตอร์พอยต์ สยามสแควร์ ซอย 3 แขวงและเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
เบื้องต้นผู้เสียหายแจ้งว่าได้โดยสารแท็กซี่สีขาว-ชมพู ทะเบียน ทฬ 5714 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนาย บุญชื่น มาตรคำจันทร์ เป็นคนขับ เมื่อลงจากรถจึงพบว่ามงกุฎและชุดเดรสสีเขียวเข้มที่นำติดตัวมาหายไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนพบรถแท็กซี่คันดังกล่าว จึงประสานสหกรณ์แท็กซี่ในวันทำการถัดมา และสามารถติดต่อคนขับได้ ก่อนนายบุญชื่นนำมงกุฎมาคืนให้ผู้เสียหายผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว
เหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับคำชื่นชมในความรวดเร็วและประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ ที่สามารถติดตามทรัพย์สินสำคัญของนางงามต่างชาติกลับคืนได้ภายในเวลาอันสั้น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/250362&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23D99IVsxljcjdmsWp1ZLT

จังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรม วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 “นั่งรถไฟแม่กลอง วิ่งไป เที่ยวไป (ชิมไป) กับแม่บ้านมหาดไทย สุขใจที่สมุทรสงคราม”
19/10/2568 | 50 |
จังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรม วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 “นั่งรถไฟแม่กลอง วิ่งไป เที่ยวไป (ชิมไป) กับแม่บ้านมหาดไทย สุขใจที่สมุทรสงคราม” (19 ตุลาคม 2568) เวลา 15.00 น. นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดกิจกรรม วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 “นั่งรถไฟแม่กลอง วิ่งไป เที่ยวไป (ชิมไป) กับแม่บ้านมหาดไทย สุขใจที่สมุทรสงคราม“ พร้อมด้วย นายกรกฎ วงษ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายรนัสถ์ชัย พุ่งเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นางณัฐสุดา วงษ์สุวรรณ รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม และสมาคมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกิจกรรม
ด้วย สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพ การส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และการช่วยเหลือสังคม จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่ (1) เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีสุขภาพแข็งแรง จิตใจแจ่มใส รวมถึงใช้เวลาเวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี (2) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด ผ่านกิจกรรมวิ่งในเส้นทางที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของแต่ละพื้นที่ โดยประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวเหล่านั้นเป็นที่รู้จักในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนและชุมชน ส่งเสริมรายได้อย่างยั่งยืน (3) เพื่อสนับสนุนการศึกษาและกิจกรรมสาธารณกุศล โดยรายได้จากการจัดโครงการหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปมอบเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่มีความประพฤติดี ผลการเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผ่านโครงการทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
กิจกรรมในครั้งนี้ วิ่งในเส้นทางที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดสมุทรสงคราม เริ่มจากบริเวณตลาดร่มหุบ จุดที่รถไฟออกจากสถานีแม่กลอง แวะช็อปชิมร้านมะพร้าวน้ำหอม ร้านส้มโอขาวใหญ่ ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดง ร้านขายของฝาก และของดีเมืองสมุทรสงคราม ไหว้ศาลเจ้าพ่อแม่กลอง สักการะหลวงพ่อบ้านแหลม จากนั้นวิ่งไปยังท่าน้ำวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ที่มองเห็นสะพานแขวนชมวิวแม่น้ำแม่กลอง และปิดท้ายด้วยบรรยากาศยามเย็นริมเขื่อนวัดเพชรสมุทรวรวิหาร พร้อมรับชมการแสดงโขน
ทั้งนี้ จังหวัดสมุทรสงครามและชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม เชิญชวนประชาชนทุกเพศทุกวัยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมสุขภาพดีและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยผู้เข้าร่วมสามารถแชร์ภาพความประทับใจจากกิจกรรมลงบน Facebook พร้อมติดแฮชแท็ก #วิ่งไปเที่ยวไปกับแม่บ้านมหาดไทย #สมาคมแม่บ้านมหาดไทย เพื่อลุ้นรับของรางวัลรวม 4 รางวัล ได้แก่ รางวัลที่ 1 ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศสำหรับ 2 ท่าน พร้อมที่พักโรงแรมอนันตรา 3 วัน 2 คืน และ รางวัลที่ 2 ที่พักโรงแรมอนันตรา 3 วัน 2 คืน จำนวน 3 รางวัล โดยสามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2568
#วิ่งไปเที่ยวไปกับแม่บ้านมหาดไทย
#สมาคมแม่บ้านมหาดไทย
#จังหวัดสมุทรสงคราม
รูปภาพ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://samutsongkhram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/432977&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1eLCusoFXuOGPAIBsP54W5

ทุ่งดอกบัวตอง 2568 ชวนสัมผัสความงามสีเหลืองทองที่ปกคลุมทั่วขุนเขา บรรยากาศสดชื่นและวิวสุดตระการตา เหมาะกับการเก็บภาพความประทับใจและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
ต้อนรับลมหนาว 2568 กับความงดงามของทุ่งดอกบัวตอง ที่กลับมาบานสะพรั่งแต่งแต้มสีเหลืองทองทั่วขุนเขาอีกครั้ง บรรยากาศเย็นสบาย ละอองหมอกยามเช้า และวิวสุดอลังการของธรรมชาติรายล้อม ชวนให้ทุกคนออกเดินทางไปสัมผัสความงามของดอกไม้ป่าที่ผลิบานเต็มพื้นที่ ว่าแต่จะมีที่ไหนให้เที่ยวชม รายละเอียดเป็นยังไง ? มาดูกันเลย
ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานเชียงราย แจ้งกำหนดการจัดงานเทศกาลทุ่งดอกบัวตอง บ้านหัวแม่คำ จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2568
ภายในงานพบกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น
พบกับการแสดงวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆ 7 ชนเผ่า
การประกวดธิดาชนเผ่า
กิจกรรมขันโตกชาวดอย
เที่ยวชมการจัดแสดงนิทรรศการและภูมิปัญญาท้องถิ่น
เที่ยวชมความงามของทุ่งดอกบัวตอง, น้ำตกดอยหัวแม่คำ วนอุทยานดอยหัวแม่คำ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายภายในงาน

ฤดูหนาวปีนี้ ชวนคุณออกเดินทางสู่ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จุดชมวิวระดับตำนานที่งดงามราวภาพวาด เมื่อดอกบัวตองนับล้านต้นพร้อมใจกันผลิบานเหลืองอร่ามปกคลุมทั่วเนินเขา ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและทิวทัศน์ขุนเขาสลับซับซ้อนสุดตระการตา ยิ่งได้ชมแสงแรกของวันท่ามกลางทะเลหมอกยามเช้า บอกเลยว่าสวยจนลืมหายใจ ใครกำลังหาที่เที่ยวธรรมชาติสุดโรแมนติก ต้องไม่พลาดมาเช็กอินที่นี่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมนี้


อัปเดต : เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ดอกตูมเริ่มมาให้เห็นแล้ว แต่ยังไม่บาน (วันเปิดเทศกาล วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ช่วงที่บานพีคสุด ๆ ประมาณวันที่ 15-25 พฤศจิกายน)
ชวนเก็บภาพสวยท่ามกลางสีเหลืองสดใสของ “ทุ่งดอกบัวตอง” ในเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ 2568 ณ สวนพฤกษชาติ กฟผ. แม่เมาะ จังหวัดลำปาง ที่บานสะพรั่งรับลมหนาวเต็มพื้นที่เขาแม่เมาะทุกปีช่วงปลายตุลาคมถึงต้นธันวาคม ที่นี่ไม่เพียงมีวิวภูเขาและอ่างเก็บน้ำโอบล้อมให้ชมแบบ 360 องศา แต่ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น มุมถ่ายรูปยอดฮิต และโซนของกินของฝากท้องถิ่นให้เดินเพลิน บอกเลยว่าใครอยากสัมผัสอากาศดีพร้อมวิวธรรมชาติสุดตระการตา ต้องไม่พลาดมาเยือนแม่เมาะในช่วงนี้ของปี

ตารางเปิด-ปิด สถานที่ : ทุ่งบัวตองจะเริ่มบานประมาณต้นเดือนตุลาคม 2568 โดยจะเปิดให้เข้าชมในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 07.30-17.30 น. **ยกเว้นวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2568 จะเปิดเวลา 07.00 น.

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ
ปลายปีนี้อย่าพลาดโอกาสไปสัมผัสความงามของทุ่งดอกบัวตอง 2568 ที่จะบานเหลืองอร่ามทั่วเนินเขา รับลมหนาว พร้อมเก็บภาพความประทับใจท่ามกลางธรรมชาติสีทอง ที่สวยจับใจจนอยากกลับมาอีกครั้ง ^ ^
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view295891.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C8HbZvkmP_I01mDq5erUk

ตำรวจปทุมวัน-ตำรวจท่องเที่ยว ตามคืนมงกุฎ Miss Universe Sri Lanka ได้สำเร็จ หลังผู้เสียหายลืมไว้บนแท็กซี่ หายกลางกรุงเทพฯ
จากกรณีเกิดเหตุทรัพย์สินสูญหายภายในพื้นที่สยามเซ็นเตอร์พอยต์ สยามสแควร์ ซอย 3 แขวงและเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้เสียหายคือ Lihasha Lindsay-White Miss Universe Sri Lanka 2025 ซึ่งได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน หลังตรวจพบว่ามงกุฎและชุดเดรสที่นำติดตัวมาสูญหายไป โดยทรัพย์สินที่สูญหายประกอบด้วย มงกุฎ Miss Universe Sri Lanka จำนวน 1 ชิ้น, ชุดเดรสสีเขียวเข้ม จำนวน 1 ชุด
ทั้งนี้จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้โดยสารรถแท็กซี่ สีขาว–ชมพู กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายบุญชื่น มาตรคำจันทร์ เป็นผู้ขับขี่ เมื่อเดินทางถึงที่หมาย ผู้เสียหายลงจากรถและภายหลังจึงพบว่าทรัพย์สินได้สูญหายไป จึงเข้ามาแจ้งความและประสานตำรวจท่องเที่ยวให้เข้าร่วมติดตาม
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว 2 ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ พบหมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่คันที่ผู้เสียหายโดยสารมา จึงประสานไปยังสหกรณ์แท็กซี่ต้นสังกัด แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดทำการ จึงสามารถติดตามได้ในวันถัดมา
ต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อคนขับรถแท็กซี่ได้ และได้ประสานให้นำทรัพย์สินที่พบส่งคืนให้ผู้เสียหาย ผ่านทางตำรวจท่องเที่ยว โดยผู้เสียหายได้รับคืนมงกุฎและชุดเดรสครบถ้วน เบื้องต้น ผู้เสียหายขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งจาก สน.ปทุมวัน และตำรวจท่องเที่ยว ที่เร่งรัดติดตามทรัพย์สินจนได้คืนอย่างรวดเร็ว และไม่ประสงค์ดำเนินคดีกับผู้ขับขี่แท็กซี่แต่อย่างใด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/259625/amp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0L3n2cgJOmb9vcy22xvaez

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2568 เวลาประมาณ 16.44 น. สวพ.FM 91 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ล่ามแปลตำรวจท่องเที่ยว ว่ามีชาวต่างชาติ เป็นชาวศรีลังกา ลืมทรัพย์สินไว้ในรถแท็กซี่ เป็นกระเป๋าสพายสีดำ ด้านในมีมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส ศรีลังกา จำนวน 1 ชิ้น และชุดเดรส สีเขียวเข้ม 1 ชุด โดยลืมไว้บนรถแท็กซี่ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งโดยสารจากโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กทม. ไปลงที่เซ็นเตอร์พอยท์ สยามสแควร์ ปทุมวัน เพื่อให้ สวพ.FM91 ช่วยประชาสัมพันธ์ตามหาโชเฟอร์แท็กซี่คันดังกล่าว
พ.ต.อ.มิลิน เพียรช่าง ผกก.1 บก.ทท.1 เปิดเผยว่า ภายหลังสายด่วน 1155 รับการประการประสานจากนักท่องเที่ยว พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จึงกำชับให้เร่งรัดสืบสวนติดตามทรัพย์คืนให้ได้โดยเร็ว ตามนโยบายรัฐบาลและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มุ่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังมาถึง พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ป้องกันอาชญากรรม การฉ้อโกง และการกระทำผิดที่กระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว
โดยทางชาวต่างชาติ ได้เข้าแจ้งความที่ สน.ปทุมวัน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเดินทางไปกับชาวต่างชาติด้วย หลังรับแจ้ง ตำรวจท่องเที่ยว 2 และ สืบสวนสน.ปทุมวัน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด แล้วพบทะเบียนแท็กซี่คันที่นั่งมา จึงประสานไปยังสหกรณ์แท็กซี่ และประสานคนขับได้ จึงแจ้งให้นำมงกุฏส่งคืนผู้เสียหายโดยผ่านตำรวจท่องเที่ยว
โดยวันนี้ 20 ต.ค. 2568 นายบุญชื่น มาตรคำจันทร์ คนขับรถแท็กซี่ได้นำทรัพย์สินดังกล่าวมาส่งมอบให้กับ นางสาวลิฮาซา ไวท์ (Lihasha Lindsay White) หรือ ลิซ่า มิสยูนิเวิร์ส ศรีลังกา ที่ห้องประชุมชั้น 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 สร้างความประทับใจแก่นางสาวลิซ่า เป็นอย่างมากและกล่าวขอบคุณตำรวจท่องเที่ยวที่ติดตามทรัพย์สินคืนมาได้ ในเวลาอันรวดเร็ว และกล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย


———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/59479&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1k0-jSo-DrPoPwvTmjd8kB

เนื้อหาน่าอ่าน
แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/104918&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0m_v0ztP1iVw1C1EC7AY2A


‘พิพัฒน์’ ลงพื้นที่ตรวจงาน จ.ภูเก็ต กางแผนเดินหน้าแก้ปัญหาจราจร สั่งเชื่อมโครงข่ายครบวงจร ‘ถนน–ราง–เรือ–อากาศ’ เร่ง ‘มอเตอร์เวย์–รถไฟรางเบา–สะพานสารสินแห่งใหม่’ ดัน MR-Map เชื่อมสนามบิน–ป่าตอง–อันดามัน ชูภูเก็ตเมืองท่องเที่ยวฮับคมนาคมภาคใต้ ยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก
20 ต.ค. 2568 – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามแนวทางแก้ไขปัญหาการจราจรและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญสูงสุดกับการยกระดับภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการจัดการจราจรและระบบขนส่งที่เป็นปัญหาหลักของจังหวัด
ปัจจุบันภูเก็ตมีปัญหาการจราจรติดขัดอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบนถนนสายหลักหมายเลข 402 ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง มีจุดตัดมากถึง 13 จุด ทำให้การเดินทางจากสนามบินภูเก็ตถึงตัวเมืองใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ทั้งที่ระยะทางเพียง 30 กิโลเมตร(กม.)เท่านั้น ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ กระทรวงคมนาคมจึงได้วางแผนพัฒนาภูเก็ตอย่างเป็นรูปธรรมทั้งใน ระยะเร่งด่วน และ ระยะยาว
สำหรับแนวทางระยะเร่งด่วน มุ่งเน้นการเพิ่มความคล่องตัวของการจราจร และสร้างเส้นทางทางเลือกใหม่เข้าสู่ตัวเมือง โดยกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้กรมทางหลวงเร่งดำเนินการทันที ได้แก่ ปรับปรุงจุดกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 402 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของการสัญจรในเส้นทางหลัก การพัฒนาเส้นทางเลี่ยงเมืองหมายเลข 4027 ให้กลายเป็นถนนทางเลือกใหม่ ประกอบด้วย 3 โครงการได้แก่ 1. การขยายช่องจราจรที่เหลืออยู่ให้ครบ 4 ช่องทาง เพื่อรองรับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น ดำเนินการในปี 2567–2569 2. การสร้างเส้นทางเชื่อมถนนแนวใหม่เข้าสู่ ท่าอากาศยานภูเก็ตโดยตรง เพื่อแยกกระแสจราจรระหว่างผู้โดยสารกับประชาชนทั่วไป เริ่มปี 2568 คาดแล้วเสร็จปี 2571และ 3. การก่อสร้างถนนสาย บ้านป่าคลอก–บ้านบางคู เพื่อเชื่อมพื้นที่ตอนเหนือเข้าตัวเมืองภูเก็ตโดยตรง
ส่วนระยะยาว กระทรวงคมนาคมจะบูรณาการทุกระบบคมนาคมในทุกมิติ ทางถนน ทางราง ทางอากาศเข้าด้วยกัน โดยมอบหมายให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) พัฒนาโครงการทางพิเศษสายใหม่ของจังหวัดภูเก็ตในรูปแบบระหว่างมอเตอร์เวย์และระบบราง(MR-Map)โดยเชื่อมจากท่าอากาศยานภูเก็ตสู่หาดป่าตองและอำเภอเมือง แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตองระยะทาง 3.98 กม. เริ่มก่อสร้างปี 2569 เปิดบริการปี 2573 ระยะที่ 2 สนามบินภูเก็ต–กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม. เริ่มก่อสร้างปี 2570 เปิดบริการปี 2573 เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะลดเวลาเดินทางจากสนามบินถึงหาดป่าตอง จาก 1 ชั่วโมงครึ่งเหลือเพียง 20 นาที
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาสะพานสารสินแห่งใหม่ ในรูปแบบ “สะพานขึง” ที่ไม่มีตอม่อในทะเล เพื่อให้เรือสำราญสามารถลอดผ่านได้สะดวก พร้อมเชื่อมต่อกับ ท่าอากาศยานอันดามัน ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2573 สะพานนี้จะกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของภูเก็ต และเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่าย MR-Map สาย MR9 สุราษฎร์ธานี–ภูเก็ต เชื่อมฝั่งอ่าวไทยกับอันดามันแบบไร้รอยต่อ รวมถึงแผนพัฒนาเส้นทางรถไฟสายใหม่ ทับปุด–กระบี่ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการเดินทางระหว่างภูเก็ต–พังงา–กระบี่ เข้ากับระบบรถไฟสายใต้ของประเทศ โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2573 และเปิดบริการในปี 2577
ทั้งนี้ ในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะภายในเมือง โดยเตรียมพัฒนารถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail) ระยะทาง 42 กม. จาก ท่าอากาศยานภูเก็ต–ห้าแยกฉลอง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ โดยในระยะแรกจะให้บริการด้วย รถบัสไฟฟ้า (EV Bus) ก่อนจะปรับเป็นระบบรางเบาเต็มรูปแบบในปี 2574 เพื่อให้ภูเก็ตเป็นเมืองที่เดินทาง สะดวก ปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรองรับนักท่องเที่ยวจาดทั่วโลก
ด้านนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการทำงานระหว่างทุกหน่วยงานในสังกัด ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง การทางพิเศษฯ การรถไฟฯ หรือกรมเจ้าท่า เพื่อเร่งออกแบบ จัดลำดับความสำคัญ และบริหารแผนงานให้เห็นผลจริงภายในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยภูเก็ตจะไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่จะเป็นเมืองต้นแบบระบบคมนาคมภาคใต้ ที่เดินทางสะดวก ปลอดภัย เชื่อมต่อทั้งถนน–ราง–เรือ–อากาศ ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตอย่างยั่งยืน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/881901/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EpNXwG8zAnlO4wYwWj2Ns

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามแนวทางแก้ไขปัญหาการจราจรและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในพื้นที่นั้น
ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ แต่ระบบขนส่งสาธารณะและเส้นทางจราจรยังไม่สมบูรณ์เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ปัญหาหลักอยู่ที่โครงข่ายถนนสายหลักซึ่งมีทางเข้าเมืองเพียงสายเดียว คือทางหลวงหมายเลข 402 ที่มีจุดตัดทางแยกขนาดใหญ่ถึง 13 จุด ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะช่วงสนามบินถึงตัวเมืองที่ใช้เวลาเดินทางกว่า 2 ชั่วโมง
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางระยะเร่งด่วน กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมทางหลวงเร่งปรับปรุงจุดกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 402 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของการจราจร พร้อมเดินหน้าโครงการพัฒนาทางเลี่ยงเมืองหมายเลข 4027 ให้เป็นทางเลือกใหม่ในการเข้าสู่ตัวเมือง โดยมี 3 โครงการสำคัญ คือ
1. ขยายช่องจราจรที่เหลืออยู่ให้ครบ 4 ช่อง ดำเนินการปี 2567–2569
2. พัฒนาเส้นทางเชื่อมถนนแนวใหม่เข้าสู่ท่าอากาศยานภูเก็ตโดยตรง เพื่อแยกกระแสจราจรระหว่างผู้โดยสารและประชาชนทั่วไป เริ่มดำเนินการปี 2568 แล้วเสร็จปี 2571 และ 3. ก่อสร้างถนนสายบ้านป่าคลอก–บ้านบางคู เพื่อเป็นเส้นทางใหม่จากพื้นที่ตอนเหนือเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต
“เราต้องการให้คนภูเก็ตเห็นผลจริงในระยะสั้น เดินทางสะดวกขึ้น ปลอดภัยขึ้น นักท่องเที่ยวใช้เวลาน้อยลง ขณะเดียวกันเราก็กำลังวางรากฐานระยะยาวเพื่ออนาคตของจังหวัดนี้” นายพิพัฒน์ กล่าว
สำหรับแนวทางระยะยาว กระทรวงคมนาคมจะบูรณาการการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งทางถนน ทางราง และทางอากาศ โดยมอบหมายให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เร่งรัดพัฒนาทางพิเศษสายใหม่ของจังหวัดภูเก็ต ในรูปแบบบูรณาการระหว่างมอเตอร์เวย์และระบบราง (MR-Map) จากท่าอากาศยานภูเก็ตไปยังหาดป่าตองและอำเภอเมือง แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่
โครงการทางด่วน ช่วงกะทู้–ป่าตอง ระยะที่ 1 ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร เริ่มก่อสร้างปี 2569 เปิดบริการปี 2573 ส่วนโครงการทางด่วน ระยะที่ 2 ช่วงท่าอากาศยานภูเก็ต–กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร เริ่มก่อสร้างปี 2570 เปิดบริการปี 2573 เมื่อแล้วเสร็จจะลดเวลาเดินทางจากสนามบินสู่หาดป่าตองจาก 1 ชั่วโมงครึ่งเหลือเพียง 20 นาที
ขณะเดียวกันยังมีแผนโครงการสะพานสารสินแห่งใหม่ เป็นโครงการใหม่ในรูปแบบสะพานขึงที่ไม่มีตอม่อในทะเล เพื่อให้เรือสำราญสามารถลอดผ่านไปยังท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตได้สะดวก ถือเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของจังหวัด พร้อมทั้งเชื่อมต่อ โครงการท่าอากาศยานอันดามัน ที่จะเปิดให้บริการในปี 2573
อย่างไรก็ดีเส้นทางดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่าย MR-Map สาย MR9 สุราษฎร์ธานี–ภูเก็ต เชื่อมการเดินทางระหว่างอ่าวไทยและอันดามันอย่างไร้รอยต่อ
รวมถึงมีแผนพัฒนาทางรถไฟสายทับปุด–กระบี่ เพื่อเชื่อมโยงภูเก็ต–พังงา–กระบี่ ให้เป็นเครือข่ายคมนาคมเดียวกัน โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2573 และเปิดให้บริการปี 2577
นอกจากนี้หลังจากจัดการปัญหาการจราจรระยะสั้นแล้ว เป้าหมายต่อไปคือระบบขนส่งสาธารณะภายในเมืองภูเก็ต ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
โดยเตรียมพัฒนารถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail) จากท่าอากาศยานภูเก็ตถึงห้าแยกฉลอง ระยะทาง 42 กิโลเมตร ในระยะแรกจะให้บริการด้วยรถบัสไฟฟ้า (EV Bus) ก่อน จากนั้นจะพัฒนาเป็นระบบรางเบาเต็มรูปแบบภายในปี 2574
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/641895&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OuNnYipIFnaI5KpYaUgw1