Category: ท่องเที่ยว

  • นายกฯ อนุทิน เชิญชวนคนไทยร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง 2568 เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจไทย ด้วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างยั่งยืน

    นายกฯ อนุทิน เชิญชวนคนไทยร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง 2568 เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจไทย ด้วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างยั่งยืน

    นายกฯ อนุทิน เชิญชวนคนไทยร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง 2568 เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจไทย ด้วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างยั่งยืน


    21/10/2568 | 134 |

    วันนี้ (21 ตุลาคม 2568) เวลา 09.40 น. ณ บริเวณโถงอาคารตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และเจ้าหน้าที่ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน Maha Loi Krathong World Event ในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2568 ณ จังหวัดสุโขทัยและพระนครศรีอยุธยา และงาน Vijit Chao Phraya 2025 ในเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2568 ณ บริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมด้วย 

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี รับฟังวัตถุประสงค์ของการจัดงานกิจกรรมและการประชาสัมพันธ์ “งานสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ปี 2568” และ “งาน Vijit Chao Phraya 2025” โดยงาน Maha Loi Krathong @Sukhothai จะถูกจัดขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณวัดชนะสงครามและตระพังตะกวน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยเนรมิตพื้นที่วัดชนะสงครามให้เปล่งประกายด้วยแสงไฟ ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความรุ่งเรืองของอารยธรรมสุโขทัย ผสานบรรยากาศย้อนยุคกับความร่วมสมัยอย่างกลมกลืน และงาน Maha Loi Krathong @Ayutthaya ในวันที่ 2 – 6 พฤศจิกายน 2568 ณ วัดพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำเสนอความงดงามและมนต์เสน่ห์ของประเพณีลอยกระทง เพื่อตอกย้ำการได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นเมืองเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของเมืองประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยนำเสนออัตลักษณ์ประเพณีเทศกาลลอยกระทง ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมการจัดแสดงแสง สี เสียง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนการจัดงานในพื้นที่อัตลักษณ์ทั่วประเทศ ได้แก่ ประเพณีเดือนยี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่ ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง จังหวัดตาก ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลองตามครรลองวิถีพอเพียง จังหวัดสมุทรสงคราม และประเพณีสมมาน้ำคืนเพ็งเส็งประทีป จังหวัดร้อยเอ็ด

    ทั้งนี้ สำหรับงาน Vijit Chao Phraya 2025 มีการจัดแสดง 45 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00-22.00 น. บริเวณสถานที่สำคัญริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร สร้างบรรยากาศและสีสันให้แก่สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยแสงไฟผสมผสานกับเทคโนโลยี แสง เสียง ในยามค่ำคืน และสร้าง Landmark อัตลักษณ์ของประเทศไทย ผ่าน 15 จุดแสดงสำคัญ ประกอบด้วย สะพานพระราม 8, บริเวณปากคลองบางกอกน้อย-ปากคลองดุสิต (โรงพยาบาลศิริราช), พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน (โรงพยาบาลศิริราช), ท่าพระจันทร์), อาคารสำนักงานราชนาวิกสภา (กองทัพเรือ), บริเวณหน้าสวนนาคราภิรมย์, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, ป้อมวิไชยประสิทธิ์ (กองทัพเรือ) วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ,สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพระพุทธยอดฟ้า), สะพานพระปกเกล้า, ตึกร้าง (ซอยล้ง 1919) ถนนเชียงใหม่ เขตคลองสาน, วัดแม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์),ไอคอนสยาม และ ปั้นจั่น/เครนก่อสร้างทางน้ำ (บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด) โดยไฮไลท์สำคัญได้แก่ การแสดงโดรน 500  ลำประกอบการแสดง แสง สี เสียง บริเวณสะพานพระราม 8 ทุกวันศุกร์และการจุดพลุประกอบเอฟเฟกต์ และนวัตกรรม แสง สี เสียง สุดยิ่งใหญ่อลังการ บริเวณสะพานพระพุทธยอดฟ้า ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดการจัดงาน


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/433435&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw101DKKWhiCT0Jntto3sYPe

  • ครม. ไฟเขียว 5 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวไทย รับไฮซีซั่น

    ครม. ไฟเขียว 5 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวไทย รับไฮซีซั่น

    เศรษฐกิจ

    21 ต.ค. 2025 เวลา 13:47 น.

    ครม. อนุมัติ 5 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ คาดหนุน GDP ไตรมาส 4 โตเพิ่ม 0.04% สร้างบรรยากาศใช้จ่ายปลายปีช่วยพยุงเศรษฐกิจ

    วันที่ 21 ต.ค.2568 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ 5 มาตรการ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ขยายตัวเพิ่ม 0.04% โดยคาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ในการจัดเก็บภาษีราว 5,000 ล้านบาท

    “มาตรการดังกล่าวจะเข้ามาช่วยเติมเต็มในจีดีพีในช่วงไตรมาสที่ 4 ที่จะตกท้องช้างนิดหน่อยจึงต้องมีมาตรการช่วยเสริม และที่สำคัญอยากเห็นบรรยากาศการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก รวมถึงช่วยต่อยอดตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ แม้เม็ดเงินจะไม่เยอะแต่เราแลกกับบรรยากาศที่คักคักขึ้น”

    สำหรับมาตรการท่องเที่ยวภายในประเทศ ที่ ครม. เห็นชอบ ดังนี้ 

    1.มาตรการทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยให้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดคนละ 20,000 บาท แยกเป็น 10,000 บาทแรก ต้องมีใบกำกับภาษีในรูปแบบกระดาษและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วน 10,000 บาท ที่สองต้องเป็นใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น  โดยมาตรการนี้จะให้สิทธิ์ในการลดหย่อนสำหรับการท่องเที่ยวเมืองหลัก 1 เท่า และเมืองรองให้สิทธิ์ได้ 1.5 เท่า โดยจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 2568 สามารถใช้ควบคู่กับมาตรการคนละครึ่งพลัสได้

    2.มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนนิติบุคคลการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จ่ายค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดให้แก่ลูกจ้าง และค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เพื่อการอบรมสัมมนา เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 2568 โดยจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ค่าขนส่งจะจ่ายให้แก่ผู้มิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก็ได้ แต่ต้องได้ใบรับที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์  สามารถหักรายจ่ายดังกล่าว

    โดยสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง 

    3. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งรัดการเบิกค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในส่วนของการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานไม่น้อยกว่า 60% ของวงเงินฝึกอบรม ประชุม สัมมนา เริ่มใช้จ่ายตั้งแต่เดือนต.ค. 2568 – 31 ม.ค. 2569 โดยให้พิจารณาดำเนินการในเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศโดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองเป็นลำดับแรก 

    4. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พักให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม สามารถหักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ (โดยไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) 2 เท่า ของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง แยกเป็น 2 ส่วนคือ 1.หักรายจ่ายเท่าแรกเป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามปกติ 2.ทยอยหักรายจ่ายเท่าที่ 2 เป็นระยะเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชีในจำนวนที่เท่ากันทุกปี

    เริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2569 สำหรับทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ ประกอบด้วย  1. อาคารถาวรที่มีไว้ใช้ในการประกอบกิจการโรงแรม  2. เครื่องตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นส่วนประกอบและยึดติดกับอาคารตาม 

    5. มาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ  ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีตามมูลค่าจาก 10% เป็น 5% ออกไปอีก 1 ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2569 สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 อาทิ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์  เป็นต้น โดยกระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิตได้มีการบูรณาการร่วมมือกรมการปกครองให้นำผู้ประกอบการมาจดทะเบียนสถานประกอบการเพื่อขยายฐานภาษีสรรพสามิตต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1204084&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09g0O0mUqrd6XXa175u88S

  • ครม. เคาะ แพ็คเกจบูมท่องเที่ยวปลายปี เที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า เริ่ม 29 ต.ค. นี้

    ครม. เคาะ แพ็คเกจบูมท่องเที่ยวปลายปี เที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า เริ่ม 29 ต.ค. นี้

    วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการ “แพ็คเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงปลายปี” ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี หลังตัวเลขการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว 8 เดือนแรกติดลบประมาณ 8%

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า มาตรการนี้มุ่งกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวไทยหันมาเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง พร้อมจูงใจภาคเอกชนปรับปรุงโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวผ่านมาตรการภาษี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความยั่งยืนของธุรกิจท่องเที่ยว โดยมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวครอบคลุมบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ประกอบด้วย 5 มาตรการหลัก ได้แก่

    1.มาตรการภาษีบุคคลธรรมดา
    ผู้เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวภายในประเทศ หักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 20,000 บาท ตั้งแต่ 29 ต.ค.–15 ธ.ค. 2568

    • เมืองหลัก ลดหย่อนได้ 1 เท่าของค่าใช้จ่าย
    • เมืองรอง ลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของค่าใช้จ่าย สูงสุด 30,000 บาท

    2.มาตรการภาษีนิติบุคคล
    บริษัทที่จัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่าย ไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า หากจัดในเมืองรอง และ หักลดหย่อยภาษีได้ 1.5 เท่าในพื้นที่อื่น ตั้งแต่ 29 ต.ค.–15 ธ.ค. 2568

    3.มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ (Front Load)
    ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และ อปท. ต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณอบรมสัมมนาในปีงบประมาณ 2569 ให้ได้อย่างน้อย 60% ภายใน ม.ค. 2569 งบประมาณรวมกว่า 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจฝ่ายละประมาณ 3,000 ล้านบาท

    4.มาตรการสนับสนุนปรับปรุงโรงแรมที่พัก
    ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถหักค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทได้ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของรายจ่ายจริง ตั้งแต่ 29 ต.ค. 2568 ถึง 31 มี.ค. 2569

    นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจำนวน 100,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารออมสินเพื่อช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว

    5.ขยายระยะเวลาปรับลดอัตราภาษีกิจการบันเทิง
    ลดอัตราภาษีจาก 10% เหลือ 5% ต่อไปอีก 1 ปี ตั้งแต่ 1 ม.ค.–31 ธ.ค. 2569 สำหรับกิจการไนต์คลับ ดิสโก้ ผับ และบาร์

    “มาตรการนี้จะช่วยเพิ่มการเดินทางสู่เมืองรอง ผ่านการใช้จ่ายของภาครัฐ เอกชน และประชาชน ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีรายได้และจ้างงานเพิ่มขึ้น พร้อมกระตุ้นการลงทุนใหม่ในโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยว สร้างรากฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนทั่วประเทศ ตามนโยบาย “Quick Big Win” ของรัฐบาล” นายเอกนิติ กล่าว

    ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า การออกมาตรการดังกล่าวเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ชะลอตัวลง เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวคิดเป็น 24% ของการบริโภคภาคเอกชนและ 14% ของ GDP รัฐบาลจึงคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยให้ GDP ไตรมาส 4 ปี 2568 ไม่ตกต่ำหนัก แม้มาตรการนี้จะช่วยเพิ่มจีดีพีไม่มากนักแต่จะเพิ่มความคึกคักให้เศรษฐกิจโดยรวมในช่วงปลายปี ซึ่งเหตุผลที่มาตรการนี้ยาวไม่ถึงสิ้นสุดช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากช่วงปลายเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวอยู่แล้ว

    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ประเมินว่ามาตรการจะช่วยกระตุ้น GDP เพิ่มประมาณ 0.04% โดยรวมกับโครงการอื่นอาจเพิ่มได้ถึง 0.44-1% ขณะที่รัฐบาลจะสูญเสียรายได้จากการลดหย่อนภาษีราว 5,000 ล้านบาท

    ครม. เคาะ แพ็คเกจบูมท่องเที่ยวปลายปี เที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า เริ่ม 29 ต.ค. นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/732174&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dbHw0FSlzJW8twB7qAs61

  • กระตุ้นท่องเที่ยว เมืองรอง จ่ายค่าอาหาร ที่พัก โรงแรม รวม 20,000 บาท หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า

    กระตุ้นท่องเที่ยว เมืองรอง จ่ายค่าอาหาร ที่พัก โรงแรม รวม 20,000 บาท หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 และเป็นการฟื้นความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวในประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง จึงออกเป็นมาตรการทางภาษี 5 มาตรการย่อย คือ 

    1. มาตรการภาษีบุคคลธรรมดา สามารถหักค่าใช้จ่ายค่าที่พักและร้านอาหารสูงสุด 20,000 บาท

    ช่างภาพพีพีทีวี
    ครม.ไฟเขียวมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ จูงใจเที่ยวเมืองรอง-ลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า

    โดย 10,000 บาทแรกใบกำกับภาษีแบบกระดาษ / e-Tax Invoice และ 10,000 บาทถัดไป e-Tax Invoice เท่านั้น โดยนำมาหักลดหย่อนเมืองรองได้ 1.5 เท่า (หักลดหย่อนตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท) นอกจากเมืองรองได้ 1 เท่า (หักลดหย่อนตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท) ตั้งแต่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค.2568

    2.มาตรการภาษีนิติบุคคล สนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ เมืองรองหักค่าใช้จ่าย 2 เท่าตามที่จ่ายจริง นอกจากเมืองรองหักค่าใช้จ่าย 1.5 เท่า ตามที่จ่ายจริงตั้งแต่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค.2568

    3.มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายภาครัฐ (Front Load) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งรัดการใช้จ่ายฝึกอบรม-ประชุม-สัมมนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไม่น้อยกว่า 60% ตั้งแต่ ต.ค.68-ม.ค.69 โดยให้พิจารณาเมืองรองเป็นลำดับแรก 

    4.มาตรการภาษีสนับสนุนปรับปรุงโรงแรม 29 ต.ค.2568 – 31 มี.ค.2569 โดยหักค่าใช้จ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก แต่ไม่ใช่ซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ได้ 2 เท่าของรายจ่ายจริง

    5. ขยายเวลาปรับลดภาษีกิจการบันเทิง/หย่อนใจ ลดภาษีจาก 10% เป็น 5% อีก 1 ปี ครอบคลุมไนต์คลับ ผับ บาร์ ดิสโก้

    อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลัง คาดว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ จะช่วยให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองมากขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และประชาชน ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้น จ้างงานเพิ่มขึ้น และรายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น

    ประกอบกับเกิดการลงทุนใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและมีความยั่งยืนในระยะยาวซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการวางรากฐานและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคตตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการกระตุ้นในระยะสั้น ได้ผลในระยะยาว และกระจายพื้นที่ทั่วประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/259685&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_no9CqDUd6jntlMk6smZ3

  • ครม. ไฟเขียวแพ็กเกจ “เที่ยวดี มีคืน” กระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี

    ครม. ไฟเขียวแพ็กเกจ “เที่ยวดี มีคืน” กระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้ (21 ต.ค.68) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) แถลงเปิดมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ภายใต้ชื่อแพ็กเกจ “เที่ยวดี มีคืน” ซึ่งเป็น มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว รวม 5 มาตรการย่อย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและฟื้นบรรยากาศท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ดังนี้

    1. มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา สนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศด้วยสิทธิ ลดหย่อนภาษีรวม 20,000 บาท แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 10,000 บาทแรก ใช้ใบกำกับภาษีแบบกระดาษหรือ e-Tax Invoice อีก 10,000 บาท ใช้เฉพาะ e-Tax Invoice เท่านั้น

    หากเดินทางท่องเที่ยวใน เมืองรอง 55 จังหวัด และ 15 อำเภอของเมืองหลัก เช่น อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ จะได้รับสิทธิหักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า ของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ส่วนพื้นที่เมืองหลัก หักลดหย่อนได้ 1 เท่า ของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท เริ่มใช้สิทธิตั้งแต่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 พร้อมกับโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

    2. มาตรการภาษีสำหรับนิติบุคคล สนับสนุนการจัด อบรม สัมมนา ภายในประเทศ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง และรายจ่ายอื่น ๆ ที่มี e-Tax Invoice มาหักเป็นรายจ่ายได้ สำหรับเมืองรอง หักได้ 2 เท่า ส่วนเมืองหลัก 1.5 เท่า ทั้งนี้ ค่าขนส่งไม่จำเป็นต้องมีใบกำกับภาษี แต่ต้องมี e-Receipt แทน ใช้สิทธิตั้งแต่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 เช่นเดียวกับมาตรการบุคคลธรรมดา

    3. มาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายงบอบรมสัมมนาภาครัฐ (Front Load) กระตุ้นการใช้จ่ายงบประมาณฝึกอบรม ประชุม สัมมนาของหน่วยงานภาครัฐ ระหว่าง ตุลาคม – 31 มกราคม 2569 โดยกำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงของแต่ละหน่วยงานต้องเบิกจ่ายได้ไม่น้อยกว่า 60% ภายในช่วงดังกล่าว นายลวรณ ระบุว่า มาตรการนี้ไม่ใช่เม็ดเงินใหม่ แต่เป็นการเร่งใช้งบในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอ จากเดิมที่เบิกได้เพียง 10–20% ในไตรมาสแรก

    4. มาตรการภาษีปรับปรุงโรงแรมและที่พัก เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหักรายจ่ายจากการ ต่อเติม ปรับปรุง หรือขยายทรัพย์สินที่เกี่ยวกับกิจการโรงแรม ได้ 2 เท่า โดยหนึ่งเท่าแรกเป็นค่าเสื่อมราคาตามปกติ อีกหนึ่งเท่าทยอยหักได้ภายใน 20 รอบบัญชี เท่ากันทุกปี มาตรการนี้เริ่มตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569 ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อจัดเตรียมแหล่งเงินรองรับ คาดว่ามีผู้ประกอบการเข้าร่วมราว 1,200 ราย มูลค่าการลงทุนรวม 24,000 ล้านบาท

    5. มาตรการลดภาษีสรรพสามิตธุรกิจบันเทิง ขยายเวลาลดอัตราภาษีสรรพสามิตจาก 10% เหลือ 5% สำหรับกิจการบันเทิงและกิจการหย่อนใจ ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 เพื่อลดภาระภาษีของผู้ประกอบการในภาคบริการ

    นายลวรณ กล่าวว่า มาตรการทั้ง 5 ข้อจะช่วยเสริมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาก่อนหน้านี้ และสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวภายในประเทศให้คึกคักขึ้นในช่วงปลายปี

    “มันเกี่ยวข้องกับบรรยากาศมากกว่า เราเห็นสัญญาณการท่องเที่ยวอ่อนลง จึงเติมเต็มให้กลับไปอยู่ที่เดิม ถ้าดีกว่านั้น โตขึ้นนิดหน่อยก็ดีกว่าลบ 2.7% แต่อิมแพ็กไม่แรงเท่าคนละครึ่งพลัสหรือบัตรสวัสดิการ” นายลวรณ กล่าว

    ด้านนายวินิจ กล่าวเสริมว่า ผลของมาตรการนี้จะกระตุ้น GDP ราว 0.04% และหากรวมผลจากมาตรการ “คนละครึ่ง พลัส” และ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รวมเม็ดเงิน 110,000 ล้านบาท จะส่งผลต่อ GDP รวมประมาณ 0.44%

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “5 เสาเศรษฐกิจ” ภายใต้นโยบายของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งจะทยอยออกเพิ่มเติม เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี คาดว่ารวมมาตรการทั้งหมดจะช่วยดัน GDP ไตรมาส 4 ปีนี้เพิ่มขึ้นราว 1%

    สำหรับมาตรการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในวันนี้ แม้รัฐบาลจะสูญเสียรายได้ราว 5,000 ล้านบาท แต่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการรักษาเสถียรภาพและการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

    ครม.เศรษฐกิจ ไฟเขียว 3 มาตรการฟื้นท่องเที่ยว ลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 หมื่นบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/790254&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sZvsTlfoH3FVNmPLPY8AC

  • ททท. อัด 2 บิ๊กอีเวนต์ปลายปี ดันเศรษฐกิจ 2 เดือนสุดท้ายของปี 68

    ททท. อัด 2 บิ๊กอีเวนต์ปลายปี ดันเศรษฐกิจ 2 เดือนสุดท้ายของปี 68

    รัฐบาลหนุน “ลอยกระทง-Vijit Chao Phraya” สองกิจกรรมหลักดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างเม็ดเงินมหาศาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจปลายปี 68

    (21 ตุลาคม 2568) นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ครม. ได้ร่วมชมบูทประชาสัมพันธ์กิจกรรม ณ โถงตึกบัญชาการ 1 

    โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธิยากรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมนำเสนอรายละเอียดกิจกรรม ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

    ททท. อัด 2 บิ๊กอีเวนต์ปลายปี ดันเศรษฐกิจ 2 เดือนสุดท้ายของปี 68 ททท. อัด 2 บิ๊กอีเวนต์ปลายปี ดันเศรษฐกิจ 2 เดือนสุดท้ายของปี 68

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่ารัฐบาลมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Tourism Hub ของโลก โดยช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้ ททท. ได้นำ 2 บิ๊กอีเวนต์ดังกล่าวมาเป็นเครื่องมือในการเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขและยกระดับการท่องเที่ยวของประเทศสู่ระดับโลก (World Events) เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว รวมถึงสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศเพิ่มมากขึ้น

    ททท. อัด 2 บิ๊กอีเวนต์ปลายปี ดันเศรษฐกิจ 2 เดือนสุดท้ายของปี 68

    ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งกระตุ้นการเดินทางต่อเนื่องช่วงตุลาคม-ธันวาคม 2568 โดยใช้เทศกาล ประเพณี และ Landmark สำคัญ โดยเฉพาะเทศกาลลอยกระทงจะถูกยกระดับสู่ World Events จัดขึ้นใน 2 พื้นที่มรดกโลก ได้แก่ งาน Maha Loi Krathong @ Sukhothai (27 ต.ค. – 5 พ.ย. 68) ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และ งาน Maha Loi Krathong @ Ayutthaya (2 – 6 พ.ย. 68) ที่วัดพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อตอกย้ำคุณค่าทางวัฒนธรรมและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก นอกจากนี้ยังสนับสนุนงานลอยกระทงอัตลักษณ์ในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ

    สำหรับ งาน Vijit Chao Phraya 2025 เตรียมสร้างมหาปรากฏการณ์แสดง แสง สีเสียง สุดยิ่งใหญ่ตลอด 45 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2568 ณ สถานที่สำคัญ 15 จุดริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ ไฮไลท์สำคัญคือ การแสดงโดรน 500 ลำ บริเวณสะพานพระราม 8 ทุกวันศุกร์ และ การจุดพลุประกอบเอฟเฟกต์แสง สี เสียง บริเวณสะพานพระพุทธยอดฟ้า ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดการจัดงาน

    ททท. อัด 2 บิ๊กอีเวนต์ปลายปี ดันเศรษฐกิจ 2 เดือนสุดท้ายของปี 68

    ททท. คาดหวังว่า การจัด 2 บิ๊กอีเวนต์ครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีอย่างคึกคัก สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และมอบความสุขความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนตลอดช่วงไฮซีซั่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/lifestyle/732166&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2PSbF_0CgMi6NA7U74jUz-

  • 6 หุ้น “การบิน-โรงแรม” วิ่งคึก! รับข่าว “ครม.” จ่อเคาะมาตรการ “กระตุ้นท่องเที่ยว”

    6 หุ้น “การบิน-โรงแรม” วิ่งคึก! รับข่าว “ครม.” จ่อเคาะมาตรการ “กระตุ้นท่องเที่ยว”

    ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (21 ต.ค.68) ราคาหุ้นกลุ่มสายการบินและโรงแรมปรับตัวขึ้น ณ เวลา 11:30 น. ตอบรับการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ เพื่อออกมาตรการ กระตุ้นท่องเที่ยว นำโดย บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 1.24 บาท บวก 0.05 บาท หรือ 4.20% สูงสุดที่ระดับ 1.26 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.21 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 50.41 ล้านบาท

    บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 1.53 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 3.38% สูงสุดที่ระดับ 1.56 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.52 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.80 ล้านบาท

    บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 9.85 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 2.07% สูงสุดที่ระดับ 10.20 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 9.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 444.02 ล้านบาท

    บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 13.50 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 2.27% สูงสุดที่ระดับ 13.60 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 13.30 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 49.02 ล้านบาท

    บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 2.16 บาท บวก 0.04 บาท หรือ 1.89% สูงสุดที่ระดับ 2.20 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.12 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 53.04 ล้านบาท

    บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 2.56 บาท บวก 0.02 บาท หรือ 0.79% สูงสุดที่ระดับ 2.60 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.56 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 21.05 ล้านบาท

    บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ระบุว่าแนะติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดการณ์พิจารณาอนุมัติมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยนำค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวไปหักค่าลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินคนละ 20,000 บาท (เมืองหลัก ลดหย่อน 1 เท่า ส่วนเมืองรอง ลดหย่อน 1.5 เท่า) ช่วงวันที่ 29 ต.ค-15 ธ.ค.68 มองเป็นบวกโดยตรงกับหุ้นกลุ่มโรงแรม CENTEL, ERW ส่วนกลุ่มสายการบิน BA, AAV ส่วนกลุ่มค้าปลีก CPALL, CPAXT, TFG และ HMPRO) ได้ผลบวกทางอ้อม

    ขณะเดียวกัน บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ระบุว่า การประชุม ครม. วันนี้ คาดการณ์จะเห็นการอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อาทิ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ที่นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังเข้ามาลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    ฝ่ายนักวิเคราะห์คาดการณ์มาตรการหลักๆ น่าจะเริ่มใช้งานในช่วงไตรมาส 4/68 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี จากเดิมที่รัฐบาลคาดจะได้รับผลกระทบจากการเร่งส่งออกในครึ่งแรกปี 68 ทำให้คาดการณ์จะเติบโตเพียง 0.3% และมีโอกาสที่จะเห็นมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่มเติมในไตรมาส 1/69 ก่อนการยุบสภาฯ ของรัฐบาล สำหรับกลุ่มที่น่าสนใจ นอกจากลุ่มค้าปลีก, โรงไฟฟ้าและบัตรเครดิตที่เราเคยแนะนำไปแล้ว คือ กลุ่มท่องเที่ยวจากการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในเดือนกันยายน ขณะที่ไตรมาส 4/68 จะเป็น High season ของกลุ่ม เราชอบ CENTEL, SPA และ VRANDA

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/breakingnews/790217&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iou9GCUy_pwtJakIkq_VY

  • อนุทินถก ครม. เคาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนท่องเที่ยว ยกระดับปราบสแกมเมอร์ ด้านสำนักงบฯชงแผนเร่งเบิกจ่ายกว่า 4 ล้านล้านบาท

    อนุทินถก ครม. เคาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนท่องเที่ยว ยกระดับปราบสแกมเมอร์ ด้านสำนักงบฯชงแผนเร่งเบิกจ่ายกว่า 4 ล้านล้านบาท

    ×

    1. Politics
    2. อนุทินถก ครม. เคาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนท่องเที่ยว ยกระดับปราบสแกมเมอร์ ด้านสำนักงบฯชงแผนเร่งเบิกจ่ายกว่า 4 ล้านล้านบาท

    โดย THE STANDARD TEAM

    21.10.2025

    • LOADING…

    COVER - Cabinet approves stimulus budget fraud.

    วันนี้ (21 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรเป็นการส่วนตัว ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เนื่องในวันครบรอบถึงแก่กรรมของ พลเอกเจ้าพระยารามราฆพ ในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2510 รวม 58 ปี ในฐานะเจ้าของบ้านนรสิงห์ ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ทำงานของนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ยังถือเป็นการทำบุญตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งวันนี้ตรงกับวันพระ เพื่อความเป็นสิริมงคล ตามประเพณี

    ก่อนที่ อนุทินเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน Maha Loi Krathong World Event ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2568 ณ จังหวัดสุโขทัย และพระนครศรีอยุธยา และงาน Vijit Chao Phraya 2025 ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 ณ บริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ

    สำหรับวาระการประชุม ครม. กระทรวงการคลังเสนอ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเน้นการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในประเทศ และเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐ โดยมี 4 มาตรการ ประกอบด้วย

    • มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ให้ผู้มีรายได้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายจากที่พัก โรงแรม โฮมสเตย์ และร้านอาหารมาหักลดหย่อนได้สูงสุด 20,000 บาท โดย 10,000 บาทแรก ใช้ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ อีก 10,000 บาท ต้องเป็นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)

    ขณะที่ จังหวัดท่องเที่ยวรอง 55 จังหวัด ได้สิทธิลดหย่อน 1.5 เท่า เพื่อกระจายรายได้สู่พื้นที่ เริ่มใช้ 29 ตุลาคม-15 ธันวาคม 2568

    • มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบฝึกอบรม (Front Load) ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งเบิกจ่ายงบฝึกอบรมและสัมมนาอย่างน้อย 60% ภายใน ตุลาคม 68-มกราคม 69 ส่งเสริมให้จัดอบรมในจังหวัดท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดรอง และนำผลเบิกจ่ายเป็นหนึ่งใน ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (KPI) ของผู้บริหารภาครัฐ
    • ขยายเวลาลดภาษีสถานบันเทิง ต่ออัตราภาษีสรรพสามิต จาก 10% เหลือ 5% อีก 1 ปี (1 มกราคม-31 ธันวาคม 2569) ครอบคลุมกิจการไนต์คลับ ผับ บาร์ และสถานบันเทิงที่มีการแสดงดนตรีหลังเที่ยงคืน
    • มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมและที่พัก ให้หักรายจ่ายลงทุนปรับปรุงโรงแรมได้ 2 เท่า ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับมูลค่ารายจ่ายนั้น มีผลตั้งแต่ 29 ตุลาคม 68-31 มีนาคม 69

    ขณะที่ สำนักงบประมาณจะเสนอให้เร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณกว่า 4 ล้านล้านบาท ของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี

    พร้อมกันนี้ จะมีการนำผลประชุม การยกระดับการปราบปรามสแกมเมอร์และมิจฉาชีพออนไลน์ เป็น ‘วาระแห่งชาติ’ เข้าที่ประชุม ครม. เพื่อบูรณาการการทำงานทุกหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ ครม. จะมีการรับทราบกรอบการประชุม GBC ของของฝ่ายไทย ก่อนการประชุม GBC กลับประเทศที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย วันที่ 23 ตุลาคม 2568 โดย 4 ประเด็นหลักๆ คือ การถอนอาวุธหนัก, การเก็บกู้ทุ่นระเบิด, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน

    1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17

    • LOADING…


    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD TEAM

    กองบรรณาธิการ THE STANDARD

    READ MORE

    EDITOR’S PICK

    MOST POPULAR




    MOST POPULAR



    Close Advertising

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/cabinet-approves-stimulus-budget-fraud/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yb2L2HOeBYJc4ArAVhtLw

  • ‘รอง ผบ.ตร.’ ลุยสุราษฎร์ฯ สางปม ‘นอมินี’ พ่วงปราบธุรกิจเถื่อนแหล่งท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ‘รอง ผบ.ตร.’ ลุยสุราษฎร์ฯ สางปม ‘นอมินี’ พ่วงปราบธุรกิจเถื่อนแหล่งท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันทึ่ 20 ต.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมาติดตามผลการปฏิบัตินโยบายแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินและประกอบกิจการหรือดำเนินธุรกิจแทนคนต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย หรือคดีนอมินี ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตามนโยบายรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังได้เกิดปัญหาการต่อต้านนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล บน อ.เกาะพะงัน โดยมีนายบันดาล สถิรชวาล รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี หัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อป้องกันปราบปรามการกระทำผิดของคนต่างด้าว ตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม พร้อมทั้งเชิญผู้ประกอบการในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน เข้าร่วมประชุมทางระบบวิดีโอ

    โดยในที่ประชุม ได้สรุปผลการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการตรวจสอบความผิดของกลุ่มชาวต่างด้าวในพื้นที่เกาะสมุย และเกาะพะงัน ผลการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดในข้อหาต่างๆ หลายข้อหา อาทิ ประกอบธุรกิจรถเช่า ทำงานนอกเหนือสิทธิที่จะทำได้ ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบธุรกิจมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีการรายงานแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของชาวต่างด้าว

    พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า การปราบปรามชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำผิดกฎหมาย ก่ออาชญากรรมสร้างความเสียหายให้คนไทยในประเทศไทย เป็นนโยบายที่รัฐบาลและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญ โดยให้มีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อทั้งผู้กระทำผิดและผู้ให้การสนับสนุน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้อง การเดินทางมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ นอกเหนือจากติดตามความคืบหน้าในการทำงานแล้ว ผบ.ตร. ยังกำชับให้คณะทำงานของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการตามแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้นจริงจัง และต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเท่าเทียม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติ

    รอง ผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า ในการประชุมร่วมครั้งนี้มีภาคเอกชน และผู้นำท้องถิ่นเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งในส่วนนี้ มีความกังวล ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว ซึ่งเรื่องนี้ ได้เน้นย้ำไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติแก้ไขปัญหาว่าการดำเนินงานจะต้องทำทั้งด้านการป้องกันและการปราบปราม ให้มีการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับสังคมและกลุ่มนักท่องเที่ยว และเน้นย้ำให้ตำรวจในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัย การไม่เอารัดเอาเปรียบ หรือเรียกรับผลประโยชน์กับกลุ่มนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ ที่เข้ามาอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตลอดจน ตำรวจภูธรภาค 8 ได้ตรวจสอบฐานข้อมูล ตัวเลขการต่ออายุวีซ่า และการจดทะเบียนต่างๆ ที่มีความผิดปกติ ในจังหวัดอื่นๆ และไม่จำเฉพาะเจาะจงไปที่ชาวต่างชาติเชื้อชาติใด แต่ให้มุ่งเน้นการตรวจสอบจากฐานข้อมูล ธุรกรรม ตลอดจนบูรณาการกับหน่วยงานของจังหวัดในแต่ละด้าน ที่มีกฎหมายเฉพาะเพื่อตรวจสอบและดำเนินการกับผู้ที่ทำผิดกฎหมายต่อไป

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อป้องกันปราบปรามการกระทำผิดของคนต่างด้าว จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีการสนธิหน่วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำโดย พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสาตต์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี จะนำหมายค้นศาลจังหวัดเกาะสมุย เข้าตรวจสอบเป้าหมายการกระทำผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของชาวต่างด้าว ในพื้นที่เกาะพะงัน จำนวน 4 จุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5223192/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nJLtq17PZi5iaxmhxcFoc

  • ครม.พิจารณาชุดมาตรการศก.กระตุ้นภาคท่องเที่ยว-ยกระดับ “ปรามสแกมเมอร์” เป็นวาระแห่งชาติ : อินโฟเควสท์

    ครม.พิจารณาชุดมาตรการศก.กระตุ้นภาคท่องเที่ยว-ยกระดับ “ปรามสแกมเมอร์” เป็นวาระแห่งชาติ : อินโฟเควสท์

    การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม โดยนายกรัฐมนตรี จะรายงานในที่ประชุม ครม. เรื่องการยกระดับการปราบปรามสแกมเมอร์ และมิจฉาชีพออนไลน์ ซึ่งรัฐบาลได้ยกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อต้องการให้ทุกหน่วยงาน บูรณาการความร่วมมือในการแก้ปัญหา

    สำหรับวาระการพิจารณาที่น่าสนใจ

    – กระทรวงการคลัง จะเสนอชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเน้นกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและบริการ และเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ เป็นมาตรการเพื่อกระตุ้นและสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว ได้แก่

    1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค. 68 ให้ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา นำค่าที่พักในโรงแรม โฮมสเตย์ไทย หรือสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการร้านอาหารที่จ่ายให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาหักลดหย่อนได้สูงสุด 20,000 บาท แบ่งเป็น 10,000 บาทแรก ใช้ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ในรูปแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ และ 10,000 บาทที่เหลือ ต้องใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น

    ทั้งนี้ อัตราการลดหย่อนท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรอง 55 จังหวัด และบางอำเภอใน 15 จังหวัด ลดหย่อนได้ 1.5 เท่า ส่วนจังหวัดอื่นลดหย่อนได้ 1 เท่า

    2. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม (Front Load) ระยะเวลาดำเนินการเดือน ต.ค. 68-ม.ค. 69 ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งเบิกค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาในส่วนของการพัฒนาบุคลากรไม่น้อยกว่า 60% ของวงเงินที่ตั้งไว้

    โดยให้พิจารณาจัดในเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวรองเป็นลำดับแรก กำหนดให้การขับเคลื่อนมาตรการนี้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (KPI) ประจำปีงบประมาณ 2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยให้รายงานผลการเบิกจ่าย ต่อคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ

    3. ขยายเวลาการลดอัตราภาษีสรรพสามิตสถานบันเทิง จาก 10% เหลือ 5% ออกไปอีก 1 ปี ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 69 สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 ได้แก่ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์ รวมถึงสถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่จัดให้มีการแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00 น.

    4. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก ระยะเวลาดำเนินการวันที่ 29 ต.ค. 68-31 มี.ค. 69 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม หักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้น ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการได้ 2 เท่า (แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ เป็นจำนวน 100% ของรายจ่ายดังกล่าว

    โดยทรัพย์สินที่ได้รับสิทธิประโยชน์ ได้แก่ อาคารถาวรที่ใช้ในการประกอบกิจการโรงแรม เครื่องตกแต่ง หรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นส่วนประกอบและยึดติดกับอาคารเป็นการถาวร สิทธิประโยชน์นี้ ให้ใช้ตามส่วนเฉลี่ยเป็นจำนวนเท่ากันเป็นเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน (ทยอยหักรายจ่ายเท่าที่ 2 เป็นระยะเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชี)

    สำหรับวาระอื่น ที่น่าสนใจ เช่น

    – สำนักงบประมาณ เสนอมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ สำหรับหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ วงเงินรวมกว่า 4 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีนี้

    – ครม. รับทราบกรอบการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ของฝ่ายไทย ก่อนการประชุม GBC กับประเทศที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย วันที่ 23 ต.ค. 68 โดย 4 ประเด็นหลักคือ การถอนอาวุธหนัก, การเก็บกู้ทุ่นระเบิด, การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน

    – กระทรวงมหาดไทย เสนอของบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 โดยให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท

    – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอการลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์

    – กระทรวงการต่างประเทศ เสนอร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมรัฐมนตรีเอเปค และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคประจำปี 2568

    – กระทรวงการต่างประเทศ เสนอการรับสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน

    – กระทรวงการต่างประเทศ เสนอการขอรับความเห็นชอบต่อร่างเอกสารผลลัพธ์ ของการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง

    – กระทรวงการต่างประเทศ เสนอการให้ความเห็นชอบ ต่อร่างแถลงการณ์ผู้นำของการประชุมสุดยอดความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ครั้งที่ 5

    – กระทรวงการคลัง เสนอร่างแถลงการณ์ของผู้นำอาเซียน+3 ว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงินระดับภูมิภาค

    – กระทรวงพาณิชย์ เสนอขอความเห็นชอบต่อร่างเอกสารแนวทางการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี

    – กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอขอความเห็นชอบต่อร่างปฏิญญาผู้นำอาเซียน ว่าด้วยวิสัยทัศน์ด้านอาหาร เกษตรและป่าไม้ สู่ปี 2045

    – กระทรวงวัฒนธรรม เสนอร่างปฏิญญามะละกา ว่าด้วยการสร้างมูลค่ามรดกทางวัฒนธรรม

    – กระทรวงแรงงาน เสนอร่างกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการสู้รบบริเวณชายแดน พ.ศ. …

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/539027&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YAmHj64TVws4rvrePJfrB