Category: ไอที

  • รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา | TOPNEWS

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    • เผยแพร่ : 18/01/2026 20:58

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วันนี้ (18 ม.ค. 2569) ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม อำเภอเมืองนครราชสีมา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนลงเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนแนะนำตัวผู้สมัครและปราศรัยนโยบายหาเสียง

    พลเอก รังษี ระบุว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้เสียงข้างมากในสภา เพื่อผลักดันนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคให้เกิดผลจริง โดยย้ำว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนภาคอีสาน ช่วยให้คนอีสาน “ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งได้” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงาน เป็นหนี้ และเผชิญค่าครองชีพสูง

    เมื่อถูกถามเรื่องการร่วมรัฐบาล พลเอก รังษี ยืนยันยังไม่เล่นเกมการเมืองหรือจับขั้วกับพรรคใด ขอรอคำตัดสินของประชาชนในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจจะได้รับความไว้วางใจ

    ส่วนประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอก รังษี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่ควรแก้เฉพาะมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา โดยให้พิจารณาเป็นรายมาตรา

    สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในโคราช พลเอก รังษี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต พร้อมฝากให้ช่วยสนับสนุน นายธนทรัพย์ อำพันธ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 3 เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา

    ช่วงท้าย พลเอก รังษี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือน “อยู่ในห้องไอซียู” ชี้ปัญหาหนี้รวมประเทศแตะ 55 ล้านล้านบาท การถูกยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น และคดีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิตพุ่งต่อเนื่อง พร้อมย้ำพรรคเศรษฐกิจไม่เน้นประชานิยม แต่จะเน้นหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าครองชีพ และขอประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 เพื่อให้ได้เสียงข้างมากแบบ “แลนด์สไลด์”

    ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำเนินนโยบาย 5 ข้อพร้อมกันทันที โดยภายใน 1 เดือนเตรียมลงนาม MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการระบบรางและโครงการเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก รวมถึงเตรียมทำ MOU ด้านท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งนิคมการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมี “ใบส่งออก” โดยตรง ลดการถูกกดราคา และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากหนี้สินอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    11

    ascw

    สมุทรสงคราม///ชาวรถบรรทุกเรียกร้องให้รัฐบาลปลดล็อกกฎหมายบังคับพักรถทุก 4 ชั่วโมง

    เปิดตำนานความศักดิ์สิทธิ์พิธีพุทธาภิเษกเหรียญเสมา 7 รอบ “พ่อท่านแซม”

    “ณพล–ธวัช” ขอพร “อุทัย พิมพ์ใจชน” ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชี้การเมืองต้องยึดชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง

    “แอม” ผกามาศ เจริญพันธ์ ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่โดมโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ ชาวอำเภอท่าตูมแห่ฟังล้นโดม

    กองบิน 5 จัดพิธีใหญ่วันกองทัพไทย ตอกย้ำความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    พล.อ.รังษีชี้ “คอร์รัปชัน-ซับคอนแทรกต์” ต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้ว ลั่นคนโกงต้องเจอโทษหนักถึงประหาร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1459509&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KNySYGWhUMOnMEw4eId-H

  • “สาวอิตาลี” หวดมาราธอนสยบ “สาวญี่ปุ่น” ครองแชมป์ศึกไอทีเอฟเวิลด์ ที่เมืองไทย | เดลินิวส์

    “สาวอิตาลี” หวดมาราธอนสยบ “สาวญี่ปุ่น” ครองแชมป์ศึกไอทีเอฟเวิลด์ ที่เมืองไทย | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสอาชีพหญิง ดับเบิลยู75 รายการ “ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ พรีเซนเต็ด บาย เอสเอที (2)” ชิงเงินรางวัลรวม 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,903,800 บาท ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69 ในประเภทหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ ปรากฏว่า ลิซา ปิกาโต นักหวดสาวอิตาลี มือ 266 ของโลก หวดมาราธอนนานกว่า 2 ชั่วโมง 49 นาที ก่อนจะเอาชนะ ฮิโรมิ อาเบะ นักเทนนิสสาวญี่ปุ่น มือ 358 ของโลก ไป 2-1 เซต 6-4, 6-7 ไทเบรก 6-8, 6-2 คว้าแชมป์ไปครอง ลิซา รับเงินรางวัล ประมาณ 290,075 บาท ส่วน ฮิโรมิ รองแชมป์ รับประมาณ 155,032 บาท.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5513665/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2N1RcTp8Qk1dUFJloE2j_n

  • รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา | TOPNEWS

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    • เผยแพร่ : 18/01/2026 20:58

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วันนี้ (18 ม.ค. 2569) ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม อำเภอเมืองนครราชสีมา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนลงเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนแนะนำตัวผู้สมัครและปราศรัยนโยบายหาเสียง

    พลเอก รังษี ระบุว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้เสียงข้างมากในสภา เพื่อผลักดันนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคให้เกิดผลจริง โดยย้ำว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนภาคอีสาน ช่วยให้คนอีสาน “ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งได้” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงาน เป็นหนี้ และเผชิญค่าครองชีพสูง

    เมื่อถูกถามเรื่องการร่วมรัฐบาล พลเอก รังษี ยืนยันยังไม่เล่นเกมการเมืองหรือจับขั้วกับพรรคใด ขอรอคำตัดสินของประชาชนในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจจะได้รับความไว้วางใจ

    ส่วนประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอก รังษี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่ควรแก้เฉพาะมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา โดยให้พิจารณาเป็นรายมาตรา

    สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในโคราช พลเอก รังษี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต พร้อมฝากให้ช่วยสนับสนุน นายธนทรัพย์ อำพันธ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 3 เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา

    ช่วงท้าย พลเอก รังษี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือน “อยู่ในห้องไอซียู” ชี้ปัญหาหนี้รวมประเทศแตะ 55 ล้านล้านบาท การถูกยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น และคดีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิตพุ่งต่อเนื่อง พร้อมย้ำพรรคเศรษฐกิจไม่เน้นประชานิยม แต่จะเน้นหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าครองชีพ และขอประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 เพื่อให้ได้เสียงข้างมากแบบ “แลนด์สไลด์”

    ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำเนินนโยบาย 5 ข้อพร้อมกันทันที โดยภายใน 1 เดือนเตรียมลงนาม MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการระบบรางและโครงการเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก รวมถึงเตรียมทำ MOU ด้านท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งนิคมการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมี “ใบส่งออก” โดยตรง ลดการถูกกดราคา และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากหนี้สินอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    11

    ascw

    สมุทรสงคราม///ชาวรถบรรทุกเรียกร้องให้รัฐบาลปลดล็อกกฎหมายบังคับพักรถทุก 4 ชั่วโมง

    เปิดตำนานความศักดิ์สิทธิ์พิธีพุทธาภิเษกเหรียญเสมา 7 รอบ “พ่อท่านแซม”

    “ณพล–ธวัช” ขอพร “อุทัย พิมพ์ใจชน” ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชี้การเมืองต้องยึดชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง

    “แอม” ผกามาศ เจริญพันธ์ ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่โดมโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ ชาวอำเภอท่าตูมแห่ฟังล้นโดม

    กองบิน 5 จัดพิธีใหญ่วันกองทัพไทย ตอกย้ำความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    พล.อ.รังษีชี้ “คอร์รัปชัน-ซับคอนแทรกต์” ต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้ว ลั่นคนโกงต้องเจอโทษหนักถึงประหาร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1459509&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KNySYGWhUMOnMEw4eId-H

  • รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา | TOPNEWS

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    • เผยแพร่ : 18/01/2026 20:58

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วันนี้ (18 ม.ค. 2569) ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม อำเภอเมืองนครราชสีมา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนลงเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนแนะนำตัวผู้สมัครและปราศรัยนโยบายหาเสียง

    พลเอก รังษี ระบุว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้เสียงข้างมากในสภา เพื่อผลักดันนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคให้เกิดผลจริง โดยย้ำว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนภาคอีสาน ช่วยให้คนอีสาน “ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งได้” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงาน เป็นหนี้ และเผชิญค่าครองชีพสูง

    เมื่อถูกถามเรื่องการร่วมรัฐบาล พลเอก รังษี ยืนยันยังไม่เล่นเกมการเมืองหรือจับขั้วกับพรรคใด ขอรอคำตัดสินของประชาชนในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจจะได้รับความไว้วางใจ

    ส่วนประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอก รังษี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่ควรแก้เฉพาะมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา โดยให้พิจารณาเป็นรายมาตรา

    สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในโคราช พลเอก รังษี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต พร้อมฝากให้ช่วยสนับสนุน นายธนทรัพย์ อำพันธ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 3 เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา

    ช่วงท้าย พลเอก รังษี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือน “อยู่ในห้องไอซียู” ชี้ปัญหาหนี้รวมประเทศแตะ 55 ล้านล้านบาท การถูกยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น และคดีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิตพุ่งต่อเนื่อง พร้อมย้ำพรรคเศรษฐกิจไม่เน้นประชานิยม แต่จะเน้นหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าครองชีพ และขอประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 เพื่อให้ได้เสียงข้างมากแบบ “แลนด์สไลด์”

    ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำเนินนโยบาย 5 ข้อพร้อมกันทันที โดยภายใน 1 เดือนเตรียมลงนาม MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการระบบรางและโครงการเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก รวมถึงเตรียมทำ MOU ด้านท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งนิคมการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมี “ใบส่งออก” โดยตรง ลดการถูกกดราคา และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากหนี้สินอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ascw

    22222

    เปิดตำนานความศักดิ์สิทธิ์พิธีพุทธาภิเษกเหรียญเสมา 7 รอบ “พ่อท่านแซม”

    “ณพล–ธวัช” ขอพร “อุทัย พิมพ์ใจชน” ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชี้การเมืองต้องยึดชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง

    “แอม” ผกามาศ เจริญพันธ์ ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่โดมโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ ชาวอำเภอท่าตูมแห่ฟังล้นโดม

    กองบิน 5 จัดพิธีใหญ่วันกองทัพไทย ตอกย้ำความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    พล.อ.รังษีชี้ “คอร์รัปชัน-ซับคอนแทรกต์” ต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้ว ลั่นคนโกงต้องเจอโทษหนักถึงประหาร

    บ้านเอื้อพร ชุมพร เปิดพื้นที่ปลอดภัย ดูแลเด็กด้อยโอกาสและคุณแม่วัยใส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1459509&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KNySYGWhUMOnMEw4eId-H

  • รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา | TOPNEWS

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    • เผยแพร่ : 18/01/2026 20:58

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วันนี้ (18 ม.ค. 2569) ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม อำเภอเมืองนครราชสีมา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนลงเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนแนะนำตัวผู้สมัครและปราศรัยนโยบายหาเสียง

    พลเอก รังษี ระบุว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้เสียงข้างมากในสภา เพื่อผลักดันนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคให้เกิดผลจริง โดยย้ำว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนภาคอีสาน ช่วยให้คนอีสาน “ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งได้” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงาน เป็นหนี้ และเผชิญค่าครองชีพสูง

    เมื่อถูกถามเรื่องการร่วมรัฐบาล พลเอก รังษี ยืนยันยังไม่เล่นเกมการเมืองหรือจับขั้วกับพรรคใด ขอรอคำตัดสินของประชาชนในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจจะได้รับความไว้วางใจ

    ส่วนประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอก รังษี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่ควรแก้เฉพาะมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา โดยให้พิจารณาเป็นรายมาตรา

    สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในโคราช พลเอก รังษี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต พร้อมฝากให้ช่วยสนับสนุน นายธนทรัพย์ อำพันธ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 3 เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา

    ช่วงท้าย พลเอก รังษี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือน “อยู่ในห้องไอซียู” ชี้ปัญหาหนี้รวมประเทศแตะ 55 ล้านล้านบาท การถูกยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น และคดีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิตพุ่งต่อเนื่อง พร้อมย้ำพรรคเศรษฐกิจไม่เน้นประชานิยม แต่จะเน้นหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าครองชีพ และขอประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 เพื่อให้ได้เสียงข้างมากแบบ “แลนด์สไลด์”

    ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำเนินนโยบาย 5 ข้อพร้อมกันทันที โดยภายใน 1 เดือนเตรียมลงนาม MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการระบบรางและโครงการเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก รวมถึงเตรียมทำ MOU ด้านท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งนิคมการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมี “ใบส่งออก” โดยตรง ลดการถูกกดราคา และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากหนี้สินอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    02

    9

    พล.อ.รังษีชี้ “คอร์รัปชัน-ซับคอนแทรกต์” ต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้ว ลั่นคนโกงต้องเจอโทษหนักถึงประหาร

    บ้านเอื้อพร ชุมพร เปิดพื้นที่ปลอดภัย ดูแลเด็กด้อยโอกาสและคุณแม่วัยใส

    คุณหญิงกัลยา คนสีคิ้ว ลงพื้นที่เยี่ยมผู้บาดเจ็บเครนทับรถไฟ ชี้รัฐต้องคุมความปลอดภัยเข้ม–เร่งหาคนรับผิดชอบ

    กองทัพเรือ จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วงจรปิดจับนาทีรถไฟพุ่งชนกระบะ ดับ 1 เจ็บ 1 กลางสะเดา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1459509&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KNySYGWhUMOnMEw4eId-H

  • “อ.เชน” คืนถิ่นมหิดล โชว์วิสัยทัศน์การศึกษา ชูเป้าไทยไร้จน-ประเทศรายได้สูง ลั่นปัญหาชายแดน “ยิงมายิงกลับ” ไม่โกง ย้ำไม่ฝืนดัน “เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” หาก ปชช.คัดค้าน

    มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา, วันที่ 18 ม.ค. “อ.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “นโยบายด้านการศึกษา ยกระดับวิจัยและนวัตกรรมไทย” ซึ่งเป็นการกลับมาครั้งแรกหลังจากลาออกจากรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2568 เพื่อมาลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่า เพื่อไทยตั้งเป้าหมายนำพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงโดยเน้นย้ำเรื่องการสร้างความมั่งคั่งที่กระจายสู่ทุกกลุ่ม ผ่านทฤษฎีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

    ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรารับเทคโนโลยีจากต่างชาติมาโดยตลอด จุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยคือการสร้างบุคลากรที่รองรับเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ได้ หากจะผลิตสินค้าขายคน 60 ล้านคนก็ต้องทำ แต่บทบาทภาครัฐต้องดูแลเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์และกายภาพควบคู่กันไป รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ส่วนการวางรากฐานการศึกษานั้น ควรมีโรงเรียนคุณภาพระดับเกรดเอในแต่ละจังหวัด เพื่อดึงดูดให้คนรุ่นใหม่สามารถทำงานและเติบโตในจังหวัดบ้านเกิดของตนเองได้

    ในประเด็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวเปิดใจว่า “หลายคนพยายามบอกว่า วันนี้เราได้นักการเมืองห่วยๆ มาคนหนึ่งชื่อ ยศชนัน แต่เสียนักวิจัยที่ดีไป ซึ่งต้องบอกว่าไม่จริง นักศึกษา และอาจารย์หลายคนในที่นี้เก่งกว่าผมทั้งนั้น สิ่งนี้ทำให้ผมมองว่า จริงๆ แล้วเราขาดคนเข้าใจในระดับบริหารประเทศที่จะนำผลงานเหล่านี้ออกไปสร้างมูลค่า ทำอย่างไรให้ประเทศดีขึ้น รวยขึ้น และสร้างโอกาสให้อาจารย์รุ่นน้องก้าวไปข้างหน้าได้ วันนี้เมื่อมีโอกาส ผมจึงต้องทำ จิตวิญญาณความเป็นนักวิจัยไม่เคยเปลี่ยน แต่จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ”

    อ.เชน ย้ำถึงบทบาทของ AI ที่จะเข้ามาเชื่อมโยงด้านสุขภาพและเป้าหมาย “คนไทยไร้จน” โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและคนพิการ ซึ่งมักเป็นภาระหนักของครอบครัว รัฐบาลต้องรู้พิกัดผู้ป่วยและให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าดูแล โดยเสนอมาตรการเติมเงิน 3,000 บาท ซึ่งไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากอยากให้ประเทศร่ำรวย เรื่องพื้นฐานเหล่านี้ต้องได้รับการดูแล ใครไม่ทำ เราจะทำแน่นอน ส่วนความกังวลเรื่อง นั้น AI เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการพัฒนาทักษะคนทั้งระบบ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องทำงานตรงสายที่เรียนจบ แต่สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ หากระบบนิเวศนวัตกรรมดีขึ้น ปัญหาการจ้างงานจะหมดไป

    ในด้านสาธารณสุข หากพื้นที่ใดบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ต้องใช้เทคโนโลยี Telemedicine เข้ามาช่วย พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาให้ลูกหลานในพื้นที่ได้เรียนแพทย์ เพื่อกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ส่วนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท และรถเมล์ติดแอร์นั้น ศ.ดร.ยศชนัน ชี้แจงว่า คนต่างจังหวัดจ่ายภาษีเหมือนคนกรุงเทพฯ ดังนั้นการพัฒนาระบบรางและการเดินทางเชื่อมต่อจังหวัดต่างๆ ต้องเกิดขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียม

    เมื่อถามถึงแนวทางบริหารหากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงตลาดทุนว่า ความน่าเชื่อถือต้องมาก่อน บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ต้องมีรายได้จากต่างประเทศด้วย ไม่ใช่พึ่งพาแค่เศรษฐกิจในประเทศ หากเศรษฐกิจไทยต่ำ ย่อมกระทบทั้งหมด สิ่งที่ต้องทำคือแก้ทั้งระบบ สร้างความน่าเชื่อถือ และดึงความเชื่อมั่นจากต่างประเทศกลับมาสู่การลงทุน

    ต่อข้อซักถามเรื่อง พ.ร.บ.เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ศ.ดร.ยศชนัน ชี้แจงว่า การโจมตีว่าเราสนับสนุนกาสิโนนั้นไม่เป็นความจริง โดยธรรมชาติแล้วพรรคไม่สนับสนุนการพนันออนไลน์หรือธุรกิจสีเทา แต่แนวคิดเรื่องเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เกิดขึ้นเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนกาสิโนเพียงเล็กน้อยและต้องมีการควบคุมเข้มงวด “เรื่องสีเทา เรื่องคอร์รัปชัน เราไม่เอา การมองหน้าผมแล้วนึกถึงกาสิโนนั้นไม่แฟร์ ผมมาจากสายวิชาการ ทำอาชีพสุจริต หากประชาชนไม่สบายใจเพราะกังวลเรื่องสแกมเมอร์หรือปัญหาสังคม เราจะไม่ฝืนทำ คราวที่แล้วเราคิดมากแต่ก็ไม่ได้ทำต่อ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ต้องฟังเสียงประชาชน ถ้าประชาชนไม่ให้ทำ ก็ไม่ทำ”

    ส่วนปัญหาความมั่นคงชายแดน และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ศ.ดร.ยศชนัน มีท่าทีชัดเจนว่า “ปัญหากัมพูชาคือแหล่งสแกมเมอร์ เมื่อปราบจากที่หนึ่งก็ย้ายไปอีกที่หนึ่ง สงครามรูปแบบใหม่นี้จะหมดไปต้องปราบให้ครบวงจร” สำหรับปัญหาการกระทบกระทั่งชายแดน ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า “หากยิงมาก็ยิงกลับ” โดยเน้นย้ำเรื่องการรักษาอธิปไตยเป็นสำคัญ ได้มีการหารือกับฝ่ายทหารแล้วว่าต้องการงบประมาณเพื่อรักษาชีวิตกำลังพล การตอบโต้ต้องไม่วู่วามแต่ต้อง “ได้สัดส่วน” และคนในพื้นที่ต้องปลอดภัย โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยเพื่อลดความเสี่ยงในการส่งทหารเข้าไปในพื้นที่อันตราย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/272079&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3d7Rdy0GH4P6gnl0-8thsv

  • จากร้านเล็กๆ ข้างถนน สู่ฟันเฟืองเศรษฐกิจเมือง: มอง 7-Eleven ผ่านโลกที่หมุนเร็วขึ้น


    เซเว่นไม่ได้ขายแค่ของกิน แต่ยังขาย ‘เวลา’ ให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นเวทีฝึกทักษะแรงงาน และเป็นพื้นที่ยกระดับมาตรฐาน SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อมกับโลกยุคใหม่

    ในวันที่มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก มีอีกประเด็นที่มักถูกละเลยไปคือ “ทำไมเราถึงยังเดินเข้าเซเว่น?” หากเราลองถอยออกมามองภาพกว้าง ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การขยายตัวเข้าไปในหลายพื้นที่ แต่อยู่ที่ว่าเขากำลังเข้าใจ “ความต้องการที่แท้จริง” ของมนุษย์ในโลกที่หมุนไว และการมีอยู่ของ “เซเว่นมีประโยชน์ต่อโครงสร้างสังคมไทยอย่างไร”
     
    หากเราลองหลับตานึกถึงภาพยามดึกของเมืองไทย เสียงรถบนถนนสายหลัก แสงไฟจากตึกสูง และร้านสะดวกซื้อที่ยังคงเปิดไฟต้อนรับผู้คนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หนึ่งในภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ 7-Eleven ร้านเล็ก ๆ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่แวะซื้อของกินหลังเลิกเรียนเพื่อประทังความหิวระหว่างรอผู้ปกครองมารับ พนักงานกะดึกที่ต้องการอาหารอุ่น ๆ หรือผู้สูงอายุที่ต้องการซื้อของจำเป็นใกล้บ้าน
     
    เมื่อเมือง ผู้คนไม่เคยหลับใหล ความสะดวกสบายจึงไม่ใช่ทางเลือกหรือคุณค่าเสริม แต่เป็นเงื่อนไขของการอยู่รอด ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ค้าขายของคนตัวเล็ก หรือผู้ประกอบการรายใหญ่ หากแต่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของโครงสร้างเมืองที่ไม่อาจพึ่งพาวิถีดั้งเดิมได้อีกต่อไป
     
    โครงสร้างพื้นฐานของความสะดวกในเมืองสมัยใหม่
    การเปิดบริการ 24 ชั่วโมงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการตอบสนองต่อสังคมที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป คนจำนวนมากไม่ได้ใช้ชีวิตตามนาฬิกาแบบเดิมอีกต่อไป การมีร้านที่เข้าถึงได้ตลอดเวลา ช่วยลดความเปราะบางของชีวิตเมือง ตั้งแต่การหาน้ำดื่ม ยารักษาโรค ไปจนถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ในยามฉุกเฉิน นี่คือ “ความมั่นคงในชีวิตประจำวัน” ที่ต่างจากร้านโชว์ห่วยดั้งเดิม
     
    ลดต้นทุนเวลา เพิ่มคุณภาพชีวิต
    ในยุคที่เวลาเป็นทรัพยากรล้ำค่า การที่ผู้บริโภคสามารถเดินไม่กี่นาทีก็เข้าถึงสินค้าจำเป็น คือการลดต้นทุนชีวิตอย่างแท้จริง เซเว่นไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “เวลา” ให้กับผู้คน เวลาที่เหลือไปใช้กับครอบครัว การพักผ่อน หรือการทำงานสร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในภาพรวมของสังคมเมืองไทย

    พื้นที่เรียนรู้ พัฒนายกระดับสินค้าของ SME และแรงงานไทย
    แม้ระบบของเซเว่นจะเข้มงวด แต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือเวทีที่ผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยให้ยกระดับมาตรฐาน ตั้งแต่คุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงความสม่ำเสมอในการผลิต สำหรับแรงงาน ระบบการทำงานแบบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศได้สร้างทักษะด้านบริการ ความรับผิดชอบ และการทำงานแบบ Multi-skill ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่ติดตัวแรงงานไทยไปได้ไกลกว่าร้านสะดวกซื้อ

     
    อยู่ร่วมกันไม่ใช่แทนที่
    การมี 7-Eleven อยู่คู่สังคมไทย ไม่ได้แปลว่าเราต้องละทิ้งวิถีดั้งเดิม แต่คือการเพิ่ม “ทางเลือก” ให้กับสังคม ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นคือฟันเฟืองหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเมือง ที่ช่วยพยุงชีวิตผู้คนให้เดินต่อไปได้
     
    ท้ายที่สุด ประโยชน์ของเซเว่นไม่ได้อยู่ที่จำนวนสาขา แต่อยู่ที่บทบาทของมันในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตสมัยใหม่ หากสังคม รัฐ และผู้บริโภครู้เท่าทันและใช้มันอย่างมีสติ 7-Eleven ก็จะเป็นเพื่อนร่วมทางของสังคมไทยในโลกที่ไม่เคยหยุดหมุนนั่นเอง


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/39521&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XwS5FPthXGPpFwZxML_oz

  • จากร้านเล็กๆ ข้างถนน สู่ฟันเฟืองเศรษฐกิจเมือง: มอง 7-Eleven ผ่านโลกที่หมุนเร็วขึ้น


    เซเว่นไม่ได้ขายแค่ของกิน แต่ยังขาย ‘เวลา’ ให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นเวทีฝึกทักษะแรงงาน และเป็นพื้นที่ยกระดับมาตรฐาน SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อมกับโลกยุคใหม่

    ในวันที่มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก มีอีกประเด็นที่มักถูกละเลยไปคือ “ทำไมเราถึงยังเดินเข้าเซเว่น?” หากเราลองถอยออกมามองภาพกว้าง ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การขยายตัวเข้าไปในหลายพื้นที่ แต่อยู่ที่ว่าเขากำลังเข้าใจ “ความต้องการที่แท้จริง” ของมนุษย์ในโลกที่หมุนไว และการมีอยู่ของ “เซเว่นมีประโยชน์ต่อโครงสร้างสังคมไทยอย่างไร”
     
    หากเราลองหลับตานึกถึงภาพยามดึกของเมืองไทย เสียงรถบนถนนสายหลัก แสงไฟจากตึกสูง และร้านสะดวกซื้อที่ยังคงเปิดไฟต้อนรับผู้คนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หนึ่งในภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ 7-Eleven ร้านเล็ก ๆ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่แวะซื้อของกินหลังเลิกเรียนเพื่อประทังความหิวระหว่างรอผู้ปกครองมารับ พนักงานกะดึกที่ต้องการอาหารอุ่น ๆ หรือผู้สูงอายุที่ต้องการซื้อของจำเป็นใกล้บ้าน
     
    เมื่อเมือง ผู้คนไม่เคยหลับใหล ความสะดวกสบายจึงไม่ใช่ทางเลือกหรือคุณค่าเสริม แต่เป็นเงื่อนไขของการอยู่รอด ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ค้าขายของคนตัวเล็ก หรือผู้ประกอบการรายใหญ่ หากแต่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของโครงสร้างเมืองที่ไม่อาจพึ่งพาวิถีดั้งเดิมได้อีกต่อไป
     
    โครงสร้างพื้นฐานของความสะดวกในเมืองสมัยใหม่
    การเปิดบริการ 24 ชั่วโมงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการตอบสนองต่อสังคมที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป คนจำนวนมากไม่ได้ใช้ชีวิตตามนาฬิกาแบบเดิมอีกต่อไป การมีร้านที่เข้าถึงได้ตลอดเวลา ช่วยลดความเปราะบางของชีวิตเมือง ตั้งแต่การหาน้ำดื่ม ยารักษาโรค ไปจนถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ในยามฉุกเฉิน นี่คือ “ความมั่นคงในชีวิตประจำวัน” ที่ต่างจากร้านโชว์ห่วยดั้งเดิม
     
    ลดต้นทุนเวลา เพิ่มคุณภาพชีวิต
    ในยุคที่เวลาเป็นทรัพยากรล้ำค่า การที่ผู้บริโภคสามารถเดินไม่กี่นาทีก็เข้าถึงสินค้าจำเป็น คือการลดต้นทุนชีวิตอย่างแท้จริง เซเว่นไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “เวลา” ให้กับผู้คน เวลาที่เหลือไปใช้กับครอบครัว การพักผ่อน หรือการทำงานสร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในภาพรวมของสังคมเมืองไทย

    พื้นที่เรียนรู้ พัฒนายกระดับสินค้าของ SME และแรงงานไทย
    แม้ระบบของเซเว่นจะเข้มงวด แต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือเวทีที่ผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยให้ยกระดับมาตรฐาน ตั้งแต่คุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงความสม่ำเสมอในการผลิต สำหรับแรงงาน ระบบการทำงานแบบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศได้สร้างทักษะด้านบริการ ความรับผิดชอบ และการทำงานแบบ Multi-skill ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่ติดตัวแรงงานไทยไปได้ไกลกว่าร้านสะดวกซื้อ

     
    อยู่ร่วมกันไม่ใช่แทนที่
    การมี 7-Eleven อยู่คู่สังคมไทย ไม่ได้แปลว่าเราต้องละทิ้งวิถีดั้งเดิม แต่คือการเพิ่ม “ทางเลือก” ให้กับสังคม ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นคือฟันเฟืองหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเมือง ที่ช่วยพยุงชีวิตผู้คนให้เดินต่อไปได้
     
    ท้ายที่สุด ประโยชน์ของเซเว่นไม่ได้อยู่ที่จำนวนสาขา แต่อยู่ที่บทบาทของมันในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตสมัยใหม่ หากสังคม รัฐ และผู้บริโภครู้เท่าทันและใช้มันอย่างมีสติ 7-Eleven ก็จะเป็นเพื่อนร่วมทางของสังคมไทยในโลกที่ไม่เคยหยุดหมุนนั่นเอง


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/39521&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XwS5FPthXGPpFwZxML_oz

  • จากร้านเล็กๆ ข้างถนน สู่ฟันเฟืองเศรษฐกิจเมือง: มอง 7-Eleven ผ่านโลกที่หมุนเร็วขึ้น


    เซเว่นไม่ได้ขายแค่ของกิน แต่ยังขาย ‘เวลา’ ให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นเวทีฝึกทักษะแรงงาน และเป็นพื้นที่ยกระดับมาตรฐาน SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อมกับโลกยุคใหม่

    ในวันที่มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก มีอีกประเด็นที่มักถูกละเลยไปคือ “ทำไมเราถึงยังเดินเข้าเซเว่น?” หากเราลองถอยออกมามองภาพกว้าง ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การขยายตัวเข้าไปในหลายพื้นที่ แต่อยู่ที่ว่าเขากำลังเข้าใจ “ความต้องการที่แท้จริง” ของมนุษย์ในโลกที่หมุนไว และการมีอยู่ของ “เซเว่นมีประโยชน์ต่อโครงสร้างสังคมไทยอย่างไร”
     
    หากเราลองหลับตานึกถึงภาพยามดึกของเมืองไทย เสียงรถบนถนนสายหลัก แสงไฟจากตึกสูง และร้านสะดวกซื้อที่ยังคงเปิดไฟต้อนรับผู้คนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หนึ่งในภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ 7-Eleven ร้านเล็ก ๆ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่แวะซื้อของกินหลังเลิกเรียนเพื่อประทังความหิวระหว่างรอผู้ปกครองมารับ พนักงานกะดึกที่ต้องการอาหารอุ่น ๆ หรือผู้สูงอายุที่ต้องการซื้อของจำเป็นใกล้บ้าน
     
    เมื่อเมือง ผู้คนไม่เคยหลับใหล ความสะดวกสบายจึงไม่ใช่ทางเลือกหรือคุณค่าเสริม แต่เป็นเงื่อนไขของการอยู่รอด ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ค้าขายของคนตัวเล็ก หรือผู้ประกอบการรายใหญ่ หากแต่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของโครงสร้างเมืองที่ไม่อาจพึ่งพาวิถีดั้งเดิมได้อีกต่อไป
     
    โครงสร้างพื้นฐานของความสะดวกในเมืองสมัยใหม่
    การเปิดบริการ 24 ชั่วโมงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการตอบสนองต่อสังคมที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป คนจำนวนมากไม่ได้ใช้ชีวิตตามนาฬิกาแบบเดิมอีกต่อไป การมีร้านที่เข้าถึงได้ตลอดเวลา ช่วยลดความเปราะบางของชีวิตเมือง ตั้งแต่การหาน้ำดื่ม ยารักษาโรค ไปจนถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ในยามฉุกเฉิน นี่คือ “ความมั่นคงในชีวิตประจำวัน” ที่ต่างจากร้านโชว์ห่วยดั้งเดิม
     
    ลดต้นทุนเวลา เพิ่มคุณภาพชีวิต
    ในยุคที่เวลาเป็นทรัพยากรล้ำค่า การที่ผู้บริโภคสามารถเดินไม่กี่นาทีก็เข้าถึงสินค้าจำเป็น คือการลดต้นทุนชีวิตอย่างแท้จริง เซเว่นไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “เวลา” ให้กับผู้คน เวลาที่เหลือไปใช้กับครอบครัว การพักผ่อน หรือการทำงานสร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในภาพรวมของสังคมเมืองไทย

    พื้นที่เรียนรู้ พัฒนายกระดับสินค้าของ SME และแรงงานไทย
    แม้ระบบของเซเว่นจะเข้มงวด แต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือเวทีที่ผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยให้ยกระดับมาตรฐาน ตั้งแต่คุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงความสม่ำเสมอในการผลิต สำหรับแรงงาน ระบบการทำงานแบบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศได้สร้างทักษะด้านบริการ ความรับผิดชอบ และการทำงานแบบ Multi-skill ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่ติดตัวแรงงานไทยไปได้ไกลกว่าร้านสะดวกซื้อ

     
    อยู่ร่วมกันไม่ใช่แทนที่
    การมี 7-Eleven อยู่คู่สังคมไทย ไม่ได้แปลว่าเราต้องละทิ้งวิถีดั้งเดิม แต่คือการเพิ่ม “ทางเลือก” ให้กับสังคม ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นคือฟันเฟืองหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเมือง ที่ช่วยพยุงชีวิตผู้คนให้เดินต่อไปได้
     
    ท้ายที่สุด ประโยชน์ของเซเว่นไม่ได้อยู่ที่จำนวนสาขา แต่อยู่ที่บทบาทของมันในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตสมัยใหม่ หากสังคม รัฐ และผู้บริโภครู้เท่าทันและใช้มันอย่างมีสติ 7-Eleven ก็จะเป็นเพื่อนร่วมทางของสังคมไทยในโลกที่ไม่เคยหยุดหมุนนั่นเอง


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/39521&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XwS5FPthXGPpFwZxML_oz

  • จากร้านเล็กๆ ข้างถนน สู่ฟันเฟืองเศรษฐกิจเมือง: มอง 7-Eleven ผ่านโลกที่หมุนเร็วขึ้น


    เซเว่นไม่ได้ขายแค่ของกิน แต่ยังขาย ‘เวลา’ ให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นเวทีฝึกทักษะแรงงาน และเป็นพื้นที่ยกระดับมาตรฐาน SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อมกับโลกยุคใหม่

    ในวันที่มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก มีอีกประเด็นที่มักถูกละเลยไปคือ “ทำไมเราถึงยังเดินเข้าเซเว่น?” หากเราลองถอยออกมามองภาพกว้าง ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การขยายตัวเข้าไปในหลายพื้นที่ แต่อยู่ที่ว่าเขากำลังเข้าใจ “ความต้องการที่แท้จริง” ของมนุษย์ในโลกที่หมุนไว และการมีอยู่ของ “เซเว่นมีประโยชน์ต่อโครงสร้างสังคมไทยอย่างไร”
     
    หากเราลองหลับตานึกถึงภาพยามดึกของเมืองไทย เสียงรถบนถนนสายหลัก แสงไฟจากตึกสูง และร้านสะดวกซื้อที่ยังคงเปิดไฟต้อนรับผู้คนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หนึ่งในภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ 7-Eleven ร้านเล็ก ๆ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่แวะซื้อของกินหลังเลิกเรียนเพื่อประทังความหิวระหว่างรอผู้ปกครองมารับ พนักงานกะดึกที่ต้องการอาหารอุ่น ๆ หรือผู้สูงอายุที่ต้องการซื้อของจำเป็นใกล้บ้าน
     
    เมื่อเมือง ผู้คนไม่เคยหลับใหล ความสะดวกสบายจึงไม่ใช่ทางเลือกหรือคุณค่าเสริม แต่เป็นเงื่อนไขของการอยู่รอด ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ค้าขายของคนตัวเล็ก หรือผู้ประกอบการรายใหญ่ หากแต่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของโครงสร้างเมืองที่ไม่อาจพึ่งพาวิถีดั้งเดิมได้อีกต่อไป
     
    โครงสร้างพื้นฐานของความสะดวกในเมืองสมัยใหม่
    การเปิดบริการ 24 ชั่วโมงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการตอบสนองต่อสังคมที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป คนจำนวนมากไม่ได้ใช้ชีวิตตามนาฬิกาแบบเดิมอีกต่อไป การมีร้านที่เข้าถึงได้ตลอดเวลา ช่วยลดความเปราะบางของชีวิตเมือง ตั้งแต่การหาน้ำดื่ม ยารักษาโรค ไปจนถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ในยามฉุกเฉิน นี่คือ “ความมั่นคงในชีวิตประจำวัน” ที่ต่างจากร้านโชว์ห่วยดั้งเดิม
     
    ลดต้นทุนเวลา เพิ่มคุณภาพชีวิต
    ในยุคที่เวลาเป็นทรัพยากรล้ำค่า การที่ผู้บริโภคสามารถเดินไม่กี่นาทีก็เข้าถึงสินค้าจำเป็น คือการลดต้นทุนชีวิตอย่างแท้จริง เซเว่นไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “เวลา” ให้กับผู้คน เวลาที่เหลือไปใช้กับครอบครัว การพักผ่อน หรือการทำงานสร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในภาพรวมของสังคมเมืองไทย

    พื้นที่เรียนรู้ พัฒนายกระดับสินค้าของ SME และแรงงานไทย
    แม้ระบบของเซเว่นจะเข้มงวด แต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือเวทีที่ผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยให้ยกระดับมาตรฐาน ตั้งแต่คุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงความสม่ำเสมอในการผลิต สำหรับแรงงาน ระบบการทำงานแบบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศได้สร้างทักษะด้านบริการ ความรับผิดชอบ และการทำงานแบบ Multi-skill ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่ติดตัวแรงงานไทยไปได้ไกลกว่าร้านสะดวกซื้อ

     
    อยู่ร่วมกันไม่ใช่แทนที่
    การมี 7-Eleven อยู่คู่สังคมไทย ไม่ได้แปลว่าเราต้องละทิ้งวิถีดั้งเดิม แต่คือการเพิ่ม “ทางเลือก” ให้กับสังคม ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นคือฟันเฟืองหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเมือง ที่ช่วยพยุงชีวิตผู้คนให้เดินต่อไปได้
     
    ท้ายที่สุด ประโยชน์ของเซเว่นไม่ได้อยู่ที่จำนวนสาขา แต่อยู่ที่บทบาทของมันในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตสมัยใหม่ หากสังคม รัฐ และผู้บริโภครู้เท่าทันและใช้มันอย่างมีสติ 7-Eleven ก็จะเป็นเพื่อนร่วมทางของสังคมไทยในโลกที่ไม่เคยหยุดหมุนนั่นเอง


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/39521&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XwS5FPthXGPpFwZxML_oz