Category: ไอที

  • จากร้านเล็กๆ ข้างถนน สู่ฟันเฟืองเศรษฐกิจเมือง: มอง 7-Eleven ผ่านโลกที่หมุนเร็วขึ้น


    เซเว่นไม่ได้ขายแค่ของกิน แต่ยังขาย ‘เวลา’ ให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นเวทีฝึกทักษะแรงงาน และเป็นพื้นที่ยกระดับมาตรฐาน SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อมกับโลกยุคใหม่

    ในวันที่มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก มีอีกประเด็นที่มักถูกละเลยไปคือ “ทำไมเราถึงยังเดินเข้าเซเว่น?” หากเราลองถอยออกมามองภาพกว้าง ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การขยายตัวเข้าไปในหลายพื้นที่ แต่อยู่ที่ว่าเขากำลังเข้าใจ “ความต้องการที่แท้จริง” ของมนุษย์ในโลกที่หมุนไว และการมีอยู่ของ “เซเว่นมีประโยชน์ต่อโครงสร้างสังคมไทยอย่างไร”
     
    หากเราลองหลับตานึกถึงภาพยามดึกของเมืองไทย เสียงรถบนถนนสายหลัก แสงไฟจากตึกสูง และร้านสะดวกซื้อที่ยังคงเปิดไฟต้อนรับผู้คนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หนึ่งในภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ 7-Eleven ร้านเล็ก ๆ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่แวะซื้อของกินหลังเลิกเรียนเพื่อประทังความหิวระหว่างรอผู้ปกครองมารับ พนักงานกะดึกที่ต้องการอาหารอุ่น ๆ หรือผู้สูงอายุที่ต้องการซื้อของจำเป็นใกล้บ้าน
     
    เมื่อเมือง ผู้คนไม่เคยหลับใหล ความสะดวกสบายจึงไม่ใช่ทางเลือกหรือคุณค่าเสริม แต่เป็นเงื่อนไขของการอยู่รอด ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ค้าขายของคนตัวเล็ก หรือผู้ประกอบการรายใหญ่ หากแต่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของโครงสร้างเมืองที่ไม่อาจพึ่งพาวิถีดั้งเดิมได้อีกต่อไป
     
    โครงสร้างพื้นฐานของความสะดวกในเมืองสมัยใหม่
    การเปิดบริการ 24 ชั่วโมงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการตอบสนองต่อสังคมที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป คนจำนวนมากไม่ได้ใช้ชีวิตตามนาฬิกาแบบเดิมอีกต่อไป การมีร้านที่เข้าถึงได้ตลอดเวลา ช่วยลดความเปราะบางของชีวิตเมือง ตั้งแต่การหาน้ำดื่ม ยารักษาโรค ไปจนถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ในยามฉุกเฉิน นี่คือ “ความมั่นคงในชีวิตประจำวัน” ที่ต่างจากร้านโชว์ห่วยดั้งเดิม
     
    ลดต้นทุนเวลา เพิ่มคุณภาพชีวิต
    ในยุคที่เวลาเป็นทรัพยากรล้ำค่า การที่ผู้บริโภคสามารถเดินไม่กี่นาทีก็เข้าถึงสินค้าจำเป็น คือการลดต้นทุนชีวิตอย่างแท้จริง เซเว่นไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “เวลา” ให้กับผู้คน เวลาที่เหลือไปใช้กับครอบครัว การพักผ่อน หรือการทำงานสร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในภาพรวมของสังคมเมืองไทย

    พื้นที่เรียนรู้ พัฒนายกระดับสินค้าของ SME และแรงงานไทย
    แม้ระบบของเซเว่นจะเข้มงวด แต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือเวทีที่ผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยให้ยกระดับมาตรฐาน ตั้งแต่คุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงความสม่ำเสมอในการผลิต สำหรับแรงงาน ระบบการทำงานแบบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศได้สร้างทักษะด้านบริการ ความรับผิดชอบ และการทำงานแบบ Multi-skill ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่ติดตัวแรงงานไทยไปได้ไกลกว่าร้านสะดวกซื้อ

     
    อยู่ร่วมกันไม่ใช่แทนที่
    การมี 7-Eleven อยู่คู่สังคมไทย ไม่ได้แปลว่าเราต้องละทิ้งวิถีดั้งเดิม แต่คือการเพิ่ม “ทางเลือก” ให้กับสังคม ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นคือฟันเฟืองหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเมือง ที่ช่วยพยุงชีวิตผู้คนให้เดินต่อไปได้
     
    ท้ายที่สุด ประโยชน์ของเซเว่นไม่ได้อยู่ที่จำนวนสาขา แต่อยู่ที่บทบาทของมันในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตสมัยใหม่ หากสังคม รัฐ และผู้บริโภครู้เท่าทันและใช้มันอย่างมีสติ 7-Eleven ก็จะเป็นเพื่อนร่วมทางของสังคมไทยในโลกที่ไม่เคยหยุดหมุนนั่นเอง


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/39521&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XwS5FPthXGPpFwZxML_oz

  • จากร้านเล็กๆ ข้างถนน สู่ฟันเฟืองเศรษฐกิจเมือง: มอง 7-Eleven ผ่านโลกที่หมุนเร็วขึ้น


    เซเว่นไม่ได้ขายแค่ของกิน แต่ยังขาย ‘เวลา’ ให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นเวทีฝึกทักษะแรงงาน และเป็นพื้นที่ยกระดับมาตรฐาน SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อมกับโลกยุคใหม่

    ในวันที่มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก มีอีกประเด็นที่มักถูกละเลยไปคือ “ทำไมเราถึงยังเดินเข้าเซเว่น?” หากเราลองถอยออกมามองภาพกว้าง ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การขยายตัวเข้าไปในหลายพื้นที่ แต่อยู่ที่ว่าเขากำลังเข้าใจ “ความต้องการที่แท้จริง” ของมนุษย์ในโลกที่หมุนไว และการมีอยู่ของ “เซเว่นมีประโยชน์ต่อโครงสร้างสังคมไทยอย่างไร”
     
    หากเราลองหลับตานึกถึงภาพยามดึกของเมืองไทย เสียงรถบนถนนสายหลัก แสงไฟจากตึกสูง และร้านสะดวกซื้อที่ยังคงเปิดไฟต้อนรับผู้คนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หนึ่งในภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ 7-Eleven ร้านเล็ก ๆ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่แวะซื้อของกินหลังเลิกเรียนเพื่อประทังความหิวระหว่างรอผู้ปกครองมารับ พนักงานกะดึกที่ต้องการอาหารอุ่น ๆ หรือผู้สูงอายุที่ต้องการซื้อของจำเป็นใกล้บ้าน
     
    เมื่อเมือง ผู้คนไม่เคยหลับใหล ความสะดวกสบายจึงไม่ใช่ทางเลือกหรือคุณค่าเสริม แต่เป็นเงื่อนไขของการอยู่รอด ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ค้าขายของคนตัวเล็ก หรือผู้ประกอบการรายใหญ่ หากแต่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของโครงสร้างเมืองที่ไม่อาจพึ่งพาวิถีดั้งเดิมได้อีกต่อไป
     
    โครงสร้างพื้นฐานของความสะดวกในเมืองสมัยใหม่
    การเปิดบริการ 24 ชั่วโมงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการตอบสนองต่อสังคมที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป คนจำนวนมากไม่ได้ใช้ชีวิตตามนาฬิกาแบบเดิมอีกต่อไป การมีร้านที่เข้าถึงได้ตลอดเวลา ช่วยลดความเปราะบางของชีวิตเมือง ตั้งแต่การหาน้ำดื่ม ยารักษาโรค ไปจนถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ในยามฉุกเฉิน นี่คือ “ความมั่นคงในชีวิตประจำวัน” ที่ต่างจากร้านโชว์ห่วยดั้งเดิม
     
    ลดต้นทุนเวลา เพิ่มคุณภาพชีวิต
    ในยุคที่เวลาเป็นทรัพยากรล้ำค่า การที่ผู้บริโภคสามารถเดินไม่กี่นาทีก็เข้าถึงสินค้าจำเป็น คือการลดต้นทุนชีวิตอย่างแท้จริง เซเว่นไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “เวลา” ให้กับผู้คน เวลาที่เหลือไปใช้กับครอบครัว การพักผ่อน หรือการทำงานสร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในภาพรวมของสังคมเมืองไทย

    พื้นที่เรียนรู้ พัฒนายกระดับสินค้าของ SME และแรงงานไทย
    แม้ระบบของเซเว่นจะเข้มงวด แต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือเวทีที่ผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยให้ยกระดับมาตรฐาน ตั้งแต่คุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงความสม่ำเสมอในการผลิต สำหรับแรงงาน ระบบการทำงานแบบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศได้สร้างทักษะด้านบริการ ความรับผิดชอบ และการทำงานแบบ Multi-skill ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่ติดตัวแรงงานไทยไปได้ไกลกว่าร้านสะดวกซื้อ

     
    อยู่ร่วมกันไม่ใช่แทนที่
    การมี 7-Eleven อยู่คู่สังคมไทย ไม่ได้แปลว่าเราต้องละทิ้งวิถีดั้งเดิม แต่คือการเพิ่ม “ทางเลือก” ให้กับสังคม ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นคือฟันเฟืองหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเมือง ที่ช่วยพยุงชีวิตผู้คนให้เดินต่อไปได้
     
    ท้ายที่สุด ประโยชน์ของเซเว่นไม่ได้อยู่ที่จำนวนสาขา แต่อยู่ที่บทบาทของมันในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตสมัยใหม่ หากสังคม รัฐ และผู้บริโภครู้เท่าทันและใช้มันอย่างมีสติ 7-Eleven ก็จะเป็นเพื่อนร่วมทางของสังคมไทยในโลกที่ไม่เคยหยุดหมุนนั่นเอง


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/39521&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XwS5FPthXGPpFwZxML_oz

  • รวยเละ 60 ล้าน! ชาวขามทะเลสอเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ 10 ใบ กลายเป็นเศรษฐีใหม่รับปี 69 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569 รางวัลที่ 1 หมายเลข 878972 ล่าสุดมีรายงานว่ารางวัลใหญ่แตกที่จังหวัดนครราชสีมา สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศความยินดีของญาติพี่น้องและชาวชุมชน

    โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 งวดนี้ เป็นชาวชุมชนบ้านน้อยพัฒนา อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถูกรางวัลจำนวน 10 ใบ ทำให้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในพื้นที่ มีชาวบ้านและคนรู้จักเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ พร้อมระบุข้อความว่า
    “ขอแสดงความยินดีกับชาวบ้านน้อยพัฒนา รางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ ดีใจกับน้องจริงๆ”

    ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนๆ และชาวโซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความยินดี พร้อมร่วมอวยพรให้เศรษฐีหน้าใหม่ใช้เงินอย่างมีสติและมีความสุขกับโชคครั้งใหญ่ในชีวิต

    ขอบคุณภาพจาก เฮียเป็ด รีวิวของดี จัดโปรฯ ถูกสุดในประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5511861/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FRfbIu3CyGEMgN0J8epu5

  • รวยเละ 60 ล้าน! ชาวขามทะเลสอเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ 10 ใบ กลายเป็นเศรษฐีใหม่รับปี 69 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569 รางวัลที่ 1 หมายเลข 878972 ล่าสุดมีรายงานว่ารางวัลใหญ่แตกที่จังหวัดนครราชสีมา สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศความยินดีของญาติพี่น้องและชาวชุมชน

    โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 งวดนี้ เป็นชาวชุมชนบ้านน้อยพัฒนา อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถูกรางวัลจำนวน 10 ใบ ทำให้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในพื้นที่ มีชาวบ้านและคนรู้จักเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ พร้อมระบุข้อความว่า
    “ขอแสดงความยินดีกับชาวบ้านน้อยพัฒนา รางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ ดีใจกับน้องจริงๆ”

    ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนๆ และชาวโซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความยินดี พร้อมร่วมอวยพรให้เศรษฐีหน้าใหม่ใช้เงินอย่างมีสติและมีความสุขกับโชคครั้งใหญ่ในชีวิต

    ขอบคุณภาพจาก เฮียเป็ด รีวิวของดี จัดโปรฯ ถูกสุดในประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5511861/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FRfbIu3CyGEMgN0J8epu5

  • รวยเละ 60 ล้าน! ชาวขามทะเลสอเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ 10 ใบ กลายเป็นเศรษฐีใหม่รับปี 69 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569 รางวัลที่ 1 หมายเลข 878972 ล่าสุดมีรายงานว่ารางวัลใหญ่แตกที่จังหวัดนครราชสีมา สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศความยินดีของญาติพี่น้องและชาวชุมชน

    โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 งวดนี้ เป็นชาวชุมชนบ้านน้อยพัฒนา อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถูกรางวัลจำนวน 10 ใบ ทำให้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในพื้นที่ มีชาวบ้านและคนรู้จักเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ พร้อมระบุข้อความว่า
    “ขอแสดงความยินดีกับชาวบ้านน้อยพัฒนา รางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ ดีใจกับน้องจริงๆ”

    ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนๆ และชาวโซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความยินดี พร้อมร่วมอวยพรให้เศรษฐีหน้าใหม่ใช้เงินอย่างมีสติและมีความสุขกับโชคครั้งใหญ่ในชีวิต

    ขอบคุณภาพจาก เฮียเป็ด รีวิวของดี จัดโปรฯ ถูกสุดในประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5511861/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FRfbIu3CyGEMgN0J8epu5

  • รวยเละ 60 ล้าน! ชาวขามทะเลสอเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ 10 ใบ กลายเป็นเศรษฐีใหม่รับปี 69 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569 รางวัลที่ 1 หมายเลข 878972 ล่าสุดมีรายงานว่ารางวัลใหญ่แตกที่จังหวัดนครราชสีมา สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศความยินดีของญาติพี่น้องและชาวชุมชน

    โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 งวดนี้ เป็นชาวชุมชนบ้านน้อยพัฒนา อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถูกรางวัลจำนวน 10 ใบ ทำให้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในพื้นที่ มีชาวบ้านและคนรู้จักเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ พร้อมระบุข้อความว่า
    “ขอแสดงความยินดีกับชาวบ้านน้อยพัฒนา รางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ ดีใจกับน้องจริงๆ”

    ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนๆ และชาวโซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความยินดี พร้อมร่วมอวยพรให้เศรษฐีหน้าใหม่ใช้เงินอย่างมีสติและมีความสุขกับโชคครั้งใหญ่ในชีวิต

    ขอบคุณภาพจาก เฮียเป็ด รีวิวของดี จัดโปรฯ ถูกสุดในประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5511861/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FRfbIu3CyGEMgN0J8epu5

  • รวยเละ 60 ล้าน! ชาวขามทะเลสอเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ 10 ใบ กลายเป็นเศรษฐีใหม่รับปี 69 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569 รางวัลที่ 1 หมายเลข 878972 ล่าสุดมีรายงานว่ารางวัลใหญ่แตกที่จังหวัดนครราชสีมา สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศความยินดีของญาติพี่น้องและชาวชุมชน

    โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 งวดนี้ เป็นชาวชุมชนบ้านน้อยพัฒนา อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถูกรางวัลจำนวน 10 ใบ ทำให้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในพื้นที่ มีชาวบ้านและคนรู้จักเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ พร้อมระบุข้อความว่า
    “ขอแสดงความยินดีกับชาวบ้านน้อยพัฒนา รางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ ดีใจกับน้องจริงๆ”

    ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนๆ และชาวโซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความยินดี พร้อมร่วมอวยพรให้เศรษฐีหน้าใหม่ใช้เงินอย่างมีสติและมีความสุขกับโชคครั้งใหญ่ในชีวิต

    ขอบคุณภาพจาก เฮียเป็ด รีวิวของดี จัดโปรฯ ถูกสุดในประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5511861/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FRfbIu3CyGEMgN0J8epu5

  • ทกจ.เชียงราย เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงบ้านศิลปินอาชีพเชียงราย “มรดกศิลปะล้านนา“ | TOPNEWS

    สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย (ทกจ.เชียงราย) จัดกิจกรรม Media FamTrip เส้นทางท่องเที่ยว เชื่อมโยง บ้านศิลปินอาชีพเชียงราย (Chiangrai Life Artist Studio for Tourism) เส้นทางที่: 4 มรดกศิลปะล้านนา(Lanna Art Heritage) ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 15-16 มกราคม 2569 กิจกรรมพาสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้และสตูดิโอศิลปิน อาทิ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านสันกอง, Sangiam Yarangsee Studio, ปัจจุบัน Art Space, หอศิลป์บ้านนายพรหมมา และ หอศิลป์ระวี ได้สัมผัสผลงานศิลปะหลากหลายแขนง ตั้งแต่งานหัตถศิลป์พื้นถิ่น จิตรกรรมร่วมสมัย ไปจนถึงกิจกรรมเวิร์กชอป พร้อมเรียนรู้แนวคิด แรงบันดาลใจ และวิถีชีวิตของศิลปินอย่างใกล้ชิด

    นางวิภาวี ลีไพบูลย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (หัวหน้าโครงการ)สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับและชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม Media FamTrip เส้นทางท่องเที่ยว เชื่อมโยง บ้านศิลปินอาชีพเชียงราย (Chiangrai Life Artist Studio for Tourism) เส้นทางที่: 4 มรดกศิลปะล้านนา(Lanna Art Heritage) ระหว่างวันที่ 15-16 มกราคม 2569 นี้ว่า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปะให้เป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบเชิงได้ประสบการณ์ ซึ่งเส้นทางมรดกศิลปะล้านนาเฮอริเทจ จะเจาะหรือดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายและขายให้คนเข้าถึงศิลปะชุมชนได้อย่างไร ผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้จะได้สัมผัสและเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะเป้าหมายของโครงการคือต้องการยกระดับวิชาชีพชุมชนสู่ศิลปาชีพที่ทรงคุณค่า และเพิ่มมูลค่าสินค้าในชุมชน รวมถึงสร้างการรับรู้ พร้อมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และสร้างรายหมุนเวียนในจังหวัดเชียงรายให้เพิ่มมากขึ้น

    เริ่มต้นของการเดินทาง เปิดด้วยบรรยากาศสบาย ๆ ที่ Mu Café คาเฟ่เล็ก ๆ ที่ผสมผสานงานศิลป์เข้ากับกลิ่นกาแฟหอมละมุน เป็นพื้นที่พักใจให้ผู้เดินทางได้ผ่อนคลาย แลกเปลี่ยนมุมมอง ก่อนก้าวเข้าสู่โลกของศิลปะอย่างเต็มตัว

    กิจกรรม Chiangrai Life Artist Studio for Tourism Media Fam Trip  เส้นทางที่ 4 :มรดกศิลปะล้านนา (Lanna Art Heritage) เริ่มที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านสันกองมีนางนิธี สุธรรมรักษ์ ศิลปินปักผ้าผู้สร้างสรรค์ผลงานด้วยเทคนิคปักลายเม็ดข้าวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ให้การต้อนรับพร้อมกับสมาชิกกลุ่มผู้สูงอายุที่มาแสดงฝีมือการปักผ้า พร้อมกับพาคณะทำความรู้จักกระบวนการป้กและแรงบันดาลใจที่ถ่ายทอดวิถีชีชุมชนผ่านลวดลายบนผืนผ้าอย่างประณีตและงดงาม


    ช่วงเที่ยง แวะพักที่ Panor Coffee House ร้านอาหารบรรยากาศร่มรื่น อาหารอร่อย มีพื้นที่กว้าง จุดถ่ายภาพหลากหลาย และยังมีโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยว ตอบโจทย์ทั้งสายกิน สายเที่ยว และสายถ่ายรูปเรียกได้ว่าอาหารอร่อย วิวดี เป็นการเติมพลังระหว่างทางก่อนเดินทางสู่สตูดิโอของอาจารย์เสงี่ยม ยารังสี Sangiam Yarangsee ซึ่งได้นำชมแกลลอรี่ผลงานศิลปะ ภาพวาดสีน้ำมันที่สะท้อนอารมณ์และลายเส้นเฉพาะตัวอย่างงดงามและทรงพลัง เป็นผลงานที่สะท้อนอารมณ์และมิติของแสงเงาอย่างประณีตหลากหลายแนว โดยเฉพาะภาพทิวทัศน์ที่อาจารย์เสงี่ยมบอกว่าเป็นความชื่นชอบที่มีมาตั้งแต่เด็ก ด้วยเป็นคนที่รักธรรมชาติจึงถ่ายทอดความงดงามผ่านเทคนิคภาพสีน้ำมัน เป็นการถ่ายทอดกลิ่นอายความเป็นศิลปินผ่านพื้นที่สร้างสรรค์ที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับผู้ที่หลงไหลในงานศิลปะและต้องการสัมผัสแรงบันดาลใจได้ใกล้ชิดกับตัวศิลปิน

    แวะเติมพลังที่ FRIENDCATION Café คาเฟ่โทนอบอุ่น เหมือนมานั่งบ้านเพื่อน แต่มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ แต่มีความ Art มากมาย จุดหมายต่อมาคือ  หอศิลป์ระวี โดยมีนายระวี มะโนเรือง ศิลปินผู้เชี่ยวชาญงานอิมเพรสชั่นนิสม์แนวทิวทัศน์ ที่ถ่ายทอดความงดงามของทิวทัศน์และแสงเงาผ่านลายพู่กันอันเป็นเอกลักษณ์ก่อนร่วมชม Life Artist Exhibition : Local Artist x Life Artist ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย ที่จัดแสดงผลงานศิลปิน ควบคู่กิจกรรมเวิร์กช็อป ดนตรี และการแสดงศิลปวัฒนธรรม ในพิธี Pre-Opening ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายนิพนธ์ ใจนนท์ถี นายกสมาคมขัวศิลปะเชียงราย กล่าวต้อนรับ ท่ามกลางศิลปิน ผู้ประกอบการ และประชาชนที่เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง

    วันถัดมาเริ่มต้นที่ ปัจจุบัน Art Space ของนายอำนาจ ก้านขุนทด ที่นำชมแกลลอรี่ภาพวาดแนวธรรมชาติและพาคณะร่วมทำกิจกรรม Workshop เพ้นท์ก้อนหิน บนพื้นที่ศิลปะร่วมสมัยที่เปิดโอกาสให้ศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินท้องถิ่นได้แสดงผลงานหลากหลายรูปแบบทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่ายรวมถึงศิลปะจัดวางท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสงานศิลป์ในมุมองที่สดใหม่และทันสมัย

    ปิดท้ายที่หอศิลป์บ้านนายพรหมา ของอาจารย์พรมมา อินยาศรี ผลงานศิลปะที่นำมาจัดแสดงเป็นผลงานที่สะสมมาตั้งแต่สมัยเรียน เป็นผลงานที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ความเชื่อที่สร้างสรรค์จากจินตนาการพื้นที่ศิลปะท้องถิ่นที่รวบรวมผลงานสร้างสรรค์ของศิลปินเชียงราย ถ่ายทอดตัวตนและวิถีชีวิตผ่านงานจิตรกรรม ประติมากรรมและศิลปะแบบร่วมสมัย บรรยากาศเงียบสงบเป็นกันเองเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ศิลปะแบบเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งในชุมชนศิลปินตัวจริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1458657&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11dUW92phVlsv2o8huh_Ew

  • ธนาคารไทยเครดิต ผนึกสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ลงนาม MOU เสริมแกร่งความรู้ทางการเงิน และการบริหารทุนชุมชน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต ปูรากฐานเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าตอกย้ำจุดยืนในการเป็นธนาคารเพื่อสังคมและความยั่งยืน จับมือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. (ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “ด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน และการบริหารจัดการทุนชุมชน เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนโดยมี นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และ นางสาวกฤษณา อร่ามกุลชัย กรรมการ ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสององค์กรเข้าร่วมพิธีลงนาม จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมไพบูลย์วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน

    ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันของทั้งสองหน่วยงาน ที่เล็งเห็นว่า “ความรู้ทางการเงิน” คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยธนาคารไทยเครดิต ในฐานะสถาบันการเงินที่มีความเชี่ยวชาญ จะนำองค์ความรู้และเครื่องมือทางการเงินเข้าไปสนับสนุนภารกิจของ พอช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและองค์กรชุมชนทั่วประเทศ

    วัตถุประสงค์หลักของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มุ่งเน้นใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่:

    1. การสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน: พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการเงินและการบริหารจัดการหนี้สินอย่างถูกวิธี พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้นี้สู่ชุมชนอย่างเป็นระบบ

    2. การยกระดับผู้ประกอบการชุมชน: มุ่งเน้นการติดอาวุธทางปัญญาให้แก่ผู้ประกอบการในชุมชน ทั้งในด้านการบริหารจัดการธุรกิจ การวางแผนการตลาด และการจัดการการเงิน เพื่อให้ธุรกิจชุมชนสามารถเติบโตและแข่งขันได้

    3. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน: สนับสนุนการบริหารจัดการชุมชนให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและด้านอื่นๆ ที่จะช่วยส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น

    นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  กล่าวว่า “พอช. รู้สึกเป็นเกียรติที่ธนาคารไทยเครดิตมาร่วมมือในการมุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พอช. มุ่งสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน ซึ่งยังมีจุดอ่อนเรื่องความรู้ในการบริหารจัดการการเงินที่เข้มแข็ง ธนาคารไทยเครดิต มีจุดแข็งที่จะมาเติมเต็มให้ความรู้และสนับสนุนการบริหารจัดการด้านการเงินให้องค์กรชุมชน เป็นโอกาสที่เราจะเดินหน้าไปด้วยกันในการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน สร้างอาชีพ รายได้ที่มั่นคงแข็งแรง สร้างชุมชนที่เป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน  เป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชนสร้าง Social  Enterprise ที่เข้มแข็งร่วมกันต่อไป”

    นางสาวกฤษณา อร่ามกุลชัย กรรมการ ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนความร่วมมือในครั้งนี้ คือการนำโครงการ ‘ตังค์โต Know-how’ ซึ่งเป็นโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของธนาคารที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมด้านการเงินให้เป็นเรื่องเข้าใจง่าย เข้ามาเป็นกลไกหลักในการทำงานร่วมกัน โดยธนาคารมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนทีมวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเข้าไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่บุคลากร ผู้นำชุมชน และเครือข่ายของ พอช. อย่างเต็มที่ ทั้งในมิติของการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ตลอดจนการบริหารธุรกิจและการตลาดยุคใหม่ เพื่อเป้าหมายในการสร้าง ‘นักบริหารจัดการการเงินชุมชน’ ที่เข้มแข็ง และส่งต่อความยั่งยืนนี้กลับคืนสู่สังคม”

    การนำความเชี่ยวชาญของภาคเอกชนมาผนวกกับเครือข่ายที่เข้มแข็งของภาครัฐในครั้งนี้ จะช่วยให้องค์ความรู้ทางการเงินไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องอบรม แต่จะถูกกระจายและถ่ายทอดต่อไปยังสมาชิกในชุมชนในรูปแบบ “พี่สอนน้อง” หรือ “ผู้นำสอนลูกบ้าน” ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินในระดับฐานรากอย่างแท้จริง” โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการต่อเนื่อง 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนาม สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของทั้งสองฝ่ายในการทำงานร่วมกันในระยะยาว โดยจะมีการประเมินผลการดำเนินงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

    การร่วมมือระหว่างธนาคารไทยเครดิตและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนในครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐในการร่วมกันแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการสร้างอาชีพที่มั่นคง เริ่มต้นจากจุดที่เล็กที่สุดแต่สำคัญที่สุดคือ “ชุมชน” เพื่อนำไปสู่สังคมไทยที่มีสุขภาพทางการเงินที่ดีและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/989935&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_OB9m9Vo7DkxUgc8SAAER

  • ทกจ.เชียงราย เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงบ้านศิลปินอาชีพเชียงราย “มรดกศิลปะล้านนา“ | TOPNEWS

    สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย (ทกจ.เชียงราย) จัดกิจกรรม Media FamTrip เส้นทางท่องเที่ยว เชื่อมโยง บ้านศิลปินอาชีพเชียงราย (Chiangrai Life Artist Studio for Tourism) เส้นทางที่: 4 มรดกศิลปะล้านนา(Lanna Art Heritage) ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 15-16 มกราคม 2569 กิจกรรมพาสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้และสตูดิโอศิลปิน อาทิ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านสันกอง, Sangiam Yarangsee Studio, ปัจจุบัน Art Space, หอศิลป์บ้านนายพรหมมา และ หอศิลป์ระวี ได้สัมผัสผลงานศิลปะหลากหลายแขนง ตั้งแต่งานหัตถศิลป์พื้นถิ่น จิตรกรรมร่วมสมัย ไปจนถึงกิจกรรมเวิร์กชอป พร้อมเรียนรู้แนวคิด แรงบันดาลใจ และวิถีชีวิตของศิลปินอย่างใกล้ชิด

    นางวิภาวี ลีไพบูลย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (หัวหน้าโครงการ)สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับและชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม Media FamTrip เส้นทางท่องเที่ยว เชื่อมโยง บ้านศิลปินอาชีพเชียงราย (Chiangrai Life Artist Studio for Tourism) เส้นทางที่: 4 มรดกศิลปะล้านนา(Lanna Art Heritage) ระหว่างวันที่ 15-16 มกราคม 2569 นี้ว่า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปะให้เป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบเชิงได้ประสบการณ์ ซึ่งเส้นทางมรดกศิลปะล้านนาเฮอริเทจ จะเจาะหรือดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายและขายให้คนเข้าถึงศิลปะชุมชนได้อย่างไร ผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้จะได้สัมผัสและเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะเป้าหมายของโครงการคือต้องการยกระดับวิชาชีพชุมชนสู่ศิลปาชีพที่ทรงคุณค่า และเพิ่มมูลค่าสินค้าในชุมชน รวมถึงสร้างการรับรู้ พร้อมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และสร้างรายหมุนเวียนในจังหวัดเชียงรายให้เพิ่มมากขึ้น

    เริ่มต้นของการเดินทาง เปิดด้วยบรรยากาศสบาย ๆ ที่ Mu Café คาเฟ่เล็ก ๆ ที่ผสมผสานงานศิลป์เข้ากับกลิ่นกาแฟหอมละมุน เป็นพื้นที่พักใจให้ผู้เดินทางได้ผ่อนคลาย แลกเปลี่ยนมุมมอง ก่อนก้าวเข้าสู่โลกของศิลปะอย่างเต็มตัว

    กิจกรรม Chiangrai Life Artist Studio for Tourism Media Fam Trip  เส้นทางที่ 4 :มรดกศิลปะล้านนา (Lanna Art Heritage) เริ่มที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านสันกองมีนางนิธี สุธรรมรักษ์ ศิลปินปักผ้าผู้สร้างสรรค์ผลงานด้วยเทคนิคปักลายเม็ดข้าวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ให้การต้อนรับพร้อมกับสมาชิกกลุ่มผู้สูงอายุที่มาแสดงฝีมือการปักผ้า พร้อมกับพาคณะทำความรู้จักกระบวนการป้กและแรงบันดาลใจที่ถ่ายทอดวิถีชีชุมชนผ่านลวดลายบนผืนผ้าอย่างประณีตและงดงาม


    ช่วงเที่ยง แวะพักที่ Panor Coffee House ร้านอาหารบรรยากาศร่มรื่น อาหารอร่อย มีพื้นที่กว้าง จุดถ่ายภาพหลากหลาย และยังมีโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยว ตอบโจทย์ทั้งสายกิน สายเที่ยว และสายถ่ายรูปเรียกได้ว่าอาหารอร่อย วิวดี เป็นการเติมพลังระหว่างทางก่อนเดินทางสู่สตูดิโอของอาจารย์เสงี่ยม ยารังสี Sangiam Yarangsee ซึ่งได้นำชมแกลลอรี่ผลงานศิลปะ ภาพวาดสีน้ำมันที่สะท้อนอารมณ์และลายเส้นเฉพาะตัวอย่างงดงามและทรงพลัง เป็นผลงานที่สะท้อนอารมณ์และมิติของแสงเงาอย่างประณีตหลากหลายแนว โดยเฉพาะภาพทิวทัศน์ที่อาจารย์เสงี่ยมบอกว่าเป็นความชื่นชอบที่มีมาตั้งแต่เด็ก ด้วยเป็นคนที่รักธรรมชาติจึงถ่ายทอดความงดงามผ่านเทคนิคภาพสีน้ำมัน เป็นการถ่ายทอดกลิ่นอายความเป็นศิลปินผ่านพื้นที่สร้างสรรค์ที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับผู้ที่หลงไหลในงานศิลปะและต้องการสัมผัสแรงบันดาลใจได้ใกล้ชิดกับตัวศิลปิน

    แวะเติมพลังที่ FRIENDCATION Café คาเฟ่โทนอบอุ่น เหมือนมานั่งบ้านเพื่อน แต่มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ แต่มีความ Art มากมาย จุดหมายต่อมาคือ  หอศิลป์ระวี โดยมีนายระวี มะโนเรือง ศิลปินผู้เชี่ยวชาญงานอิมเพรสชั่นนิสม์แนวทิวทัศน์ ที่ถ่ายทอดความงดงามของทิวทัศน์และแสงเงาผ่านลายพู่กันอันเป็นเอกลักษณ์ก่อนร่วมชม Life Artist Exhibition : Local Artist x Life Artist ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย ที่จัดแสดงผลงานศิลปิน ควบคู่กิจกรรมเวิร์กช็อป ดนตรี และการแสดงศิลปวัฒนธรรม ในพิธี Pre-Opening ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายนิพนธ์ ใจนนท์ถี นายกสมาคมขัวศิลปะเชียงราย กล่าวต้อนรับ ท่ามกลางศิลปิน ผู้ประกอบการ และประชาชนที่เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง

    วันถัดมาเริ่มต้นที่ ปัจจุบัน Art Space ของนายอำนาจ ก้านขุนทด ที่นำชมแกลลอรี่ภาพวาดแนวธรรมชาติและพาคณะร่วมทำกิจกรรม Workshop เพ้นท์ก้อนหิน บนพื้นที่ศิลปะร่วมสมัยที่เปิดโอกาสให้ศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินท้องถิ่นได้แสดงผลงานหลากหลายรูปแบบทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่ายรวมถึงศิลปะจัดวางท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสงานศิลป์ในมุมองที่สดใหม่และทันสมัย

    ปิดท้ายที่หอศิลป์บ้านนายพรหมา ของอาจารย์พรมมา อินยาศรี ผลงานศิลปะที่นำมาจัดแสดงเป็นผลงานที่สะสมมาตั้งแต่สมัยเรียน เป็นผลงานที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ความเชื่อที่สร้างสรรค์จากจินตนาการพื้นที่ศิลปะท้องถิ่นที่รวบรวมผลงานสร้างสรรค์ของศิลปินเชียงราย ถ่ายทอดตัวตนและวิถีชีวิตผ่านงานจิตรกรรม ประติมากรรมและศิลปะแบบร่วมสมัย บรรยากาศเงียบสงบเป็นกันเองเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ศิลปะแบบเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งในชุมชนศิลปินตัวจริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1458657&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11dUW92phVlsv2o8huh_Ew