Category: ไอที

  • CIB รวบ 2 กรรมการบริษัทไอที พบเลี่ยงภาษีกว่า 70 ล้านบาท!

    CIB รวบ 2 กรรมการบริษัทไอที พบเลี่ยงภาษีกว่า 70 ล้านบาท!

    “ตำรวจสอบสวนกลาง” ปิดเกมโกงภาษี บุกรวบ “2 กรรมการบริษัทไอที” แฉใช้หลักฐานทุจริต โกงภาษี มูลค่ากว่า 70 ล้านบาท!

    กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สั่งการให้ พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. และชุดสืบสวน กก.2 บก.ปอศ. ลงพื้นที่ติดตามจับกุมกรรมการบริษัทเอกชน หลังตรวจพบพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคล สร้างความเสียหายกว่า 79 ล้านบาท

    CIB รวบ 2 กรรมการบริษัทไอที พบเลี่ยงภาษีกว่า 70 ล้านบาท!

    ผู้ต้องหาคือ นายสุวัฒน์ (อายุ 60 ปี) ถูกจับกุมได้บริเวณที่พักย่านถนนร่มเกล้า เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ และนายสายชล (อายุ 53 ปี) ถูกจับกุมหน้าบ้านพัก ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ทั้งสองดำรงตำแหน่งกรรมการ บริษัท มีดี้ไทย ไอที จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ

    CIB รวบ 2 กรรมการบริษัทไอที พบเลี่ยงภาษีกว่า 70 ล้านบาท!

    จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าวได้ยื่นแบบแสดงรายได้ ภ.ง.ด.50 ประจำปี 2559–2560 ต่ำกว่าความเป็นจริง โดยไม่นำยอดรายได้จากบัญชีเงินฝากไปลงในรายงานภาษีขาย อีกทั้งไม่มีการออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง ส่งผลให้ภาษีอากรค้างชำระรวมทั้งสิ้น 79,067,875.84 บาท (รวมเงินเพิ่มจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2568) เมื่อมีการเรียกกรรมการเข้าพบเพื่อชี้แจง กลับเพิกเฉยไม่ให้ความร่วมมือ จึงมีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. และขอศาลอาญาออกหมายจับ

    จากการจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธในเบื้องต้น ขณะนี้ถูกนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันทุจริตเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 37(2) แห่งประมวลรัษฎากร รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการออกเอกสารเท็จ

    บก.ปอศ. ระบุว่า การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามการหลีกเลี่ยงภาษี พร้อมเตือนผู้ประกอบการทุกภาคธุรกิจให้ยื่นภาษีอย่างถูกต้อง โปร่งใส และไม่ใช้เอกสารเท็จ เพื่อป้องกันการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย

    ทั้งนี้ การเผยแพร่ข่าวอยู่ภายใต้หลักการคุ้มครองสิทธิ ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/730275&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WoT2JQjo8bFKhOjp__nQb

  • CIB รวบ 2 กรรมการบริษัทไอที คดีโกงภาษี 70 ล้าน

    CIB รวบ 2 กรรมการบริษัทไอที คดีโกงภาษี 70 ล้าน

    ตำรวจสอบสวนกลาง จับ 2 กรรมการบริษัทไอที ย่านกรุงเทพฯ–ปทุมธานี หลังพบพฤติกรรมเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม กว่า 70 ล้านบาท

    กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) นำกำลังจับกุมนายสุวัฒน์ อายุ 60 ปี ที่ย่านร่มเกล้า กรุงเทพฯ และนายสายชล อายุ 53 ปี ที่คลองหลวง ปทุมธานี ทั้งคู่เป็นกรรมการบริษัท มีดี้ไทย ไอที จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ

    การตรวจสอบจากกองตรวจสอบภาษีกลางพบว่า บริษัทฯ ไม่ได้นำยอดขายเข้ารายงานภาษีขาย และไม่มีการออกใบกำกับภาษี โดยเฉพาะรอบบัญชีปี 2559–2560 แสดงรายได้ต่ำกว่าความจริง ทำให้ภาษีที่ค้างชำระรวมเงินเพิ่มสูงถึง 79,067,875 บาท จึงถูกดำเนินคดีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (2) ในข้อหาหลีกเลี่ยงภาษีและภาษีมูลค่าเพิ่ม

    เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถติดตามและจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ตามหมายจับ ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ดำเนินการตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ขณะที่ตำรวจย้ำเตือนผู้ประกอบการให้ยื่นภาษีด้วยเอกสารที่ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายในอนาคต


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mono29.com/news/526244.html&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cYnEnuN_rVyfmI85lStxE

  • โตต่อ ไม่รอแล้วนะ! คุยกับซีอีโอ SYNNEX ขึ้นแท่น No.1 ระบบนิเวศไอที

    โตต่อ ไม่รอแล้วนะ! คุยกับซีอีโอ SYNNEX ขึ้นแท่น No.1 ระบบนิเวศไอที

    เจาะลึกวิสัยทัศน์ซีอีโอ “SYNNEX” ทุ่มร้อยล้านปั้น AI Ecosystem พลิกบทบาทดิสทริบิวเตอร์สู่ผู้นำเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อ “CRAFTING A SMARTER FUTURE”

    • ซินเน็ค ประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญในงาน “SYNNEX PARTNER CONNECT 2025” ภายใต้แนวคิด “CRAFTING A SMARTER FUTURE” เพื่อปักธงสู่การเป็นผู้นำด้าน AI Ecosystem และตอกย้ำตำแหน่ง No.1 IT Ecosystem ของประเทศ
    • บริษัททุ่มงบประมาณลงทุนหลักร้อยล้านบาท สำหรับโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต โดยเน้นที่การพัฒนาระบบ AI, การยกระดับคลังสินค้า (Warehouse) และการสร้าง Technology Showcase ที่เป็นศูนย์รวมโซลูชันจากหลากหลายแบรนด์
    • ภายในงานมีการผนึกกำลังกับพันธมิตรแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกกว่า 30 แบรนด์ อาทิ Apple, Samsung และ Huawei เพื่อจัดแสดงนวัตกรรม และโซลูชันไอทีที่ครอบคลุมสินค้าทั้ง 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท

    ในยุคที่แบรนด์ไอทีขายตรงถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น บทบาทของ ‘ผู้จัดจำหน่าย’ หรือดิสทริบิวเตอร์ กำลังถูกท้าทายอย่างหนัก หลายคนอาจตั้งคำถามว่าบริษัทที่เป็นคนกลางจะอยู่รอดได้อย่างไร? แต่สำหรับ ซินเน็ค (SYNNEX) พวกเขาไม่เพียงแค่อยู่รอด แต่กลับประกาศกร้าวที่จะเป็นผู้นำเบอร์หนึ่ง ด้วยการทุ่มงบกว่าร้อยล้านบาท เดิมพันอนาคตครั้งใหญ่ อะไรคือเบื้องหลังความเคลื่อนไหวที่สวนกระแสนี้ และวิสัยทัศน์อะไรที่ทำให้พวกเขามั่นใจว่าจะ “โตต่อ ไม่รอแล้วนะ!”

    คำตอบทั้งหมดอยู่ในบทสนทนาที่ สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX บอกเล่าให้กรุงเทพธุรกิจไอที ได้ฟัง ถึงก้าวสำคัญที่จะเปิดประตูสู่อนาคตของระบบนิเวศไอทีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

    โตต่อ ไม่รอแล้วนะ! คุยกับซีอีโอ SYNNEX ขึ้นแท่น No.1 ระบบนิเวศไอที

    จาก “ผู้จัดจำหน่าย” สู่ “ผู้นำระบบนิเวศไอที”

    SYNNEX ในวันนี้ ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่บทบาทดิสทริบิวเตอร์อีกต่อไป แต่กำลังสวมหมวกของผู้สร้างสรรค์ และเชื่อมต่อระบบนิเวศไอทีที่ครบวงจรที่สุดของประเทศ ภายใต้แนวคิด “CRAFTING A SMARTER FUTURE” สุธิดาฉายภาพว่าซินเน็คมุ่งมั่นที่จะเป็น Gateway สู่อนาคตดิจิทัล โดยมีหัวใจสำคัญคือ “ความไว้วางใจ” (Trust) ซึ่งสะท้อนผ่านสัญลักษณ์ Trusted by Synnex ที่เป็นเหมือนคำมั่นสัญญาด้านคุณภาพ และบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง การได้รับความเชื่อมั่นในฐานะ Value-added Distributor อันดับ 1 มากว่า 37 ปี

    สุธิดาเน้นย้ำถึงจุดแข็งที่แตกต่างว่า “สินค้าทุกชิ้นที่ซื้อขาย…เราดูแล” สิ่งนี้สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนในตลาด โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าองค์กรและคู่ค้าดีลเลอร์กว่า 6,000 รายทั่วประเทศ ที่เดินหน้าทำธุรกิจได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องลงทุนในเรื่องการบริการเอง

    โตต่อ ไม่รอแล้วนะ! คุยกับซีอีโอ SYNNEX ขึ้นแท่น No.1 ระบบนิเวศไอที

    ทุ่มร้อยล้าน! เดิมพันอนาคตด้วย AI และ Technology Showcase

    ไฮไลต์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการคือ การที่สุธิดาเปิดเผยถึงการลงทุนระดับ “หลักร้อยล้านบาท” เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ โดยเงินลงทุนก้อนนี้ไม่ได้ถูกใช้ไปกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่กระจายไปใน 3 ส่วนสำคัญที่เป็นหัวใจของการเติบโตในอนาคต

    ส่วนแรกคือ AI ที่ SYNNEX ได้ลงทุนไปแล้ว 10 กว่าล้านบาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว AI ไม่ได้เป็นแค่คำสวยหรู แต่ถูกนำมาใช้จริงในทุกมิติ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยให้ดีลเลอร์รู้จักลูกค้าดียิ่งขึ้นไปอีก และนำเสนอสินค้าที่เหมาะสม ไปจนถึงการฝัง AI เข้าไปในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กล้องวงจรปิดที่สามารถวิเคราะห์ และแจ้งเตือนพฤติกรรมที่น่าสงสัยได้ 

    ส่วนที่สองคือ Warehouse ที่มีการลงทุนไปกว่า 20 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงคลังสินค้าให้เป็นระบบอัตโนมัติที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

    และส่วนที่สามซึ่งถือเป็นเรือธงคือ Technology Showcase ที่ลงทุนไปแล้วอย่างน้อย 25-30 ล้านบาท สุธิดากล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “วันนี้ ไม่มีเทคโนโลยีโชว์เคสที่เมืองไทยเลยที่เป็นมัลติแบรนด์ ไม่มีใครทำ” โชว์เคสแห่งนี้จึงจะเป็นพื้นที่ให้คู่ค้า และลูกค้าองค์กรได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์จริงของโซลูชันต่างๆ นำลูกค้าของตนเองเข้ามาดูงาน และปิดการขายได้ทันที ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และโอกาสทางธุรกิจมหาศาล

    โตต่อ ไม่รอแล้วนะ! คุยกับซีอีโอ SYNNEX ขึ้นแท่น No.1 ระบบนิเวศไอที

    สยายปีกสู่ธุรกิจใหม่ และเสียงสะท้อนถึงรัฐบาล

    นอกจากการเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจหลัก ซินเน็คยังมองหาโอกาสในเมกะเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ล่าสุดคือ การเปิดตัวเฮาส์แบรนด์ “Synnex Energy” เพื่อบุกตลาดโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับที่อยู่อาศัย และร้านค้า โดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ระดับโลกอย่าง Huawei ซึ่งเป็นอีกก้าวที่น่าจับตาในการขยายอีโคซิสเต็มของบริษัท 

    เมื่อถามถึงภาพรวมเศรษฐกิจ และมุมมองต่อภาครัฐ สุธิดาให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้พึ่งพางบประมาณจากภาครัฐมากนัก เนื่องจากมีความไม่แน่นอนสูง เธอกล่าวว่า “ที่ผ่านมาโปรเจกต์รัฐบาลออกมาต้องยอมรับว่าเขาเปลี่ยนเร็วมาก” อย่างไรก็ตาม เธอยังฝากความหวังไปถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยระบุว่า “เราก็อยากให้รัฐบาลช่วยมุ่งเน้นไปในการดูแลเศรษฐกิจในประเทศให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีกำลังซื้อที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม และอุตสาหกรรมไอทีด้วย”

    เทรนด์สินค้าไอทีที่กำลังมาแรง

    ในฐานะผู้นำตลาด สุธิดาได้ฉายภาพเทรนด์สินค้าที่น่าสนใจ โดยกลุ่มสินค้า Wearable และ Gadget เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพซึ่งมีความฉลาดมากขึ้นจนวัดค่าต่างๆ ที่ซับซ้อนได้

    นอกจากนี้ กระแสของเกมมิ่งยังคงแข็งแกร่ง โดยการมาถึงของ Nintendo Switch 2 และเกมฟอร์มยักษ์อีกหลายเกม รวมถึงการเปิดตัวของสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่าง iPhone และ Huawei Pura 80 Ultra/Pro ที่ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลัง 

    จะเห็นได้ว่าการลงทุนครั้งใหญ่ และการขยายธุรกิจสู่พรมแดนใหม่ๆ ครั้งนี้คือ การวางรากฐานเพื่อ “CRAFTING A SMARTER FUTURE” ไม่ใช่แค่เพื่อองค์กร แต่เพื่อพันธมิตร คู่ค้า และผู้บริโภคทุกคนในระบบนิเวศแห่งนี้ เพื่อให้สมกับตำแหน่ง No.1 IT Ecosystem ที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่ได้มาด้วยวิสัยทัศน์และการลงมือทำ

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1198419&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gwneo78wNkDDLrvE9dd81

  • หนุ่มไอทีวัย 32 คิดว่าไตเสื่อมเพราะ “มีเซ็กซ์บ่อย” แต่แพทย์ชี้ช็อก ต้นเหตุคือการกินสิ่งนี้!

    หนุ่มไอทีวัย 32 คิดว่าไตเสื่อมเพราะ “มีเซ็กซ์บ่อย” แต่แพทย์ชี้ช็อก ต้นเหตุคือการกินสิ่งนี้!

    มีเพศสัมพันธ์บ่อย เสี่ยง “ไตพัง” จริงหรือไม่? หนุ่มไอทีไปหาแพทย์ โอละพ่อกลายเป็นอีกโรค จากอีกสาเหตุ!

    หลายคน โดยเฉพาะผู้ชาย มักสงสัยว่า การมีเพศสัมพันธ์บ่อย ๆ จะทำให้ “ไตเสื่อม” หรือ “ไตอ่อนแอ” จริงหรือไม่? เรื่องนี้มีคำตอบจากทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนจีน ที่จะช่วยคลายข้อสงสัยให้ชัดเจน

    จากอาการป่วย…ถึงความเข้าใจผิดเรื่อง “ไตอ่อนแอ”

    กรณีของคุณจาง อายุ 32 ปี ผู้จัดการโครงการบริษัทไอทีในจีน ต้องทำงานดึกติดกันหลายเดือน จนเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย นอนหลับไม่สนิท ตื่นมายังรู้สึกเหนื่อย ระหว่างวันไม่มีแรง และหลังมีเพศสัมพันธ์กลับรู้สึกปวดหลังรุนแรง เดินขึ้นบันไดเพียงไม่กี่ขั้นก็หอบเหนื่อย

    เขาคิดว่าอาการทั้งหมดเกิดจาก “มีเพศสัมพันธ์บ่อยเกินไป” จึงซื้อยาบำรุงไตมากินเอง แต่แทนที่จะดีขึ้น กลับมีอาการร้อนใน และเป็นแผลในช่องปากเรื้อรัง

    จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเกิดอาการปวดท้องรุนแรงขณะทำงาน เพื่อนร่วมงานพาส่งโรงพยาบาล และพบว่า ไตของเขายังปกติดี แต่มีอาการ กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง ตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย HP และมีแนวโน้มเข้าสู่ระยะเริ่มต้นของมะเร็งกระเพาะอาหาร

    แพทย์ระบุว่า ตัวการที่แท้จริงคือ พฤติกรรมการกินอาหารเค็ม ใช้ชีวิตเครียด พักผ่อนไม่พอ ดื่มกาแฟเข้มถึงวันละ 3 แก้ว ซึ่งล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยตรง

    เพศสัมพันธ์ไม่ทำลายไต ถ้าทำอย่างพอดี

    ตามหลักแพทย์แผนจีน “ไตเป็นแหล่งเก็บสารพลังชีวิต” ที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ ฮอร์โมน และภูมิคุ้มกัน ส่วนในทางแพทย์แผนปัจจุบัน ไตคืออวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียและขับสารพิษออกจากร่างกาย

    การมีเพศสัมพันธ์อย่างเหมาะสม ไม่ส่งผลให้ไตเสื่อมหรืออ่อนแอ และไม่ทำให้ค่าการทำงานของไตผิดปกติ ปัญหาจะเกิดก็ต่อเมื่อร่างกายถูกใช้งานหนักเกินไป เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ฮอร์โมนแปรปรวน หรือร่างกายอ่อนแอเรื้อรัง

    4 พฤติกรรมตัวจริงที่ทำลายไต

    1. กินเค็มเกินไป

    การบริโภคเกลือเกินวันละ 5 กรัม จะทำให้ไตทำงานหนักขึ้น เสี่ยงความดันโลหิตสูง ไตเสื่อม และไตวาย นอกจากนี้ โซเดียมจากเกลือยังทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร เพิ่มโอกาสในการติดเชื้อแบคทีเรีย HP และเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร

    2. ใช้ยาเกินความจำเป็น

    การซื้อยากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะยาแก้ปวด เช่น ไอบูโพรเฟน หรือแอสไพริน อาจส่งผลให้ท่อไตถูกทำลาย และอาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน นอกจากนี้ ยาบางชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9842318/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19XMXqd4YPIGFO-F_lhNI_

  • ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดลบ 207.85 จุด หุ้นไอทีฉุดตลาด

    ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดลบ 207.85 จุด หุ้นไอทีฉุดตลาด

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.ย. 68)

    ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดลบในวันนี้ (11 ก.ย.) เนื่องจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มไอทีได้สกัดปัจจัยบวกจากความคาดหวังถึงความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

    ทั้งนี้ ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 81,217.30 จุด ลดลง 207.85 จุด หรือ -0.26%

    หุ้น 13 ใน 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักปรับตัวขึ้น ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กเปิดแทบไม่ขยับ

    ดัชนีหุ้นกลุ่มไอทีปรับตัวลง 0.4% นำโดยหุ้น Infosys ที่ร่วงลง 1% ก่อนการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแผนการซื้อหุ้นคืน อนึ่ง หุ้น Infosys ดีดตัวขึ้นมาแล้ว 7% ตลอด 2 วันทำการที่ผ่านมา ภายหลังการประกาศข่าวดังกล่าว

    โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/รัตนา พงศ์ทวิช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR8A0IQDU0GDFFG4J50647UVX7QSXDYK&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09XS17qwRtqZUsabikZ0RC

  • “โกลเบล็ก” คัด 6 หุ้นเด่น รับกระแสเปิดตัว iPhone 17

    “โกลเบล็ก” คัด 6 หุ้นเด่น รับกระแสเปิดตัว iPhone 17

    “โกลเบล็ก” คัด 6 หุ้นเด่น รับกระแสเปิดตัว iPhone 17 กลุ่มค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าไอทีได้รับอานิสงส์

    นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในเดือน ก.ย. 2568 ว่า ดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวผันผวน โดยมีแรงกดดันจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่และคณะรัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ ส่งผลให้มี Overhang ทางการเมืองในระยะสั้น ฝ่ายวิจัยคาดกรอบดัชนีระหว่าง 1,200-1,280 จุด

    ขณะที่สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นในเดือนนี้ต่อเนื่อง อาทิ รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกมาตรการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับพัสดุมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ (de minimis) อย่างถาวร ส่งผลให้พัสดุทุกชิ้นที่นำเข้าจะต้องเสียภาษีในอัตราปกติ สถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลาทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างหนักหลังกองทัพเรือสหรัฐฯ เคลื่อนกองเรือรบขนาดใหญ่เข้าประชิดทะเลแคริบเบียนตอนใต้ โดยฝ่ายสหรัฐฯ อ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดในภูมิภาคลาตินอเมริกา

    ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ระดับ 49.7 แม้จะปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 48.9 ในเดือนกรกฎาคม แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งเป็นเกณฑ์ชี้วัดภาวะหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ทั้งนี้ แม้อัตราการหดตัวของผลผลิตภาคโรงงานจะชะลอตัวลง แต่ยอดคำสั่งซื้อใหม่โดยรวมยังคงลดลงในอัตราเดียวกันกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ยังคงซบเซา

    นอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน  เช่น วันที่ 3 ก.ย. ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.), วันที่ 3-5 ก.ย. คาดการณ์ว่าจะเป็นช่วงวันโหวตเลือกนายกฯ, วันที่ 4 ก.ย. ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์, สัปดาห์ที่ 2 สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัปเดตสถานการณ์ลงทุน, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

    แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย, สัปดาห์ที่ 3 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, สัปดาห์ที่ 4 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, สัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค และ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 30 ก.ย. สิ้นสุดงวดไตรมาสที่ 3/2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย, ในเดือน ก.ย. กนง.ไม่มีกำหนดการประชุม, แต่มีกำหนดประชุม กนง. ครั้งที่ 5/2568 ในวันที่ 8 ตุลาคม

    ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม เช่น วันที่ 2 ก.ย. อียู รายงานอัตราเงินเฟ้อขั้นต้นเดือนสิงหาคม, สหรัฐฯ รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนสิงหาคม ดัชนีภาคการผลิตเดือนสิงหาคม และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนกรกฎาคม, วันที่ 3 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนกรกฎาคม และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนกรกฎาคม, เช้าวันที่ 4 ก.ย. ธนาคารกลางสหรัฐฯ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book, วันที่ 4 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนสิงหาคม และดัชนีภาคบริการเดือนสิงหาคม, วันที่ 16-17 ก.ย. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ครั้งที่ 6/68

    นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์สำหรับเดือนกันยายนลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดตัว iPhone 17 ที่มีกระแสข่าวว่าจะเปิดตัวในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าไอทีได้รับอานิสงส์โดยตรง ได้แก่ ADVICE, COM7, SYNEX, SPVI, JMART และ CPW

    RELATED

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/256752/amp&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fds9LIbPXk_dqmBl4wDrv

  • 6 หุ้นเด่น รับผลบวกเปิดตัว iPhone 17 ขายทำกำไรฉุดราคาหุ้นร่วง

    6 หุ้นเด่น รับผลบวกเปิดตัว iPhone 17 ขายทำกำไรฉุดราคาหุ้นร่วง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ Apple ประกาศเปิดตัว iPhone 17 Series อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2568 จำนวน 4 รุ่น ได้แก่ Phone 17, iPhone 17 Air, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max โดยไทยติดกลุ่มประเทศ Tier 1 เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในวันที่ 12 ก.ย.2568 เริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 น. ตามเวลาไทย และเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 19 ก.ย.2568

    ดังนั้นส่งผลดีต่อหุ้น 6 บริษัท ได้แก่ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7, บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART, บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI, บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW, บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX และบริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE 

    บล.กรุงศรี ระบุว่า การเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ทุกครั้งมักจะเห็นแรงเก็งกำไรในกลุ่มหุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์ อย่างไรก็ตาม การศึกษาสถิติผลตอบแทนก่อนและหลังการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ย้อนหลัง 7 ครั้งล่าสุด พบว่า การลงทุนในช่วงเวลาก่อนเปิดตัวประมาณ 4 สัปดาห์ และขายทำกำไรในช่วงเปิดตัวเป็นช่วงเวลาที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด โดยหุ้นกลุ่มจำหน่ายมือถือมีความน่าจะเป็นที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงถึง 75-100% 

    บล.โกลเบล็ก ระบุว่า การเปิดตัว iPhone 17 ส่งผลให้หุ้นกลุ่มค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าไอทีได้รับอานิสงส์โดยตรง ได้แก่ ADVICE, COM7, SYNEX, SPVI, JMART และ CPW

    บล.เอเซียพลัส ระบุว่า COM7 จะได้อานิสงค์จากการเปิดตัวของ iPhone 17 และได้รับผลกระทบเชิงลบจากฤดูกาลในไตรมาส 3/2568 น้อยกว่าหุ้นอื่นๆ ในกลุ่ม ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/2568 ส่วนในไตรมาส 4/2568 นอกจากจะได้ผลบวกจากฤดูกาลแล้ว ยังเป็นไตรมาสแรกที่ได้ประโยชน์เต็มไตรมาสจาก iPhone 17 อีกด้วย 

    สำหรับความเคลื่อนไหวราคาหุ้น วันนี้ (10 ก.ย.2568) ล่าสุด เวลา 12.15 น. COM7 ปรับลดลง 2.97% หรือลดลง 0.75 บาท มาอยู่ที่ 24.50 บาท ราคาปรับตัวขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 25.25 บาท และปรับตัวลงไปทำระดับต่ำสุดที่ 24.20 บาท มูลค่าซื้อขายรวม 383.69 ล้านบาท

    JMART ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาปิดวันก่อนหน้า อยู่ที่ 10.50 บาท ราคาปรับตัวขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 10.90 บาท และปรับตัวลงไปทำระดับต่ำสุดที่ 10.30 บาท มูลค่าซื้อขายรวม 183.47 ล้านบาท

    SPVI ปรับลดลง 4.17% หรือลดลง 0.10 บาท มาอยู่ที่ 2.30 บาท ราคาปรับตัวขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 2.34 บาท และปรับตัวลงไปทำระดับต่ำสุดที่ 2.26 บาท มูลค่าซื้อขายรวม 4.81 ล้านบาท

    CPW ปรับลดลง 1.79% หรือลดลง 0.04 บาท มาอยู่ที่ 2.20 บาท ราคาปรับตัวขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 2.22 บาท และปรับตัวลงไปทำระดับต่ำสุดที่ 2.18 บาท มูลค่าซื้อขายรวม 0.54 ล้านบาท

    SYNEX ปรับลดลง 1.60% หรือลดลง 0.20 บาท มาอยู่ที่ 12.30 บาท ราคาปรับตัวขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 12.50 บาท และปรับตัวลงไปทำระดับต่ำสุดที่ 12.30 บาท มูลค่าซื้อขายรวม 18.35 ล้านบาท

    ADVICE ปรับลดลง 2.56% หรือลดลง 0.15 บาท มาอยู่ที่ 5.70 บาท ราคาปรับตัวขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 5.85 บาท และปรับตัวลงไปทำระดับต่ำสุดที่ 5.65 บาท มูลค่าซื้อขายรวม 10.24 ล้านบาท 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/730170&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13tHe79-sa7Xq-G7FWTRl2

  • เปิดประวัติรู้จัก “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” หญิงแกร่งแม่ทัพดุสิตธานี ว่าที่ รมว.พาณิชย์

    เปิดประวัติรู้จัก “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” หญิงแกร่งแม่ทัพดุสิตธานี ว่าที่ รมว.พาณิชย์

    เปิดประวัติรู้จัก

    เปิดประวัติรู้จัก “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” หญิงแกร่งแม่ทัพดุสิตธานี ว่าที่ รมว.พาณิชย์

    ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ หรือที่ใครๆ รู้จักในชื่อ ‘แต๋ม’ คือนักบริหารหญิงแกร่งที่ผ่านสมรภูมิธุรกิจมาอย่างโชกโชน ตลอด 36 ปีในเส้นทางอาชีพ เธอได้พิสูจน์ฝีมือใน 3 อุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ที่ล้วนแต่ต้องเผชิญกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไอที ดาวเทียม และการท่องเที่ยว-บริการ ด้วยประสบการณ์อันยาวนานในการนำทัพองค์กรฝ่าวิกฤต ‘ศุภจี’ กำลังจะก้าวสู่บทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในเวทีการเมือง หลังมีรายงานว่าเธอได้รับการทาบทามจาก ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ให้เข้ามารับตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ เพื่อนำความรู้ความสามารถมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในยุคที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

    เปิดประวัติรู้จัก

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) มากด้วยประสบการณ์แกร่งในองค์กรระดับชาติและนานาชาติและเป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจจากการดำรงตำแหน่งผู้บริหารในหลายองค์กรสำคัญ 

    • อดีตผู้จัดการทั่วไป IBM ASEAN ในกลุ่มธุรกิจบริการเทคโนโลยีระดับโลก ทำงานกับ IBM มายาวนานกว่า 20 ปี
    • ปี 2554 เธอก้าวสู่การเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านดาวเทียมของประเทศ และสามารถนำพาองค์กรฟื้นตัวจากภาวะขาดทุนไปสู่ความมั่นคงทางธุรกิจ
    • ปี 2559 นางศุภจีเข้ารับตำแหน่ง Group CEO ของ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้นำในอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวของไทย
    • เป็นผู้ผลักดันแผน “Repositioning Dusit” เพื่อยกระดับแบรนด์ให้ทันสมัยและมีมาตรฐานสากลมากขึ้น
    • ผู้ริเริ่มโครงการใหญ่ระดับหมื่นล้านบาทอย่าง Dusit Central Park ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในโครงการอสังหาริมทรัพย์ผสมผสานที่โดดเด่นของกรุงเทพฯ 

    คุณวุฒิการศึกษาและการอบรม

    • ปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน และการบัญชีต่างประเทศ มหาวิทยาลัย Northrop มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
    • ปริญญาตรีสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    • Director Certification Program รุ่น 89/2007
    • Advanced Audit Committee Program รุ่น 23/2016 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
    • หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง รุ่น 16/2556 สถาบันวิทยาการตลาดทุน
    • หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรม ระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่น 19 วิทยาลัยการยุติธรรม
    • หลักสูตรนักบริหารระดับสูง “ธรรมศาสตร์ เพื่อสังคม” (นมธ.) รุ่น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    เปิดประวัติรู้จัก

    ประสบการณ์อันล้ำค่า สู่งานใหญ่ระดับชาติ

    จากเส้นทางอาชีพที่เต็มไปด้วยความท้าทายและชัยชนะ ทำให้ ‘ศุภจี’ ได้รับการยอมรับในฐานะนักบริหารที่เข้าใจเรื่อง ‘การดิสรัปชัน’ เป็นอย่างดี เธอไม่ใช่นักธุรกิจที่เก่งแค่การบริหารภายในองค์กร แต่ยังเป็นผู้ที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกและสามารถปรับตัวเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้อยู่เสมอ

    การก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะด้วยประสบการณ์ตรงในการฟื้นฟูธุรกิจจากวิกฤต และความสามารถในการมองหาช่องทางใหม่ๆ ให้กับองค์กร ทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่าเธอจะสามารถนำพาเศรษฐกิจของประเทศให้รอดพ้นจากภาวะซบเซา และขับเคลื่อนการค้าไทยสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นคง ต้องรอลุ้นกันว่า ‘ศุภจี’ จะใช้วิสัยทัศน์และประสบการณ์ทั้งหมดที่มีมาพลิกโฉมวงการพาณิชย์ของไทยได้สำเร็จหรือไม่ และเธอจะสามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับเศรษฐกิจชาติได้เหมือนที่เคยสร้างให้กับองค์กรต่างๆภายในระยะเวลา 4 เดือนได้หรือไม่ต้องคอยติดตาม 

    เปิดประวัติรู้จัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/607213&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kilzbKjsZuUdtIgJZS5W2

  • กรมวิทย์ฯบริการยุคใหม่ ! พร้อมลุยส่งเสริมห้องปฏิบัติการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือแพทย์

    กรมวิทย์ฯบริการยุคใหม่ ! พร้อมลุยส่งเสริมห้องปฏิบัติการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือแพทย์

    ไอที

    กรมวิทย์ฯบริการยุคใหม่ ! พร้อมลุยส่งเสริมห้องปฏิบัติการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือแพทย์

    วันอังคาร ที่ 09 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.34 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    กรมวิทย์ฯบริการยุคใหม่ ! พร้อมลุยส่งเสริมห้องปฏิบัติการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือแพทย์

    กรมวิทย์ฯบริการ เดินหน้าพัฒนาบุคลากรห้องปฏิบัติการคุณภาพ ร่วมให้ความรู้ในงาน Thailand Lab International 2025  เผยแผนลุยส่งเสริมห้องปฏิบัติการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือแพทย์   รับเทรนด์การดูแลสุขภาพและสังคมสูงวัย คาด 3 ปีสามารถให้บริการครอบคลุมเกือบ 10 รายการ หวังลดความเหลื่อมล้ำด้านการควบคุมคุณภาพเครื่องมือแพทย์ในสถานพยาบาลขนาดเล็กในชุมชน และสนับสนุนผู้ประกอบการเครื่องมือแพทย์ไทยยกระดับมาตรฐาน ลดค่าใช้จ่ายและลดการพึ่งพาต่างประเทศ 

    ดร.จิตตกานต์  อินเที่ยง  ผู้อำนวยการศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิงการสอบเทียบ (ศอส.) สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ (สอช.)  กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)   เปิดเผยว่า   หลังจากสถานการณ์โควิด -19  ประชาชนให้ความสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งยังต้องเผชิญกับโรคอุบัติใหม่ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ ประกอบกับการที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ  ทำให้ตลาดเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและมีความหลากหลายของเทคโนโลยี   หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงหันมาให้ความสำคัญกับการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้น

    กรมวิทย์ฯบริการ ซึ่งมีบทบาทในการเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ  ให้บริการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ที่ประยุกต์ใช้กับทุกอุตสาหกรรม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือแพทย์   จึงเริ่มพัฒนาห้องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ขึ้นเมื่อ  2-3 ปีที่ผ่านมา  โดยเริ่มจากการจัดหาเครื่องมือในการสอบเทียบมาตรฐานต่าง ๆ  รวมถึงปรับปรุงสภาพแวดล้อมในห้องปฏิบัติการ 

    “ปัจจุบันห้องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ของกรมวิทย์ ฯบริการ มีการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับรอง ISO/IEC 17025  แล้ว คือ เครื่องวัดความดันโลหิตแบบพกพา และอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อยื่นขอรับรองมาตรฐานอีก 2 รายการภายในปี 2569 คือ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว และเครื่อง Infusion Pump ที่ช่วยปรับปริมาณการหยดของน้ำเกลือ  นอกจากนี้ กรมวิทย์ฯบริการ  ยังมีแผนในการส่งเสริมห้องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ที่ครอบคลุมทั้งเครื่องกระตุกหัวใจ เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย  เครื่องให้ออกซิเจน  เครื่องวัดสัญญาณชีพ และเครื่องจี้กระไฟฟ้า ภายใน 3 ปีข้างหน้า”

     ดร.จิตตกานต์   กล่าวอีกว่า  เป้าหมายสำคัญของการส่งเสริมห้องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ดังกล่าว  คือ  ลดความเหลื่อมล้ำเรื่องการควบคุมคุณภาพของเครื่องมือแพทย์ ที่ใช้อยู่ในสถานพยาบาลต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มโรงพยาบาลขนาดเล็กและสถานพยาบาลในชุมชน  ขณะเดียวกันยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ รวมถึง ผู้ผลิตหรือพัฒนาเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้บริการสอบเทียบจากต่างประเทศ  นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย ให้มีการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

    สำหรับการร่วมจัดแสดงนิทรรศการและสัมมนาวิชาการในงาน Thailand Lab International 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เมื่อวันที่ 3-5 กันยายนที่ผ่านมา  ดร.จิตตกานต์    กล่าวว่า   งานดังกล่าวเป็นงานแสดงสินค้าและงานประชุมนานาชาติด้านเครื่องมือวัดที่ใช้ภายในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี  โดยมีผู้ประกอบการชั้นนำด้านเทคโนโลยีเครื่องมือวัดในห้องปฏิบัติการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ร่วมแสดงงานกว่า 250 หน่วยงาน   กรมวิทย์ฯ บริการ  ซึ่งร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน  ได้มีการนำเสนอทั้งภาคนิทรรศการและการสัมมนาวิชาการ   โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการ  โดยเฉพาะเรื่อง “การตรวจสอบระหว่างใช้งานของเครื่องมือวัด” หรือ  “Intermediate check of measuring instruments”  ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจ

     ทั้งนี้เรื่องดังกล่าว เป็นการตรวจสอบความพร้อมในการใช้งาน เฝ้าระวังความผิดปกติ ลดความเสี่ยง และเพิ่มความมั่นใจว่าเครื่องมือยังคงทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพตามข้อกำหนดที่ตั้งไว้    ซึ่ง  Intermediate check ถือเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาห้องปฏิบัติการคุณภาพตามมาตรฐาน  ISO/IEC 17025    

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/445707&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZNtla77AUfhNXBER4fWWJ

  • ทรูเตือนภัย! มิจฉาชีพแอบอ้างติดตั้งอินเทอร์เน็ต หลอกโอนเงินค่าสมัคร

    ทรูเตือนภัย! มิจฉาชีพแอบอ้างติดตั้งอินเทอร์เน็ต หลอกโอนเงินค่าสมัคร

    ไอที

    ทรูเตือนภัย! มิจฉาชีพแอบอ้างติดตั้งอินเทอร์เน็ต หลอกโอนเงินค่าสมัคร

    วันอังคาร ที่ 09 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.27 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ทรูเตือนภัย! มิจฉาชีพแอบอ้างติดตั้งอินเทอร์เน็ต หลอกโอนเงินค่าสมัคร

    บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งเตือนลูกค้า อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นพนักงานทรู เสนอโปรโมชั่นติดตั้งอินเทอร์เน็ตราคาถูก พร้อมเรียกเก็บค่าสมัครหรือค่าบริการใด ๆ โดยไม่มีใบแจ้งค่าบริการจากทรูและให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคล

    ทรู ขอยืนยันว่า พนักงานมีหน้าที่เพียงเสนอขาย ให้คำแนะนำสินค้าและบริการเท่านั้น โดยไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินสดหรือให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคลแต่อย่างใด หากลูกค้าสมัครบริการสำเร็จ จะได้รับการยืนยันข้อมูลและนัดหมายติดตั้งจากหมายเลข 1242 หรือตรวจสอบรายละเอียดการสมัครบริการได้ด้วยตนเองผ่านทรูแอป ทั้งนี้การชำระค่าบริการที่ถูกต้อง จะทำผ่านใบแจ้งค่าบริการที่ทรู จัดส่งไปยังที่อยู่ที่ระบุไว้เท่านั้น

    ทั้งนี้ เพื่อป้องกันภัยมิจฉาชีพข้างต้น ทรูขอแนะนำลูกค้าดังนี้

    •    ตรวจสอบรหัสพนักงานก่อนรับบริการ

    •    ห้ามชำระเงินสดผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ช่องทางของบริษัทฯ หรือโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล

    •    ระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้อื่น

    •    หากมีข้อสงสัย โทร.1242 ทันที

    ทรูให้ความสำคัญสูงสุดในการปกป้องลูกค้าทุกท่าน และจะดำเนินมาตรการอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/445697&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ow03l-3sxYS5nu-iSeEqT