Category: ไอที

  • กระทรวงดีอีติดสปีดโครงการดิจิทัล ดัน e-Office คลุม 18 กระทรวง

    กระทรวงดีอีติดสปีดโครงการดิจิทัล ดัน e-Office คลุม 18 กระทรวง

    รองนายกฯ ประเสริฐ ประชุมผู้บริหาร ติดตาม “ไอทีแมน” ครบ 878 อำเภอ ยกระดับศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ พร้อมขับเคลื่อนกฎหมายใหม่รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล ลุยระบบ e-Office หน่วยงานรัฐผ่านคลาวด์กลาง

    • ผลักดันระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ผ่านคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ให้ครอบคลุม 18 กระทรวง และหน่วยงานรัฐรวม 6,434 แห่ง มีผู้ใช้งานกว่า 1.89 ล้านราย ซึ่งเกินเป้าหมายปี 2568
    • จัดสรรเจ้าหน้าที่ “ไอทีแมน” 878 คน ประจำทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลในระดับพื้นที่
    • ยกระดับและขยายศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศกว่า 1,722 แห่ง พร้อมแผนเพิ่มอีก 500 แห่ง เพื่อเป็นพื้นที่ส่งเสริมทักษะดิจิทัลให้ประชาชน
    • ร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พัฒนาระบบตรวจสอบสถานภาพพระสงฆ์โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลไอดี (ThaID) และการยืนยันใบหน้า
    • เร่งปรับปรุงกฎหมายสำคัญหลายฉบับให้ทันสมัย เช่น พ.ร.บ.ไปรษณีย์, พ.ร.บ.อุตุนิยมวิทยา และ พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธาน การประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี (Top Executives) ครั้งที่ 8/2568 โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี คณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ณ กระทรวงดิจิทัลฯ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ รวมถึงผ่านระบบ Video Conference

    กระทรวงดีอีติดสปีดโครงการดิจิทัล ดัน e-Office คลุม 18 กระทรวง

    นายประเสริฐ เปิดเผยว่า ที่ประชุมหารือความคืบหน้าโครงการสำคัญหลายด้าน อาทิ

    1. “ไอทีแมน” ขับเคลื่อนดิจิทัลอำเภอ

    สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) จัดสรรเจ้าหน้าที่ “ไอทีแมน” 878 คน ประจำทุกอำเภอใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทำหน้าที่ประสานข้อมูลดิจิทัลระหว่างกระทรวงกับพื้นที่ ถ่ายทอดนโยบายสำคัญด้านดิจิทัลสู่ชุมชน รวมถึงเก็บรวบรวมข้อมูลดิจิทัลในพื้นที่เพื่อรายงานต่อกระทรวง

    2. ยกระดับศูนย์ดิจิทัลชุมชน

    สดช.เดินหน้าพัฒนาและขยายศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ จำนวน 1,722 แห่ง พร้อมแผนเพิ่มอีก 500 แห่ง โดยปรับจากศูนย์การเรียนรู้ ICT เดิม ให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมทักษะดิจิทัลที่ตอบโจทย์ยุคใหม่

    3. ระบบตรวจสอบสถานภาพพระภิกษุสงฆ์

    กระทรวงดีอีร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พัฒนาระบบตรวจสอบสถานภาพพระสงฆ์ (Credential Verification) ใช้ฐานข้อมูลพระสงฆ์สัญชาติไทยของ พศ. บูรณาการกับเทคโนโลยีดิจิทัลไอดี (ThaID) และการยืนยันด้วยภาพถ่ายใบหน้า ผ่านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ GDCC เพื่อให้การตรวจสอบแม่นยำและน่าเชื่อถือ ทั้งยังมีแผนต่อยอดสู่ระบบตรวจสอบบัญชีรายรับ–รายจ่ายของวัดในอนาคต

    กระทรวงดีอีติดสปีดโครงการดิจิทัล ดัน e-Office คลุม 18 กระทรวง

    เร่งปรับกฎหมายรับอนาคตดิจิทัล

    รองนายกฯ ระบุว่า กระทรวงอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมายสำคัญ อาทิ ร่าง พ.ร.บ.ไปรษณีย์ ฉบับใหม่ ที่เตรียมเปิดประชาพิจารณ์, ร่างพ.ร.บ.อุตุนิยมวิทยา ที่จะเสนอ ครม. และร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

    ลุย e-Office ครอบคลุม 18 กระทรวง

    อีกความคืบหน้าที่สำคัญ คือการผลักดันระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ในระบบ e-Office ผ่านคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) โดยล่าสุดมี 18 กระทรวง และหน่วยงานภาครัฐรวม 6,434 หน่วยงาน เข้าสู่ระบบแล้ว ครอบคลุมผู้ใช้งาน 1,894,691 ราย ทั้งหน่วยงานส่วนกลาง ภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายปี 2568 ที่ตั้งไว้ 1,000,000 ราย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1197172&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11nRh7WZlogZcYEfpQ9F0a

  • ‘การ์ทเนอร์’ เจาะ ‘3 เทรนด์ไอที’ ยกระดับภารกิจ ‘ภาครัฐ’

    ‘การ์ทเนอร์’ เจาะ ‘3 เทรนด์ไอที’ ยกระดับภารกิจ ‘ภาครัฐ’

    “การ์ทเนอร์” เผย “3 แนวโน้ม” ทางเทคโนโลยีที่สำคัญซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อกิจการภาครัฐในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2568

    ดีน ลาเชก้า รองประธานนักวิเคราะห์ของ การ์ทเนอร์ กล่าวว่า เมื่อ AI ฝังเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ประชาชนต่างคาดหวังให้บริการของภาครัฐพัฒนาไปพร้อมกับนวัตกรรม และให้ประสบการณ์ที่เข้าถึงได้ง่าย มีความเป็นส่วนตัวและยืดหยุ่น

    ท่ามกลางความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นและความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค รัฐบาลของหลายประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิกต้องใช้แนวทางเชิงรุกแบบ Technology-Led Innovation โดยอาศัยพื้นฐานเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยและปรับขยายขนาดได้ เพื่อมอบผลลัพธ์ที่จับต้องได้แก่ภาคประชาชน รวมถึง AI

    ผู้บริหาร CIO ของรัฐบาล ควรพิจารณาแนวโน้มต่อไปนี้ว่าส่งผลกระทบต่อองค์กรของตนอย่างไร โดยใช้เป็นแนวทางตัดสินใจเรื่องการลงทุน การให้บริการ และพัฒนานวัตกรรมได้อย่างมีความรับผิดชอบ

    'การ์ทเนอร์' เจาะ '3 เทรนด์ไอที' ยกระดับภารกิจ ‘ภาครัฐ’

    เทรนด์ที่ 1: AI Agents สำหรับบริการและสนับสนุนประชาชนที่ปรับตามความต้องการเฉพาะอย่าง

    AI agents คือซอฟต์แวร์ที่ทำงานอัตโนมัติหรือกึ่งอัตโนมัติที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการรับข้อมูล ตัดสินใจ ดำเนินการ เพื่อบรรลุเป้าหมายในสภาพแวดล้อมดิจิทัลหรือทางกายภาพเพิ่มประสิทธิภาพการบริการของภาครัฐ

    สำหรับการนำไปใช้ในช่วงแรกจะเน้นไปที่การประมวลผลแอปพลิเคชันและสิทธิตามกฎหมายหรือนโยบาย เช่น การสร้างแอปพลิเคชันต่าง ๆ รัฐบาลหลายประเทศในเอเชียแปซิฟิกกำลังสำรวจการใช้ AI Agents เพื่อตีความด้านกฎหมายและสร้างกรอบการกำกับดูแล

    การใช้งานและการทำงานสอดประสานของ AI Agents หลายตัวจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เมื่อเทคโนโลยีมีความสมบูรณ์พร้อมและรัฐบาลมีความมั่นใจในการสร้าง ซื้อ และควบคุมมันมากขึ้น โดยความโปร่งใสและความไว้วางใจจากประชาชนจะเป็นตัวกำหนดการยอมรับในที่สุด ดังนั้นจึงสำคัญที่เราจะต้องสร้างการกำกับดูแลที่ชัดเจน อยู่ในกรอบจริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ รวมถึงคำนึงถึงข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

    เทรนด์ที่ 2: ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovation Labs) และ Data Sandbox

    นวัตกรรมภายในองค์กรภาครัฐมักถูกจำกัดด้วยข้อมูลที่มีจำกัดและกฎหมายการจัดซื้อที่กำหนดวิธีการเชื่อมโยงกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยี รัฐบาลต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิกหลายแห่งกำลังสร้างห้องปฏิบัติการนวัตกรรมที่รวมถึงสภาพแวดล้อมข้อมูลที่ควบคุมได้หรือ “Sandbox” เพื่อสนับสนุนการริเริ่มนวัตกรรมที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ขณะเดียวกันก็ปกป้องข้อมูลภาครัฐ มีการใช้ข้อมูลสังเคราะห์เพื่อเสริมข้อมูลเปิด ในขณะที่ปกป้องข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลส่วนบุคคล

    ตัวอย่าง ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมของการท่าเรือแห่งประเทศสิงคโปร์ (หรือ MPA) สำหรับใช้ทดสอบเทคโนโลยีต่างๆ และโครงการ Digital Identity Wallet Sandbox ของไต้หวัน หรืออย่างในออสเตรเลีย รัฐบาลกลางและรัฐต่าง ๆ ก็มีการดำเนินการอย่างแข็งขันในการสร้างและสนับสนุนพื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรม ที่มักร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ 

    การ์ทเนอร์แนะนำให้ CIO ภาครัฐสร้างเหตุผลที่แข็งแกร่งสำหรับการลงทุนในนวัตกรรม โดยการตรวจสอบผลลัพธ์สำคัญที่จะได้รับจากห้องปฏิบัติการ สิ่งนี้จะกำหนดว่าควรเป็นการลงทุนทั่วทั้งรัฐบาลหรือเน้นเฉพาะภารกิจของกรมหรือหน่วยงาน

    เทรนด์ที่ 3: การนำ AI มาใช้ขับเคลื่อนการกำกับดูแล

    เมื่อ AI ถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนผลลัพธ์ภารกิจแพร่หลายมากขึ้น รัฐบาลต่าง ๆ กำลังเผชิญกับแรงกดดันในการสร้างกรอบการกำกับดูแล AI (AI Governance Frameworks) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยง ต้นทุน การควบคุมและคุณค่า การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ภายในปี 2571 อย่างน้อย 80% ของรัฐบาลต่าง ๆ จะมีการตรวจสอบการนำ AI มาใช้ และมีการติดตามอย่างต่อเนื่องโดยองค์กรอิสระ

    รัฐบาลต้องมีการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI เพื่อระบุและลดความเสี่ยง พร้อมรับประกันว่าจะทำงานสอดคล้องตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและมาตรฐานการกำกับดูแล เมื่อรัฐบาลหลายแห่ง ในเอเชียแปซิฟิคเฝ้าติดตามเรื่อง Sovereign AI กรอบการป้องกันเหล่านี้จะรับประกันว่าการนำ AI ไปใช้ในอนาคตยังคงโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และสามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงได้

    เทรนด์เหล่านี้จะช่วยผู้นำองค์กรภาครัฐให้สามารถบริการประชาชนได้ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกำหนดแผนงาน AI ได้ทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1197136&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21tw6ZgafS4GEPRTDk9Vpz

  • Brother ชวนคืนชีวิตเครื่องพิมพ์เก่า เปิดแคมเปญใหญ่ ‘ทิ้งไว้ทำซาก เทมาเลยพี่รับเอง’

    Brother ชวนคืนชีวิตเครื่องพิมพ์เก่า เปิดแคมเปญใหญ่ ‘ทิ้งไว้ทำซาก เทมาเลยพี่รับเอง’

    ไอที

    Brother ชวนคืนชีวิตเครื่องพิมพ์เก่า เปิดแคมเปญใหญ่ ‘ทิ้งไว้ทำซาก เทมาเลยพี่รับเอง’

    วันอังคาร ที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.51 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    Brother ชวนคืนชีวิตเครื่องพิมพ์เก่า เปิดแคมเปญใหญ่
    ‘ทิ้งไว้ทำซาก เทมาเลยพี่รับเอง’
    แลกเครื่องเก่า รับส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท พร้อมหมึกแท้และการรับประกันมาตรฐานบราเดอร์

    Brother ผู้นำโซลูชันด้านการพิมพ์จากประเทศญี่ปุ่น ชวนมาอัปเกรดเครื่องพิมพ์เก่าให้เป็นเครื่องใหม่ หรือคืนชีวิตให้ซากเครื่องพิมพ์เก่าให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ในแคมเปญ Trade-In สุดแรงแห่งปี “ทิ้งไว้ทำซาก – เทมาเลยพี่รับเอง ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ” เพียงนำเครื่องพิมพ์ขนาด A4 ขึ้นไป ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์ อิงค์เจ็ท อิงค์แท็งค์ มัลติฟังก์ชัน หรือเครื่องพิมพ์ดอตเมทริกซ์ก็ได้ มาแลกรับส่วนลดทันทีสำหรับซื้อเครื่องพิมพ์ Brother รุ่นใหม่ที่ร่วมรายการ รับส่วนลดจุก ๆ ไปเลยสูงสุดถึง 2,000 บาท

    รุ่นสินค้า ราคาขาย

    *ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ส่วนลดต่อเครื่อง
    เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ รุ่น DCP-T230 3,790 500
    เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ รุ่น DCP-T430W 4,790 500
    เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ รุ่น DCP-T530DW 5,790 500
    เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ รุ่น DCP-T830DW 8,890 1,000
    เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชัน รุ่น MFC-J2740DW 10,990 1,000
    เครื่องพิมพ์เลเซอร์ รุ่น HL-L2460DW 9,990 500
    เครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชัน รุ่น MFC-L2805DW 17,990 500
    เครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชันสี รุ่น MFC-L3760CDW 19,990 2,000

    โดยทุกเครื่องมาพร้อมหมึกแท้มั่นใจในคุณภาพทุกงานพิมพ์ และได้การรับประกันจาก Brother สูงสุด 2 ปี และสำหรับรุ่น รุ่น DCP-T230, DCP-T430W, DCP-T530DW และ DCP-T830DW ขยายระยะเวลาการรับประกันเพิ่มขึ้นเป็น 3 ปี เพียงลงทะเบียนการรับประกันออนไลน์ภายใน 30 กันยายน 2568 เพื่อให้มั่นใจทั้งเรื่องคุณภาพและความทนทานตลอดระยะการใช้งาน พิเศษ! เพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่ร่วมแคมเปญยังจะได้รับกระเป๋ารักษ์โลกจาก Brother มูลค่า 690 บาท โดยแคมเปญนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2568 สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่าย Brother ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดและไม่สามารถใช้ผ่านการซื้อช่องทางออนไลน์)

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/444800&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oXCzLukRfGIS0K2zZ8M9l

  • โตชิบาเปิดตัวหม้อหุงข้าว 2 รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพ ด้วยนวัตกรรมจากญี่ปุ่น

    โตชิบาเปิดตัวหม้อหุงข้าว 2 รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพ ด้วยนวัตกรรมจากญี่ปุ่น

    ไอที

    โตชิบาเปิดตัวหม้อหุงข้าว 2 รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพ ด้วยนวัตกรรมจากญี่ปุ่น

    วันอังคาร ที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.09 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    โตชิบาเปิดตัวหม้อหุงข้าว 2 รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพ
    ด้วยนวัตกรรมจากญี่ปุ่น

    โตชิบา ผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพจากญี่ปุ่น เดินหน้านำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยการเปิดตัวหม้อหุงข้าวดิจิทัล 2 รุ่นล่าสุด ได้แก่ RC-18VXWTH และ RC-18DRVTH(H) ซึ่งได้รับการออกแบบให้สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย ทั้งในด้านรสชาติ ประสิทธิภาพ สุขภาพ และความสะดวกในการใช้งาน

    รุ่น RC-18VXWTH ถือเป็นหม้อหุงข้าวเรือธงที่มาพร้อมเทคโนโลยี Induction Heating (IH) และระบบสุญญากาศอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของโตชิบา โดยเทคโนโลยีสุญญากาศช่วยดูดอากาศจากเมล็ดข้าวออกก่อนการหุง ทำให้ข้าวสามารถดูดซึมน้ำได้รวดเร็วและทั่วถึง จึงลดเวลาในการแช่ข้าว จากนั้นหม้อจะเริ่มเพิ่มความร้อนช้าๆ และเพิ่มความ ร้อนสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เนื้อข้าวที่หุงเสร็จแล้วมีความนุ่มฟู ชุ่มฉ่ำ และหอมหวานยิ่งขึ้น หม้อชั้นในผลิตจากวัสดุ Binchotan Kamado ความหนาก้นหม้อ 7 มิลลิเมตรและโค้งมน 60 องศาสร้างการหมุนเวียนความร้อนที่ทรงพลัง ภายนอกเคลือบผิวอินฟราเรดเพื่อสะท้อนและกระจายความร้อน ผนวกกำลังกับวัสดุภายในที่เคลือบไทเท เนียมเพชรที่ช่วยในการนำและกระจายความร้อนอย่างสม่ำเสมอ จึงมั่นใจในรสชาติของทุกอณูเมล็ดข้าว พร้อมฟังก์ชันควบคุมแรงดันอัจฉริยะที่ช่วยดึงรสชาติ ความหนึบ และความหอมออกมาได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็มีดีไซน์เรียบหรูสไตล์ญี่ปุ่นและแผงควบคุมที่ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีการหุงข้าวระดับพรีเมียม

    ในขณะที่รุ่น RC-18DRVTH(H) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความคุ้มค่า ด้วยหม้อชั้นในเคลือบ Binchotan หนา 3.1 มิลลิเมตร พร้อมชั้นทองแดงและเซรามิกที่ช่วยเก็บและกระจายความร้อนได้ดี อีกทั้งยังทนทานต่อการขีดข่วนและไม่ทิ้งรอย ตัวเครื่องทำงานด้วยระบบ 3D Heating ให้ความร้อนจากสามทิศทาง ทำให้ข้าวสุกทั่วถึงอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังควบคุมอุณหภูมิการหุงให้อยู่ในช่วง 60–70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับความร้อนที่ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ในเมล็ดข้าวให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยให้ข้าวมีรสชาติหวานกลมกล่อมยิ่งขึ้น โดยจากการทดสอบภายในพบว่ารสหวานของข้าวเพิ่มขึ้น รุ่นนี้ยังมีฟังก์ชันตั้งเวลาหุงล่วงหน้าและอุ่นข้าวได้นานถึง 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยระบบยับยั้งแบคทีเรียที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับทุกครอบครัว

    ทั้งสองรุ่นนี้ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับรสชาติอาหารอย่างลึกซึ้ง หรือผู้ใช้งานทั่วไปที่มองหาความสะดวก ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในหนึ่งเดียว หม้อหุงข้าว RC-18VXWTH และ RC‑18DRVTH(H) มาพร้อมการรับประกันตัวเครื่องนาน 2 ปี และการรับประกันชุดทำความร้อนนานถึง 5 ปี ด้วยแนวคิดที่ผสานระหว่างนวัตกรรม เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิต โตชิบายังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถยกระดับมาตรฐานของทุกมื้อข้าวในครัวเรือนไทย ให้ทั้งอร่อยขึ้น สุขภาพดีขึ้น และสะดวกมากขึ้นอย่างแท้จริง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/444768&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Y6PuQbf74fNb3YCqbJTDI

  • “โกลเบล็ก” คัด 6 หุ้นเด่น รับกระแสเปิดตัว iPhone 17 ดันหุ้นกลุ่มค้าปลีกสินค้าไอทีพุ่ง!!

    “โกลเบล็ก” คัด 6 หุ้นเด่น รับกระแสเปิดตัว iPhone 17 ดันหุ้นกลุ่มค้าปลีกสินค้าไอทีพุ่ง!!


    บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทยเดือน ก.ย.ผันผวน ในกรอบ 1,200-1,280 จุด หลังศาลฯ สั่งนายกฯ พร้อมคณะหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้เกิด Overhang ทางการเมืองในระยะสั้น

    นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในเดือน ก.ย. 2568 ว่า ดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวผันผวน โดยมีแรงกดดันจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่และคณะรัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ ส่งผลให้มี Overhang ทางการเมืองในระยะสั้น ฝ่ายวิจัยคาดกรอบดัชนีระหว่าง 1,200-1,280จุด

    ขณะที่สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นในเดือนนี้ต่อเนื่อง อาทิ รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกมาตรการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับพัสดุมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ (de minimis) อย่างถาวร ส่งผลให้พัสดุทุกชิ้นที่นำเข้าจะต้องเสียภาษีในอัตราปกติ สถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลาทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างหนักหลังกองทัพเรือสหรัฐฯ เคลื่อนกองเรือรบขนาดใหญ่เข้าประชิดทะเลแคริบเบียนตอนใต้ โดยฝ่ายสหรัฐฯ อ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดในภูมิภาคลาตินอเมริกา

    ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ระดับ 49.7 แม้จะปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 48.9 ในเดือนกรกฎาคม แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งเป็นเกณฑ์ชี้วัดภาวะหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ทั้งนี้ แม้อัตราการหดตัวของผลผลิตภาคโรงงานจะชะลอตัวลง แต่ยอดคำสั่งซื้อใหม่โดยรวมยังคงลดลงในอัตราเดียวกันกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ยังคงซบเซา

    นอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ วันที่   3 ก.ย. ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.), วันที่ 3-5 ก.ย. คาดการณ์ว่าจะเป็นช่วงวันโหวตเลือกนายกฯ, วันที่ 4 ก.ย. ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์, สัปดาห์ที่ 2 สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัปเดตสถานการณ์ลงทุน, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย, สัปดาห์ที่ 3 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, สัปดาห์ที่ 4สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, สัปดาห์ที่ 5สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค และ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 30 ก.ย. สิ้นสุดงวดไตรมาสที่ 3/2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย, ในเดือน ก.ย. กนง.ไม่มีกำหนดการประชุม, แต่มีกำหนดประชุม กนง.   ครั้งที่ 5/2568 ในวันที่ 8 ตุลาคม  

    ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม อาทิ วันที่ 2 ก.ย. อียู รายงานอัตราเงินเฟ้อขั้นต้นเดือนสิงหาคม, สหรัฐฯ รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนสิงหาคม ดัชนีภาคการผลิตเดือนสิงหาคม และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนกรกฎาคม,วันที่ 3 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนกรกฎาคม และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนกรกฎาคม, เช้าวันที่ 4 ก.ย.ธนาคารกลางสหรัฐฯ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book, วันที่ 4 ก.ย.สหรัฐฯ รายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนสิงหาคม และดัชนีภาคบริการเดือนสิงหาคม, วันที่ 16-17 ก.ย. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯครั้งที่ 6/68

    นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์สำหรับเดือนกันยายนลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดตัว iPhone 17 ที่มีกระแสข่าวว่าจะเปิดตัวในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าไอทีได้รับอานิสงส์โดยตรง ได้แก่ ADVICE, COM7, SYNEX, SPVI,JMART และ CPW

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/investment/34919&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dhW_AztpwRG55ljXqadNY

  • TILOG-LOGISTIX 2025 ตอกย้ำศักยภาพของไทยบนเวทีการค้าโลก

    TILOG-LOGISTIX 2025 ตอกย้ำศักยภาพของไทยบนเวทีการค้าโลก

    TILOG-LOGISTIX 2025 ตอกย้ำศักยภาพของไทยบนเวทีการค้าโลก

    งานแสดงสินค้าไทล็อก – โลจิสติกซ์ 2025 (TILOG – LOGISTIX 2025) งานแสดงเทคโนโลยีและบริการด้านการจัดการคลังสินค้า การเคลื่อนย้าย บรรจุ โหลด การขนส่งสินค้า โลจิสติกส์ไอทีและอี-โลจิสติกส์ ที่ครบวงจรที่สุดแห่งปี จัดโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ และ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ ผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้าแห่งอาเซียน ปิดฉากลงอย่างสวยงาม ตอกย้ำการเป็นเวทีโลจิสติกส์ที่ครบครันที่สุดในระดับภูมิภาค มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานจากมากกว่า 25 ประเทศ กับนวัตกรรมมากกว่า 415 แบรนด์ ดึงผู้เข้าชมได้ถึง 6,668 ราย เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจ 5,874 คู่ สะท้อนพลังของผู้ประกอบการไทยที่พร้อมก้าวสู่ตลาดโลก

    นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่าถึงผลสำเร็จของการจัดงาน TILOG-LOGISTIX 2025 ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยงานครั้งนี้จัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2568 มีผู้เข้าชมงานถึง 6,668 ราย ตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจ 5,874 คู่ งานนี้ไม่เพียงสร้างโอกาสทางการค้า แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่างาน TILOG – LOGISTIX เป็นเวทีโยงธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเป็นเวทีแสดงศักยภาพและภาพลักษณ์ของธุรกิจโลจิสติกส์ไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตานานาชาติ ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งของผู้ประกอบการโลจิสติกส์ของไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันให้ผู้ประกอบการยกระดับความรู้ ลดต้นทุน และขยายตลาดสู่เวทีโลก ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถยืนหยัดและเติบโตได้ท่ามกลางความท้าทายระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

    งาน TILOG-LOGISTIX 2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Resilient Supply Chain: Overcoming Global Challenges พิชิตทุกสิ่งท้าทายด้วยความแกร่งแห่งซัพพลายเชน” มีผู้ประกอบการกว่า 150 บริษัท จาก 25 ประเทศ นำนวัตกรรมสินค้าและบริการกว่า 415 แบรนด์ มาจัดแสดงโชว์ศักยภาพและความพร้อมของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในการรับมือกับความท้าทายแห่งอนาคต นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมไฮไลท์อื่น ๆ ภายในงานที่จะช่วยยกระดับธุรกิจทั้งของผู้เข้าชมและผู้เข้าร่วมงาน อาทิ นิทรรศการภาพรวมธุรกิจโลจิสติกส์ในไทย ส่วนแสดงพิเศษ Innovation Showcase กิจกรรมฟอรัมและสัมมนาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายองค์กร กว่า 16 หัวข้อ เช่น Trade Logistics Symposium, World Transport & Logistics Forum โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมานามากกว่า 1,000 ราย นอกจากนี้ ภายในงานเกิดการเจรจาทางการค้า (Business Matching) จำนวน 5,874 คู่ ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะกับผู้ซื้อจากทั่วโลก เพิ่มโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและขยายตลาดสู่สากล

    ด้วยความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปีนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยที่พร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ และ TILOG-LOGISTIX 2026 จะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ระหว่างวันที่ 19 – 21 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พร้อมนำเสนอนวัตกรรมและแนวทางใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจโลจิสติกส์ไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12744058&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KyyNmb8xAzTEN7dOOat5t

  • คนไทยประกาศศักดาขึ้นแท่นแชมป์ประเภทคู่ พัชรินทร์ ฮอต! มีลุ้นเดี่ยวหวดโลก จี เอช แบงก์ – INN News

    คนไทยประกาศศักดาขึ้นแท่นแชมป์ประเภทคู่ พัชรินทร์ ฮอต! มีลุ้นเดี่ยวหวดโลก จี เอช แบงก์ – INN News

    เก่งไม่แพ้ใคร นักเทนนิสไทยคว้าแชมป์ประเภทคู่ ทั้งหญิงและชาย “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช กับ “เอิร์ธ” เพียงธาร ผลิพืช ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ 2025 และ “แซค” ฐานทัพ สุขสำราญ หนุ่มไทย กับ ซาย คาร์ทีก เรดดี้ กันตา หนุ่มอินเดีย ขณะที่ “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช ยังมีลุ้นแชมป์หญิงเดี่ยวหวดโลก ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 รายการ จี เอช แบงก์

    การแข่งขันเทนนิสนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม สัปดาห์ที่ 2 รายการ G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (2) (จี เอช แบงค์ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025) มีพิธีมอบรางวัลในประเภทคู่ โดย มี นายอุกฤษฏ์ มนูจันทรัถ ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขตกำแพงแสน ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัล

    เทนนิสหญิง ดับเบิลยู 35 ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,016,700 บาท ประเภทหญิงคู่ รอบชิงชนะเลิศ “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช กับ “เอิร์ธ” เพียงธาร ผลิพืช ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ 2025 โชว์ฟอร์มการเล่นที่เข้าขา เอาชนะ คู่ญี่ปุ่น ซากุระ โฮโซกิ กับ มิซากิ มัตสึดะ ได้ 2 เซตรวด 6-3, 6-1 ในเวลาเพียง 58 นาที

    พัชรินทร์ กับ เพียงธาร ได้ครองแชมป์หญิงคู่ร่วมกัน พร้อมรับเงินรางวัลไปแบ่งกัน 1,762 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 59,714 บาท และคะแนนสะสมอันดับโลก คนละ 35 คะแนน ส่วนคู่ญี่ปุ่น รองแชมป์ได้รับร่วมกัน 895 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 30,331 บาท และคนละ 23 คะแนน

    นอกจากนี้ “อีฟ” พัชรินทร์ ยังเข้าชิงชนะเลิศ ในประเภทหญิงเดี่ยว โดย พัชรินทร์ แชมป์สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นมือ 475 ของโลก ตัดเชือกกับ เอริ ชิมิสึ จากญี่ปุ่น มือ 392 ของโลก โดยหลังจากเสมอ 1-1 เซต ต้องเล่นเซตสาม พัชรินทร์ เริ่มต้นได้ไม่ดีนัก ตาม 1-3 และ 2-4 แต่สาวไทยได้พยายามรวบรวมสมาธิ และเล่นให้ได้ตามมาตรฐานของตัวเอง จนไล่มาทัน 4-4 ก่อนจะปิดเซตชนะด้วยสกอร์ 7-5 คว้าชัยไปในที่สุด สรุป พัชรินทร์ ชนะ 2-1 เซต 6-1, 2-6 และ 7-5 ในเวลากว่า 2 ชั่วโมง

    พัชรินทร์ ก้าวสู่การลุ้นแชมป์หญิงเดี่ยว รายการที่ 4 ในปีนี้ ซึ่งจะเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน และจะเป็นแชมป์รายการที่ 12 บนเส้นทางเทนนิสอาชีพ โดยจะชิงชนะเลิศกับ จาง กาอึล สาวเกาหลีใต้ มือ 965 ของโลก ที่ตัดเชือกชนะ “ออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ มือ 745 ของโลก 2-0 เซต 6-2, 6-3

    อย่างไรก็ดี อัญชิสา กับ เอริ ชิมิสึ แม้ตกรอบรองชนะเลิศ ยังได้รับเงินรางวัล คนละ 1,428 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 48,394 บาท และคะแนน คนละ 14 คะแนน

    เทนนิสชาย เอ็ม 15 ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 508,350 บาท ประเภทชายคู่ รอบชิงชนะเลิศ “แซค” ฐานทัพ สุขสำราญ หนุ่มไทย กับ ซาย คาร์ทีก เรดดี้ กันตา หนุ่มอินเดีย คู่มือวาง 4 ช่วยกันหวดเอาชนะ อาธารวา ชาร์มา หนุ่มอินเดีย กับ ยูตะ โทมิดะ หนุ่มญี่ปุ่น 2-0 เซต 7-6 ไทเบรก 7-0 และ 6-3

    ฐานทัพ กับ กันตา ได้ครองแชมป์ชายคู่ รับเงินรางวัลไปแบ่งกัน 930 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 31,517 บาท และคนละ 15 คะแนน ส่วนคู่รองแชมป์ ได้รับไปแบ่งกัน 540 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 18,300 บาท และคนละ 8 คะแนน

    ชายเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ โดมินิค ปาแลน (วาง 3-เช็ก) ชนะ ศศิกุมาร์ มุกุนด์ (วาง 1-อินเดีย) 7-6(4), 4-6 และ 6-3 แม็กซ์ เบซิ่ง (วาง 4-สหราชอาณาจักร) ชนะ มูฮัมหมัด ริฟกี ฟิเตรียดี้ (อินโดนีเซีย) 6-2, 6-0

    ฉะนั้น คู่ชิงชนะเลิศ จึงเป็นการพบกันระหว่าง โดมินิค ปาแลน กับ แม็กซ์ เบซิ่ง ส่วนนักกีฬาที่ตกรอบรองฯ ได้เงินรางวัล คนละ 753 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 25,519 บาท และคนละ 4 คะแนน

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_926793/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IoAngXmPKGZPcd3p_XYbx

  • “อีฟ” ฟอร์มเจ๋งควง “ออมสิน” คว้าแชมป์หญิงคู่ แถมเข้าชิงหญิงเดี่ยว ศึกเทนนิสไอทีเอฟ “จี เอช แบงก์” | เดลินิวส์

    “อีฟ” ฟอร์มเจ๋งควง “ออมสิน” คว้าแชมป์หญิงคู่ แถมเข้าชิงหญิงเดี่ยว ศึกเทนนิสไอทีเอฟ “จี เอช แบงก์” | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ที่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม รายการ “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (2)” สัปดาห์ที่ 2 เมื่อวันที่ 30 ส.ค.68 โดยเทนนิสหญิง ดับเบิลยู 35 ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,016,700 บาท ประเภทหญิงคู่ รอบชิงชนะเลิศ “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช กับ “เอิร์ธ” เพียงธาร ผลิพืช สองนักหวดสาวทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ 2025 ช่วยกันหวดชนะคู่ของญี่ปุ่น ซากุระ โฮโซกิ กับ มิซากิ มัตสึดะ 2-0 เซต 6-3, 6-1 คว้าแชมป์มาครอง

    ขณะที่ ประเภทหญิงเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ “อีฟ” พัชรินทร์ แชใป?สัปดาห์แรก ยังเอาชนะ เอริ ชิมิสึ จากญี่ปุ่น 2-1 เซต 6-1, 2-6 และ 7-5 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ ได้ลุ้นแชมป์หญิงเดี่ยว รายการที่ 4 ในปีนี้อีกด้วย โดยนัดชิงดำ จะพบกับ จาง กาอึล จากเกาหลีใต้ ที่เอาชนะ “ออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ 2-0 เซต 6-2, 6-3

    ทางด้านเทนนิสชาย เอ็ม 15 ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 508,350 บาท ประเภทชายคู่ รอบชิงชนะเลิศ “แซค” ฐานทัพ สุขสำราญ กับ ซาย คาร์ทีก เรดดี้ กันตา จากอินเดีย เอาชนะ อาธารวา ชาร์มา หจากอินเดีย กับ ยูตะ โทมิดะ จากญี่ปุ่น 2-0 เซต 7-6 ไทเบรก 7-0 และ 6-3 คว้าแชมป์มาครอง

    ส่วนประเภทชายเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ โดมินิค ปาแลน (เช็ก) ชนะ ศศิกุมาร์ มุกุนด์ (อินเดีย) 2-1 เซต 7-6 (4), 4-6, 6-3 เข้าไปชิงชนะเลิศ พบกับ แม็กซ์ เบซิ่ง (สหราชอาณาจักร) ที่เอาชนะ มูฮัมหมัด ริฟกี ฟิเตรียดี้ (อินโดนีเซีย) 2-0 เซต 6-2, 6-0 ต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5068089/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TN6dcIP7QKdtORF2cX-aj

  • “พัชรินทร์-อัญชิสา” ยังแรง! ลิ่วตัดเชือกหญิงเดี่ยวเทนนิส ITF นครปฐม

    “พัชรินทร์-อัญชิสา” ยังแรง! ลิ่วตัดเชือกหญิงเดี่ยวเทนนิส ITF นครปฐม

    “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช และ “ออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ ยังคงอยู่ในเส้นลุ้นแชมป์หญิงเดี่ยว เทนนิสไอทีเอฟ จี เฮช แบงก์ ไอทีเอฟ เวิล์ด เทนนิส ทัวร์ 2025 สัปดาห์ที่ 2 ที่นครปฐม หลังทุบคู่แข่งจากญี่ปุ่น และจีน ตามลำดับ ในการลงสนามรอบ 8 คนสุดท้าย

    การแข่งขันเทนนิสนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ที่ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม สัปดาห์ที่ 2 รายการ จี เฮช แบงก์ ไอทีเอฟ เวิล์ด เทนนิส ทัวร์ 2025 (2) ซึ่งมีเทนนิสหญิง W35 ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ และชาย M15 ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวม 2 รายการ เป็นเงินไทยประมาณ 1,525,050 บาท เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2568 ในประเภทเดี่ยวเป็นรอบก่อนรองชนะเลิศ

    รอบนี้สองนักหวดสาวไทย “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช และ “ออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ ยังอยู่ในเส้นทางการแข่งขันของประเภทหญิงเดี่ยว ดับเบิลยู 35 หลังจากคว้าชัยได้ทั้งคู่ โดย พัชรินทร์ มือ 475 โลก และแชมป์สัปดาห์ที่แล้ว ออกแรงหวดถึง 3 เซต กว่าจะปราบ ฮิคารุ ซาโตะ สาวญี่ปุ่น มือ 426 โลก ด้วยการเฉือนชนะ 2-1 เซต 6-1, 4-6 และ 6-4 ในเวลา 2.29 ชั่วโมง พัชรินทร์ ทะลุรอบรองชนะเลิศ พบ เอริ ชิมิสึ จากญี่ปุ่น มือ 392 โลก ที่ชนะ ลี อึนฮเย มือวาง 7 จากเกาหลีใต้ และมือ 366 โลก 2-0 เซต 7-5, 6-2

     ด้าน อัญชิสา มือ 745 โลก พบ เทียน ฟรางหราน สาวจีน มือ 593 โลก โดยเซตแรก อัญชิสา พลิกจากที่ตามถึง 2-5 เกม กลับมาเป็นฝ่ายชนะ 7-5 เซตสอง สถานการณ์เหมือนเซตแรก อัญชิสา ตาม 1-4 ก่อนฮึดสู้จนทำได้ 5 เกมรวด แซงเอาชนะอีกครั้ง สรุป อัญชิสา ชนะ 2-0 เซต 7-5, 6-4 ทะลุตัดเชือกกับ จาง กาอึล จากเกาหลีใต้ มือ 965 โลก ที่ชนะ ชิโฮะ อาคิตะ จากญี่ปุ่น มือ 498 โลก 2-0 เซต 6-0, 6-3

     ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่น ๆ มีดังนี้ ชายเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ จิรัฏฐ์ นวสิริสมบูรณ์ แพ้ โดมินิค ปาแลน (วาง 3-เช็ก) 1-6, 1-6 และ ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ (วาง 5) แพ้ ศศิกุมาร์ มุกุนด์ (วาง 1-อินเดีย) 3-6, 0-6

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/88998/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Qkgvf-aYMcJKyYZsfpmlN

  • ไบโอเทค สวทช.-TSP และพันธมิตรภาคเอกชน จัดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่อุทยานวิทย์ฯ

    ไบโอเทค สวทช.-TSP และพันธมิตรภาคเอกชน จัดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่อุทยานวิทย์ฯ

    ไอที

    ไบโอเทค สวทช.-TSP และพันธมิตรภาคเอกชน จัดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่อุทยานวิทย์ฯ

    วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.24 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ไบโอเทค สวทช.-TSP และพันธมิตรภาคเอกชน จัดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่อุทยานวิทย์ฯ

    ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค-สวทช.) จัดงาน “Smart Agi Days 2025: นวัตกรรมการเกษตรอัจฉริยะเพื่ออนาคต” เพื่อส่งเสริมและเชื่อมโยงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยและพืชศักยภาพสูง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลากหลาย อาทิ การเสวนาเชิงวิชาการ กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Work shop) เช่น การสร้างสรรค์เมนูจากสมุนไพรพรีเมียมูลค่าสูง งานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านการเกษตรและสมุนไพร เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ กลุ่มเป้าหมายของงาน ทั้งเกษตรกรผู้ผลิต สมุนไพร ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพืชและสมุนไพร หน่วยงานรัฐและเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้สนับสนุนการจัดงานตลอดจนผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า มีความยินดีอย่างยิ่ง ที่งาน Smart Agri Days 2025: นวัตกรรมการเกษตรอัจฉริยะเพื่ออนาคต” จัดขึ้นมาเพื่อเป็นเวทีสำคัญที่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ

    ของผู้ประกอบการไทย ในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมให้ก้าวทันยุคสมัย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยและพืชเศรษฐกิจ ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีคือหัวใจสำคัญ การเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ ยุทธศาสตร์ที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) AI และหุ่นยนต์การเกษตรมาใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง รวมทั้งที่สำคัญคือ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตจากฝีมือคนไทย

    “ในนามหน่วยงานงานวิจัย ไบโอเทค สวทช. เชื่อมั่นว่า ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปต่อยอดในธุรกิจได้อย่างสร้างสรรค์ การมีบทบาทร่วมกันในงานนี้ จะเป็นการผนึกกำลังที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนได้ ทั้งนี้ งาน Smart Agri Days 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของหน่วยงานวิจัยและหน่วยงานพันธมิตรอย่างยิ่งใหญ่ ในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ซึ่งเป็นประชาคมวิจัยที่มีระบบนิเวศวิจัยที่ครบครัน หวังว่างานทั้ง 2 วันที่จัดขึ้น จะเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้ทุกท่านสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปใช้พัฒนาและยกระดับการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม”  

    ภายในงานยังมีการจัดแสดง Tech Hi-light: หุ่นยนต์อัจฉริยะเพื่อการเกษตร “PhenoRobot” ฟีโน-โรบอท หุ่นยนต์สำหรับวิเคราะห์ลักษณะทางฟีโนไทป์ของพืช และ “Herbotron” หุ่นยนต์เก็บเกี่ยวสมุนไพรในโรงเรือน การแสดงและจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตรอัจฉริยะ และผลิตผลด้านการเกษตร บริการให้คำปรึกษาด้านการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งเวทีพบปะเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจที่ครบวงจร ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 28-29 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ณ ลานกิจกรรม (Event Square) ชั้น 2 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/444346&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zkl4qhO6oSCejY8CHcrEJ