Category: ไอที

  • “เนรมิตรหนัง ฟิล์ม” ส่งตัวอย่างแรก “โอมุคาเดะ” เผยโฉมปีศาจตะขาบในตำนานพร้อมไล่ล่า 22 ม.ค.นี้

    เปิดปฐมบทปีศาจตะขาบยักษ์ในตำนานที่จะไล่ล่าคร่าชีวิตผู้รุกราน! “เนรมิตรหนัง ฟิล์ม” ร่วมกับ “ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” ส่งตัวอย่างแรกของภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นระทึกขวัญ “Omukade” …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/variety/entertainment/117552&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CuhatkmjYBHUP35wuB_iB

  • รมว.วัฒนธรรมเปิดชุมชนลำปำ พัทลุง 1 ใน 10 ชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถี ปี 2568 | TOPNEWS

    วันที่ 17 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ที่ชุมชนลำปำ ณ ศาลาเอนกประสงค์ชุมชนบ้านท่าน้ำหัวนอน ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมี ดร.นาที รัชกิจประการ นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ และประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมงาน พร้อมด้วยชาวชุมชนและประชาชนในพื้นที่

      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของชุมชน โดยนำทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่พัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์” นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ปีนี้ชุมชนลำปำได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ชุมชนต้นแบบของประเทศ พร้อมเน้นย้ำให้ชุมชนร่วมกันพัฒนาเพื่อความเข้มแข็งและเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

     รัฐมนตรีฯ ระบุว่า ชุมชนลำปำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัด มีอัตลักษณ์โดดเด่น ทั้งโบราณสถาน การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ตลาดริมคลองลำปำที่สะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิม อาหารพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงกิจกรรมตักบาตรพระทางน้ำที่หาชมได้เฉพาะที่นี่ พร้อมกล่าวว่าในปีหน้าจะบรรจุชุมชนลำปำในปฏิทินท่องเที่ยวของประเทศต่อไป

    แสงอรุณ แดงมณี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.พัทลุง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1427089&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jxKjVN_bgAVTkfUFhl4Cn

  • หัวเว่ย-พันธมิตรผุดแพลตฟอร์มประกันภัยครบวงจร ตอบโจทย์ผู้บริโภค

    หัวเว่ย-พันธมิตรผุดแพลตฟอร์มประกันภัยครบวงจร ตอบโจทย์ผู้บริโภค

    หัวเว่ย-พันธมิตรผุดแพลตฟอร์มประกันภัยครบวงจร ตอบโจทย์ผู้บริโภค

    นายเจสัน เชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหัวเว่ยดิจิทัลไฟแนนซ์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไอทีให้กับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อให้เป็นผู้ให้บริการประกันแห่งอนาคต

    โดยผ่านความร่วมมือกับบริษัท ซิโนซอฟต์ จำกัด ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ประกันภัยของประเทศจีน และบริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ซิสเต็มส์ อินทิเกรเตอร์ของไทย 

    ซึ่งทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาระบบบริหารงานประกันภัยแบบครบวงจร (Core Insurance) ของทิพยประกันภัย เพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง

    โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีล่าสุดล่าสุด ซึ่งพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยธุรกิจการเงินดิจิทัลของหัวเว่ย และบริษัทซิโนซอฟต์ โดยใช้เทคโนโลยี Huawei Cloud Stack (HCS) ฐานข้อมูล GaussDB รวมถึงระบบจัดเก็บข้อมูลและเครือข่ายประสิทธิภาพสูง เพื่อรองรับการอัปเกรดระบบที่เสถียรและเชื่อถือได้ ซึ่งเป็นการขยายโครงการ RongHai Program ของหัวเว่ยสู่ระดับสากล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชันทางการเงินร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก

    ทั้งนี้ หัวเว่ยได้นำความเชี่ยวชาญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของอุตสาหกรรมประกันภัยในจีนมาพัฒนาร่วมกับพันธมิตร เพื่อส่งมอบโซลูชันการบริหารจัดการระบบหลักที่ช่วยเสริมสร้างรากฐานดิจิทัลให้แก่บริษัทประกันภัยทั่วโลก และเร่งการพัฒนาสู่ยุคของความชาญฉลาดทางธุรกิจผ่านโครงการ RongHai Program 

    “หัวเว่ยมุ่งที่จะร่วมมือกับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์อิสระของจีน ผู้ให้บริการติดตั้งระบบในท้องถิ่นที่โดดเด่น และลูกค้าในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกันทุกฝ่าย โดยโครงการดังกล่าวจัดเป็นผลงานความร่วมมือในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก”

    นายวิลเลี่ยม จาง ประธานธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นโอกาสที่หัวเว่ยจะได้นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาช่วยให้อุตสาหกรรมประกันภัยในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้ทิพยประกันภัยสามารถยกระดับแพลตฟอร์มหลักของการบริหารจัดการงานประกันภัย เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

    “ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเป็นผู้บุกเบิกอนาคตของการประกันภัยในประเทศไทย เราไม่เพียงแค่มอบบริการเทคโนโลยีเท่านั้น แต่กําลังสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อร่วมสร้างโซลูชันที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของทิพยประกันภัยในการให้บริการลูกค้า สร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมประกันภัยของไทย”

    นายจั่ว ชุน ประธานบริษัทซิโนซอฟต์ จำกัด กล่าวว่า ซิโนซอฟต์ในฐานะผู้ให้บริการซอฟต์แวร์หลักที่ทำงานร่วมกับหัวเว่ยและดาต้าวัน เพื่อขับเคลื่อนโครงการระบบประกันภัยขนาดใหญ่นี้ และยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการสร้างโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และพร้อมสำหรับอนาคตของทิพยประกันภัย รวมถึงลูกค้าของบริษัท

    ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทยังมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย โดยบริษัทจะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อสร้างโซลูชันประกันภัยที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลและตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มมากยิ่งขึ้น

    “Core System เป็นหัวใจสำคัญของระบบไอทีสำหรับทุกองค์กร โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมประกันภัยที่ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจเป็นสิ่งท่ำสำคัญที่สุดสำหรับทั้งลูกค้ารายบุคคลจนถึงระดับองค์กร ซึ่งความร่วมมือกับหัวเว่ย, ซิโนซอฟต์ และดาต้าวันถือเป็นก้าวสำคัญที่เสริมความมั่นใจในระบบ และเสริมรากฐานทางเทคโนโลยีของบริษัทเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต”

    นางโสจิพรรณ วัชโรบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการยกระดับระบบโครงสร้างพื้นฐานหลักและวางรากฐานสำหรับบริการประกันภัยที่เน้นนวัตกรรมและมุ่งสู่อนาคตในประเทศไทย โดยดาต้าวัน ยังคงเป็นผู้ให้บริการโซลูชันไอทีแบบครบวงจรและให้บริการแก่ภาคส่วนต่างๆ เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน ประกันภัย โรงพยาบาล โทรคมนาคม ค้าปลีก และหน่วยงานราชการ ซึ่งบริษัทมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรและบุคลากรด้านไอทีอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างคุณค่าให้แก่อุตสาหกรรมทั้งในประเทศและภูมิภาค

    “เชื่อว่าสังคมจะได้รับประโยชน์เมื่อเทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จึงมุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมและการให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจะคงบทบาทเป็นตัวเร่งให้แก่ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมไอทีของประเทศไทยต่อไป” 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/finance/insurance/646824&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jmM6c2bXdzCde5RznZPqK

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67754/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3v89FTWwUBrdbEM4Zvphvo

  • “เนรมิตรหนัง ฟิล์ม” ส่งตัวอย่างแรก “โอมุคาเดะ” เผยโฉมปีศาจตะขาบในตำนานพร้อมไล่ล่า 22 ม.ค.นี้

    เปิดปฐมบทปีศาจตะขาบยักษ์ในตำนานที่จะไล่ล่าคร่าชีวิตผู้รุกราน! “เนรมิตรหนัง ฟิล์ม” ร่วมกับ “ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” ส่งตัวอย่างแรกของภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นระทึกขวัญ “Omukade” …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/variety/entertainment/117552&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CuhatkmjYBHUP35wuB_iB

  • รมว.วัฒนธรรมเปิดชุมชนลำปำ พัทลุง 1 ใน 10 ชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถี ปี 2568 | TOPNEWS

    วันที่ 17 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ที่ชุมชนลำปำ ณ ศาลาเอนกประสงค์ชุมชนบ้านท่าน้ำหัวนอน ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมี ดร.นาที รัชกิจประการ นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ และประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมงาน พร้อมด้วยชาวชุมชนและประชาชนในพื้นที่

      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของชุมชน โดยนำทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่พัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์” นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ปีนี้ชุมชนลำปำได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ชุมชนต้นแบบของประเทศ พร้อมเน้นย้ำให้ชุมชนร่วมกันพัฒนาเพื่อความเข้มแข็งและเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

     รัฐมนตรีฯ ระบุว่า ชุมชนลำปำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัด มีอัตลักษณ์โดดเด่น ทั้งโบราณสถาน การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ตลาดริมคลองลำปำที่สะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิม อาหารพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงกิจกรรมตักบาตรพระทางน้ำที่หาชมได้เฉพาะที่นี่ พร้อมกล่าวว่าในปีหน้าจะบรรจุชุมชนลำปำในปฏิทินท่องเที่ยวของประเทศต่อไป

    แสงอรุณ แดงมณี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.พัทลุง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1427089&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jxKjVN_bgAVTkfUFhl4Cn

  • เปิด มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน 2026 พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาศักยภาพ

    จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ภาพรวมสถานการณ์การค้าและการลงทุนไทย-จีน มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจีนเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของไทย ต่อเนื่องติดต่อกัน 12 ปี ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน ในปี 2567 การค้าไทย-จีน มีมูลค่าถึง 94,919.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (3.39 ล้านล้านบาท) ขยายตัว 8.2% ส่วนในด้านการลงทุน ไทยเป็นตลาดศักยภาพที่เหมาะสมในเชิงยุทธศาสตร์  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้จีนหันมาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ปี 2567 จีนขอรับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 554 โครงการเพิ่มขึ้น 116.4% มูลค่าเงินลงทุน 114,067 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.2%


    จากแนวโน้มการค้าและการลงทุนไทย-จีน ที่สดใส หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการลงทุน รวมไปถึงผู้ประกอบการชาวไทย จำเป็นต้องอัปเดตมาตรการด้านการค้า การลงทุน ในรูปแบบ “รู้เขารู้เรา” เพื่อเดินหน้าพัฒนาไปอย่างมีทิศทางที่ถูกต้อง
    และล่าสุด จีนได้จัดการประชุม Central Economic Work Conference ประจำปี 2025 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 10-11 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมี ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน และคณะกรรมการถาวรกรมการเมือง พรรคคอมมิวนิสต์จีน เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย
    ดังนั้น นี่จึงเป็นข่าวสารสำคัญที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องมาอัปเดต เพื่อนำไปปรับใช้ วางกลยุทธ์การตลาดเพื่อบุก “ตลาดจีน” ให้ได้ในปี 2026
    ทั้งนี้ ที่ประชุม Central Economic Work Conference ประจำปี 2025 ที่กรุงปักกิ่ง ได้หารือถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนปี 2026 โดยเห็นว่า จีนจำเป็นต้องดึงศักยภาพทางเศรษฐกิจออกมาใช้อย่างเต็มที่ เดินหน้าทั้งนโยบายสนับสนุนและการปฏิรูปเศรษฐกิจ ควบคู่กับการขับเคลื่อนนวัตกรรม รักษาพลังของตลาดและการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และรับมือกับความท้าทายจากภายนอกด้วยการเสริมสร้างศักยภาพจากภายในประเทศ โดยมี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน และแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนี้

    1. ใช้นโยบายเศรษฐกิจมหภาคเชิงรุกและมีพลังมากขึ้น มีเป้าหมายที่ชัดเจนและบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ ขยายอุปสงค์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงโครงสร้างอุปทาน และพัฒนากำลังการผลิตให้สอดคล้องกับสภาพของแต่ละพื้นที่
    2. เร่งสร้างตลาดภายในประเทศที่เป็นเอกภาพ และรักษาเสถียรภาพของการจ้างงาน ธุรกิจ และตลาด เพื่อให้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) เดินหน้าได้อย่างราบรื่น
    3. เดินหน้านโยบายการคลังเชิงรุกต่อไป โดยคงระดับการขาดดุลงบประมาณ หนี้สาธารณะ และขนาดการใช้จ่ายในระดับจำเป็น ควบคู่กับการปรับปรุงมาตรการจูงใจทางภาษีและเงินอุดหนุนให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น
    4. เดินหน้านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในระดับเหมาะสม ใช้เครื่องมือทางการเงิน เช่น อัตราส่วนเงินสำรองและอัตราดอกเบี้ย อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
    5. ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศเพื่อสร้างตลาดภายในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยจะผลักดันมาตรการเฉพาะเพื่อกระตุ้นการบริโภค เพิ่มอุปทานสินค้าและบริการคุณภาพสูง ยกเลิกข้อจำกัดด้านการบริโภคที่ไม่สมเหตุสมผล และปลดล็อกศักยภาพของการบริโภคภาคบริการ
    6. รักษาเสถียรภาพและฟื้นฟูการลงทุน เพิ่มขนาดการลงทุนอย่างเหมาะสม และเดินหน้าโครงการปรับปรุงเมืองอย่างมีคุณภาพ โดยจีนจะพัฒนาศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีระดับนานาชาติในเขตปักกิ่ง–เทียนจิน–เหอเป่ย เซี่ยงไฮ้–สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี และเขตอ่าวกวางตุ้ง–ฮ่องกง–มาเก๊า
    7. เดินหน้าโครงการ AI Plus ปรับปรุงธรรมาภิบาลด้านปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มแรงขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูง
    8. เร่งแก้ไขปัญหาการแข่งขันที่รุนแรงเกินจำเป็น จัดทำและดำเนินแผนปฏิรูปทรัพย์สินและรัฐวิสาหกิจของรัฐ ปรับปรุงกฎระเบียบและนโยบายสนับสนุนกฎหมายส่งเสริมภาคเอกชน และเดินหน้าปฏิรูปตลาดทุนด้านการลงทุนและการจัดหาเงินทุนอย่างรอบด้าน
    9. เดินหน้าเปิดประเทศ ขยายการเปิดเสรีภาคบริการ พัฒนาเขตการค้าเสรีไห่หนานอย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริมการส่งออก พัฒนาการค้าดิจิทัลปฏิรูประบบส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ปรับปรุงระบบบริการแบบบูรณาการในต่างประเทศ ส่งเสริมความร่วมมือคุณภาพสูงภายใต้โครงการสายแถบและเส้นทาง ส่งเสริมการเจรจาและลงนามข้อตกลงการค้าและการลงทุนระดับภูมิภาคทั้งทวิภาคีและพหุภาคีมากขึ้น
    10. จีนจะส่งเสริมการพัฒนาเมืองและชนบทแบบบูรณาการ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจระดับอำเภออย่างมีคุณภาพ และการฟื้นฟูชนบทอย่างรอบด้าน
    11. รักษาพื้นที่เพาะปลูกให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ควบคุมราคาธัญพืชและสินค้าเกษตรหลักให้อยู่ในระดับเหมาะสม สานต่อความสำเร็จด้านการขจัดความยากจน และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลคุณภาพสูง
    12. เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างรอบด้าน ภายใต้เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสูงสุดและความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยที่ประชุมระบุว่า จำเป็นต้องส่งเสริมนโยบายประหยัดพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมหลัก จัดทำแผนสร้างจีนให้เป็นประเทศพลังงานชั้นนำ ขยายการใช้ไฟฟ้าสีเขียว และเสริมสร้างการพัฒนาตลาดซื้อขายคาร์บอนระดับชาติ
    13. เร่งรักษาเสถียรภาพการจ้างงานของกลุ่มต่างๆ เช่น บัณฑิตจบใหม่และแรงงานย้ายถิ่น ปรับการจัดสรรทรัพยากรด้านการศึกษา ปฏิรูประบบการจ่ายเงินประกันสุขภาพ และเพิ่มการช่วยเหลือผู้ยากลำบาก
    ที่ประชุมยังเสนอให้จัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 15 ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น เริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

    เศรษฐกิจไทย

    จากการแถลงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกบทความเรื่อง “ปี 2569 จีนเตรียมหนุนเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่าย และการลงทุน ผ่านการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และการคลัง” โดยในบทความได้เน้นย้ำถึง 5 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน สำคัญจากทั้งหมด 13 มาตรการ นั่นคือ
    1. การให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ (pro-growth) และสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์ และอุปทาน ทั้งนี้ ความเสี่ยงจากสงครามการค้าจะยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองในปี 2569
    2. การใช้จ่ายในประเทศเป็นประเด็นที่เน้นย้ำในหลายรอบการประชุมของทางการจีนที่ผ่านมา รวมถึงการประชุม CEWC ในครั้งนี้ โดยปี 2569 คาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายออกมาเพิ่มเติม เช่น มาตรการ Trade in ที่คาดยังมีอยู่ในวงเงินใกล้เคียงเดิม แต่อาจจะมีขยายกลุ่มสินค้าให้กว้างขึ้น รวมถึงให้ความสำคัฐกับการใช้จ่ายในภาคบริการเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ทางการจีนน่าจะให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะยาวผ่านการสนับสนุนสวัสดิการด้านต่างๆ เพื่อหนุนความต้องการใช้จ่ายอย่างยั่งยืน
    3. มาตรการที่เกี่ยวข้องการกับการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจากทางรัฐบาลกลางคาดมีออกมาเพิ่มขึ้น หลังล่าสุดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรหดตัวของจีนหดตัว 2 เดือนติดต่อกัน
    4. นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาที่อยู่อาศัยคงค้างคาดออกมาเพิ่มเติม เช่น โครงการ Affordable housing สะท้อนว่าทางการจะมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์
    5. นโยบายการเงินยังมีทิศทางผ่อนคลายผ่านอัตราดอกเบี้ย และสัดส่วนสำรองตามกฎหมาย ขณะที่นโยบายการคลังจะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่ามาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ท้องถิ่นจะยังคงมีอยู่

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2569 ทางการจีนมีแนวโน้มตั้งเป้าหมาย GDP อยู่ที่ 5% ตามเดิม ขณะที่เป้าหมายงบประมาณขาดดุลต่อ GDP คาดอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน โดยทางการยังคงจะให้ความสำคัญกับการพึ่งพาตนเองในด้านเทคโนโลยี สนับสนุนการลงทุนในพวก AI ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดจะออกมาจะเน้นเป็นมาตรการที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว และการมีหลักประกันของครัวเรือนมากกว่าการให้วงเงินสนับสนุนจำนวนเพิ่มขึ้น ดังนั้นการฟื้นตัวของการใช้จ่ายคาดยังต้องใช้เวลา นอกจากนี้ ปัจจัยท้าทายของจีนที่สำคัญ คือ การสนับสนุนการลงทุนควบคู่ไปกับการจัดการปัญหาสงครามราคาและกำลังการผลิตส่วนเกิน (Anti-involution) ขณะที่ความเสี่ยงสงครามการค้าจะยังมีต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569
    โดยในปี 2569 จะเป็นปีที่จีนเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะเวลา 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2569-2573) จึงคาดว่าจะมีนโยบายเศรษฐกิจออกมาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการวางรากฐานเกี่ยวกับภาคการผลิต และภาคบริการ รวมถึงสวัสดิการต่างๆ ของครัวเรือนที่จะช่วยให้เกิดรายได้ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในระยะยาว

    ที่มา :


    เรียนรู้จากการพัฒนาในประเทศจีน

    อุตสาหกรรมกาแฟยูนนาน ต้นแบบการขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจท้องถิ่น’ ของจีน พร้อมต่อยอดสู่ความร่วมมือ ไทย-จีน พัฒนาธุรกิจกาแฟไทยอย่างยั่งยืน

    พลิกฟื้น เส้นทางท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง เชื่อมจีน-ไทย-ลาว ด้วยการเดินทางสี่รูปแบบ “น้ำ-บก-อากาศ-ราง”

    เรียนรู้จากการพัฒนา เรือพลังงานไฮโดรเจน–ไฟฟ้า นวัตกรรมตอกย้ำความสำเร็จของนโยบาย ‘โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว’ ในจีน

    Post Views: 316

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/12/17/china-economic-strategies-2026/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yQpr6nVjIYIqz5GbG0gLW

  • รมว.วัฒนธรรมเปิดชุมชนลำปำ พัทลุง 1 ใน 10 ชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถี ปี 2568 | TOPNEWS

    วันที่ 17 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ที่ชุมชนลำปำ ณ ศาลาเอนกประสงค์ชุมชนบ้านท่าน้ำหัวนอน ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมี ดร.นาที รัชกิจประการ นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ และประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมงาน พร้อมด้วยชาวชุมชนและประชาชนในพื้นที่

      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของชุมชน โดยนำทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่พัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์” นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ปีนี้ชุมชนลำปำได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ชุมชนต้นแบบของประเทศ พร้อมเน้นย้ำให้ชุมชนร่วมกันพัฒนาเพื่อความเข้มแข็งและเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

     รัฐมนตรีฯ ระบุว่า ชุมชนลำปำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัด มีอัตลักษณ์โดดเด่น ทั้งโบราณสถาน การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ตลาดริมคลองลำปำที่สะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิม อาหารพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงกิจกรรมตักบาตรพระทางน้ำที่หาชมได้เฉพาะที่นี่ พร้อมกล่าวว่าในปีหน้าจะบรรจุชุมชนลำปำในปฏิทินท่องเที่ยวของประเทศต่อไป

    แสงอรุณ แดงมณี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.พัทลุง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1427089&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jxKjVN_bgAVTkfUFhl4Cn

  • รมว.วัฒนธรรมเปิดชุมชนลำปำ พัทลุง 1 ใน 10 ชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถี ปี 2568 | TOPNEWS

    วันที่ 17 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ที่ชุมชนลำปำ ณ ศาลาเอนกประสงค์ชุมชนบ้านท่าน้ำหัวนอน ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมี ดร.นาที รัชกิจประการ นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ และประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมงาน พร้อมด้วยชาวชุมชนและประชาชนในพื้นที่

      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของชุมชน โดยนำทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่พัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์” นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ปีนี้ชุมชนลำปำได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ชุมชนต้นแบบของประเทศ พร้อมเน้นย้ำให้ชุมชนร่วมกันพัฒนาเพื่อความเข้มแข็งและเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

     รัฐมนตรีฯ ระบุว่า ชุมชนลำปำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัด มีอัตลักษณ์โดดเด่น ทั้งโบราณสถาน การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ตลาดริมคลองลำปำที่สะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิม อาหารพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงกิจกรรมตักบาตรพระทางน้ำที่หาชมได้เฉพาะที่นี่ พร้อมกล่าวว่าในปีหน้าจะบรรจุชุมชนลำปำในปฏิทินท่องเที่ยวของประเทศต่อไป

    แสงอรุณ แดงมณี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.พัทลุง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1427089&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jxKjVN_bgAVTkfUFhl4Cn

  • ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดแทบไม่ขยับ กลุ่มการเงินฉุดตลาด สวนทางกลุ่มไอทีที่ขยับบวก

    ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดแทบไม่ขยับ กลุ่มการเงินฉุดตลาด สวนทางกลุ่มไอทีที่ขยับบวก

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ธ.ค. 68)

    ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดแทบไม่ขยับในวันนี้ (18 ธ.ค.) หลังจากปิดตลาดลบต่อเนื่อง 3 วันทำการ โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นอีกครั้ง ประกอบกับค่าเงินรูปีที่เริ่มฟื้นตัว

    ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 84,518.33 จุด ลดลง 41.32 จุด หรือ -0.05%

    หลังเปิดตลาด หุ้น 12 จาก 16 กลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลง ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็กและดัชนีหุ้นขนาดกลางเคลื่อนไหวในกรอบทรงตัว

    สำหรับหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวลดลง 0.4% ซึ่งส่งผลหักล้างกับการปรับตัวขึ้น 0.3% ของหุ้นกลุ่มไอที

    ในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นอินเดียร่วงลงราว 0.9% เนื่องจากตลาดกังวลเรื่องเงินทุนต่างชาติไหลออกและค่าเงินรูปีที่อ่อนค่าลงทุบสถิติ ซึ่งเป็นผลมาจากความล่าช้าของข้อตกลงการค้าระหว่างอินเดียกับสหรัฐฯ

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่านักลงทุนต่างชาติหยุดขายหุ้นหลังจากเทขายต่อเนื่องมาตลอด 8 วัน โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 ธ.ค.) กลับมามียอดซื้อสุทธิ 1.172 หมื่นล้านรูปี (129.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

    โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IRBH0IQ0PKXJT2VSQYPM5SMAIIF3BRYU&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36TXr3ZHBVgiGDNiFt-ri0