Category: ไอที

  • ตราดอ่วมพิษความไม่สงบ 9 วัน สูญพันล้าน ท่องเที่ยวทรุด ยอดจองหายกว่า 80% ประเมินยืด 7 เดือน เสียหายแตะหมื่นล้าน | TOPNEWS

    จ.ตราด/(17 ธันวาคม 2568) ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด เปิดเผยถึงวิกฤตเศรษฐกิจในพื้นที่หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดน ระบุเพียง 9 วัน ความเสียหายพุ่งเป้าพันล้านบาท ขณะที่มูลค่าการค้าชายแดนที่สะสมมานานอาจแตะหลักหมื่นล้าน วอนรัฐเร่งเยียวยาภาระค่าจ้างแรงงานหลังต้องอพยพหนีภัย

    นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดตราดในขณะนี้กำลังเผชิญกับปัญหาหนักในหลายมิติ ทั้งด้านการขนส่ง แรงงาน และการค้าชายแดน โดยเฉพาะผลกระทบจากเหตุปะทะที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลเสียต่อภาคอุตสาหกรรม เกษตร และท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นในช่วง 9 วันที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบไปแล้วเกือบ 500 ล้านบาท

    ในด้านการท่องเที่ยว นายสุทธิลักษณ์ ระบุว่า สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มไม่มั่นใจและขอยกเลิกการจองห้องพัก ทั้งในพื้นที่เกาะช้างและเกาะกูด ซึ่งช่วงปลายปีมียอดจองที่พักเกือบ 100% แต่ขณะนี้ถูกยกเลิกจนเหลือเพียง 20% เท่านั้น คาดการณ์ความเสียหายเฉพาะภาคท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

    สำหรับผลกระทบต่อเนื่องจากการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าและบริการในจังหวัดพุ่งสูงขึ้นถึง 1 เท่าตัว แม้ปัจจุบันจะมีการยกเลิกเคอร์ฟิวแล้วและคาดว่าค่าขนส่งจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังราคาสินค้าและบริการในระยะถัดไป เนื่องจากเริ่มมีการแจ้งขอปรับราคาสินค้าจากผู้ผลิตหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ

    นายสุทธิลักษณ์ ระบุว่า มีความกังวลถึงปัญหาแรงงานกัมพูชาที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ และภาระของนายจ้างในพื้นที่อพยพ ได้แก่ อ.คลองใหญ่, 4 ตำบลใน อ.เมือง และ อ.บ่อไร่ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนจากสำนักงานประกันสังคมและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องการจ่ายเงินชดเชยจากการอพยพ ผู้ประกอบการบางรายต้องแบกรับค่าจ้างเดือนละ 2-3 ล้านบาท ทั้งที่ไม่มีรายได้เข้ามาเลยในช่วงนี้ ถือเป็นภาระหนักที่ต้องการความชัดเจนจากภาครัฐโดยเร็ว
    สำหรับความเสียหายนายสุทธิลักษณ์ คาดการณ์ว่า ตลอด 9 วันที่มีการปะทะกัน คาดว่ามากว่า 1,000 ล้านบาท ยังไม่รวมถึงมูลค่าการค้าชายแดนที่ขาดหายไปจากการปิดด่านเป็นเวลานาน ซึ่งหากคำนวณภาพรวมทั้งหมดคาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะสูงถึงระดับหมื่นล้านบาท

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1426806&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1syuGKtCPDOOHxUNf_wnty

  • ตราดอ่วมพิษความไม่สงบ 9 วัน สูญพันล้าน ท่องเที่ยวทรุด ยอดจองหายกว่า 80% ประเมินยืด 7 เดือน เสียหายแตะหมื่นล้าน | TOPNEWS

    จ.ตราด/(17 ธันวาคม 2568) ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด เปิดเผยถึงวิกฤตเศรษฐกิจในพื้นที่หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดน ระบุเพียง 9 วัน ความเสียหายพุ่งเป้าพันล้านบาท ขณะที่มูลค่าการค้าชายแดนที่สะสมมานานอาจแตะหลักหมื่นล้าน วอนรัฐเร่งเยียวยาภาระค่าจ้างแรงงานหลังต้องอพยพหนีภัย

    นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดตราดในขณะนี้กำลังเผชิญกับปัญหาหนักในหลายมิติ ทั้งด้านการขนส่ง แรงงาน และการค้าชายแดน โดยเฉพาะผลกระทบจากเหตุปะทะที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลเสียต่อภาคอุตสาหกรรม เกษตร และท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นในช่วง 9 วันที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบไปแล้วเกือบ 500 ล้านบาท

    ในด้านการท่องเที่ยว นายสุทธิลักษณ์ ระบุว่า สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มไม่มั่นใจและขอยกเลิกการจองห้องพัก ทั้งในพื้นที่เกาะช้างและเกาะกูด ซึ่งช่วงปลายปีมียอดจองที่พักเกือบ 100% แต่ขณะนี้ถูกยกเลิกจนเหลือเพียง 20% เท่านั้น คาดการณ์ความเสียหายเฉพาะภาคท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

    สำหรับผลกระทบต่อเนื่องจากการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าและบริการในจังหวัดพุ่งสูงขึ้นถึง 1 เท่าตัว แม้ปัจจุบันจะมีการยกเลิกเคอร์ฟิวแล้วและคาดว่าค่าขนส่งจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังราคาสินค้าและบริการในระยะถัดไป เนื่องจากเริ่มมีการแจ้งขอปรับราคาสินค้าจากผู้ผลิตหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ

    นายสุทธิลักษณ์ ระบุว่า มีความกังวลถึงปัญหาแรงงานกัมพูชาที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ และภาระของนายจ้างในพื้นที่อพยพ ได้แก่ อ.คลองใหญ่, 4 ตำบลใน อ.เมือง และ อ.บ่อไร่ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนจากสำนักงานประกันสังคมและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องการจ่ายเงินชดเชยจากการอพยพ ผู้ประกอบการบางรายต้องแบกรับค่าจ้างเดือนละ 2-3 ล้านบาท ทั้งที่ไม่มีรายได้เข้ามาเลยในช่วงนี้ ถือเป็นภาระหนักที่ต้องการความชัดเจนจากภาครัฐโดยเร็ว
    สำหรับความเสียหายนายสุทธิลักษณ์ คาดการณ์ว่า ตลอด 9 วันที่มีการปะทะกัน คาดว่ามากว่า 1,000 ล้านบาท ยังไม่รวมถึงมูลค่าการค้าชายแดนที่ขาดหายไปจากการปิดด่านเป็นเวลานาน ซึ่งหากคำนวณภาพรวมทั้งหมดคาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะสูงถึงระดับหมื่นล้านบาท

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1426806&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1syuGKtCPDOOHxUNf_wnty

  • “เนรมิตรหนัง ฟิล์ม” ส่งตัวอย่างแรก “โอมุคาเดะ” เผยโฉมปีศาจตะขาบในตำนานพร้อมไล่ล่า 22 ม.ค.นี้

    เปิดปฐมบทปีศาจตะขาบยักษ์ในตำนานที่จะไล่ล่าคร่าชีวิตผู้รุกราน! “เนรมิตรหนัง ฟิล์ม” ร่วมกับ “ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” ส่งตัวอย่างแรกของภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นระทึกขวัญ “Omukade” …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/variety/entertainment/117552&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CuhatkmjYBHUP35wuB_iB

  • ตราดอ่วมพิษความไม่สงบ 9 วัน สูญพันล้าน ท่องเที่ยวทรุด ยอดจองหายกว่า 80% ประเมินยืด 7 เดือน เสียหายแตะหมื่นล้าน | TOPNEWS

    จ.ตราด/(17 ธันวาคม 2568) ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด เปิดเผยถึงวิกฤตเศรษฐกิจในพื้นที่หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดน ระบุเพียง 9 วัน ความเสียหายพุ่งเป้าพันล้านบาท ขณะที่มูลค่าการค้าชายแดนที่สะสมมานานอาจแตะหลักหมื่นล้าน วอนรัฐเร่งเยียวยาภาระค่าจ้างแรงงานหลังต้องอพยพหนีภัย

    นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดตราดในขณะนี้กำลังเผชิญกับปัญหาหนักในหลายมิติ ทั้งด้านการขนส่ง แรงงาน และการค้าชายแดน โดยเฉพาะผลกระทบจากเหตุปะทะที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลเสียต่อภาคอุตสาหกรรม เกษตร และท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นในช่วง 9 วันที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบไปแล้วเกือบ 500 ล้านบาท

    ในด้านการท่องเที่ยว นายสุทธิลักษณ์ ระบุว่า สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มไม่มั่นใจและขอยกเลิกการจองห้องพัก ทั้งในพื้นที่เกาะช้างและเกาะกูด ซึ่งช่วงปลายปีมียอดจองที่พักเกือบ 100% แต่ขณะนี้ถูกยกเลิกจนเหลือเพียง 20% เท่านั้น คาดการณ์ความเสียหายเฉพาะภาคท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

    สำหรับผลกระทบต่อเนื่องจากการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าและบริการในจังหวัดพุ่งสูงขึ้นถึง 1 เท่าตัว แม้ปัจจุบันจะมีการยกเลิกเคอร์ฟิวแล้วและคาดว่าค่าขนส่งจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังราคาสินค้าและบริการในระยะถัดไป เนื่องจากเริ่มมีการแจ้งขอปรับราคาสินค้าจากผู้ผลิตหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ

    นายสุทธิลักษณ์ ระบุว่า มีความกังวลถึงปัญหาแรงงานกัมพูชาที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ และภาระของนายจ้างในพื้นที่อพยพ ได้แก่ อ.คลองใหญ่, 4 ตำบลใน อ.เมือง และ อ.บ่อไร่ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนจากสำนักงานประกันสังคมและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องการจ่ายเงินชดเชยจากการอพยพ ผู้ประกอบการบางรายต้องแบกรับค่าจ้างเดือนละ 2-3 ล้านบาท ทั้งที่ไม่มีรายได้เข้ามาเลยในช่วงนี้ ถือเป็นภาระหนักที่ต้องการความชัดเจนจากภาครัฐโดยเร็ว
    สำหรับความเสียหายนายสุทธิลักษณ์ คาดการณ์ว่า ตลอด 9 วันที่มีการปะทะกัน คาดว่ามากว่า 1,000 ล้านบาท ยังไม่รวมถึงมูลค่าการค้าชายแดนที่ขาดหายไปจากการปิดด่านเป็นเวลานาน ซึ่งหากคำนวณภาพรวมทั้งหมดคาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะสูงถึงระดับหมื่นล้านบาท

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1426806&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1syuGKtCPDOOHxUNf_wnty

  • ตราดอ่วมพิษความไม่สงบ 9 วัน สูญพันล้าน ท่องเที่ยวทรุด ยอดจองหายกว่า 80% ประเมินยืด 7 เดือน เสียหายแตะหมื่นล้าน | TOPNEWS

    จ.ตราด/(17 ธันวาคม 2568) ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด เปิดเผยถึงวิกฤตเศรษฐกิจในพื้นที่หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดน ระบุเพียง 9 วัน ความเสียหายพุ่งเป้าพันล้านบาท ขณะที่มูลค่าการค้าชายแดนที่สะสมมานานอาจแตะหลักหมื่นล้าน วอนรัฐเร่งเยียวยาภาระค่าจ้างแรงงานหลังต้องอพยพหนีภัย

    นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดตราดในขณะนี้กำลังเผชิญกับปัญหาหนักในหลายมิติ ทั้งด้านการขนส่ง แรงงาน และการค้าชายแดน โดยเฉพาะผลกระทบจากเหตุปะทะที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลเสียต่อภาคอุตสาหกรรม เกษตร และท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นในช่วง 9 วันที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบไปแล้วเกือบ 500 ล้านบาท

    ในด้านการท่องเที่ยว นายสุทธิลักษณ์ ระบุว่า สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มไม่มั่นใจและขอยกเลิกการจองห้องพัก ทั้งในพื้นที่เกาะช้างและเกาะกูด ซึ่งช่วงปลายปีมียอดจองที่พักเกือบ 100% แต่ขณะนี้ถูกยกเลิกจนเหลือเพียง 20% เท่านั้น คาดการณ์ความเสียหายเฉพาะภาคท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

    สำหรับผลกระทบต่อเนื่องจากการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าและบริการในจังหวัดพุ่งสูงขึ้นถึง 1 เท่าตัว แม้ปัจจุบันจะมีการยกเลิกเคอร์ฟิวแล้วและคาดว่าค่าขนส่งจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังราคาสินค้าและบริการในระยะถัดไป เนื่องจากเริ่มมีการแจ้งขอปรับราคาสินค้าจากผู้ผลิตหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ

    นายสุทธิลักษณ์ ระบุว่า มีความกังวลถึงปัญหาแรงงานกัมพูชาที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ และภาระของนายจ้างในพื้นที่อพยพ ได้แก่ อ.คลองใหญ่, 4 ตำบลใน อ.เมือง และ อ.บ่อไร่ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนจากสำนักงานประกันสังคมและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องการจ่ายเงินชดเชยจากการอพยพ ผู้ประกอบการบางรายต้องแบกรับค่าจ้างเดือนละ 2-3 ล้านบาท ทั้งที่ไม่มีรายได้เข้ามาเลยในช่วงนี้ ถือเป็นภาระหนักที่ต้องการความชัดเจนจากภาครัฐโดยเร็ว
    สำหรับความเสียหายนายสุทธิลักษณ์ คาดการณ์ว่า ตลอด 9 วันที่มีการปะทะกัน คาดว่ามากว่า 1,000 ล้านบาท ยังไม่รวมถึงมูลค่าการค้าชายแดนที่ขาดหายไปจากการปิดด่านเป็นเวลานาน ซึ่งหากคำนวณภาพรวมทั้งหมดคาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะสูงถึงระดับหมื่นล้านบาท

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1426806&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1syuGKtCPDOOHxUNf_wnty

  • เปิดลิสต์ 10 จุดหมายปลายทางมาแรง 2026-2027 ที่นักเดินทางทั่วโลกกำลังจับตา

              เตรียมตัวออกเดินทางสู่ 10 จุดหมายปลายทางมาแรงในปี 2026-2027 ทั้งธรรมชาติ วิวสวย วัฒนธรรม และกิจกรรมเฉพาะตัว เหมาะกับสายชิลและสายผจญภัย

              นักเดินทางทั่วโลกกำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ สถานที่ท่องเที่ยว หรือจุดหมายที่แตกต่างจากเดิม ในปี 2026-2027 Unforgettable Travel Company ได้คัดเลือก 10 จุดหมายปลายทางมาแรง ที่เต็มไปด้วยวิวธรรมชาติสุดอลังการ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมเฉพาะตัว เหมาะทั้งสายชิลและสายผจญภัย พร้อมสร้างความทรงจำไม่รู้ลืมให้ทุกทริป ถ้าคุณกำลังวางแผนการเดินทางปีหน้า นี่คือรายชื่อที่ห้ามพลาด

    จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว
    2026-2027 มาแรง

    1. French Riviera ประเทศฝรั่งเศส

              เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีฟ้าใส เมืองตากอากาศสุดหรู และวัฒนธรรมฝรั่งเศสอันมีเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศชิค ๆ ของนีซ ความหรูหราของโมนาโก ความโรแมนติกของแซงต์-โตรเปซ์ ไปจนถึงหมู่บ้านริมเขาสุดคลาสสิกอย่างเอซและมองตง ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายศิลปะ อาหาร และไวน์ระดับโลก เหมาะทั้งสายพักผ่อนริมทะเล สายถ่ายรูป สายคาเฟ่ และสายไลฟ์สไตล์หรูแบบไม่เร่งรีบ หากใครกำลังมองหาทริปยุโรปที่ให้ทั้งความสวยงาม ความสงบ และความพรีเมียมในทริปเดียว French Riviera คือคำตอบที่น่าปักหมุดไว้ล่วงหน้าอย่างยิ่ง

    French Riviera ฝรั่งเศส

    2. The Cotswolds ประเทศอังกฤษ

              The Cotswolds กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของอังกฤษ สำหรับนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ยุโรปแบบสโลว์ไลฟ์และโรแมนติก ด้วยเสน่ห์ของหมู่บ้านหินสีฮันนีย์สโตน ถนนเล็ก ๆ คดเคี้ยว ทุ่งหญ้าและเนินเขาเขียวขจี พร้อมบ้านหลังคามุงหญ้าและสวนดอกไม้สวยราวภาพวาด นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในหมู่บ้านชื่อดังอย่าง Bourton-on-the-Water, Bibury และ Stow-on-the-Wold แวะคาเฟ่ท้องถิ่น ผับอังกฤษดั้งเดิม และที่พักสไตล์คอตเทจสุดอบอุ่น เหมาะทั้งสายถ่ายรูป สายพักผ่อน และผู้ที่อยากหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ หากกำลังวางแผนทริปอังกฤษในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า The Cotswolds คือจุดหมายที่ให้ทั้งความสงบ ความคลาสสิก และเสน่ห์แบบอังกฤษแท้ ๆ ที่ควรปักหมุดไว้

    The Cotswolds อังกฤษ

    3. The Dolomites ประเทศอิตาลี

              เทือกเขาสุดยิ่งใหญ่ทางตอนเหนือของอิตาลี ด้วยภูมิประเทศอันโดดเด่นของยอดเขาหินปูนรูปทรงแปลกตา ทะเลสาบสีเขียวมรกต และทุ่งหญ้าอัลไพน์กว้างสุดสายตา ที่นี่เหมาะทั้งสายธรรมชาติ สายแอดเวนเจอร์ และสายถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเขาชมวิวที่ Seceda และ Tre Cime di Lavaredo การปั่นจักรยาน ทัวร์ถนนสายพาโนรามา หรือพักผ่อนในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ผสานวัฒนธรรมอิตาเลียนกับกลิ่นอายออสเตรียได้อย่างลงตัว หากใครกำลังมองหาทริปยุโรปที่ให้ความอลังการของธรรมชาติควบคู่ความสงบและคุณภาพชีวิต The Dolomites คือจุดหมายที่ควรรีบปักหมุดไว้ล่วงหน้าในแผนเที่ยว

    The Dolomites อิตาลี

    4. Seoul ประเทศเกาหลีใต้

              โซล (Seoul) ยังคงครองตำแหน่งหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของเอเชียอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสน่ห์ของเมืองที่ผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นย่านพระราชวังเคียงบกกุงและหมู่บ้านบุกชอนฮันอก ก่อนเปลี่ยนอารมณ์ไปช้อปปิ้ง คาเฟ่ และแฟชั่นในฮงแด เมียงดง และคังนัม พร้อมอินกับกระแส K-pop, ซีรีส์เกาหลี และอาหารสตรีตฟู้ดที่พัฒนาไม่หยุด ทั้งยังมีสวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว และจุดชมวิวเมืองที่เหมาะกับการพักผ่อนแบบคนเมืองรุ่นใหม่ หากใครกำลังมองหาทริปที่ครบทั้งวัฒนธรรม ความสนุก ความสะดวก และเทรนด์ล่าสุด โซลนี่แหละตอบโจทย์สุด ๆ

    Seoul เกาหลีใต้

    5. Slovenia

              ประเทศเล็ก ๆ กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของยุโรป สำหรับนักเดินทางที่มองหาธรรมชาติสวยบริสุทธิ์และบรรยากาศเงียบสงบแต่คุณภาพสูง ประเทศนี้โดดเด่นด้วยทะเลสาบเบลดที่มีโบสถ์กลางน้ำราวเทพนิยาย เทือกเขาแอลป์จูเลียน ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ และเมืองหลวงลูบลิยานาที่น่ารักเป็นมิตรต่อการเดินเท้า อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาหารท้องถิ่นคุณภาพดี และค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลกว่าเมืองท่องเที่ยวหลักในยุโรปตะวันตก หากใครอยากค้นพบประเทศที่สวย สงบ และยังไม่แมสเกินไป Slovenia คือหมุดหมายที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

    Slovenia สโลวีเนีย

    6. Zambia

              Zambia กำลังถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของแอฟริกา ประเทศนี้โดดเด่นด้วยน้ำตกวิกตอเรียอันยิ่งใหญ่ หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดของโลก พร้อมซาฟารีคุณภาพสูงในอุทยานแห่งชาติอย่าง South Luangwa และ Lower Zambezi ที่ขึ้นชื่อเรื่องการชมสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดและเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวยังสามารถล่องเรือแม่น้ำแซมบีซี ชมพระอาทิตย์ตก หรือพักในซาฟารีลอดจ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์ ให้ทั้งความตื่นตา ความสงบ และประสบการณ์ระดับลึก หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

    Zambia แซมเบีย

    7. Hokkaido ปนะเทศญี่ปุ่น

              ฮอกไกโด กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรง โดยเฉพาะในหมู่นักเดินทางที่มองหาธรรมชาติสวย อากาศดี และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ไม่แออัดเท่าเมืองหลัก โดดเด่นด้วยทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตาในบิเอะและฟุราโนะ ทะเลสาบใส ภูเขา และอุทยานแห่งชาติที่เหมาะทั้งการเดินเขาและพักผ่อนตามฤดูกาล อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่ นมและของหวานคุณภาพสูง รวมถึงออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติหิมะในฤดูหนาว ไม่ว่าจะมาเที่ยวฤดูไหนก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว สวยและน่าประทับใจเกินคำบรรยาย

    Hokkaido ญี่ปุ่น

    8. Istria ประเทศโครเอเชีย

              คาบสมุทรทางตอนเหนือของโครเอเชีย สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลยุโรปในมุมละเมียดและมีรสนิยม ที่นี่ผสมผสานกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนเข้ากับวัฒนธรรมอิตาเลียนได้อย่างมีเสน่ห์ ตั้งแต่เมืองเก่าริมทะเลอย่าง Rovinj ที่บ้านสีพาสเทลเรียงตัวตามชายฝั่ง ไปจนถึงหมู่บ้านกลางเนินเขาและไร่องุ่นที่ผลิตไวน์และทรัฟเฟิลชื่อดัง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาช้า ๆ กับการชิมอาหารท้องถิ่น เดินเล่นเมืองหินโบราณ ปั่นจักรยานเลียบชายฝั่ง หรือชมพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลเอเดรียติก ใครออยากเที่ยวยุโรปที่ยังคงความสวยดิบ ความสงบ และประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมแบบไม่เร่งรีบ ลองวางแผนทริปเที่ยวกันได้เลย

    Istria โครเอเชีย

    9. The Peloponnese ประเทศกรีซ

              ตั้งอยู่ทางคาบสมุทรทางตอนใต้ของกรีซ ที่นี่คือดินแดนซึ่งเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์กรีกโบราณ ชายฝั่งทะเลสีฟ้าเข้ม และวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวท้องถิ่นหลอมรวมกันอย่างกลมกลืน ตั้งแต่เมืองโบราณอย่าง Mycenae และ Epidaurus ไปจนถึงหมู่บ้านหินบนเนินเขา ชายหาดเงียบสงบ และไร่มะกอกทอดยาวสุดสายตา Peloponnese เหมาะกับการขับรถเที่ยวแบบโรดทริป แวะชิมอาหารกรีกแท้ ๆ และซึมซับบรรยากาศเมดิเตอร์เรเนียนที่ยังไม่ถูกรบกวนด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก หากกำลังมองหาปลายทางที่ให้ทั้งเรื่องราว วัฒนธรรม และความสงบในทริปเดียว Peloponnese คือกรีซในเวอร์ชันที่น่าหลงใหลและควรค่าแก่การไปเยือนในอนาคตอันใกล้

    The Peloponnese กรีซ

    10. กระบี่ ประเทศไทย

              จังหวัดทางใต้ของไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดน้ำใส หน้าผาหินปูนสูง และลากูนสีมรกต ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักรีสอร์ตวิวหน้าผาหินปูนอันเป็นเอกลักษณ์ ออกเรือไปสัมผัสเกาะเล็กเกาะน้อยที่ยังคงความใสของน้ำทะเล หรือใช้เวลาช้า ๆ กับคาเฟ่และร้านอาหารท้องถิ่นที่ยกระดับวัตถุดิบพื้นถิ่นสู่เมนูร่วมสมัย กระบี่จึงไม่ใช่แค่เมืองทะเลสำหรับการมาเยือนครั้งเดียว แต่เป็นปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งสายพักผ่อน สายธรรมชาติ และนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์เรียบหรู ไม่เร่งรีบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนทริปในครั้งต่อไป

    กระบี่ ประเทศไทย

             ไม่ว่าคุณจะชอบชายหาด ภูเขา ซาฟารี หรือเมืองสุดชิค ทั้ง 10 จุดหมายปลายทางนี้น่าสนใจและพร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ สำหรับการวางแผนทริปปีหน้า หากมีโอกาสก็ปักหมุดไว้แล้วตามไปเที่ยวกันนะ

    บทความ ที่เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวต่างประเทศ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์ unforgettabletravel.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://travel.kapook.com/view297337.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-JRwqbEqy0p7sIuC_H3oB

  • เปิดลิสต์ 10 จุดหมายปลายทางมาแรง 2026-2027 ที่นักเดินทางทั่วโลกกำลังจับตา

              เตรียมตัวออกเดินทางสู่ 10 จุดหมายปลายทางมาแรงในปี 2026-2027 ทั้งธรรมชาติ วิวสวย วัฒนธรรม และกิจกรรมเฉพาะตัว เหมาะกับสายชิลและสายผจญภัย

              นักเดินทางทั่วโลกกำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ สถานที่ท่องเที่ยว หรือจุดหมายที่แตกต่างจากเดิม ในปี 2026-2027 Unforgettable Travel Company ได้คัดเลือก 10 จุดหมายปลายทางมาแรง ที่เต็มไปด้วยวิวธรรมชาติสุดอลังการ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมเฉพาะตัว เหมาะทั้งสายชิลและสายผจญภัย พร้อมสร้างความทรงจำไม่รู้ลืมให้ทุกทริป ถ้าคุณกำลังวางแผนการเดินทางปีหน้า นี่คือรายชื่อที่ห้ามพลาด

    จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว
    2026-2027 มาแรง

    1. French Riviera ประเทศฝรั่งเศส

              เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีฟ้าใส เมืองตากอากาศสุดหรู และวัฒนธรรมฝรั่งเศสอันมีเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศชิค ๆ ของนีซ ความหรูหราของโมนาโก ความโรแมนติกของแซงต์-โตรเปซ์ ไปจนถึงหมู่บ้านริมเขาสุดคลาสสิกอย่างเอซและมองตง ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายศิลปะ อาหาร และไวน์ระดับโลก เหมาะทั้งสายพักผ่อนริมทะเล สายถ่ายรูป สายคาเฟ่ และสายไลฟ์สไตล์หรูแบบไม่เร่งรีบ หากใครกำลังมองหาทริปยุโรปที่ให้ทั้งความสวยงาม ความสงบ และความพรีเมียมในทริปเดียว French Riviera คือคำตอบที่น่าปักหมุดไว้ล่วงหน้าอย่างยิ่ง

    French Riviera ฝรั่งเศส

    2. The Cotswolds ประเทศอังกฤษ

              The Cotswolds กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของอังกฤษ สำหรับนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ยุโรปแบบสโลว์ไลฟ์และโรแมนติก ด้วยเสน่ห์ของหมู่บ้านหินสีฮันนีย์สโตน ถนนเล็ก ๆ คดเคี้ยว ทุ่งหญ้าและเนินเขาเขียวขจี พร้อมบ้านหลังคามุงหญ้าและสวนดอกไม้สวยราวภาพวาด นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในหมู่บ้านชื่อดังอย่าง Bourton-on-the-Water, Bibury และ Stow-on-the-Wold แวะคาเฟ่ท้องถิ่น ผับอังกฤษดั้งเดิม และที่พักสไตล์คอตเทจสุดอบอุ่น เหมาะทั้งสายถ่ายรูป สายพักผ่อน และผู้ที่อยากหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ หากกำลังวางแผนทริปอังกฤษในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า The Cotswolds คือจุดหมายที่ให้ทั้งความสงบ ความคลาสสิก และเสน่ห์แบบอังกฤษแท้ ๆ ที่ควรปักหมุดไว้

    The Cotswolds อังกฤษ

    3. The Dolomites ประเทศอิตาลี

              เทือกเขาสุดยิ่งใหญ่ทางตอนเหนือของอิตาลี ด้วยภูมิประเทศอันโดดเด่นของยอดเขาหินปูนรูปทรงแปลกตา ทะเลสาบสีเขียวมรกต และทุ่งหญ้าอัลไพน์กว้างสุดสายตา ที่นี่เหมาะทั้งสายธรรมชาติ สายแอดเวนเจอร์ และสายถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเขาชมวิวที่ Seceda และ Tre Cime di Lavaredo การปั่นจักรยาน ทัวร์ถนนสายพาโนรามา หรือพักผ่อนในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ผสานวัฒนธรรมอิตาเลียนกับกลิ่นอายออสเตรียได้อย่างลงตัว หากใครกำลังมองหาทริปยุโรปที่ให้ความอลังการของธรรมชาติควบคู่ความสงบและคุณภาพชีวิต The Dolomites คือจุดหมายที่ควรรีบปักหมุดไว้ล่วงหน้าในแผนเที่ยว

    The Dolomites อิตาลี

    4. Seoul ประเทศเกาหลีใต้

              โซล (Seoul) ยังคงครองตำแหน่งหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของเอเชียอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสน่ห์ของเมืองที่ผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นย่านพระราชวังเคียงบกกุงและหมู่บ้านบุกชอนฮันอก ก่อนเปลี่ยนอารมณ์ไปช้อปปิ้ง คาเฟ่ และแฟชั่นในฮงแด เมียงดง และคังนัม พร้อมอินกับกระแส K-pop, ซีรีส์เกาหลี และอาหารสตรีตฟู้ดที่พัฒนาไม่หยุด ทั้งยังมีสวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว และจุดชมวิวเมืองที่เหมาะกับการพักผ่อนแบบคนเมืองรุ่นใหม่ หากใครกำลังมองหาทริปที่ครบทั้งวัฒนธรรม ความสนุก ความสะดวก และเทรนด์ล่าสุด โซลนี่แหละตอบโจทย์สุด ๆ

    Seoul เกาหลีใต้

    5. Slovenia

              ประเทศเล็ก ๆ กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของยุโรป สำหรับนักเดินทางที่มองหาธรรมชาติสวยบริสุทธิ์และบรรยากาศเงียบสงบแต่คุณภาพสูง ประเทศนี้โดดเด่นด้วยทะเลสาบเบลดที่มีโบสถ์กลางน้ำราวเทพนิยาย เทือกเขาแอลป์จูเลียน ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ และเมืองหลวงลูบลิยานาที่น่ารักเป็นมิตรต่อการเดินเท้า อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาหารท้องถิ่นคุณภาพดี และค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลกว่าเมืองท่องเที่ยวหลักในยุโรปตะวันตก หากใครอยากค้นพบประเทศที่สวย สงบ และยังไม่แมสเกินไป Slovenia คือหมุดหมายที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

    Slovenia สโลวีเนีย

    6. Zambia

              Zambia กำลังถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของแอฟริกา ประเทศนี้โดดเด่นด้วยน้ำตกวิกตอเรียอันยิ่งใหญ่ หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดของโลก พร้อมซาฟารีคุณภาพสูงในอุทยานแห่งชาติอย่าง South Luangwa และ Lower Zambezi ที่ขึ้นชื่อเรื่องการชมสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดและเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวยังสามารถล่องเรือแม่น้ำแซมบีซี ชมพระอาทิตย์ตก หรือพักในซาฟารีลอดจ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์ ให้ทั้งความตื่นตา ความสงบ และประสบการณ์ระดับลึก หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

    Zambia แซมเบีย

    7. Hokkaido ปนะเทศญี่ปุ่น

              ฮอกไกโด กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรง โดยเฉพาะในหมู่นักเดินทางที่มองหาธรรมชาติสวย อากาศดี และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ไม่แออัดเท่าเมืองหลัก โดดเด่นด้วยทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตาในบิเอะและฟุราโนะ ทะเลสาบใส ภูเขา และอุทยานแห่งชาติที่เหมาะทั้งการเดินเขาและพักผ่อนตามฤดูกาล อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่ นมและของหวานคุณภาพสูง รวมถึงออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติหิมะในฤดูหนาว ไม่ว่าจะมาเที่ยวฤดูไหนก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว สวยและน่าประทับใจเกินคำบรรยาย

    Hokkaido ญี่ปุ่น

    8. Istria ประเทศโครเอเชีย

              คาบสมุทรทางตอนเหนือของโครเอเชีย สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลยุโรปในมุมละเมียดและมีรสนิยม ที่นี่ผสมผสานกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนเข้ากับวัฒนธรรมอิตาเลียนได้อย่างมีเสน่ห์ ตั้งแต่เมืองเก่าริมทะเลอย่าง Rovinj ที่บ้านสีพาสเทลเรียงตัวตามชายฝั่ง ไปจนถึงหมู่บ้านกลางเนินเขาและไร่องุ่นที่ผลิตไวน์และทรัฟเฟิลชื่อดัง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาช้า ๆ กับการชิมอาหารท้องถิ่น เดินเล่นเมืองหินโบราณ ปั่นจักรยานเลียบชายฝั่ง หรือชมพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลเอเดรียติก ใครออยากเที่ยวยุโรปที่ยังคงความสวยดิบ ความสงบ และประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมแบบไม่เร่งรีบ ลองวางแผนทริปเที่ยวกันได้เลย

    Istria โครเอเชีย

    9. The Peloponnese ประเทศกรีซ

              ตั้งอยู่ทางคาบสมุทรทางตอนใต้ของกรีซ ที่นี่คือดินแดนซึ่งเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์กรีกโบราณ ชายฝั่งทะเลสีฟ้าเข้ม และวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวท้องถิ่นหลอมรวมกันอย่างกลมกลืน ตั้งแต่เมืองโบราณอย่าง Mycenae และ Epidaurus ไปจนถึงหมู่บ้านหินบนเนินเขา ชายหาดเงียบสงบ และไร่มะกอกทอดยาวสุดสายตา Peloponnese เหมาะกับการขับรถเที่ยวแบบโรดทริป แวะชิมอาหารกรีกแท้ ๆ และซึมซับบรรยากาศเมดิเตอร์เรเนียนที่ยังไม่ถูกรบกวนด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก หากกำลังมองหาปลายทางที่ให้ทั้งเรื่องราว วัฒนธรรม และความสงบในทริปเดียว Peloponnese คือกรีซในเวอร์ชันที่น่าหลงใหลและควรค่าแก่การไปเยือนในอนาคตอันใกล้

    The Peloponnese กรีซ

    10. กระบี่ ประเทศไทย

              จังหวัดทางใต้ของไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดน้ำใส หน้าผาหินปูนสูง และลากูนสีมรกต ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักรีสอร์ตวิวหน้าผาหินปูนอันเป็นเอกลักษณ์ ออกเรือไปสัมผัสเกาะเล็กเกาะน้อยที่ยังคงความใสของน้ำทะเล หรือใช้เวลาช้า ๆ กับคาเฟ่และร้านอาหารท้องถิ่นที่ยกระดับวัตถุดิบพื้นถิ่นสู่เมนูร่วมสมัย กระบี่จึงไม่ใช่แค่เมืองทะเลสำหรับการมาเยือนครั้งเดียว แต่เป็นปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งสายพักผ่อน สายธรรมชาติ และนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์เรียบหรู ไม่เร่งรีบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนทริปในครั้งต่อไป

    กระบี่ ประเทศไทย

             ไม่ว่าคุณจะชอบชายหาด ภูเขา ซาฟารี หรือเมืองสุดชิค ทั้ง 10 จุดหมายปลายทางนี้น่าสนใจและพร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ สำหรับการวางแผนทริปปีหน้า หากมีโอกาสก็ปักหมุดไว้แล้วตามไปเที่ยวกันนะ

    บทความ ที่เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวต่างประเทศ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์ unforgettabletravel.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://travel.kapook.com/view297337.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-JRwqbEqy0p7sIuC_H3oB

  • ทิพยประกันภัยร่วมมือหัวเว่ย-ดาต้าวัน เอเชีย-ซิโนซอฟต์พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารงานประกันภัยแบบครบวงจร

    ทิพยประกันภัยร่วมมือหัวเว่ย-ดาต้าวัน เอเชีย-ซิโนซอฟต์พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารงานประกันภัยแบบครบวงจร

    ทิพยประกันภัยร่วมมือหัวเว่ย-ดาต้าวัน เอเชีย-ซิโนซอฟต์พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารงานประกันภัยแบบครบวงจร

    หัวเว่ย ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไอทีให้กับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ให้บริการประกันภัยชั้นนำของไทย เพื่อก้าวสู่การเป็น “ผู้ให้บริการประกันแห่งอนาคต” ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท ซิโนซอฟต์ จำกัด ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ประกันภัยชั้นนำของจีน และบริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ซิสเต็มส์ อินทิเกรเตอร์แถวหน้าของไทย โดยทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาระบบบริหารงานประกันภัยแบบครบวงจร (Core Insurance) ของทิพยประกันภัย เพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง

    โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีล่าสุดล่าสุด ซึ่งพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยธุรกิจการเงินดิจิทัลของหัวเว่ย และบริษัทซิโนซอฟต์ โดยใช้เทคโนโลยี Huawei Cloud Stack (HCS) ฐานข้อมูล GaussDB พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลและเครือข่ายประสิทธิภาพสูง เพื่อรองรับการอัปเกรดระบบที่เสถียรและเชื่อถือได้ ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายโครงการ RongHai Program ของหัวเว่ยสู่ระดับสากล ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชันทางการเงินร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก

    นายเจสัน เชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหัวเว่ยดิจิทัลไฟแนนซ์ กล่าวขอบคุณบริษัททิพยประกันภัยสำหรับความไว้วางใจที่มีต่อหัวเว่ย โดยระบุว่าหัวเว่ยได้นำความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานานนับปีในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของอุตสาหกรรมประกันภัยในจีนมาพัฒนาร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ เพื่อส่งมอบโซลูชันการบริหารจัดการระบบหลักที่ช่วยเสริมสร้างรากฐานดิจิทัลให้แก่บริษัทประกันภัยทั่วโลก และเร่งการพัฒนาสู่ยุคของความชาญฉลาดทางธุรกิจผ่านโครงการ RongHai Program หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์อิสระชั้นนำของจีน ผู้ให้บริการติดตั้งระบบในท้องถิ่นที่โดดเด่น และลูกค้าในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกันทุกฝ่าย โดยโครงการในครั้งนี้ยังจัดเป็นผลงานความร่วมมือที่โดดเด่นในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

    นายวิลเลี่ยม จาง ประธานธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่าเป็นโอกาสสำคัญที่หัวเว่ยจะได้นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมประกันภัยในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้ทิพยประกันภัยสามารถยกระดับแพลตฟอร์มหลักของการบริหารจัดการงานประกันภัย เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

    “ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเป็นผู้บุกเบิกอนาคตของการประกันภัยในประเทศไทย เราไม่เพียงแค่มอบบริการเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เรากำลังสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อร่วมสร้างโซลูชันที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของทิพยประกันภัยในการให้บริการลูกค้า สร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมประกันภัยของไทย” นายจาง กล่าว

    นายจั่ว ชุน ประธานบริษัทซิโนซอฟต์ จำกัด เน้นย้ำบทบาทของซิโนซอฟต์ในฐานะผู้ให้บริการซอฟต์แวร์หลักที่ทำงานร่วมกับหัวเว่ยและดาต้าวัน เพื่อขับเคลื่อนโครงการระบบประกันภัยขนาดใหญ่นี้ และยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการสร้างโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และพร้อมสำหรับอนาคตของทิพยประกันภัย รวมถึงลูกค้าของบริษัท

    ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิพยประกันภัยยังคงยืนยันความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 74 ปีในการให้บริการที่น่าเชื่อถือแก่หน่วยงานราชการ บริษัทขนาดใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี และลูกค้าประกันภัยรายบุคคล บริษัทได้สร้างชื่อเสียงในด้านความน่าเชื่อถือ การให้ความคุ้มครอง และความอุ่นใจ ซึ่งบริษัทจะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อสร้างโซลูชันประกันภัยที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลและตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มมากยิ่งขึ้น

    “Core System เป็นหัวใจสำคัญของระบบไอทีสำหรับทุกองค์กร โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมประกันภัยที่ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจเป็นสิ่งท่ำสำคัญที่สุดสำหรับทั้งลูกค้ารายบุคคลจนถึงระดับองค์กร ซึ่งความร่วมมือกับหัวเว่ย, ซิโนซอฟต์ และดาต้าวันถือเป็นก้าวสำคัญที่เสริมความมั่นใจในระบบของเรา และเสริมรากฐานทางเทคโนโลยีของบริษัทเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต” ดร.สมพรกล่าว

    นางโสจิพรรณ วัชโรบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นการรวมพลังของผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำเพื่อสนับสนุนทิพยประกันภัยในการยกระดับระบบโครงสร้างพื้นฐานหลักและวางรากฐานสำหรับบริการประกันภัยที่เน้นนวัตกรรมและมุ่งสู่อนาคตในประเทศไทย โดยดาต้าวัน ยังคงเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในการให้บริการโซลูชันไอทีแบบครบวงจรและให้บริการแก่ภาคส่วนต่างๆ เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน ประกันภัย โรงพยาบาล โทรคมนาคม ค้าปลีก และหน่วยงานราชการ ด้วยประสบการณ์กว่า 35 ปีในธุรกิจโซลูชันไอทีในไทย ซึ่งบริษัทมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรและบุคลากรด้านไอทีอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างคุณค่าให้แก่อุตสาหกรรมทั้งในประเทศและภูมิภาค

    “ดาต้าวัน เชื่อว่าสังคมจะได้รับประโยชน์เมื่อเทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมและการให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป เราจะคงบทบาทเป็นตัวเร่งให้แก่ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมไอทีของประเทศไทยต่อไป” นางโสจิพรรณ กล่าว


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12774485&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00hOmNclFUeewkd0-MoZE9

  • ปรมาณูเพื่อสันติกระทรวง อว. ยกระดับความปลอดภัยด้วยกฎหมายและระบบกำกับดูแล พร้อมเดินหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตรฐานปลอดภัยขนาดเล็ก (SMR)

    ปรมาณูเพื่อสันติกระทรวง อว. ยกระดับความปลอดภัยด้วยกฎหมายและระบบกำกับดูแล พร้อมเดินหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตรฐานปลอดภัยขนาดเล็ก (SMR)

    ไอที

    ปรมาณูเพื่อสันติกระทรวง อว. ยกระดับความปลอดภัยด้วยกฎหมายและระบบกำกับดูแล พร้อมเดินหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตรฐานปลอดภัยขนาดเล็ก (SMR)

    วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.49 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ปรมาณูเพื่อสันติกระทรวง อว. ยกระดับความปลอดภัยด้วยกฎหมายและระบบกำกับดูแล
    พร้อมเดินหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตรฐานปลอดภัยขนาดเล็ก (SMR)
    เพื่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชน

    ศ.ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ครั้งที่ 1/2568 ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงต่าง ๆ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ทั้งวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ และนิติศาสตร์ เข้าร่วมประชุม โดยมีนายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เป็นกรรมการและเลขานุการฯ ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล มติที่ประชุม “เน้นย้ำความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน การพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและระบบกำกับที่รัดกุมที่สุด” และร่วมกันพิจารณานโยบายและมาตรการสำคัญด้านการกำกับดูแลพลังงานนิวเคลียร์และรังสีของประเทศให้มีความปลอดภัย โปร่งใส และสอดคล้องตามมาตรฐานสากล ให้กำกับและขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ อย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยมีระบบกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ที่เข้มแข็ง ครอบคลุม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

    ศ.ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบทบาทการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์และรังสีของประเทศในหลายด้าน ทั้งการเตรียมความพร้อมการกำกับดูแลโรงไฟฟ้า Small Modular Reactor (SMR) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ด้านพลังงานสะอาดของประเทศในอนาคต ซึ่งโรงไฟฟ้า SMR มีความปลอดภัยสูง ช่วยเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิง และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในระยะยาวยังช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ โดย ปส. กระทรวง อว. อยู่ระหว่างกำหนดกรอบการอนุญาตสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ การควบคุมดูแลสถานที่จัดการกากกัมมันตรังสีและเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่ประชาชนก่อนการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้จริง ซึ่งเป็น 1 ในนโยบายสำคัญของ อว. ที่เกี่ยวข้องกับ Net Zero และในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์ พ.ศ. …. ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญในการคุ้มครองประชาชนอย่างแท้จริง และช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานด้านนิวเคลียร์ของประเทศ การลงทุนจากต่างประเทศ

    นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการฯ เปิดเผยว่า นอกจากนี้ ยังร่วมพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ครอบคลุม 3 ประเด็นสำคัญเร่งด่วน ได้แก่ ความพร้อมด้าน SMR อุตสาหกรรมธาตุหายาก และเทคโนโลยีฟิวชัน รวมทั้งประเด็นสำคัญในระยะยาว ภายใต้นโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของโลกอนาคต

    ในการนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล ได้แก่ คณะอนุกรรมการสรรหาและวิเคราะห์ข้อสอบเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี และคณะอนุกรรมการด้านการแพทย์

    ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำบทบาทสำคัญของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ โดยให้ ปส. เร่งพัฒนาระบบอนุญาต การประเมินความเสี่ยง การติดตามควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของบุคลากรและสถานประกอบการ รวมถึงยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของประเทศไทยผ่านการพัฒนากฎหมาย ตลอดจนสนับสนุนการวิจัยและการพัฒนากำลังคนผู้เชี่ยวชาญ การเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีนิวเคลียร์สมัยใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้ประเทศสามารถก้าวสู่การใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/458983&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mgdMpXONEmptz441b2NeD

  • เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” เสริมทักษะอาชีพ สร้างรายได้เข้มแข็งสู่ชุมชน | TOPNEWS

    วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ (วัดกระทุ่ม) ตำบลสนามจันทร์ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ภายใต้โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

    โอกาสนี้ นายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม และนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม โดยมีผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการพัฒนาผู้ประกอบการและเศรษฐกิจฐานราก ได้ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลผ่านมาตรการเชิงรุก “ดีพร้อมเสิร์ฟ (DIPROM Serve)” ภายใต้แนวคิด “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” โดยมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการประกอบอาชีพ ผ่านการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อสร้างประสบการณ์จริงและเสริมสร้าง “วัคซีนทางธุรกิจ” ให้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่

    สำหรับกิจกรรมในวันนี้ มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทักษะวิชาชีพ ทั้งภาคทฤษฎีและ
    การฝึกปฏิบัติจริง โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจากพื้นที่ตำบลสนามจันทร์ จำนวน 300 คน

    กำหนดหลักสูตรการเรียนรู้ จำนวน 4 หลักสูตร ประกอบด้วย
    1. หลักสูตรกุ้งดองซอสเกาหลี
    2. หลักสูตรสลัดโรลและน้ำจิ้มซีฟู้ด
    3. หลักสูตรน้ำมันนวดคลายเส้น
    4. หลักสูตรเทียนหอมอโรม่า (ตะไคร้ไล่ยุง)

    พร้อมกันนี้ ยังมีกิจกรรม โชว์เคสผู้ประกอบการต้นแบบของดีพร้อม (DIPROM) เพื่อจัดแสดงผลงานความสำเร็จ สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางธุรกิจระหว่างผู้เข้าร่วมอบรม

    นอกจากนี้ ยังมี บูธให้บริการด้านเงินทุนหมุนเวียน ภายใต้แนวคิด “เสิร์ฟเงินไว” ผ่านผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อเงินทุนหมุนไว ไฮซีซัน” ภายใต้โครงการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย หรือ
    “ดีพร้อมเปย์” เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

    สำหรับโครงการนี้ มีเป้าหมายเพื่อจุดประกายทางความคิดผ่านการเรียนรู้และการฝึกทักษะอาชีพให้เป็น “เครื่องมือ” สำคัญ ที่ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำไปต่อยอด พัฒนาเป็นธุรกิจที่มีความน่าสนใจ ทันสมัย สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว และเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1426302&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QEna8anutQc2aK33OjYc3