Category: เศรษฐกิจ

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 พฤษภาคม 2569 เบนซิน ดีเซล ลิตรละกี่บาท

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 พฤษภาคม 2569 เบนซิน ดีเซล ลิตรละกี่บาท

    ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 5 พ.ค. 2569 ล่าสุดราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดตข้อมูล วันที่ 4 พ.ค. 2569 เวลา 17.00 น. ล่าสุด เช็คราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 พฤษภาคม 2569 กลุ่มดีเซล เบนซิน และแก๊สโซฮอล์ โดยทีมข่าวเศรษฐกิจเว็บไซต์ Sanook อ้างอิงข้อมูลจาก จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยล่าสุด ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5/5/2569 มีผลเวลา 05.00 น. ดังต่อไปนี้

    ล่าสุดเวลานี้ 17.00 น. ราคาหน้าปั๊มยังคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง

    อัปเดต ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 5 พฤษภาคม 2569 มีผล เวลา 05.00 น. ดังนี้

    ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันนี้ 5 พฤษภาคม 2569

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตร
    • ดีเซล อยู่ที่ 40.80 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 32.24 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 36.30 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.93 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 43.30 บาท/ลิตร
    • เบนซิน อยู่ที่ 52.89 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 62.10 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 52.39 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันนี้ 5 พฤษภาคม 2569

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตร
    • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 40.80 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียม 98 อยู่ที่ 56.04 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 32.24 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 36.30 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.93 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 43.30 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “เชลล์” พรุ่งนี้ 5 พฤษภาคม 69

    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.33 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 42.90 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 66.34 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “คาลเท็กซ์” พรุ่งนี้ 5 พฤษภาคม 69 

    • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 56.01 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
    • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
    • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมันข้างต้นเป็นราคากลาง (ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น) ราคาหน้าปั๊มแต่ละแห่งอาจต่างกันเล็กน้อย โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนเติม

    ตรวจสอบ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ราคาแก๊ส ล่าสุดได้เลยที่นี่ ราคาน้ำมัน

    เช็กราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันแต่ละปั๊ม คลิกไปที่ www.sanook.com/money/oil-price-today/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/950415/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JVoFf_BsKFB_jtDVEhJ7f

  • ถ้าไม่กล้าก็ปิดพรรคไป! “ปิยบุตร”ฟาดแรงพรรคประชาชน ด้าน “เท้ง”โผล่อีโมจิรับทราบ | เดลินิวส์

    ถ้าไม่กล้าก็ปิดพรรคไป! “ปิยบุตร”ฟาดแรงพรรคประชาชน ด้าน “เท้ง”โผล่อีโมจิรับทราบ | เดลินิวส์

    วันที่ 4 พฤษภาคม 69 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความระบุว่า

    “หากไม่มีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

    หากไม่มีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

    หากปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพ องค์กรตุลาการ องค์กรอิสระ ตลอดจนชนชั้นนำจารีตประเพณี

    หากปราศจากซึ่งการก่อรูปของระบอบตามรัฐธรรมนูญ 2560

    หากบรรดานักการเมืองดั้งเดิมแนวบ้านใหญ่ไม่สวามิภักดิ์ต่อชนชั้นนำ

    หากบรรดานักการเมืองดั้งเดิม ไม่สมคบกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่กินรวบประเทศ

    ก็ไม่มีความจำเป็นใดต้องก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

    พูดให้ชัดขึ้น ก็คือ กำเนิดของพรรคอนาคตใหม่ และการดำรงสืบเนื่องเป็นพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนในวันนี้ คือ ปฏิกิริยาต่อสภาพการเมืองและเศรษฐกิจตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

    การดำรงอยู่ของพรรคนี้ อย่างน้อยๆ ก็ในช่วงชีวิตแรก 1-2 ทศวรรษนี้ จึงสัมพันธ์กับเรื่องการปฏิรูปอย่างถึงราก ทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

    เมื่อไรที่พรรคพูดเรื่องปัญหาขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ได้หมายความแต่เพียง “คน” ที่มาดำรงตำแหน่ง แต่ต้องไปให้ไกลถึงการตั้งประเด็นเรื่องอำนาจขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ หรือไปให้ถึงการตั้งคำถามว่า องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญแบบนี้ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ อย่างไร

    เมื่อไรที่พรรคพูดเรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ต้องไม่ได้หมายความแต่เพียงการทำให้คนไม่สูญเสียเวลาในชีวิตไปเป็นปี แต่ต้องชี้ให้เห็นว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ขั้นมูลฐาน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำพลเรือนให้มีความเป็นทหาร

    เมื่อไรที่พรรคมุ่งมั่นตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชัน ต้องไม่เป็นเพียงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้โดดเด่น หรือแข่งขันกับพรรคฝ่ายค้านอื่น ต้องไม่เป็นเพียงการ “แฉ” รายวัน/รายสัปดาห์ เพื่อให้พรรคหรือนักการเมืองของพรรคมีแสงส่อง และต้องไม่เป็นเพียง “กระบอกเสียง” ให้แก่ข้าราชการที่ทนไม่ไหว หรือประชาชนที่ประสบปัญหาถูกรีดไถ ตบทรัพย์ เท่านััน แต่ต้องขยายและชี้ให้เห็นถึงประเด็นโครงสร้าง สัมพันธภาพทางอำนาจระหว่าง “ทุน-นักการเมือง-ราชการ” โยงใยไปถึง “ยอดปิระมิด” และการกินรวบประเทศ

    หากวันนี้ พรรคไม่ทำภารกิจเรื่องเหล่านี้ หรือไม่ย้อนกลับไปคิดถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรคแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีพรรคนี้ต่อไป

    หรือหากจะมีพรรคต่อไป พรรคก็จะกลายเป็นเพียงที่รวมตัวกันของคนที่ประสงค์เข้ามาทำงานการเมือง อยากเอาความรู้ความสามารถที่ตนร่ำเรียน มีประสบการณ์ มาช่วยพัฒนาประเทศ

    นักการเมืองของพรรค ย่อมแปรสภาพไปเป็นนักเลือกตั้ง เอาชนะเลือกตั้งให้ได้สม่ำเสมอ

    ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของพรรค ย่อมแปรสภาพไปเป็นเทคโนแครต “ปะผุซ่อมแซม” เป็นจุดตามที่ตนเองถนัด

    หากเป็นเช่นนี้… ก็ไม่มีความแตกต่างจากพรรคอื่นๆ

    เพียงแต่รูปโฉมดูสดใสใหม่กว่าเดิมๆ เท่านั้น

    การหลอมรวมความคิดภายในพรรคให้เป็นเอกภาพ จำเป็นอย่างยิ่งต้องถกกันถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรค และพิจารณาร่วมกันว่า เหตุเหล่านี้ได้ลดความสำคัญหรือถูกขจัดแล้วหรือยัง

    หากคำตอบร่วมกันมีว่า สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว ไม่มีความจำเป็นแล้ว ก็ละทิ้งแนวทางตั้งต้นไปเสีย

    หากคำตอบร่วมกันยังยืนยันว่า สภาพการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา ยังคงเหมือนเดิมที่เป็นมาตลอด 2 ทศวรรษ หรือเลวร้ายกว่าเดิมแล้วล่ะก็ พรรคก็ต้องเดินหน้าตามเข็มมุ่ง ทำให้คนไทยเห็นพ้องต้องกันให้ได้ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปอย่างถึงรากขนานใหญ่ และพรรคคือตัวแทนแห่งความหวังที่จะรับภารกิจประวัติศาสตร์ไปปฏิรูปให้สำเร็จจงได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5835201/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GGEGTx8uqna9lZxVi6y-T

  • สิริพงศ์ยัน “แลนด์บริดจ์” คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เล็งดึงเอกชนร่วมลงทุน 9 แสนล้าน

    สิริพงศ์ยัน “แลนด์บริดจ์” คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เล็งดึงเอกชนร่วมลงทุน 9 แสนล้าน

    วันนี้ (4 พ.ค.2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงความคุ้มค่า และความจำเป็นของโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังกตว่า แนวคิดการเชื่อมต่อทางน้ำระหว่าง 2 ฝั่งทะเลของไทย มีการหารือกันมานานนับทศวรรษ

    แต่ในปัจจุบันความจำเป็นทางภูมิรัฐศาสตร์และสภาวะเศรษฐกิจโลก ได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความแออัดที่เพิ่มขึ้นของช่องแคบมะละกา ซึ่งคาดการณ์ว่า จะถึงจุดเต็มขีดความสามารถในการรองรับเรือขนส่งสินค้าภายใน 10 ปี ข้างหน้า ดังนั้น การหยิบยกโครงการนี้มาพิจารณา จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลตามสถานการณ์โลก เพื่อสร้างโอกาสใหม่ในการสร้างรายได้และงานให้แก่คนไทย

    สำหรับความคุ้มค่าในการลงทุนนั้น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ดำเนินการศึกษาอย่างละเอียดร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ผลการประเมินพบว่า ตัวเลขทางสถิติมีความน่าสนใจอย่างมาก โดยมีอัตราผลตอบแทนภายในทางการเงิน (FIRR) อยู่ที่ประมาณร้อยละ 11 และอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ร้อยละ 8 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ

    จากการทำโรดโชว์ที่ผ่านมาพบว่า มีบริษัทระดับโลกให้ความสนใจร่วมศึกษาและติดตามโครงการมากกว่า 400 แห่ง สะท้อนให้เห็นว่า ภาคเอกชนเล็งเห็นผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการเชื่อมต่อระบบโลจิสติกส์ผ่านประเทศไทย

    ในประเด็นเรื่องงบประมาณที่สูงถึงกว่า 900,000 ล้านบาท นายสิริพงศ์ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินทั้งหมดในการดำเนินการ แต่จะใช้วิธีการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership หรือ PPP) ซึ่งจะครอบคลุมทั้งการก่อสร้างท่าเรือ ระบบราง ล้อ และท่อ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและประโยชน์สูงสุดต่อภาครัฐ

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเสียงสะท้อนจากประชาชน โดยได้มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขระยะเวลาการเช่าพื้นที่จากเดิมที่มีแนวคิดให้เช่า 99 ปี ปรับลดลงเหลือเพียง 50 ปี เพื่อลดความกังวลของสังคมและสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนและการรักษาอธิปไตยเหนือพื้นที่

    สำหรับกรอบเวลาในการดำเนินงาน รัฐบาลมีแผนผลักดันร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ พ.ร.บ.SEC เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายในปีนี้ ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญ ในการปลดล็อกข้อกฎหมายและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเชิญชวนนักลงทุน หากการพิจารณากฎหมายและขั้นตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) เป็นไปตามแผน คาดว่า จะสามารถเริ่มงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างเร็วที่สุดภายในปี 2573

    ในตอนท้าย นายสิริพงศ์ได้กล่าวถึงความห่วงใยด้านสิ่งแวดล้อมว่า รัฐบาลยอมรับว่า โครงการขนาดใหญ่ ย่อมมีผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะใช้มาตรการบริหารจัดการที่เข้มงวดที่สุด เพื่อให้คนในพื้นที่สามารถอยู่ร่วมกับโครงการได้อย่างยั่งยืน

    ในเร็ว ๆ นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ จะนำทีมลงพื้นที่เพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงแนวทางการดำเนินโครงการให้ตอบโจทย์วิถีชีวิต และสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนในภาคใต้ได้มากที่สุด

    อ่านข่าว :

    อนุทินจัดทัพใหญ่ดัน “แลนด์บริดจ์” ตั้งเอกนิติ ปธ.ศึกษาฯ ขีดเส้น 90 วัน

    “กลุ่มรักษ์ระนอง” ค้าน “แลนด์บริดจ์” ชี้กระทบชุมชน-กลุ่มเปราะบาง-สิ่งแวดล้อม

    SEC Watch ส่ง จม.ถึง สส.ภูมิใจไทยภาคใต้ ถามกรณีที่ดิน-ทรัพยากร “แลนด์บริดจ์”

    “คนหลังสวน” หวัง “แลนด์บริดจ์” ประตูเศรษฐกิจยุคใหม่ พลิกชีวิตให้ดีกว่าเดิม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/505469&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-Un8l5mvU1U5KLgHfdgmK

  • ร้านชุดนักเรียนคึกคัก รับเปิดเทอม ดันยอดขายพุ่งสวนเศรษฐกิจ | เที่ยงทันข่าว | 4 พ.ค. 69

    ร้านชุดนักเรียนคึกคัก รับเปิดเทอม ดันยอดขายพุ่งสวนเศรษฐกิจ | เที่ยงทันข่าว | 4 พ.ค. 69

    ผู้ปกครองแห่ซื้อชุดนักเรียนคึกคัก รับเปิดเทอม ชี้เป็นของจำเป็นต้องซื้อ ดันยอดขายพุ่งสวนเศรษฐกิจ โดยกลุ่มผู้ปกครองที่มาเลือกซื้อสินค้า ยอมรับว่า แม้เศรษฐกิจไม่ดี แต่ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษายังเป็นสิ่งจำเป็น

    #ร้านชุดนักเรียน #ชุดนักเรียน #เปิดเทอม #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #เที่ยงทันข่าว
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 02-118-0054
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/217660&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sOocpTEZ3Da-1pBCHGYVk

  • อัปเดต”ราคาทองวันนี้” 4 พ.ค. 69 ราคาร่วงแรง

    อัปเดต”ราคาทองวันนี้” 4 พ.ค. 69 ราคาร่วงแรง

    เศรษฐกิจ-ปากท้อง 4 พ.ค. 69 109

    | ข่าวเวิร์คพอยท์ข่าวเวิร์คพอยท์

    อัปเดต”ราคาทองวันนี้” 4 พ.ค. 69 ราคาร่วงแรง ปิดตลาด – 650 บาท

    (4พ.ค.69) เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำได้รายงาน”ราคาทองคำ“ปิดตลาดวันนี้ปรับราคาลง 650 บาท

    โดย”ราคาทองคำ“ประกาศครั้งที่ 17 เวลา 17.20 น.(-100)

    ทองแท่ง

    • รับซื้อ บาทละ 70,200.00 บาท
    • ขายออก บาทละ 70,400.00 บาท

    ทองรูปพรรณ

    • รับซื้อ บาทละ 68,796.08 บาท
    • ขายออก บาทละ 71,200.00 บาท

    ที่มา : สมาคมค้าทองคำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/Nt6wOyGgl&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1njmjwWeGXBCRVulM8cP6O

  • แรงช็อคพลังงานกดเศรษฐกิจไทย ‘ธปท.’ ชี้รายได้น้อย-เอสเอ็มอีเจ็บสุด

    แรงช็อคพลังงานกดเศรษฐกิจไทย ‘ธปท.’ ชี้รายได้น้อย-เอสเอ็มอีเจ็บสุด

    แรงช็อคพลังงานกดเศรษฐกิจไทย ‘ธปท.’ ชี้รายได้น้อย-เอสเอ็มอีเจ็บสุด

    แรงช็อคพลังงานกดเศรษฐกิจไทย ‘ธปท.’ ชี้รายได้น้อย-เอสเอ็มอีเจ็บสุด

    นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็น “ช็อกด้านอุปทาน” (supply shock) ที่กระทบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่มีลักษณะ “กระแทกไม่เท่ากัน” ในแต่ละกลุ่ม

    ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยผ่านต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ดันราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัว ขณะที่กำลังซื้อของภาคครัวเรือนเริ่มอ่อนแรงลง และแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอลงในระยะถัดไป

    “รายได้น้อย” รับแรงกระแทกเต็ม

    นายวิทัย ชี้ว่า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ “ผู้มีรายได้น้อย” เนื่องจากมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานสูงเมื่อเทียบกับรายได้ ทำให้ความสามารถในการรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมีจำกัด

    ขณะที่กลุ่มรายได้ปานกลางเริ่มเผชิญภาวะตึงตัวมากขึ้น ส่วนกลุ่มรายได้สูงยังสามารถปรับตัวได้ดีกว่า

    ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 30 บาทต่อลิตร ไปอยู่ใกล้ระดับ 40 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าในระบบเศรษฐกิจปรับสูงขึ้นเป็นลูกโซ่

    SME เปราะบางกว่าธุรกิจใหญ่

    ในภาคธุรกิจนั้น ผู้ว่า ธปท.ระบุว่า ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ยังมีศักยภาพในการปรับตัว ทั้งด้านสภาพคล่อง เงินทุน และการบริหารต้นทุน แต่ในทางกลับกัน กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) มีข้อจำกัดมากกว่า ทั้งในด้านเงินทุน เทคโนโลยี และอำนาจต่อรอง ส่งผลให้มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าโดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาพลังงานสูง เช่น ภาคขนส่ง และการท่องเที่ยว จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ

    นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

    เงินเฟ้อแตะ 3–4% แม้สงครามจบราคายังสูง

    ทั้งนี้ ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไปมีแนวโน้มอยู่ในระดับ 3–4% และแม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะคลี่คลายลง ราคาพลังงานก็อาจไม่กลับไปสู่ระดับเดิมก่อนเกิดวิกฤติ ส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อมีแนวโน้มยืดเยื้อ

    อย่างไรก็ตาม คาดว่าเงินเฟ้อจะทยอยชะลอลงในช่วงปลายปีต่อเนื่องไปถึงปีถัดไป

    แนะใช้นโยบายการคลัง “ตรงจุด”

    ผู้ว่า ธปท.ระบุว่า ลักษณะของปัญหาครั้งนี้เป็น supply shock ทำให้นโยบายการเงินมีข้อจำกัดในการแก้ไข จึงควรให้น้ำหนักกับนโยบายการคลัง โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือแบบ “เฉพาะเจาะจง” (targeted measures)

    กลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่

    • ผู้มีรายได้น้อย
    • ผู้ประกอบการ SME
    • ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานสูง

    ส่งสัญญาณ “กู้เงินต้องเน้นลงทุน”

    สำหรับแนวคิดการกู้เงินเพิ่มเติมในวงเงินราว 4 แสนล้านบาท มองว่า ควรให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อ “การลงทุน” มากกว่ามาตรการแจกเงินเพื่อกระตุ้นระยะสั้น

    เนื่องจากการแจกเงินแม้ช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ไม่ก่อให้เกิดศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ขณะที่การลงทุนจะช่วยเพิ่มผลิตภาพ และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

    หนี้ยังไม่วิกฤติ แต่ต้องจับตา

    ในประเด็นเสถียรภาพระบบการเงินนั้น ประเมินว่าสถานการณ์หนี้ยังไม่อยู่ในระดับวิกฤตเทียบเท่าช่วงโควิด-19 แต่มีความจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีภาระหนี้สูง

    ทั้งนี้ แนะนำให้สถาบันการเงินดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ การปรับโครงสร้างหนี้ และการพิจารณาลดภาระดอกเบี้ย เพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/658223&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kifKxA-m8AAbcv7hL88nB

  • “รัชดา” เผย นายกฯ สั่งเร่งสร้างความเข้าใจ-ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ หลังโพลคนใต้ 67% หนุนแลนด์บริดจ์ : อินโฟเควสท์

    “รัชดา” เผย นายกฯ สั่งเร่งสร้างความเข้าใจ-ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ หลังโพลคนใต้ 67% หนุนแลนด์บริดจ์ : อินโฟเควสท์

    นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ซึ่งพบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน ส่วนใหญ่ 67.22% เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% ค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% และไม่เห็นด้วย 32.78% สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการและบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า สำหรับผลสำรวจ หัวข้อ “การเคยได้ยินและความเข้าใจของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์” ที่พบว่ากว่าครึ่งหรือ 54.53% เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย ถือเป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น

    “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าว

    นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

    อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

    “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/589757&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09V3dEMvfi-26MROAkqTgd

  • “สิริพงศ์” ยัน “แลนด์บริดจ์” คุ้มค่าทั้งด้านตัวเงิน-เศรษฐกิจ เดินหน้าลงทุนผ่าน PPP : อินโฟเควสท์

    “สิริพงศ์” ยัน “แลนด์บริดจ์” คุ้มค่าทั้งด้านตัวเงิน-เศรษฐกิจ เดินหน้าลงทุนผ่าน PPP : อินโฟเควสท์

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึง กรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตุเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในนโยบายของรัฐบาล ว่า สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์หรือโครงการคลองไทย ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยมาเป็นนระยะเวลา 10 ปีแล้ว ซึ่งการนำกลับมาพิจารณาในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อดูสถานการณ์โลกโดยรวม ทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หรือในหลายประเทศที่มีความพยายามที่จะเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบต่างๆ ประกอบกับ การคาดการณ์ว่าช่องแคบมะละกา จะเต็มความจุในอีก 10 ปี ข้างหน้า

    ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าสถานการณ์โลกเป็นแบบนี้แล้วจะหยิบเรื่องนี้มาพูด แต่หากสถานการณ์โลกเป็นแบบนี้แล้วไม่นำเรื่องนี้มาพิจารณามองว่า เป็นเรื่องแปลกมากกว่า ว่า เราจะไปเอื้อให้ใครหรือไม่

    อย่างไรก็ตาม โครงการแลนด์บริดจ์มีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นรัฐบาลต้องทำข้อมูลให้ครบถ้วนและทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด เนื่องจากตัวเลขที่มีในตอนนี้จะสร้างเศรษฐกิจ รายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพใหม่ๆให้คนไทยได้จำนวนมาก

    สำหรับคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ สำนักงานขนส่งทางราง (สนข.) ได้มีการศึกษาทั้งอัตราผลตอบแทนภายในทางการเงิน (FIRR) อยู่ที่ 11% และ อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ( EIRR ) 8% ซึ่งการทำข้อมูลตรงนี้ สนข. ได้จ้างที่ปรึกษาเอกชนเป็นบริษัทระดับโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์มาร่วมศึกษา

    ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ความคุ้มค่าในการลงทุนไม่ใช่แค่รัฐบาลจะไปเชิญชวนต่างชาติมาลงทุนได้ แต่จะต้องประกอบด้วยภาคเอกชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเดินเรือ ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยได้เดินสายโรดโชว์และบริษทให้ความสนใจกว่า 400 บริษัท ดังนั้นคิดว่า ด้านเศรษฐกิจมีความคุ้มค่าและเป็นที่น่าสนใจต่อการลงทุนของภาคเอกชน

    ส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้สำหรับโครงการใหญ่ๆ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศน์หรือสิ่งมีชีวิต แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือ การหามาตรการทำให้ความเจริญที่จะเข้ามาสามารถอยู่กับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต โดยที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุด

    ส่วนการตั้งข้อสังเกตุว่า เงินทุนนับล้านล้านบาทสูงเกินที่จะมาดำเนินโครงการนี้นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า งบประมาณโครงการนี้ยังเป็นการประมาณว่า การทำท่าเรือและระบบล้อ ราง ท่อ อยู่ที่ประมาณ 9 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งจะไม่ใช่งบประมาณของรัฐบาล แต่จะเป็นโครงการร่วมทุน PPP หลังจากนี้จะประเมินว่าจะใช้ PPP รูปแบบใด

    ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ ย้ำว่า ไทม์ไลน์การดำเนินโครงการจะเป็นไปตามที่ สนข. กำหนดอย่างเร็วการวางโครงสร้างพื้นฐานใน 2573 แต่อันดับแรกจะต้องมีการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ซึ่งคาดว่า ภายในปีนี้จะสามารถเดินหน้าร่างพ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ได้ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะมาดูเรื่องความพร้อม สภาพพื้นที่ ข้อกฎหมาย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเชิญชวนนักลงทุน

    อย่างไรก็ตาม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หากติดตามโครงการนี้ตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าเงื่อนไขต่างๆได้ปรับเปลี่ยนมาตลอด เช่น เมื่อก่อนมีคำถามว่า จะให้เช่าพื้นที่ 99 ปี แต่ตอนนี้มีธงแล้วว่า จะเป็นการเช่าพื้นที่ 50 ปี เป็นต้น ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลฟังเสียงประชาชน และฟังข้อท้วงติงจากประชาชนเช่นกัน ดังนั้นร่าง พ.ร.บ. SEC ดังกล่าวหลักๆ มาจากการฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนด้วย ซึ่งในเร็วๆนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคมจะลงพื้นที่ เพื่อไปรับฟังความคิดเห็นและพูดคุยในพื้นที่ด้วย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/589799&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rROu2A0t7YULfNqxKR7xF

  • ยันแลนด์บริดจ์คุ้มทุน!  ปรับแผนลงทุน PPP  เล็งให้เอกชนเช่า 50 ปี ไม่ใช่ 99 ปี – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ยันแลนด์บริดจ์คุ้มทุน! ปรับแผนลงทุน PPP เล็งให้เอกชนเช่า 50 ปี ไม่ใช่ 99 ปี – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/115086&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11dtiO9GZJJmudxRfORNiV

  • ก.อุตฯ เดินเกมรุก หนุนใช้ “DIPROM ITC” เปิดทาง SMEs เข้าถึงเทคโนโลยี

    ก.อุตฯ เดินเกมรุก หนุนใช้ “DIPROM ITC” เปิดทาง SMEs เข้าถึงเทคโนโลยี

    กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) จัดกิจกรรม “DIPROM PLUS @DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน” ณ DIPROM Center 8 (DC8) โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ผ่านกลไก DIPROM ITC โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้ทดลอง พัฒนา และต่อยอดผลิตภัณฑ์ได้ในสภาพแวดล้อมการผลิตจริง ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และเครื่องจักรสมัยใหม่ในกระบวนการผลิต พร้อมวางรากฐานการพัฒนา ขยายผลสู่ DIPROM Center ทั่วประเทศ 

    มุ่งเพิ่มมูลค่า ยกระดับมาตรฐาน และขยายโอกาสทางการตลาดของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเกษตรแปรรูป ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสำคัญของประเทศ โดยเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมในที่เดียว ทั้งเทคโนโลยี เครื่องจักร องค์ความรู้ และคำปรึกษา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาด อันจะเป็นการสร้างมูลค่า เพิ่มมาตรฐาน และต่อยอดสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง

    โดยนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย “Thailand 10 Plus” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเร่งนำนโยบายดังกล่าว มาใช้เป็นแนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด “ONE MIND :  อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” เพื่อให้การดำเนินงานทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะด้านการ “เพิ่มมูลค่า” ให้กับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะ “ครัวของโลก” มาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยมีสัดส่วน GDP ของอุตสาหกรรมอาหารต่อ GDP ประเทศอยู่ที่ร้อยละ 5.9 และมีบทบาททั้งในด้านการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่า มูลค่าการส่งออกอาหารไทยในปี 2569 จะสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท 

    “จากศักยภาพดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเดินหน้าวางโครงสร้างการพัฒนาใหม่ โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ เพื่อให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมสามารถตอบโจทย์ศักยภาพของแต่ละภูมิภาคได้อย่างตรงจุดผ่านการบูรณาการวัตถุดิบท้องถิ่น อัตลักษณ์พื้นที่ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นฐานในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละจังหวัด ควบคู่กับการพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องจักรที่จำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต รวมถึงการส่งเสริมการแปรรูปวัตถุดิบในพื้นที่เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้กลับสู่ชุมชน ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายโอกาสทางการค้า สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์”

    ด้านนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมฯ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เร่งแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง รวมถึงขาดกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน จึงดำเนินการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมอาหารชุมชนผ่าน DIPROM ITC ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาทดลองผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับสากลให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง พร้อมทั้งเชื่อมโยงองค์ความรู้ มาตรฐาน และแหล่งทุนที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจในมิติต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจรด้วยกลไก DIPROM PLUS ผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ผ่านกลไกเชิงพื้นที่ในการค้นหา คัดกรองผู้ประกอบการรวมถึงการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

    “DIPROM ITC จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่มีอยู่เพื่อต่อยอดธุรกิจได้ทันที โดยเฉพาะการเข้าถึงเครื่องจักร เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตในระยะเริ่มต้นซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และลดความเสี่ยงในการลงทุน พร้อมการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ มาตรฐาน และคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด และเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

    สำหรับการจัดกิจกรรมเปิดบ้านสุพรรณในครั้งนี้ เป็นการสร้างการรับรู้ถึงการให้บริการที่แตกต่างของ DIPROM ITC @DC8 โดยเป็นสถานที่ผลิตต้นแบบแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP ภายใต้ชื่อ“8-พร้อม-พัฒน์ (8 PROM PLUS)” ซึ่งมีการบ่มเพาะผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่านกระบวนการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย และอยู่ระหว่างการยกระดับสู่มาตรฐานและการขอรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถต่อยอดสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยมีผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมผง แป้งข้าว กข.43และผำผงอบแห้ง ซึ่งสะท้อนศักยภาพของการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้าอาหารมูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีศักยภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/274654&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37-L-T7Xa7Aoafq3BcOkj8