Category: เศรษฐกิจ

  • แถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินเดือนมิถุนายน และไตรมาสที่ 2 ปี 2569

    แถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินเดือนมิถุนายน และไตรมาสที่ 2 ปี 2569

    รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจไทยมีดังนี้

    rn”}}” id=”anchor2″>

    รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจไทยมีดังนี้

    สรุปเศรษฐกิจไทยรายเดือน

    rn

     

    rn

    เศรษฐกิจไทยในเดือน มิ.ย. โดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน โดยอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นบ้าง จากการบริโภคภาคเอกชนตามการใช้จ่ายในหมวดอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากผลของมาตรการรัฐ และยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งสะท้อนการปรับตัวของผู้บริโภคในช่วงที่ราคาน้ำมันขายปลีกอยู่ในระดับสูงและความนิยมที่เพิ่มขึ้น ด้านการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีตามวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกและการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (data center) อย่างไรก็ดี การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงตามการผลิตปิโตรเลียมจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางส่วนและการผลิตยานยนต์กลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสำคัญ สำหรับภาคท่องเที่ยวชะลอลงจากทั้งรายรับและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะใกล้ตามอุปสงค์ที่ลดลงและการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินจากต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการโดยเฉพาะสาขาโรงแรมและร้านอาหารปรับลดลง สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนขยายตัวจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางแม้รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัว

    rn

     

    rn

    เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากเดือนก่อน จากหมวดพลังงานที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังปรับเพิ่มขึ้น ตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนในหมวดของใช้ส่วนตัวและอาหารสำเร็จรูป ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลลดลงจากเดือนก่อน จากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ปรับดีขึ้นหลังหมดช่วงฤดูกาลการส่งกลับกำไรและเงินปันผล ขณะที่ดุลการค้าขาดดุลใกล้เคียงเดิม สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมทรงตัว

    rn

     

    rn

    สรุปเศรษฐกิจไทยรายไตรมาส

    rn

     

    rn

    ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 มีทิศทางชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากผลกระทบของราคาพลังงานที่สูงขึ้นและข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก รวมทั้งผลของมาตรการรัฐที่ช่วยทอนผลกระทบได้บางส่วน โดยเศรษฐกิจที่ชะลอสะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากจากกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป รวมถึงกลุ่มตลาดระยะใกล้ตามอุปสงค์และการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินตามต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการโดยเฉพาะสาขาโรงแรมและร้านอาหารปรับลดลง ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับลดลงโดยหลักจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น แม้ได้รับการสนับสนุนบางส่วนจากมาตรการภาครัฐที่เริ่มในเดือนมิถุนายน โดยการใช้จ่ายลดลงในเกือบทุกหมวดโดยเฉพาะหมวดโรงแรมและร้านอาหาร ขณะที่หมวดอุปโภคบริโภคและปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลงหลังการเร่งซื้อไปในไตรมาสก่อนและยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าปรับลดลงเล็กน้อยหลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0

    rn

     

    rn

    ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากการผลิตปิโตรเลียมที่ได้รับผลจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางส่วน การผลิตเคมีภัณฑ์ที่ชะลอลงตามอุปสงค์หลังต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ประกอบกับการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลดลงตามอุปสงค์ต่างประเทศ อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี สอดคล้องกับวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกและความต้องการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (data center) ด้านการนำเข้าเพิ่มขึ้นมากจากหมวดเชื้อเพลิงโดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อสำรองใช้ในประเทศ รวมถึงหมวดวัตถุดิบโดยเฉพาะหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าสอดคล้องกับการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง

    rn

     

    rn

    เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนตามหมวดพลังงานจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นจากหมวดอาหารสำเร็จรูปเป็นสำคัญตามการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากดุลการค้าตามมูลค่าการนำเข้าพลังงานเป็นสำคัญ และดุลบริการ รายได้และเงินโอนตามรอบการส่งกลับกำไรและเงินปันผลในเดือนพฤษภาคม สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ยังต้องติดตามการจ้างงานในภาคการผลิตที่ชะลอตัวจากผลของการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

    rn”}}” id=”text-b144cdb102″>

    สรุปเศรษฐกิจไทยรายเดือน

    เศรษฐกิจไทยในเดือน มิ.ย. โดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน โดยอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นบ้าง จากการบริโภคภาคเอกชนตามการใช้จ่ายในหมวดอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากผลของมาตรการรัฐ และยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งสะท้อนการปรับตัวของผู้บริโภคในช่วงที่ราคาน้ำมันขายปลีกอยู่ในระดับสูงและความนิยมที่เพิ่มขึ้น ด้านการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีตามวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกและการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (data center) อย่างไรก็ดี การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงตามการผลิตปิโตรเลียมจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางส่วนและการผลิตยานยนต์กลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสำคัญ สำหรับภาคท่องเที่ยวชะลอลงจากทั้งรายรับและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะใกล้ตามอุปสงค์ที่ลดลงและการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินจากต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการโดยเฉพาะสาขาโรงแรมและร้านอาหารปรับลดลง สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนขยายตัวจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางแม้รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัว

    เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากเดือนก่อน จากหมวดพลังงานที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังปรับเพิ่มขึ้น ตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนในหมวดของใช้ส่วนตัวและอาหารสำเร็จรูป ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลลดลงจากเดือนก่อน จากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ปรับดีขึ้นหลังหมดช่วงฤดูกาลการส่งกลับกำไรและเงินปันผล ขณะที่ดุลการค้าขาดดุลใกล้เคียงเดิม สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมทรงตัว

    สรุปเศรษฐกิจไทยรายไตรมาส

    ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 มีทิศทางชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากผลกระทบของราคาพลังงานที่สูงขึ้นและข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก รวมทั้งผลของมาตรการรัฐที่ช่วยทอนผลกระทบได้บางส่วน โดยเศรษฐกิจที่ชะลอสะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากจากกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป รวมถึงกลุ่มตลาดระยะใกล้ตามอุปสงค์และการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินตามต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการโดยเฉพาะสาขาโรงแรมและร้านอาหารปรับลดลง ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับลดลงโดยหลักจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น แม้ได้รับการสนับสนุนบางส่วนจากมาตรการภาครัฐที่เริ่มในเดือนมิถุนายน โดยการใช้จ่ายลดลงในเกือบทุกหมวดโดยเฉพาะหมวดโรงแรมและร้านอาหาร ขณะที่หมวดอุปโภคบริโภคและปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลงหลังการเร่งซื้อไปในไตรมาสก่อนและยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าปรับลดลงเล็กน้อยหลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0

    ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากการผลิตปิโตรเลียมที่ได้รับผลจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางส่วน การผลิตเคมีภัณฑ์ที่ชะลอลงตามอุปสงค์หลังต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ประกอบกับการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลดลงตามอุปสงค์ต่างประเทศ อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี สอดคล้องกับวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกและความต้องการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (data center) ด้านการนำเข้าเพิ่มขึ้นมากจากหมวดเชื้อเพลิงโดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อสำรองใช้ในประเทศ รวมถึงหมวดวัตถุดิบโดยเฉพาะหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าสอดคล้องกับการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง

    เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนตามหมวดพลังงานจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นจากหมวดอาหารสำเร็จรูปเป็นสำคัญตามการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากดุลการค้าตามมูลค่าการนำเข้าพลังงานเป็นสำคัญ และดุลบริการ รายได้และเงินโอนตามรอบการส่งกลับกำไรและเงินปันผลในเดือนพฤษภาคม สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ยังต้องติดตามการจ้างงานในภาคการผลิตที่ชะลอตัวจากผลของการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bot.or.th/th/news-and-media/news/news-20260731.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Clmgt0CHcEgHMJUfVZ0Ur

  • สงครามอ่าวฉุดเศรษฐกิจไตรมาส 2 “ของแพง-ท่องเที่ยวทรุด”

    สงครามอ่าวฉุดเศรษฐกิจไตรมาส 2 “ของแพง-ท่องเที่ยวทรุด”

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-134&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38WwjRDZ8LiYfKlVF_18qS

  • กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนเกษตรกรตรวจคุณภาพน้ำผึ้งฟรี เพิ่มความเชื่อมั่นผู้บริโภค สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า

    กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนเกษตรกรตรวจคุณภาพน้ำผึ้งฟรี เพิ่มความเชื่อมั่นผู้บริโภค สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า

    กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนเกษตรกรตรวจคุณภาพน้ำผึ้งฟรี เพิ่มความเชื่อมั่นผู้บริโภค สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า

    กรมส่งเสริมการเกษตร เชิญชวนเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งและผู้ประกอบการรายย่อย เข้ารับบริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำผึ้ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสทางการตลาด ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจชีวภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

    นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยเฉพาะ “น้ำผึ้ง” ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพ และได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงมอบหมายให้ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดชุมพร ดำเนินการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำผึ้งในห้องปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีหลักฐานยืนยันคุณภาพสินค้าสร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์

    การตรวจวิเคราะห์ครอบคลุมทั้งค่าความชื้น ค่าความหวาน ลักษณะทางกายภาพ รวมถึงการตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีด้วยเครื่อง High Performance Liquid Chromatography (HPLC) เพื่อวิเคราะห์ปริมาณน้ำตาลและค่า Hydroxymethylfurfural (HMF) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดคุณภาพและความสดใหม่ของน้ำผึ้ง โดยอ้างอิงตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขและมาตรฐานสินค้าเกษตร

    อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับน้ำผึ้งที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจะได้รับ ใบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำผึ้ง และสติกเกอร์เครื่องหมายยืนยันคุณภาพน้ำผึ้งจากกรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับติดบนผลิตภัณฑ์ เพื่อแสดงว่าน้ำผึ้งผ่านการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการตามหลักวิชาการ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค เพิ่มมูลค่า และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

    กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเกษตรกรทั่วประเทศ โดยปัจจุบันศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดชุมพร ได้ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำผึ้งแล้วมากกว่า 1,000 ตัวอย่าง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเกษตรกรที่เห็นว่าการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำผึ้งช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ขยายโอกาสทางการตลาด และยกระดับมาตรฐานการผลิตน้ำผึ้งไทยอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร โดยศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดชุมพร ได้เปิดรับสมัครและรับตัวอย่างน้ำผึ้งประจำปี 2569 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวนจำกัด 60 ตัวอย่าง โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 สำหรับเงื่อนไขผู้มีสิทธิ์ขอรับบริการ ต้องเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มส่งเสริมอาชีพ หรือเกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงผึ้งและชันโรง โดยเป็นผลผลิตน้ำผึ้งรอบฤดูกาลผลิตในปี 2569 มีฉลากหรือตราสินค้าที่ชัดเจน บรรจุภัณฑ์เหมาะสม และมีความตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพน้ำผึ้ง ทั้งนี้ เกษตรกร 1 ราย สามารถส่งน้ำผึ้งได้หลายชนิด โดยกำหนดปริมาณตัวอย่าง น้ำผึ้งโพรง 500 มล./ตัวอย่าง และน้ำผึ้งชันโรง 300 มล./ตัวอย่าง

    สำหรับเกษตรกรที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง Facebook Fanpage: ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดชุมพร หรือศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดชุมพร เลขที่ 22/1 หมู่ที่ 6 ตำบลขุนกระทิง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร 86000 โทรศัพท์ 077-658669

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1042079&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3y6afGVKFLQknrtgbBfTzw

  • แถลงข่าวเศรษฐกิจการเงินภาคเหนือ เดือนมิถุนายน 2569

    แถลงข่าวเศรษฐกิจการเงินภาคเหนือ เดือนมิถุนายน 2569

    แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคเหนือ เดือนมิถุนายน 2569

    rn

     

    rn”}}” id=”text-57b9af2a10″>

    แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคเหนือ เดือนมิถุนายน 2569

    รายได้เกษตรกร หดตัวต่อเนื่อง ตามการลดลงของทั้งด้านราคาและผลผลิต โดยด้านราคาหดตัวจากราคาข้าวเปลือกเจ้าที่ลดลงตามความต้องการของตลาดโลก ราคาสับปะรดที่ช่วงนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดมาก และราคาสุกรยังมีอุปทานมาก ด้านผลผลิตพืชหลักลดลง ตามผลผลิตข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง และลิ้นจี่ เป็นผลจากราคาช่วงก่อนหน้าไม่จูงใจให้เกษตรกรผลิตและบำรุงดูแล

    rn

     

    rn

    ภาคอุตสาหกรรม หดตัวเล็กน้อย โดยการผลิตผลิตภัณฑ์นมและผลิตภัณฑ์โลหะลดลง หลังเร่งผลิตไปในช่วงก่อน ประกอบกับการผลิตเครื่องดื่มลดลง ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ตามกำลังซื้อและกิจกรรมในภาคบริการลดลง อย่างไรก็ดี การผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่มีต่อเนื่อง

    rn

     

    rn

    ภาคบริการท่องเที่ยว หดตัว ตามความต้องการท่องเที่ยวที่ลดลงจากค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินลดลง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไทยลดลงมาก ด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีนหลังเร่งไปในเดือนก่อนในช่วงวันหยุดยาวแรงงาน ขณะที่รายรับผู้เยี่ยมเยือนทรงตัว แต่เป็นผลจากค่าใช้จ่ายเดินทางที่ปรับเพิ่มขึ้น

    rn

     

    rn

    การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว จากผลของมาตรการไทยช่วยไทยพลัสและการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้การใช้จ่ายหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัว ประกอบกับหมวดน้ำมันและหมวดบริการปรับเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ราคาพลังงานเริ่มคลี่คลาย ประกอบกับหมวดยานยนต์ขยายตัว ทั้งรถยนต์ EV รถจักรยานยนต์ และรถยนต์กระบะ สอดคล้องกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับเพิ่มขึ้นหลังลดลงมาตั้งแต่ต้นปี

    rn

     

    rn

    การลงทุนภาคเอกชน หดตัว จากการลงทุนหมวดก่อสร้าง ตามยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่ลดลง หลังมีการเร่งซื้อก่อนปรับขึ้นราคา ประกอบกับพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างลดลง ด้านการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ปรับดีขึ้นเล็กน้อย ตามการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว ในกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ

    rn

     

    rn

    การค้าผ่านด่านศุลกากร หดตัว ตามการส่งออกที่หดตัวจากการส่งออกทุเรียนไปจีนลดลง หลังเร่งไปในช่วงก่อนหน้า ส่วนการส่งออกไปเมียนมาปรับดีขึ้นบ้างหลังทางการเมียนมาเปิดสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 69 โดยมีการส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น ด้านการนำเข้าเพิ่มขึ้นตามการนำเข้าข้าวโพดจากเมียนมาและการนำเข้าผลไม้จากจีน

    rn

     

    rn

    อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ลดลง ตามหมวดพลังงานและอาหารสด อาทิ เนื้อสัตว์ และผักสด ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น ในกลุ่มอาหารพร้อมทาน

    rn

     

    rn

    ตลาดแรงงาน ลดลง สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตน ม.33 ที่ลดลงในหลายจังหวัด โดยธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่ต้องการจ้างงานเพิ่ม

    rn

     

    rn

    ประเด็นที่ตัองติดตาม

    rn

    –  ผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น

    rn

    –  ผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ

    rn

    –  ความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญ

    rn

    –  สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง

    rn

     

    rn

    ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ

    rn

    31 กรกฎาคม 2569

    rn

     

    rn”}}” id=”text-ac0f5ef35f”>

    รายได้เกษตรกร หดตัวต่อเนื่อง ตามการลดลงของทั้งด้านราคาและผลผลิต โดยด้านราคาหดตัวจากราคาข้าวเปลือกเจ้าที่ลดลงตามความต้องการของตลาดโลก ราคาสับปะรดที่ช่วงนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดมาก และราคาสุกรยังมีอุปทานมาก ด้านผลผลิตพืชหลักลดลง ตามผลผลิตข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง และลิ้นจี่ เป็นผลจากราคาช่วงก่อนหน้าไม่จูงใจให้เกษตรกรผลิตและบำรุงดูแล

    ภาคอุตสาหกรรม หดตัวเล็กน้อย โดยการผลิตผลิตภัณฑ์นมและผลิตภัณฑ์โลหะลดลง หลังเร่งผลิตไปในช่วงก่อน ประกอบกับการผลิตเครื่องดื่มลดลง ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ตามกำลังซื้อและกิจกรรมในภาคบริการลดลง อย่างไรก็ดี การผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่มีต่อเนื่อง

    ภาคบริการท่องเที่ยว หดตัว ตามความต้องการท่องเที่ยวที่ลดลงจากค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินลดลง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไทยลดลงมาก ด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีนหลังเร่งไปในเดือนก่อนในช่วงวันหยุดยาวแรงงาน ขณะที่รายรับผู้เยี่ยมเยือนทรงตัว แต่เป็นผลจากค่าใช้จ่ายเดินทางที่ปรับเพิ่มขึ้น

    การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว จากผลของมาตรการไทยช่วยไทยพลัสและการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้การใช้จ่ายหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัว ประกอบกับหมวดน้ำมันและหมวดบริการปรับเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ราคาพลังงานเริ่มคลี่คลาย ประกอบกับหมวดยานยนต์ขยายตัว ทั้งรถยนต์ EV รถจักรยานยนต์ และรถยนต์กระบะ สอดคล้องกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับเพิ่มขึ้นหลังลดลงมาตั้งแต่ต้นปี

    การลงทุนภาคเอกชน หดตัว จากการลงทุนหมวดก่อสร้าง ตามยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่ลดลง หลังมีการเร่งซื้อก่อนปรับขึ้นราคา ประกอบกับพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างลดลง ด้านการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ปรับดีขึ้นเล็กน้อย ตามการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว ในกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ

    การค้าผ่านด่านศุลกากร หดตัว ตามการส่งออกที่หดตัวจากการส่งออกทุเรียนไปจีนลดลง หลังเร่งไปในช่วงก่อนหน้า ส่วนการส่งออกไปเมียนมาปรับดีขึ้นบ้างหลังทางการเมียนมาเปิดสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 69 โดยมีการส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น ด้านการนำเข้าเพิ่มขึ้นตามการนำเข้าข้าวโพดจากเมียนมาและการนำเข้าผลไม้จากจีน

    อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ลดลง ตามหมวดพลังงานและอาหารสด อาทิ เนื้อสัตว์ และผักสด ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น ในกลุ่มอาหารพร้อมทาน

    ตลาดแรงงาน ลดลง สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตน ม.33 ที่ลดลงในหลายจังหวัด โดยธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่ต้องการจ้างงานเพิ่ม

    ประเด็นที่ตัองติดตาม

    –  ผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น

    –  ผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ

    –  ความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญ

    –  สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง

    ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ

    31 กรกฎาคม 2569

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bot.or.th/th/thai-economy/regional-economy/northern-economy/the-state-of-northern-economy/Northern_256906_Press_All.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EgnkoAHg8VSDjwVg1YoNQ

  • ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 28.85 จุด ขานรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง : อินโฟเควสท์

    ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 28.85 จุด ขานรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง : อินโฟเควสท์

    ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดบวกในวันนี้ (31 ก.ค.) ขานรับจีนประกาศเตรียมเร่งการใช้จ่ายด้านการคลัง และออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากเศรษฐกิจไตรมาส 2 ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

    ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] เปิดตลาดที่ระดับ 3,833.54 จุด เพิ่มขึ้น 28.85 จุด หรือ +0.76%

    ที่ประชุมคณะกรรมการกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นหน่วยงานกำหนดนโยบายระดับสูง ยอมรับว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับความยากลำบากและความท้าทายหลายด้าน พร้อมให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความพยายามกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ

    สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) มีกำหนดเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.ค. ในวันนี้

    โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/623731&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nJXouOAEgWlJOVK_mRAqe

  • ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองด้วยเสียงเพลง “ไทบ้านแลนด์แคมป์”  7 – 8 สิงหาคม นี้  ณ เกาะกลางน้ำ จังหวัดศรีสะเกษ

    ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองด้วยเสียงเพลง “ไทบ้านแลนด์แคมป์” 7 – 8 สิงหาคม นี้ ณ เกาะกลางน้ำ จังหวัดศรีสะเกษ

    เตรียมปักหมุดไปกับเทศกาลแห่งเสียงดนตรี “ไทบ้านแลนด์แคมป์” ความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไทบ้าน สตูดิโอ จำกัด บริษัท เซิ้งมิวสิก จำกัด และ หอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ ที่ชวนสัมผัสประสบการณ์เทศกาลดนตรีและวัฒนธรรมร่วมสมัย ถ่ายทอดอัตลักษณ์อีสานผ่านเสียงดนตรี ศิลปะ และการมีส่วนร่วมของผู้คน ภายใต้ธีม “แคมป์” พร้อมเปิดมุมมองใหม่ของวัฒนธรรมอีสานร่วมสมัย และร่วมขับเคลื่อนจังหวัดศรีสะเกษสู่เป้าหมาย “ASEAN Regional Hub of Music & Film” ระหว่างวันที่ 7 – 8 สิงหาคม เวลา 09.00 – 00.00 น. ณ เกาะกลางน้ำ จังหวัดศรีสะเกษ 

    เทศกาลฯ ได้รับการบ่มเพาะและสนับสนุนจากโครงการ “พัฒนาผู้ขับเคลื่อนเทศกาลสร้างสรรค์ (Festival Creator)” ปีที่ 2 ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ขับเคลื่อนเทศกาล และสนับสนุนการนำแนวคิดไปต่อยอดสู่การจัดเทศกาลสร้างสรรค์ในพื้นที่จริง พร้อมยกระดับสินทรัพย์และอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้กลายเป็น “อัตลักษณ์ใหม่ (The New Signature)” ของเมือง นอกจากนี้ TCDC ศรีสะเกษ ซึ่ง CEA ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาคนสร้างสรรค์ในพื้นที่และธุรกิจเป้าหมายที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดนตรีและภาพยนตร์ เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้กับเมือง โดยปัจจุบัน TCDC ศรีสะเกษ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม เพื่อเปิดให้บริการ

    ศรีสะเกษ: เมืองแห่งอุตสาหกรรมดนตรีขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 

    ไทบ้านแลนด์แคมป์ มุ่งใช้พลังดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมร่วมสมัยเป็นสะพานเชื่อมโยงผู้คน พร้อมถ่ายทอดเสน่ห์ของวิถีชีวิต ภาษา ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของภาคอีสานในภาพใหม่สู่การเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และสร้างประสบการณ์ร่วมของผู้คนทุกช่วงวัย 

    ร่วมแบ่งปันพื้นที่แห่งความสุขและความสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมไฮไลต์ เช่น

    • Music & Performance นำทัพศิลปินหลากหลายแนว อาทิ ภูมินทร์, ละไมหรรษา,ไม้เมือง, วสันต์17, T_047 และ หมอลำ ลูกทุ่งอีสาน อินดี้อีสานดนตรีร่วมสมัย ถ่ายทอดอัตลักษณ์ดนตรีอีสาน ที่จะเชื่อมโยงผู้คนผ่านเสียงเพลง
    • Exhibition พื้นที่จัดแสดงผลงานที่สะท้อนเรื่องราว อัตลักษณ์ และมิติทางวัฒนธรรมของสี่เผ่าต้นกำเนิดของจังหวัดศรีสะเกษ 

    มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังสร้างสรรค์อีสาน ผ่านกิจกรรมตลอดทั้งวัน โดยในช่วงเช้าจะเปิดพื้นที่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของสี่เผ่าต้นกำเนิดของจังหวัดศรีสะเกษ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนในช่วงเย็นจะพบกับการแสดงดนตรีสดจากศิลปินหลากหลายแนว โดยเปิดให้เข้าชมผ่านการจำหน่ายบัตรเข้างาน 

    ไทบ้านแลนด์แคมป์ จึงเป็นเทศกาลสร้างสรรค์ที่ต่อยอดศักยภาพด้านดนตรีอัตลักษณ์ท้องถิ่นของศรีสะเกษที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างโอกาสเชื่อมโยงเครือข่าย ผู้คน และชุมชน โดยจังหวัดศรีสะเกษพร้อมใช้เสียงดนตรีเป็นกลไกขับเคลื่อนเมืองให้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในเครือข่ายสมาชิก “เมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโกด้านดนตรี” (UNESCO Creative Cities Network: UCCN)  ระหว่างวันที่ 7 – 8 สิงหาคม  เวลา 09.00 – 00.00 น.  ณ เกาะกลางน้ำ จังหวัดศรีสะเกษ

    ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ 
    Facebook Page:TaibaanLand
    YouTube Channel: taibaanland

    Posted in news on ก.ค. 31, 2026

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cea.or.th/news-updates/Sisaket&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ceTH2K-hOPnqdoS4tkGRi

  • ธปท. ชี้เศรษฐกิจ Q2 แผ่ว! เซ่นพิษน้ำมันพุ่ง-ศึกตะวันออกกลางยืดเยื้อกดดัน

    ธปท. ชี้เศรษฐกิจ Q2 แผ่ว! เซ่นพิษน้ำมันพุ่ง-ศึกตะวันออกกลางยืดเยื้อกดดัน

    ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 มีทิศทางชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและรายรับในภาคการท่องเที่ยวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดระยะใกล้และยุโรป กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวเนื่อง เช่น สาขาโรงแรมและร้านอาหารจึงปรับตัวลดลงตามไปด้วย

    สำหรับการบริโภคภาคเอกชนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมในไตรมาสที่ 2 ปรับตัวลดลงเช่นกัน แม้จะได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการของรัฐบาลในช่วงท้ายไตรมาสก็ตาม โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงในหลายหมวด โดยเฉพาะการผลิตปิโตรเลียมที่ได้รับผลกระทบจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางส่วน และการผลิตยานยนต์กลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้า

    อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังคงได้รับแรงส่งสำคัญจากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก และความต้องการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยีขยายตัวอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าปรับเพิ่มขึ้นสูง โดยหลักมาจากการนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อสำรองในประเทศ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ด้านการใช้จ่ายของภาครัฐขยายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งจากรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง

    ส่วนของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ระดับ 2.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าตามราคาพลังงานในตลาดโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการในหมวดของใช้ส่วนตัวและอาหารสำเร็จรูป ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนมิถุนายนขาดดุลลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อพิจารณาภาพรวมนับตั้งแต่ต้นปี ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด

    ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในระยะถัดไป ได้แก่ 1) พัฒนาการของสงครามและนโยบายการค้าสหรัฐฯ 2) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว 3) ผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงต่อครัวเรือนและธุรกิจ 4) ผลของมาตรการรัฐ และ 5) พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/850626&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_RhmWd9PIMyFTSvKW9cJs

  • เผยเศรษฐกิจเกาหลีเหนือขยายตัวเกิน 3% โตต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ผลพวงสัมพันธ์แนบแน่น “รัสเซีย-จีน”

    เผยเศรษฐกิจเกาหลีเหนือขยายตัวเกิน 3% โตต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ผลพวงสัมพันธ์แนบแน่น “รัสเซีย-จีน”

    ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประเมินว่า เศรษฐกิจเกาหลีเหนือขยายตัว 3.5% ในปี 2025 นับเป็นการเติบโตเกิน 3% ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยมีปัจจัยสำคัญจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการทหารกับรัสเซีย การค้ากับจีนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงโครงการพัฒนาของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ขณะที่รายได้ประชาชาติต่อหัวของเกาหลีเหนือคิดเป็นเพียง 3.6% ของเกาหลีใต้

    รายงานจากธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเกาหลีเหนือในปี 2025 ขยายตัว 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หลังจากเติบโต 3.7% ในปี 2024 และ 3.1% ในปี 2023 ส่งผลให้มูลค่าจีดีพีที่แท้จริงของเกาหลีเหนือพุ่งสูงเกินระดับของปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่สหประชาชาติจะยกระดับมาตรการคว่ำบาตรอย่างเข้มงวด

    เนื่องจากรัฐบาลเกาหลีเหนือถือว่าข้อมูลสถิติทางเศรษฐกิจเป็นความลับขั้นสูงสุดของรัฐ BOK จึงต้องทำการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี 1991 โดยอาศัยข้อมูลการข่าว และสถิติการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก

    เจ้าหน้าที่ของ BOK ระบุว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเป็นผลมาจากการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับรัสเซีย การค้าที่เพิ่มขึ้นกับจีน รวมถึงโครงการพัฒนาตามนโยบายระดับชาติของเกาหลีเหนือเอง

    ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ และนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์เมื่อเดือนมิถุนายน 2024 โดยเกาหลีเหนือได้ส่งกำลังทหารเข้าร่วมการสู้รบในสงครามยูเครนประมาณ 15,000 นาย พร้อมทั้งสนับสนุนยุทธโธปกรณ์และกระสุนปืนใหญ่ให้แก่กองทัพรัสเซีย

    เพื่อเป็นการตอบแทน รัสเซียได้ให้การสนับสนุนด้านการเงิน อาหาร พลังงาน และเทคโนโลยีทางการทหาร นอกจากนี้ รายได้ในรูปเงินตราต่างประเทศของเกาหลีเหนือยังพุ่งสูงขึ้นจากการส่งกำลังพลไปปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

    ด้านภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่ภาคเหมืองแร่และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เติบโตขึ้น 4.9% ซึ่งได้อานิสงส์โดยตรงจากการเร่งผลิตอาวุธเพื่อส่งออกให้แก่รัสเซีย ส่วนภาคการก่อสร้าง ขยายตัว 6.3% จากการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่อาคารพักอาศัย โครงการสาธารณูปโภคตามนโยบายพัฒนาภูมิภาคของรัฐบาล ที่ตั้งเป้าสร้างโรงพยาบาลทันสมัยใน 20 เมืองและอำเภอทุกปี รวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อกับรัสเซีย เช่น สะพานข้ามแดนแห่งใหม่

    ขณะที่ภาคการเกษตร ขยายตัว 3.6% และภาคบริการขยายตัว 1.8% โดยได้แรงหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การส่งออกของเกาหลีเหนือในปี 2025 พุ่งสูงขึ้นถึง 30% คิดเป็นมูลค่าราว 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ขนสัตว์อุตสาหกรรม วิกผม ของเล่น และอุปกรณ์กีฬา สำหรับสัดส่วนในโครงสร้างเศรษฐกิจ ภาคเหมืองแร่และอุตสาหกรรมคิดเป็น 30.1% ของ จีดีพีทั้งหมด ตามด้วยภาคบริการ 29.6% และภาคการเกษตร 21.2%

    ส่วนรายได้มวลรวมประชาชาติ (GNI) ของเกาหลีเหนือในปี 2025 อยู่ที่ 48.5 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 33,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเพียง 1.8% ของรายได้ประชาชาติรวมของเกาหลีใต้ ซึ่งมีมูลค่า 2,717.1 ล้านล้านวอน ส่วนรายได้ประชาชาติต่อหัวของชาวเกาหลีเหนืออยู่ที่ 1.87 ล้านวอน หรือเพียง 3.6% ของรายได้ต่อหัวชาวเกาหลีใต้ที่อยู่ที่ 52.57 ล้านวอน.

    ที่มา Reuters / Yonhap / KBS

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2949713&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ytWeg5-UoV-yjWgOIog1_

  • กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอเชิญประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของผังเมืองรวมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว

    กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอเชิญประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของผังเมืองรวมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว

    กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอเชิญประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของผังเมืองรวมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว

    กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้วางและจัดทำผังเมืองรวมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว จึงขอเชิญชวนประชาชนในท้องที่ตำบลป่าไร่ ตำบลบ้านใหม่หนองไทร ตำบลบ้านด่าน ตำบลอรัญประเทศ ตำบลฟากห้วย และตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ และตำบลผักขะ อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ไปตรวจดูแผนที่ แผนผัง พร้อมรายละเอียดดังกล่าว และขอเชิญชวนประชาชนผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น และปรึกษาหารือเกี่ยวกับผังเมืองรวมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว สำหรับรายละเอียดจะได้ชี้แจง ในวันรับฟังความคิดเห็นและปรึกษาหารือ ซึ่งจัดให้มีการประชุม ในวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

    โดยได้ปิดประกาศร่างผังเมืองรวม ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ประกอบด้วยแผนที่ แผนผัง ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน รายการประกอบแผนผัง และรายการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว สำนักงานที่ดินจังหวัดสระแก้ว สำนักงานที่ดินจังหวัดสระแก้ว สาขาอรัญประเทศ ที่ว่าการอำเภออรัญประเทศ ที่ว่าการอำเภอวัฒนานคร สำนักงานเทศบาลเมืองอรัญญประเทศ สำนักงานเทศบาลตำบลป่าไร่ สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านด่าน สำนักงานเทศบาลตำบลฟากห้วย สำนักงานเทศบาลตำบลท่าข้าม ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลผักขะ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดสระแก้ว สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสระแก้ว กรมโยธาธิการและผังเมือง และเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง (www.dpt.go.th) เว็บไซต์ของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสระแก้ว (https://pvnweb.dpt.go.th/sakaeo/th)

    ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในท้องที่ดังกล่าวเข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นและปรึกษาหารือ ในวัน เวลา และสถานที่ ตามที่กำหนด และแสดงความคิดเห็นด้วยวาจาในวันที่มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นและปรึกษาหารือกับประชาชนตามที่กำหนด และแสดงความคิดเห็นเป็นหนังสือหรือแสดงความคิดเห็นทางเว็บไซต์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง (www.dpt.go.th) รวมทั้งมีหนังสือแสดงความคิดเห็นเพื่อให้มีผลเกี่ยวกับสิทธิของตนเพื่อเป็นหลักฐานประกอบในการยื่นคำร้องขอให้แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในขั้นตอนการปิดประกาศเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันตามมาตรา 30 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ซึ่งสามารถขอหนังสือแสดงความคิดเห็นได้ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสระแก้ว สำนักงานเทศบาลเมืองอรัญญประเทศ สำนักงานเทศบาลตำบลป่าไร่ สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านด่าน สำนักงานเทศบาลตำบลฟากห้วย สำนักงานเทศบาลตำบลท่าข้าม ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลผักขะ หรือดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง (www.dpt.go.th)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1041971&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1z4byETxXPZR4BPKLfYssR

  • เศรษฐกิจไทย ครึ่งปีหลัง รอดหรือร่วง

    เศรษฐกิจไทย ครึ่งปีหลัง รอดหรือร่วง

    แม้หลายหน่วยงานยังคงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัว แต่คำถามสำคัญที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ คือ การเติบโตดังกล่าวจะเพียงพอหรือไม่ ในช่วงครึ่งปีหลังที่เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งความขัดแย้งทางการค้า ความผันผวนของราคาพลังงาน และกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง

    ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเวลานี้ยังคงอาศัยเครื่องยนต์หลัก 3 ตัว ได้แก่ การส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนภาครัฐ แต่แต่ละเครื่องยนต์กลับเผชิญข้อจำกัดที่อาจทำให้การขยายตัวไม่ราบรื่นอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง

    ส่งออก…ยังเป็นความหวัง แต่ไม่ง่ายเหมือนเดิม

    ในช่วงครึ่งปีแรก การส่งออกของไทยขยายตัวได้ดีจากการเร่งนำเข้าสินค้าของหลายประเทศก่อนมาตรการภาษีใหม่จะมีผล อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวอาจเป็นเพียงแรงส่งระยะสั้น

    เมื่อมาตรการภาษีของสหรัฐฯ เริ่มมีผล และเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าชะลอตัว ความต้องการสินค้าอาจลดลง ส่งผลให้ภาคการส่งออกซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปี

    ท่องเที่ยวฟื้น…แต่ยังไม่ทั่วถึง

    ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญ แต่การฟื้นตัวไม่ได้กระจายไปทุกพื้นที่ นักท่องเที่ยวบางตลาดยังกลับมาไม่เต็มที่ ขณะที่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังต้องเผชิญต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น ทั้งค่าแรง ค่าไฟฟ้า และต้นทุนวัตถุดิบ

    การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว จึงอาจไม่เพียงพอ หากรายได้ไม่กระจายลงสู่ธุรกิจขนาดเล็กและชุมชน

    กำลังซื้อในประเทศ…ยังเป็นโจทย์ใหญ่

    แม้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ แต่ครัวเรือนไทยยังเผชิญภาระหนี้ในระดับสูง ทำให้การใช้จ่ายยังค่อนข้างระมัดระวัง

    ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกซื้อเฉพาะสินค้าจำเป็น ขณะที่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ยังเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศยังไม่สามารถกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เต็มศักยภาพ

    การลงทุนภาครัฐ…ความหวังที่ต้องเร่งเดินหน้า

    อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการลงทุนของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการจ้างงานและการลงทุนของภาคเอกชน

    อย่างไรก็ตาม การทบทวนโครงการขนาดใหญ่ เช่น แลนด์บริดจ์ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของการลงทุนมากขึ้น แม้จะช่วยลดความเสี่ยงด้านการคลังในระยะยาว แต่ก็อาจทำให้เม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจช้ากว่าที่คาด

    ครึ่งปีหลัง…ไม่ถึงกับวิกฤต แต่ยังต้องระวัง

    เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังอาจไม่ได้เผชิญภาวะถดถอย แต่ยังมีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่ต่ำและเปราะบาง หากการส่งออกชะลอตัว กำลังซื้อในประเทศยังอ่อนแรง และเศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม

    โจทย์สำคัญของรัฐบาลจึงไม่ใช่เพียงการผลักดันให้ตัวเลข GDP เติบโต แต่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น กระตุ้นการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและกระจายประโยชน์สู่ภาคธุรกิจและประชาชนในวงกว้าง

    ท้ายที่สุด คำถามว่า เศรษฐกิจไทยจะรอดหรือสะดุด อาจไม่ได้มีคำตอบตายตัว แต่จะขึ้นอยู่กับว่าประเทศจะสามารถรักษาแรงขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์เศรษฐกิจทั้ง 3 ด้านไว้ได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและมีความไม่แน่นอนสูงกว่าเดิม

    แหล่งอ้างอิง

    ·     ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

    ·     สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

    ·     Krungsri Research

    ·     OECD Economic Outlook 2026

    ·     ธนาคารโลก (World Bank)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-exports-tourism-investment-gdp&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yUmaJtHmOfCJCbHvVtt_Q