Category: เศรษฐกิจ

  • บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2568 – InterGold

    บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2568 – InterGold

    วันที่ 7 ตุลาคม 2568 เวลา 10.33 น.

    กลยุทธ์ : ระวังแรงเทขายที่ $4,000
    แนวรับ : $3,945  หรือ  60,900 บาท
    แนวต้าน : $4,000  หรือ  61,500 บาท

    ข่าว :  

    .

    ราคาทองคำไทยเช้านี้แตะ 61,000 บาท หลังพุ่งจากแถว 58,000 บาท ภายในไม่กี่สัปดาห์

    ตัวเร่งหลักวิกฤตชัตดาวน์สหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อ + กระแสลงทุนสินทรัพย์ปลอดภัย

    ทิศทางเฟด ยังเป็นปัจจัยชี้นำสำคัญของราคาโลก (ตลาดจับตาการ ลดดอกเบี้ยเดือนตุลาคม)

    ค่าเงินบาทแข็งที่ ~32.5 ต่อดอลลาร์ ขณะที่ ดอลลาร์แข็งระยะสั้น แต่คาดอ่อนกลับ

    ภูมิรัฐศาสตร์ยังตึงเครียด หนุนความต้องการทองคำ

    มุมมองปีหน้าเศรษฐกิจนอกสหรัฐฯ เริ่มกระเตื้อง ทำให้ดอลลาร์ไม่น่าสนใจเท่าเดิม เอื้อทองคำ

    .

    วิเคราะห์ทองคำ :   

    .

    การขึ้นเร็วของราคาทองคำไทยสะท้อนแรงซื้อเข้มข้น แต่ยิ่งต้องระวังการ พักฐาน/ย่อแรง

    ถ้า “กระแสข่าวการเมือง/ชัตดาวน์” เริ่มซา ราคามีโอกาส ย่อตัว

    เฟด คือแกนกลางใกล้รอบ “ลดดอกเบี้ย” มักเห็นแรงขายทำกำไรล่วงหน้า

    สัญญาณเตือน เมื่อลงทุนรายย่อยแห่เข้ามากันมากๆ มักเป็นสัญญาณพักตัวระยะสั้น

    มุมมองปีหน้าเชิงโครงสร้างยังขาขึ้น จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์มีโอกาสทดสอบ $4,000

    อย่างไรก็ดี อย่ามองโลกสวยเกินไป ช่วงปลายปี-ต้นปีมีหลายปัจจัยผันผวน ต้องประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง

    กลยุทธ์ :

    .

    ระยะสั้น (เทรด/เทรดดิ้ง)

    • แนวต้าน-โซนขายทำกำไร ใกล้ $4,000 และแถว 60,500-61,000 บาท
    • เลี่ยงไล่ราคาเมื่อยืดตัวแรง ให้รอ “ย่อแล้วค่อยทยอยรับ” มากกว่า
    • จับตาก่อน/ใกล้ประกาศลดดอกเบี้ยเฟด (ปลาย ต.ค.) มีโอกาสเกิดแรงเทขายหน้าข่าว

    ระยะกลาง

    • ใช้แผน “ทยอยขายเป็นชั้น ๆ (scale-out)” เมื่อเข้าใกล้ $4,000 / 61,000 บาท
    • รอรับเมื่อย่อตัวตามจังหวะข่าวซาโดยคุมขนาดสถานะ (position size) ไม่ให้ใหญ่เกินไป
    • บริหารความเสี่ยงค่าเงินบาทที่ ~32.5 ทำให้ราคาทองในประเทศอ่อนไหวต่อ USD/THB

    สะสมระยะยาว / ลงทุน

    • ใช้ DCA แบบมีวินัย รอจังหวะย่อ ไม่ทุ่มไม้เดียว
    • ตั้งจุดตัดขาดทุน (stop) และ เป้ากำไร ชัดเจน, หลีกเลี่ยงเลเวอเรจ
    • กระจายความเสี่ยง รักษา เงินสดสำรอง เพื่อรับความผันผวน

    .

    #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา

    สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/analyze-7-oct-2025/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2O95Yf3SuqdHMJbrf4aq8j

  • ภราดรไม่กังวลถูกร้องโยกงบกลาง 1.9 หมื่นล้านบาท ใช้ทำ ‘คนละครึ่งพลัส’

    ภราดรไม่กังวลถูกร้องโยกงบกลาง 1.9 หมื่นล้านบาท ใช้ทำ ‘คนละครึ่งพลัส’

    วันนี้ (7 ตุลาคม) ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ เปิดเผยถึงกรณีถูกวิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการใช้งบกลาง 1.9 หมื่นล้านบาท มาใช้ในโครงการ คนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นงบที่ควรจะใช้ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน ว่า งบกลางเป็นส่วนที่รัฐบาลตั้งไว้ในแต่ละปี โดยรัฐบาลก่อน ได้แยกส่วนเอาไว้ 25,000 ล้านบาท เพื่อเอามากระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะ ซึ่งโครงการคนละครึ่ง ต้องใช้เงินทั้งสิ้น 44,000 ล้านบาท มีอยู่ในส่วนงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 25,000 ล้านบาท ทำให้ยังขาดอยู่อีก 19,000 ล้านบาท จึงต้องไปหยิบมาจากงบกลาง ที่ตั้งไว้ทั้งหมด 99,000 ล้านบาท

    ภราดรยอมรับว่า รัฐบาลนี้ไม่ใช่ผู้ตั้งงบประมาณ เป็นผู้ที่ใช้งบประมาณจากที่รัฐบาลเดิมตั้งไว้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหาช่องทางมาเติมเต็มเพื่อให้นโยบายสมบูรณ์ที่สุด นอกจากนี้ รัฐบาลยังประกาศนโยบายว่า จะต่อสู้กับ 4 ภัย ซึ่งมีด้านเศรษฐกิจก็เป็นหนึ่งในนั้น จึงถือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ใช้งบกลางมาเติมในส่วนนี้ได้

    ส่วนจะกระทบหรือไม่หากในอนาคตเกิดความจำเป็นเร่งด่วน ภราดรกล่าวว่า ในปีงบประมาณปกติ รัฐบาลได้ดูแล้วว่างบประมาณในการเยียวยาประชาชนอยู่ที่ประมาณ 20,000- 30,000 ล้านบาท จึงยังมีพื้นที่พอที่จะนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ส่วนหากมีการร้องเรียนในการใช้งบกลางส่วนนี้กังวลหรือไม่ ภราดรกล่าวว่า งบกลางเขียนไว้ชัดเจนว่าสามารถใช้ได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ สามารถเรียกได้ว่า ฉุกเฉิน จำเป็น และเร่งด่วน

    ส่วนวงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาทที่จะใช้ ได้ประมาณการไว้หรือไม่ว่าจะสร้างการหมุนเวียนไว้เท่าไร ภราดรกล่าวว่า เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประเมินว่าในช่วงไตรมาสสุดท้าย สามารถขยับตัวเลข GDPได้ 0.3-0.4%

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/19-billion-stimulus-fund-defended/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw096AQh29Rk6oLtF3j7cSnN

  • เกาะติดครม.เคาะ “คนละครึ่งพลัส”-ตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    เกาะติดครม.เคาะ “คนละครึ่งพลัส”-ตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    จับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นั่งเป็นประธานการประชุม โดยวันนี้มีวาระที่น่าสนใจคือ การพิจารณางบกลางที่จะนำไปใช้สำหรับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” โดยกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอที่ประชุมครม. เห็นชอบโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สำหรับประชาชนทั่วไป 20 ล้านคน โดยจะใช้เม็ดเงินจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 25,000 ล้านบาท และงบกลางอีก 19,000 ล้านบาท รวม 44,000 ล้านบาท คาดว่าเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ วันที่ 20-26 ต.ค. 68 ขณะที่ร้านค้าลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 68 โดยสามารถลงทะเบียนได้จนกว่าจะจบโครงการ และเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ 29 ต.ค. จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. 68

    นอกจากนี้ คาดว่าจะมีวาระพิจารณาเรื่องแผนบูรณาการ ที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายงานให้รองนายกรัฐมนตรี ไปบูรณาการงานในด้านต่าง ๆ

    วาระพิจารณาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

    – กระทรวงพลังงาน เสนอร่างบันทึกความเข้าใจเพิ่มเติมว่า ด้วยโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (Enhanced Memorandum of Understanding on ASEAN Power Grid) และร่างกรอบความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Petroleum Security)

    – สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แจ้งว่า ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้จัดทำคำชี้แจง ในคดีหมายเลขดำที่ 1896/2568 ระหว่าง นายธนพร ศรียากูล ผู้ฟ้องคดี กับคณะรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ในคดีเกี่ยวกับการอนุมัติรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ประจำปีการศึกษา 2568-2569 ของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ โดยสภาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, เสนอร่างพระราชกฤษฎีกา ปิดประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1, แนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐ ในการเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

    และการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/535145&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2wYRGg7WoedspsYxgkgcM0

  • ‘ภราดร’ ยัน งบกลางฯ 1.9 หมื่นล้าน ใช้ทำ ‘คนละครึ่งพลัส’ เหตุรัฐบาลอิ๊งค์ ตั้งไว้กระตุ้นเศรษฐกิจ

    ‘ภราดร’ ยัน งบกลางฯ 1.9 หมื่นล้าน ใช้ทำ ‘คนละครึ่งพลัส’ เหตุรัฐบาลอิ๊งค์ ตั้งไว้กระตุ้นเศรษฐกิจ

    7 ต.ค. 2568-  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ กล่าวถึงกรณีถูกวิจารณ์ความเหมาะสมในการใช้งบกลาง 1.9 หมื่นล้านบาท มาใช้ใน โครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นงบที่ควรจะใช้ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนว่า งบกลางเป็นส่วนที่รัฐบาลตั้งไว้ในแต่ละปี ในส่วนรัฐบาลก่อนได้แยกส่วนเอาไว้ 25,000 ล้านบาท เพื่อเอามากระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะ ซึ่งโครงการคนละครึ่งต้องใช้เงินทั้งสิ้น 44,000 ล้านบาท มีอยู่ในส่วนงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 25,000 ล้านบาท ทำให้ยังขาดอยู่อีก 19,000 ล้านบาท จึงต้องไปหยิบมาจากงบกลางที่ตั้งไว้ทั้งหมด 99,000 ล้านบาท ยอมรับว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่ผู้ตั้งงบประมาณ เป็นผู้ที่ใช้งบประมาณจากที่รัฐบาลเดิมตั้งไว้ ดังนั้น การทำนโยบายมีความจำเป็นที่จะต้องหาช่องทางมาเติมเต็มเพื่อให้นโยบายสมบูรณ์ที่สุด นอกจากนี้ รัฐบาลยังประกาศนโยบายว่า จะต่อสู้กับ 4 ภัย ซึ่งเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในนั้น ถือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน จึงใช้งบกลางมาเติมในส่วนนี้ได้

    ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกระทบหรือไม่ หากในอนาคตเกิดความจำเป็นเร่งด่วน นายภราดร กล่าวว่า รัฐบาลได้ดูแล้วว่างบประมาณในการเยียวยาประชาชนนั้นในแต่ละปีอยู่ที่ประมาณ 20,000 ถึง 30,000 ล้านบาท จึงยังมีพื้นที่พอที่จะนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อถามว่า หากมีการร้องเรียนในการใช้งบกลางส่วนนี้กังวลหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า งบกลางเขียนไว้ชัดเจนว่าสามารถใช้ได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ สามารถเรียกได้ว่ามันฉุกเฉิน จำเป็น และเร่งด่วน 

    เมื่อถามว่า วงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาทที่จะใช้ได้ประมาณการณ์ไว้หรือไม่ว่า จะสร้างการหมุนเวียนไว้เท่าไร นายภราดร กล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้ประเมินว่าในช่วงไตรมาสสุดท้าย สามารถขยับตัวเลขจีดีพีได้ 0.3-0.4 เปอร์เซ็นต์. 

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/874595/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_mCPlKAG_iRRU2LfcygLy

  • HSH สหรัฐฯ ชัตดาวน์ครั้งใหม่ สั่นคลอนเศรษฐกิจโลก หนุนราคา ‘ทองคำ’ พุ่งแตะ 4,000 ดอลลาร์ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    HSH สหรัฐฯ ชัตดาวน์ครั้งใหม่ สั่นคลอนเศรษฐกิจโลก หนุนราคา ‘ทองคำ’ พุ่งแตะ 4,000 ดอลลาร์ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – กรุงเทพฯ (7 ตุลาคม 2568) – รัฐบาลสหรัฐฯ ประสบภาวะชัตดาวน์ ฉุดความเชื่อมั่น ส่งผลเศรษฐกิจโลกสั่นคลอน ดันทองคำทะลุแนวต้าน $3,900 ต่อออนซ์ และกรอบบาทละ 60,000 บาท

    ปี 2025 ราคาทองโลกพุ่งแรงกว่า 1,350 ดอลลาร์ หรือราว 51% ทำจุดสูงสุดที่ 3,977.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศแตะจุดสูงสุดที่ 61,000 บาทต่อบาททองคำ (ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2568 เวลา 09.16 น.) ยืนยันบทบาท “ทองคำ” ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุนทั่วโลก

    ‘สหรัฐฯ ชัตดาวน์ – ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์’ ปัจจัยเร่งทองคำ

    ความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และตะวันออกกลางยังเป็นฉนวนเสี่ยง แต่แรงส่งรอบล่าสุดมาจาก ‘วิกฤติการเมืองสหรัฐฯ’ หลังสภาคองเกรสไม่ผ่านงบประมาณ จนทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะ “ชัตดาวน์” (Government Shutdown) ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งฉุดความเชื่อมั่นตลาด กดดันดอลลาร์สหรัฐฯ และหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ราคาทองจึงทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งในช่วงเริ่มชัตดาวน์ ขณะที่นักลงทุนต่างคาดการณ์ว่ามีโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น สืบเนื่องจากสภาพแวดล้อมและข้อมูลทางเศรษฐกิจล่าช้าหรือเลื่อนประกาศออกไป เพราะหน่วยงานรัฐปิดทำการ

    ทั้งนี้ ต้นตอของภาวะชัตดาวน์ เกิดจากความล่าช้าในการผ่าน Continuing Resolution (CR) สะท้อนความแตกแยกเชิงโครงสร้างทางการเมืองสหรัฐฯ ฝั่งเดโมแครตยืนยันผูกงบฯ กับการขยายเงินอุดหนุนเบี้ยประกันสุขภาพภายใต้ ACA เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนรายได้น้อย ขณะที่รีพับลิกัน (นำโดยประธานสภาผู้แทนราษฎร ไมค์ จอห์นสัน) ต้องการผลักดันงบชั่วคราวถึง 21 พฤศจิกายน 68 โดยไม่พ่วงนโยบายอื่น และแยกถกเรื่องสาธารณสุขต่างหาก

    การปิดหน่วยงานรัฐทำให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางราว 750,000 – 850,000 คน ต้องถูกพักงานชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าจ้าง (ประมาณ 400 ล้านดอลลาร์/วัน) ส่วนเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ (ATC) และสำนักงานความปลอดภัยการขนส่ง (TSA) ยังต้องทำงานต่อไปโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ขณะเดียวกัน ข้อมูลสำคัญจากสำนักงานสถิติแรงงาน (BLS) ทั้งตัวเลขการจ้างงานรายเดือนและอัตราเงินเฟ้อ ก็อาจถูกเผยแพร่ล่าช้าออกไป ส่งผลให้ภาคธุรกิจ นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบายมองภาพไม่ชัดเจน และทำให้ความผันผวนในตลาดการเงินสูงขึ้น ซึ่งเอื้อต่อสินทรัพย์หลบภัยอย่างทองคำ

    ยิ่งชัตดาวน์ยืดเยื้อ ทองคำยิ่งทรงตัวแข็งแกร่ง

    ความน่าจะเป็นล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจยืดเยื้อกินเวลาโดยเฉลี่ยราว 11 วัน ทั้งนี้ นักลงทุนส่วนมากเชื่อว่ามีโอกาสสูงถึง 67% ที่รัฐบาลจะกลับมาเปิดทำการหลังวันที่ 15 ตุลาคม 68 โดยมีการประเมินความน่าจะเป็น ดังต่อไปนี้
    – รัฐบาลสามารถเจรจาหาทางออก โดยใช้เวลา 4 – 9 วัน               ความน่าจะเป็นอยู่ที่ 4%

    – รัฐบาลสามารถเจรจาหาทางออก โดยใช้เวลา 10 – 29 วัน             ความน่าจะเป็นอยู่ที่ 66%

    – รัฐบาลสามารถเจรจาหาทางออก โดยใช้เวลามากกว่า 30 วัน         ความน่าจะเป็นอยู่ที่ 27%

    ทองคำ – หุ้น’ พาเหรดนิวไฮ ไม่ใช่เรื่องปกติ

    ขณะที่ข้อมูลจาก Forbes สะท้อนภาพ ‘ความผิดปกติแต่เกิดขึ้นจริง’ ในปี 2024 – 2025 เมื่อทองคำและหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดพร้อมกันหลายครั้ง ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก เพราะทองคำมักพุ่งขึ้นเมื่อความเสี่ยงเพิ่ม แต่หุ้นมักพุ่งขึ้นเมื่อตลาดมีความเชื่อมั่น หรือมีความชัดเจน

    โดยในปี 2025 เกิดเหตุการณ์ที่ทองคำและหุ้นทำจุดสูงสุดในวันเดียวกันแล้ว 6 ครั้ง และเมื่อปี 2024 เกิดขึ้นถึง 10 ครั้ง ขณะที่ตลอดช่วงปี 1970 – 2023 เกิดเพียง “สองครั้ง” เท่านั้น (ในปี 1972) ถือเป็นเครื่องบ่งชี้ความแปลกตาทางสถิติในรอบครึ่งศตวรรษ และเข้ากับบรรยากาศความไม่แน่นอนล่าสุดจากภาวะชัตดาวน์ที่เกื้อหนุนฝั่งทองคำ

    การที่สินทรัพย์ทั้งสองประเภทนี้ปรับขึ้นพร้อมกัน จึงสะท้อนปัจจัยขับเคลื่อนหลายประการที่สอดคล้องกัน ตั้งแต่ ดอลลาร์อ่อนค่าลง ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและนโยบาย รวมทั้งการที่นักลงทุนกระจายความเสี่ยงพร้อมกันทั้งฝั่งเสี่ยงและฝั่งหลบภัย

    คาดทองคำตอบรับภาวะชัตดาวน์ ‘อย่างแข็งแกร่ง’

    ทั้งนี้ เมื่อย้อนดูราคาทองกับภาวะชัตดาวน์สมัยทรัมป์ 1 จะพบว่า

    • ครั้งที่ 1: วันเสาร์ที่ 20 – วันจันทร์ที่ 22 มกราคม 2018 (3 วัน) หลังจากเปิดทำการ 1 สัปดาห์ ราคาทองโลกปรับตัวขึ้น +8 ดอลลาร์
    • ครั้งที่ 2: วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2018 (ภายในวัน) หลังจากเปิดทำการ 1 สัปดาห์ ราคาทองโลกปรับตัวขึ้น +28.1 ดอลลาร์
    • ครั้งที่ 3: วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2018 – วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2019 (35 วัน) ราคาทองในช่วง 35 วัน ปรับเพิ่มขึ้น +25.3 ดอลลาร์ (จาก 1,255.3 ดอลลาร์ สู่ 1,280.8 ดอลลาร์) และหลังจากเปิดทำการ 1 สัปดาห์ ราคาทองโลกปรับตัวขึ้น +36.4 ดอลลาร์

    ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่า จากข้อมูลทางสถิติ ภาวะชัตดาวน์ครั้งที่ 1 และ 2 กินระยะเวลาเพียงแค่ช่วงสั้น ๆ และเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งแตกต่างกับครั้งที่ 3 ที่ยืดเยื้อยาวนานถึง 35 วัน ทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่า ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังอยู่ในภาวะชัตดาวน์ ราคาทองอาจปรับตัวลงได้ยาก ในทางกลับกัน แม้รัฐบาลจะสามารถบรรลุข้อตกลงด้านงบประมาณได้ ราคาทองก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ เพราะนักลงทุนยังคงมีความกังวลต่อผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้น แนวโน้มที่ราคาทองคำจะอยู่เหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือทองคำแท่งในประเทศบาทละ 61,500 บาทขึ้นไป มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง

    ข้อมูลอ้างอิง:

    • CNBC
    • Forbes

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/10/07/584348/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rC7q0CHqSRM25QWaHX1Of

  • “อนุทิน” นำประชุม ครม. ถก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คลังชงใช้งบ 4.4 หมื่นล้าน “คนละครึ่งพลัส”

    “อนุทิน” นำประชุม ครม. ถก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คลังชงใช้งบ 4.4 หมื่นล้าน “คนละครึ่งพลัส”


    นายกฯ อนุทิน นำประชุม ครม. ถก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คลังชงใช้งบ 4.4 หมื่นล้าน “โครงการคนละครึ่งพลัส” พร้อมแถลงข่าวเที่ยงนี้

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ ซึ่งเป็oครั้งที่ 2 ของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว โดยมีหลายวาระสำคัญ หลายเรื่อง โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแผนบูรณาการงานของรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคน

    นายอนุทิน ได้เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด และเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 เพื่อไปเป็นประธานการประชุม ครม. ทันที

    สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ ที่ ครม. จะพิจารณา คือ โครงการคนละครึ่งพลัส โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงปลายปี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2568 ภายใต้กรอบงบประมาณรวม 44,000 ล้านบาท โดยใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 และงบกลาง 19,000 ล้านบาท ครอบคลุมผู้มีสิทธิกว่า 20 ล้านคน ส่งผลต่อ GDP ประมาณ 0.3 – 0.4% ผู้มีรายได้อยู่ในระบบภาษีจะได้รับ 2,400 บาท และผู้มีสิทธินอกระบบภาษีจะได้รับ 2,000 บาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการ Quick Win ของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และสร้างกำลังซื้อในเศรษฐกิจฐานรากก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ และภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น ในเวลาประ 12:00 น. นายกรัฐมนตรี จะนำแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงรายละแล้วโครงการคนละครึ่งพลัส ที่ก่อนหน้านี้ได้ย้ำว่า ให้ประชาชนอย่าลืมลงทะเบียนในเดือน ต.ค.นี้

    นอกจากนี้ คาดว่า ที่จะประชุมจะมีการพิจารณาแผนบูรณาการงาน ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี แต่ละคนไปกำกับ และประสานงานในมิติสำคัญ เช่น เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และดิจิทัล เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินมีเอกภาพ และลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน

    ส่วนวาระอื่นที่น่าสนใจ กระทรวงพลังงาน เสนอร่างบันทึกความเข้าใจเพิ่มเติมว่าด้วยโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน รวมทั้งเสนอร่างกรอบความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียน

    สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) เสนอแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐในการเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเสนอ แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ, เสนอแนวทางดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ 1896/2568 ระหว่าง นายธนพร ศรียากูล ผู้ฟ้องคดีกับ คณะรัฐมนตรี และพวก รวม 3 คน ผู้ถูกฟ้องคดีเกี่ยวกับการอนุมัติรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ประจำปีการศึกษา 2568–2569 ของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ รายงานสรุปข้อมูลและข้อเสนอแนะขององค์กรอิสระ ได้แก่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง

    สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอรายงานรายชื่อ คณะกรรมการต่าง ๆ ที่แต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการการบินพลเรือน

    สำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งผล คำพิพากษาศาลปกครองนครศรีธรรมราช ในคดีหมายเลขดำที่ 1322/2566 และหมายเลขแดงที่ 192/2568 ระหว่าง บริษัท ยูนิวนิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดีกับ อธิบดีกรมป่าไม้ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการละเลยต่อหน้าที่ของหน่วยงานทางปกครอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/36240&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KfZLtfr-krwM6IToasUc0

  • มธ.เตรียมจัด “เชียงรากเอ็กซ์โป 2025″ สร้างเศรษฐกิจฐานราก

    มธ.เตรียมจัด “เชียงรากเอ็กซ์โป 2025″ สร้างเศรษฐกิจฐานราก

    นายภูวดล ศิริชัยสินธพ ผู้จัดการฝ่ายพื้นที่ธุรกิจ สำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตรียมจัด “เชียงรากเอ็กซ์โป 2025 Ultimate Street Food & Music Fest” เพื่อสานต่อความสำเร็จของ “เชียงรากแฟร์” เทศกาลสตรีทฟู้ดและดนตรีสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ในฐานะกิจกรรมที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน สร้างพื้นที่เศรษฐกิจฐานรากที่เกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน เกิดการหมุนเวียนรายได้กลับคืนสู่ชุมชน และเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่รวมความอร่อย เสียงดนตรี และสีสันของชุมชนไว้ในงานเดียวที่ “เชียงรากเอ็กซ์โป 2025” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–26 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00–23.00 น. ณ ตลาดนัดเชียงราก – ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

    มธ.เตรียมจัด “เชียงรากเอ็กซ์โป 2025 มธ.เตรียมจัด “เชียงรากเอ็กซ์โป 2025

    สำหรับปีนี้ยกระดับจาก “เชียงรากแฟร์” สู่ “เชียงรากเอ็กซ์โป” ในรูปแบบที่ใหญ่กว่าเดิม ทั้งจำนวนร้านค้า พื้นที่จัดงาน และกิจกรรมความบันเทิง โดยขนทัพร้านค้ามากกว่า 400 ร้านค้า ครอบคลุมตั้งแต่ร้านค้าชุมชน ร้านค้าโซนนักศึกษา ไปจนถึงร้านยอดฮิตจากโซเชียล ให้สายกินและสายช้อปได้เพลิดเพลินตลอด 14 วัน

    มธ.เตรียมจัด “เชียงรากเอ็กซ์โป 2025

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมี โซนสวนสนุกขนาดใหญ่ พร้อมเครื่องเล่นสุดตื่นตาตื่นใจ ทั้งไวกิ้ง ทากาด้า รถบั้ม ปราสาทผีสิง และมิวสิคเอ็กซ์เพรส รวมถึงกิจกรรมย้อนวันวานในบรรยากาศงานวัด เช่น วาดรูป เทียนเจล ระบายสีปูนปลาสเตอร์ และอีกมากมาย รวมถึงการแสดงจากศิลปินชื่อดัง ทุกค่ำคืน ได้แก่ Timethai, Pixxie, Tattoo Colour, Potato, UrboyTJ, Wanmai, MEYOU, Silly Fools, Nont Tanont, Season Five, Bodyslam, Slot Machine, ลำไย ไหทองคำ และ Youngohm พร้อมพื้นที่จอดรถรองรับกว่า 1,000 คัน และบริการรถรับ-ส่งฟรีตลอดงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/region/378967761&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3V81T1m7yjSq13XEUBahxy

  • เงินเฟ้อติดลบ 6 เดือนยังไม่ใช่เงินฝืด TDRI เตือนเศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพ

    เงินเฟ้อติดลบ 6 เดือนยังไม่ใช่เงินฝืด TDRI เตือนเศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพ

    ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน ก.ย.2568 เท่ากับ 100.11 ลดลง 0.72%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเป็นการลดลงต่อเนื่อง 6 เดือนติด  นับจากเดือน เม.ย.68 ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวกับ ฐานเศรษฐกิจ โดยอธิบายว่า เงินเฟ้อมี 2 นิยามที่สำคัญ คือ เงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) ที่รวมสินค้าทุกชนิด ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอาหารและพลังงานที่ผันผวนสูง และขึ้นกับตลาดโลก

    และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ที่นำกลุ่มอาหารกับพลังงานออกไป จึงมักถูกใช้เป็นเครื่องชี้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งตัวเลข สนค. อ้างอิงจากเงินเฟ้อทั่วไป และพบว่ามีการติดลบมาแล้ว 6 เดือน แต่เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงเป็นบวก สะท้อนว่าเศรษฐกิจภายในยังไม่อยู่ในสถานการณ์ “เงินฝืด”

    แต่ก็ต้องยอมรับว่าการที่เงินเฟ้อพื้นฐานต่ำกว่ากรอบที่ควรจะเป็นที่ร้อยละ 1-3 ต่อปี สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ การที่เศรษฐกิจโตต่ำในช่วงหลังโควิด-19 เป็นผลมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน และโควิด-19 ได้ทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอจนการกระตุ้นเศรษฐกิจจะให้ผลได้อย่างจำกัด และเพราะว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจค่อนข้างย่ำแย่ การอัดฉีดระยะสั้นควรเน้นให้ตรงจุดที่เปราะบาง เช่น คนยากจน พื้นที่ชนบท เมืองท่องเที่ยวเมืองรอง ธุรกิจ SMEs พื้นที่น้ำท่วม พื้นที่ได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทไทย-กัมพูชา เป็นต้น

    ศักยภาพเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำกว่าที่ควรจะเป็น แล้วจะดันให้กลับขึ้นได้อย่างไรนั้น เป็นสิ่งที่นักวิชาการช่วยกันเสนอคำตอบ ถ้าเป็นพื้นฐานก็เช่น การยกระดับทักษะแรงงาน การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน การหนุนเสริมภาคส่งออก การสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม เป็นต้น

    ส่วนประชาชนเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง เป็นสัญญาณให้ต้องระวังการใช้จ่าย ไม่ควรก่อหนี้เพื่อการบริโภคที่ใช้แล้วหมดไปโดย เน้นลดรายจ่ายลงเพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/640795&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kgTgXQIsYlyih_AGm8r3t

  • “ฮุน เซน”สั่งชาวเขมรแบนสินค้าไทย ลั่นถึงเวลาประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    “ฮุน เซน”สั่งชาวเขมรแบนสินค้าไทย ลั่นถึงเวลาประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    “ฮุน เซน”สั่งชาวเขมรแบนสินค้าไทย ลั่นถึงเวลาประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจ

    ฮุน เซน สั่งชาวเขมรแบนสินค้าไทยและเลิกใช้เงินบาททันที หลังมีคนไทยใช้ภาพตนเอง ไปเป็นเป้ายิงงานวัด พร้อมทิ้งท้ายว่า หากเจ็บใจกับไทยจริง ก็ถึงเวลาที่ต้องประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5180379/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MEqKWNCcVoojKk-huTZDh

  • เริ่มลงทะเบียนเงินดิจิทัล 10,000 บาทได้ตั้งแต่วันที่ 1-5 ต.ค. 68 อีกแล้วเหรอ

    เริ่มลงทะเบียนเงินดิจิทัล 10,000 บาทได้ตั้งแต่วันที่ 1-5 ต.ค. 68 อีกแล้วเหรอ

    ชาวเน็ตแชร์ว่อนโซเชียล เริ่มลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1-5 ต.ค. 68 ล่าสุด คลังเฉลยแล้ว ไม่จริง

    ในโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพและข้อความเกี่ยวกับการลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ได้ตั้งแต่วันที่ 1-5 ต.ค. 68 จนสร้างความสงสัยให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก

    ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานว่า โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ดิจิทัลวอลเล็ต ยังไม่มีการดำเนินการโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะที่ 3 ทั้งนี้ หากมีการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประชาสัมพันธ์แจ้งต่อประชาชนให้รับทราบต่อไป

    fake

    สรุป : เงินดิจิทัล 10,000 บาท ดิจิทัลวอลเล็ต ยังไม่มีดำเนินการในระยะที่ 3 ตามที่โลกออนไลน์แชร์ข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/943791/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xiTr-0mAi2qf551AKkStH