Category: เศรษฐกิจ

  • เปิดแฟ้มครม.7ต.ค.68 เคาะ“คนละครึ่งพลัส” วงเงิน 4.4 หมื่นล้าน

    เปิดแฟ้มครม.7ต.ค.68 เคาะ“คนละครึ่งพลัส” วงเงิน 4.4 หมื่นล้าน

    “คนละครึ่งพลัส” กระตุ้นเศรษฐกิจ–เร่งแผนเยียวยาน้ำท่วม

    การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน มีหลายวาระสำคัญ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแผนบูรณาการงานของรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคน

    วาระใหญ่ “คนละครึ่งพลัส” 4.4 หมื่นล้านบาท

    คาดว่าที่ประชุม ครม. จะพิจารณาโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งกระทรวงการคลังเสนอเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงปลายปี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2568 โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะเสนอกรอบงบประมาณรวม 44,000 ล้านบาท

    ใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 และงบกลาง 19,000 ล้านบาท

    ครอบคลุมผู้มีสิทธิกว่า 20 ล้านคน ส่งผลต่อ GDP ประมาณ 0.3–0.4%

    ผู้มีรายได้อยู่ในระบบภาษีจะได้รับ 2,400 บาท

    ผู้มีสิทธินอกระบบภาษีจะได้รับ 2,000 บาท

    พร้อมเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1,700 บาท ครอบคลุมประชาชนรวมกว่า 33 ล้านคน

    มาตรการนี้ถือเป็นหนึ่งใน “โครงการ Quick Win” ของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และสร้างแรงส่งให้กำลังซื้อฐานรากก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่

    วาระบูรณาการงานรัฐบาล

    อีกวาระหนึ่งที่คาดว่าจะถูกหยิบยกเข้าสู่การประชุม คือ “แผนบูรณาการงาน” ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนไปกำกับและประสานงานในมิติสำคัญ เช่น เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และดิจิทัล เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินมีเอกภาพและลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน

    เรื่องเร่งด่วนยังไม่เข้าสู่วาระ — “เยียวยาน้ำท่วม”

    แม้ยังไม่เข้าสู่วาระ ครม. สัปดาห์นี้ แต่หนึ่งในประเด็นที่ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เร่งรัด คือ การเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั่วประเทศ

    • ครอบคลุมพื้นที่เสียหายตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึง 30 กันยายน 2568
    • ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 300,000–500,000 หลังคาเรือน
    • คาดใช้งบกลางหลายพันล้านบาทเพื่อชดเชยความเสียหาย
    • ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ ก่อนเสนอ ครม. ในสัปดาห์ถัดไป

    วาระอื่นที่น่าสนใจประกอบด้วย

    กระทรวงพลังงาน เสนอ ร่างบันทึกความเข้าใจเพิ่มเติมว่าด้วยโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (Enhanced Memorandum of Understanding on ASEAN Power Grid) รวมทั้งเสนอ ร่างกรอบความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Petroleum Security)

    สำนักเลขาธิการคณ รัฐมนตรี(สลค.) เสนอ แนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐในการเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเสนอ แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ

    -เสนอ แนวทางดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ 1896/2568 ระหว่าง นายธนพร ศรียากูล ผู้ฟ้องคดีกับ คณะรัฐมนตรี และพวก รวม 3 คน ผู้ถูกฟ้องคดีเกี่ยวกับการอนุมัติรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ประจำปีการศึกษา 2568–2569
    ของ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

    -รายงาน สรุปข้อมูลและข้อเสนอแนะขององค์กรอิสระ ได้แก่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    -เสนอ ร่างพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง 

    สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอรายงานรายชื่อ คณะกรรมการต่าง ๆ ที่แต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี
     

    กระทรวงคมนาคม เสนอ แต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการการบินพลเรือน

    สำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งผล คำพิพากษาศาลปกครองนครศรีธรรมราช ในคดีหมายเลขดำที่ 1322/2566 และหมายเลขแดงที่ 192/2568 ระหว่าง บริษัท ยูนิวนิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดีกับ อธิบดีกรมป่าไม้ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการละเลยต่อหน้าที่ของหน่วยงานทางปกครอง

    การประชุม ครม. วันที่ 7 ตุลาคม2568 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจและสังคมชุดใหญ่ของรัฐบาลอนุทิน ภายใต้กรอบเวลา “4 เดือนก่อนยุบสภา” ที่จะสิ้นสุด 31 มกราคม 2569 ซึ่งทุกโครงการล้วนมีนัยสำคัญทั้งเชิงเศรษฐกิจและการเมือง

    ในการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดแรก เมื่อ 30 กันยายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี นายกฯอนุทินมีมติสำคัญหลายประการ ก่อนปิดงบประมาณปี 2568 รวมวงเงินทั้งสิ้น 22,780 ล้านบาท ประกอบด้วย

    เพิ่มเงินสวัสดิการแห่งรัฐ 850 บาทต่อเดือน

    ครม.เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังและคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการฯ ให้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนไม่เกิน 13.4 ล้านคน ได้รับเงินเพิ่มอีก 850 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน (พฤศจิกายน–ธันวาคม 2568) รวมทั้งสิ้น 1,700 บาทต่อคน

    มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปี โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ร้อยละ 0.07–0.08 ต่อปี ทั้งนี้จะใช้งบกลางปี 2568 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

    ขยายเวลาประกาศพื้นที่มั่นคง 4 จังหวัดชายแดนใต้

    ครม.มีมติตามข้อเสนอของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ให้ ขยายประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครอบคลุม 20 อำเภอ ใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่

    • นราธิวาส: ยี่งอ สุไหงโก-ลก แว้ง สุคิริน
    • ปัตตานี: ยะหริ่ง ไม้แก่น กะพ้อ มายอ แม่ลาน ปะนาเระ ทุ่งยางแดง
    • ยะลา: เบตง กาบัง กรงปินัง ยะหา รามัน
    • สงขลา: นาทวี จะนะ เทพา สะบ้าย้อย

    การขยายเวลามีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 – 30 กันยายน 2569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ได้ต่อเนื่อง

    แต่งตั้ง “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” โฆษกรัฐบาล

    ที่ครม.ประชุมเห็นชอบแต่งตั้ง นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2568 เป็นต้นไป เพื่อทำหน้าที่สื่อสารนโยบายและผลการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ต่อสาธารณชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/731502&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07H1j2yCOooxch6xEqgtQ5

  • คลังดัน “คนละครึ่งพลัส” เข้าครม.พรุ่งนี้ ครอบคลุม 20 ล้านคน รับสูงสุด 2,400 บ.

    คลังดัน “คนละครึ่งพลัส” เข้าครม.พรุ่งนี้ ครอบคลุม 20 ล้านคน รับสูงสุด 2,400 บ.

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ตุลาคม 2568 กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้อนุมัติโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี โดยใช้วงเงินรวม 44,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจประจำปี 2569 จำนวน 25,000 ล้านบาท และงบกลางเพิ่มเติมอีก 19,000 ล้านบาท

    “คลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการ คนละครึ่งพลัส ในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการ Quick Big Win ที่ถือเป็นเสาหลักแรกของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะสั้นช่วงไตรมาสที่ 4 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีทักษะในการใช้งานแอปพลิเคชันมากยิ่งขึ้น” นายเอกนิติ กล่าว

    ทั้งนี้ โครงการนี้ครอบคลุมประชาชน 20 ล้านคน โดยแบ่งการแจกเงินออกเป็น 2 กลุ่ม

    • ผู้ลงทะเบียนทั่วไป จะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ 2,000 บาท ผ่านแอปเป๋าตัง
    • ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี จะได้รับเพิ่มเป็น 2,400 บาท เพื่อจูงใจให้เข้าสู่ระบบภาษี

    นายเอกนิติระบุว่า คนละครึ่งพลัส เป็นหนึ่งในมาตรการเร่งด่วน (Quick Big Win) ที่รัฐบาลวางเป็น “เสาหลัก” ของการฟื้นเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 พร้อมกับช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีของร้านค้ารายย่อย

     ไทม์ไลน์โครงการคนละครึ่งพลัส

    • 15 ตุลาคม 2568: เปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ
    • 20–26 ตุลาคม 2568: เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอป “เป๋าตัง”
    • 29 ตุลาคม 2568: เริ่มใช้จ่ายผ่านแอป “เป๋าตัง” ได้อย่างเป็นทางการ

    เมื่อนำโครงการนี้ไปรวมกับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ดำเนินการก่อนหน้า คาดว่าจะครอบคลุมประชากรได้ถึง 33.4 ล้านคน และมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ GDP ของประเทศในช่วงปลายปีเพิ่มขึ้นประมาณ 0.3-0.4%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/731492&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C21eAgSm8uZeNcbgqQaaQ

  • คนละครึ่งพลัส เข้า ครม. พรุ่งนี้! เตรียมเปิดเป๋าตัง รอรับเงินได้เลย

    คนละครึ่งพลัส เข้า ครม. พรุ่งนี้! เตรียมเปิดเป๋าตัง รอรับเงินได้เลย

    คนละครึ่งพลัส คลังเตรียมชงเข้า ครม. 7 ต.ค. 68 เตรียมเปิดแอปฯ เป๋าตัง รับเงินสูงสุด 2,400 บาท ได้เลย

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุ กระทรวงการคลังจะเสนอโครงการคนละครึ่งพลัส เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 7 ต.ค. 68 เพื่อขออนุมัติวงเงินงบประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท โดยใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจปีงบประมาณ 2569 และงบกลาง 1.9 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมผู้มีสิทธิกว่า 20 ล้านคน

    ไทม์ไลน์โครงการคนละครึ่งพลัส

    • วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส
    • วันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง
    • วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เริ่มการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง

    ส่วนการจัดสรรเงินให้กับประชาชนผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสได้กำหนดไว้ดังนี้

    • กลุ่มที่อยู่ในระบบภาษี จะได้รับเงิน 2,400 บาท
    • ประชาชนทั่วไป ที่อยู่นอกระบบภาษี จะได้รับเงิน 2,000 บาท

    โครงการคนละครึ่งพลัส และการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มอีก 1,700 บาท จะครอบคลุมประชาชนทั้งสิ้น 33 ล้านคน ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 68 พร้อมคาดว่าโครงการคนละครึ่งพลัสจะส่งผลต่อเศรษฐกิจราว 0.3-0.4%

    อ่านเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/943783/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KdxM7ohnjlESF4e0sS72B

  • บล.กรุงศรี แนะซื้อ MTC เป้า 58 บ. ลุ้นกำไร Q3/68 นิวไฮต่อ

    บล.กรุงศรี แนะซื้อ MTC เป้า 58 บ. ลุ้นกำไร Q3/68 นิวไฮต่อ

    บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวแนวรับที่ 40.25/39.75 บาท แนวต้าน 42.75/44 บาท และกำหนดจุดตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 39 บาท พร้อมให้ราคาเป้าหมายปี 2568 (TP25F) ที่ 58 บาท จัดอยู่ในธีม Domestic Plays

    โดยคาดว่ากำไรสุทธิของ MTC ในไตรมาส 3/2568 และทั้งปี 2568 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจาก1.การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม ผ่านการเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่ชุมชน เพื่อเข้าถึงลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น และ2.การลดลงของค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ ตามคุณภาพหนี้ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) คาดว่าจะทรงตัวใกล้ระดับไตรมาส 2/2568

    ด้านมูลค่าหุ้นยังถือว่าน่าสนใจ โดย MTC ซื้อขายที่ระดับ PBV ปี 2568 ประมาณ 2.0 เท่า ซึ่งอยู่ในโซน Deep Value ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ -1.0 S.D. สะท้อนโอกาสในการลงทุนในเชิงมูลค่าที่โดดเด่น

    ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนสำคัญในระยะสั้นมาจากความคาดหวังว่าสัปดาห์นี้คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ Quick-win ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศ และการรายงานเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ยังคงหนุนมุมมองว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 8 ตุลาคม ซึ่งจะเอื้อต่อทั้งต้นทุนทางการเงินและคุณภาพลูกหนี้ของ MTC ที่มีแนวโน้มชำระหนี้ได้ดีขึ้น

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/stockanalysis/787140&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ESdbG-wFyWU_N4VLUR2q7

  • ทองคำทะลุ 3,900 ดอลลาร์มุ่งสู่ระดับ 4,000 ชัตดาวน์สหรัฐยึดเยื้อ

    ทองคำทะลุ 3,900 ดอลลาร์มุ่งสู่ระดับ 4,000 ชัตดาวน์สหรัฐยึดเยื้อ

    ราคาทองคำพุ่งทะลุ 3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช้าวันจันทร์ มุ่งสู่ระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐฯ ยืดเยื้อ นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

    บลูมเบิร์ก รายงานราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ ใกล้แตะระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ขณะที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ยังปิดทำการ หรือภาวะชัตดาวน์ (Government Shutdown) ยังไม่จบ

    ราคาทองคำแท่งพุ่งขึ้นแตะระดับ 3,920.63 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ก่อนที่จะมีการปรับลดกำไรลงบ้าง ภาวะชัตดาวน์ของสหรัฐฯ ทำให้ข้อมูลการจ้างงานซึ่งกำหนดไว้ในวันศุกร์ล่าช้าออกไป ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจที่คลุมเครือยิ่งไม่ชัดเจนยิ่งขึ้น

    ด้วยการขาดข้อมูล นักลงทุนจึงต้องพึ่งพารายงานจากภาคเอกชนเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) พบว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการเงินเป็นเรื่องยาก นักลงทุนยังคงคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25 %ในช่วงปลายเดือน ซึ่งจะส่งผลดีต่อทองคำต่อไป เนื่องจากทองคำไม่ได้จ่ายดอกเบี้ย

    ราคาทองคำพุ่งขึ้นเกือบ 50% ในปีนี้ จากแรงกระตุ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำมาสู่ตลาด วัฏจักรการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และการเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยของธนาคารกลางทั่วโลกเพื่อกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์ ก็เป็นปัจจัยหนุนสำคัญเช่นกัน

    “ภาพรวมยังคงเดิม โดยเฟดกำลังเดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป ควบคู่ไปกับตลาดแรงงานที่อ่อนตัวลง” อาห์หมัด อัสซีรี นักวิเคราะห์จาก Pepperstone Group  กล่าว อย่างไรก็ตาม “ดูเหมือนว่าพลวัตของความเสี่ยงและผลตอบแทนกำลังเปลี่ยนไป และการย่อตัวลงชั่วคราวจะถูกมองว่าเป็นช่วงที่ดีภายใต้การปรับตัวขึ้นต่อ” เขากล่าว

    อัปเดตราคา (6 ต.ค.68)

    ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ 3,905.54 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 8:45 น. ตามเวลาสิงคโปร์ หลังจากปิดการเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่เจ็ดในวันศุกร์ ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index เพิ่มขึ้น 0.3% เงิน แพลทินัม และแพลเลเดียม ต่างก็ปรับตัวสูงขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/investment/1201876&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1X5J00vG3N96NGaNL7yWk_

  • งานเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2568 “แสงจันทร์แห่งศรัทธา เทิดเจ้าแม่กวนอิม” – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    งานเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2568 “แสงจันทร์แห่งศรัทธา เทิดเจ้าแม่กวนอิม” – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109803&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0L0kvgRYf3cHz0X1-3ILlB

  • เศรษฐกิจชายแดนคึกคัก แห่นำเงินเยียวยาออกมาจับจ่าย ขอบคุณรัฐบาลใหม่เร่งรัดเบิกจ่าย

    เศรษฐกิจชายแดนคึกคัก แห่นำเงินเยียวยาออกมาจับจ่าย ขอบคุณรัฐบาลใหม่เร่งรัดเบิกจ่าย

    ประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ แห่กดเงินเยียวยาผู้ประสบภัยฯ 5,000 บาท ออกมาจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อ ของกินของใช้ และสินค้าข้าวของเครื่องอุปโภค-บริโภค ที่ตลาดสด และร้านค้าต่างๆ ส่งผลให้การค้าขายแนวชายแดนจากที่เงียบเหงา กลับมาคึกคักอีกครั้ง

    6 ตุลาคม 2568 – เมื่อเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีประชาชนชาว อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ต่างออกมาเลือกซื้อจับจ่ายข้าวของต่างๆ ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง และสิ่งของเครื่องใช้อุปโภค-บริโภคต่างๆ ทั้งที่บริเวณตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ตลาดนัดคลองถม ร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าตามหมู่บ้าน ชุมชนต่างๆ ในเขตตัว อ.บ้านกรวด กันอย่างคึกคักเป็นพิเศษ ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้ายิ้มออก หลังขายสินค้าดีกว่าปกติทุกวันที่ผ่านมา

    ทั้งนี้จากการลงพื้นที่สำรวจตลาดของทีมข่าว และได้สอบถามจากปากของพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่ออกมาจับจ่ายสินค้าส่วนใหญ่ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นเพราะอานิสงค์จากการที่ รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย กรณีอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ ปี 2568 ครัวเรือนละ 5,000 บาท จึงทำให้ในหลายพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านได้รับเงินเยียวยาดังกล่าว ต่างออกมากดถอนเงินสดจากตู้ เอ.ที.เอ็ม. และจากทางธนาคาร ออกมาจับจ่ายใช้สอย เลือกซื้อสินค้าเครื่องอุปโภค-บริโภค เพื่อนำไปรับประทานในครอบครัว และกักตุนเสบียงอาหารไว้กันมากกว่าปกติ

    นางสากล ล่าโพนทัน อายุ 59 ปี แม่ค้าขายปลาส้มและอาหารแปรรูป ตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด บอกว่า ก็เพิ่งเห็นวันนี้แหละที่ชาวบ้าน ออกมาจับจ่ายซื้อข้าวของกันเยอะ คึกคักกว่าปกติ แตกต่างจากเมื่อวันก่อนๆที่ค่อนข้างจะเงียบ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผลมาจากการที่รัฐบาล ได้โอนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยฯ จึงทำให้ประชาชนมีเงินจับจ่ายใช่สอยกันมากขึ้น และทำให้พ่อค้าแม่ค้าขายของดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถือกว่าดีกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก

    น.ส.กรรณิการ์ สวามิตร อายุ 24 ปี แม่ค้าขายปลาร้าตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด บอกว่า ในวันนี้(6ต.ค.68) หลังจากที่ชาวบ้านได้เงินเยียวยาผู้ประสบภัยฯ ก็ได้มีชาวบ้านออกมาจับจ่ายเลือกซื้อข้าวของกันคึกคักมากขึ้นกว่าเดิม จากที่วันปกติจะมีแต่คนที่มาเดินดูการขายของก็จะเงียบนิดนึง แต่พอมาวันนี้หลังชาวบ้านได้เงิน 5,000 บาท ทำให้ชาวบ้านมีกำลังซื้อกันมากขึ้น

    นายวรนารถ หาญบุรี อายุ 30 ปี พ่อค้าขายไก่สด ตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด บอกว่า วันนี้ตลาดคึกคักกว่าทุกวัน ขายของดีขึ้นจากปกติทุกวัน ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการที่ชาวบ้านได้รับเงินเยียวยาผู้ประสบภัยฯ

    นางวรรณี พิประโคน อายุ 39 ปี ชาวบ้านตำบลบ้านกรวด อ.บ้านกรวด หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับเงินเยียวยาผู้ประสบภัยฯ บอกว่าหลังทราบว่าเงินเยียวยาฯถูกโอนเข้าบัญชี จึงรีบไปกดมาแต่เช้าทั้งหมด 5,000 บาท เพื่อนำมาใช้จ่ายทั้งซื้อกับข้าว ของกิน ของใช้ในครัวเรือน ข้าวสาร อาหารแห้งต่างๆเก็บกักตุนไว้ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งดีที่ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในห้วงนี้ ต้องขอขอบคุณรัฐบาลชุดใหม่ ที่ได้มีการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยฯ ทำให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้ในระยะหนึ่ง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/874448/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3A-FK0lIE7mQmQmXxK9K3C

  • ส่องไทม์ไลน์ เปิดลงทะเบียน “ร้านค้าคนละครึ่งพลัส” พร้อมวิธีติดตั้งแอปถุงเงิน

    ส่องไทม์ไลน์ เปิดลงทะเบียน “ร้านค้าคนละครึ่งพลัส” พร้อมวิธีติดตั้งแอปถุงเงิน

    ส่องไทม์ไลน์ เปิดลงทะเบียน “ร้านค้าคนละครึ่งพลัส” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สมัยรัฐบาลอนุทิน พร้อมวิธีติดตั้งแอปถุงเงิน เริ่มใช้จ่าย 29 ต.ค. 68

    ความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” หรือ คนละครึ่งรอบใหม่ ที่รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด “Quick Big Win” เริ่มมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด “กระทรวงการคลัง” เตรียมเสนอโครงการฯ เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 7 ตุลาคม 2568

    ทั้งนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงโครงการคนละครึ่งพลัสว่า หลักการคล้ายกับคนละครึ่งเดิม ประชาชนไปซื้อของ รัฐบาลออกให้ครึ่งหนึ่ง เดิมวันละ 150 บาท แต่ด้วยวันนี้เศรษฐกิจแย่มาก มันต้องบิ๊กพอที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจ จึงตัดสินใจว่าจะใช้ 200 บาท คือ รัฐบาลสมทบ 200 บาท ประชาชนมี 200 บาท จากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 25,000 ล้านบาท บวกกับงบกลางอีก 19,000 ล้านบาท รวมเป็น 44,000 ล้านบาท เป็นงบประมาณที่มีอยู่แล้วจึงไม่ได้เพิ่มภาระทางการคลัง

    ขณะที่ร้านค้าจะเกิดการหมุนเวียน พร้อมเน้นย้ำว่าให้เฉพาะร้านค้าขนาดเล็ก ไม่ได้ให้ร้านใหญ่ๆ ที่เป็นของบริษัทขนาดใหญ่ เพราะต้องการให้เงินไปตกกับประชาชนจริงๆ รวมถึงนิติบุคคลเล็กๆ ที่อยู่ในระบบภาษีก็เข้าร่วมได้ด้วย

    สำหรับสิทธิที่ต่างจากเดิม ช่วงอายุผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสเริ่มตั้งแต่อายุ 16 ปี จากเดิมอายุ 18 ปี โดยให้ร้านค้าเล็กๆ SME เล็กๆ เข้าร่วมได้ด้วย

    เปิดลงทะเบียน ร้านค้าคนละครึ่งพลัส

    ทั้งนี้ จะเปิดให้ลงทะเบียนร้านค้าในวันที่ 15 ตุลาคม 2568 โดยจะนำระบบเดิมมาใช้ ส่วนร้านที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบก็เปิดให้เข้าด้วย ประกอบด้วย

    1. ร้านอาหาร-เครื่องดื่มทั่วไป

    2. ผู้ประกอบการบริการ นวดสปา ทำผม ทำเล็บ

    3. บริการขนส่งสาธารณะ อาทิ แท็กซี่ รถรับจ้าง ที่มีใบขับขี่รถสาธารณะ ผู้ประกอบการบริการขนส่งมวลชนสาธารณะ

    วิธีดาวน์โหลดแอปถุงเงิน รับคนละครึ่งพลัส

    ที่ผ่านมา ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง จะดำเนินการผ่านแอปฯ ถุงเงิน เพื่อรับชำระเงินจากลูกค้าที่จ่ายเงินซื้อสินค้าในโครงการคนละครึ่ง โดยมีวิธีดาวน์โหลด ดังนี้

    • ผู้ใช้ไอโฟน ให้เข้าไปที่ App Store ส่วนผู้ใช้แอนดรอยด์ ไปที่ Google Play
    • เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว เปิดแอปถุงเงิน
    • เลือกสมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน
    • กรอกข้อมูล แล้วกดดำเนินการต่อ
    • เมื่อได้รับรหัส OTP ทาง SMS ให้กรอก ก็จะเป็นการยืนยันลงทะเบียน
    • กรอกข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า
    • ยืนยันการสมัคร เป็นอันเรียบร้อย

    เปิดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส สำหรับประชาชนทั่วไป

    ขณะที่ประชาชนทั่วไป จะเปิดให้ลงทะเบียนร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ในวันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ใครเคยลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 5 มาแล้ว สามารถมายืนยันสิทธิเพราะมีข้อมูลอยู่แล้ว ส่วนใครยังไม่มีก็มาลงทะเบียน

    โดยจะเริ่มใช้จ่าย “คนละครึ่งพลัส” ได้ตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2568 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 หากใช้ไม่ถึง 200 บาท สามารถสะสมได้.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2887352&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2q9nGSH8RGbgREdANSxpnq

  • นักท่องเที่ยวแห่ชมน้ำตกม่านฟ้า กลางผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวแห่ชมน้ำตกม่านฟ้า กลางผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวแห่ชมน้ำตกม่านฟ้า กลางผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน

    • เผยแพร่ : 06/10/2025 18:16

    นักท่องเที่ยวแห่ชมน้ำตกม่านฟ้า กลางผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน

    วันนี้ (6 ตุลาคม 2568) ที่บริเวณน้ำตกม่านฟ้า อุทยานแห่งชาติทับลาน บ้านสวนห้อม ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางไปท่องเที่ยวน้ำตกม่านฟ้า เพื่อชื่นชมความงามในช่วงปลายฝนต้นหนาว ส่งผลให้มีรถนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเดินทางมุ่งเข้าสู่พื้นที่ ทำให้เกิดรายได้กับชุมชน และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโดยนักท่องเที่ยวเดินทางทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ เข้าไปเที่ยวชมน้ำตกม่านฟ้า ทำให้มีปริมาณรถจำนวนมาก ก่อให้เกิดรายได้ในส่วนของค่าธรรมเนียมของกรมอุทยานฯ รวมถึงสร้างรายได้ให้กับร้านค้าในชุมชนด้วย

    ทั้งนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้ติดตามข้อมูลจากสื่อโซเชียล ที่มีการนำเสนอภาพ และคลิปความสวยงามของน้ำตกม่านฟ้า หลายคนจึงอยากเดินทางไปสัมผัสความสวยงามของน้ำตกม่านฟ้าสักครั้งหนึ่งของชีวิต เนื่องจากความสวยงามเหล่านี้จะเกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูฝนเท่านั้น

    สิบเอก ธงชัย ชัยฉิมพลี ประธานจักรยานเพื่อการท่องเที่ยววังน้ำเขียว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้จิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปพัฒนาทำความสะอาดบริเวณน้ำตกม่านฟ้า เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางเข้ามาเที่ยวชมในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ โดยกิจกรรมของจิตอาสาดังกล่าวเป็นความร่วมมือของชุมชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งคาดว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวนี้ก็จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่วังน้ำเขียวเป็นจำนวนมาก

    ภาพ/ข่าว ศรัณย์ วงศ์สารสิน ผู้สื่อข่าว topnews ทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ปก web ตรวจเยี่ยมศูนย์ CI เชียงใหม่

    ปก web หอการค้าแพร่ร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม

    คึกคัก ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน นำ ปชช.-นักท่องเที่ยว แห่จองพารา ในงานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด

    “บิ๊กโจ๊ก” ยื่นหนังสือถึง “โรม” ให้ตรวจสอบ “บิ๊กต่าย” ใช้อำนาจไม่ถูกต้องปมทุจริตสอบจุฬาฯ

    เพชรบูรณ์ เตรียมจัดงาน “สืบสานศาสตร์ ศิลป์ เมืองโบราณศรีเทพ” ประจำปี 2568

    น้ำน่านล้นตลิ่ง-พนังแตก-น้ำป่าไหลสมทบ ท่วม รพ.สมเด็จพระยุพราชตะพานหิน

    พิธีไหว้พระจันทร์ สืบสานวัฒนธรรมจีน สะท้อนพหุวัฒนธรรมเมืองภูเก็ต

    มูลนิธิเทพกวนอู แถลงซื้อที่ดินใหม่ รับบริจาคกว่า 2.1 ล้าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1344983&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vta5SB__8lqUsrUkfEQz1

  • “ธนกร”ตรวจเข้มนิคมฯ บางปะอิน สั่งเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด ลั่น! “ไม่ซ้ำรอยอดีต” ปกป้องฐานผลิตแสนล้าน สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

    “ธนกร”ตรวจเข้มนิคมฯ บางปะอิน สั่งเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด ลั่น! “ไม่ซ้ำรอยอดีต” ปกป้องฐานผลิตแสนล้าน สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

    “ธนกร”ตรวจเข้มนิคมฯ บางปะอิน สั่งเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด ลั่น! “ไม่ซ้ำรอยอดีต” ปกป้องฐานผลิตแสนล้าน สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

    “รมว.อุตฯ” ยืนยันความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจในนิคมอุตสาหกรรมมีความปลอดภัยการันตีมาตรการป้องกันน้ำท่วมที่ครอบคลุม 100% ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและแผนปฏิบัติการรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ทุกภาคส่วนในภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

    พระนครศรีอยุธยา 5 ต.ค. 68 – นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เพื่อตรวจติดตามการบริหารจัดการมาตรการป้องกันอุทกภัยของนิคมอุตสาหกรรมพร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม โดยได้กล่าวภายหลังรับฟังบรรยายสรุปและตรวจเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของนิคมฯ บางปะอิน ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญสูงสุดกับการป้องกันผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจ เราทุกคนต่างมีบทเรียนจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในปี 2554 การลงพื้นที่ในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการตรวจเยี่ยม แต่เป็นการมาเพื่อสร้างความมั่นใจว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอย ผมได้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของนิคมฯ บางปะอิน ทั้งแนวคันดินคอนกรีตเสริมเหล็กที่ได้มาตรฐานสากล ระบบสูบน้ำขนาดใหญ่ และแผนเผชิญเหตุที่รัดกุม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่ประมาทและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยม

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบนโยบายและสั่งการเพิ่มเติม ให้มีการบูรณาการข้อมูลสถานการณ์น้ำเป็นหนึ่งเดียว (Single Command) จัดทำช่องทางการสื่อสารฉุกเฉินที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ประกอบการ และสนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง 3 นิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง  นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และนิคมอุตสาหกรรมบางหว้า (ไฮเทค) เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามฉุกเฉิน สถานการณ์ปัจจุบันของ 3 นิคมฯ ดังกล่าวมีการเฝ้าระวังผ่านการพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนสะสมจากแบบจำลองบรรยากาศ และปริมาณระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระรามหก สูงสุดย้อนหลัง 3 ปี เปรียบเทียบกับปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้ ได้กำหนดเกณฑ์เตือนภัยเป็น 4 ระดับ คือ ระดับปกติธงสีเขียว ระดับเฝ้าระวังธงสีเหลือง ระดับเสี่ยงธงสีส้ม และระดับวิกฤตธงสีแดง มั่นใจว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมนิคมฯ แน่นอน

    “ผมขอให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนทุกท่านมั่นใจว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและรัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลและปกป้องการลงทุนของท่านให้ปลอดภัย การเตรียมความพร้อมในวันนี้ คือหลักประกันที่ดีที่สุดสำหรับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในวันข้างหน้า ในส่วนพื้นที่รอบนอกเขื่อนกั้นน้ำ ผู้ประกอบการในนิคมฯ จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยร่วมสนับสนุนงบประมาณ ถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อมอบให้กับชุมชน” นายธนกร กล่าว

    ด้านนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวเสริมว่า นิคมฯ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ทำงานร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และยืนยันว่านิคมฯ มีความพร้อมปฏิบัติตามข้อสั่งการของท่านรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัดในการสร้างความมั่นคงและปลอดภัยสูงสุดให้แก่ผู้ประกอบการทุกราย ในภาพรวม กนอ. ได้วางมาตรการป้องกันอุทกภัยของนิคมฯ โดยมีมาตรการสำคัญ 8 มาตรการเพื่อป้องกันอุทกภัยของนิคมฯ ได้แก่ 1. ขุดลอกคู คลอง จุดสำคัญทั้งในและนอกนิคมฯ 2. ตรวจและซ่อมคันป้องกันน้ำท่วม 3. ตรวจและซ่อมบำรุงระบบสูบน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและหม้อแปลง 4. จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้มีความพร้อม 5. ติดตามข้อมูลข่าวสาร 6. จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง 7. ทบทวนและฝึกซ้อมแผนป้องกัน และ 8.สื่อสารข้อมูลสู่ผู้เกี่ยวข้อง

    สำหรับนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินที่ รมว.อุตสาหกรรม และคณะฯ ลงพื้นที่ ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่มีโรงงานอุตสาหกรรมชั้นนำกว่า 100 แห่ง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ มีการจ้างงานหลายหมื่นอัตรา การป้องกันพื้นที่แห่งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยนิคมฯ ได้นำเสนอแผนความพร้อมในมิติต่างๆ ที่ถูกพัฒนาและซักซ้อมอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1.ความแข็งแกร่งทางกายภาพ โดยมีแนวคันดินป้องกันน้ำท่วมถาวรความยาวหลายสิบกิโลเมตรรอบพื้นที่ มีความสูงอยู่ในระดับที่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้มากกว่าปี 2554 พร้อมติดตั้งประตูระบายน้ำที่ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ 2.ศักยภาพการระบายน้ำ นิคมฯ มีสถานีสูบน้ำถาวรและเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่รวมกว่า 50 เครื่อง มีขีดความสามารถในการระบายน้ำได้หลายล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อบริหารจัดการน้ำภายในพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ และ 3.แผนปฏิบัติการและบุคลากร นิคมฯ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามข้อมูลระดับน้ำและพยากรณ์อากาศแบบ Real-time และมีการจัดฝึกซ้อมแผนอพยพและแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan – BCP) ร่วมกับโรงงานต่างๆ เป็นประจำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/962300&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw157RxiVUSDCPoArAFZzYsl