Category: เศรษฐกิจ

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (10 ส.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (10 ส.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (10 ส.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (10 ส.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุดเวลา 21.47 น. “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศลดราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 70 สตางค์ต่อลิตร 

    ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 44.98 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 47.79 บาท (โออาร์)
    • เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 98+  ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 27.63 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 35.99 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 35.62 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 30.99 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 36.69 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 31.69 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 49.25 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 36.69 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 31.69 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (10 ส.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/666008&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MEwKJVz2aW8hEx3SZIeBU

  • ประเด็นร้อนข่าวเศรษฐกิจ วันที่ 10 สิงหาคม 2569

    ประเด็นร้อนข่าวเศรษฐกิจ วันที่ 10 สิงหาคม 2569

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/166352&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2p5vJ4K4JkktdDlDygqWa3

  • กรมสรรพสามิตร่วมกับฝ่ายความมั่นคง สกัดขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนจากชายแดนใต้

    กรมสรรพสามิตร่วมกับฝ่ายความมั่นคง สกัดขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนจากชายแดนใต้

    กรมสรรพสามิตร่วมกับฝ่ายความมั่นคง สกัดขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนจากชายแดนใต้

    09 สิงหาคม 2569, 21:17น.

              จากนโยบายปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ความเป็นธรรมทางการค้า และรายได้ของรัฐ ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 และสรรพสามิตพื้นที่นราธิวาส ร่วมกับฝ่ายความมั่นคงเข้าตรวจสอบบ้านร้างไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 3 ตำบล ศาลาใหม่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ตรวจยึดของกลางยาสูบ (บุหรี่ซิกาแรต) ยี่ห้อ GUDANG GARAM ขนาดบรรจุซองละ 12 มวน จำนวน 379,200 ซอง (4,550,400 มวน) คิดเป็นมูลค่าสินค้า 20,476,800 บาทคิดเป็นภาษีสรรพสามิต 10,807,200 บาทประมาณการค่าปรับ 162,108,000 บาท ไม่พบตัวผู้กระทำความผิด จึงดำเนินการส่งของกลางให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีและสืบหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป

              ทั้งนี้ พื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนภาคใต้ ยังคงเป็นช่องทางที่ขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้รับผลกระทบและต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมสรรพสามิตยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่และเดินหน้ามาตรการปราบปรามเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการข้อมูล การข่าว และการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง อันจะช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ สร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มกำลัง

    กรมสรรพสามิต

    #บุหรี่เถื่อน

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/163571&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2r4vGTsz4PKjFALiblMU-I

  • ดัชนี PPI จีนเดือนก.ค. ขยับขึ้น 3.5% แรงหนุนอุปสงค์อุตสาหกรรมชดเชยปัจจัยฤดูกาล : อินโฟเควสท์

    ดัชนี PPI จีนเดือนก.ค. ขยับขึ้น 3.5% แรงหนุนอุปสงค์อุตสาหกรรมชดเชยปัจจัยฤดูกาล : อินโฟเควสท์

    สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยในวันนี้ (9 ส.ค.) ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีน ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้า ณ หน้าโรงงาน ปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี

    เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ข้อมูลของ NBS ระบุว่า ดัชนี PPI เดือนที่แล้วปรับตัวลดลง 0.7%

    ตง ลี่เจวียน นักสถิติของ NBS ได้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงประจำเดือนโดยระบุว่า ปัจจัยนำเข้าได้กดดันราคาในบางอุตสาหกรรม ขณะที่ปัจจัยตามฤดูกาล รวมถึงสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูง ฝนตกหนัก และพายุไต้ฝุ่น ได้ส่งผลให้กิจกรรมการก่อสร้างชะลอตัวและฉุดราคาในบางภาคส่วนลง ในทางกลับกัน การปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมและการยกระดับการบริโภคช่วยหนุนอุปสงค์และผลักดันราคาในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ให้สูงขึ้น

    นอกจากนี้ NBS ยังเผยอีกว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญของจีน ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายปี

    โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/628514&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vrDesBbms09k4hfqzauRv

  • สศอ. รับนโยบาย รมว.อุตฯ ลุยปรับแผน S-Curve ชง ครม. ดันเศรษฐกิจยุคใหม่

    สศอ. รับนโยบาย รมว.อุตฯ ลุยปรับแผน S-Curve ชง ครม. ดันเศรษฐกิจยุคใหม่

    รมว.อุตสาหกรรม เผย สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เป็น คลังสมอง (Think Tank) และ ผู้ขับเคลื่อนนโยบาย (Policy Driver) ของภาคอุตสาหกรรมไทย พร้อมมอบนโยบายชูข้อมูลแม่นยำ ทันสมัย พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ด้าน สศอ. รุดเดินหน้าเป้าหมาย S-Curve หวังยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย พร้อมเร่งพิจารณาทบทวนและจัดทำแผนฉบับใหม่เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนระยะเวลาสิ้นสุด ปี 2570

    นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ว่า สศอ. ในฐานะที่เป็น คลังสมอง (Think Tank) ของกระทรวงอุตสาหกรรม และ ผู้ขับเคลื่อนนโยบาย (Policy Driver) ด้านอุตสาหกรรมของประเทศได้ปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจของหน่วยงานอย่างเต็มศักยภาพ ตามวิสัยทัศน์ในการเป็นองค์กรชี้นำการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศสู่ความยั่งยืน โดยนำข้อมูล การศึกษา วิเคราะห์ และการคาดการณ์แนวโน้มด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรม มาใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย แผน และยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันเครือข่าย เพื่อกำหนดทิศทางการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมาย และเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการลงทุน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาความเจริญเติบโตของประเทศ

    นอกจากนี้ สศอ. ยังมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้ประกอบการ ในการนำข้อมูลมาใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย การผลักดันมาตรการไปสู่การปฏิบัติ ตลอดจนการปรับปรุงกฎหมายและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบาย ONE MIND 4 เสาหลัก ของ รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยให้การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สามารถยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และวางรากฐานให้อุตสาหกรรมไทยเติบโตก้าวไกลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    ด้าน นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า สศอ. ได้ดำเนินการตามนโยบาย ONE MIND ของ รมว.อุตสาหกรรม และดำเนินการตามกรอบแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve โดยเร่งขับเคลื่อนแผนพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมชีวภาพ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงของประเทศ โดยการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายจะขับเคลื่อนผ่านกลไกระดับชาติและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากรโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้สอดคล้องกัน ซึ่งแผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตประจำปีงบประมาณ 2569 มีวงเงินรวม 5,884.18 ล้านบาท ครอบคลุม 49 โครงการ จาก 14 หน่วยงาน

    สำหรับผลการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ผ่านมา การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานใหม่ หรือ xEV ในปี 2568 มีจำนวน 284,679 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 จากปีก่อน ขณะที่การลงทุนในระบบอัตโนมัติที่ผ่านการรับรองของคณะกรรมการ CoRE ระหว่างปี 25632569 มีมูลค่ารวม 22,621.69 ล้านบาท และในช่วงปี 25672569 สามารถพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้แล้ว 89,267 คนสะท้อนความก้าวหน้าของการยกระดับเทคโนโลยีและกำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

    ทั้งนี้ สศอ. จะเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันเครือข่าย พร้อมเดินหน้าปรับปรุงดัชนีอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับโครงสร้างการผลิตในปัจจุบัน และครอบคลุมอุตสาหกรรมที่มีบทบาทเพิ่มขึ้น เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลที่แม่นยำสำหรับประกอบการกำหนดนโยบาย และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม ควบคู่กับการขับเคลื่อนแผนพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ทั้งยานยนต์ ชีวภาพ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้บรรลุเป้าหมาย ตลอดจนผลักดันอุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่ เครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมฮาลาล เพื่อสร้างฐานการผลิตใหม่ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดภูมิภาคและตลาดโลก ทั้งนี้ แผนพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curve จะมีระยะเวลาสิ้นสุดในปี 2570 สศอ. เร่งพิจารณาทบทวนและจัดทำแผนฉบับใหม่เพื่อเสนอต่อต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq/12835579&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mEGa81Cc4RvMhE8V4a9fA

  • ‘สส.อังสณา’ นำทีมพรรคเศรษฐกิจ ช่วยเด็ก 13  ถูกทำร้ายซ้ำซาก ประสานพม.เข้าคุ้มครอง

    ‘สส.อังสณา’ นำทีมพรรคเศรษฐกิจ ช่วยเด็ก 13  ถูกทำร้ายซ้ำซาก ประสานพม.เข้าคุ้มครอง

    9 ส.ค.2569-น.ส.อังสณา เนียมวณิชกุล สส.พรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วยนายพิริยะ อุไรวงค์ นายวงศธร โชคภัทรชัยกิจ และนายอลงกต สงพัฒน์แก้ว ผู้ช่วย สส. พรรคเศรษฐกิจ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมารดาของเด็กอายุ 13 ปี ซึ่งขอความช่วยเหลือกรณีเด็กถูกกล่าวหาว่า ถูกผู้เป็นย่าทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงและเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง

    จากข้อมูลที่ได้รับร้องเรียน ครอบครัวมีความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยของเด็ก เนื่องจากเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ทำให้ผู้เป็นแม่ตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และวางมาตรการคุ้มครองเด็กโดยเร็วที่สุด

    เบื้องต้น สส.อังสณา ได้ประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และบ้านพักเด็กและครอบครัวในพื้นที่ เพื่อให้เข้ามาร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน พร้อมจัดทีมสหวิชาชีพลงพื้นที่ประเมินความปลอดภัยของเด็ก และพิจารณามาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม รวมถึงการจัดหาที่พักปลอดภัยชั่วคราว หากพบว่าเด็กมีความเสี่ยง

    น.ส.อังสณา กล่าวว่า เด็กอายุเพียง 13 ปี ไม่ควรต้องใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัวในบ้านของตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดความขัดแย้งอะไรขึ้น เด็กไม่ควรเป็นผู้รับความรุนแรง ผู้ใหญ่มีหน้าที่ปกป้องเด็ก ไม่ใช่ทำให้เด็กต้องหวาดกลัวหรือได้รับบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันนี้ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การกล่าวโทษใคร แต่คือการทำให้เด็กปลอดภัยก่อน

    “กรณีที่เกี่ยวข้องกับเด็กต้องดำเนินการด้วยความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะเมื่อเป็นข้อกล่าวหาความรุนแรงภายในครอบครัว จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่อาจทำให้เด็กได้รับผลกระทบหรือถูกซ้ำเติมเพิ่มเติม โดยทีมงานพรรคเศรษฐกิจจะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ร่วมกับ พม. บ้านพักเด็กและครอบครัว และหน่วยงานสหวิชาชีพด้านคุ้มครองเด็ก เพื่อให้มีการตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของเด็ก ประเมินความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ และดำเนินการตามกฎหมายหากพบว่ามีการกระทำความรุนแรงจริง บ้านควรเป็นสถานที่ ๆ เด็กรู้สึกปลอดภัยที่สุด ไม่ใช่สถานที่ ๆ เด็กต้องกลัวที่สุด”

    สส.พรรคเศรษฐกิฐระบุว่า กรณีนี้จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องภายในครอบครัว เพราะเมื่อมีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องร่วมกันปกป้องสิทธิและความปลอดภัยของเด็กอย่างเร่งด่วน พรรคจะติดตามข้อร้องเรียนนี้จนกว่าจะเกิดความชัดเจน และสิ่งที่ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด คือเด็กต้องปลอดภัย ได้รับการคุ้มครอง และไม่ต้องเผชิญความรุนแรงซ้ำอีก

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/1047080/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rwQkgDZQHCUy1a9Ggujhx

  • โลกร้อนทำแม่น้ำสายสำคัญในยุโรป  ‘แห้งเหือด’ ถึงระดับวิกฤต

    โลกร้อนทำแม่น้ำสายสำคัญในยุโรป ‘แห้งเหือด’ ถึงระดับวิกฤต

    โลกร้อนทำแม่น้ำสายสำคัญในยุโรป ‘แห้งเหือด’ ถึงระดับวิกฤต

    โลกร้อนทำแม่น้ำสายสำคัญในยุโรป  'แห้งเหือด' ถึงระดับวิกฤต

    วิกฤตสภาพอากาศสุดขั้ว กำลังทำให้แม่น้ำสายหลักในยุโรปแห้งเหือดจนเห็นได้จากอวกาศ หวั่นกระทบพลังงาน-เศรษฐกิจอย่างรุนแรง

    • ภาวะโลกร้อนและภัยแล้งรุนแรงในยุโรปส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญ เช่น แม่น้ำดานูบและแม่น้ำไรน์ ลดต่ำลงถึงระดับวิกฤตเป็นประวัติการณ์
    • แม่น้ำที่แห้งเหือดสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจ ทั้งการขนส่งสินค้าทางเรือ การผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ต้องใช้น้ำระบายความร้อน และการท่องเที่ยว
    • ระดับน้ำที่ลดลงอย่างมากส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในฮังการีและโรมาเนีย แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ค้นพบโบราณวัตถุและซากเรือรบสมัยสงครามโลกที่จมอยู่ใต้น้ำ

    วิกฤตสภาพอากาศสุดขั้ว กำลังทำให้แม่น้ำสายหลักในยุโรปแห้งเหือดจนเห็นได้จากอวกาศ หวั่นกระทบพลังงาน-เศรษฐกิจอย่างรุนแรง

    วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ส่งผลให้อุณหภูมิในทวีปยุโรปพุ่งสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก และเผชิญกับคลื่นความร้อนรวมถึงภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ความร้อนจัดและปริมาณฝนที่น้อยเกินไปได้ดูดความชื้นออกจากดินและแหล่งน้ำอย่างมหาศาล จนทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญหลายสายของยุโรปหดตัวและลดระดับลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นทางน้ำที่แคบลง เผยริมฝั่งแม่น้ำกว้างใหญ่และสันดอนทรายที่เคยจมอยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจนจากอวกาศ

    ผลกระทบจากการแห้งเหือดของแม่น้ำส่งผลเสียหายกินวงกว้าง เนื่องจากแม่น้ำในยุโรปเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้า แหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ การคมนาคมท่องเที่ยว และระบบบำบัดระบายความร้อนของโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสองแม่น้ำสายหลักของทวีป ได้แก่ แม่น้ำดานูบและแม่น้ำไรน์

    โลกร้อนทำแม่น้ำสายสำคัญในยุโรป  'แห้งเหือด' ถึงระดับวิกฤต

    ในส่วนของ แม่น้ำดานูบ ซึ่งยาวเป็นอันดับสองของยุโรปและไหลผ่าน 10 ประเทศ ปริมาณน้ำที่ลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในฮังการีส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงานรุนแรง โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปักส์ (Paks) ซึ่งใช้น้ำจากแม่น้ำดานูบระบายความร้อนและผลิตกระแสไฟฟ้าเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ ต้องเดินเครื่องได้เพียงประมาณ 10% ของกำลังการผลิต และเสี่ยงต่อการต้องปิดตัวลงอย่างถาวรหากระดับน้ำไม่ฟื้นตัว ขณะที่ในโรมาเนีย กองทัพเรือต้องใช้ระเบิดทำลายหินและเตรียมจมเรือบรรทุกหินเพื่อสร้างเขื่อนชั่วคราวผันน้ำเข้าสู่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์นาโวดา (Cernavoda)

    นอกจากปัญหาด้านพลังงานแล้ว แม่น้ำดานูบที่แห้งเหือดยังกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างหนัก เรือสำราญบางลำเกยตื้นบนสันดอนทรายในบัลแกเรีย อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่ลดลงอย่างมากกลับเผยให้เห็นโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์ เช่น ซากที่เชื่อว่าเป็นช้างแมมมอธโบราณทางตอนเหนือของบัลแกเรีย และซากเรือรบนาซีที่จมอยู่ใต้น้ำในเซอร์เบีย

    โลกร้อนทำแม่น้ำสายสำคัญในยุโรป  'แห้งเหือด' ถึงระดับวิกฤต

    ด้าน แม่น้ำไรน์ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญทั้งอาหาร แร่ธาตุ ถ่านหิน และน้ำมัน รวมถึงแม่น้ำสายสำคัญอื่นๆ เช่น แม่น้ำโปในอิตาลี และแม่น้ำลัวร์ในฝรั่งเศส ต่างกำลังเผชิญกับภาวะระดับน้ำต่ำวิกฤตในหลายพื้นที่เช่นเดียวกัน

    นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า สถิติน้ำในแม่น้ำลดต่ำสุดนี้อาจถูกทำลายซ้ำอีกในอนาคต โดย ศาสตราจารย์ ริชาร์ด อัลลัน จากมหาวิทยาลัยเรดดิง สหราชอาณาจักร ระบุว่า การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจะท้าทายยิ่งขึ้นเรื่อยๆ และทางเดียวที่จะจำกัดความสุดขั้วนี้ได้ คือการเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง ควบคู่กับการดำเนินนโยบายระยะยาวเพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/climate-change/864550&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2j-l-qFATBVQ1cRxxV9smu

  • รัสเซียส่งโดรนถล่มเคียฟ ดับทั้งตายายและหลานสามขวบ-ยูเครนเอาคืนทุบคลังสินค้า

    รัสเซียส่งโดรนถล่มเคียฟ ดับทั้งตายายและหลานสามขวบ-ยูเครนเอาคืนทุบคลังสินค้า

    สถานการณ์การสู้รบในสงครามรัสเซีย-ยูเครนทวีความรุนแรงและโหดร้ายยิ่งขึ้น เมื่อรัสเซียเปิดฉากส่งโดรนโจมตีทางอากาศรอบใหม่ใส่พื้นที่ชานเมืองเคียฟจนสังเวยชีวิตเด็กชายวัยเพียง 3 ขวบพร้อมตาและยาย ขณะเดียวกัน กองทัพยูเครนได้ยกระดับยุทธศาสตร์ตอบโต้ด้วยการส่งโดรนถล่มคลังสินค้าและเครือข่ายโลจิสติกส์ของ Wildberries ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซรัสเซีย หวังตัดกำลังและส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจของมอสโก

    โดรนรัสเซียถล่มบ้านพักเคียฟ – สังเวยเด็ก 3 ขวบและตา ยาย

    ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เปิดเผยว่า กองทัพรัสเซียได้ระดมยิงขีปนาวุธนำวิถี 6 ลูก และส่งโดรนโจมตีอีกกว่า 151 ลำ ถล่มหลายพื้นที่ในยูเครนตลอดช่วงคืนที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นที่หมู่บ้านปูฮิฟกา ห่างจากกรุงเคียฟไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 30 กิโลเมตร เมื่อโดรนรัสเซียพุ่งเป้าตกใส่บ้านพักอาศัย ส่งผลให้เด็กชายวัย 3 ขวบ ตา และยาย เสียชีวิตทันทีในกองเพลิง ขณะที่พ่อ แม่ และพี่ชายวัย 15 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส

    เซเลนสกี ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนประเทศเซอร์เบีย แถลงย้ำว่า ยูเครน สหรัฐฯ และยุโรป ต่างต้องการยุติสงครามนี้มานาน แต่เป็น วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่ยังคงดื้อดึงใช้ขีปนาวุธและโดรนสังหารประชาชน พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้ชาติตะวันตกเร่งจัดสรรขีปนาวุธสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot ให้แก่ยูเครนโดยด่วน หลังสถิติในเดือนกรกฎาคมพบว่ายูเครนสามารถสกัดขีปนาวุธนำวิถีรัสเซียได้เพียง 29 ลูกจากทั้งหมด 195 ลูกเท่านั้น
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/foreign/378981432&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06_M4PCpEnNXyVuv3q5DIU

  • คอลัมน์ –

    คอลัมน์ –

    FooterLogo

    ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
    webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
    ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
    กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

    Social Media

    Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/columnist/67247&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hMXyRVQjbnEGVkSglAWHk

  • รถไฟทางคู่ขอนแก่น-หนองคาย คืบ 9.6% คาดเสร็จปี 71 ขร.เร่งระบบรางรับงานใหญ่พืชสวนโลกจ.อุดรฯ

    รถไฟทางคู่ขอนแก่น-หนองคาย คืบ 9.6% คาดเสร็จปี 71 ขร.เร่งระบบรางรับงานใหญ่พืชสวนโลกจ.อุดรฯ

    กรมการขนส่งทางรางลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ติดตามความก้าวหน้าโครงการรถไฟทางคู่ขอนแก่นหนองคาย คืบหน้าร้อยละ 9.6 พร้อมติดตามการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางและจุดเชื่อมต่อพื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 คาดเริ่มก่อสร้างที่หยุดรถไฟและจุดตัดทางรถไฟภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ และแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569

    เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อตรวจราชการและติดตามการยกระดับศักยภาพระบบคมนาคมขนส่งทางรางและทางถนน โดยมี นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบราง เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนและเสริมสร้างศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนสนับสนุนการเชื่อมโยงภูมิภาคระหว่างไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน

    นายพิเชฐ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงขอนแก่นหนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีความคืบหน้าร้อยละ 9.6 โดยมีเป้าหมายก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี 2571 โครงการดังกล่าวเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่มีความสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถ การขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงรองรับการเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟกับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

    คณะได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่สถานีรถไฟอุดรธานี เพื่อติดตามการให้บริการประชาชน ความพร้อมของพื้นที่สถานี และแนวทางการพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้สอดรับกับการพัฒนาโครงข่ายระบบรางในอนาคต รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างระบบรางกับระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่น เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน และรองรับการเติบโตของจังหวัดอุดรธานีในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

    เร่งเตรียมระบบรางรองรับงานพืชสวนโลกจ.อุดรฯ

    นอกจากนี้ ยังได้ติดตามความพร้อมของโครงการรถไฟทางคู่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนระหว่างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงขอนแก่นหนองคาย กับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมาหนองคาย เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของทั้งสองโครงการดำเนินไปอย่างสอดคล้องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ พร้อมรับฟังความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าร่วมงาน ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    ต่อมา วันที่ 9 สิงหาคม 2569 นายพิเชฐ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ขร. ได้ลงพื้นที่บริเวณสถานที่จะก่อสร้างที่หยุดรถไฟและจุดตัดทางรถไฟ ภายในพื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 เพื่อติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเข้าร่วมงาน

    สำหรับที่หยุดรถไฟดังกล่าว จะก่อสร้างเป็นชานชาลาชั่วคราวสูง 1.10 เมตร ความยาวประมาณ 200 เมตร เพื่อรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับขบวนรถไฟ ขณะที่จุดตัดทางรถไฟเสมอระดับจะก่อสร้างจำนวน 2 แห่ง ระหว่างสถานีอุดรธานีสถานีนาพู่ ได้แก่ บริเวณกิโลเมตรที่ 574+725.25 ซึ่งมีความกว้างถนนประมาณ 23 เมตร สำหรับยานพาหนะที่ใช้งานในโครงการมหกรรมพืชสวนโลกโดยเฉพาะ และบริเวณกิโลเมตรที่ 574+815.74 ซึ่งมีความกว้างถนนประมาณ 20 เมตร เพื่อใช้เป็นทางเดินเข้าออกสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวงาน โดยจุดตัดทั้งสองแห่งจะช่วยเชื่อมต่อพื้นที่จัดงานซึ่งอยู่คนละฝั่งของทางรถไฟ

    ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างขั้นตอนการประกวดราคา โดยใช้งบประมาณจากงบกลางของจังหวัดอุดรธานี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 และก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569 โดยจะมีพนักงานของ รฟท. ควบคุมและดูแลด้านความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั้ง 2 แห่ง พร้อมใช้แผงเข็นกั้นเพื่อบริหารจัดการการสัญจรและความปลอดภัยในพื้นที่

    นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 14 มีนาคม 2570 ณ บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ภายใต้แนวคิด Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living โดยการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

    ระบบรางจะมีบทบาทสำคัญในการรองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ รวมถึงเชื่อมโยงการเดินทางกับจังหวัดใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน การเตรียมความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการ และความปลอดภัย จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การเดินทางเข้าสู่พื้นที่จัดงานเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมรองรับปริมาณการเดินทางที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงการจัดงาน นายพิเชฐ กล่าว

    อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวปิดท้ายว่า ขร. พร้อมบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ตลอดจนสนับสนุนการจัดมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมุ่งยกระดับระบบรางให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ เชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งระหว่างภูมิภาค สนับสนุนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq/12835573&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VHCu1Tj3iP9HegnKJehTu