Category: เศรษฐกิจ

  • โพลชี้คนไทย 82% ไม่มั่นใจรัฐบาลอนุทินรับมือวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ

    โพลชี้คนไทย 82% ไม่มั่นใจรัฐบาลอนุทินรับมือวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ

    โพลชี้คนไทย 82% ไม่มั่นใจรัฐบาลอนุทินรับมือวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “เสียงสะท้อนประชาชนต่อการรับมือวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,000 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 27–30 มีนาคม 2569 ด้วยวิธีการสุ่มหลายขั้นตอน และมีค่าความเชื่อมั่นทางสถิติ 95%

    ผลสำรวจสะท้อนภาพรวมความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล “อนุทิน 2” ค่อนข้างต่ำ โดยเมื่อถามว่า หากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ จะเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ พบว่า

    ร้อยละ 82.1 ระบุ ไม่ค่อยเชื่อมั่น -ไม่เชื่อมั่นเลย

    ร้อยละ 12.8 ระบุ ค่อนข้างเชื่อมั่น – เชื่อมั่นมาก

    ร้อยละ 5.1 ไม่แน่ใจ

    ในด้านแนวทางการจัดการราคาพลังงาน ประชาชนส่วนใหญ่มีมุมมองแบบ “ทางสายกลาง” โดย

    ร้อยละ 39.0 เห็นว่าควรทำทั้งการตรึงราคาและช่วยกลุ่มเปราะบางควบคู่กันในระดับจำกัด

    ร้อยละ 30.7 สนับสนุนตรึงราคาพลังงานชั่วคราว

    ร้อยละ 11.1 เท่ากัน เห็นว่าควรปล่อยตามกลไกตลาด หรือ ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

    ร้อยละ 8.1 ไม่แน่ใจ

    เมื่อแยกตามภูมิภาค พบว่าทุกพื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนแนวทางผสมผสาน โดยเฉพาะภาคตะวันออก (47.7%) และภาคกลาง (40.9%) ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคเดียวที่ประชาชนส่วนใหญ่ (41.3%) ต้องการให้ “ตรึงราคาพลังงาน” มากที่สุด

    ในประเด็นการใช้งบประมาณรัฐเพื่อดูแลราคาพลังงาน แม้จะกระทบงบด้านอื่น พบว่าประชาชนจำนวนมาก “ยอมรับได้” ในระดับหนึ่ง ได้แก่

    ร้อยละ 38.6 ยอมรับได้ เพราะพลังงานกระทบคนส่วนใหญ่

    ร้อยละ 25.3 ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตระยะสั้น

    ร้อยละ 14.9 ยอมรับได้เฉพาะการช่วยกลุ่มรายได้น้อยและภาคขนส่ง

    อย่างไรก็ตาม ยังมีร้อยละ 11.1 ที่ไม่เห็นด้วย โดยมองว่าควรเก็บงบประมาณไว้ใช้ในระยะยาว

    เมื่อพิจารณารายภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันออก (60.4%) และภาคใต้ (54.9%) มีสัดส่วนผู้ยอมรับการใช้งบเพื่อพยุงราคาพลังงานสูงที่สุด ขณะที่กรุงเทพมหานครมีความเห็นกระจายมากกว่า และมีสัดส่วน “ไม่แน่ใจ” ค่อนข้างสูง

                               โพลชี้คนไทย 82% ไม่มั่นใจรัฐบาลอนุทินรับมือวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ

    โดยสรุป ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนว่า แม้ประชาชนจำนวนมากยังไม่เชื่อมั่นต่อศักยภาพของรัฐบาล ในการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ก็พร้อมเปิดรับมาตรการระยะสั้น โดยเฉพาะการดูแลราคาพลังงาน หากดำเนินควบคู่กับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างเหมาะสม
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/politics/655689&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Er-uVkh7uz7sZXis7Efvt

  • โยงคำทำนายบาบาวานก้า เช็กทิศทาง Bitcoin ช่วงวิกฤตหนี้สหรัฐ

    โยงคำทำนายบาบาวานก้า เช็กทิศทาง Bitcoin ช่วงวิกฤตหนี้สหรัฐ

    สรุปข่าว
    • บาบาวานก้าเคยทำนายว่า เงินสดจะไร้ค่าและเศรษฐกิจโลกล่มสลายในปี 2026 กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง หลังหนี้สหรัฐฯ พุ่งทะลุ 39 ล้านล้านดอลลาร์ และประธาน Fed เตือนว่าจุดจบอาจไม่สวย
    • ทรัมป์ขู่ถล่มอิหร่าน ทำดัชนี Fear & Greed ร่วงแตะระดับ 9 เข้าขั้น “กลัวสุดขีด” กดดันให้ Bitcoin ร่วงมาอยู่แถว $66,600 ในปัจจุบัน
    • กราฟเทคนิคของ BTC ทำทรงคล้าย “Bear Flag” หากหลุดแนวรับ $60,000 – $61,500 อาจไหลยาวไปถึง $52,600 แต่ยังมีหวังลึกๆ จากเม็ดเงิน ETF ที่เริ่มไหลกลับเข้ามา

    แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

    คำทำนายเศรษฐกิจล่มสลายปี 2026 ของบาบาวานก้าเริ่มดูมีมูลความจริง เมื่อหนี้สหรัฐฯ ทะยานทะลุ 39 ล้านล้านดอลลาร์ ซ้ำร้ายความตึงเครียดจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านยังกดดันให้ตลาดเข้าสู่โหมด “กลัวสุดขีด” จน Bitcoin ร่วงแตะ $66,600 ทรงกราฟตอนนี้ส่อแววอันตรายโดยมีแนวรับชี้ชะตาอยู่ที่ $60,000 ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อัดแน่นตลอดเดือน นักลงทุนจึงต้องบริหารความเสี่ยงและรัดเข็มขัดพอร์ตกันให้แน่นที่สุด

    เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน 2026 คำทำนายของ “บาบาวานก้า” แม่หมอตาบอดชาวบัลแกเรียผู้ล่วงลับถูกหยิบยกมาพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการการเงินทั่วโลกอีกครั้ง 

    บาบาวานก้าเคยทำนายถึงวิกฤตการเงินโลกครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปี 2026 โดยพยากรณ์ว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนเงินสดที่ทำให้ระบบการเงินทั้งหมดล่มสลาย เธอเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Cash Crush” ซึ่งหมายถึงระบบเศรษฐกิจทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือระบบดิจิทัล จะเผชิญกับภาวะวิกฤตอย่างรุนแรง 

    ที่มาภาพ : history

    หนึ่งในคำทำนายที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ปี 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นของ “การล่มสลายของเงินสด” โดยสกุลเงินกระดาษจะไม่มีมูลค่าอีกต่อไป คำทำนายเหล่านี้ แม้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ แต่กลับสะท้อนบรรยากาศความกังวลที่กำลังแผ่ปกคลุมเศรษฐกิจโลกในขณะนี้อย่างน่าขนลุก

    วิกฤตหนี้สหรัฐฯ ระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ

    สิ่งที่ทำให้คำทำนายของบาบาวานก้ากลับมามีน้ำหนักมากขึ้นคือ สถานการณ์หนี้สาธารณะของสหรัฐอเมริกาที่พุ่งสูงอย่างน่าตกใจ 

    หนี้สาธารณะรวมของสหรัฐฯ หรือ “Gross National Debt” โตขึ้นทะลุหลัก 39 ล้านล้านดอลลาร์ไปเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่่ผานมา เพิ่มขึ้นถึง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ ในเวลาเพียงสองปีเมื่อเทียบกับระดับ 34.5 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2024 

    หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับ 100% ของ GDP ซึ่งเป็นระดับที่โลกไม่เคยเห็นมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และสถาบัน Think Tank ชั้นนำระบุว่า ประเทศกำลังบินสู่วิกฤตครั้งต่อไปโดยไร้ทิศทาง ซึ่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันทั่วไปจะรุนแรงมาก 

    ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เจอโรม พาวเวลล์ ออกมาเตือนด้วยตัวเองว่าทิศทางการใช้จ่ายที่มากกว่ารายได้ของรัฐสภาถือเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืนพร้อมกล่าวว่า “มันจะจบไม่สวยหากเราไม่ทำอะไรสักอย่างในเร็ว ๆ นี้”

    ภาพรวมวิกฤตการคลังยิ่งน่าวิตกขึ้นเมื่อพิจารณาตัวเลขเชิงลึก สำนักงบประมาณรัฐสภา (CBO) คาดการณ์ว่า การขาดดุลของรัฐบาลกลางจะพุ่งแตะ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2026 และบวมขึ้นเป็น 3.1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2036 

    ขณะที่หนี้สาธารณะที่ประชาชนถือครองจะทะยานจาก 101% ของ GDP ในปัจจุบันไปสู่ 120% ของ GDP ภายในปี 2036 ทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 106% หลังสงครามโลกครั้งที่สอง 

    Bitcoin หลบภัยไม่พ้น กราฟทรงไม่ดี-สงครามกดดัน

    ท่ามกลางพายุลูกนี้ Bitcoin ซึ่งหลายคนเคยหวังว่าจะเป็นที่หลบภัย กลับเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก ในขณะที่รายงาน ราคา Bitcoin อยู่ที่ $66,600 ร่วงลงจากจุดสูงสุดเกือบ 50% 

    โดยล่าสุด Bitcoin ร่วงลงมากว่า 3% ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐฯ ขู่จะถล่มอิหร่านอย่างหนักในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า 

    ความไม่แน่นอนและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินอยู่กดดันความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin อย่างชัดเจน 

    สถิติในปัจจุบันเผยให้เห็นว่าราคา Bitcoin ดิ้นรนมาตลอดปี 2026 โดยเดือนมกราคมร่วง -10.1% และกุมภาพันธ์ดิ่ง -14.8% ซึ่งสวนทางกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่เคยเป็นบวก +8.52% และ +12.5% ตามลำดับ ส่วนเดือนมีนาคม ราคาแทบไม่ขยับโดยบวกเพียง +0.19% เทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ +10.2%

    สัญญาณทางเทคนิคก็ไม่ได้ให้ความหวังมากนัก นับตั้งแต่ทำจุดสูงสุดที่ $125,900 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2025 ราคา Bitcoin ดิ่งลงมาแตะจุดต่ำสุดที่ $60,000 คิดเป็นการร่วงลงมากกว่า 52% โดยรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาตั้งแต่จุดต่ำสุดในเดือนมกราคมมีลักษณะคล้าย “Bear Flag” ซึ่งเป็นรูปแบบพักตัวที่มักจบลงด้วยการร่วงลงต่ออีกรอบ 

    แนวรับที่สำคัญที่สุดสำหรับเดือนเมษายนอยู่ที่ $67,000 ซึ่งเป็นฐานรองรับที่แข็งแกร่งมาตลอดปี 2026 แต่หากราคาปิดต่ำกว่า $67,000 ติดต่อกัน 3 วัน ประกอบกับข้อมูลกองทุน Bitcoin ETF และพฤติกรรมของเจ้ามือที่อ่อนแรงลง อาจเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดการร่วงรอบต่อไป 

    ดังนั้น ในเดือนเมษายนจุดชี้ชะตา Bitcoin อยู่ตรงโซน $60,000-$61,500 ว่าราคาจะยืนเหนือแนวนี้ได้หรือไม่ หากราคาหลุดลงไปได้ กราฟจะเปิดทางให้ร่วงต่อไปที่ $57,000 และอาจลงลึกถึง $52,600 ซึ่งจะไปตรงกับระดับ Fibonacci Retracement ที่ 0.618 พอดี

    อย่างไรก็ตาม ยังมีมุมมองเชิงบวกอยู่บ้าง นักวิเคราะห์บางสำนักคาดการณ์ว่า Bitcoin อาจปรับตัวขึ้น 5%-7% ไปแตะระดับ $72,000 ภายในวันที่ 10 เมษายน หากสามารถยืนเหนือแนวรับ $67,500 ได้อย่างมั่นคง 13

    ข้อมูลจากกองทุน Bitcoin ETF ในเดือนมีนาคมแสดงให้เห็นเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 1.13 พันล้านดอลลาร์ จบสถิติเงินไหลออกที่ยาวนานถึง 4 เดือน ซึ่งบ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันกำลังกลับมา 

    ราคา Bitcoin เปิดเดือนเมษายนเหนือ $68,000 หลังจากตลาดรีบาวด์ช่วงปลายเดือนมีนาคม จากความหวังว่า สงครามอิหร่านอาจลดระดับลง แต่คำถามคือ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวจริง หรือเป็นเพียง “การดีดกลับชั่วคราว” ก่อนร่วงลงอีกครั้ง

    ดัชนีความกลัวและความโลภ (Fear & Greed Index) อยู่ที่ระดับ 9 หรือ “Extreme Fear” สะท้อนว่าตลาดอยู่ในภาวะตื่นตระหนกอย่างรุนแรง 

    ปฏิทินเศรษฐกิจเดือนเมษายนยังอัดแน่นไปด้วยเหตุการณ์สำคัญ ทั้งรายงานการจ้างงานเดือนมีนาคมในวันที่ 3 เมษายน, รายงานการประชุม FOMC ในวันที่ 8 เมษายน, Beige Book ในวันที่ 15 เมษายน และการประชุม Fed ในวันที่ 28-29 เมษายน 

    หากมีสัญญาณว่า ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกำลังส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อหรือ Fed ไม่เต็มใจผ่อนคลายนโยบายจะยิ่งทำให้กรณีการฟื้นตัวของคริปโตซับซ้อนขึ้น

    สิ่งที่น่าสนใจคือ คำทำนายของบาบาวานก้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องวิกฤตการเงินเท่านั้นเธอยังทำนายถึงความขัดแย้งระดับโลกในปี 2026 ซึ่งบางคนตีความว่าเป็นคำเตือนเรื่องสงครามโลกครั้งที่สาม 

    นอกจากนี้ยังมีการตีความว่าเธอพาดพิงถึงปี 2026 ว่าเป็นปีที่ผู้เชี่ยวชาญจะตระหนักว่าพวกเขา “ไปไกลเกินไป” ในด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับ AI 

    คำทำนายของเธอถูกตีความว่า ระบบเงินตราแบบดั้งเดิม รวมถึงสกุลเงินอย่างดอลลาร์สหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะไม่มั่นคง เมื่อมองไปที่สถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน วิกฤตหนี้ และเทคโนโลยี AI ที่ก้าวล้ำ ล้วนสะท้อนให้เห็นเค้าลางของคำพยากรณ์เหล่านี้ แม้มันจะเป็นแค่เพียงเรื่องบังเอิญหรือไม่ก็ตาม

    ท้ายที่สุด ไม่ว่าคำทำนายของบาบาวานก้าจะเป็นจริงหรือไม่ สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า แม้จะไม่มีบันทึกลายลักษณ์อักษรที่ยืนยันคำทำนายเหล่านี้ แต่กระแสคำพยากรณ์ก็กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้งท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น

    ทั้งนี้ สำหรับใครที่ฟังคำทำนายของบาบาวานก้า อย่าลืมใช้ความระมัดระวังในการรับข้อมูลข่าวสาร และรักษาสมดุลในการตัดสินใจทางการเงิน การตื่นตัวอยู่ตลอด และการวางแผนการเงินอย่างชาญฉลาดยังคงเป็นเครื่องมือที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน


    มุมมองผู้เขียน: บรรยากาศช่วงต้นเมษายน 2026 เต็มไปด้วยปัจจัยกดดัน ทั้งหนี้สาธารณะสหรัฐฯ, สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และกราฟเทคนิคที่ยังไม่พ้นโซนอันตราย แม้จะมีเม็ดเงิน ETF เข้ามาบ้าง แต่ความกลัวในตลาดระดับ “กลัวสุดขีด” จะทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงต่อไป หากไม่มีข่าวดีออกมาในเร็ววันนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/04/03/linking-into-baba-vangas-prophecy-analyzing-bitcoins-trend-amid-the-us-debt-crisis/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nfcHuL8cITjUSVtq3M-nO

  • ท้า สส.ไทยภักดี-เศรษฐกิจ ตรวจสอบงบกองทัพ-ศาล-สถาบันฯ อย่าเก่งแต่งบอาหาร สส.

    ท้า สส.ไทยภักดี-เศรษฐกิจ ตรวจสอบงบกองทัพ-ศาล-สถาบันฯ อย่าเก่งแต่งบอาหาร สส.

    “ปิยบุตร” ท้า สส.ไทยภักดี-เศรษฐกิจ โชว์ฝีมือตรวจสอบงบกองทัพ-องค์กรอิสระ-งบสถาบันฯ อย่าจ้องแต่บำนาญ-ค่าอาหาร สส.

    วันที่ 3 เมษายน 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวส่งสัญญาณถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคไทยภักดีและพรรคเศรษฐกิจ โดยระบุว่า อยากเห็นบทบาทของผู้แทนจากทั้ง 2 พรรคในการตรวจสอบความเหมาะสมและความคุ้มค่าของการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินในหน่วยงานอื่น ๆ บ้าง ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณของศาลทุกระดับ องค์กรอิสระ กองทัพ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ 

    นายปิยบุตรย้ำว่าอยากให้มีการตรวจสอบหน่วยงานเหล่านี้ให้ได้เพียงเศษเสี้ยวเดียวกับที่พยายามตรวจสอบงบประมาณด้านสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ บำนาญ หรือแม้แต่งบประมาณค่าอาหารของ สส. เนื่องจากงบประมาณทุกส่วนต่างมาจากภาษีของประชาชนเช่นเดียวกัน จึงควรถูกตั้งคำถามถึงความจำเป็นและความโปร่งใสอย่างเท่าเทียมในฐานะผู้แทนราษฎรที่เป็นปากเสียงให้แก่ประชาชนผู้เสียภาษีทุกคนอย่างแท้จริงโดยไม่เลือกปฏิบัติเพียงบางหน่วยงานเท่านั้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2924512&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33nRgs-Gf_4ExoeHIbGjP0

  • นักเศรษฐศาสตร์แนะทางรอด ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ จากศึกตะวันออกกลาง

    นักเศรษฐศาสตร์แนะทางรอด ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ จากศึกตะวันออกกลาง

    นักเศรษฐศาสตร์แนะทางรอด ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ จากศึกตะวันออกกลาง

    วันนี้, 18:46น.

              สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินฉากทัศน์ (Scenario) ของวิกฤตออกเป็น 3 ระดับ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ได้ขยับจากฉากทัศน์ที่ 1 (จบภายใน 1 เดือน) เข้าสู่ฉากทัศน์ที่ 2 อย่างเต็มตัว คาดส่งผลให้ GDP มีแนวโน้มลดลงเหลือโต 1.4% และเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.9% แต่หากสถานการณ์ลากยาวจนหลุดเข้าสู่ฉากทัศน์ที่ 3 (เกิน 3 เดือน) GDP จะเหลือโต 1.1% และเงินเฟ้อเพิ่มเป็น 3.6%

              นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวว่า จากผลกระทบจากสงครามต่อเศรษฐกิจไทย ในช่วงไตรมาสที่ 2/69 จะเป็น “จุดชี้ชะตา” ว่าเศรษฐกิจไทยจะรอดพ้นจากภาวะถดถอยได้หรือไม่ โดยในไตรมาส 2/69 จะเป็นจุดสูงสุดของวิกฤต เนื่องจากค่าครองชีพ และเงินเฟ้อจะขยับขึ้นสู่จุดสูงสุด จากผลกระทบต่อเนื่องของราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้น และต้นทุน SME พุ่งสูง แต่ปรับราคาสินค้าไม่ได้ ทำให้ภาระหนักจะตกอยู่ที่ผู้ประกอบการรายย่อยที่มี margin ต่ำ

              โดยคำแนะนำสำหรับไตรมาส 2/69 คือ การรักษาเงินสด และสภาพคล่องให้ดีที่สุด ดูแลเรื่องต้นทุนอย่างเข้มงวด และพยายามรักษาการจ้างงานไว้ โดยต้องผ่านจุดที่ยากลำบากที่สุดในไตรมาส 2/69 นี้ไปให้ได้ เพื่อจะพบกับสถานการณ์ที่อาจเริ่มคลี่คลายในครึ่งปีหลัง

              ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังต้องเตรียมรับมือกับศึกนอก โดยเฉพาะเรื่องสงครามภาษีจากสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 (Section 301) ที่อาจถูกนำมาใช้แทนมาตราฉุกเฉินเดิม ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ มีอำนาจต่อรองสูงขึ้น และอาจประกาศขึ้นภาษีสินค้าไทยได้ทุกเมื่อ

           สำหรับนโยบายการจัดการราคาน้ำมันของภาครัฐ นายอมรเทพ กล่าวว่า หลักการที่ถูกต้อง ไม่ควรเป็นการอุ้มแบบหว่านแห แต่ควรเปลี่ยนมาใช้มาตรการแบบเจาะจงเป้าหมาย เพื่อดูแลกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยเป็นหลัก เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้มีรายได้จากภาษีจำนวนมหาศาลพอที่จะนำไปใช้อุ้มราคาน้ำมันให้กับทุกคนได้ตลอดเวลา

              ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลกระทบในภาคการค้าว่า สงครามในตะวันออกกลาง ทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และทะเลแดงติดขัดอย่างหนัก ค่าระวางเรือพุ่งสูงจาก 1,000 เหรียญ เป็น 5,000-6,000 เหรียญ และยังมีค่าธรรมเนียมพิเศษ (Surcharge) อีกมากมาย จนค่าขนส่งบางรายการแพงกว่าราคาสินค้าในตู้

              โดยคาดการณ์ระยะเวลาของสงคราม ประเมินว่าการสู้รบอย่างหนัก อาจยืดเยื้อไปอีกในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า โดยล่าสุดคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดเป้า GDP ปีนี้ของไทย ลงเหลือโตเพียง 1.2-1.6%

              อย่างไรก็ตาม ยังมองเห็นโอกาสในวิกฤต เช่น การดึงดูดการลงทุน (FDI) จากกลุ่มที่ต้องการหนีความขัดแย้งมายังประเทศไทย และการขยายตัวของอุตสาหกรรม Future Food และ Pet Food (อาหารสัตว์เลี้ยง) ที่เติบโตสูงถึง 30% ต่อปี รวมถึงกลุ่ม Medical and Wellness ที่ไทยมีความแข็งแกร่ง

              ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดที่ 1,454.00 จุด ลบ 11.72 จุด มูลค่าซื้อขายราว 42,563.62 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยวันนี้ รับแรงขายลดเสี่ยงช่วงวันหยุดยาวทั้งไทยและต่างประเทศ กังวลความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

              ทางเทคนิคหุ้นไทยยังแข็งแกร่ง และคาดหวังรัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นไทยวันนี้ไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน ตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่ปิดทำการในเทศกาลอีสเตอร์  โดยยังต้องจับตาสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะการใช้กำลังทหารของทั้งสองฝ่าย รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดได้หรือไม่

              ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ (3 เม.ย.) เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนได้รับปัจจัยบวกจากความคืบหน้าในขั้นตอนการรับรองการจัดหาน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 53,123.49 จุด เพิ่มขึ้น 660.22 จุด

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/160497&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ERzX475SlFWe66dulcrkz

  • “อนุทิน” ถกไฟใต้ จี้ ศอ.บต. ปั้นโมเดลเศรษฐกิจคู่ขนานปราบยาเสพติด

    “อนุทิน” ถกไฟใต้ จี้ ศอ.บต. ปั้นโมเดลเศรษฐกิจคู่ขนานปราบยาเสพติด

    นายกฯ ถกสถานการณ์ชายแดนใต้ สั่ง ศอ.บต. เร่งคลอดโมเดลขับเคลื่อนเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนศอ.บต.ยันเหตุรุนแรงไม่เกี่ยวช่วงเปลี่ยนผ่าน

    วันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

    นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือว่า นายกรัฐมนตรีมีความกังวลอย่างมากในเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยสั่งการให้ ศอ.บต. เร่งนำเสนอโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายหลักของรัฐบาล นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับอย่างเข้มงวดเรื่องปัญหายาเสพติด โดยย้ำว่าห้ามเน้นเพียงแค่การปราบปรามเท่านั้น แต่ต้องดำเนินการเชิงรุกทั้งการป้องกัน การบำบัดฟื้นฟู และการปกป้องกลุ่มเยาวชนไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด

    ต่อข้อถามถึงสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นถี่ในช่วงนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับช่วงรอยต่อการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เนื่องจากปัจจัยการก่อเหตุมีหลายสาเหตุและเจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานต่อเนื่อง ส่วนประเด็นน้ำมันเถื่อนและการลักลอบส่งน้ำมันออกนอกประเทศ นายปิยะศิริยอมรับว่าในพื้นที่มีปัญหาดังกล่าวอยู่จริง ซึ่งขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับทางจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะกักตุนสินค้าหรือการกระทำผิดกฎหมายซ้ำเติมประชาชน

    ในส่วนของการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้นั้น นายปิยะศิริระบุว่าทุกอย่างต้องจบลงที่การเจรจา ซึ่งตนเองในฐานะหนึ่งในคณะพูดคุยฯ มุ่งเน้นไปที่การลดอุปสรรคของการพัฒนาพื้นที่ และพยายามผลักดันเงื่อนไขพื้นที่ปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายอนุทิน พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ นางลำเนา อยู่บำรุง ภรรยาของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ณ วัดบางบอน เพื่อร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2924530&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1r_WZijSPqSBBnlZ-_0Tzb

  • หุ้นดาวโจนส์ ประจำวันที่ 02/03/69 ปิดผสมผสาน หลังการทูตช่วยคลี่คลายความตึงเครียดจากคำขู่ทรัมป์

    หุ้นดาวโจนส์ ประจำวันที่ 02/03/69 ปิดผสมผสาน หลังการทูตช่วยคลี่คลายความตึงเครียดจากคำขู่ทรัมป์

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/139025&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ssN6_Q5AuPwD2PtLXfJH_

  • รู้จัก “คริส โปตระนันทน์” สส.พรรคเศรษฐกิจ หวิดวางมวย “ปกรณ์วุฒิ”

    รู้จัก “คริส โปตระนันทน์” สส.พรรคเศรษฐกิจ หวิดวางมวย “ปกรณ์วุฒิ”

    รู้จัก

    รู้จัก “คริส โปตระนันทน์” สส.พรรคเศรษฐกิจ หวิดวางมวย “ปกรณ์วุฒิ”

    กลายเป็นปมร้อนพอๆ กับอากาศเมืองไทย! เมื่อ “นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล” ซึ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ปรี่เข้าหา “นายคริส โปตระนันท์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ภายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีการพาดพิงถึงการใช้ AI ในการเขียนอภิปรายวาระรายงานการเงินอุดหนุนกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ในสภาเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

    รู้จัก

    ล่าสุด (3 เม.ย.2569) พรรคเศรษฐกิจ ได้ออกแถลงการณ์ประณามพฤติกรรมคู่กรณี อย่างสส.พรรคประชาชน คนดังกล่าวที่บุกชี้หน้า-ข่มขู่-คุกคามถึงที่นั่งสมาชิกพรรค พร้อมฟาดแรงพวกใช้ AI-อ่านสคริปต์อภิปราย จนเสียมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของสภาผู้แทนราษฎรในสายตาของประชาชน

    รู้จัก

    พามาทำความรู้จัก “คริส โปตระนันทน์” เป็นใคร? ทำไมถึงแตกหักกับพรรคอนาคตใหม่ จนแยกตัวออกมาตั้งพรรคเศรษฐกิจ

    ชื่อ : คริส โปตระนันทน์ (เกิด พ.ศ.2531)

    โปรไฟล์ : ทนายความและนักการเมืองชาวไทย เป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ในปี 2564 ก่อตั้งกลุ่ม “เส้น-ด้าย” เพื่อจัดการปัญหาวิกฤตการณ์โควิด

    ปัจจุบัน : ดำรงตำแหน่งเป็นประธานพรรคเป็นผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่ง พรรคเศรษฐกิจ

    รู้จัก

    • เส้นทางสู่เวทีการเมือง

    เมื่อปี พ.ศ.2561 ในการประชุมใหญ่จัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ได้แนะนำ “คริส โปตระนันทน์” ต่อผู้เข้าร่วมประชุมว่าจะเป็นคนทำนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคฯ

    ในการเลือกตั้ง ในปี 2562 คริส เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของกรุงเทพมหานคร เบอร์ 8 ในเขต 6 ซึ่งประกอบไปด้วย เขตราชเทวี เขตพญาไท เขตจตุจักร (เฉพาะแขวงจตุจักรและจอมพล) โดยได้คะแนน 23,980 คะแนน การลงเลือกตั้งครั้งนี้ของคริสได้รับการพูดถึงในโซเชียลอย่างมากว่า เป็นการทำงานการเมืองแบบใหม่ที่เน้นเข้าถึงประชาชนทั้งในพื้นที่และออนไลน์ โดยเขามีเอกลักษณ์ในการทำไลฟ์หาเสียงตามแคมเปญของเค้าในโซเชียลมีเดีย 

    รู้จัก

    ปี 2563 พรรคอนาคตใหม่ได้ประกาศจะผลักดันร่างกฎหมายสุราก้าวหน้าเพื่อปลดล็อกอุตสาหกรรมสุราพื้นบ้านจากการผูกขาดของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ โดยคริส โปตระนันทน์ รับหน้าที่ในการร่างกฎหมายนี้ร่วมกับเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และทีมงานคนอื่น ๆ ของพรรคอนาคตใหม่

    หลังจากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ในปี พ.ศ.2563 “คริส โปตระนันทน์” ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ในงานจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคพลเมืองไทย เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และได้รับการเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคเป็น “พรรคเส้นด้าย” และลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 6 กรุงเทพมหานคร (พญาไท ดินแดง) แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

    รู้จัก

    ปัจจุบัน “คริส โปตระนันทน์” ได้รับการเสนอชื่อในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 พรรคเศรษฐกิจ ให้เป็นบุคคลผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในลำดับที่สอง รองจาก “พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์” หัวหน้าพรรค ทั้งนี้ คริสในฐานะประธานพรรคเป็นผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่ง ถูกพลเอกรังษีวางตัวให้ประธานคณะกรรมการนิติบัญญัติของพรรค เพื่อดูแลการแก้ไขกฎหมายเพื่อล้างระบบสแกมเมอร์และการทุจริตออกจากประเทศไทย 

    โดย “คริส โปตระนันทน์” ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 1 สมัย คือ

    การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/615383&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1A0IXPmhgobj6F58GYnLpp

  • OTOP ระยอง กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท | เดลินิวส์

    OTOP ระยอง กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท | เดลินิวส์

    นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน OTOP ภูมิภาค จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 2 เม.ย.  ภายใต้แนวคิด “สีสันท้องถิ่นเรา เรื่องเล่าจากภูมิปัญญา” ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–7 เมษายน 2569 รวมระยะเวลา 7 วัน โดยมี นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง ผู้บริหารส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP กว่า 300 ราย เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

    นายสยาม ศิริมงคล กล่าวว่า การจัดงาน OTOP ภูมิภาคในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการพัฒนาและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ได้พัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการ การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า รวมถึงเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ประกอบการจากหลากหลายภูมิภาคทั่วประเทศ

    ภายในงานมีผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมจำหน่ายสินค้า รวมทั้งสิ้น 300 บูท แบ่งเป็น

     • โซนแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 1–5 ดาว จำนวน 260 บูท

     • โซนอาหารชวนชิม จำนวน 40 บูท

    พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ อาทิ การสาธิตกระบวนการผลิตจากภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมส่งเสริมการขาย การแสดงศิลปวัฒนธรรม และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เพื่อสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยและกระตุ้นการเข้าร่วมงานของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมียอดจำหน่ายสินค้า ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม สร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสทางอาชีพให้แก่ประชาชนในระดับชุมชน

    กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จึงขอเชิญชวนประชาชนในจังหวัดระยองและพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมเลือกซื้อสินค้า OTOP คุณภาพจากทั่วประเทศ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5748405/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21BjyT1CcIwk1XSziqB562

  • ‘ปิยบุตร’ เหน็บแรง! อยากเห็น ‘สส.ไทยภักดี-เศรษฐกิจ’ ตรวจสอบงบ ‘ศาล-องค์กรอิสระ-กองทัพ’ บ้าง | เดลินิวส์

    ‘ปิยบุตร’ เหน็บแรง! อยากเห็น ‘สส.ไทยภักดี-เศรษฐกิจ’ ตรวจสอบงบ ‘ศาล-องค์กรอิสระ-กองทัพ’ บ้าง | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 3 เม.ย.69 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า อยากเห็นผู้แทนราษฎรจากพรรคไทยภักดีและพรรคเศรษฐกิจ ตรวจสอบความเหมาะสม ความจำเป็น และความคุ้มค่าของงบประมาณที่จัดสรรให้หน่วยงานอื่นๆ บ้าง เช่น ศาลทุกศาล องค์กรอิสระ กองทัพ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ

    เอาให้ได้สักเศษเสี้ยวเดียวของการตรวจสอบงบอาหาร บำนาญ ตำแหน่งผู้ช่วย สส. ก็ยังดี เพราะทั้งหมดนี้ต่างก็เป็นงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชนเหมือนกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5748382/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lnISiafYTr1GzDF14LqKS

  • เศร้าใจ พบชิ้นส่วนลูกเรือ “มยุรี นารี” แล้ว | เดลินิวส์

    เศร้าใจ พบชิ้นส่วนลูกเรือ “มยุรี นารี” แล้ว | เดลินิวส์

    ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 30 มี.ค. เกี่ยวกับความคืบหน้ากรณีลูกเรือไทย 3 คน บนเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทย “มยุรี นารี” ที่ประสบเหตุขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ซึ่งกระทรวงได้ติดตามและแจ้งความคืบหน้าให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทราบมาโดยตลอด 

    เมื่อวันที่ 3 เม.ย. กระทรวงได้รับการประสานจากบริษัท Precious Shipping เจ้าของเรือ “มยุรี นารี” ว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการค้นหาและกู้ภัยที่บริษัทฯ ว่าจ้าง ได้ขึ้นไปบนเรือเพื่อค้นหาลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ เป็นครั้งที่ 2 โดยทีมค้นหาดังกล่าว ตรวจค้นทุกพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้อย่างละเอียดเท่าที่สภาพการณ์จะเอื้ออำนวย เนื่องจากเรือได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้และมีน้ำท่วมขังที่ห้องเครื่องและบริเวณใกล้เคียง

    และได้พบชิ้นส่วนของร่างกายมนุษย์บางส่วนในบริเวณที่เรือได้รับความเสียหาย แต่ยังไม่สามารถยืนยันอัตลักษณ์บุคคลได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แจ้งให้ครอบครัวของลูกเรือทราบถึงความคืบหน้าดังกล่าวแล้ว

    กระทรวงขอแสดงความเสียใจต่อกรณีดังกล่าว และจะประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายอิหร่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อรับการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลโดยเร็วที่สุด โดยกระทรวงฯ จะแจ้งความคืบหน้าต่อไป

    กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูตโดยเร็วที่สุด เพื่อยุติสถานการณ์ความตึงเครียดตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ โดยให้ความสำคัญแก่ความปลอดภัยของพลเรือน และการเดินเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5747582/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BvuY_NhhfKSZpDiXWUT7X