Category: เศรษฐกิจ

  • ‘วัชระพล’ เผย ครม.อนุมัติวันหยุดราชการกรณีพิเศษ 28-29 ก.ย.นี้   | เดลินิวส์

    ‘วัชระพล’ เผย ครม.อนุมัติวันหยุดราชการกรณีพิเศษ 28-29 ก.ย.นี้   | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 27 ก.ย. นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ครม. อนุมัติวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จากสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล กำหนดให้ วันจันทร์ที่ 28 และวันอังคารที่ 29 ก.ย. 2569 เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สิ่งสำคัญที่สุดคือพี่น้องประชาชนจะได้ใช้ช่วงวันหยุดนี้ดูแลความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวครับ รัฐบาลพร้อมดูแลและเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดครับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6226443/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XM_HclrfbzVl5iTCYRcNH

  • พลิกเกมพลังงานดัน‘เอทานอล’ไทย

    พลิกเกมพลังงานดัน‘เอทานอล’ไทย

    นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ประธานสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม ส.อ.ท. ชี้ให้เห็นว่า ไทยมีห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบทางการเกษตรอย่างอ้อย กากน้ำตาล และมันสำปะหลัง ไปจนถึงโรงงานแปรรูปและฐานการผลิตยานยนต์ระดับภูมิภาค การดันเอทานอลเป็นเชื้อเพลิงยุทธศาสตร์จึงไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่คือการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ช่วยพยุงรายได้เกษตรกร และลดการสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศ

    และเพื่อขับเคลื่อนแนวคิดนี้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ส.อ.ท.ได้วางหมุดหมายสำคัญผ่าน 3 ข้อเสนอหลัก ได้แก่ 1.ปักหมุด “E20” เป็นน้ำมันเบนซินฐานของประเทศ ก้าวแรกที่ชัดเจนที่สุดคือ การกำหนดทิศทางระยะยาวให้แก๊สโซฮอล์ E20 กลายเป็นเชื้อเพลิงเบนซินหลักสำหรับรถยนต์ที่รองรับได้ โดยต้องมีการประเมินรอบด้าน ทั้งขีดความสามารถของโรงกลั่น ปริมาณวัตถุดิบ ระบบคลัง ไปจนถึงผลกระทบต่อราคาขายปลีกของประชาชน

    แม้ในระยะแรกอาจต้องใช้กลไกราคาจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาเติม E20 มากขึ้น แต่เป้าหมายปลายทางคือการปรับโครงสร้างต้นทุนทั้งระบบให้สามารถยืนหยัดแข่งขันได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินกองทุนน้ำมันหรือมาตรการอุดหนุนแบบเดิมๆ อีกต่อไป

    2.โมเดลยืดหยุ่น “E–Flex” ผนึกกำลังยานยนต์ไฮบริด เมื่อฐานการใช้ E20 นิ่งแล้ว สเต็ปถัดไปคือการพัฒนาระบบสัดส่วนผสมแบบยืดหยุ่น หรือ E-Flex เพื่อให้ประเทศสามารถปรับสัดส่วนการผสมเอทานอลขึ้นหรือลงได้ตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลกและผลผลิตทางการเกษตรในแต่ละฤดูกาล

    นโยบายนี้จะเดินหน้าควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการส่งเสริมรถยนต์ไฮบริด (HEV-Flex) และไมลด์ไฮบริด (mHEV) ที่ประกอบในประเทศให้รองรับเอทานอลในสัดส่วนที่สูงขึ้น ช่วยให้ไทยรักษาฐานการผลิตรถยนต์ดั้งเดิมไว้ได้ พร้อมปรับตัวรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างราบรื่น

    3.ยกเครื่องห่วงโซ่อุปทาน เลิกพึ่งพาเงินอุดหนุน หัวใจของความยั่งยืนคือ “ประสิทธิภาพ” ส.อ.ท.จึงเสนอให้รัฐและเอกชนร่วมมือกันปฏิรูปห่วงโซ่เชื้อเพลิงชีวภาพทั้งระบบ ต้นน้ำ: เพิ่มผลผลิตต่อไร่ของอ้อยและมันสำปะหลัง พร้อมพัฒนาระบบโลจิสติกส์การเก็บเกี่ยวเพื่อลดต้นทุน กลางน้ำ: อัปเกรดโรงงานเอทานอลให้ประหยัดพลังงาน ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า และลดความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอน (Carbon Intensity)

    และ ปลายน้ำ: วางระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ตามมาตรฐานสากล เพื่อปูทางสู่ตลาดเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำและผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงในอนาคต

    การผลักดันยกระดับอุตสาหกรรมเอทานอล มีเป้าหมายสำคัญคือ เป็นการใช้จุดแข็งและทรัพยากรที่ประเทศไทยมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน รวมถึงเป็นการเชื่อมโยงความมั่นคงทางพลังงาน-การสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคเกษตร-ความยืดหยุ่นรองรับความผันผวน-การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าด้วยกัน ยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุนตลอดห่วงโซ่ เพื่อให้เอทานอลไทยสามารถแข่งขันได้ด้วยศักยภาพของตัวเองในระยะยาว

    การขยับตัวของ ส.อ.ท.ในครั้งนี้ ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเลิกมองเอทานอลเป็นแค่ทางเลือกเสริม แต่ต้องวางเป็น “ยุทธศาสตร์ชาติ” ที่เชื่อมโยงความมั่นคงทางพลังงาน ภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเกราะกำบังจากวิกฤตพลังงานโลก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยทรัพยากรของตัวเองอย่างแท้จริง.

    ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/1077517/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0H_ZzwNT1qhRczkZDBkbrx

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (28 ก.ย. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (28 ก.ย. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (28 ก.ย. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (28 ก.ย. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 75 สตางค์ต่อลิตร

    ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

    ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 24 ก.ย. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 48.93 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 47.79 บาท (โออาร์)
    • เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 98+  ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 30.03 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 39.94 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 39.57 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 34.94 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 41.44 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 36.44 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 50.05 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 41.44 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 36.44 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (28 ก.ย. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/669980&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QzWFOvzhZnaypKUJP6kOx

  • ตลาดหุ้นไทย-TFEX-TDX เปิดเทรดปกติ 28 ก.ย. นี้ | เดลินิวส์

    ตลาดหุ้นไทย-TFEX-TDX เปิดเทรดปกติ 28 ก.ย. นี้ | เดลินิวส์

    รายงานข่าวจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)  ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)  ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) และศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDX) ขอแจ้งเปิดทำการซื้อขายตามปกติในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569  รวมถึง TSD Counter Services เปิดให้บริการตามเวลาทำการปกติ

    ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประสานขอความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเตรียมพร้อมร่วมกับบริษัทสมาชิกทุกรายให้มั่นใจว่าระบบงานและการให้บริการแก่ผู้ลงทุนจะดำเนินการได้ตามปกติ

    ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด และประสานความพร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6226206/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hHRuqyskiVv2rQLEg2vFl

  • ฝนถล่ม 48 จังหวัด 4 วัน ทุบเศรษฐกิจเสียหายสูงสุด 3.37 หมื่นล้าน กรุงเทพฯ หนักสุด | เดลินิวส์

    ฝนถล่ม 48 จังหวัด 4 วัน ทุบเศรษฐกิจเสียหายสูงสุด 3.37 หมื่นล้าน กรุงเทพฯ หนักสุด | เดลินิวส์

    รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า ได้ประมาณการผลกระทบน้ำท่วมต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 (ก.ค.–ก.ย.) ปี 69 ภายใต้น้ำท่วมใน 48 จังหวัดระยะ 4 วัน ตั้งแต่ 24-27 ก.ย. 69 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 โดยประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจรายภูมิภาค คาดว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจเฉลี่ยอยู่ที่ 25,345 ล้านบาท

    โดยแต่ละพื้นที่ได้รับความเสียหายต่างกัน ตั้งแต่ 16,896 ล้านบาท ถึงได้รับความเสียหายสูงสุด 33,793 ล้านบาท โดยกรุงเทพมหานครจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากสุด 10,586 ล้านบาท ตามด้วยภาคตะวันออก ประมาณ 5,520 ล้านบาท และภาคกลาง 4,401 ล้านบาท โดยความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาสที่ 3 ลดลงเฉลี่ย 0.55%

    ตารางประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจ (ล้านบาท) ไตรมาส 3/2569

    ภูมิภาค ฉากทัศน์ความเสียหาย (%)
    10 (ต่ำ) 15 (ปานกลาง) 20 (สูง)
    เหนือ 1,353.60 2,030.50 2,707.30
    ตะวันออกเฉียงเหนือ 1,180.20 1,770.30 2,360.40
    กลาง 2,934.40 4,401.60 5,868.80
    กรุงเทพมหานคร 7,057.50 10,586.30 14,115.10
    ตะวันออก 3,680.50 5,520.80 7,361.00
    ใต้ 690.6 1,035.90 1,381.20
    ผลกระทบรวม 4 วัน 16,896.90 25,345.40 33,793.90
    GDP  Q3/2569 ลดลง (%) 0.36 0.55 0.73

    ตารางเปรียบเทียบผลกระทบต่อ GDP รายภูมิภาค

    ภูมิภาค ผลกระทบต่ออัตราขยายตัว GDP ไตรมาส 3/2569 (%)
    เหนือ 0.04
    ตะวันออกเฉียงเหนือ 0.04
    กลาง 0.1
    กรุงเทพมหานคร 0.23
    ตะวันออก 0.12
    ใต้ 0.02
    รวม 0.55

    ค้าส่งและค้าปลีกในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบมากสุด

    เมื่อพิจารณาลงไปในรายกิจกรรมการผลิตที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมของเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า อุตสาหกรรมการผลิต และเกษตรกรรม เป็น 2 กลุ่มกิจกรรมการผลิตที่ได้รับผลกระทบมากสุด

    สำหรับกรุงเทพมหานคร ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกเป็นธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบมากสุด ตามด้วยธุรกิจธนาคารและประกันภัยและการบริหารราชาการ ด้วยสัดส่วน 23.4% 14.9% และ 10.3% ตามลำดับ

    ตารางภาคการผลิตเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรายภูมิภาค

    ภูมิภาค อันดับ 1 อันดับ 2 อันดับ 3
    เหนือ 13 จังหวัด เกษตร  (25.6%) การผลิตอุตสาหกรรม (16.4%) ค้าส่ง ค้าปลีก (11.9%)
    ตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด การผลิตอุตสาหกรรม  (21.5%) เกษตร ป่าไม้  (19.4%) ค้าส่ง ค้าปลีก (11.7%)
    กลาง 13 จังหวัด การผลิตอุตสาหกรรม (45.9%) ค้าส่ง ค้าปลีก  (13.0%) เกษตร  (7.9%)
    กรุงเทพมหานคร ค้าส่ง ค้าปลีก (23.4%) การเงินและประกันภัย (14.9%) การบริหารราชการ(10.3%)
    ตะวันออก 8 จังหวัด การผลิตอุตสาหกรรม  (47.5%) ค้าส่ง ค้าปลีก (11.1%) เหมืองแร่และเหมืองหิน (7.1%)
    ใต้ 5 จังหวัด เกษตร  (30.5%) ที่พักแรมและบริการอาหาร  (18.2%) การผลิตอุตสาหกรรม 72,735 ล้านบาท (11.7%)

    หมายเหตุ : ตัวเลขในวงเล็บคือสัดส่วนผลกระทบในแต่ละภูมิภาค

    ที่มา : ประเมินโดย อัทธ์ พิศาลวานิช กันยายน 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6226363/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EExPtCZlnofHL_5ZdRhIE

  • ประเด็นร้อนข่าวการเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ โลกออนไลน์ วันที่ 28 กันยายน 2569  – สยามรัฐ

    ประเด็นร้อนข่าวการเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ โลกออนไลน์ วันที่ 28 กันยายน 2569  – สยามรัฐ

    เกาะติดสถานการณ์ 28 กันยายน 2569: เมื่อ “วิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ” กระทบทุกมิติ สู่ภาพสะท้อนสังคมและความเชื่อมโยงระดับโลก

    กรุงเทพมหานครยังต้องรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ หลัง กทม.ประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง การใช้ชีวิต และการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ

    สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งแรงกระเพื่อมไปถึงการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ภาคธุรกิจ สถานศึกษา รวมถึงกระแสข่าวบนโลกออนไลน์ ขณะที่เวทีโลกยังเดินหน้าการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สะท้อนให้เห็นว่าเหตุการณ์ในประเทศและความเคลื่อนไหวระดับโลกยังคงเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด

    1. วาระสภาสะดุด ปรับแผนรับมือวิกฤต

    สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ส่งผลต่อการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ โดย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา มีคำสั่งยกเลิกการประชุมวุฒิสภาในวันที่ 28–29 กันยายน 2569 หลัง กทม.ประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วม

    เดิมวุฒิสภามีกำหนดประชุมในวันที่ 28 และ 29 กันยายน แต่ได้ยกเลิกการประชุมออกไป และจะแจ้งกำหนดวันประชุมใหม่ให้สมาชิกวุฒิสภาทราบต่อไป

    ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐหลายแห่งยังต้องปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ รวมถึงการลดผลกระทบจากการเดินทางในช่วงที่น้ำท่วมขังหลายพื้นที่

    2. การเดินทางสะดุด ปิดโรงเรียนรับมือน้ำท่วม

    ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในกรุงเทพฯ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องจนเกิดน้ำท่วมขังและปัญหาการจราจรในหลายพื้นที่

    ด้านการศึกษา กรุงเทพมหานครสั่งปิดโรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง เป็นเวลา 1 วัน ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 พร้อมให้จัดการเรียนการสอนชดเชยในภายหลัง เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรทางการศึกษา

    ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านสาธารณสุขยังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกระทรวงสาธารณสุขประเมินว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังมีความเสี่ยงต่อฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมกำชับโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมระบบบริการ ยา เวชภัณฑ์ และระบบส่งต่อให้พร้อมรองรับสถานการณ์

    3. ฟีดข่าวเต็มไปด้วยน้ำท่วม ขณะกระแสบันเทิงยังเดินต่อ

    บนโลกออนไลน์ ประเด็นน้ำท่วมกรุงเทพฯ กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ประชาชนติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรายงานระดับน้ำ เส้นทางที่ได้รับผลกระทบ จุดน้ำท่วมขัง เส้นทางเลี่ยง และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

    ทั้ง X และ Facebook ยังมีการแชร์ข้อมูลแบบเรียลไทม์จากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน กระแสข่าวบันเทิง ซีรีส์ T-Pop และความเคลื่อนไหวของศิลปินไทยในต่างประเทศยังคงดำเนินไปตามปกติ ทำให้หน้าฟีดออนไลน์มีทั้งข่าวภัยพิบัติและกระแสความบันเทิงเกิดขึ้นพร้อมกัน

    4. World News Day บรรจบโค้งท้าย UNGA 81

    วันที่ 28 กันยายน ตรงกับ World News Day หรือวันรณรงค์ระดับนานาชาติเพื่อส่งเสริมการสื่อสารมวลชนที่ยึดข้อเท็จจริงและความน่าเชื่อถือของข่าวสาร โดยปี 2569 มีการรณรงค์ภายใต้แนวคิด “Choose Trusted Journalism” หรือการเลือกติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ

    ขณะเดียวกัน เวที สมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 81 หรือ UNGA 81 เข้าสู่ช่วงสำคัญในนครนิวยอร์ก โดยการอภิปรายทั่วไปของสมัชชาฯ ดำเนินต่อถึงวันที่ 28 กันยายน และในวันเดียวกันยังมีการประชุมระดับสูงเพื่อรำลึกครบรอบ 25 ปีของการรับรอง Durban Declaration and Programme of Action ซึ่งเกี่ยวข้องกับการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและการเลือกปฏิบัติ

    ภาพรวมของวันนี้จึงเป็นวันที่สถานการณ์ในประเทศ โดยเฉพาะ ฝนตกหนักและน้ำท่วมกรุงเทพฯ ยังคงเป็นเรื่องใกล้ตัวที่กระทบการเดินทาง การศึกษา และการทำงาน ขณะที่อีกด้านหนึ่ง เวทีโลกยังเดินหน้าหารือประเด็นสำคัญด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชน และอนาคตของสังคมโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/324623&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xX5AEgYQ_MAnLw2u6qUtW

  • แบงก์ไม่หยุด! ธปท.ให้ธนาคารเปิดทำการ 28-29 ก.ย.นี้ตามปกติ | เดลินิวส์

    แบงก์ไม่หยุด! ธปท.ให้ธนาคารเปิดทำการ 28-29 ก.ย.นี้ตามปกติ | เดลินิวส์

    จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ได้มีมติประกาศวันที่ 28–29 ก.ย.69 เป็น “วันหยุดราชการกรณีพิเศษ” เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ–นนทบุรี–ปทุมธานี–สมุทรปรากการ ส่วนรัฐวิสาหกิจ–สถาบันการเงิน–เอกชน–โรงพยาบาล พิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมนั้น

    ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้พิจารณาตามมติ ครม.นัดพิเศษ แล้วระบุว่า สำหรับการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ ธปท. ขอให้ยังคงเปิดให้บริการประชาชนตามปกติ เพื่อให้การทำธุรกรรมทางการเงินเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

    พร้อมกันนี้ ขอให้แต่ละสถาบันการเงินพิจารณาให้พนักงานที่ได้รับผลกระทบสามารถทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) ได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงานควบคู่กับการดูแลให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6226968/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QYaC2Bh0McUDfkk77eRwe

  • S&P 500 ใกล้จุดสูงสุด แต่หุ้น 86% อยู่ในตลาดหมี Peter Schiff เตือนซ้ำรอยปี 1999

    S&P 500 ใกล้จุดสูงสุด แต่หุ้น 86% อยู่ในตลาดหมี Peter Schiff เตือนซ้ำรอยปี 1999

    S&P 500 ใกล้จุดสูงสุด แต่หุ้น 86% อยู่ในตลาดหมี Peter Schiff เตือนซ้ำรอยปี 1999

    By

    กันยายน 27, 2026

    S&P 500 ใกล้จุดสูงสุด แต่หุ้น 86% อยู่ในตลาดหมี Peter Schiff เตือนซ้ำรอยปี 1999

    สรุปข่าว
    • Peter Schiff ชี้ว่า S&P 500 อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลเพียง 0.7% แต่มีหุ้นในดัชนีถึง 430 ตัวที่ราคาต่ำกว่าจุดสูงสุดของตัวเองมากกว่า 21%
    • ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 86% ของหุ้นทั้งหมดใน S&P 500 สะท้อนว่าความแข็งแกร่งของดัชนีอาจไม่ได้กระจายไปทั่วทั้งตลาด
    • Schiff ระบุว่าสถานการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 1973 และ 1999/2000 ซึ่งเป็นช่วงก่อนตลาดหุ้นปรับตัวลงอย่างหนัก

    แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

    ความแตกต่างระหว่างระดับของ S&P 500 กับผลการดำเนินงานของหุ้นส่วนใหญ่ในดัชนีเป็นสัญญาณที่ควรจับตา เพราะสะท้อนตลาดในวงกว้างที่อ่อนแอ หากหุ้นขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักสูงในดัชนีเริ่มปรับตัวลงตามหุ้นส่วนที่เหลือ อาจทำให้ S&P 500 เผชิญแรงขายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รูปแบบดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าตลาดจะต้องเกิดการปรับฐานครั้งใหญ่ทันที

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับภาพที่ดูแข็งแกร่งเมื่อมองจากดัชนีหลัก แต่กลับมีความอ่อนแอซ่อนอยู่ในหุ้นรายตัวจำนวนมาก หลัง Peter Schiff นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนชื่อดัง เปิดเผยว่า S&P 500 อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลเพียง 0.7% ขณะที่หุ้นถึง 430 ตัวจากทั้งหมดในดัชนีร่วงลงมากกว่า 21% จากจุดสูงสุดของตัวเอง ทำให้เขามองว่าตลาดกำลังมีความเปราะบางมากกว่าที่ตัวเลขดัชนีอาจสะท้อนออกมา

    The S&P 500 is 0.7% below a record high, yet 430 of those stocks are 21.7% below their highs. That means on average 86% of the stocks are in a bear market. Breadth has only been this bad twice, in January 1973 and in 1999/2000. On both occasions, the S&P then crashed nearly 50%

    — Peter Schiff (@PeterSchiff) September 26, 2026

    S&P 500 แข็งแกร่ง แต่หุ้นส่วนใหญ่กลับสวนทาง

    ข้อมูลที่ Schiff เปิดเผยแสดงให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง ดัชนี S&P 500 กับหุ้นรายตัว โดยหุ้น 430 ตัว หรือประมาณ 86% ขององค์ประกอบดัชนี อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดของตัวเองมากกว่า 21%

    สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้เนื่องจาก S&P 500 เป็นดัชนีที่ถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด ทำให้บริษัทขนาดใหญ่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีมากกว่าบริษัทขนาดเล็ก

    ข้อมูลจาก S&P Dow Jones Indices ระบุว่า S&P 500 เป็นดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ที่มีการติดตามอย่างแพร่หลาย และโครงสร้างแบบ Market-Cap Weighted ทำให้ผลการเคลื่อนไหวของบริษัทขนาดใหญ่สามารถช่วยพยุงดัชนีไว้ได้ แม้หุ้นจำนวนมากภายในดัชนีจะปรับตัวลง

    Schiff ชี้คล้ายช่วงปี 1973 และ 1999/2000

    Schiff ยังระบุว่า สภาพตลาดในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ โดยเขายกตัวอย่าง เดือนมกราคม 1973 และช่วงปี 1999/2000

    จากข้อมูลที่เผยแพร่โดย NYU Stern S&P 500 ให้ผลตอบแทนประมาณ 20.9% ในปี 1999 ก่อนที่จะพลิกกลับมาปรับตัวลงในปี 2000 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงตลาดขาลงในยุค Dot-com

    อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบกับปี 1999/2000 เป็นการวิเคราะห์ของ Schiff ไม่ได้หมายความว่าตลาดในปัจจุบันจะต้องเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในรูปแบบเดียวกัน

    ตลาดยังแข็งแกร่งจากหุ้นขนาดใหญ่

    แม้ภาพรวมของหุ้นรายตัวจะอ่อนแอ แต่ S&P 500 ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากบริษัทขนาดใหญ่ โดยข้อมูลล่าสุดจาก S&P Dow Jones Indices ระบุว่า S&P 500 Total Return ยังคงมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 13.51% นับตั้งแต่ต้นปี 2026 ณ วันที่ 25 กันยายน

    ขณะที่ Reuters รายงานว่า S&P 500 สามารถฟื้นตัวกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันและ 100 วันได้ หลังจากตลาดเผชิญแรงกดดันจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทำให้ภาพทางเทคนิคของดัชนียังคงมีทั้งปัจจัยบวกและความเสี่ยงที่ต้องติดตาม

    ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่า หุ้นขนาดใหญ่จะสามารถพยุง S&P 500 ต่อไปได้หรือไม่ หากหุ้นกลุ่มที่มีน้ำหนักสูงยังคงปรับตัวขึ้น ดัชนีอาจรักษาระดับสูงได้แม้ Market Breadth จะอ่อนแอ แต่หากแรงขายเริ่มขยายไปยังหุ้นขนาดใหญ่ ความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ในตลาดอาจสะท้อนออกมาที่ดัชนีอย่างรวดเร็ว


    โดยส่วนตัวมองว่าตัวเลข 430 จาก 500 บริษัทที่อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดของตัวเองมากกว่า 21% เป็นสัญญาณที่น่าสนใจ เพราะทำให้เห็นว่าความแข็งแกร่งของ S&P 500 ในปัจจุบันอาจกระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ไม่กี่กลุ่มมากกว่าที่ตัวเลขดัชนีเพียงอย่างเดียวจะบอกได้ ส่วนการเปรียบเทียบกับปี 1999 ควรมองเป็นสัญญาณเตือนมากกว่าการคาดการณ์ว่าตลาดจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจและองค์ประกอบของตลาดในปัจจุบันแตกต่างจากช่วง Dot-com อย่างมาก

    แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

    S&P 500 ใกล้จุดสูงสุด แต่หุ้น 86% อยู่ในตลาดหมี Peter Schiff เตือนซ้ำรอยปี 1999

    Tharadon

    เริ่มรู้จักคริปโตในช่วงตลาดกระทิงปี 2020 และได้เห็นวัฏจักรขาขึ้น–ขาลงอย่างเต็มรูปแบบในปี 2021–2022 ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ตระหนักว่า “ราคา” อาจเป็นเพียงภาพสะท้อนของอารมณ์ตลาด แต่เทคโนโลยี Blockchain คือรากฐานที่แท้จริง และอาจเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงระบบต่าง ๆ ของโลกในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/09/27/sp500-near-ath-430-stocks-bear-market-peter-schiff/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lCaH3OHoKqw6Vv4uK45Gs

  • “อนุทิน”ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรมฯ

    “อนุทิน”ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรมฯ

    (27ก.ย.69) เวลา 11.35 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการระบายน้ำคลองเปรมประชากรบริเวณชุมชนร่วมพัฒนา พบปะพูดคุย รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย และกลุ่มเปราะบาง ณ ศูนย์พักพิงโรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์)

    ทั้งนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดเตรียมอุปกรณ์ และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้แก่ประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด ทั้งด้านอาหาร ยารักษาโรค และการจัดเตรียมที่พักพิงสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

    ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง ขอให้เข้ามาพักอาศัยในศูนย์พักพิง เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและมีความปลอดภัย ตลอดจนได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างทั่วถึงและทันท่วงที

    ที่มา : ไทยคู่ฟ้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/disaster/NXZvD2Qcu&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0plbqqHlqkBW8AI8t9vznI

  • คลังสหรัฐฯ อ้างความสำเร็จในการตัดขาดอิหร่านออกจากเศรษฐกิจโลก

    คลังสหรัฐฯ อ้างความสำเร็จในการตัดขาดอิหร่านออกจากเศรษฐกิจโลก

    คลังสหรัฐฯ อ้างความสำเร็จในการตัดขาดอิหร่านออกจากเศรษฐกิจโลก

    27 กันยายน 2569, 20:58น.

              นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ส่งผู้แทนไปทั่วโลกเพื่อกดดันประเทศต่างๆ ให้โดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจอิหร่าน และชื่นชมมาตรการที่มุ่งเป้าไปที่สายการบินและธนาคาร

              ในโพสต์บน X ระบุว่า เขาส่งทีมงานไปทั่วโลกเพื่อประสานงานกับประเทศต่างๆ และเรียกร้องให้มีการดำเนินการต่อต้านอิหร่าน ซึ่งความพยายามเหล่านี้กำลังให้ผลลัพธ์ที่ดี ตุรกีและโอมานระงับเที่ยวบินขาเข้าจากสายการบินเอกชนมาฮานแอร์ ในขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ระงับเที่ยวบินทั้งหมดของสายการบินอิหร่านแล้ว

              ดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับสายการบินของอิหร่าน มีเที่ยวบินหลายเที่ยวต่อวัน มีชุมชนชาวอิหร่านขนาดใหญ่ และมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ใกล้ชิด

              นอกจากนี้ นายเบสเซนต์เปิดเผยถึงข้อจำกัดใหม่ด้านการธนาคารด้วย โดยเมื่อวันพุธ (23 ก.ย.69) ธนาคารกลางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ระงับธุรกรรมของธนาคารเมลิ (Bank Melli) ของอิหร่าน โดยกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับการฟอกเงิน การก่อการร้าย และการแพร่กระจายอาวุธ

              ขณะที่ตุรกีเพิกถอนใบอนุญาตของธนาคารเมลัตของอิหร่าน ซึ่งเป็นสถาบันการเงินกึ่งเอกชนที่ถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตรมานานหลายปี

              รายงานของสื่อในสหรัฐฯ ระบุว่า นายโจนาธาน เบิร์ก ผู้ช่วยเลขานุการกระทรวงการคลัง ด้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เดินทางไปทั่วตะวันออกกลางและยุโรปเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์เพื่อผลักดันแผนการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่าน จนถึงขณะนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีการหารือกับมากกว่า 50 ประเทศแล้ว

    …

    #สหรัฐอเมริกา

    #อิหร่าน

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/164738&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ri5OlKAJBtz-rf_85pJtM