โดยทิศทางการเติบโตควรเป็นแบบ Inclusive Growth มุ่งสร้างงานคุณภาพสูง และขับเคลื่อนผ่าน Industry of the Future และ City of the Future ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยไทยยังไม่เห็นแนวโน้มปรับขึ้นในเร็วๆ นี้ เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่าง Bond Yield สหรัฐฯ กับดอกเบี้ยไทยไม่ได้เป็นแบบ 1:1 และต้นทุนทางการเงินของธนาคารและลูกค้ายังไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนSMEจำเป็นต้องเร่งปรับตัวและเปลี่ยน Business Model โดยธุรกิจแห่งอนาคตต้องให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพิ่ม Productivity ขยายตลาดและยอดขาย รวมถึงกระจายตลาดเพื่อลดความเสี่ยง
ด้านนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ SME ไม่สามารถอยู่รอดได้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยทั่วไปของไทยถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับบริบททั่วไป โดยหัวใจสำคัญคือการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งการหาตลาดใหม่ การปรับรูปแบบการทำธุรกิจ และการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ ซึ่งปัจจุบัน SME กำลังเร่งปรับตัวในหลายด้าน
มิติประเภทธุรกิจ (Sector-wise K-Shape): การส่งออกและการลงทุนเติบโตดีกระจุกตัวเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี AI ซึ่งเป็นกลุ่มขาขึ้นของตัว K ในขณะที่กลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์กลับมีทิศทางการเติบโตที่แยกตัวออกจากกันอย่างชัดเจน หากกระแส AI ยังคงเติบโตต่อไป ประโยชน์ทางเศรษฐกิจก็จะยิ่งกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีเหล่านี้มากขึ้น
ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังคงเดินหน้าโครงการจัดทำคำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เพื่อขึ้นทะเบียนในประเทศ อย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำปรึกษาด้าน GI ให้กับชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่สำรวจและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสินค้าที่มีศักยภาพ เพื่อจัดทำคำขอขึ้นทะเบียน GI ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์เข้าสู่ระบบ GI อันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชน
สำหรับสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว กรมฯ ได้มุ่งเสริมสร้างศักยภาพด้านการแข่งขันตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ทั้งในด้านการควบคุมคุณภาพการผลิต การสร้างแบรนด์และเรื่องราวของสินค้า การเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปและต่อยอดสู่อุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งการเชื่อมโยงช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อผลักดันสินค้า GI ไทยสู่การเป็นสินค้าพรีเมียม สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง และสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้มากขึ้น ตอกย้ำคุณค่าของ GI ว่าไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการคุ้มครองสินค้า แต่เป็นกลไกที่ช่วยรักษาและถ่ายทอด “คุณค่า เรื่องราว และภูมิปัญญา” ของชุมชนไทยสู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก