Photo Story : เริ่มแล้ว วาระ 2 ถก ‘งบฯ 70’ ฝ่านค้านชงหั่นอีก 1 แสนล้าน

photo-story-:-เริ่มแล้ว-วาระ-2-ถก-‘งบฯ-70’-ฝ่านค้านชงหั่นอีก-1-แสนล้าน

สำหรับบรรยากาศการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ ซึ่งมี ‘โสภณ ซารัมย์’ เป็นประธานการประชุม ในวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง และเข้าสู่การพิจารณาเป็นวันแรก มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง 

เริ่มจาก ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะประธาน กมธ. รายงานว่า กมธ.มีข้อเสนอสำคัญต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจปี 2570 ท่ามกลางความไม่แน่นอนสูง โดยควรบริหารความเสี่ยงจากโครงการที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และลดภาระสาธารณะในระยะยาว เพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลังรองรับวิกฤติเศรษฐกิจ โดยไม่กระทบเสถียรภาพและวินัยการเงินการคลังของประเทศ 

พร้อมเสนอให้ทบทวนและปรับลดหน่วยงานที่หมดความจำเป็นหรือมีภารกิจซ้ำซ้อน เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ รวมถึงปรับกฎหมายและระเบียบให้ครอบคลุมเงินนอกงบประมาณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณางบประมาณ 

Meeting-on-the-Fiscal-Year-2027-Budget-September-6-2026-SPACEBAR-Photo01.jpg

Meeting-on-the-Fiscal-Year-2027-Budget-September-6-2026-SPACEBAR-Photo02.jpg

Meeting-on-the-Fiscal-Year-2027-Budget-September-6-2026-SPACEBAR-Photo03.jpg

ทั้งนี้ กมธ.ปรับลดงบประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท โดยพิจารณาจากความสอดคล้องกับสถานการณ์ เป้าหมายและผลการดำเนินงานจริง ความคุ้มค่า ความพร้อม ศักยภาพการใช้จ่าย รวมถึงเงินนอกงบประมาณหรือรายได้ที่หน่วยงานจัดเก็บเอง โดยพิจารณารายการที่ล่าช้า จ่ายไม่ทันปีงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่าวงเงินที่เสนอ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ใช้จ่ายแล้วไม่เพิ่มประสิทธิภาพ ชะลอได้โดยไม่กระทบประชาชน รวมถึงรายการที่ยกเลิกหรือใช้เงินจากแหล่งอื่น 

ส่วนการเพิ่มงบประมาณ เอกนิติระบุว่า พิจารณาตามความเหมาะสมและความจำเป็นของหน่วยงาน รวมถึงงบกลางสำหรับเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยให้ความสำคัญกับความพร้อมและศักยภาพของหน่วยงาน ความซ้ำซ้อน เป้าหมายและผลการดำเนินงาน ตลอดจนภารกิจที่สนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาความเป็นอยู่และเกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชน เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตเข้มแข็ง รองรับปัจจัยภายในและภายนอกอย่างมีเสถียรภาพ และไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง 

Meeting-on-the-Fiscal-Year-2027-Budget-September-6-2026-SPACEBAR-Photo04.jpg

Meeting-on-the-Fiscal-Year-2027-Budget-September-6-2026-SPACEBAR-Photo05.jpg

Meeting-on-the-Fiscal-Year-2027-Budget-September-6-2026-SPACEBAR-Photo06.jpg

ขณะี่ ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายในฐานะ กมธ.วิสามัญฯ ในการพิจารณามาตรา 4 เสนอปรับลดงบประมาณ 100,000 ล้านบาท จากกรอบงบประมาณรวม เพื่อเปิดพื้นที่ทางงบประมาณรองรับภาระรายจ่ายสำคัญที่ยังไม่ได้บรรจุไว้ในร่างงบประมาณ 

โดย ตัวเลข 100,000 ล้านบาทเป็นตัวเลขเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากงบหลายหน่วยงานปีนี้ถูกปรับลดลงไปมากแล้ว แต่สะท้อนถึงภาระรายจ่ายที่ควรได้รับการจัดสรร ขณะเดียวกันยังมีงบอีกหลายส่วนที่สามารถปรับลด เพื่อเปิดพื้นที่รองรับภาระอื่นที่ยังขาดงบประมาณ โดยคาดว่าจะมี สส.อภิปรายถึงรายจ่ายส่วนเกินหรือรายการที่เสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมยอมรับว่า จากการทำงานในชั้นอนุกรรมาธิการและ กมธ. ไม่สามารถปรับลดงบได้มากกว่านี้ 

สำหรับผลการพิจารณาของ กมธ.วิสามัญฯ สามารถปรับลดงบได้กว่า 11,000 ล้านบาท โดยพิจารณารายการค่าอบรมสัมมนา ค่าจ้างที่ปรึกษา และค่าเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเดิมสามารถปรับลดได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท แต่ส่วนหนึ่งถูกนำไปเป็นงบสำรองสำหรับจ่ายตามคำพิพากษาศาลปกครอง กรณีคลองด่าน หรือค่าโง่คลองด่าน ทำให้ท้ายที่สุดปรับลดรายการดังกล่าวได้เพียงประมาณ 200 ล้านบาท จากงบรวมกว่า 200,000 ล้านบาท 

ศิริกัญญา เห็นว่า ยังมีการใช้งบที่ขาดความคุ้มค่าและประสิทธิภาพอีกจำนวนมาก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้มีการระบุว่าสัดส่วนรายจ่ายประจำอยู่ที่ร้อยละ 73 แต่หากรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ทั้งบำนาญ เงินสมทบ กบข. และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการที่ยังขาดงบอีก 104,789 ล้านบาท จะทำให้สัดส่วนรายจ่ายประจำอยู่ที่ประมาณร้อยละ 76 

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการปฏิรูประบบราชการว่าเป็นสิ่งจำเป็น แต่มาตรการอย่างการเกษียณอายุก่อนกำหนด ซึ่งตั้งเป้าเพียงหลักพันคน อาจไม่ช่วยลดค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐได้รวดเร็ว เนื่องจากงบบุคลากรปี 2570 อยู่ที่ประมาณ 850,000 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น เบี้ยหวัด บำนาญ และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ยังอยู่ในงบกลาง 

ในส่วย ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินไป โดยงบเบี้ยบำเหน็จบำนาญปีนี้ตั้งไว้ 389,000 ล้านบาท แต่ยังขาดอีกประมาณ 40,000 ล้านบาท ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลยังขาดอีกประมาณ 20,000 ล้านบาท 

อย่างไรก็ตาม เห็นว่ารายการที่สามารถปรับลดได้รวดเร็วกว่าคือ งบเงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของ กบข. ซึ่งอยู่ในงบกลางปี 2570 จำนวน 71,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46,540 ล้านบาท แต่อาจต้องแก้ไขกฎหมายควบคู่กัน 

โดยการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นผลจากมาตรา 72 ที่กำหนดให้รัฐบาลตั้งงบประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการประจำปี เพื่อส่งเข้าบัญชีเงินสำรอง กบข. จนกว่ามูลค่ากองทุนจะเกิน 3 เท่าของงบประมาณบำเหน็จบำนาญ ส่งผลให้ภาระเงินสมทบและเงินสำรองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

ดังนั้นควรประเมินความเหมาะสมของการตั้งเงินสำรองให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง แทนการกำหนดตัวเลขคงที่ที่ระดับ 3 เท่าตลอดไป โดยเชื่อว่าการทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยลดภาระงบประมาณส่วนนี้ได้เกือบ 100,000 ล้านบาทต่อปี 

Meeting-on-the-Fiscal-Year-2027-Budget-September-6-2026-SPACEBAR-Photo07.jpg

Meeting-on-the-Fiscal-Year-2027-Budget-September-6-2026-SPACEBAR-Photo08.jpg

ด้าน ‘วีระ ธีระภัทรานนท์’ ในฐานะ กมธ. ซึ่งสงวนความเห็นในมาตรา 4 เสนอปรับลดงบประมาณ 7,400 ล้านบาท เพื่อให้เหลือเท่ากับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 โดยเสนอให้จัดทำงบประมาณแบบ Zero Growth Budget นับจากนี้ ไม่เพิ่มวงเงินงบประมาณรายจ่ายจากปีก่อนอีก เพื่อให้สอดคล้องกับฐานะการเงินการคลังของประเทศที่การจัดเก็บรายได้ยังไม่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกับรายจ่าย ส่งผลให้ไทยจัดทำงบประมาณขาดดุลเรื้อรัง และต้องออกกฎหมายพิเศษหรือพระราชกำหนดเมื่อรายจ่ายไม่เพียงพอ ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

การจัดทำงบประมาณปี 2570 เป็นภาวะจำยอม เนื่องจากไม่สามารถจัดทำให้เหมาะสมกว่านี้โดยไม่ผิดกฎหมาย และติดล็อกวิธีการจัดทำงบประมาณ เมื่อพิจารณาร่วมกับกับดักหนี้สาธารณะ อาจนำไปสู่กับดักทางการคลัง และวิกฤตการเงินการคลังและเศรษฐกิจในระยะใกล้ ดังนั้น หากต้องการหลุดจากกับดัก ควรจัดทำงบประมาณแบบไม่เพิ่มวงเงินรายจ่ายไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี 

นอกจากนี้ ยังเสนอให้นำเงินนอกงบประมาณ ซึ่งมียอดสะสมคงค้างประมาณ 4 ล้านล้านบาท มาใช้ประโยชน์ โดยเปรียบว่าเป็นการ “เปิดประตูระบายน้ำหน้าเขื่อน” เพื่อให้เงินนอกงบประมาณไหลเข้ามาเติมสภาพคล่องและหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจที่แห้งผาก เนื่องจากยังมีหลายหน่วยงานที่มีเงินนอกงบประมาณจำนวนมาก แต่ไม่นำมาสมทบเพื่อลดภาระด้านการคลัง ทั้งที่เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนในสถานการณ์ปัจจุบัน 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงก่อนเปิดการประชุมว่า มีผู้ลงชื่อเข้าร่วม 245 คน ซึ่งไม่ถึงกึ่งหนึ่งขององค์ประชุม ก่อนเพิ่มเป็น 251 คนในเวลาไม่กี่นาที คาบเส้นองค์ประชุมพอดี ทำให้สามารถเปิดการประชุมได้ 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/meeting-on-the-fiscal-year-2027-budget-september-6-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12ZhEZeP6G3g0E8m7pUOYr