Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘ศึกษิษฏ์’ รวมข้อสั่งการ 5 กระทรวง รัฐมนตรีเพื่อไทยผนึกกำลังประสานงาน สร้างทุนมนุษย์ เดินหน้าประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

    ‘ศึกษิษฏ์’ รวมข้อสั่งการ 5 กระทรวง รัฐมนตรีเพื่อไทยผนึกกำลังประสานงาน สร้างทุนมนุษย์ เดินหน้าประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

    ‘ศึกษิษฏ์’ สรุปข้อสั่งการ 5 กระทรวง รัฐมนตรีเพื่อไทยผนึกกำลังบริหาร ประสานงาน มุ่งหน้าสร้างทุนมนุษย์ เสริมความเข้มแข็งของคนไทย เดินหน้าประเทศไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจมูลค่าสูงให้ได้ในที่สุด

    ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุหลังจากคณะรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ก็เร่งรัดสั่งการเพื่อผนึกกำลังบริหาร ประสานงานทั้ง 5 กระทรวงอย่างทันที เป็นการมุ่งหน้าสร้างทุนมนุษย์ เสริมความเข้มแข็งของคนไทย และเดินหน้าให้ประเทศไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจมูลค่าสูงให้ได้ในที่สุดครับ

    สรุปข้อสั่งการของทั้ง 5 กระทรวงภายใต้การกำกับดูแลของพรรคเพื่อไทย ที่ผนึกกำลังบริหาร ประสานงาน 5 กระทรวง (Synergistic Governance) เพื่อสร้างทุนมนุษย์ให้เข้มแข็ง และเดินหน้าประเทศสู่การเป็นประเทศเศรษฐกิจมูลค่าสูง

    อว

    เริ่มจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

    ท่านรองนายกฯ ยศชนัน ให้แนวคิดเรื่องหัวใจสำคัญที่จะพลิกโฉมประเทศคือยุทธศาสตร์ Innovation-Driven Growth ที่มุ่งเน้นการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เน้นสร้างมูลค่าให้แก่นวัตกรรม เช่น AI for All, Semiconductor พัฒนา Wellness ตั้งแต่สมุนไพรไปจนถึงเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง และยกระดับอุตสาหกรรมเดิมเช่นภาคการเกษตร ภาคการท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ทำให้ระบบคัดเลือกเข้าเรียน TCAS เท่าเทียมขึ้น และสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมด้วยโมเดลความร่วมมือ 5 ฝ่าย มหาวิทยาลัย, รัฐ, เอกชน, สตาร์ทอัพ และแหล่งทุน ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้หลักนิติธรรม (Rule of Law) และความโปร่งใสแบบ Zero Corruption MHESI ผ่านระบบ Digital Government

    กระทรวงศึกษา

    ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ โดยท่าน รมว. ประเสริฐ และรมช. อัครนันท์ ตั้งเป้าหมายปลดล็อกระบบการศึกษา สร้างอนาคตของชาติ ผ่านการวางรากฐานด้วย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ และเชื่อมต่อกับตลาดแรงงานผ่าน Productivity Superboard

    นโยบายหลักมุ่งเน้นที่การลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการศึกษา โดยปลดล็อกกฎระเบียบ งดขั้นตอนพิธีการในการตรวจราชการที่ไม่จำเป็น ลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง ควบคุมราคาสินค้าที่เกี่ยวกับการศึกษา และลดงานเอกสารครู ผ่านนวัตกรรมและการจัดสรรงบแบบใหม่ที่คำนวณด้วยความเข้าใจโรงเรียนขนาดเล็ก รวมถึงสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธินักเรียน

    กระทรวงแรงงาน

    เมื่อการศึกษาผลิตกำลังคนออกมา กระทรวงแรงงานคือผู้รับไม้ต่อในการดูแลตลาดแรงงาน โดยท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและรัฐมนตรีแรงงาน ท่านจุลพันธ์ สั่งการภารกิจแรกในช่วงวิกฤตคือ ลดเงินสมทบประกันสังคมเพื่อลดภาระแก่ผู้ประกันตน

    มุ่งปฏิรูปโครงสร้างแรงงานทั้งระบบ พร้อมยกระดับทักษะแรงงานผ่านการ Up-skill / Re-skill เรียนได้งบ จบได้งาน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด ควบคู่กับการยกระดับสวัสดิการและปรับสูตรค่าแรงขั้นต่ำให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจ ปฏิรูประบบประกันสังคม ให้เป็นมืออาชีพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ง่าย สร้างความมั่นคงให้ชีวิตคนทำงาน

    กระทรวงแรงงาน

    ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งดูแลพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ ท่าน รมว.สุริยะ จะทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาส่งเสริมความเป็นอยู่และปากท้องของเกษตรกรให้ดีขึ้น

    ขับเคลื่อนเกษตรสมัยใหม่ด้วย AI และ Big Data เพื่อเพิ่มผลิตภาพและรายได้ผ่านการแปรรูปสินค้าไปจนถึงการปรับโครงสร้างการผลิตให้มีมูลค่าสูงขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้เกษตรกรและบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมเร่งแก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น PM2.5 ที่ดิน การจัดการดิน น้ำ และการสร้าง Smart Farmer รุ่นใหม่ บริหารจัดการสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก-บริโภค

    กระทรวงพม

    แม้การก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจจะสำคัญ แต่การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยท่าน รมว.นิกร สั่งการให้ พม. ทำหน้าที่เป็นตาข่ายรองรับทางสังคม (Social Safety Net) ที่คอยดูแลกลุ่มเปราะบาง รับมือปัญหา PM2.5 ขยายโครงการห้องปลอดฝุ่นให้แก่กลุ่มเปราะบางและจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และแก้ปัญหาวิกฤตค่าครองชีพ ผ่านเงินอุดหนุนและการลดภาระที่อยู่อาศัย พร้อมพัฒนาสวัสดิการ ทักษะ และโครงสร้าง เพื่อรับมือสังคมสูงวัย สนับสนุนสวัสดิการเด็กเล็ก แก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว พร้อมผลักดันกฎหมายและขยายโอกาสด้านที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงผลักดัน Universal Design เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงสวัสดิการและโครงสร้างพื้นฐานอย่างเท่าเทียม

    ในภาวะความผันผวนของโลกที่กำลังดำเนินอยู่ รัฐมนตรีเพื่อไทย พร้อมที่จะทำงานด้วยวิสัยทัศน์ ความรู้และความเข้าใจ สร้างศักยภาพคนไทยเพื่อสร้างอนาคตให้ประเทศไทยครับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/Bvn8pJAhf&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UPf0GSbQj68qI2mav0WaV

  • ต่างชาติลด-ต้นทุนพุ่ง ท่องเที่ยวไทยเจอศึกหนัก

    ต่างชาติลด-ต้นทุนพุ่ง ท่องเที่ยวไทยเจอศึกหนัก

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-237&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Sdp2wrlJBR1mFa2Hkqc1T

  • คาดสงกรานต์เชียงใหม่เงียบเหงาจากพิษเศรษฐกิจ-วิกฤตน้ำมันแพง ประชาชนปรับพฤติกรรมการท่องเที่ยว

    คาดสงกรานต์เชียงใหม่เงียบเหงาจากพิษเศรษฐกิจ-วิกฤตน้ำมันแพง ประชาชนปรับพฤติกรรมการท่องเที่ยว

    สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ ทำให้มีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจมาถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สร้างความกังวลใจในทุกภาคส่วน ประชาชนมีค่าครองชีพที่สูงขึ้นสวนทางรายได้ ต้องรัดเข็มขัดประหยัดเงินในกระเป๋าให้ได้มากที่สุด

    สำหรับการคาดการณ์บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ หรือ ปี๋ใหม่เมืองของเชียงใหม่ ในตอนนี้ก็ยังคงน่าเป็นห่วงจากยอดการจองห้องพักที่ควรจะมีเข้ามาและเริ่มคึกคักแล้วแต่ในปีนี้กลับเงียบเหงา ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นก็ยังคงไม่มีการปรับลดลงก็อาจจะทำให้บรรยากาศไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo09.jpg

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo12.jpg

    ภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ได้แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การที่ค่าของชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นมีผลกับการตัดสินใจใช้จ่ายและเดินทางท่องเที่ยวโดยตรง ซึ่งน่าจะเป็นการท่องเที่ยวภายในจังหวัดมากขึ้น การเดินทางระหว่างจังหวัดหรือภูมิภาคอาจจะลดลง เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางที่ลำบากมากขึ้นที่สืบเนื่องมาจากการสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลางก็อาจจะหันไปเที่ยวประเทศที่เดินทางสะดวกมากขึ้น หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะเดินทางไปยังจังหวัดอื่น เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ในห้วงที่ผ่านมาประสบกับปัญหามลพิษทางอากาศอย่างหนัก

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo11.jpg

    โดยทางจังหวัดเชียงใหม่คาดการณ์ว่า จากสถานการณ์น้ำมันยังอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ อาจจะมีนักท่องเที่ยวลดลงจากปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปี 2569 นี้ คาดว่าการเดินทางทางอากาศ เที่ยวบินจะลดลง 3% และผู้โดยสารจะลดลง 9% เมื่อเทียบกับปี 2568

    ขณะที่การเดินทางด้วยรถโดยสารคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% โดยมีผู้โดยสารเฉลี่ย 11,000 – 12,000 คนต่อวัน ในส่วนอัตราการเข้าพักโรงแรมในเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ประมาณ 29.12% อย่างไรก็ตามทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ได้บูรณาการร่วมกันเตรียมจัดเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้อย่างยิ่งใหญ่ทั้งในรูปแบบ “สายบุญ และสายม่วนสายมันส์” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ ส่วนทาง ททท. มีแผนจัดแคมเปญดึงนักท่องเที่ยวจากเอเชียให้เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยมากยิ่งขึ้น

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo07.jpg

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo08.jpg

    ขณะที่บรรยากาศภายในตลาดวโรรส ตลาดเก่าแก่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่และคึกคักที่สุดของเชียงใหม่ พบว่าบรรยากาศการค้าขายปืนฉีดน้ำในปีนี้ยังไม่คึกคักแม้ว่าจะใกล้ถึงเทศกาลสงกรานต์แล้วก็ตาม มีพ่อค้าแม่ค้านำเอาอุปกรณ์เล่นน้ำมาจำหน่ายน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับผู้ที่มาจับจ่ายใช้สอยก็ยังไม่มาก ส่วนร้านที่อุปกรณ์ตกแต่งที่สื่อถึงงานประเพณีปี๋ใหม่เมือง เช่น ตุงไส้หมู ตุง 12 ราศี ก็ยังคงไม่ได้คึกคักเช่นกันมีคนมาซื้อนำไปขายต่อหรือซื้อไปปรับตกแต่งไม่มาก

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo01.jpg

    รศ.นิสิต พันธมิตร หัวหน้าศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้วิเคราะห์ว่า หนึ่งในภาพที่เป็นเอกลักษณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดเชียงใหม่ คือบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่ ที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะพากันขึ้นหลังรถกระบะเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานกันตลอดช่วงเทศกาล น่าจะลดน้อยลง เพราะน้ำมันมีราคาแพง ประชาชนอาจจะรวมตัวกันนำรถไปจอด แล้วเดินเท้าเล่นน้ำกันมากยิ่งขึ้นเพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องจ่าย การออกมาเล่นน้ำคงลดน้อยลงและไปเล่นเวลากลางคืนมากขึ้นเพราะอากาศร้อน ทำให้จำนวนรถในคูเมืองเชียงใหม่น่าจะหายไปกว่า 50%

    “คาดว่าในปีนี้สถานที่เล่นน้ำภายในตัวเมืองเชียงใหม่ในลักษณะที่เป็นการเดินเท้าจะได้รับความนิยมมากที่สุด เช่นบริเวณถนนนิมมานเหมินท์ และบริเวณใกล้เคียงเนื่องจากมีห้างสรรพสินค้า ร้านค้าอยู่จำนวนมากซึ่งก็จะมีการจัดกิจกรรมของตนเอง ซึ่งประชาชนทุกกลุ่มและช่วงวัยก็สามารถเลือกที่จะเข้าไปใช้บริการและเล่นสนุกได้ตามความต้องการของตนเอง”

    รศ.นิสิต กล่าวว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับกันคือบรรยากาศและรายได้ทางการท่องเที่ยวคงลดลงไม่ได้คึกคักเหมือนกับเทศกาลสงกรานต์ในปีที่แล้ว หรือบรรยากาศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา เนื่องจากเดิมทีในช่วงนี้ประชาชนก็ประหยัดเงินในกระเป๋ามากขึ้นอยู่แล้ว เทศกาลสงกรานต์ที่น่าจะเป็นช่วงเวลาของการนำเงินเก็บออกมาใช้จ่ายสร้างความสนุกสนานความสุขให้กับตนเองและครอบครัวก็จะลดลงไปด้วย ผู้คนน่าจะมีการเฉลิมฉลองกันที่บ้านมากขึ้นเพื่อลดค่าใช้จ่าย ข้อสังเกตที่เห็นได้ชัดก็คือบรรยากาศตามร้านค้าและบรรยากาศภายในเมืองค่อนข้างเงียบเหงามีการตื่นตัวเกี่ยวกับเทศกาลนี้น้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo10-1.jpg

    “สภาพเศรษฐกิจในตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางท่องเที่ยวและใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หากเปรียบเทียบกับตอน โควิด-19 คนยังพอมีเงินแค่เดินทางไปไหนไม่ได้ แต่ตอนนี้แม้จะอยากเดินทางหรือท่องเที่ยวก็ค่อนข้างลำบากเนื่องจากต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายที่จำเป็น

    อย่างไรก็ตามภาครัฐ ภาคการท่องเที่ยวต้องมีการออกมาประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นให้นักท่องเที่ยวได้ทราบกิจกรรมนี้ยังคงดำเนินต่อไป ไม่ให้บรรยากาศมันเงียบเหงามากจนเกินไป อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเข้มงวดก็คือความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีหรือการสูญเสียในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้” รศ.นิสิต กล่าว

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ศิริลักษณ์ สังข์ภิรมย์ ชาวต่างจังหวัดที่มาอาศัยและทำงานในจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า ส่วนตัวไม่ค่อยเที่ยวช่วงเทศกาลอยู่แล้ว ไม่ชอบที่คนเยอะๆ เลือกที่จะทำงานดีกว่าได้เงินเก็บเงินดีกว่า อย่างเทศกาลสงกรานต์ปีที่แล้วเที่ยวแค่บางวันตอนกลางคืนบริเวณถนนนิมมานเหมินท์ แต่บางวันพายุเข้า ฝนตกแรงมาก ไม่สนุกเท่าที่ควรจึงเที่ยวได้ไม่กี่วัน

    “ในปีนี้ส่วนตัวทำงานตอนกลางคืน ในฐานะคนทำงานคิดว่าอาจจะคึกคักน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะปีนี้ฝุ่นเยอะมาก อากาศร้อนมากขึ้นด้วย ตอนกลางวัน ไม่น่าเที่ยว เพราะฝุ่นเยอะ อากาศร้อนกลัวเป็นลม หากถามว่าจะเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้านเกิดหรือไม่ คงไม่กลับ เพราะเป็นช่วงกอบโกยของคนทำงานหาเช้ากินค่ำ เน้นสนุกระหว่างทำงานเอา”

    “สำหรับสงกรานต์ปีนี้คิดว่าไม่บูมเหมือนปีที่แล้ว เพราะเศรษฐกิจตอนนี้ย่ำแย่กว่าเดิม น้ำมันแพง มีปัญหามลพิษของซื้อของขายราคาแพงขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่นก่อนอันดับแรก ถ้าฝุ่นลดลงคิดว่าการท่องเที่ยวน่าจะคึกคักมากยิ่งขึ้น”

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ด้าน กฤตนัน ศรีธิวงค์ ชาวเชียงใหม่ บอกว่า ปกติแล้วเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาส่วนตัวจะไปไหว้พระทำบุญ ไปต่างจังหวัดไปเยี่ยมและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในครอบครัว ส่วนปีนี้คงจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น อาจจะมีการเดินทางน้อยลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและปัญหาน้ำมันที่แพงขึ้น ซึ่งในช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้การท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ต้องมีการประหยัดเงินมากกว่าเดิม หากที่เคยเที่ยว 3 วันคาดว่าลดเหลือแค่ 1 วันเท่านั้น

    “อุปกรณ์เล่นน้ำในปีนี้คงไม่ซื้อเพราะของปีที่แล้วยังคงใช้ได้ ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าบรรยากาศจะไม่คึกคักเท่าปีที่ผ่านมา ส่วนตัวคิดว่าจริง อาจจะบางลงกว่าปีก่อนเพราะเนื่องด้วยเรื่องปัญหาน้ำมัน อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างตรงจุด โปร่งใส รับฟังประชาชน และดำเนินการอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo04-1.jpg

    สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จังหวัดเชียงใหม่ มีกำหนดจัดงานประเพณีปีใหม่เมืองขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 19 เมษายน 2569 ทั่วเมืองเชียงใหม่ แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ กิจกรรมสำหรับสายบุญ สืบสานประเพณีและวัฒนธรรม อีกส่วนอีกหนึ่งกิจกรรมสงกรานต์มหาบันเทิง ตามแหล่งท่องเที่ยวภายในเมืองและพื้นที่รอบนอก

    ด้านการรักษาความปลอดภัยตำรวจภูธรภาค 5 ยืนยันยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 บูรณาการกำลังจากตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระจายลงพื้นที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวทั่วจังหวัด ทั้งการดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จะออกตรวจทุกวันตลอดช่วงเทศกาลโดยไม่มีวันหยุด หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างปลอดภัยและเกิดความเชื่อมั่นสูงสุดตลอดช่วงวันหยุดยาวนี้

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo05.jpg

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo06.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/songkran-in-chiang-mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-and-high-fuel-prices&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BE-Je2Y7Nf1cvYgb-E1jQ

  • เศรษฐกิจพอเพียงทางออก ฝ่าทุกวิกฤต จี้รัฐเร่งคลอดแนวทางฝ่าปัญหาพลังงานอย่างยั่งยืน | TOPNEWS

    เศรษฐกิจพอเพียงทางออก ฝ่าทุกวิกฤต จี้รัฐเร่งคลอดแนวทางฝ่าปัญหาพลังงานอย่างยั่งยืน | TOPNEWS

    เศรษฐกิจพอเพียงทางออก ฝ่าทุกวิกฤต จี้รัฐเร่งคลอดแนวทางฝ่าปัญหาพลังงานอย่างยั่งยืน

    • เผยแพร่ : 11/04/2026 12:59

    “นักวิชาการ” ชี้เศรษฐกิจพอเพียงทางออก ฝ่าทุกวิกฤต จี้รัฐเร่งคลอดแนวทางฝ่าปัญหาพลังงานอย่างยั่งยืน ย้ำวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทำได้ แต่อย่าแตกแยกจนประเทศสะดุด

    #topnewstv #อนุทินชาญวีรกูล #น้ำมันดีเซล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1544502&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_Qh3PNcJYhuZugbQW9Y5b

  • เกษตรกรสหรัฐฯ เดือดร้อนราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง

    เกษตรกรสหรัฐฯ เดือดร้อนราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง

    เกษตรกรสหรัฐฯ เผชิญความท้าทายหนักจากราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ฟาร์มขนาดเล็กต้องปรับตัวและเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรเพื่อความอยู่รอด

    Sue Ferreri เจ้าของฟาร์มครอปซีย์ในรัฐนิวยอร์กเผยว่า ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นจาก 3.70 เหรียญต่อแกลลอนในเดือนกุมภาพันธ์เป็น 5.70 เหรียญในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 20-25% แม้ว่าเธอจะเตรียมงบประมาณสำรองไว้ 10% ทุกปี

    วิกฤตเชื้อเพลิงกระทบห่วงโซ่อุปทาน

    ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหลังการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้เส้นทางขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและปุ่ยเคมี การปิดกั้นนี้ไม่เพียงส่งผลต่อราคาเชื้อเพลิงเท่านั้น แต่ยังทำให้ค่าขนส่งอุปกรณ์เกษตรพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

    Ferreri บอกว่าเมื่อเธอต้องการสั่งซื้ออุปกรณ์ราคา 60 เหรียญ ค่าขนส่งกลับสูงถึง 200 เหรียญ ซึ่งเธออธิบายว่าเป็นราคาที่”บ้าคลั่ง” สำหรับการดำเนินธุรกิจเกษตรขนาดเล็ก

    การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

    ฟาร์มครอปซีย์ที่มีพื้นที่ 10 เฮกตาร์และมีพนักงาน 8 คน ได้เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง Jonah Monahan หัวหน้าช่างเครื่องของฟาร์มเผยว่า พวกเขาเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เช่น รถเอทีวีและรถไถเดินตามแทนรถแทรกเตอร์ขนาดใหญ่

    ในโรงเพาะชำ พนักงานสองคนใช้รถเข็นลากมือในการขนย้ายต้นทิวลิปแทนการใช้เครื่องจักร ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงให้มากที่สุด

    เทคนิคเกษตรยั่งยืนเป็นทางออก

    นอกจากการเปลี่ยนอุปกรณ์แล้ว ฟาร์มยังหันมาใช้วิธี”เกษตรฟื้นฟู”มากขึ้น เช่น การไถดินให้ตื้นลง การใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการหมุนเวียนพืชผลและการปลูกพืชคู่กัน วิธีการเหล่านี้ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

    Ben Brown นักวิจัยด้านเกษตรจากมหาวิทยาลัยมิสซูรี่ระบุว่า ฟาร์มขนาดใหญ่ยังไม่สามารถปรับตัวเร็วเท่าฟาร์มเล็ก ขณะนี้ส่วนใหญ่ยังต้องรับราคาที่สูงขึ้นและหาทางแก้ไขทางการเงิน

    ความหวังจากข้อตกลงหยุดยิง

    Ferreri แสดงความโล่งใจเล็กน้อยต่อข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างวอชิงตันและเตหะราน แต่เธอยังคงระมัดระวัง เธอกล่าวว่า”ในฐานะเกษตรกร เราไม่สามารถเชื่อใจสภาพอากาศได้ เราต้องเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดและหวังในสิ่งที่ดีที่สุด”

    เชื้อเพลิงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตในฟาร์ม ตั้งแต่การขับเคลื่อนยานพาหนะไปจนถึงการให้ความร้อนแก่เรือนกระจก

    เชื้อเพลิงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตในฟาร์ม ตั้งแต่การขับเคลื่อนยานพาหนะไปจนถึงการให้ความร้อนแก่เรือนกระจก

    ฟาร์ม Cropsey ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอยู่แล้วหลังสงครามในยูเครน

    ฟาร์ม Cropsey ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอยู่แล้วหลังสงครามในยูเครน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spacebar.th/business/us-farmer-struggles-fuel-price-surge-mideast-war&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2l6SfMp6C9PlrYZEGBQ8Kb

  • ต่างชาติลด-ต้นทุนพุ่ง ท่องเที่ยวไทยเจอศึกหนัก

    ต่างชาติลด-ต้นทุนพุ่ง ท่องเที่ยวไทยเจอศึกหนัก

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-237&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Sdp2wrlJBR1mFa2Hkqc1T

  • คาดสงกรานต์เชียงใหม่เงียบเหงาจากพิษเศรษฐกิจ-วิกฤตน้ำมันแพง ประชาชนปรับพฤติกรรมการท่องเที่ยว

    คาดสงกรานต์เชียงใหม่เงียบเหงาจากพิษเศรษฐกิจ-วิกฤตน้ำมันแพง ประชาชนปรับพฤติกรรมการท่องเที่ยว

    สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ ทำให้มีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจมาถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สร้างความกังวลใจในทุกภาคส่วน ประชาชนมีค่าครองชีพที่สูงขึ้นสวนทางรายได้ ต้องรัดเข็มขัดประหยัดเงินในกระเป๋าให้ได้มากที่สุด

    สำหรับการคาดการณ์บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ หรือ ปี๋ใหม่เมืองของเชียงใหม่ ในตอนนี้ก็ยังคงน่าเป็นห่วงจากยอดการจองห้องพักที่ควรจะมีเข้ามาและเริ่มคึกคักแล้วแต่ในปีนี้กลับเงียบเหงา ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นก็ยังคงไม่มีการปรับลดลงก็อาจจะทำให้บรรยากาศไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo09.jpg

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo12.jpg

    ภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ได้แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การที่ค่าของชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นมีผลกับการตัดสินใจใช้จ่ายและเดินทางท่องเที่ยวโดยตรง ซึ่งน่าจะเป็นการท่องเที่ยวภายในจังหวัดมากขึ้น การเดินทางระหว่างจังหวัดหรือภูมิภาคอาจจะลดลง เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางที่ลำบากมากขึ้นที่สืบเนื่องมาจากการสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลางก็อาจจะหันไปเที่ยวประเทศที่เดินทางสะดวกมากขึ้น หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะเดินทางไปยังจังหวัดอื่น เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ในห้วงที่ผ่านมาประสบกับปัญหามลพิษทางอากาศอย่างหนัก

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo11.jpg

    โดยทางจังหวัดเชียงใหม่คาดการณ์ว่า จากสถานการณ์น้ำมันยังอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ อาจจะมีนักท่องเที่ยวลดลงจากปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปี 2569 นี้ คาดว่าการเดินทางทางอากาศ เที่ยวบินจะลดลง 3% และผู้โดยสารจะลดลง 9% เมื่อเทียบกับปี 2568

    ขณะที่การเดินทางด้วยรถโดยสารคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% โดยมีผู้โดยสารเฉลี่ย 11,000 – 12,000 คนต่อวัน ในส่วนอัตราการเข้าพักโรงแรมในเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ประมาณ 29.12% อย่างไรก็ตามทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ได้บูรณาการร่วมกันเตรียมจัดเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้อย่างยิ่งใหญ่ทั้งในรูปแบบ “สายบุญ และสายม่วนสายมันส์” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ ส่วนทาง ททท. มีแผนจัดแคมเปญดึงนักท่องเที่ยวจากเอเชียให้เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยมากยิ่งขึ้น

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo07.jpg

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo08.jpg

    ขณะที่บรรยากาศภายในตลาดวโรรส ตลาดเก่าแก่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่และคึกคักที่สุดของเชียงใหม่ พบว่าบรรยากาศการค้าขายปืนฉีดน้ำในปีนี้ยังไม่คึกคักแม้ว่าจะใกล้ถึงเทศกาลสงกรานต์แล้วก็ตาม มีพ่อค้าแม่ค้านำเอาอุปกรณ์เล่นน้ำมาจำหน่ายน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับผู้ที่มาจับจ่ายใช้สอยก็ยังไม่มาก ส่วนร้านที่อุปกรณ์ตกแต่งที่สื่อถึงงานประเพณีปี๋ใหม่เมือง เช่น ตุงไส้หมู ตุง 12 ราศี ก็ยังคงไม่ได้คึกคักเช่นกันมีคนมาซื้อนำไปขายต่อหรือซื้อไปปรับตกแต่งไม่มาก

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo01.jpg

    รศ.นิสิต พันธมิตร หัวหน้าศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้วิเคราะห์ว่า หนึ่งในภาพที่เป็นเอกลักษณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดเชียงใหม่ คือบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่ ที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะพากันขึ้นหลังรถกระบะเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานกันตลอดช่วงเทศกาล น่าจะลดน้อยลง เพราะน้ำมันมีราคาแพง ประชาชนอาจจะรวมตัวกันนำรถไปจอด แล้วเดินเท้าเล่นน้ำกันมากยิ่งขึ้นเพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องจ่าย การออกมาเล่นน้ำคงลดน้อยลงและไปเล่นเวลากลางคืนมากขึ้นเพราะอากาศร้อน ทำให้จำนวนรถในคูเมืองเชียงใหม่น่าจะหายไปกว่า 50%

    “คาดว่าในปีนี้สถานที่เล่นน้ำภายในตัวเมืองเชียงใหม่ในลักษณะที่เป็นการเดินเท้าจะได้รับความนิยมมากที่สุด เช่นบริเวณถนนนิมมานเหมินท์ และบริเวณใกล้เคียงเนื่องจากมีห้างสรรพสินค้า ร้านค้าอยู่จำนวนมากซึ่งก็จะมีการจัดกิจกรรมของตนเอง ซึ่งประชาชนทุกกลุ่มและช่วงวัยก็สามารถเลือกที่จะเข้าไปใช้บริการและเล่นสนุกได้ตามความต้องการของตนเอง”

    รศ.นิสิต กล่าวว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับกันคือบรรยากาศและรายได้ทางการท่องเที่ยวคงลดลงไม่ได้คึกคักเหมือนกับเทศกาลสงกรานต์ในปีที่แล้ว หรือบรรยากาศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา เนื่องจากเดิมทีในช่วงนี้ประชาชนก็ประหยัดเงินในกระเป๋ามากขึ้นอยู่แล้ว เทศกาลสงกรานต์ที่น่าจะเป็นช่วงเวลาของการนำเงินเก็บออกมาใช้จ่ายสร้างความสนุกสนานความสุขให้กับตนเองและครอบครัวก็จะลดลงไปด้วย ผู้คนน่าจะมีการเฉลิมฉลองกันที่บ้านมากขึ้นเพื่อลดค่าใช้จ่าย ข้อสังเกตที่เห็นได้ชัดก็คือบรรยากาศตามร้านค้าและบรรยากาศภายในเมืองค่อนข้างเงียบเหงามีการตื่นตัวเกี่ยวกับเทศกาลนี้น้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo10-1.jpg

    “สภาพเศรษฐกิจในตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางท่องเที่ยวและใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หากเปรียบเทียบกับตอน โควิด-19 คนยังพอมีเงินแค่เดินทางไปไหนไม่ได้ แต่ตอนนี้แม้จะอยากเดินทางหรือท่องเที่ยวก็ค่อนข้างลำบากเนื่องจากต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายที่จำเป็น

    อย่างไรก็ตามภาครัฐ ภาคการท่องเที่ยวต้องมีการออกมาประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นให้นักท่องเที่ยวได้ทราบกิจกรรมนี้ยังคงดำเนินต่อไป ไม่ให้บรรยากาศมันเงียบเหงามากจนเกินไป อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเข้มงวดก็คือความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีหรือการสูญเสียในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้” รศ.นิสิต กล่าว

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ศิริลักษณ์ สังข์ภิรมย์ ชาวต่างจังหวัดที่มาอาศัยและทำงานในจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า ส่วนตัวไม่ค่อยเที่ยวช่วงเทศกาลอยู่แล้ว ไม่ชอบที่คนเยอะๆ เลือกที่จะทำงานดีกว่าได้เงินเก็บเงินดีกว่า อย่างเทศกาลสงกรานต์ปีที่แล้วเที่ยวแค่บางวันตอนกลางคืนบริเวณถนนนิมมานเหมินท์ แต่บางวันพายุเข้า ฝนตกแรงมาก ไม่สนุกเท่าที่ควรจึงเที่ยวได้ไม่กี่วัน

    “ในปีนี้ส่วนตัวทำงานตอนกลางคืน ในฐานะคนทำงานคิดว่าอาจจะคึกคักน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะปีนี้ฝุ่นเยอะมาก อากาศร้อนมากขึ้นด้วย ตอนกลางวัน ไม่น่าเที่ยว เพราะฝุ่นเยอะ อากาศร้อนกลัวเป็นลม หากถามว่าจะเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้านเกิดหรือไม่ คงไม่กลับ เพราะเป็นช่วงกอบโกยของคนทำงานหาเช้ากินค่ำ เน้นสนุกระหว่างทำงานเอา”

    “สำหรับสงกรานต์ปีนี้คิดว่าไม่บูมเหมือนปีที่แล้ว เพราะเศรษฐกิจตอนนี้ย่ำแย่กว่าเดิม น้ำมันแพง มีปัญหามลพิษของซื้อของขายราคาแพงขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่นก่อนอันดับแรก ถ้าฝุ่นลดลงคิดว่าการท่องเที่ยวน่าจะคึกคักมากยิ่งขึ้น”

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ด้าน กฤตนัน ศรีธิวงค์ ชาวเชียงใหม่ บอกว่า ปกติแล้วเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาส่วนตัวจะไปไหว้พระทำบุญ ไปต่างจังหวัดไปเยี่ยมและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในครอบครัว ส่วนปีนี้คงจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น อาจจะมีการเดินทางน้อยลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและปัญหาน้ำมันที่แพงขึ้น ซึ่งในช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้การท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ต้องมีการประหยัดเงินมากกว่าเดิม หากที่เคยเที่ยว 3 วันคาดว่าลดเหลือแค่ 1 วันเท่านั้น

    “อุปกรณ์เล่นน้ำในปีนี้คงไม่ซื้อเพราะของปีที่แล้วยังคงใช้ได้ ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าบรรยากาศจะไม่คึกคักเท่าปีที่ผ่านมา ส่วนตัวคิดว่าจริง อาจจะบางลงกว่าปีก่อนเพราะเนื่องด้วยเรื่องปัญหาน้ำมัน อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างตรงจุด โปร่งใส รับฟังประชาชน และดำเนินการอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo04-1.jpg

    สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จังหวัดเชียงใหม่ มีกำหนดจัดงานประเพณีปีใหม่เมืองขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 19 เมษายน 2569 ทั่วเมืองเชียงใหม่ แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ กิจกรรมสำหรับสายบุญ สืบสานประเพณีและวัฒนธรรม อีกส่วนอีกหนึ่งกิจกรรมสงกรานต์มหาบันเทิง ตามแหล่งท่องเที่ยวภายในเมืองและพื้นที่รอบนอก

    ด้านการรักษาความปลอดภัยตำรวจภูธรภาค 5 ยืนยันยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 บูรณาการกำลังจากตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระจายลงพื้นที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวทั่วจังหวัด ทั้งการดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จะออกตรวจทุกวันตลอดช่วงเทศกาลโดยไม่มีวันหยุด หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างปลอดภัยและเกิดความเชื่อมั่นสูงสุดตลอดช่วงวันหยุดยาวนี้

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo05.jpg

    Songkran-in-Chiang Mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-SPACEBAR-Photo06.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/songkran-in-chiang-mai-is-expected-to-be-quiet-due-to-the-economic-downturn-and-high-fuel-prices&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BE-Je2Y7Nf1cvYgb-E1jQ

  • ก.ท่องเที่ยวฯ ปักหมุด 6 พิกัด ท่องเที่ยว “สายบุญ” เทศกาลสงกรานต์

    ก.ท่องเที่ยวฯ ปักหมุด 6 พิกัด ท่องเที่ยว “สายบุญ” เทศกาลสงกรานต์

    วันนี้ (11 เม.ย.2569) กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ประกาศปักหมุด 6 พิกัดทั่วไทย ที่มีกิจกรรม “สายบุญ” เติมความสุขใจ ในช่วงปีใหม่ไทย “สงกรานต์” เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน ได้ท่องเที่ยวแบบเรียบง่าย อิ่มใจ และได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ไปพร้อมกัน

    สำหรับพิกัด 6 แห่งทั่วประเทศ ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ แนะนำ ประกอบด้วย

    1.จ.เชียงใหม่ ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร มีงานห่มผ้าพระธาตุ, วิถีล้านนา และของดีชุมชน วันที่ 11-13 เม.ย.2569

    2.จ.ลำพูน ที่ถนนรถแก้ว ถนนอินทยงยศ มีงานขบวนแห่งสรงน้ำพระ ตลาดชุมชน และอาหารพื้นเมือง 11-13 เม.ย.2569

    3.จ.อุดรธานี ที่ลานวัฒนธรรมมรดกบ้านเชียง งานสรงน้ำพระ รดน้ำขอพรพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ และทำบุญตักบาตร ตามประเพณีเดิม วันที่ 12-13 เม.ย.2569

    4.จ.ขอนแก่น ที่วัดไชยศรี บ้านสาวะดี มีงานสะเดาะเคราะห์วิถีอีาน การแสดงหมอลำ และสินค้าชุมชน วันที่ 13-15 เม.ย.2569

    5.กรุงเทพฯ ที่บรเวณท่าน้ำเจ้าพระยา 10 แห่ง แนะนำไหว้พระ 5 วัดพระอารามหลวง และดื่มด่ำบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยงานมีระหว่าง 13-15 เม.ย.2569

    6.จ.ภูเก็ต ที่วัดไม้ขาว มีงานสรงน้ำพระ วันที่ 13 เม.ย.2569 และที่หาดป่าตอง มีกิจกรรมสัมผัสวัฒนธรรมเอรานากัน และเที่ยวชมเมือง ชมงานศิลปะ วันที่ 11-13 เม.ย.2569

    นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังได้ปักหมุด 4 พิกัดเล่นน้ำในกรุงเทพฯ สำหรับคนที่ไม่ได้เดินทางออกต่างจังหวัด ประกอบด้วย ถนนสีลม, ถนนข้าวสาร, ไอคอนสยาม และเซ็นทรัลเวิลด์ โดยระบุว่า กิจกรรมสงกรานต์ เป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางเทศกาลระดับโลก ที่เต็มไปด้วยสีสัน และความหลากหลาย

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอเชิญชวนทุกคนร่วมสนุกอย่างปลอดภัย และรักษาวัฒนธรรมไทยไปด้วยกัน ประชาชนใกล้ที่ไหน ไปเที่ยวที่นั่น

    อ่านข่าว

    วันแรก 7 วันอันตรายช่วงสงกรานต์ อุบัติเหตุ 135 ครั้ง เสียชีวิต 20 คน

    วันหยุดสงกรานต์ 2569 ธนาคาร – กรมการขนส่ง – ไปรษณีย์ หยุดวันไหนบ้าง

    ผู้สูงอายุขึ้นฟรี “รถไฟฟ้าบีทีเอส-สายสีทอง” 13-15 เม.ย.นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504535&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FpkOaImAmSlNZEuuZKR8D

  • สงกรานต์กระบี่จัดเต็ม ผู้ว่าฯ ลุยตรวจจุดบริการเรือท่องเที่ยว เช็กความพร้อม

    สงกรานต์กระบี่จัดเต็ม ผู้ว่าฯ ลุยตรวจจุดบริการเรือท่องเที่ยว เช็กความพร้อม

    สงกรานต์กระบี่จัดเต็ม ผู้ว่าฯ ลุยตรวจจุดบริการเรือท่องเที่ยว เช็กความพร้อม

    วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.49 น.

    วันที่ 11 เมษายน 2569 นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่ท่าเรือหาดนพรัตน์ธารา อำเภอเมืองกระบี่ เพื่อตรวจความพร้อมและมาตรการด้านความปลอดภัยของเรือโดยสารและเรือท่องเที่ยว ที่ให้บริการเส้นทางท่องเที่ยวเกาะพีพี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

    โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปภ.กระบี่ ตำรวจภูธรกระบี่ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี เข้าร่วมตรวจสอบอย่างเข้มงวด ทั้งในเรื่องสภาพความพร้อมของเรือ อุปกรณ์ความปลอดภัยประจำเรือ เช่น เสื้อชูชีพ ห่วงชูชีพ ระบบสื่อสาร ตลอดจนการกำชับให้ผู้ควบคุมเรือปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

    เทศกาลสงกรานต์

    เทศกาลสงกรานต์

    เทศกาลสงกรานต์

    เทศกาลสงกรานต์

    เทศกาลสงกรานต์

    เทศกาลสงกรานต์

    เทศกาลสงกรานต์

    เทศกาลสงกรานต์

    เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

    โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

    1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

    3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/958254&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OP7qnHYSQX1hnBvBOx-3Z

  • เมืองพัทยาเดินหน้าจัดระเบียบซีวอล์คเกอร์ ย้ำความปลอดภัย ยกระดับการท่องเที่ยวรับฤดูร้อน

    เมืองพัทยาเดินหน้าจัดระเบียบซีวอล์คเกอร์ ย้ำความปลอดภัย ยกระดับการท่องเที่ยวรับฤดูร้อน

    ภูมิภาค

    เมืองพัทยาเดินหน้าจัดระเบียบซีวอล์คเกอร์ ย้ำความปลอดภัย ยกระดับการท่องเที่ยวรับฤดูร้อน

    วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.01 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานการประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจในแนวทาง และหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตประกอบกิจการซีวอล์คเกอร์ในพื้นที่พัทยา-เกาะล้าน โดยมีนายพรภิรมย์ เสือแดง ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา ร่วมชี้แจงรายละเอียดกับผู้เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบกิจการซีวอล์คเกอร์ในพัทยา ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี 

    ทั้งนี้ หลังจากที่เมืองพัทยาได้มีการประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางดำเนินงานในการกำกับดูแล ระเบียบ ข้อบังคับด้านสุขลักษณะ ความสะอาด และมาตรการด้านความปลอดภัย กับกลุ่มผู้ประกอบการกิจกรรมท่องเที่ยวทางน้ำแบบเดินใต้ทะเล (Sea Walker) ทั้งชายหาดพัทยาและเกาะล้าน พร้อมทั้งได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมในเรื่องการจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลของเรือที่ประกอบกิจการเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 12 ลำ พบว่ามีเพียง 1 ลำเท่านั้นที่มีความพร้อมตามมาตรฐานที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล ด้วยเหตุนี้เมืองพัทยาจึงยังไม่สามารถออกใบอนุญาตให้กับเรืออีก 11 ลำที่เหลือได้ และได้กำชับให้ผู้ประกอบการเร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดโดยเร็วที่สุดก่อนมายื่นขอใบอนุญาตจากเมืองพัทยาอีกครั้ง 

    เมืองพัทยาจึงได้เชิญผู้ประกอบการทั้ง 12 ลำมาชี้แจงทำความเข้าใจถึงหลักเกณฑ์ และแนวทางการจัดระเบียบก่อนออกใบอนุญาต เพื่อนำเข้าระบบกำกับดูแลโดยเมืองพัทยาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีมาตรฐานตามประกาศเมืองพัทยา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะในเขตเมืองพัทยา ประเภทกิจกรรมเดินท่องเที่ยวใต้ทะเล (Sea Walker) และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 

    พร้อมทั้งจะกำหนดราคาค่าบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และสร้างความเป็นธรรมในการประกอบกิจการ หากพบการฝ่าฝืน เช่น แอบลักลอบปล่อยน้ำเสีย หรือมีการตัดราคาค่าบริการ จะมีบทลงโทษในลักษณะเดียวกันกับการจัดระเบียบร่มเตียง คือ ครั้งแรก สั่งหยุดประกอบการทันที 15 วัน และปรับเป็นพินัยไม่เกิน 3,000 บาท, ครั้งที่ 2 สั่งหยุดประกอบการ 30 วัน ปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท และครั้งที่ 3 จะถูกถอนใบอนุญาตทันที

    รองนายกเมืองพัทยา เผยย้ำว่า เมืองพัทยาจะไม่ออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักท่องเที่ยว และเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวไทย ซึ่งผู้ประกอบการที่พร้อม สามารถยื่นเอกสารขอใบอนุญาตได้ทันทีที่สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา โดยเมืองพัทยาจะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของเรือแต่ละลำอย่างละเอียดพร้อมกับตนเองซึ่งเป็นรองนายกเมืองพัทยาที่กำกับดูแลในเรื่องนี้โดยตรง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดของนักท่องเที่ยว 

    นอกจากนี้สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยาจะต้องจัดทำรายงานเสนอจังหวัดเป็นรายเดือน เพื่อให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมจังหวัดติดตามผลการประกอบกิจการว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือมีการฝ่าฝืนลักลอบปล่อยน้ำเสีย/สิ่งปฏิกูล จะมีการยกเลิกการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ทันที จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกรายให้ดำเนินการขึ้นทะเบียนใบอนุญาตให้ถูกต้องภายในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อให้การประกอบกิจการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และร่วมกันยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์ที่ดี และรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/472469&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tTV0jEbZNpzkkImifKnKG