Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ยศชนัน ลั่นปฏิรูปอุดมศึกษา เปิดเรียนรู้ทุกวัย ลดความเหลื่อมล้ำ

    ยศชนัน ลั่นปฏิรูปอุดมศึกษา เปิดเรียนรู้ทุกวัย ลดความเหลื่อมล้ำ


    ยศชนัน แถลงนโยบายครั้งแรก ชูวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีเป็นหัวใจพัฒนาประเทศ เดินหน้าพลิกโฉมมหาวิทยาลัย เปิดเรียนรู้ทุกช่วงวัย ลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมยกระดับ T-CAS และผลักดันนวัตกรรมเชื่อมเศรษฐกิจไทย

    นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงนโยบายการดำเนินงานของกระทรวง โดยเน้นย้ำบทบาทของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการรับมือกับวิกฤตของประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่มูลค่าสูง

    นายยศชนันระบุว่า การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับหลายมิติ ทั้งนโยบายต่างประเทศ สังคม สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ และบริการภาครัฐ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศอย่างเป็นระบบ โดยจะผลักดันให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็น “กระดูกสันหลัง” ของการพัฒนาประเทศ

    ในด้านนวัตกรรม เน้นการต่อยอดงานวิจัยเชิงลึกสู่การใช้งานจริง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และนักลงทุน พร้อมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นธรรม เพื่อให้นักวิจัยสามารถสร้างรายได้ และไม่เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ

    สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ นายยศชนันชู “เศรษฐกิจสุขภาพ” เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก ควบคู่กับการยกระดับภาคเกษตรและบริการสู่มูลค่าสูง อาทิ สมุนไพรไทย อาหารแห่งอนาคต และความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ และเทคโนโลยีการรักษาขั้นสูง เช่น การบำบัดด้วยเซลล์และยีน สำหรับโรคร้ายแรงอย่างธาลัสซีเมีย พาร์กินสัน และมะเร็ง

    ด้านความมั่นคง เตรียมประสานความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหม เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาความมั่นคงทางไซเบอร์ และการสื่อสารเชิงควอนตัม พร้อมผลักดันนโยบาย Open Data สู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (Green Energy) และเป้าหมาย Net Zero ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีป้องกันและรับมือภัยพิบัติ

    นอกจากนี้ ยังประกาศนโยบาย “พลิกโฉมมหาวิทยาลัย” เปิดโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยไม่จำกัดอายุ รองรับทั้งนักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมการ Up-skill และ Re-skill รวมถึงการพัฒนาระบบ T-CAS ให้มีคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

    “ผมจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้เป็นความหวังของคนไทย” นายยศชนันกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/41855&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_nUilUfRMFrQpsoGg9UoN

  • เช็กดวงประจำวันที่ 11 เม.ย. 69 ราศีที่ดาวศรีสถิต “เมษ” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “มีน” | เดลินิวส์

    เช็กดวงประจำวันที่ 11 เม.ย. 69 ราศีที่ดาวศรีสถิต “เมษ” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “มีน” | เดลินิวส์

    สุริยคติกาล วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569 ค.ศ. 2026 จันทรคติกาล ตรงกับวันเสาร์ แรม 9 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1387 อาทิตย์อุทัย เวลา 06.08 น. เที่ยงจริง เวลา 12.20 น. อาทิตย์ตก เวลา 18.31 น. จันทร์ขึ้น เวลา 01.29 น.

    วันนี้ เวลา 00.00-09.30 น. ดาวจันทร์เสวยอุตราษาฒนักษัตรฤกษ์ที่ 21 ประกอบด้วยโจโรแห่งฤกษ์ โจโร แปลว่า โจร ผู้ปล้น ผู้ลักขโมย เวลา 09.31-24.00 น. ดาวจันทร์เสวยศรวณนักษัตรฤกษ์ที่ 22 ประกอบด้วย ภูมิปาโลแห่งฤกษ์ ภูมิปาโล แปลว่า ผู้รักษาแผ่นดิน เวลา 00.00-24.00 น.-ห้ามทำการมงคล ทิศที่เป็นมงคล-อุดร (เหนือ) ทิศอัปมงคล-ทักษิณ (ใต้) สีประจำวัน-ดำ สีสิริมงคล-ฟ้า น้ำเงิน สีอัปมงคล-เขียวสด ราศีที่ดาวศรีสถิต-เมษ ราศีที่ดาวกาลีสถิต-มีน

    เกิดวันนี้ เด็กชาย เด็ก ๆ เลี้ยงยาก มักจากถิ่นที่อยู่เติบโตจะบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน ฐานะการเงินดี เฉลียวฉลาด มีสติปัญญาความคิดอ่านว่องไว ตรงไปตรงมา ไม่ก้มหัวให้ใคร พูดจากินใจคน มีลางสังหรณ์ ความจำดี คาดการณ์ได้แม่นยำ รอบคอบ มีความรู้ดี ชอบต่อสู้ กล้าหาญ เด็กหญิง เป็นคนมีเหตุผล ละเอียดลออ มัธยัสถ์ ต้องพึ่งตนเอง มีจิตใจเข้มแข็ง กล้าคิด กล้าทำ ชอบศึกษาเล่าเรียน เรียนดี มีจิตใจหนักแน่น มีคุณธรรม จริงใจ มีความรับผิดชอบสูง มีการศึกษาดี จะมีชื่อเสียง เป็นครูบาอาจารย์ ชอบอยู่เบื้องหลังและเก็บเนื้อเก็บตัว

    เกิดวันอาทิตย์ พี่น้องเพื่อนฝูงจะให้การสนับสนุนช่วยเหลือ มีมิตรสหายเก่า ๆ แวะเวียนไปมาหาสู่ มีโอกาสได้ศึกษาวิชาการที่แปลกใหม่ ได้ร่วมงานในองค์กรการกุศล สวัสดิการและการสังคมสังเคราะห์ ได้พบปะสังสรรค์กับผู้คนจำนวนมาก จะทำการใดต้องรอบคอบ จึงจะสำเร็จสมความประสงค์ มีลาภเป็นของเก่า มีปัญหาสุขภาพระวังจะเจ็บป่วย มีการศึกษาอบรมเพิ่มเติม มีการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ

    เกิดวันจันทร์ ผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานจะให้การสนับสนุน จะได้อยู่ท่ามกลางคนมีความรู้ การใจอ่อนและไม่รอบคอบจะเป็นเหตุทำให้ต้องเสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์ มีพี่น้องเพื่อนฝูงคอยสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ จะได้ศึกษาอบรมวิชาแปลก ๆ มีรายจ่ายมากขึ้น การงานมีปัญหาต้องแก้ไข ได้ข่าวทางไกล การเดินทางควรตรวจสภาพยานพาหนะให้ดี มีคนต่างถิ่นเข้ามาคบหาสมาคมด้วย

    เกิดวันอังคาร ท่านที่ยังไม่มีงานทำจะได้ทำงานที่เหมาะสมกับวุฒิภาวะและความถนัด จะได้ทำงานที่มีความรับผิดชอบสูง ระวังจะมีความเห็นขัดแย้งกับคนใกล้ชิด ผลงานที่ทำไว้กลับปรากฏเป็นที่นิยมชมชอบของประชาชน ถึงแม้จะมีรายได้มากแต่ก็มีรายจ่ายมากเช่นกัน เสียเงินเพราะเพศตรงกันข้ามโดยไม่จำเป็น ศัตรูเบียดเบียนแต่มีผู้ช่วยเหลือ การงานควรมีสติตั้งมั่นโดยมีเป้าหมาย ชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น

    เกิดวันพุธ มีโอกาสได้ศึกษาวิชาการที่แปลก ๆ ผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานจะให้การสนับสนุนด้วยดี การงานควรมีสติตั้งมั่นโดยมีเป้าหมาย ชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น การงานเจริญรุ่งเรือง ทำการใด ๆ จะสำเร็จสมความประสงค์ จะได้ศึกษาอบรมในระดับที่สูงขึ้น ได้ของฝากของขวัญได้รับเงินจากผลงานที่ทำไว้ คนทางไกลเดินทางมาหา กิจการใด ๆ ที่กระทำจะสำเร็จสมความประสงค์ ได้ศึกษาอบรมในระดับที่สูงขึ้น

    เกิดวันพฤหัสบดี จะได้ประโยชน์จากผลงานเก่า ๆ สิ่งของเก่า ๆ บริวารยังเข้าแถวอย่างมีระเบียบ ทำให้การงานก้าวหน้า สิ่งของและทรัพย์สินต่าง ๆ ที่สูญหายจะได้คืน มีโชคด้านอาหารการกิน คนรักมีโอกาสจะได้สิ่งของมีค่าสำคัญร่วมกัน การเงินหมุนเวียนดี มีลาภเป็นทรัพย์สินเงินทอง ระวังบุตรบริวารจะเจ็บป่วย มีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงิน มีรายได้เข้ามาหลายทาง ควรสำรวมกายวาจาใจให้เรียบร้อย

    เกิดวันศุกร์ มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ เอกสารทางการเงินควรตรวจดูให้เรียบร้อย มีการปรับปรุงตกแต่งประดับบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น มีช่องทางในการทำมาหากินเพิ่มขึ้น จะได้รับสิ่งของมีค่าโดยไม่คาดฝัน เพื่อนฝูงที่สนิทคอยช่วยเหลือและเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ญาติพี่น้องจะเจ็บป่วย ได้เพื่อนทางไกล มีปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจกับคนรัก มีคนพยายามจะสร้างความเดือดร้อนให้

    เกิดวันเสาร์ เอกสารทางการเงินควรตรวจดูให้เรียบร้อย จะมีงานพิเศษด้านการบริการสังคมเข้ามาให้ทำ ระวังจะมีปัญหากับคนใกล้ชิด มีเรื่องสำคัญให้คิด บริวารแสดงอารมณ์เข้าใส่ มีเรื่องการฝึกอบรมหรือศึกษาต่อ ควรปรับความเข้าใจกับคนรอบข้างให้ดี ข่าวลือเรื่องรักวุ่น ๆ เบาบางลง ความคลางแคลงใจถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น มีโชคด้านอาหารการกิน จะได้ศึกษาวิชาแปลก ๆ.

    อ่านดวงย้อนหลังทั้งหมดได้ที่ >>คลิก<<

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5768236/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gPSH8ymxZSDqV4IDaS2uj

  • ‘ครูจวง’ แจงด่วน ปมย้ายข้ามห้วย นั่งทีมงาน รมช.ศธ’ เพื่อไทย’

    ‘ครูจวง’ แจงด่วน ปมย้ายข้ามห้วย นั่งทีมงาน รมช.ศธ’ เพื่อไทย’

    ‘ครูจวง’ แจงด่วน! ข้ามห้วยไปช่วยงานรัฐบาล นั่งทีมงาน รมช.ศึกษาธิการ ‘เพื่อไทย’ ยันถูกชวนจริง ฝันอยากเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยดีขึ้น ลาออกจาก ปชน.แล้ว

    เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 นายปารมี ไวจงเจริญ หรือ “ครูจวง” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความภายหลังปรากฎภาพตนเองข้ามห้วยไปช่วยงานรัฐบาล ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ว่า จากกรณีที่มีภาพข่าวว่าตนได้เข้าร่วมเป็นหนี่งในคณะทำงานของคุณอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ นั้น ก่อนอื่นดิฉันต้องขอโทษพรรคประชาชนที่ได้แจ้งให้ทางพรรคได้รับทราบรวมถึงได้ดำเนินการลาออกจากการเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนช้าไป

    อย่างไรก็ตามวันนี้ (10 เม.ย.) เมื่อเวลา 09.07 น.ตนได้โทรศัพท์แจ้งเรื่องนี้กับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนแล้ว และได้ดำเนินการลาออกจากการเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคประชาชนแล้วด้วย 

    นายปารมี ระบุอีกว่า การที่ตนได้เข้ามาช่วยงานในคณะทำงานของคุณอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการนั้น เป็นเพราะตนได้รู้จักกับคุณอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ มาตั้งแต่ก่อนเป็น สส. แล้ว เมื่อคุณอัครนันท์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็น รมช.ศึกษาธิการ คุณอัครนันท์เห็นว่าตนได้อภิปรายและได้ทำงานขับเคลื่อนด้านการศึกษามาโดยตลอด และมีความฝันที่อยากจะเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยให้ดีขึ้น

    นายปารมี ระบุด้วยว่า ตรงกับความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณอัครนันท์ จึงได้ชวนตนให้มาช่วยกันขับเคลื่อนและทำประโยชน์ให้กับวงการการศึกษาไทย ตนจะขอใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีในการแก้ปัญหาการศึกษาที่มีมากมายและซับซ้อน และจะขับเคลื่อนให้การศึกษาไทยเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นให้ได้

    ที่มา ปารมี ไวจงเจริญ – Paramee Waichongcharoen

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1229270&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37aj0sMQeSa5BM40TQyBtU

  • “เอกนิติ” ผุดไอเดีย “รถเก่า” แลกรถไฟฟ้า – ไฮบริด ลดพึ่งพาน้ำมัน

    “เอกนิติ” ผุดไอเดีย “รถเก่า” แลกรถไฟฟ้า – ไฮบริด ลดพึ่งพาน้ำมัน

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงนโยบายของกระทรวงการคลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ว่า ในระยะเวลา 4 ปีนี้ กระทรวงการคลังตั้งเป้า ให้เศรษฐกิจไทย โตมากกว่า 3% โดยจะเน้นขับเคลื่อนด้านการลงทุน ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้มีสัดส่วนเพิ่มเป็น 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 23% โดยจะสนับสนุนการลงทุนภาคเอกชน ผ่านโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) และการจัดตั้งกองทุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Thailand future fund

    กระทรวงการคลัง
    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    หั่นงบดูงาน จัดแพ็กเกจช่วยกลุ่มเปราะบาง

    นายเอกนิติ กล่าวว่า ในระยะสั้น จะเน้นออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูง รวมถึงการปรับลดงบประมาณปี 2570 โดยจะ ตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เช่น การศึกษาดูงาน นำมาใช้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยยืนยันว่า การทำงานต้องมุ่งเป้าชัดเจน และจะทำทุกอย่างไม่ได้ซึ่ง งบประมาณที่นำมาใช้นั้นต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความสำคัญว่าเงินที่นำไปใช้นั้นนำไปใช้เพื่อทำอะไร

    “เราฝันให้เศรษฐกิจไทยเป็นรถคันใหม่ มีเครื่องยนต์ใหม่ที่ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าเร็วขึ้น มีระบบที่มั่นคงปลอดภัย พร้อมรับมือกับความผันผวนของโลก มีที่นั่งสบาย คือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขที่เติบโตอย่างเดียว และที่สำคัญที่สุดต้องเป็นรถที่มีที่นั่งสำหรับทุกคนจากรถที่เคยติดหล่ม”

    โดยในวันที่ 11 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีจะมีการอนุมัติมาตรการ ช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นมาตรการเร่งด่วนในช่วง 30 วัน ได้แก่ การเติมเงินเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาท , การช่วยเหลือภาคขนส่ง และประมง เพื่อช่วยอุดหนุนค่าน้ำมัน อีกทั้งป้องกันการปรับขึ้นค่าขนส่งที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง

    นอกจากนี้จะมีการเสนอการจัดทำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับการซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า การติดโซลาร์เซลล์  และสินเชื่อสำหรับการซื้อปุ๋ยของภาคเกษตร เข้าที่ ครม. อีกด้วย

    ในขณะที่ การออก พ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ระบุว่า ยังไม่มีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มลดลงแล้ว ส่งผลให้ภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงตาม ดังนั้นจึงยังมีเวลา ที่ติดตามสถานการณ์และพิจารณาความจำเป็นของการค้ำประกันเงินกู้ได้อีกระยะหนึ่ง 

    ยังไม่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เก็บไว้เป็นทางเลือสุดท้าย

    นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน นายเอกนิติ ระบุว่า จะยังไม่ดำเนินการในขณะนี้ โดยจะเก็บไว้เป็นมาตรการสุดท้ายที่จะเลือกใช้ เนื่องจากประเทศไทยยังมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ใช้อุดหนุนและดูแลราคาน้ำมันได้อยู่ และมีความยืดหยุ่นมากกว่า แต่ยืนยันว่ารัฐบาลได้ช่วยเหลือประชาชนผ่านการอุดหนุนราคาน้ำมันอยู่แล้ว เนื่องจากในบางช่วงมีการอุดหนุนถึงเกือบลิตรละ 20 บาท

    พร้อมกับชี้แจงว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่มีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้นจึงมองว่าการลดภาษีน้ำมันยังไม่มีความจำเป็น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่ไม่มีกองทุนน้ำมัน จึงส่งผลให้ประเทศเหล่านั้นต้องนำมาตรการลดภาษีน้ำมันมาใช้

    ผุดไอเดีย “รถเก่า” แลก “รถไฟฟ้า – ไฮบริด”

    นอกจากนี้ นายเอกนิติ เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง กำลังศึกษามาตรการ รถเก่าแลกรถใหม่ เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันลง โดยจะเน้นสนับสนุนไปที่การซื้อรถใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีข้อแม้ว่าต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

    ส่วน เรื่องรายละเอียดการให้เงินอุดหนุนจากภาครัฐนั้น จะเป็นการอุดหนุนผ่านบริษัทผลิตรถยนต์ เพื่อนำไปลดราคาให้กับลูกค้าต่อ

    นายเอกนิติ ระบุว่า เหตุผลที่ต้องให้สิทธิ์กับรถยนต์ไฮบริดด้วยเนื่องจาก ในประเทศไทยยังมีผู้ผลิตรถยนต์ ที่ผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันควบคู่กับรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ และสำหรับเกณฑ์ การพิจารณารุ่นรถที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้นั้นจะดูจากปริมาณการปล่อยคาร์บอน ซึ่งต้องอยู่ในระดับต่ำ ภายใต้เกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างการออกแบบมาตรการดังกล่าวเพื่อเสนอ ให้ ครม. พิจารณาเห็นชอบต่อไป

    กระทรวงการคลัง
    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    คนละครึ่งพลัส ทำแน่! ขอดูงบประมาณก่อน

    ส่วนความคืบหน้าของ โครงการคนละครึ่ง พลัส ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่ออย่างแน่นอน แต่ขณะนี้รายละเอียดยังไม่ชัดเจน เนื่องจากต้องรอดูก่อนว่าจะสามารถดึงงบประมาณมาใช้กับโครงการดังกล่าวได้เท่าไหร่ แต่ในสัปดาห์นี้จะยังไม่ได้เสนอเข้าที่ประชุม ครม.

    ขณะที่งบประมาณที่จะนำมาใช้สำหรับคนละครึ่ง พลัส ล่าสุด นายเอกนิติ เปิดเผยว่า มีงบประมาณปี 2569 อยู่ราว 100,000 ล้านบาท ที่ยังไม่ได้มีการลงนามผูกพันโครงการ ซึ่งจะสามารถดึงมาใช้ได้ แต่ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะมีการตัดยอดงบประมาณดังกล่าว ณ สิ้นเดือนเมษายน ซึ่งอาจจะทำให้งบประมาณลดลงไปบ้าง

    ส่วนขั้นตอนทางกฎหมาย รัฐบาลจะเปลี่ยนเป็นการเสนอพระราชบัญญัติการโอนเงิน แทนการออกเป็นพระราชกำหนด ตามที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และมีการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร แต่จะมีการเร่งรัดให้มีการพิจารณา 3 วาระ พร้อมกันในครั้งเดียว

    วิกฤตโลกเลี่ยงไม่ได้ เสี่ยงสินค้าราคาขึ้น

    อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ กล่าวว่า วิกฤติพลังงานในครั้งนี้จะเปลี่ยนบริบทโลกไปอย่างถาวร ซึ่งทำให้ประเทศไทยจะต้องเร่งปรับตัว พร้อมกับยอมรับว่า วิกฤติโลกหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหลังจากนี้ผลที่ตามคือค่าสินค้าจะสูงขึ้น แต่รายได้ของประชาชนไม่ได้ขึ้นตาม ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการคือป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจทดถอย ซึ่ง ประเด็นดังกล่าวกำลังเป็น ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับ หลายประเทศทั่วโลก

    ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการเร่งด่วนต่างๆ เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าปรับขึ้นเร็วเกินไป 

    รัฐบาลพร้อมขยายเพดานหนี้สาธารณะถ้าจำเป็น

    ทั้งนี้ นายเอกนิติ ยืนยันว่า จะรักษากรอบวินัยการเงินการคลัง โดยจะพยายามไม่ให้หนี้สาธารณะเกิน 70% ของจีดีพี แต่ถ้าหากมีความจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ก็พร้อมที่จะมีการใช้งบประมาณเกินกว่ากรอบที่กำหนดไว้ ซึ่งเชื่อว่าบริษัทจัดอันดับ หรือ เรตติ้งเอเจนซี่ จะเข้าใจได้เพราะขณะนี้ทุกประเทศมีหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูง เกือบทุกประเทศ 

    โดยตนเองจะมีการหารือกับเรตติ้งเอเจนซี่ ในการเดินทางไปประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ ธนาคารโลก หรือ World Bank ที่สหรัฐอเมริกา ใน ช่วงสงกรานต์นี้

    ศึกษา Hometown Tax ภาษีจูงใจพัฒนาท้องถิ่น

    ขณะที่ความคืบหน้า ของแนวคิดการจัดทำภาษี Hometown Tax อยู่ระหว่างการศึกษาของกระทรวงการคลัง โดยมีแนวคิดที่จะให้ผู้เสียภาษี สามารถเลือกได้ ว่าจะให้ภาษีที่ถูกจัดเก็บไปนั้น ไปใช้เป็นงบประมาณเพื่อพัฒนาในพื้นที่หรือว่าจังหวัดใด เช่น ในจังหวัดบ้านเกิดของตัวเองหรือจังหวัดอื่นในประเทศไทยก็ได้ เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่นที่ทำในลักษณะดังกล่าว 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/272950&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hLe3tFUCihBr_IpegJfFA

  • รีวิว 3 ที่เที่ยววันสงกรานต์ 2569 ไปกลับ 1 วัน ที่ไหนดี?

    รีวิว 3 ที่เที่ยววันสงกรานต์ 2569 ไปกลับ 1 วัน ที่ไหนดี?

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/nWG3XD84bN5W&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SbhtCvFHk9rcOzIx-nWu7

  • ศุภจี แจงปมดรามาฝุ่นเชียงใหม่ ชี้ฟังไม่จบทำเข้าใจคลาดเคลื่อน ยัน ฝุ่น-ท่องเที่ยว สำคัญทั้งคู่

    ศุภจี แจงปมดรามาฝุ่นเชียงใหม่ ชี้ฟังไม่จบทำเข้าใจคลาดเคลื่อน ยัน ฝุ่น-ท่องเที่ยว สำคัญทั้งคู่

    ศุภจี แจงปมดรามาฝุ่นเชียงใหม่ ชี้ฟังไม่จบทำเข้าใจคลาดเคลื่อน ยัน ฝุ่น-ท่องเที่ยว สำคัญทั้งคู่

    วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.54 น.

    10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่เกิดดรามาในระหว่างการชี้แจงนโยบายรัฐบาลถึงเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่ จ.เชียงใหม่ โดยระบุให้เที่ยวจังหวัดอื่นก่อน ว่า หากฟังการชี้แจงทั้งหมด ตนไม่ได้พูดอย่างนั้นเลย ซึ่งในระหว่างการอภิปรายเป็นเรื่องที่พูดถึงปฏิทินการท่องเที่ยว ในปฏิทิน 365 วัน ว่าแต่ละวันประเทศเรามีความสวยงามทุกวัน เช่น ดอกกระเจียวบาน ต้องไปที่ไหน ทุ่งบัวแดง ต้องไปที่ไหน และทะเลบัวแดงยังมีที่ภาคใต้ จ.พัทลุง เราเที่ยวแต่ละวันใน 365 วัน ได้ตลอดเวลา ในช่วงที่มีฝุ่นพิษบางคนเข้าใจผิดว่าตอนนี้ จ.เชียงใหม่ เที่ยวไม่ได้แล้ว แต่ก็เข้าใจ เพราะตอนนี้ต้องแก้เรื่องฝุ่น ต้องบอกว่าเรื่องค่าฝุ่น PM 2.5 เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องแก้ไข และมีคณะที่ดูแลในเรื่องนี้ และให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างยิ่ง เพราะเป็นวิกฤต ไม่ใช่เรื่องเที่ยวอย่างเดียว แต่คนที่อยู่ตรงนั้น ต้องมีคุณภาพชีวิตอากาศที่สะอาด ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวก็ยังสามารถทำเป็นปฏิทินได้ทั้งปี

    “ทั้งที่กำลังพูดเรื่องการท่องเที่ยว แต่คนกำลังยกประเด็นฝุ่นขึ้นมา เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องที่ทำขนานกันไปในแต่ละมุมที่ต่างมิติ แต่ไม่ได้พูดเลยว่าฝุ่นไม่เกี่ยวให้เธออยู่ไปเถอะ ซึ่งไม่ใช่เลย และเรื่องฝุ่นไม่ใช่เฉพาะ จ.เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ก็มี หลายจังหวัดก็มี ต้องไปแก้ที่ต้นทางที่มีหน่วยงานและกระทรวงที่ดูแล จึงเป็นการพูดกันคนละเรื่อง แต่มิติท่องเที่ยวเป็นอีกมิติหนึ่งที่ต้องพยายามทำเช่นกัน เพราะเป็นแหล่งที่ทำให้มีรายได้ ขอให้สื่อช่วยอธิบายให้เข้าใจ ว่าตนไม่ได้พูดว่าเรื่องฝุ่นไม่สำคัญ แต่ทั้งเรื่องฝุ่นและเรื่องท่องเที่ยว ถือเป็นเรื่องสำคัญทั้งนั้น”

    ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียกำลังใจหรือไม่ ที่คนเข้าใจผิดในแง่การสื่อสาร นางศุภจี กล่าวว่า ไม่เลย เพราะถ้าฟังสั้นๆ จะเข้าใจเนื้อหาอีกอย่าง แต่หากฟังตั้งแต่ต้นจนจบจะเข้าใจ เมื่อชี้แจงไปแล้ว แล้วยังไม่เข้าใจ ตนก็มีหน้าที่อธิบายและทำงานให้หนักขึ้น

    – 006

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/958112&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vVpZt2_ISuaob3ELFamUD

  • เปิด ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ที่จีนลงทุนใน ‘ตะวันออกกลาง’ ทั้งหมด

    เปิด ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ที่จีนลงทุนใน ‘ตะวันออกกลาง’ ทั้งหมด

    แม้ว่าจีน จะยังคงเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางการทูตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิหร่าน แต่การสนับสนุนของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ต่อสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ กลับถูกจำกัดด้วยเส้นทางเงินทุนมหาศาลของจีนที่กระจายตัวอยู่ทั่วกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ

    หลังจากจบวิกฤตโควิด-19 จีนได้เร่งเข้าไปลงทุนในตะวันออกกลางมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจในจีนเองกำลังซบเซา บริษัทจีนจึงต้องออกมาหาโอกาสทำกำไรจากภายนอก ซึ่งประจวบเหมาะกับที่ประเทศกลุ่มอ่าวอาหรับกำลังพยายามลดการพึ่งพาน้ำมัน และหันไปพัฒนาเทคโนโลยีสะอาดและการท่องเที่ยวแทน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่จีนมีความเชี่ยวชาญและเป็นจุดแข็งพอดีนอกจากนี้

    จีน ยังมองว่าประเทศที่รวยน้ำมันเหล่านี้มีความมั่นคงทางการเงินสูง เป็นตัวเลือกที่น่าลงทุนมากกว่าประเทศยากจนอย่างแซมเบียหรือศรีลังกาที่เริ่มไม่มีเงินจ่ายหนี้คืน

    ยุทธศาสตร์ดังกล่าวนำไปสู่การเติบโตของการลงทุนและการก่อสร้างของจีนในตะวันออกกลางด้วยอัตราที่รวดเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นผู้รับผลประโยชน์หลักจากโครงการ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือ Belt and Road Initiative ของสี จิ้นผิง โดยจีนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่เหนือกว่าสหรัฐ ในฐานะผู้ให้เงินสนับสนุนระดับภูมิภาค

    แบรด พาร์กส์ ผู้อำนวยการบริหารของ AidData ระบุข้อมูลว่า ระหว่างปี 2014 ถึง 2023 ปักกิ่งได้ให้เงินสนับสนุนประมาณ 2.34 ดอลลาร์ ต่อทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่วอชิงตันบริจาคหรือให้กู้ยืมแก่ประเทศในตะวันออกกลาง

    เปิด 'โครงสร้างพื้นฐาน' ที่จีนลงทุนใน 'ตะวันออกกลาง' ทั้งหมด

    ปัจจุบัน สงครามตะวันออกกลาง กำลังเป็นอันตรายต่อตะวันออกกลาง พื้นที่แห่งเสถียรภาพที่จีนเคยพึ่งพาในการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้โจทย์ใหญ่ที่จีนยังกังวลคือ ตะวันออกกลางจะมีสันติภาพที่ยั่งยืนได้จริงหรือ เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา จีนทุ่มเงินลงทุนและงานก่อสร้างในภูมิภาคนี้ไปมหาศาลกว่า 9 ล้านล้านบาท หรือ 2.7 แสนล้านดอลลาร์

    จอร์จ เฉิน หุ้นส่วนฝ่ายปฏิบัติการจีนแผ่นดินใหญ่ที่ The Asia Group กล่าวว่า เดิมพันของจีนในอ่าวอาหรับนั้นสูงมาก มีทั้งความเสี่ยงด้านบุคลากร ความเสี่ยงด้านการลงทุน และความเสี่ยงด้านทรัพยากรพลังงาน ขณะนี้ปักกิ่งจำเป็นต้องช่วยให้อิหร่านลดระดับความรุนแรงลง ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความมั่นใจให้กับประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับว่าจีนจะยังคงร่วมมือกับพวกเขาต่อไป ซึ่งในระยะยาว สิ่งนี้อาจเป็นโอกาสให้จีนเพิ่มการลงทุนในอ่าวอาหรับเป็นสองเท่า เนื่องจากมูลค่าของสินทรัพย์หลายอย่างถูกลง

    เปิด 'โครงสร้างพื้นฐาน' ที่จีนลงทุนใน 'ตะวันออกกลาง' ทั้งหมด ฟู่ ชง ทูตจีนประจำสหประชาชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ในสัปดาห์นี้ เพื่อแสดงความต้องการของจีนในการสร้างสมดุลระหว่างมุมมองของทั้งสองฝ่ายในสงครามที่กำลังแบ่งแยกภูมิภาคอย่างรุนแรง โดยเขาเขียนว่า การโจมตีของสหรัฐ และอิสราเอลเป็นการละเมิดบรรทัดฐานระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้มีการปกป้องเส้นทางเดินเรือและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งถือเป็นการตักเตือนรัฐบาลเตหะรานโดยนัย

    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ บอกกับ บลูมเบิร์ก ว่า สันติภาพคือสิ่งจำเป็นเบื้องต้นสำหรับการพัฒนา ในฐานะมิตรที่จริงใจและพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับและตะวันออกกลาง จีนยินดีที่จะกระชับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในด้านต่างๆ เช่น การลงทุนกับรัฐในภูมิภาค

    โครงการจีนตกอยู่ในความขัดแย้ง

    ตอนนี้ โครงการของจีนตกอยู่ในแนวหน้าของความขัดแย้งแล้ว โดยโครงสร้างพื้นฐานอย่างน้อย 3 แห่งที่ได้รับเงินสนับสนุนจากจีนในดูไบ กาตาร์ และโอมาน ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีโดยอิหร่าน นอกจากนี้ยังมีอีกอย่างน้อย 12 โครงการที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูง ซึ่งทำให้ภาระผูกพันทางการเงินมูลค่าประมาณ 4.66 พันล้านดอลลาร์ตกอยู่ในอันตราย รวมถึงโครงการที่ได้รับผลกระทบไปแล้ว ตามการประมาณการของ AidData

    นอกจากนี้ แม้จะยังไม่มีรายงานคนงานจีนได้รับบาดเจ็บนอกประเทศอิหร่าน แต่คนงานหลายพันคนกำลังทำงานอยู่ในเขตสงคราม ก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มต้นขึ้น มีชาวจีนประมาณ 370,000 คนพำนักอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพียงแห่งเดียว ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน ตั้งแต่นั้นมามีผู้ถูกอพยพออกจากตะวันออกกลางแล้วกว่า 10,000 คน แต่หลายคนที่เสียเงินในการย้ายถิ่นฐานมาแล้วก็ยังคงเลือกที่จะอยู่ต่อ

    เปิด 'โครงสร้างพื้นฐาน' ที่จีนลงทุนใน 'ตะวันออกกลาง' ทั้งหมด

    เจมส์ หวัง คนงานชาวจีนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บอกกับ บลูมเบิร์ก ว่า เขาเดินทางมาถึงที่นี่เมื่อฤดูร้อนที่แล้ว โดยทิ้งลูกชายวัย 11 ปีไว้ให้อยู่กับภรรยา เขาทำงานในไซต์ก่อสร้างที่ต้องดูแลคนประมาณ 40 คน และมีรายได้ประมาณ 15,000 หยวน (2,193 ดอลลาร์) ต่อเดือน ซึ่งมากกว่ารายได้ในจีนถึงสองเท่า ครั้งหนึ่งการแจ้งเตือนการโจมตีทางอากาศดังขึ้นในโทรศัพท์ของเขาเกือบทุกชั่วโมง แต่เขาก็บอกว่าไม่มีแผนที่จะกลับไป โดยอธิบายเสริมว่า ที่นี่กำลังมีการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานอย่างมหาศาล เหมือนกับที่จีนเคยเป็นเมื่อสิบปีก่อน และยังมีโอกาสอยู่ที่นี่แน่นอน มันเป็นเพียงคำถามที่ว่าเขาจะสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ในขณะที่มันยังอยู่ได้หรือไม่

    ในปี 2023 มิตรภาพระหว่างปักกิ่งกับเตหะรานและความสัมพันธ์ทางการค้ากับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับได้กลายเป็นจุดสนใจ เมื่อจีนเป็นคนกลางในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นสัญญาณของอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของสี จิ้นผิง ในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่นั้นมา จีนส่วนใหญ่เลือกที่จะถอยมาอยู่เบื้องหลังเมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง การโจมตีอิสราเอลของฮามาสในเดือนต.ค. 2023 และการขยายตัวของสงครามในภายหลังได้เผยให้เห็นขีดจำกัดของอิทธิพลของจีน ปักกิ่งจำกัดตัวเองอยู่เพียงการเรียกร้องให้ใช้ความอดกลั้นและลดระดับความรุนแรง โดยเลือกที่จะให้ความสำคัญกับธุรกิจที่กำลังเติบโต

    เปิด 'โครงสร้างพื้นฐาน' ที่จีนลงทุนใน 'ตะวันออกกลาง' ทั้งหมด

    ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ขานรับการมีส่วนร่วมดังกล่าว ปัจจุบันซาอุดีอาระเบียเป็นผู้รับกิจกรรมการก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดของจีนทั่วโลก โดยเฉพาะในด้านพลังงานสะอาด ซึ่งบริษัทจีนกำลังสร้างโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์และกังหันลมขนาดใหญ่

    เดอเรก ซีเซอร์ส นักวิชาการอาวุโสจาก American Enterprise Institute กล่าวว่า ภูมิภาคนี้ชอบและยกย่องความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคของจีน บริษัทจีนสามารถทำสิ่งที่พวกเขามองว่ามีคุณค่าได้ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บริษัทจีนกำลังพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในขณะที่ในซาอุดีอาระเบีย พวกเขากำลังสร้างโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์และดาต้าเซ็นเตอร์ เมื่อปีที่ผ่านมา รถยนต์จีนมียอดขายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก

    เชอ กางเจิง รองศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยชิงหวา กล่าวว่า สงครามในตอนนี้อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของจีนและประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางซับซ้อนขึ้น ภูมิภาคอ่าวอาหรับไม่ได้เป็น “ขุมทรัพย์” ที่เข้าถึงง่ายสำหรับจีนอีกต่อไป สิ่งที่ได้รับความเสียหายไม่ใช่แค่ความปลอดภัยทางกายภาพ แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นในภาพรวมด้วย

    อย่างไรก็ตาม โครงการก่อสร้างหลายแห่งในประเทศต่างๆ เช่น อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ยังคงดำเนินต่อไป เมื่อวันที่ 7 มีนาคม เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการโจมตีด้วยโดรนใกล้สนามบินนานาชาติดูไบ และเพียงหนึ่งชั่วโมงหลังจากขีปนาวุธระลอกอื่นถูกสกัดได้เหนือหัว คนงานจีนรายหนึ่ง รายงานในแพลตฟอร์ม Douyin ว่า ไซต์ก่อสร้างยังคงทำงานกันอย่างเต็มที่ คนงานจีนคนอื่นๆ ยังได้โพสต์วิดีโอการหลบภัยในที่หลบระเบิดและภาพหน้าจอการแจ้งเตือนการโจมตีในช่วงดึก

    คนงานจีนรายหนึ่งในอิสราเอลที่มีผู้ติดตามมากกว่า 40,000 คนบน Douyin กล่าวว่า แม้จะมีความเสี่ยง แต่เพื่อนร่วมงานของเขาไม่มีใครรับข้อเสนออพยพของสถานทูตจีนเลย โดยเขาอ้างคำพูดของเพื่อนร่วมงานว่า เงินเดือนทั้งปีในจีนยังเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เขาสามารถหาได้ที่นี่ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน

    เมื่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางเปลี่ยนไป อาจมีโอกาสในระยะยาวสำหรับจีน การตอบโต้ของอิหร่านต่อพันธมิตรของสหรัฐได้ทำลายความน่าเชื่อถือของอเมริกา ทำให้ปักกิ่งมีโอกาสแสดงบทบาททางเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้นหลังความขัดแย้ง มีรายงานว่าอิหร่านเริ่มรับชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเงินหยวนแล้ว ซึ่งเป็นการกระตุ้นค่าเงินของจีน เมื่อฝุ่นหายตลบ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าจีนจะยังคงเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่สำคัญ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงและการพิจารณาด้านความปลอดภัยที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยถูกนำมาคำนวณ

    วิลเลียม ฟิเกโรอา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์และทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยโกรนิงเกน ประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวอธิบายว่า เขาไม่คิดว่าเราจะเห็นการลดการลงทุนลงอย่างมีนัยสำคัญในภูมิภาคนี้ โดยปักกิ่ง มองว่าความขัดแย้งในปัจจุบันเหมือนกับพายุเฮอริเคน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขามีความสามารถน้อยมากที่จะเข้าไปมีอิทธิพลหรือหยุดยั้งได้ ดังนั้นพวกเขาจึงทำเพียงแค่มองหาหนทางที่จะผ่านพ้นพายุนี้ไป และสร้างใหม่เมื่อมันจบลง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1229182&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oo_sj5vdBiybftHe0W2oo

  • เจาะนโยบายเพื่อไทยใต้อาณัติรัฐบาลอนุทิน2 ชูยุทธศาสตร์ทุนมนุษย์-นวัตกรรม

    เจาะนโยบายเพื่อไทยใต้อาณัติรัฐบาลอนุทิน2 ชูยุทธศาสตร์ทุนมนุษย์-นวัตกรรม

    ยกระดับทุนมนุษย์: เรียนฟรีมีงานทำสู่สวัสดิการแรงงานยุคใหม่

    พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ครม. อนุทิน 2) ได้ร่วมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9-10 เมษายน 2569 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการปฏิรูประบบสวัสดิการและการศึกษา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ประกาศแนวคิด “เรียนฟรีมีงานทำ” ผ่านแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์และโครงการ Thailand Zero Dropout เพื่อนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบ พร้อมสั่งการด่วนลดภาระผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม ทั้งการอนุโลมชุดนักเรียนและการเปลี่ยนไปใช้การปักอักษรย่อเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    “เรามุ่งเน้นการลดภาระครู ยกเลิกงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน เพื่อให้ครูทุ่มเทกับการสร้างผลสัมฤทธิ์ให้ผู้เรียนอย่างแท้จริง” นายประเสริฐ ระบุถึงแนวทางการปฏิรูป

    ในขณะที่ภาคแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ชูนโยบาย Learn to Earn โดยเน้นการ Up-skill & Re-skill แรงงานไทยให้เท่าทัน AI และ Robotics พร้อมเตรียมปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคมให้มีความคล่องตัวและโปร่งใส โดยตั้งเป้าศึกษาแนวทางการนำบอร์ดลงทุนออกนอกระบบราชการภายใน 3 เดือน เพื่อความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการกองทุนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ
     

    ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

    นวัตกรรมนำเศรษฐกิจ: ดันไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพและเทคโนโลยีโลก

    ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงลึก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.อว. ได้นำเสนอ 8 ยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อใช้เทคโนโลยีเป็น “กระดูกสันหลัง” ของชาติ โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคด้านเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Thailand) และการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมเพื่อความมั่นคงไซเบอร์ นอกจากนี้ยังเตรียมจัดตั้งธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) เพื่อให้ประชาชนสะสมทักษะและเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตโดยไม่ยึดติดกับวุฒิการศึกษาแบบเดิม

    “อว. จะสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ทำให้นักคิดและนักปฏิบัติมาเจอกัน เพื่อวางรากฐานไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์

    สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

    ในส่วนของภาคเกษตรกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้นำนวัตกรรม AI และ Big Data มาใช้ในระบบ “เกษตรแม่นยำ” เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ปลูก พร้อมเร่งแก้ปัญหาราคาปัจจัยการผลิตโดยการเจรจานำเข้าปุ๋ยจากรัสเซียโดยตรง และส่งเสริมการสร้างรายได้เสริมจากคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทย

    บูรณาการเชิงรุก: ลดภาระค่าครองชีพและเผชิญหน้าวิกฤตสิ่งแวดล้อม

    การทำงานในรูปแบบ “ทีมประเทศไทย” ยังครอบคลุมถึงการแก้ปัญหาเร่งด่วน โดย นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวง อว. เพื่อสร้าง “สถานสงเคราะห์ปลอดฝุ่น PM 2.5” และส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

    นิกร โสมกลาง

    ขณะเดียวกันรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยในกระทรวงเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ยังคงเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และการลงทุนใน Soft Power เพื่อขยายโอกาสของคนไทยในเวทีสากล

    มุมมองจากฝั่งนักวิชาการและภาคส่วนต่างๆ เห็นว่าแม้นโยบายจะมีความทันสมัยและครอบคลุมทุกมิติ แต่ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การบูรณาการระหว่างกระทรวงที่กระจายตัวอยู่ภายใต้การกำกับของหลายพรรคการเมือง รวมถึงความเร็วในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาปรับใช้ในระดับฐานรากเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมภายในกรอบเวลาของรัฐบาลชุดนี้

    ประเสริฐ จันทรรวงทอง

     บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

    นโยบายของพรรคเพื่อไทยภายใต้อาณัติรัฐบาลอนุทิน 2 สะท้อนการปรับตัวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยมี “นวัตกรรม” และ “การพัฒนาคน” เป็นหัวใจหลัก

    ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมสุขภาพ

    อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่รัดตัวประชาชนในระยะสั้นควบคู่ไปกับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีในระยะยาว หากสามารถเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมเข้ากับภาคแรงงานได้จริง ไทยจะมีโอกาสก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน

    เจาะนโยบายเพื่อไทยใต้อาณัติรัฐบาลอนุทิน2 ชูยุทธศาสตร์ทุนมนุษย์-นวัตกรรม

    วิเคราะห์และสรุปประเด็นสำคัญ

    การปฏิรูปทุนมนุษย์และสวัสดิการ: มุ่งเน้นการศึกษาที่เชื่อมโยงกับตลาดแรงงาน (Learn to Earn) และการปฏิรูประบบประกันสังคมให้มีความเป็นอิสระเพื่อประสิทธิภาพในการลงทุนและดูแลแรงงาน

    ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจนวัตกรรม: การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) และ AI เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนประเทศ โดยเน้นอุตสาหกรรมสุขภาพและเซมิคอนดักเตอร์เพื่อนำไทยสู่ประเทศรายได้สูง

    การบริหารจัดการวิกฤตเร่งด่วน: การบูรณาการข้ามกระทรวงเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม (PM 2.5) ผ่านนวัตกรรมและมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/domestic/740793&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qdB4Nb1z1LaXWeM5aj0yD

  • &

    &

    เฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ 2569 เดอะมอลล์ กรุ๊ป นำโดย กูร์เมต์ มาร์เก็ต, กูร์เมต์ อีทส์ และเอ็ม ดิสทริค ผนึกกำลัง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร, เขตสัมพันธวงศ์, Made in Songwat (เมด อิน ทรงวาด) และพันธมิตรภาคเอกชน ร่วมจัดงาน “KUDTHAI 2026” (คัดไทย 2026) และ “ทรงวาดคัดไทย 2569” ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวและต่างชาติ ตอกย้ำการเป็นเดสติเนชั่นระดับโลกของกรุงเทพมหานคร ปักหมุดย่าน ‘สุขุมวิท – ทรงวาด’ สู่พื้นที่แห่งศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ผ่านการคัดสรรสินค้าไทยคุณภาพดีจากทั่วประเทศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Only Thailand’s Best Charm (โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์ ชาร์ม) อวด(ของ)ดี ให้โลกเห็น” ชวนชาวไทยร่วมช้อป ชิม สนับสนุนของดีประเทศไทยจากเกษตรกร ผู้ประกอบการ และเจ้าของแบรนด์ทั่วประเทศ

    คุณศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตและฟู้ด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “เทศกาลสงกรานต์เป็นหนึ่งในเทศกาลที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของความเป็นไทยมากที่สุด ทั้งในด้านการท่องเที่ยว ประเพณีวัฒนธรรมทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย กูร์เมต์ มาร์เก็ต ในฐานะพรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติไทยมาตรฐานระดับโลก จึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมถ่ายทอดวัฒนธรรมอาหารซอฟต์พาวเวอร์ที่โดดเด่นอย่างมากของไทย พร้อมสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางทั่วประเทศผ่านการจัดงานคัดไทย มาร์เก็ต อย่างต่อเนื่อง”

    “การันตีความสำเร็จในการต่อยอดโครงการ ‘คัดไทย’ สู่เวทีโลก โดยได้นำรูปแบบงานไปจัดในสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้ชื่อ Super-V SCPG Hua Hua Festival: Kud-Thai Holiday ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวจีน สร้างการรับรู้สินค้าไทยในวงกว้าง และมีส่วนสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ ทำให้เห็นว่าตลาดสินค้าไทยยังมีศักยภาพและยังได้รับความสนใจในเวทีระดับนานาชาติอีกด้วย”

    “สำหรับงาน “KUDTHAI 2026” เป็นการจัดงานปีที่ 7 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Only Thailand’s Best Charm (โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์ ชาร์ม) อวด(ของ)ดี ให้โลกเห็น” เชิญชวนชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการ ผ่านหลากหลายสินค้าไทยคุณภาพดีที่ ‘คัดสรร’ มาแล้ว ตั้งแต่ผลิตผลทางการเกษตร ปศุสัตว์ การประมง, สินค้าแปรรูปและงานหัตถกรรมจากชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ, วัตถุดิบท้องถิ่น, อาหารไทยจากสตรีทฟู้ดร้านดัง ตลอดจนสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์แบรนด์ไทย โดยนอกจากจัดงานที่เอ็ม ดิสทริค ปีนี้ยังขยายการจัดงานไปยังชุมชนทรงวาดในชื่อ “ทรงวาดคัดไทย 2569” เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ครบถ้วนทั้งการชม ชิม และเลือกซื้อสินค้าไทยคุณภาพ โดยมีไฮไลต์ในแต่ละพื้นที่ ดังนี้

    • เอ็ม ดิสทริค (เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์) วันที่ 8 – 19 เมษายน 2569 พบกับสินค้าของดีไทยทั้งสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ ประมง สินค้าแปรรูปจากชุมชน อาหารไทย รวมถึงงานหัตถศิลป์หัตถกรรม สินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์มาไว้ที่ใจกลางย่านสุขุมวิท
      • THAI-POP MARKET แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม รวบรวมสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ไทยที่ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว อาทิ Thai Thai Market มัลติแบรนด์สโตร์ที่คัดสรรสินค้าไทยคราฟท์จากชุมชน ของที่ระลึก และไลฟ์สไตล์ไอเทมดีไซน์ไทยโมเดิร์น, The Only Market กับคอลเล็กชั่นกระเป๋า Tote Bag ลายทรงวาดสุดพิเศษ, และ ห่านคู่ กับเสื้อยืด ‘Goose Craft’ งานมัดย้อมทำมือจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน พร้อม D.I.Y. Station ให้ผู้ร่วมงานได้ออกแบบลวดลายของตนเองอย่างสร้างสรรค์
      • THAI LOCAL MARKET ควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ช้อปชิมจุใจไปกับสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ ประมง สินค้าแปรรูป ตลอดจนเมนูอร่อย และสินค้าแฟชั่น-ไลฟ์สไตล์ทั่วไทย อาทิ ทุเรียนกว่า 20 สายพันธุ์ จาก บ้านไร่ธนิสร จ.จันทบุรี, มะยงชิดเกรดพรีเมียมไซซ์ใหญ่พิเศษ 10 ลูก/กิโลกรัม จาก สวนชั้นหนึ่ง จ.นครนายก, เนื้อสุรินทร์ วากิว (Surin Beef), หอยแครงลวกน้ำจิ้มซีฟู้ด และยำหอยแครง จากลูกพันธุ์หอยไทย 100% ร้านครัวลุงแถม, ขนมต้มแดงโบราณโคตรมะพร้าวอ่อน ร้านฉ่ำ เจ้าดังจากเชียงใหม่, ช็อกโกแลตไทยระดับรางวัล จาก Siam Maya Chocolate จ.เชียงใหม่ เป็นต้น
      • THAI-TAINMENT MARKET เอ็ม มาร์เก็ต ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ชิลล์ไปกับสตรีทฟู้ดร้านดังรวบรวมความอร่อยโดยกูร์เมต์ อีทส์ พร้อมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศตลาดร่วมสมัยกับเครื่องดื่มนานาชนิด และสุราชุมชน รวมกว่า 50 ร้านค้า และพลาดไม่ได้กับ “Little Song Wat” ครั้งแรกกับการรวมร้านดังระดับตำนานและร้านซิกเนเจอร์แห่งย่านทรงวาด จากกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นเก่ารุ่นใหม่ในคอมมูนิตี้ Made in Songwat มาไว้ที่สุขุมวิท อาทิ อีกา, ส้มตำไก่ BLACK 777, OH! VACOLA, โรงกลั่นเนื้อ-หมู, SCR – SONG WAT COFFEE ROASTER, PISTA&, CHOCH SONGWAT, PASAYA (SONGWAT KUDTHAI Collection) เป็นต้น
    • “ทรงวาดคัดไทย 2569” บริเวณตรอกซอยบ้านย่าวาศ (Lost in Song Wat) ระหว่างวันที่ 9 – 12 เมษายน 2569 พลาดไม่ได้กับไฮไลท์การคอลแลบสุดพิเศษ เมื่อบรรดาร้านดังระดับตำนานมาร่วมกันรังสรรค์เมนูเฉพาะกิจ ที่หาชิมจากที่ไหนไม่ได้นอกจากงานนี้ พบกับการจับคู่สุดสร้างสรรค์ เช่น สุกี้ผัดห่านพะโล้ โดย สุกี้พรศิริ x ห่านอุไร, ซาลาเปาโบราณไส้ผัดไทยไก่ โดย ผัดไทยคุณชู x กู่หลงเปา, Thai Tea Pistachio Cream Tiramisu และ Thai Tea Pistachio Milk โดย Khiri Thai Tea x Pista&, ขนมไข่พิสต้าดิป โดย Habb x Pista&, Honey Lemon Soda และ Americano Lemon โดย ฟาร์มเลมอน Pasutara x Lost in Songwat เป็นต้น นอกจากนั้น ยังอัดแน่นด้วยเวิร์กช็อป ดนตรีหมอลำ หนังกลางแปลง และบาร์ลับ Thaipioka เพลิดเพลินกับดนตรีจากดีเจชื่อดังทุกคืน รวมถึง โชว์เคสสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไทยโมเดิร์นจาก THAI THAI MARKET, PASAYA (SONGWAT KUDTHAI Collection), The Only Market และแบรนด์ห่านคู่ พร้อมกิจกรรมสนุกอีกมากมาย ทั้งหมดเกิดขึ้นท่ามกลางเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมเก่าแก่แห่งย่านทรงวาด

    “นอกจากนี้เพื่อส่งเสริมผลไม้ไทยอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูกาลผลไม้ของประเทศไทย ยังจัดงาน “คัดไทย ไทยแลนด์ 2026” เพื่อสนับสนุนสินค้าของดีไทยสู่ชาวกรุงเทพฯ ทุกมุมเมือง โดยเน้นสินค้ากลุ่มผลไม้ท้องถิ่นเกรดพรีเมียมทั้งผลสดและแปรรูป รวมไปถึงเมนูอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ จากสตรีทฟู้ดร้านดังที่มีผลไม้เป็นวัตถุดิบ ที่ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ และเดอะมอลล์ โคราช ระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 – 1 กรกฎาคม 2569 มาร่วมอวด(ของ)ดี ให้โลกเห็น ได้ในงาน “KUDTHAI 2026” (คัดไทย 2026) ที่ เอ็มดิสทริค (เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์) ระหว่างวันที่ 8 – 19 เมษายน 2569 และ “ทรงวาดคัดไทย 2569” บริเวณตรอกซอยบ้านย่าวาศ (Lost in Song Wat) ระหว่างวันที่ 9 – 12 เมษายน 2569 และยังสามารถพบกับสินค้าของดีทั่วไทยได้ใน กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iepque9snfr2jqunljbv2iqdicld6ego&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1o6-hd3FoZrE3_fS22FhFV

  • ผู้การตำรวจน้ำ ร่วมกับนายกเมืองพัทยา เปิด “โครงการยกระดับความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวด้วยจุดบริการประชาชนตำรวจน้ำ”

    ผู้การตำรวจน้ำ ร่วมกับนายกเมืองพัทยา เปิด “โครงการยกระดับความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวด้วยจุดบริการประชาชนตำรวจน้ำ”

     วันที่ 10 เมษายน 2569 ที่ สะพานท่าเทียบเรือหาดตาแหวน(เกาะล้าน) ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน.ร่วมกับ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการยกระดับความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวด้วยจุดบริการประชาชนตำรวจน้ำ” โดยมี พ.ต.อ.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ ผกก.5 บก.รน., พ.ต.ท.ศิลา ขำเพชร รอง ผกก.5 บก.รน., พ.ต.ท.สุภัทรชัย ศิริธรรม รอง ผกก.5 บก.รน., พ.ต.ท.ทยากร กุศลศิลปบัญชร สว.ส.รน.1 กก.5 บก.รน., พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมงาน

    สำหรับโครงการนี้ เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างตำรวจน้ำ กก.5 บก.รน., กับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อตอบสนองเจตนารมณ์ของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.ในการยกระดับการบริการประชาชน สร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว ช่วงสงกรานต์ นี้

    นอกจากการเปิดจุดบริการประชาชน ยังมีการเปิดตัวชุดสายตรวจรถจักรยานยนต์ ,ชุดเรือสายตรวจในทะเล รวมทั้งชุดไลฟ์การ์ด (Lifeguard) เพื่อคอยช่วยเหลือป้องกันภัยและเหตสุดวิสัย ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในด้านต่างๆ รอบบริเวณพื้นที่ที่รับผิดชอบด้วย
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/289188&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30746nDSy9xZy0HbIJ7-nm