Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สงกรานต์นี้ เที่ยวป่านันฟรี รมว.สุชาติ สั่งกรมป่าไม้เปิดป่านันทนาการน่าเที่ยว 7 แห่ง เข้าฟรี วันครอบครัว พร้อมดูแลความปลอดภัย-เฝ้าระวังไฟป่า

    สงกรานต์นี้ เที่ยวป่านันฟรี รมว.สุชาติ สั่งกรมป่าไม้เปิดป่านันทนาการน่าเที่ยว 7 แห่ง เข้าฟรี วันครอบครัว พร้อมดูแลความปลอดภัย-เฝ้าระวังไฟป่า

    สงกรานต์นี้ เที่ยวป่านันฟรี รมว.สุชาติ สั่งกรมป่าไม้เปิดป่านันทนาการน่าเที่ยว 7 แห่ง เข้าฟรี วันครอบครัว พร้อมดูแลความปลอดภัย-เฝ้าระวังไฟป่า


    11/04/2569 | 86 |

    (11 เม.ย. 69) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มอบของขวัญวันครอบครัว ด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมท่องเที่ยวป่านันทนาการ 7 แห่ง ในวันที่ 14 เม.ย. 69 (วันครอบครัว) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของประชาชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 

    นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงความห่วงใยต่อประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มกำลัง พร้อมเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่กระจายกำลังเฝ้าระวังเหตุไฟป่าอย่างเข้มงวด เนื่องจากยังอยู่ในช่วงที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

    ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงฯ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ควบคู่กับการเฝ้าระวังและป้องกันสถานการณ์ไฟป่าอย่างเข้มข้น โดยเน้นย้ำการเตรียมความพร้อมของบุคลากร อุปกรณ์ และแผนปฏิบัติการ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และเกิดประสิทธิภาพที่สุดในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์นี้

    ด้านนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมป่าไม้ได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางและการท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าป่านันทนาการ 7 แห่ง สำหรับประชาชนชาวไทย ในวันที่ 14 เม.ย. 69 ซึ่งเป็นวันครอบครัว ได้แก่ 
    1. ป่านันทนาการหินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ 
    2. ป่านันทนาการน้ำตกเขาอีโต้ จังหวัดปราจีนบุรี 
    3. ป่านันทนาการทะเลหมอกอัยเยอร์เวง จังหวัดยะลา 
    4. ป่านันทนาการบ่อสิบสอง จังหวัดพะเยา 
    5. ป่านันทนาการเขาศูนย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช 
    6. ป่านันทนาการภูผาหินบ้านมุง จังหวัดพิษณุโลก 
    7. ป่านันทนาการดงรอยเท้าอาร์โคซอร์ จังหวัดเพชรบูรณ์ 

    นอกจากนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานจัดเจ้าหน้าที่ตั้งจุดบริการประชาชนตามเส้นทางหลักและสายรอง เพื่อเป็นจุดแวะพักคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง มีบริการน้ำดื่ม พื้นที่พักผ่อน ชุดปฐมพยาบาล และเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัย  

    สำหรับเหตุไฟป่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและลาดตระเวนป้องกันไฟป่าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ พร้อมเตรียมด้านกำลังพล อุปกรณ์ และแผนเผชิญเหตุ เพื่อควบคุมสถานการณ์และลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในช่วงวันหยุดยาวนี้


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/493716&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16FQyDj5TQJHK-KwptuKh8

  • วันหยุดยาวสงกรานต์ นทท. แห่เดินทางพักผ่อนเกาะสีชังแน่น

    วันหยุดยาวสงกรานต์ นทท. แห่เดินทางพักผ่อนเกาะสีชังแน่น

    วันนี้ (11 เม.ย.69) ซึ่งเริ่มเป็นวันหยุดติดต่อยาวหลายวันเทศกาลสงกรานต์ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจการท่องเที่ยวที่ท่าเรือโดยสารเกาะลอย-เกาะสีชัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พบว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และใกล้เคียงจังหวัดชลบุรี เริ่มพากันเดินทางมาซื้อตั๋วเพื่อนั่งเรือข้ามไปพักผ่อนและท่องเที่ยวที่เกาะสีชัง เป็นจำนวนมาก โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาคอยร่วมอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่เดินทางมาลงเรือข้ามฟากไปเกาะสีชัง พร้อมคุมเข้มคนขับเรือและเด็กเรือต้องไม่ดื่มของมึนเมาโดยเด็ดขาด และผู้โดยสารทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพก่อนปล่อยเรือออกทุกครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองศรีราชา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอศรีราชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวเกาะสีชังในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ผู้ประกอบการเรือโดยสารต้องจัดเตรียมเรือเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเกาะสีชังให้เพียงพอ คาดว่าการท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง ในช่วงวันหยุดวันสงกรานต์ ซึ่งหยุดติดต่อกันหลายวันและประหยัดค่าน้ำมันในการเดินทาง จึงทำให้เกาะสีชัง จ.ชลบุรี นั้นคึกคักเป็นอย่างมาก

    เนื่องจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ไม่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุด จะเลือกเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดไม่ไกล เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและค่าน้ำมันในช่วงนี้ จึงเลือกที่จะเดินทางมาพักผ่อนที่ศรีราชาและเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี จึงคาดว่า สงกรานต์ปีนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่นับสิบล้านบาทเลยทีเดียว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/141017&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15ZuYZ9VGusU8sl-JKBFYL

  • ต้องรีบดู อ.ปานเทพแนะทางรวยในยุคนี้ 11/04/69 #อ.ปานเทพ #แนะทางรวย #เศรษฐกิจ #สงครามโลก

    ต้องรีบดู อ.ปานเทพแนะทางรวยในยุคนี้ 11/04/69 #อ.ปานเทพ #แนะทางรวย #เศรษฐกิจ #สงครามโลก

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/A6UA1_vI1oA&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iztTm-Bl7lTLPWskIg8oy

  • เจาะนโยบายเพื่อไทยใต้อาณัติรัฐบาลอนุทิน2 ชูยุทธศาสตร์ทุนมนุษย์-นวัตกรรม

    เจาะนโยบายเพื่อไทยใต้อาณัติรัฐบาลอนุทิน2 ชูยุทธศาสตร์ทุนมนุษย์-นวัตกรรม

    ยกระดับทุนมนุษย์: เรียนฟรีมีงานทำสู่สวัสดิการแรงงานยุคใหม่

    พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ครม. อนุทิน 2) ได้ร่วมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9-10 เมษายน 2569 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการปฏิรูประบบสวัสดิการและการศึกษา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ประกาศแนวคิด “เรียนฟรีมีงานทำ” ผ่านแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์และโครงการ Thailand Zero Dropout เพื่อนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบ พร้อมสั่งการด่วนลดภาระผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม ทั้งการอนุโลมชุดนักเรียนและการเปลี่ยนไปใช้การปักอักษรย่อเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    “เรามุ่งเน้นการลดภาระครู ยกเลิกงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน เพื่อให้ครูทุ่มเทกับการสร้างผลสัมฤทธิ์ให้ผู้เรียนอย่างแท้จริง” นายประเสริฐ ระบุถึงแนวทางการปฏิรูป

    ในขณะที่ภาคแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ชูนโยบาย Learn to Earn โดยเน้นการ Up-skill & Re-skill แรงงานไทยให้เท่าทัน AI และ Robotics พร้อมเตรียมปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคมให้มีความคล่องตัวและโปร่งใส โดยตั้งเป้าศึกษาแนวทางการนำบอร์ดลงทุนออกนอกระบบราชการภายใน 3 เดือน เพื่อความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการกองทุนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ
     

    ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

    นวัตกรรมนำเศรษฐกิจ: ดันไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพและเทคโนโลยีโลก

    ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงลึก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.อว. ได้นำเสนอ 8 ยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อใช้เทคโนโลยีเป็น “กระดูกสันหลัง” ของชาติ โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคด้านเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Thailand) และการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมเพื่อความมั่นคงไซเบอร์ นอกจากนี้ยังเตรียมจัดตั้งธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) เพื่อให้ประชาชนสะสมทักษะและเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตโดยไม่ยึดติดกับวุฒิการศึกษาแบบเดิม

    “อว. จะสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ทำให้นักคิดและนักปฏิบัติมาเจอกัน เพื่อวางรากฐานไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์

    สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

    ในส่วนของภาคเกษตรกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้นำนวัตกรรม AI และ Big Data มาใช้ในระบบ “เกษตรแม่นยำ” เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ปลูก พร้อมเร่งแก้ปัญหาราคาปัจจัยการผลิตโดยการเจรจานำเข้าปุ๋ยจากรัสเซียโดยตรง และส่งเสริมการสร้างรายได้เสริมจากคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทย

    บูรณาการเชิงรุก: ลดภาระค่าครองชีพและเผชิญหน้าวิกฤตสิ่งแวดล้อม

    การทำงานในรูปแบบ “ทีมประเทศไทย” ยังครอบคลุมถึงการแก้ปัญหาเร่งด่วน โดย นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวง อว. เพื่อสร้าง “สถานสงเคราะห์ปลอดฝุ่น PM 2.5” และส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

    นิกร โสมกลาง

    ขณะเดียวกันรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยในกระทรวงเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ยังคงเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และการลงทุนใน Soft Power เพื่อขยายโอกาสของคนไทยในเวทีสากล

    มุมมองจากฝั่งนักวิชาการและภาคส่วนต่างๆ เห็นว่าแม้นโยบายจะมีความทันสมัยและครอบคลุมทุกมิติ แต่ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การบูรณาการระหว่างกระทรวงที่กระจายตัวอยู่ภายใต้การกำกับของหลายพรรคการเมือง รวมถึงความเร็วในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาปรับใช้ในระดับฐานรากเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมภายในกรอบเวลาของรัฐบาลชุดนี้

    ประเสริฐ จันทรรวงทอง

     บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

    นโยบายของพรรคเพื่อไทยภายใต้อาณัติรัฐบาลอนุทิน 2 สะท้อนการปรับตัวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยมี “นวัตกรรม” และ “การพัฒนาคน” เป็นหัวใจหลัก

    ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมสุขภาพ

    อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่รัดตัวประชาชนในระยะสั้นควบคู่ไปกับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีในระยะยาว หากสามารถเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมเข้ากับภาคแรงงานได้จริง ไทยจะมีโอกาสก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน

    เจาะนโยบายเพื่อไทยใต้อาณัติรัฐบาลอนุทิน2 ชูยุทธศาสตร์ทุนมนุษย์-นวัตกรรม

    วิเคราะห์และสรุปประเด็นสำคัญ

    การปฏิรูปทุนมนุษย์และสวัสดิการ: มุ่งเน้นการศึกษาที่เชื่อมโยงกับตลาดแรงงาน (Learn to Earn) และการปฏิรูประบบประกันสังคมให้มีความเป็นอิสระเพื่อประสิทธิภาพในการลงทุนและดูแลแรงงาน

    ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจนวัตกรรม: การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) และ AI เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนประเทศ โดยเน้นอุตสาหกรรมสุขภาพและเซมิคอนดักเตอร์เพื่อนำไทยสู่ประเทศรายได้สูง

    การบริหารจัดการวิกฤตเร่งด่วน: การบูรณาการข้ามกระทรวงเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม (PM 2.5) ผ่านนวัตกรรมและมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/domestic/740793&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qdB4Nb1z1LaXWeM5aj0yD

  • เติมเงินบัตรสวัสดิการ-ปุ๋ยคนละครึ่ง-สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลุ้นมติครม.วันนี้ 

    เติมเงินบัตรสวัสดิการ-ปุ๋ยคนละครึ่ง-สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลุ้นมติครม.วันนี้ 

    เติมเงินบัตรสวัสดิการ-ปุ๋ยคนละครึ่ง-สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลุ้นมติครม.วันนี้ 

    เติมเงินบัตรสวัสดิการ-ปุ๋ยคนละครึ่ง-สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลุ้นมติครม.วันนี้ 

    ฐานเศรษฐกิจรายงานความเคลื่อนไหวการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก ประจำวันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น ทำให้รัฐบาลมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม

    ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญความเสี่ยงจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและการขนส่ง จนลามสู่ราคาอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง

    คลังชงเติมเงินบัตรสวัสดิการฯ 100 บาท-สินเชื่อซอฟต์โลน 3 หมื่นล้าน

    วาระเร่งด่วนที่ภาคธุรกิจและประชาชนจับตามอง คือ มาตรการเยียวยาของกระทรวงการคลัง โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอแพ็คเกจเพื่อ “หยุดเลือดไหล” และบรรเทาภาระประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประกอบด้วย:

    มาตรการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

    เพิ่มเติมอีก 100 บาท ให้กับผู้มีสิทธิ 13.4 ล้านราย (รวมเป็น 400 บาท) โดยใช้งบกลางวงเงินประมาณ 1,300 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปใช้จ่ายได้ทันตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนนี้

    มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan)

    วงเงินรวมประมาณ 30,000 ล้านบาท มุ่งเน้นสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีสีเขียว เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคครัวเรือนและธุรกิจ รวมถึงสินเชื่อสำหรับเกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต

    มาตรการอุดหนุนกลุ่มขนส่ง

    วงเงิน 1,600 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับขี่รถโดยสารที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่ผันผวน

    พาณิชย์ดัน “ปุ๋ยคนละครึ่ง” อุ้มเกษตรกรสู้ราคาตลาดโลก

    ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมนำเสนอ “โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง” เข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่แบกรับต้นทุนปุ๋ยพุ่งสูงถึงกระสอบละ 2,000 บาท

    โดยมี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นตัวกลางในการดำเนินงานร่วมกับกรมวิชาการเกษตรเพื่อวิเคราะห์ความต้องการปุ๋ยที่เหมาะสมตามค่าวิเคราะห์ดินในแต่ละพื้นที่

    นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมมาตรการควบคุมราคาสินค้าจำเป็น 59 รายการ และการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคผ่าน “โครงการไทยช่วยไทยพลัส” ที่ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการทั่วประเทศลดราคาสินค้าสูงสุดถึง 58% เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชนในระยะเร่งด่วน

    วาระอื่นๆ และการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง

    นอกจากมาตรการเศรษฐกิจ ที่ประชุม ครม. ยังมีวาระสำคัญประกอบด้วย

    สำนักงบประมาณ: เสนอปรับปรุงปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 เพื่อเร่งรัดให้สามารถประกาศใช้ได้ทันวันที่ 1 ตุลาคม 2569

    การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง: จับตาการพิจารณาแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ โดยเฉพาะเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะมีการเคาะรายชื่อในการประชุมครั้งนี้

    โครงสร้างราคาน้ำมัน: กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานเตรียมหารือแนวทางการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านการออก พ.ร.ก. ค้ำประกันเงินกู้ 1.5 แสนล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง

    สำหรับ “โครงการคนละครึ่งพลัสรอบใหม่” ที่จะมีการใช้ AI เข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพร้านค้านั้น มีรายงานว่าจะยังไม่นำเข้าพิจารณาในวันนี้ แต่คาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 21 เมษายน 2569 ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/656328&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QlNxz46_WvTUQPKupMPIU

  • อัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 11 เมษายน 2569 เบนซิน-ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 11 เมษายน 2569 เบนซิน-ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 11 เม.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ ดีเซล ล่าสุด ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดตราคาน้ำมัน 11 เมษายน 2569 กลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด โดยทีมข่าวเศรษฐกิจ อ้างอิงข้อมูลจาก จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โดยราคาน้ำมันวันนี้ 11/4/2569 เวลา 05.00 น.  มีดังต่อไปนี้

    กบน. หั่นราคาน้ำมันทุกชนิดสูงสุด 6 บาท 

    กบน. ปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกทั้งกลุ่มเบนซิน-ดีเซล สะท้อนกลไกตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง มีผล 11 เม.ย. 69

    • ดีเซล บี20 : ราคาใหม่ 37.40 บาทต่อลิตร (จากเดิม 43.40 บาทต่อลิตร)
    • ดีเซลหมุนเร็ว : ราคาใหม่ 44.40 บาทต่อลิตร (จากเดิม 48.40 บาทต่อลิตร)
    • แก๊สโซฮอล์ E20 : ราคาใหม่ 35.95 บาทต่อลิตร (จากเดิม 38.95 บาทต่อลิตร)
    • แก๊สโซฮอล์ E85 : ราคาใหม่ 31.89 บาทต่อลิตร (จากเดิม 34.89 บาทต่อลิตร)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 / 91 : ราคาใหม่ 42.95 / 42.58 บาทต่อลิตร (จากเดิม 43.95 / 43.58 บาทต่อลิตร)

    อัปเดตราคาน้ำมัน วันที่ 11 เม.ย. 2569 มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. 

    ราคาน้ำมัน ปตท. พรุ่งนี้ 11 เม.ย. 69

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร
    • ดีเซล อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
    • เบนซิน อยู่ที่ 52.54 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 66.30 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 55.04 บาท/ลิตร

    oil

    ราคาน้ำมัน บางจาก พรุ่งนี้ 11 เม.ย. 69

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร
    • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 66.80 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียม 97 อยู่ที่ 56.54 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 33.95 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร

    10042026newpricetemplateb20

    ราคาน้ำมัน “เชลล์” วันนี้ 11 เม.ย. 69

    •  เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 39.45 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.83 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.45 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 50.54 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 73.84 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “คาลเท็กซ์” วันนี้ 11 เม.ย. 69 

    • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 57.51 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 43.95 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 43.58 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 38.95 บาท/ลิตร
    • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 50.54 บาท/ลิตร
    • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 70.94 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมันข้างต้นเป็นราคากลาง (ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น) ราคาหน้าปั๊มแต่ละแห่งอาจต่างกันเล็กน้อย โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนเติม

    ตรวจสอบ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ราคาแก๊ส ล่าสุดได้เลยที่นี่ ราคาน้ำมัน

    เช็กราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันแต่ละปั๊ม คลิกไปที่ www.sanook.com/money/oil-price-today/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/949440/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01ztN-2sr9oaNR5aVQgc5D

  • ‘เอกนิติ’ หั่นงบดูงานเมืองนอก ชง 5 มาตรการด่วนช่วย ปชช. เข้า ครม. 11 เม.ย.

    ‘เอกนิติ’ หั่นงบดูงานเมืองนอก ชง 5 มาตรการด่วนช่วย ปชช. เข้า ครม. 11 เม.ย.

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า แนวทางการจัดทำงบประมาณปี 2570 เน้นนโยบาย การใช้งบแบบมุ่งเป้า โดยจะตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นและฟุ่มเฟือยทั้งหมด เช่น งบดูงานต่างประเทศ และงบค่ายูนิฟอร์ม เพื่อนำเงินมาเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน

    โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 10:00 น. หลังจากเสร็จสิ้นการแถลงนโยบาย มีประเด็นสำคัญที่เน้นการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ ได้แก่

    1. มาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบางและภาคขนส่ง โดยกระทรวงการคลังจะเสนอรายละเอียดการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบางและกลุ่มรถขนส่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน

    2. มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรด้านต้นทุนปุ๋ย โดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับซื้อปุ๋ยผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยขาดแคลนและราคาแพงจากวิกฤตในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งผลักดันแนวทางเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) โดยใช้หมอดินช่วยวิเคราะห์การใช้ปุ๋ยให้ตรงจุดเพื่อลดต้นทุน

    3. แพคเกจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เตรียมเสนอวงเงินสินเชื่อวงเงินประมาณ 30,000 ล้านบาท สำหรับสนับสนุนให้ภาคครัวเรือนและธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV)เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันในระยะยาว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบนโยบาย

    4. มาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์และงานก่อสร้างภาครัฐ สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางจะเสนอให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ ค่า K หรือสูตรปรับราคาค่างานก่อสร้าง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างจริง เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาในโครงการก่อสร้างของภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากราคาเหล็กและวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น

    5. โครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยจะเสนอยกระดับมาจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการคนละครึ่งพลัส โดยนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์รายจ่ายและพฤติกรรมลูกค้าให้กับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้

    “รัฐบาลมุ่งหวังว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยดันจีดีพีของไทยให้เติบโตเกิน 3% (3% Plus) และวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้ถึง 5-6% ในอนาคต ผ่านการลงทุนในคน เทคโนโลยี และความมั่นคงด้านพลังงาน” นายเอกนิติกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/economy/weekend/460896&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19EJq1j2xucMBmer4ZVOHl

  • ชำแหละเศรษฐกิจไทย หนี้สาธารณะจ่อทะลุเพดาน-รายได้ต่ำเป้า ชงเร่งปฏิรูปใหญ่ 7 ด้าน : อินโฟเควสท์

    ชำแหละเศรษฐกิจไทย หนี้สาธารณะจ่อทะลุเพดาน-รายได้ต่ำเป้า ชงเร่งปฏิรูปใหญ่ 7 ด้าน : อินโฟเควสท์

    ตามที่คณะรัฐมนตรีชุดที่ 66 เริ่มบริหารงานในเดือนเมษายน 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ค่าเงินบาทผันผวน และวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะราคาพลังงานจากตะวันออกกลางและนโยบายภาษีของสหรัฐฯ

    อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงหนุนจากการดึงดูดการลงทุนกลุ่ม New S-Curve (FDI) และการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญในการสร้างเสถียรภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน

    สำนักงบประมาณของรัฐสภา (สงร.) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดทำเอกสารวิชาการ เรื่อง “สภาวะเศรษฐกิจไทยและข้อจำกัดทางการคลัง: การวิเคราะห์เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายภาครัฐ” โดยได้นำเสนอภาวะเศรษฐกิจมหภาค ดุลงบประมาณและการคลัง รวมถึงความท้าทายและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ในการตั้งข้อสังเกตหรือให้ข้อเสนอแนะต่อการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ดังนี้

    1. เศรษฐกิจมหภาค

    • โครงสร้างที่พึ่งพาต่างชาติสูง: GDP พึ่งพาภาคบริการ (60%) และการส่งออก (70%) ทำให้หวั่นไหวต่อปัจจัยภายนอก เช่น ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ (มาตรา 122) และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
    • วิกฤตแรงงานและผลิตภาพ: ภาคเกษตรแบกแรงงานไว้ถึง 12 ล้านคนแต่สร้างรายได้น้อย ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีการปิดตัวลงกว่า 2,300 แห่ง ส่งผลให้ผลิตภาพแรงงานลดลง
    • หนี้สินครัวเรือนและ NPL: แม้หนี้ครัวเรือนจะลดลงเหลือ 86.80% ของ GDP แต่หนี้เสีย (NPL) กลับพุ่งสูงขึ้นในทุกประเภทสินเชื่อ แม้ กนง. จะลดดอกเบี้ยเหลือ 1% เพื่อช่วยประคองแล้วก็ตาม
    • การลงทุน (FDI): แม้มียอดขอรับการส่งเสริมจาก BOI สูงมาก แต่การลงทุนจริงยังหดตัวเหลือเพียง 1.40% ของ GDP สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจสถานการณ์จริง

    2. ฐานะการคลังและหนี้สาธารณะ

    • รายได้กระจุกตัว: รายได้รัฐ 64% มาจากภาษีเพียง 3 ประเภท (VAT, นิติบุคคล, บุคคลธรรมดา) หากเศรษฐกิจทรุด รายได้รัฐจะหายไปทันที
    • ความเสี่ยงผิดเป้าหมาย: สงร. คาดการณ์ว่ารายได้รัฐอาจต่ำกว่าเป้าถึง 2.4 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้การลดการขาดดุลงบประมาณทำได้ยากขึ้น
    • เพดานหนี้: หนี้สาธารณะจ่อทะลุเพดาน 70% ภายในปี 2571 หรือเร็วกว่านั้นหากต้องแบกภาระวิกฤตพลังงาน

    3. ปัจจัยเสี่ยงและวิกฤตที่ต้องเผชิญ

    • พลังงาน: ไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงถึง 51% หากเกิดวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ เงินเฟ้ออาจพุ่งถึง 4.5% และ GDP อาจหายไปเกือบ 1%
    • สังคมสูงวัย: จำนวนเด็กเกิดใหม่ต่ำสุดในรอบ 70 ปี นำไปสู่แนวคิดการขยายอายุเกษียณราชการเป็น 65 ปี เพื่อลดภาระบำนาญและรักษาแรงงาน
    • สงครามการค้า: ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “Dirty 15” (15 ประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ สูง) เสี่ยงต่อการถูกมาตรการภาษีเจาะจงในอนาคต

    รัฐบาลจึงมีความจำเป็นในการปรับกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) หรือการคิดแบบนอกกรอบ (Think Outside the Box) ควบคู่ไปกับการแสดงออกซึ่งเจตจำนงทางการเมือง (Political Will) ที่เข้มแข็ง เพื่อตัดสินใจปรับปรุงโครงสร้างการบริหารเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

    *สงร.เสนอแนวทาง 7 ด้าน ดังนี้

    • ปฏิรูปภาษี จัดเก็บภาษีทรัพย์สิน มรดก ภาษีลาภลอย (Windfall Tax) และภาษีขายหุ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรม
    • ปฏิรูประบบราชการ ยุบ/ควบรวมหน่วยงานซ้ำซ้อน และจำกัดกำลังคนเพื่อลดรายจ่ายประจำ
    • ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยใช้โมเดลอุตสาหกรรม EV และผ่อนปรนการถือครองอสังหาฯ ให้ต่างชาติภายใต้เงื่อนไขความมั่นคง
    • บริหารทรัพย์สินรัฐ นำที่ดินรัฐมาทำพลังงานหมุนเวียน หรือพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชุมชน
    • แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ในส่วนที่ไม่กระทบความมั่นคงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมตลาดทุน
    • ปฏิรูปการศึกษา ลดระยะเวลาเรียน (ตามโมเดลอังกฤษ) เพื่อให้แรงงานเข้าสู่ตลาดเร็วขึ้นและลดภาระค่าใช้จ่าย
    • ปฏิรูปสาธารณสุข บูรณาการทรัพยากรร่วมกัน และควบคุมงบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการที่มีแนวโน้มพุ่งสูง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/584856&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SMw3DWFGFo8Ox6ic-fLzJ

  • วราวุธ เร่งพยุง SME อัดสินเชื่อ-ลดภาระหนี้ พร้อมดันเศรษฐกิจสีเขียว

    วราวุธ เร่งพยุง SME อัดสินเชื่อ-ลดภาระหนี้ พร้อมดันเศรษฐกิจสีเขียว


    กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดแผนเร่งด่วน 3 มิติ อัดฉีดสินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปี เสริมสภาพคล่อง–ลดภาระหนี้–ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ ช่วย SMEรับมือวิกฤตพลังงานและความผันผวนจากตะวันออกกลาง

    นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและเอสเอ็มอีอย่างเร่งด่วน เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและเศรษฐกิจโดยรวม

    โดยมาตรการหลักถูกกำหนดไว้ใน 3 มิติ ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การเสริมสภาพคล่อง และการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ

    ในมิติแรก ธนาคาร SME Bank ได้จัดสรรวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% คงที่นาน 3 ปี แบ่งเป็น 3 โครงการหลัก ได้แก่ สินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย สนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สินเชื่อ “ผู้พลัง SME” สำหรับรายย่อย วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายธุรกิจ

    นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อพิเศษอื่น ๆ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย โดยอัตราดอกเบี้ยไม่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ พร้อมกำชับให้พิจารณาสินเชื่ออย่างยืดหยุ่น รวดเร็ว เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุนได้ทันสถานการณ์

    มิติที่สอง คือ การเสริมสภาพคล่อง โดยใช้แนวทาง “3 ลด” ได้แก่ ลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย และลดค่างวด สำหรับลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง พร้อมติดตามสถานะหนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยประคับประคองธุรกิจ รักษาการจ้างงาน และเพิ่มโอกาสฟื้นตัว

    มิติที่สาม มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ ผ่านการอัพสกิลและรีสกิลแรงงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะการส่งเสริมธุรกิจสีเขียวที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล

    ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมยังออกมาตรการเสริมอีก 23 รายการ เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มความมั่นคงด้านวัตถุดิบ เช่น การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ดีเซลผสมปาล์ม D20–D70 และเอทานอล E20–E85 การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล การปรับปรุงเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการใช้พลาสติกรีไซเคิลและพลาสติกชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า

    นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยเชื่อมโยงภาคเกษตรกับระบบโลจิสติกส์ และผลักดันมาตรฐานผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานเพิ่มอีกอย่างน้อย 40 รายการ อาทิ เครื่องปรับอากาศและตู้เย็น

    นายวราวุธยืนยันว่า มาตรการทั้งหมดไม่ต้องใช้งบประมาณจากภาครัฐ เนื่องจาก SME Bank มีวงเงินรองรับอยู่แล้ว ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ทันทีผ่านธนาคารหรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ

    สำหรับกรณีราคาน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้น ระบุว่าเป็นผลจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เพิ่มขึ้นและขาดแคลน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และผู้ประกอบการ เพื่อหาทางแก้ไขโดยคำนึงถึงผู้บริโภค พร้อมเสนอให้ประชาชนลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่ปัจจุบันสูงถึง 2.7 ล้านตันต่อปี และเพิ่มอัตราการรีไซเคิลในประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/41879&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08QGySkJe_lsIedz4Lrino

  • “ลามิน่า” ฟิล์มกรองแสงที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นสูงสุด – บ้านเมือง

    “ลามิน่า” ฟิล์มกรองแสงที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นสูงสุด – บ้านเมือง

    นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” รับรางวัล 2026 Thailand’s Most …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/auto/472499&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1riaRdI_8ihnXnGSBg9WIE