Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ว 6/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

    ว 6/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

    ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :

    ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93276&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HF_xhHec0AiFARosMy5cT

  • เปิดตัว ปิติ ปิตุเตชะ ทายาทบ้านใหญ่ระยอง สส.ใหม่แทน ไตรศุลี

    เปิดตัว ปิติ ปิตุเตชะ ทายาทบ้านใหญ่ระยอง สส.ใหม่แทน ไตรศุลี

    เปิดตัว ปิติ ปิตุเตชะ ทายาทบ้านใหญ่ระยอง สส.ใหม่แทน ไตรศุลี

    วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.24 น.

    วันนี้ 11 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่าได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไปทำงานในตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จากการตรวจสอบรายชื่อผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พบว่าผู้ที่จะได้รับการเลื่อนขึ้นมาแทนคือผู้สมัคร ลำดับที่ 21 นายปิติ ปิตุเตชะ 

    สำหรับ นายปิติ เป็นบุตรชายของนายปิยะ ปิตุเตชะ หรือนายกช้าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.ระยอง) อดีต สส.ระยอง และเป็นหลานของนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

    ปิติ ปิตุเตชะ

    ประวัติ นายปิติ อายุ 39 ปี จบการศึกษาระดับประถมจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง ก่อนเข้ารับการศึกษามัธยมต้นที่ โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี มัธยมปลาย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา  โรงเรียนหอวัง นนทบุรี ปริญญาตรี Management Technology SIIT มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ขอขอบคุณภาพจาก เพจเฟซบุ๊กภูมิใจไทย

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/958298&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ygB4nTBdFSKVgZrmoYOUf

  • เปิดระเบียบ ผ่อนปรนชุดนักเรียน มาตรการด่วน! ช่วยผู้ปกครองสู้ค่าครองชีพ

    เปิดระเบียบ ผ่อนปรนชุดนักเรียน มาตรการด่วน! ช่วยผู้ปกครองสู้ค่าครองชีพ

    เปิดระเบียบ ผ่อนปรนชุดนักเรียน มาตรการด่วน! ช่วยผู้ปกครองสู้ค่าครองชีพ

    เปิดระเบียบ ผ่อนปรนชุดนักเรียน มาตรการด่วน! ช่วยผู้ปกครองสู้ค่าครองชีพ

    เพจ ศธ.360 องศา โพสต์แจ้งข่าว มาตรการด่วนช่วยผู้ปกครองสู้ค่าครองชีพ สั่งโรงเรียนผ่อนปรนกฎระเบียบและขอความร่วมมือลดค่าใช้จ่ายทันที ระบุว่า “การศึกษาต้องมาก่อน” รัฐมนตรี “ประเสริฐ” ประเดิมข้อสั่งการแรกหลังรัฐบาลแถลงนโยบาย งัดมาตรการด่วนช่วยผู้ปกครองสู้ค่าครองชีพ สั่งโรงเรียนผ่อนปรนกฎระเบียบและขอความร่วมมือลดค่าใช้จ่ายทันที

    ภายหลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าขับเคลื่อน “วาระเร่งด่วนที่สุด” เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ปกครองในช่วงใกล้เปิดภาคเรียน โดยประกาศ 3 มาตรการสำคัญ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและทลายกำแพงข้อจำกัด มุ่งเป้าให้เด็กไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องและต้องไม่มีอุปสรรคทางการเงินมาขวางกั้น
     

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กฎระเบียบเรื่องเครื่องแต่งกายหรือค่าใช้จ่ายแฝง จะต้องไม่เป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา จึงได้ออก “ข้อสั่งการแรก” ที่มุ่งเน้นการลดภาระผู้ปกครองอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถทำได้ทันที โดยแบ่งเป็น 3 แนวทางหลัก ดังนี้

    • 1. ปลดล็อกระเบียบสถานศึกษาที่ไม่จำเป็น หั่นค่าใช้จ่ายทันที

    ขอความร่วมมือสถานศึกษาทั่วประเทศพิจารณาลดค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมอนุโลมให้ผ่อนผันการชำระเงินได้ นอกจากนี้ ยังปรับลดข้อบังคับด้านเครื่องแต่งกายให้มีความยืดหยุ่น เพื่อลดการซื้อใหม่ให้มากที่สุด ได้แก่

    • – ชุดนักเรียน: อนุโลมให้ใส่ชุดเดิมได้แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายโรงเรียน และให้โรงเรียนพิจารณาเพิ่มสัดส่วนวันใส่ชุดพละหรือชุดไปรเวทสุภาพ
    • – ชุดลูกเสือ-เนตรนารี: ไม่บังคับซื้อชุดเต็มยศ อนุโลมให้ใส่เพียง “ผ้าผูกคอและหมวก” ร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้
    • – กระเป๋าและรองเท้า: ไม่จำกัดรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องมีตราโรงเรียน แต่สุภาพ สามารถใช้ของเดิมหรือแบบใดก็ได้ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
    • – การปักเสื้อนักเรียน: ขอความร่วมมือเปลี่ยนจากการปักชื่อ-นามสกุลเต็ม เป็นการปักเพียง “อักษรย่อโรงเรียน” เพื่อลดค่าปัก ยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้า และยังสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
    • – มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียน: สามารถออกแบบกิจกรรมและออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างอิสระ โดยยึดประโยชน์ของนักเรียนเป็นที่ตั้ง
    • 2. จัดหาและตรึงราคาอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น

    มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เข้ามาดูแลการจัดหาหนังสือ แบบเรียน เครื่องเขียน และอุปกรณ์การเรียน นำมาจัดจำหน่ายใน “ราคาควบคุม” โดยเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นต่อการเรียนรู้จริง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองให้ตรงจุด

    • 3. บูรณาการข้ามกระทรวง แก้วิกฤตค่าครองชีพระดับมหภาค

    ศธ. เร่งประสานงานทำงานร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานรัฐอื่น ๆ อาทิ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมกันออกแบบมาตรการลดค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ควบคู่ไปกับมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมด้านอื่น ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือกระจายไปถึงมือทุกครอบครัวอย่างแท้จริง

    ข้อมูล : สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ 
    กราฟิก : ศศิวัฒน์ แป้นคุ้มญาติ

    เปิดระเบียบ ผ่อนปรนชุดนักเรียน มาตรการด่วน! ช่วยผู้ปกครองสู้ค่าครองชีพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/general-news/615766&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2K8T0_ZUbPhnXhO25ZP_2E

  • ‘ปชน.’ ซัด มาตรการเยียวยา ‘รัฐบาล’ ไม่ได้สัดส่วนความเดือดร้อน

    ‘ปชน.’ ซัด มาตรการเยียวยา ‘รัฐบาล’ ไม่ได้สัดส่วนความเดือดร้อน

    วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร และ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย เดชรัต สุขกำเนิด แถลงข้อเสนอของพรรคประชาชน ต่อมาตรการเยียวยาของรัฐบาล เพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชน จากราคาพลังงานที่แพงขึ้น 

    โดยวีระยุทธ ระบุว่า เป็นสิ่งที่ประชาชนรอมานานแล้ว และคาดหวังจะมีสิ่งนี้มาหลายสัปดาห์ ในที่สุดก็ออกมาเสียที โดยรวมมีการใช้งบประมาณทั้งหมด 7,700 ล้านบาท แต่เมื่อไปดูในรายละเอียดแล้ว พบว่ายังมีความไม่ครอบคลุม ยังมีคนที่ตกหล่นอยู่เยอะ แค่เฉพาะตัวงบประมาณเอง มีการใช้งบสําหรับการช่วยเหลือเฉพาะหน้าจริงๆ ประมาณ 3,000 ล้านบาทเท่านั้นที่เพิ่มขึ้นมา แต่อีก 4,700 ล้านบาท คือการนําไปจัดการงบประมาณ ที่เดิมไม่ได้วางแผนไว้ และจำเป็นต้องไปจ่าย เช่น ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวงงบประมาณที่เหลืออยู่  

    ในภาคส่วนอื่นๆ เรากังวลเรื่องพี่น้องชาวประมง ที่ไม่สามารถออกไปหาปลาได้ในตอนนี้ เพราะค่าน้ํามันสูงมาก ไม่คุ้มที่จะออก ทําให้เริ่มมีปัญหาการขาดแคลนอาหารทะเล ซึ่งยังไม่เห็นมาตรการการช่วยเหลือ 

    ขณะที่กลุ่มเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นต้นน้ําของหลายอย่าง ก็ยังไม่มีการลงรายละเอียดในวันนี้ หรือมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร ทั้งทั้งที่เป็นซัพพลายเชนที่ยาวไกลไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ สี การก่อสร้าง อื่นๆ 

    ถ้าดูมาตรการที่ช่วยเหลือกลุ่มต่าง ๆ ทั้งหมด เห็นว่า ตรงที่มีการลงรายละเอียดมากที่สุด กลับเป็นกลุ่มคู่สัญญาณภาครัฐ ในเรื่องค่าก่อสร้าง ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยที่ตรงเป้า และใจดีมากของภาครัฐ ในส่วนของกระทรวงการคลัง เช่น การที่ระบุว่าคู่สัญญาภาครัฐ สามารถไปแก้สัญญาได้เลย ปรับตัวเลขก็ได้ ทั้งยังมีการกําหนดวงเงิน คิดค่าน้ํามันดีเซลเพิ่มขึ้นมา 69.99 บาท และจะคืนเงินประกันให้เมื่อยกเลิก  

    ดังนั้น เราจึงอยากให้รัฐบาลให้ความสําคัญกับกลุ่มอื่นๆ มีอะไรละเอียด และให้ความสนใจในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะกับกลุ่มที่กําลังเปราะบาง  

    เดชรัต กล่าวถึงภาคการเกษตร เรื่องต้นทุนซึ่งเป็นหัวใจสําคัญ 2 เรื่อง คือ ปุ๋ยเคมี และน้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งครอบคลุมถึงประมาณ 40-50% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด มาตรการที่ออกมาวันนี้ ช่วยเหลือได้เพียงบางส่วนเท่านั้น  

    ราคาปุ๋ยที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ปุ๋ยรัฐบาลช่วยผ่านโครงการปุ๋ยธงเขียว จำกัดอยู่ 5+1 กระสอบ โดยขยายวงเงินช่วย จาก 200 บาท เป็น 300 บาทต่อกระสอบ ซึ่งเมื่อคํานวนแล้ว  ถือว่าเป็นปริมาณที่ไม่มาก แต่ปัญหาสําคัญของโครงการนี้ คือจํานวนเกษตรกรที่เข้าร่วมในอดีต ที่มีจํานวนน้อยมาก ครอบคลุมเพียง 1% ของปริมาณที่ใช้  

    โดยศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ระบุว่า จะมีการขยายตัว แต่ยังไม่มีการบอกว่าจะขยายเป็นจํานวนเท่าไหร่ เราจึงขอเสนอให้มีการครอบคลุมถึงเกษตรกรทุกรายสามารถใช้สิทธิ์ในลักษณะเดียวกันได้  

    นอกจากนั้น ยังมีการขาดแคลนปุ๋ย แม้ศุภจีพยายามอธิบายเหตุผลของตัวเลขที่ไม่ตรงกัน แต่ก็ยังไม่มีการชี้แจงตัวเลขที่มีความชัดเจน จึงขอยืนยันว่า ปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าควบคุมตัวเลขอยู่ในมือของกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว ก็ควรนำปริมาณที่มีอยู่ภายในประเทศ และการนําเข้า ให้ประชาชนทราบ  

    ส่วนที่ศุภจีระบุว่า หากมีการขึ้นราคาปุ๋ยให้มีการแจ้งเข้ามานั้น แต่การขึ้นราคาต้องขออนุญาตกระทรวงพาณิชย์ แปลว่ากระทรวงพาณิชย์ทราบราคาอยู่แล้ว จึงขอให้ศุภจีทํากลับกัน คือการแจ้งราคาที่กระทรวงพาณิชย์เป็นคนอนุญาตให้ผู้ค้าปุ๋ยขาย เพื่อที่ประชาชนจะได้แจ้ง หากมีการขายเกินราคาดังกล่าว เพื่อลดความคลางแคลงใจ  

    เดชรัต ยังแสดงความกังวลถึงเรื่องน้ํามันเชื่อเพลิง ในส่วนภาคการประมงและการเกษตร เราอยากเห็นมาตรการการช่วยเหลือที่มีความชัดเจน รวมถึงผู้ให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งจะเป็นต้นทุนสําคัญ ของการไถเตรียมดิน ที่จะเกิดขึ้นในปลายเดือนเมษายน สําหรับข้าวนาปี ต่อเนื่องไปจนถึงการเก็บเกี่ยวการผลิต  

    สําหรับกลุ่มเปราะบางมีการช่วยเหลือเพิ่ม 100 ต่อเดือน แต่เราทราบกันดีว่า กลุ่มคนจนที่สุดของประเทศ 20% สุดท้าย ก็มี 40-50% ที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้รัฐบาลมีการออกรายละเอียดออกมา เช่น นักเรียนที่ยังมีข้อจํากัดเรื่องค่าเทอม และปัจจุบันยังไม่มีการเรียนฟรีจริง และหากมีวงเงินฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือการศึกษาในช่วงเวลาวิกฤติก็จะเป็นประโยชน์ ตลอดจนวงเงินกู้ฉุกเฉินสําหรับกลุ่มครัวเรือเปราะบางด้วย 

    ศิริกัญญา กล่าวถึงแหล่งเงินงบประมาณและวงเงินที่ใช้ในรอบนี้ว่า ส่วนใหญ่ที่วันนี้มีการอนุมัติ ไม่ได้เป็นการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนจากปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการแก้ปัญหาของตัวรัฐบาลเอง ที่มีการตั้งงบประมาณของกองทุนบัตรประชารัฐไม่เพียงพอ ในปี 69 จากที่ควรตั้งไว้ 50,000 ล้านบาท กลับตั้งไว้เพียง 30,000 ล้านบาท จึงทําให้เมื่อผ่านมาครึ่งปีงบประมาณแล้ว  เงินในกองทุนขาดแคลน ช็อต และจําเป็นต้องใช้งบกลางเติมเข้าไป  

    เรื่องนี้สะท้อนถึงปัญหาแหล่งงบประมาณ และการคลังของรัฐบาล ณ เวลานี้ แค่จะใช้จ่ายกับรายจ่ายประจํายังมีไม่เพียงพอเลย การช่วยเหลือกับกลุ่มเปราะบางหรือปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ก็เป็นมาตรการที่ค่อนข้างจำกัดจำเขี่ย ไม่ได้สัดส่วนกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนการใช้ชีวิต หรือค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นมาได้แต่อย่างใด

    — ศิริกัญญา ระบุ

    ส่วนที่เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า จะมีแหล่งเงินทุนใหม่เข้ามา คืองบประมาณปี 70 ที่กําลังจะเกิดขึ้น และมีการอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่ยังไม่มี คือ แผนการที่ต้องหาเงินมาใช้สําหรับปี 69 ที่เหลือ ว่าจะทําอย่างไร  

    ก่อนหน้านี้ ทั้งการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเองก็ดี หรือการแถลงข่าวในแต่ละครั้ง ซึ่งมีการพูดถึงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย และยังมีการพูดด้วยว่าอาจจะออกเป็นพระราชกําหนด เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นนั้น ได้ข้อสรุปล่าสุดจาก ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า จะไม่ออกเป็น พ.ร.ก. แต่จะออกเป็น พ.ร.บ.โอนงบฯ แทน 

    ดังนั้น สิ่งที่เราคาดหวัง คือมติ ครม.ครั้งต่อไป จะต้องมีการออกหลักเกณฑ์ว่า งบใดที่จะโดนตัด หรืองบใดที่จะได้ไปต่อ เพราระยะเวลางบประมาณเหลืออยู่ไม่มากแล้ว ซึ่งทางกรมบัญชีกลางได้มีการออกหนังสือเร่งรัด ให้หน่วยราชการต่าง ๆ เร่งรัดในการเบิกจ่ายงบประมาณ ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 เมษายน ซึ่งถือว่าเส้นตายของงบประมาณใดที่ยังไม่ถูกใช้ก่อนนั้น จะถูกนํามาเป็นเงินกองกลาง จากการโดนตัดหรือโอนมา เพื่อใช้สําหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

    ศิริกัญญา ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า ต้องมีมติ ครม.จริงจัง ถ้าจะใช้งบตรงนี้จริง ๆ แม้เราจะเห็นว่า เงินที่จะเหลือ หรือถูกตัดโอนมานั้น น้อยลงไปเรื่อย ๆ เป้าหมายที่จะทําให้ได้50,000 ล้านบาท ก็ยากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อระยะเวลาผ่านไป จึงเป็นความจําเป็น ที่จะต้องมองหาแหล่งงบประมาณอื่นๆ ที่ต้องนํามาใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับประชาชนโดยเร่งด่วนไม่เช่นนั้น เราต้องทนอยู่กับมาตรการเยียวยา ที่ไม่ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อนแบบทุกวันนี้ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/people-party-sirikanya-veerayooth-11apr26&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ClmFCMDecFpPrdTd0RAmT

  • ไทยยังไร้กรอบคุมโซเชียลเด็ก ต่างชาตินำร่องสะท้อนทั้งข้อดี-ข้อเสีย | เดลินิวส์

    ไทยยังไร้กรอบคุมโซเชียลเด็ก ต่างชาตินำร่องสะท้อนทั้งข้อดี-ข้อเสีย | เดลินิวส์

    เมื่อรัฐบาลกรีซภายใต้การนำของ นายคิเรียกอส มิตโซทาคิส นายกรัฐมนตรีแห่งกรีซ เตรียมประกาศมาตรการ “คุมเข้มโลกดิจิทัล” ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป นี่ไม่ใช่แค่ข่าวต่างประเทศธรรมดา แต่คือ “สัญญาณเตือนระดับโลก” ว่าปัญหาเด็กติดจอกำลังถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ

    โดยในส่วนของประเทศไทยมีความพร้อมแค่ไหน หากจะดำเนินการตามมาตรการของรัฐบาลกรีซ ซึ่งคำถามสำคัญ คือ ประเทศไทยจะ “เอาด้วย” หรือ “สวนทาง” เพราะปัจจุบันนโยบายเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กไทยยังเน้น “การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา” มากกว่าการจำกัด เช่น ผลักดัน Digital Learning AI Education แจกอุปกรณ์แท็บเล็ต ส่งเสริมทักษะดิจิทัลตั้งแต่เด็ก แต่ในอีกด้านหนึ่งปัญหาเด็กติดเกม ติดโซเชียลเพิ่มขึ้นจริง หากพูดให้ชัดเจนประเทศไทยยัง “เปิดเกมรุก” แต่ยังไม่มี “เกมรับ” ที่แข็งแรงพอ

    นอกจากนี้ ยังมีที่มาของรายงานอนาคตของการศึกษา GoStudent ปี 2025 โดยรายงานฉบับนี้ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครอง และเด็กจำนวน 5,859 คน ใน 6 ประเทศในยุโรป ได้แก่ ออสเตรีย ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เยอรมนี และสหราชอาณาจักร โดยรวมแล้ว การศึกษาครั้งนี้มีผู้ปกครอง และเด็กจำนวน 1,000 คนในสหราชอาณาจักร รวมถึงครูอีก 300 คน ให้ข้อมูลเชิงลึกที่ทันสมัยเกี่ยวกับการวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมการศึกษาด้วยการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีอัจฉริยะ อย่าง AI และเครื่องมือทางเทคโนโลยีอื่นๆ ดังนั้น เมื่อครู และนักเรียนหันมาใช้เครื่องมือดิจิทัลแทนวิธีการสอนแบบดั้งเดิม ผลกระทบที่แท้จริงของการบูรณาการเทคโนโลยีต่อการศึกษาคืออะไร ประเด็นสำคัญ ครู 75% กล่าวว่า การประเมินผลโดยใช้การจำลองสถานการณ์ควรเข้ามาแทนที่การเขียนเรียงความและการสอบ ครูในสหราชอาณาจักร 70% เชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นหัวใจสำคัญในอาชีพการงานในอนาคตของนักเรียน ครู 67% และผู้ปกครอง 59% เชื่อว่าเด็กๆ จะไม่พร้อมสำหรับโลกของการทำงานหากปราศจากการเข้าถึงระบบออนไลน์ ปัจจุบันมีนักเรียนในสหราชอาณาจักรเพียง 30% เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในห้องเรียนได้ ขณะที่ครูในสหราชอาณาจักร 59% และผู้ปกครองในสหราชอาณาจักร 51% กล่าวว่าวิธีการที่ดีที่สุด คือ การผสมผสานการสอนโดยมนุษย์เข้ากับเครื่องมือ AI

    ส่วนข้อมูลจากเว็บไซต์ childmind ระบุว่า พ่อแม่หลายคนกังวลว่าการใช้เทคโนโลยีอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กเล็ก เราทราบดีว่าเด็กก่อนวัยเรียนของเรากำลังเรียนรู้ทักษะทางสังคมและสติปัญญา ใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว และเราไม่อยากให้การใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่กับอุปกรณ์ดิจิทัลไปขัดขวางพัฒนาการนั้น แต่ช่วงวัยรุ่นก็เป็นช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีน้อยคนนักที่ใส่ใจว่าการใช้เทคโนโลยีของวัยรุ่น ซึ่งเข้มข้นและใกล้ชิดกว่าการที่เด็กอายุ 3 ขวบเล่นโทรศัพท์มือถือของพ่อส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างไร ที่จริงแล้ว ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่า สื่อสังคมออนไลน์และข้อความที่กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตวัยรุ่นกำลังส่งเสริมความวิตกกังวลและลดความนับถือตนเอง ดังนั้นแนวโน้มข้อเสียของการใช้โซเชียลในเด็กจะมีมากกว่าข้อดี จึงต้องมีควบคุมให้เหมาะสม

    มาฟังเสียงจากนักวิชาการด้านเด็กอย่าง ผศ.ดร.ยศวีร์ สายฟ้า คณบดีคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีหลายประเทศที่ดำเนินการมาแล้วอย่างประเทศฟินแลนด์ และออสเตรเลีย แต่เท่าที่ตนศึกษาข้อมูลเหล่านี้ ประเทศที่ออกมาตรการควบคุมการใช้เทคโนโลยีสำหรับเด็ก เป็นการทำเชิงนโยบายรูปแบบ “โครงการนำร่อง” (Pilot Project) เพื่อทดสอบผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้จริงในวงกว้าง ทั้งนี้ ตนมองว่านโยบายดังกล่าวยังต้องติดตามผลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทุกนโยบายย่อมมีทั้งผลเชิงบวกและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมา ซึ่งนโยบายลักษณะนี้ของรัฐบาลกรีซจึงอาจมีเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็กได้ทำกิจกรรมอื่นๆ มากขึ้น หรือส่งเสริมให้รู้เท่าทัน และใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม

    ผศ.ดร.ยศวีร์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการดำเนินนโยบายในลักษณะดังกล่าวอย่างจริงจัง แม้ในทางปฏิบัติโรงเรียนส่วนใหญ่จะมีการกำหนดให้เก็บอุปกรณ์สื่อสารระหว่างเวลาเรียน หรืออนุญาตให้ใช้เฉพาะเพื่อการเรียนการสอนเท่านั้น อีกทั้งไทยยังขาดข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของเด็กว่า อยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือมากเกินไป ซึ่งตนเห็นว่าควรมีการศึกษาวิจัยและสำรวจข้อมูลอย่างเป็นระบบก่อน เพื่อให้เข้าใจปัญหาที่แท้จริงของบริบทไทย และนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องยึดตามแนวทางของต่างประเทศ เพราะเราก็ต้องมองว่าประเทศกรีซพบปัญหาแบบไหนถึงมีการกำหนดมาตรการการคุมการใช้โซเชียลของเด็ก

    ขณะที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ในฐานที่กำกับดูแลกระทรวงด้านสังคม กล่าวว่า เรื่องนี้หากจะดำเนินการต้องมีการสื่อสารอย่างชัดเจน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งเราต้องแยกการใช้เทคโนโลยีระหว่างการเล่นและการเรียนรู้ด้วย ซึ่งจะต้องมีแนวทางปฎิบัติที่รอบคอบ เนื่องจากบริบทของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้จะต้องมีการศึกษาและวิจัยเรื่องดังกล่าวอย่างรอบด้าน

    ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เรื่องนี้ต้องดูบริบทการใช้งาน เพราะการใช้เทคโนโลยีมากไปก็อาจทำให้ส่งผลเสีย แต่หากเราจะไม่มีการใช้เทคโนโลยีเลย แต่การค้นคว้าบางอย่างอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งการใช้เทคโนโลยีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นหากจะดำเนินการตามรูปแบบของรัฐบาลกรีซเราต้องศึกษาอย่างรอบด้าน

    ในยุคที่อัลกอริทึมถูกออกแบบมาให้ “เสพติด” การปล่อยให้เด็กเผชิญลำพังอาจไม่ยุติธรรม หากเราไม่จำกัดหน้าจอ…หน้าจออาจกำลังจำกัดอนาคตเด็ก.

    “ทีมข่าวการศึกษา”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5772576/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3M2HrVhmgz7TWWvElXm_qc

  • “ทหารไทย” คว้ารางวัลเกียรติยศสูงสุด นายร้อยแซนด์เฮิสต์ อังกฤษ

    “ทหารไทย” คว้ารางวัลเกียรติยศสูงสุด นายร้อยแซนด์เฮิสต์ อังกฤษ

    วันนี้ (11 เม.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงาน ร.ต.รวิชญ์ วาณิชยากรกุล นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 60 (ตท.60) นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯรุ่น 71 (จปร.71) สังกัด ร.2 พัน.1 รอ. ได้รับรางวัล International Sword เมื่อจบการศึกษา ณ โรงเรียนนายร้อย Sandhurst

    รางวัล International Sword คือ รางวัลเกียรติยศสูงสุด ที่มอบให้กับนักเรียนนายร้อยต่างชาติ (International Officer Cadet) ที่เข้าศึกษาหลักสูตรนายทหารสัญญาบัตร ณ โรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิสต์ (Royal Military Academy Sandhurst – RMAS) สหราชอาณาจักร

    โดยรางวัลจะมอบให้กับนักเรียนนายร้อยจากต่างชาติ ที่มีความโดดเด่นและทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดในรุ่น (Best of the Intake) โดยพิจารณาจากผลการประเมินด้านความเป็นผู้นำ ความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงทัศนคติตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม 44 สัปดาห์

    “ทหารไทย” คว้ารางวัลเกียรติยศสูงสุด นายร้อยแซนด์เฮิสต์ อังกฤษ

    รางวัล International Sword ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมแห่งรัฐคูเวต เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ Sheikh Ali Al Sabah อดีต รมว.กลาโหมของคูเวต

    รางวัลนี้จะถูกส่งมอบให้ในพิธีสวนสนาม Sovereign’s Parade ซึ่งเป็นพิธีจบการศึกษาอย่างเป็นทางการของนักเรียนนายร้อย ในแต่ละปีมีนักเรียนนายร้อยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก (รวมถึงประเทศไทย) ถูกส่งไปศึกษาที่สถาบันแห่งนี้ การได้รับรางวัล International Sword จึงถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสิ่งยืนยันถึงความมุ่งมั่น ความเป็นผู้นำ และความสามารถทางทหาร ของนายทหารสัญญาบัตรไทยในระดับสากล

    “ทหารไทย” คว้ารางวัลเกียรติยศสูงสุด นายร้อยแซนด์เฮิสต์ อังกฤษ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายฮุน มานี รองนายกฯกัมพูชา โพสต์ ข้อความแสดงความยินดีกับบุตรชาย HUN Chan Panha Both หลาน ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่เรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิสต์ ว่า

    “พ่อสุดภูมิใจในตัวลูกความสำเร็จในวันนี้ จะเป็นการเตรียมตัวลูกชายไปสู่ และไม่สงสัยเลยว่า ลูกจะประสบความสำเร็จ”

    เดินทางสงกรานต์ 2569 ไม่สะดุด เช็ก 4 เส้นทางแนะนำ เลี่ยงรถติด

    วันแรก 7 วันอันตรายช่วงสงกรานต์ อุบัติเหตุ 135 ครั้ง เสียชีวิต 20 คน

    สื่อนอกจับตาประเด็นหารือ หลังผู้แทนจาก 2 ชาติเดินทางถึงปากีสถานแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504538&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JhxRwWED5BFUABMbzBb7_

  • ‘กรณ์’ สรุปข้อสังเกต 5 รมต. หลังจบเวทีชำแหละนโยบาย

    ‘กรณ์’ สรุปข้อสังเกต 5 รมต. หลังจบเวทีชำแหละนโยบาย

    11 เมษายน 2569 – นายกรณ์ จาติกวณิช สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่าสรุปข้อสังเกตของผมจากคำชี้แจงคณะรัฐมนตรี ในการอภิปรายนโยบายที่เพิ่งผ่านไป

    1. รมต.เอกนัฏ – พลังงาน

    คุณขิงเน้นตอนท้ายว่า “ไม่กลัว ไม่เกรงใจนายทุน” แต่ไม่ได้ขยายประเด็นว่าทำไมถึงได้เจรจาส่วนลดค่าการกลั่นลงมาได้เพียงแค่ 2 บาท ในขณะที่ปัจจุบันค่าการกลั่นอยู่ที่ประมาณ 16 บาท สูงกว่าระดับที่คุณเอกนัฏบอกว่าเป็นระดับปกติถึง 14 บาท

    และที่สร้างความแปลกใจคือ การที่คุณเอกนัฏ ไม่ยอมลุกขึ้นชี้แจงว่า หากไม่เกรงใจนายทุนจริง ขอให้ชี้แจงว่ามีนโยบายอย่างไรในการแก้โครงสร้างสัญญาซื้อไฟและก๊าซ LNG ของรัฐ เพื่อลดช่องโหว่ที่ที่เอกชนจะทำกำไรได้มหาศาลจากราคาก๊าซที่กำลังสูงขึ้น และในไม่ช้าจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

    1. รมต.สุริยะ – เกษตร

    คุณสุริยะลุกขึ้นชี้แจงประเด็นการซื้อเครื่องบินจากนาย Ben Smith ว่าซื้อจริง ชำระผ่านธนาคารกรุงเทพ (เพื่อจ่ายเข้าบัญชีธนาคาร BIC กัมพูชาของยิมเลียกมือขวาเบนสมิธ) เมื่อจ่ายแล้วไม่รู้ว่าเงินไปไหนต่อ และตอนนั้นไม่รู้ว่า Ben Smith เป็นใคร

    ประเด็นคำถามที่ผมตั้งไว้คือ ท่านนายกฯ ได้ตรวจหรือยังว่าเงินที่ใช้ชำระมาจากไหน และเมื่อจ่ายแล้วไปที่ไหนต่อ เพราะการซื้อเครื่องบินมีผลทำให้คุณสุริยะช่วยนาย Ben Smith ฟอกเงินสำเร็จ! สิ่งที่ต้องสืบคือ เจตนาช่วยหรือไม่ และวิธีสืบคือตามเส้นทางเดินของเงิน

    1. รมต.ประเสริฐ – ศึกษาฯ

    เอาตามตรงผมว่าช่วงที่คุณประเสริฐชี้แจงเฉพาะเรื่องการศึกษาท่านพูดได้ดี

    แต่ตอนท้ายที่ตอบเรื่องบทบาทในการลงนาม MoU กับนาย Ben Smith ฟังไม่ขึ้นเลย

    คุณประเสริฐบอกว่า ไปสอบปากคำกับ DSI ในฐานะพยาน – อาจจะจริงครับ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายคือ DSI ตั้งข้อกล่าวหาและยื่นเรื่องให้ ปปช. สอบสวนบนฐานความผิดมาตรา 157 ส่วนที่บอกว่า ‘ปปช. ไม่เคยกล่าวหา’ – ก็ถูกครับ คือตอนนี้ ปปช. อยู่ในช่วงพิจารณาหลักฐานว่าจะชี้มูลความผิดหรือไม่

    ส่วนเรื่องที่บอกว่า กรณีสแกนม่านตาเกิดขึ้นทีหลังการลงนาม MoU นั้น เป็นการหลบแบบศรีธนนชัยครับ เพราะข้อกล่าวหาคือ MoU หละหลวมในการเปิดพื้นที่ sandbox ที่ไม่มีการควบคุมตามกฎหมาย PDPA จึงทำให้ ’scan ม่านตา‘ เกิดได้

    ประเด็นของผมในกรณีคุณสุริยะ และคุณประเสริฐคือ ทั้งสองท่านควรมีโอกาสพิสูจน์ตนเอง แต่วันนี้ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ ดังนั้นการที่คุณอนุทินตั้งทั้งสองท่านเป็นรัฐมนตรี สะท้อนความจริงว่าคุณอนุทินไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงพอกับการต่อสู้กระบวนการทุนเทาที่ฝังลึกในสังคมชั้นสูงของไทย การเอาเรื่องกับ scammer คนต่างชาตินั้นต้องทำครับ แต่การเอาเรื่องกับคนใกล้ตัวคนไทยนี่แหละคือบทพิสูจน์ความจริงใจ

    1. รมต.ศุภจี – พาณิชย์

    ”ล้งกลาง“ ไม่เคยพูด แต่พูดว่า “ล้งชุมชน”?? เป็นการแก้ตัวที่แปลก เพราะแม้กองเชียร์ยังคงงง เพราะไม่นานมานี้พวกเขายังเพิ่งตบมือเชียร์วลี ‘ไม่กลัวล้งจีนแต่จะทำล้งกลางมาสู้’ ในคลิปที่ใครๆก็หาดูได้

    ส่วนการอ้างว่าราคานํ้ามะพร้าวตอนนี้ “7-10บาท” ผมว่าน่าเป็นห่วงมากกว่า เพราะอาจสะท้อนความไม่เข้าใจความต่างระหว่าง ‘ราคาหน้าสวน’ (ตอนนี้ 3-4 บาท) และ ‘ราคาหน้าโรงงาน‘ (ตอนนี้ 6-7 บาท)

    1. รมต.เอกนิติ – คลัง

    เราคิดต่างกันในประเด็นการลดภาษีสรรพสามิต – ในสถานการณ์ปัจจุบัน คุณเอกนิติมองว่าเงินอยู่ในกระเป๋ารัฐบาลดีกว่า ส่วนผมมองว่าแบ่งกลับมาให้อยู่ในกระเป๋าประชาชนดีกว่า ส่วนที่ท่านบอกว่า เดี๋ยวจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล

    ผมขอตอบว่า ไม่เคยขอให้ลดค่าใช้จ่ายเรื่องนั้น แต่ผมเชื่อว่ามีเรื่องอื่นที่ลดได้แน่นอน และหากจะเอาประเด็นรักษาพยาบาลมาอ้าง ท่วนควรต้อง EarMark ภาษีตรงจากสรรพาสามิตน้ำมันตรงไปยังการรักษาพยาบาลได้เลย เหมือนกับสมัยที่ทำงานร่วมกัน เราเคยแชร์ไอเดียกันในเรื่อง EarMark ภาษีมรดก ตรงไปเป็นทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/978717/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WjO23rsfCJ9Lur9NPieCe

  • ส่องขุมทรัพย์ ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี อายุน้อยที่สุด

    ส่องขุมทรัพย์ ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี อายุน้อยที่สุด

    “กวาง ไตรศุลี ไตรสรณกุล” ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการการเมืองไทย ทายาทบ้านใหญ่ศรีสะเกษ ผู้สร้างประวัติศาสตร์เลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุด

    ประวัติและภูมิหลัง: ลูกไม้ใต้ต้นจากศรีสะเกษ

    นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล หรือที่รู้จักในชื่อเล่นว่า “กวาง” ปัจจุบันอายุ 36 ปี เธอคือทายาทของตระกูลการเมืองระดับแถวหน้าของจังหวัดศรีสะเกษ โดยเป็นบุตรสาวของ นายวิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ศรีสะเกษ ผู้ครองตำแหน่งยาวนานถึง 5 สมัย

    ด้วยการเติบโตมาในครอบครัวนักการเมือง ทำให้เธอซึมซับการทำงานเพื่อประชาชนมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะบ่มเพาะความรู้ทางวิชาการจนจบการศึกษาจาก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการก้าวเข้าสู่สนามการเมืองจริง

    เส้นทางสายการเมือง: จากรองโฆษกฯ สู่บทบาทมือขวาคนสำคัญ

    เส้นทางในสภาของ “กวาง ไตรศุลี” เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2562 แม้ในการเลือกตั้งครั้งนั้นเธอจะไม่ได้ดำรงตำแหน่ง ส.ส. แต่ด้วยความรู้ความสามารถและการนำเสนอที่โดดเด่น ทำให้เธอได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

    ในช่วงเริ่มต้น เธอสามารถพิสูจน์ตัวเองภายใต้แรงกดดันมหาศาล ปรับตัวและเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่ประชาชนคุ้นตา และได้รับความยอมรับอย่างสูงจาก คุณอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

    ก้าวสำคัญ: เลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุด

    ความไว้วางใจที่ได้รับส่งผลให้เธอขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อช่วยงานคุณอนุทินโดยตรง ก่อนจะสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในเส้นทางอาชีพ ด้วยการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนี้ที่มีอายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา 

    ล่าสุด วันนี้ (11 เม.ย. 69) ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอจำนวน 2 ตำแหน่ง หนึ่งในนั้นมี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รวมอยู่ด้วย

    เปิดรายได้ธุรกิจ ไตรศุลี ไตรสรณกุล

    Sanook Money ตรวจสอบข้อมูลจาก creden data จากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูลบริษัทครบวงจร พบว่า ไตรศุลี ไตรสรณกุล มีรายชื่อปรากฎเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริษัท 4 แห่ง และถือหุ้นจำนวน 3 รายการ มูลค่าหุ้นทั้งหมด 1,874,574 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

    ห้างหุ้นส่วนจำกัด กันทรลักษ์ธุรกิจ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2556 พบรายชื่อนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ดำเนินธุรกิจ ประกอบกิจการ ประกอบธุรกิจรับจัดไฟแนนซ์ ปัจจุบันทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

    • ปี 2563 รายได้ 1,958,245.00 บาท กำไร 679,726.87 บาท
    • ปี 2564 รายได้ 1,840,432.89 บาท กำไร 685,614.84 บาท
    • ปี 2565 รายได้ 1,722,031.35 บาท กำไร 607,066.02 บาท
    • ปี 2566 รายได้ 1,549,046.09 บาท กำไร 490,199.10 บาท
    • ปี 2567 รายได้ 2,506,232.77 บาท กำไร 818,831.20 บาท

    ปี 2567 สินทรัพย์รวม 70,042,998.22 บาท หนี้สินรวม 60,626,394.08 บาท


    ห้างหุ้นส่วนจำกัด ขุขันธ์ผลิตภัณฑ์คอนกรีต จดทะเบียนเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2559 พบรายชื่อ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ และถือหุ้นจำนวน 500,000 หุ้น (10.00%)มูลค่าหุ้น : 347,207 บาท ดำเนินธุรกิจการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ ปัจจุบันทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

    • ปี 2563 รายได้ 17,503,322.33 บาท กำไร 17,621.86 บาท
    • ปี 2564 รายได้ 8,661,800.86 บาท กำไร 20,733.52 บาท
    • ปี 2565 รายได้ 3,840,567.685 บาท ขาดทุน 377,350.38 บาท
    • ปี 2566 รายได้ 1,709,537.39 บาท ขาดทุน 1,009,406.39 บาท
    • ปี 2567 รายได้ 694,115.83 บาท ขาดทุน 776,635.78 บาท

    ปี 2567 สินทรัพย์รวม 6,576,867.50 บาท หนี้สินรวม 3,104,799.99 บาท


    บริษัท ดับเบิ้ลที กรุ๊ป จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2559 พบรายชื่อ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริษัท ดำเนินธุรกิจกิจกรรมบริการเพื่อการบริหารสำนักงานแบบเบ็ดเสร็จ ปัจจุบันทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

    • ปี 2563 รายได้ 1,474,154.20 บาท กำไร334,947.61 บาท
    • ปี 2564 รายได้ 4,395,910.72 บาท กำไร 1,181,142.80 บาท
    • ปี 2565 รายได้ 5,290,588.54 บาท กำไร 1,329,625.30 บาท
    • ปี 2566 รายได้ 5,927,424.28 บาท กำไร 1,828,511.61 บาท
    • ปี 2567 รายได้ 7,835,968.82 บาท กำไร 2,150,923.57 บาท

    ปี 2567 สินทรัพย์รวม 19,862,886.21 บาท หนี้สินรวม 8,052,110.32 บาท


    ห้างหุ้นส่วนจำกัด ท่าทรายทรัพย์ทวี จดทะเบียนเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2557 พบรายชื่อ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ และถือหุ้นจำนวน 1,400,000 หุ้น (35.00%) มูลค่าหุ้น : 1,450,257 บาท ดำเนินธุรกิจจำหน่ายทราย ทุนจดทะเบียน 4,000,000 บาท ปัจจุบันมีสถานภาพกิจการเป็น เสร็จการชำระบัญชี ณ วันที่ 5 มี.ค. 2563


    นอกจากนี้ ยังพบว่า นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ยังถือหุ้นบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีศรีสะเกษ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจการจัดการแสดงทางธุรกิจและการแสดงสินค้า โดยถือหุ้นจำนวน 100 หุ้น (2.50%) มูลค่าหุ้น : 77,110 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/949484/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eiRS_vsx1k2EqCHL5iVym

  • ตชด.จัดสัมมนาครูใหญ่ทั่วประเทศ ครั้งที่ 45 ยกระดับการศึกษาเด็กชายแดน รับโลกยุคใหม่ | เดลินิวส์

    ตชด.จัดสัมมนาครูใหญ่ทั่วประเทศ ครั้งที่ 45 ยกระดับการศึกษาเด็กชายแดน รับโลกยุคใหม่ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 69 ที่โรงแรมเดอะ รอยัล ริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร พลตำรวจโท รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ประจำปี 2569 ครั้งที่ 45 โดยมี นายจตุพร ตันติสุนทร ผู้แทนโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ผู้บังคับบัญชา ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ ร่วมพิธี

    การประชุมสัมมนาฯ ครั้งนี้ โครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยงานร่วมสนองงานโครงการตามพระราชดำริจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย. มีผู้บังคับบัญชา ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและบุคลากรทางการศึกษาของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เข้าร่วมประชุม จำนวน 297 คน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ตลอดจนมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันในการบริหารงานด้านการศึกษา และกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนต่อไป โดยมีกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้ สัมมนากลุ่ม โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากโครงการส่วนพระองค์ฯ บรรยายในเรื่องที่สำคัญ อาทิ การฝึกอาชีพ ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน การแก้ไขปัญหา การฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทยของนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เป็นต้น และในการนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนายังได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ในหัวข้อ Up skill การเงิน ตชด. ยุคใหม่ อยู่รอด อยู่ดี อยู่ยาว, AI กับการพัฒนาการเรียนรู้ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน, ภาวะผู้นำกับการบริหารงานโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในสถานการณ์โลกปัจจุบัน

    ทั้งนี้ ในวันที่ 13 เม.ย. 69 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้เข้าร่วมการสัมมนา ผู้บังคับบัญชาพร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานและผู้สนับสนุนโครงการตามพระราชดำริ เฝ้าฯ ณ ศาลาดุสิดาลัย อีกด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5774312/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2e0rPMnqZnPcQD8gc9r5yV

  • สำคัญมาก “กระทรวงศึกษาฯ” สั่งการล่าสุด ไปถึงทุกโรงเรียนแล้ว

    สำคัญมาก “กระทรวงศึกษาฯ” สั่งการล่าสุด ไปถึงทุกโรงเรียนแล้ว

    1. ปลดล็อกระเบียบสถานศึกษาที่ไม่จำเป็น หั่นค่าใช้จ่ายทันที

    ขอความร่วมมือสถานศึกษาทั่วประเทศพิจารณาลดค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมอนุโลมให้ผ่อนผันการชำระเงินได้ นอกจากนี้ ยังปรับลดข้อบังคับด้านเครื่องแต่งกายให้มีความยืดหยุ่น เพื่อลดการซื้อใหม่ให้มากที่สุด ได้แก่

    – ชุดนักเรียน: อนุโลมให้ใส่ชุดเดิมได้แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายโรงเรียน และให้โรงเรียนพิจารณาเพิ่มสัดส่วนวันใส่ชุดพละหรือชุดไปรเวทสุภาพ

    – ชุดลูกเสือ-เนตรนารี: ไม่บังคับซื้อชุดเต็มยศ อนุโลมให้ใส่เพียง “ผ้าผูกคอและหมวก” ร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้

    – กระเป๋าและรองเท้า: ไม่จำกัดรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องมีตราโรงเรียน แต่สุภาพ สามารถใช้ของเดิมหรือแบบใดก็ได้ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

    – การปักเสื้อนักเรียน: ขอความร่วมมือเปลี่ยนจากการปักชื่อ-นามสกุลเต็ม เป็นการปักเพียง “อักษรย่อโรงเรียน” เพื่อลดค่าปัก ยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้า และยังสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

    – มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียน: สามารถออกแบบกิจกรรมและออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างอิสระ โดยยึดประโยชน์ของนักเรียนเป็นที่ตั้ง

    2. จัดหาและตรึงราคาอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น

    มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เข้ามาดูแลการจัดหาหนังสือ แบบเรียน เครื่องเขียน และอุปกรณ์การเรียน นำมาจัดจำหน่ายใน “ราคาควบคุม” โดยเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นต่อการเรียนรู้จริง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองให้ตรงจุด

    3. บูรณาการข้ามกระทรวง แก้วิกฤตค่าครองชีพระดับมหภาค

    ศธ. เร่งประสานงานทำงานร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานรัฐอื่น ๆ อาทิ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมกันออกแบบมาตรการลดค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ควบคู่ไปกับมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมด้านอื่น ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือกระจายไปถึงมือทุกครอบครัวอย่างแท้จริง

    ข้อมูล : สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

    กราฟิก : ศศิวัฒน์ แป้นคุ้มญาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tnews.co.th/social/social-news/648253&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cdmVGZ8jyoJcZxPSXcaQ_