Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • จัดชุดใหญ่!! คลังออกมาตรการช่วยเหลือปชช.-SME-เกษตรกร บรรเทาผลกระทบตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    จัดชุดใหญ่!! คลังออกมาตรการช่วยเหลือปชช.-SME-เกษตรกร บรรเทาผลกระทบตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้มีมติเห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบและป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ดังกล่าว ที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น (Stagflation) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน

    รัฐบาลจึงได้มี (1) มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนกลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่ง และเกษตรกร ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง รวมทั้ง (2) มาตรการสนับสนุนให้ประชาชนและผู้ประกอบการปรับตัว (Transform) และหันมาใช้พลังงานสะอาดทดแทนน้ำมันให้มากขึ้น และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและภาคการเกษตรที่เป็นต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของประเทศ ให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจและการทำการเกษตร โดยรัฐบาลคาดหวังว่ามาตรการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวจะเป็นการแบ่งเบาภาระและช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกร ซึ่งจะช่วยลดการส่งผ่านภาระต้นทุนไปสู่ผู้บริโภค

    โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ธนาคารออมสิน ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สำหรับการปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน (โครงการสินเชื่อปรับตัวเพื่อความยั่งยืนฯ) วงเงินโครงการ 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ประชาชนในการปรับตัวด้านพลังงาน เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) การจัดซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV เป็นต้น วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 5 ปี โดยมีดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570

    ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อประหยัดพลังงาน ประกอบด้วย

    (1) สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง และซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบพลังงานทดแทน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น2.20% ต่อปี ระยะเวลาการกู้สูงสุด 40 ปี ยื่นรับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 เมษายน 2569

    (2) สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง และรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองคุณสมบัติบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.69 ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลาการกู้สูงสุด 40 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569

    (3) สินเชื่อ Solar Roof สำหรับลูกค้าสวัสดิการที่หน่วยงานทำข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้ที่อยู่อาศัย ที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อซื้อ Solar Roof วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท

    *มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคการเกษตร

    ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต วงเงินสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต และมีการอบรม/เรียนรู้ทักษะที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการวิเคราะห์การใช้ปุ๋ยให้เหมาะกับสภาพดิน พืช และพื้นที่ด้วย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี ทั้งนี้ เมื่อเกษตรกรผู้กู้ปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข รัฐบาลจะชำระดอกเบี้ยแทนเกษตรกร 3% ต่อปี วงเงินสินเชื่อต่อรายสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ ไม่เกิน 12 เดือน ระยะเวลาโครงการ 3 ปี

    *มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับผู้ประกอบการ

    – คู่สัญญาภาครัฐ : กรมบัญชีกลาง ได้ผ่อนปรนเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง เช่น

    กรณีที่ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ ให้ถือว่ามีเหตุผลสมควรและไม่เป็นผู้ทิ้งงานพร้อมคืนหลักประกัน สำหรับสัญญาที่ลงนามแล้วหากได้รับผลกระทบอาจเจรจาหยุดงานชั่วคราวได้ตามความเหมาะสม

    กรณีที่ลงนามสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน หน่วยงานของรัฐสามารถใช้ดุลยพินิจเลิกสัญญาและคืนหลักประกันได้ เป็นต้น

    พร้อมทั้งขยายราคากลางงานก่อสร้างของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลให้อยู่ที่อัตรา 51.00 – 69.99 บาทต่อลิตร เพื่อให้การคำนวณราคากลางสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

    สำนักงบประมาณได้ดำเนินการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ เร่งรัดการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างของสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ที่ได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว รวมทั้งปรับปรุงและทบทวนเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณสัญญาแบบปรับราคาได้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันและราคาวัสดุ

    – มาตรการสำหรับ SMEs : กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงิน 100,000 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนเพื่อปรับตัว (Transformation) ทั้งในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดิจิทัล เทคโนโลยี เป็นต้น สามารถขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าวนี้ได้ น

    นอกจากนี้ ยังมีโครงการสินเชื่อ SME Green Productivity ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นเงินลงทุน และ/หรือเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในการยกระดับและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งโครงการดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบการที่มีกระบวนการผลิตหรือเทคโนโลยีลดการใช้พลังงาน ระบบพลังงานทดแทน และเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และรถสมัยใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำ โดยอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย

    ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ได้มีมาตรการ EXIM Support Plus เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ส่งออกไทยที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงหรือทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าวที่ทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น โดยคิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย 4.00%ต่อปี และยังมีโครงการประกันการส่งออกด้วยอัตราเบี้ยประกันพิเศษสำหรับประกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง

    นอกจากนี้ ครม.ได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณดำเนินการพิจารณาลดการใช้งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นงดการเดินทางไปศึกษาดูงาน หรือฝึกอบรมในต่างประเทศ และปรับรูปแบบการดำเนินการเป็นการศึกษาดูงานหรือจัดกิจกรรมภายในประเทศแทน รวมทั้งลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยให้มีการปฏิบัติหน้าที่จากที่พักอาศัยของตนเอง (Work From Home) ในส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน เพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรของภาครัฐ

    รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งมั่นดำเนินมาตรการข้างต้นเพื่อเร่งบรรเทาผลกระทบให้แก่เกษตรกรรายย่อย ประชาชน และผู้ประกอบการให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจผ่านการสร้างนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการ และวางรากฐานให้ภาคธุรกิจฟื้นตัวและขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างยั่งยืนและครอบคลุมในทุกมิติ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/584872&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LwLgoTYJ5L5uR_qpjYleu

  • ครม.จัดชุดใหญ่! ไฟเขียวงบเติมเงินบัตรคนจน ซื้อรถอีวี ช่วยค่าน้ำมันขนส่ง ตรึงราคาสินค้า | เดลินิวส์

    ครม.จัดชุดใหญ่! ไฟเขียวงบเติมเงินบัตรคนจน ซื้อรถอีวี ช่วยค่าน้ำมันขนส่ง ตรึงราคาสินค้า | เดลินิวส์

    วันที่ 11 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติอนุมัติงบจากหลายแหล่งเงิน เป็นจากงบกลางกว่า 7,742 ล้านบาท โดยในส่วนกระทรวงการคลัง ดูแลกลุ่มเปราะบาง 6,022.85 ล้านบาท เป็นงบเดิม 4,700 ล้านบาท และงบกลางก้อนใหม่ 1,322.85 ล้านบาท ใช้เติมเงินผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.22 ล้านคน เพิ่มอีก 100 บาท ในวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจาก 300 บาท เป็น 400 บาท นาน 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.-12 พ.ค. 69

    นอกจากนี้ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ให้ธนาคารและนอนแบงก์ ดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี เพื่อปล่อยกู้ต่อให้ประชาชนปรับตัวเพื่อความยั่งยืนด้านพลังงาน เช่น ซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือรถอีวี และติดตั้งโซลาร์เซลล์ เป็นต้น วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย นาน 5 ปี คิดดอกเบี้ยพิเศษ ยื่นขอได้ถึงวันที่ 31 มี.ค. 70

    ส่วนธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มีสินเชื่อดกอเบี้ยพิเศษ สนับสนุนเปลี่ยนผ่านประหยัดพลังงาน เช่น สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.20% ต่อปี กู้ถึงวันที่ 30 เม.ย. 69, บ้านเบอร์ 5 ดอกเบี้ยคงที่ 2.69% ต่อปี ยื่นกู้ได้ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 69 และสินเชื่อโซลาร์รูฟ วงเงินไม่เกิน 300,000 บาท ขณะที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงิน 30,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย คิดดอกเบี้ย 6% ต่อปี โดยรัฐบาลช่วยจ่าย 3% และเกษตรกร 3%

    ด้านกลุ่มช่วยเอสเอ็มอี กระทรวงการคลังร่วมธนาคารออมสิน ออกซอฟต์โลน 100,000 ล้านบาท และสินเชื่อจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เพื่อปรับเปลี่ยนสู่ธุรกิจสีเขียว และมาตรการของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ในการช่วยผู้ส่งออกผ่านเบี้ยประกันพิเศษ

    นายเอกนิติ กล่าวว่า กลุ่มคู่สัญญาภาครัฐถ้าได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง กรมบัญชีกลางให้ยกเลิกได้โดยไม่เป็นผู้ทิ้งงาน และคืนหลักประกันให้ด้วย ส่วนคนลงนามไปแล้วและได้รับผลกระทบ ให้เจรจาได้ตามความเหมาะสม ส่วนคนลงนามแต่ยังไม่เริ่มงาน ให้ภาครัฐใช้ดุลพินิจในเรื่องสัญญา พร้อมขยายราคากลางงานก่อสร้างของราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 51-69.99 บาทต่อลิตร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

    ขณะเดียวกัน ในที่ประชุมยังเห็นชอบปฏิทินงบประมาณปี 70 จะทำให้ทันในเดือน ก.ย. 69 และนายกรัฐมนตรีย้ำขอให้หน่วยงานหลัก เร่งทำงบฯ และพิจารณาลดใช้งบประมาณของภาครัฐที่ไม่จำเป็น เช่น ศึกษาดูงาน อบรมต่างประเทศ ลดใช้พลังงานหน่วยงานภาครัฐ เวิร์กฟรอมโฮม เพื่อลดค่าใช้จ่าย

    “มาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ กลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่ง เกษตรกร เพื่อบรรเทาผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง เป็นวิกฤติทั้งโลก ส่งผลให้เกิดวิกฤติพลังงาน ประเมินว่ามีแนวโน้มไปสู่วิกฤติสินค้าและราคาสินค้า”

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ครม. อนุมัติงบกลาง 260.60 ล้านบาท เป็นโครงการธงเขียวราคาประหยัดพลัส จัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิตในราคาประหยัด ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ช่วยลดต้นทุนเกษตรกรได้ 150 ล้านบาท เช่น ช่วยเหลือค่าปุ๋ยเพิ่มจากเดิม 200 บาท เป็น 300 บาท จำกัด 5 กระสอบ ถ้ามีบัตรดินดี ให้เพิ่มอีก 1 กระสอบ เป็น 6 กระสอบ และมีให้คูปองช่วยค่าปุ๋ยอินทรีย์ รวมทั้งหมดสูงสุด 2,100 บาทต่อคน

    นอกจากนี้มีโครงการเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน ผ่านงานธงฟ้า รถโมบาย และรถพุ่มพวง จัดทั่วประเทศ คาดช่วยลดภาระประชาชน ไม่น้อยกว่า 228 ล้านบาท รวมทั้งมีอุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียนราคาพิเศษ และโครงการไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้เอสเอ็มอีไทย จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ คาดสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท โดยมีคูปองลดราคา 500,000 ใบ จะคัดเลือกเอสเอ็มอีที่มีการผลิตจริง และมีมาตรฐาน มีความพร้อมขึ้นออนไลน์ และจัดตลาดนัด 1,000 แห่ง นำสินค้าเกษตรสินค้าชุมชนมาวางขายผ่านปั๊มน้ำมัน

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ครม. อนุมัติงบกลาง 1,458 ล้านบาท และใช้งบกองทุนเพื่อความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน หรือกองทุนเลขสวยอีก 601 ล้านบาท รวมเป็นงบที่ใช้ 2,060 ล้านบาท ช่วยดูแลรถ 467,507 คัน อุดหนุนค่าน้ำมัน 42 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 พ.ค. 69 แบ่งเป็น ผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับรถรับจ้างที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 180,332 คัน และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแบบไม่ประจำทาง 287,175 คัน โดยการโอนเงิน จะเป็นการจ่ายผ่านพร้อมเพย์ แก่ผู้ประกอบการที่มีชื่อในระบบของกระทรวงคมนาคม และจะมีการเปิดให้แจ้งข้อมูลในลำดับต่อไป

    “จะอุดหนุนค่าน้ำมัน เช่น รถรับจ้าง รถบรรทุก รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถโดยสารสาธารณะ รถบัส รถมินิบัส รถตู้โดยสาร รถสองแถว มินิบัส รถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถขนส่งสินค้า เพื่อช่วยเหลือไม่ให้ปรับราคาขึ้นจนกระทบผู้โดยสาร”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5773816/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iGN8iM3ALQuEtEAABUzDO

  • ปั้นเถ้าแก่น้อย! เปิดร้าน “ฮักฮอมราชประชา” สนามฝึกธุรกิจจริงเด็กเชียงแสน | TOPNEWS

    ปั้นเถ้าแก่น้อย! เปิดร้าน “ฮักฮอมราชประชา” สนามฝึกธุรกิจจริงเด็กเชียงแสน | TOPNEWS

    โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 เปิดตัวร้าน “ฮักฮอมราชประชา” ศูนย์บ่มเพาะนักธุรกิจน้อย มุ่งฝึกประสบการณ์อาชีพจากการเรียนรู้จริง พร้อมเปิดพื้นที่ขายสินค้าฝีมือนักเรียนและชุมชน

    วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. นายสายัญ โพธิ์สุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 เป็นประธานในพิธีเปิดร้าน “ฮักฮอมราชประชา” บ่มเพาะนักธุรกิจน้อยในโรงเรียนเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในการส่งเสริมทักษะอาชีพ การบริหารจัดการ และเป็นการฝึกประสบการณ์จริงให้แก่นักเรียน ตลอดจนเป็นพื้นที่ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของนักเรียนและชุมชนฯ ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 (เวียงเก่าแสนภูวิทยาประสาท) อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

    ดร.อนวัช อุ่นกอง ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15(เวียงเก่าแสนภูวิทยาประสาท) กล่าวว่า ทางโรงเรียนได้เล็งเห็นว่าอาชีพถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต การฝึกให้นักเรียนรู้จักการประกอบอาชีพตั้งแต่เด็ก จะสามารถช่วยสร้างจิตสำนึกให้นักเรียน รู้จักการประกอบอาชีพ ทั้งยังช่วยให้นักเรียน ได้ค้นหาตัวเองว่ามีความถนัดและความสนใจด้านใดเพื่อที่จะสามารถนำไปประกอบอาชีพและเสริมสร้างรายได้ในอนาคต ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรครูมีทักษะในการสอนงานด้านอาชีพ และสามารถนำไปต่อยอดส่งเสริมให้กับนักเรียนที่รักการออกแบบ การเพ้นท์ ได้แสดงออกในรูปแบบของรูปสินค้า ได้ตามความถนัด และโครงการดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้เกิดนักธุรกิจตัวน้อยที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองครอบครัวและชุมชนได้ในอนาคต

    สำหรับกิจกรรมในวันนี้มี ผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 หลายโรงเรียน และนายอรรถภัณฑ์ รังษี ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนราชประชานุเคราะห์15 พร้อมคณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูและแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

    วิโรจน์ วงศ์ใหญ่ ผู้สื่อข่าว Top News ทั่วไทย จ.เชียงราย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1545021&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19u_ITGLynRB_oLww4_wC7

  • ‘อัครนันท์’รับสนิท ‘ครูจวง’ ชวนมาเป็นที่ปรึกษา ไม่เคยขอให้ร่วมงาน พท.

    ‘อัครนันท์’รับสนิท ‘ครูจวง’ ชวนมาเป็นที่ปรึกษา ไม่เคยขอให้ร่วมงาน พท.

    “อัครนันท์” รับสนิท “ครูจวง” มากกว่า 10 ปี ชวนมาเป็นที่ปรึกษา ไม่เคยเอ่ยปากขอให้ร่วมงานกับ “เพื่อไทย” ชี้มีแนวคิดต่าง-คนละพรรค แต่ยังคบกันได้

    11 เม.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันทน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงถึงกรณีที่ นายปารมี ไวจงเจริญ (ครูจวง) อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มาเป็นหนึ่งในคณะทำงาน ว่า ตนรู้จักนายปารมีมามากกว่า 10 ปีแล้ว พร้อมยอมรับว่าชวนนายปารมีมาทำงาน เพราะทราบว่าเขาไม่ได้เป็น สส.ในสมัยนี้ จึงได้สอบถามว่าจะไปทำอะไรต่อ ซึ่งนายปารมีบอกว่าจะกลับไปเป็นครู ตนจึงชวนมาช่วยงาน 

    ส่วนจะย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อไทยหรือไม่ คงไม่มี เป็นความสนิทสนม และเมื่อรู้ว่าเจ้าตัวจะกลับไปเป็นครู ประกอบกับตนได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อยากพัฒนาการศึกษา อยากได้คนแบบนี้มาทำงาน จึงได้ชักชวนมา ไม่อยากให้กลับไปเป็นครู อยากให้มาช่วยกัน ส่วนเรื่องของพรรคการเมืองก็ว่ากันไป  เพราะแนวคิดของแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน ซึ่งนายปารมี มีคุณค่ากับการทำงานด้านการศึกษา 

    ส่วนที่นายปารมี ยังเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนอยู่ เรื่องนี้ไม่ได้พูดคุย เพราะเราคุยกันแบบพี่น้อง ชวนกันแบบพี่น้อง เรื่องพรรคการเมืองให้เขาไปเคลียร์เอง และนายปารมีไม่เคยพูดว่าในอนาคตจะมาทำงานร่วมกันในฐานะพรรคเพื่อไทย ไม่เคยพูดว่าจะมาอยู่พรรคเพื่อไทย พวกเราเป็นนักการเมือง มีหัวโขนของทุกคน แต่ไม่รู้ว่าจะอยู่กี่เดือนกี่ปี เมื่อมาทำงานตรงนี้ก็อยากทำให้ดี อยากได้คนเก่งมาร่วมงาน อีกสักพักก็จะมีคนเก่งมาร่วมทีทเดียวกันอีก แต่อาจไม่ใช่นักการเมือง

    “วันนี้ถ้าเรามัวแต่ติดเรื่องการเมือง ประเทศไทยก็ไม่ก้าวหน้า ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการมีคนเก่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แต่มาทำงานร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าเรื่องพรรคการเมือง เพราะถ้ามองแต่เรื่องพรรคการเมือง เราจะไม่ได้คนที่มีแนวคิดเกี่ยวกับเรามาทำงานด้วยกัน”

    เมื่อถามย้ำว่า จะไม่เกิดประเด็นดราม่าอีกใช่หรือไม่ นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตนรู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ พรรคประชาชน วันนี้ก็จะไปกินข้าวกับ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ด้วย เป็นเพื่อนเป็นพี่ในการทำงานทางการเมือง ถ้ามองว่าเรามีแนวคิดไม่เหมือนกันแล้วเราจะคบกันไม่ได้ ก็คงไม่สามารถคบใครได้แล้ว

    นายอัครนันท์ ยอมรับว่า จะให้นายปารมี เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานของนายปารมีพูดแต่เรื่องการศึกษาและตรงประเด็นที่สุด ตอนที่เป็นฝ่ายค้านก็แก้ไขปัญหาให้กับคุณครู ถือว่าเราได้บุคลากรที่ตรงสายในการทำงานร่วมกัน ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเรื่องการเมือง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1229317&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09LfVx9_3y8BjWL1rHqJsp

  • กรณ์ จัดหนัก 5 กระทรวง อัดรัฐบาลสอบตกนโยบาย

    กรณ์ จัดหนัก 5 กระทรวง อัดรัฐบาลสอบตกนโยบาย

    วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.38 น.

    วันนี้ 11 เมษายน 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ โพสต์ข้อความสรุปข้อสังเกตจากการชี้แจงของเหล่ารัฐมนตรีในสภาฯ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชนิดที่เรียกว่า กรีดเจ็บทุกประเด็น โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “สรุปข้อสังเกตของผมจากคำชี้แจงคณะรัฐมนตรี ในการอภิปรายนโยบายที่เพิ่งผ่านไป

    1. รมต.เอกนัฏ – พลังงาน คุณขิงเน้นตอนท้ายว่า “ไม่กลัว ไม่เกรงใจนายทุน” แต่ไม่ได้ขยายประเด็นว่าทำไมถึงได้เจรจาส่วนลดค่าการกลั่นลงมาได้เพียงแค่ 2 บาท ในขณะที่ปัจจุบันค่าการกลั่นอยู่ที่ประมาณ 16 บาท สูงกว่าระดับที่คุณเอกนัฏบอกว่าเป็นระดับปกติถึง 14 บาท

    กรณ์ จาติกวณิช

    และที่สร้างความแปลกใจคือ การที่คุณเอกนัฏ ไม่ยอมลุกขึ้นชี้แจงว่า หากไม่เกรงใจนายทุนจริง ขอให้ชี้แจงว่ามีนโยบายอย่างไรในการแก้โครงสร้างสัญญาซื้อไฟและก๊าซ LNG ของรัฐ เพื่อลดช่องโหว่ที่ที่เอกชนจะทำกำไรได้มหาศาลจากราคาก๊าซที่กำลังสูงขึ้น และในไม่ช้าจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

    2. รมต.สุริยะ – เกษตร คุณสุริยะลุกขึ้นชี้แจงประเด็นการซื้อเครื่องบินจากนาย Ben Smith ว่าซื้อจริง ชำระผ่านธนาคารกรุงเทพ (เพื่อจ่ายเข้าบัญชีธนาคาร BIC กัมพูชาของยิมเลียกมือขวาเบนสมิธ) เมื่อจ่ายแล้วไม่รู้ว่าเงินไปไหนต่อ และตอนนั้นไม่รู้ว่า Ben Smith เป็นใคร

    ประเด็นคำถามที่ผมตั้งไว้คือ ท่านนายกฯ ได้ตรวจหรือยังว่าเงินที่ใช้ชำระมาจากไหน และเมื่อจ่ายแล้วไปที่ไหนต่อ เพราะการซื้อเครื่องบินมีผลทำให้คุณสุริยะช่วยนาย Ben Smith ฟอกเงินสำเร็จ! สิ่งที่ต้องสืบคือ เจตนาช่วยหรือไม่ และวิธีสืบคือตามเส้นทางเดินของเงิน

    กรณ์ จาติกวณิช

    3. รมต.ประเสริฐ – ศึกษาฯ เอาตามตรงผมว่าช่วงที่คุณประเสริฐชี้แจงเฉพาะเรื่องการศึกษาท่านพูดได้ดี แต่ตอนท้ายที่ตอบเรื่องบทบาทในการลงนาม MoU กับนาย Ben Smith ฟังไม่ขึ้นเลย คุณประเสริฐบอกว่า ไปสอบปากคำกับ DSI ในฐานะพยาน – อาจจะจริงครับ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายคือ DSI ตั้งข้อกล่าวหาและยื่นเรื่องให้ ปปช. สอบสวนบนฐานความผิดมาตรา 157 ส่วนที่บอกว่า ‘ปปช. ไม่เคยกล่าวหา’ – ก็ถูกครับ คือตอนนี้ ปปช. อยู่ในช่วงพิจารณาหลักฐานว่าจะชี้มูลความผิดหรือไม่

    ส่วนเรื่องที่บอกว่า กรณีสแกนม่านตาเกิดขึ้นทีหลังการลงนาม MoU นั้น เป็นการหลบแบบศรีธนนชัยครับ เพราะข้อกล่าวหาคือ MoU หละหลวมในการเปิดพื้นที่ sandbox ที่ไม่มีการควบคุมตามกฎหมาย PDPA จึงทำให้ ’scan ม่านตา‘ เกิดได้

    ประเด็นของผมในกรณีคุณสุริยะ และคุณประเสริฐคือ ทั้งสองท่านควรมีโอกาสพิสูจน์ตนเอง แต่วันนี้ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ ดังนั้นการที่คุณอนุทินตั้งทั้งสองท่านเป็นรัฐมนตรี สะท้อนความจริงว่าคุณอนุทินไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงพอกับการต่อสู้กระบวนการทุนเทาที่ฝังลึกในสังคมชั้นสูงของไทย การเอาเรื่องกับ scammer คนต่างชาตินั้นต้องทำครับ แต่การเอาเรื่องกับคนใกล้ตัวคนไทยนี่แหละคือบทพิสูจน์ความจริงใจ

    กรณ์ จาติกวณิช

    4. รมต.ศุภจี – พาณิชย์ ”ล้งกลาง“ ไม่เคยพูด แต่พูดว่า “ล้งชุมชน”?? เป็นการแก้ตัวที่แปลก เพราะแม้กองเชียร์ยังคงงง เพราะไม่นานมานี้พวกเขายังเพิ่งตบมือเชียร์วลี ‘ไม่กลัวล้งจีนแต่จะทำล้งกลางมาสู้’ ในคลิปที่ใครๆก็หาดูได้ ส่วนการอ้างว่าราคานํ้ามะพร้าวตอนนี้ “7-10บาท” ผมว่าน่าเป็นห่วงมากกว่า เพราะอาจสะท้อนความไม่เข้าใจความต่างระหว่าง ‘ราคาหน้าสวน’ (ตอนนี้ 3-4 บาท) และ ‘ราคาหน้าโรงงาน‘ (ตอนนี้ 6-7 บาท)

    5. รมต.เอกนิติ – คลัง เราคิดต่างกันในประเด็นการลดภาษีสรรพสามิต – ในสถานการณ์ปัจจุบัน คุณเอกนิติมองว่าเงินอยู่ในกระเป๋ารัฐบาลดีกว่า ส่วนผมมองว่าแบ่งกลับมาให้อยู่ในกระเป๋าประชาชนดีกว่า ส่วนที่ท่านบอกว่า เดี๋ยวจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล

    ผมขอตอบว่า ไม่เคยขอให้ลดค่าใช้จ่ายเรื่องนั้น แต่ผมเชื่อว่ามีเรื่องอื่นที่ลดได้แน่นอน และหากจะเอาประเด็นรักษาพยาบาลมาอ้าง ท่วนควรต้อง EarMark ภาษีตรงจากสรรพาสามิตน้ำมันตรงไปยังการรักษาพยาบาลได้เลย เหมือนกับสมัยที่ทำงานร่วมกัน เราเคยแชร์ไอเดียกันในเรื่อง EarMark ภาษีมรดก ตรงไปเป็นทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส”

    กรณ์ จาติกวณิช

    ทางด้านชาวเน็ตต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม ส่วนใหญ่ชื่นชมการทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์และมีข้อมูลเชิงลึกมาหักล้างอย่างชัดเจน เช่น

    “อยากจะบอกล้านครั้งว่าอุ่นใจที่มีปชป.ยุคคุณอภส. คุณกรณ์ กลับมา มั่นใจ&เชื่อมั่นในศักยภาพและความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงผลปย.ปชช.เป็นที่ตั้ง คนที่ไม่เห็นค่าไม่เข้าใจก็จะมองว่าแซะ ทั้งๆที่ทุกคำพูดคุณกรณ์มีแต่คำแนะนำที่เป็นปย.และคำนึงถึงผลปย.ปชช.ล้วนๆ ทำดีแล้ว ทำต่อไปคะ เชื่อว่าปชช.ส่วนใหญ่ ทั้งเลือกปชป.และไม่ได้เลือกปชป.ที่มีใจเป็นกลาง ไม่อคติ สามารถเข้าใจได้ว่าคุณกรณ์พูดเสนอแนะที่เป็นปย.ต่อปชช. และรบ.สามารถดำเนินการได้แต่ไม่ทำ ฝ่ายค้านแบบนี้แหละที่ปชช.ต้องการ”

    “ขอบคุณค่ะที่ติดตามและมาขยายความตลอดจนตั้งข้อสังเกตให้ทราบค่ะ”

    “ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีครับผม”

    “ขอบคุณมากค่ะ มีข้อมูลสรุปในแต่ละประเด็นชัดเจน และ ความคิดเห็นต่าง ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เรื่องทั้งหมดเหล่านี้ เป็นเรื่องความจำเป็น และมีผลกระทบต่อประชาชนโดยวงกว้าง อยากให้ คุณกรณ์ เป็นคนดูแล การเงินการคลัง ในประเทศอีกครั้ง จริงๆ ไม่อยากให้เกิดวิกฤติแล้วมาช่วยกู้เหมือนครั้งก่อน แต่อยากให้มาดูแลระยะยาวในสภาวะปกติ แล้วประเทศชาติจะมีการเงินที่แข็งแรงในระยะยาว แน่นอน”

    “ดีครับ ได้เข้าใจ คิดตาม”

    “ราคาปาล์มน้ำมันโดนทุบลง 2 บาทภายใน 4 วัน หลัง คุณศุภจี ประกาศงดส่งออก ถึงแม้ คุณศุภจี จะชีแจงว่า ไม่ได้ห้ามแค่จะส่งออกต้องขออนุญาตก่อน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือความเสียหายของเกษตรกร
    และมีช่วงหนึ่งของคำชี้แจง คุณศุภจีได้กล่าวว่า ราคาปาล์มในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนคือ 5 บาทกว่า แต่ปีนี้อยู่ที่ 8 บาทกว่า เป็นการพูดที่ไม่ได้ดูองค์ประกอบตัวเลขรอบด้าน เพราะปีก่อนผลผลิตออกเยอะเยอะจนต้องมีการต่อคิวขาย ทำให้ราคาตก แต่ปีนี้ผลผลิตปาล์มออกน้อยมาก เลยทำให้ราคาสูงขึ้นตามกลไกตลาด ถึงแม้ราคาปุ๋ยปรับขึ้น เกษตรกรก็ยังพออยู่ได้ แต่พอมีการทุบคาราลงมาทำให้เกิดความเดือดร้อนกับเกษตรกร ทั้งที่ราคาน้ำมันปาล์มไม่ได้ลดลงเลยครับ ฝากคุณกร์เป็นปากเป็นเสียงให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มด้วยครับ”

    “อยากให้ คุณกรณ์ เป็นรองนายกฯเศรษฐกิจ และ รมว.คลัง เชื่อว่า ทั้งคุณอภิสิทธิ์ และ คุณกรณ์ จะช่วยให้ประเทศชาติพ้นวิกฤตได้ เหมือนสมัยวิฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่ท่านทั้ง 2 ช่วยให้เศรษฐกิจไทยรอดพ้นได้ (คนหลายคนยังมีมายาคติฝังหัวจากการถูกล้างสมองจากสื่อ จากคำบอกเล่าว่า ท่านทั้งสอง เก่งแต่พูด บริหารไม่เป็น แต่จริงๆคนเหล่านี้ต่างหากที่เก่งแต่เสพสื่อ มโนคิดลบ กับผลงานที่เกิดขึ้นจริง มีสถิติและประวัติศาสตร์บันทึกไว้ชัดเจนว่า ไทยรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนั้นด้วยความสามารถของทั้ง 2 ท่าน)”

    “สมราคา รมต.คลังโลก คุ้มค่าการเป็นตัวแทนประชาชน ดูแลประเทศทำงานให้ประชาชนต่อไป”

    “คุณทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ดีมากชื่นชมค่ะ ก้าวไปต่อได้เลย ขอบคุณจากใจปชชคนนึง”

    “ขอบคุณ​ค่ะ​ คุณ​กรณ์สรุป​ได้เข้าใจมากค่ะ​ ดูต่อไปรัฐบาลจะแก้ไขอย่างไร​”

    กรณ์ จาติกวณิช

    กรณ์ จาติกวณิช

    กรณ์ จาติกวณิช

    กรณ์ จาติกวณิช

    ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/958267&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ck1A-24yTpsTSiz82J4OV

  • “นายกฯ อนุทิน” จัดทัพบริหารประเทศ แบ่งงาน 8 กลุ่ม ดึงมืออาชีพคุมเศรษฐกิจ

    “นายกฯ อนุทิน” จัดทัพบริหารประเทศ แบ่งงาน 8 กลุ่ม ดึงมืออาชีพคุมเศรษฐกิจ

    11 เม.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 83/2569 ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 เพื่อจัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 8 กลุ่มภารกิจหลัก มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและเตรียมความพร้อมในการนำประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยนายกรัฐมนตรีลงมาควบคุมกลุ่มปราบปรามอาชญากรรมพิเศษด้วยตนเอง เพื่อกวาดล้างทุจริต ยาเสพติด และอาชญากรรมออนไลน์อย่างเด็ดขาด

    ในการจัดทัพครั้งนี้มีการวางตัวรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบงานสำคัญ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดูแลกลุ่มส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดูแลด้านพาณิชย์ เกษตร และท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ขณะที่ด้านความมั่นคงและต่างประเทศมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นหัวหอกในการสะสาง MOU และสร้างสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนด้านกฎหมายมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ปฏิรูปกฎหมายให้เป็นสากลเพื่อเอื้อต่อการลงทุนจากต่างชาติ

    กลุ่มพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ถูกขับเคลื่อนโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่เน้นทักษะดิจิทัลและนวัตกรรม ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี ดูแลสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่ Net Zero และหนุนท้องถิ่นให้มีรายได้หลากหลายขึ้น โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รับผิดชอบระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งนี้คำสั่งระบุให้ทุกกลุ่มทำงานแบบบูรณาการ หากมีปัญหาในการปฏิบัติงานให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดสูงสุดเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามเป้าหมายที่วางไว้

    เจาะลึก 8 กลุ่มภารกิจและขุนพลผู้รับผิดชอบ

    1.กลุ่มปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ : นายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ลงมาคุมบังเหียนด้วยตนเอง เน้นหนักการปราบปรามทุจริต ยาเสพติด การค้ามนุษย์ รวมถึงอาชญากรรมออนไลน์และสแกมเมอร์ โดยสั่งการหน่วยงานในบังคับบัญชาโดยตรง

    2.กลุ่มพัฒนาระบบสาธารณูปโภค : นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการจัดหาและบำรุงรักษาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุมทั่วถึง

    3.กลุ่มสิ่งแวดล้อมและการกระจายอำนาจ : นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ดูแลการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593 พร้อมหนุนท้องถิ่นให้มีรายได้หลากหลายขึ้น

    4.กลุ่มส่งเสริมการลงทุน (New S-Curve) : นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เน้นดึงดูด FDI ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ AI, เซมิคอนดักเตอร์, พลังงานสะอาด และยานยนต์สมัยใหม่

    5.กลุ่มพาณิชย์ เกษตร และท่องเที่ยว : นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี มุ่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ส่งเสริม SMEs และยกระดับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    6.กลุ่มความมั่นคงและต่างประเทศ : นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี รับหน้าที่รักษาความมั่นคงและสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมสะสาง MOU ที่ไม่มีความคืบหน้า

    7.กลุ่มพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และนวัตกรรม: นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เน้นสร้างทักษะดิจิทัล-การเงิน และใช้นวัตกรรมเป็นแกนหลักในการพัฒนาประเทศ

    8.กลุ่มกฎหมายและรัฐบาลดิจิทัล: นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิรูปกฎหมายให้เป็นสากล เอื้อต่อการลงทุน และผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD

    ย้ำการทำงานแบบบูรณาการ : คำสั่งฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า หากภารกิจใดเกี่ยวเนื่องกัน ให้หัวหน้ากลุ่มภารกิจประสานความร่วมมือกันอย่างเต็มกำลัง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดสูงสุดในกรณีที่มีปัญหาการปฏิบัติงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/740826&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AaoHCI1cTAlVPDwothYVr

  • ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา เปิด “ถนนสายวัฒนธรรม” ปลุกเสน่ห์เมือง สร้างเศรษฐกิจกระตุ้นท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน | เดลินิวส์

    ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา เปิด “ถนนสายวัฒนธรรม” ปลุกเสน่ห์เมือง สร้างเศรษฐกิจกระตุ้นท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน | เดลินิวส์

    นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ถนนสายวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา” โดยมี นายพีรพล ลือล่า ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา นางสุภัสสร ประภาเลิศ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน วัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา นางขวัญกมล ฉายแสง นายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา นางสาวสิริพรรณ เห็นสุข ผอ.(ททท.) สำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย และประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำบางปะกง ณ บริเวณหน้าสำนักงานพระคลังข้างที่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งสีสันทางวัฒนธรรมอย่างมีชีวิตชีวา โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา

    โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่ “แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ” ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและความยั่งยืน ด้วยการต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งสินค้าและผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญา อาหารพื้นถิ่น และวิถีชีวิตชุมชน ให้กลายเป็นพลังเศรษฐกิจที่จับต้องได้ สร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสสู่ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง“ถนนสายวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา” ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เปิดแห่งโอกาส ที่รวมทั้งเสน่ห์ วิถี และภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ในที่เดียว พร้อมต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ และขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนอย่างยั่งยืนทั้งนี้ โครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นเดือนละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน รวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง ณ บริเวณริมแม่น้ำบางปะกง หน้าสำนักงานพระคลังข้างที่ เพื่อเติมชีวิตชีวาให้เมือง สร้างสีสันการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดฉะเชิงเทราให้คึกคักอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5772591/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qQf5YCDXVj6CZVP7nbrO9

  • “คลัง” จัดเต็มมาตรการช่วยเหลือปชช.-ผปก.ขนส่ง-เกษตรกร บรรเทาผลกระทบสู้รบในตะวันออกกลาง

    “คลัง” จัดเต็มมาตรการช่วยเหลือปชช.-ผปก.ขนส่ง-เกษตรกร บรรเทาผลกระทบสู้รบในตะวันออกกลาง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/140997&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vQbTLeD7_spzhnvTr_o0B

  • ว7/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ครูสอนศาสนาอิสลาม วิทยากรอิสลามศึกษา พนักงานจ้างเหมาบริการ ครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราว เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการฯ

    ว7/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ครูสอนศาสนาอิสลาม วิทยากรอิสลามศึกษา พนักงานจ้างเหมาบริการ ครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราว เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการฯ

    ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :

    ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93277&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qhH_kGBF4Q7Gb0fAEH2er

  • รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา เชื่อฝีมือไม่สนเรื่องสังกัดพรรค ขอคนเก่งทำงานตรงสาย

    รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา เชื่อฝีมือไม่สนเรื่องสังกัดพรรค ขอคนเก่งทำงานตรงสาย

     “อัครนันท์” รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา เชื่อฝีมือ ไม่สนเรื่องสังกัดพรรค ขอแค่คนเก่ง ทำงานตรงสายมาทำงาน-เผยนัดดินเนอร์ “เพชร กรุณพล” ชี้อุดมการณ์ต่าง แต่เป็นเพื่อนกันได้

    วันที่ 11 เมษายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงเหตุผลที่เชิญ นายปารมี ไวจงเจริญ หรือ ครูจวง อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน มาร่วมงานว่า ได้รู้จักกันส่วนตัวมานานแล้วมากกว่า 10 ปี ซึ่งในตอนที่ชวนทราบแล้วว่าไม่ได้เป็น สส.ในสมัยนี้ และรู้ว่าครูจวง จะกลับไปเป็นครู และตนเองก็จะทำงานในกระทรวงศึกษาฯ ซึ่งต้องการพัฒนาด้านการศึกษาและต้องการคนแบบครูจวงมาช่วยงาน ย้ำว่าเป็นการชวนมาทำงาน ส่วนทางการเมืองก็ว่ากันไป และครูจวงก็ไม่เคยพูดว่าจะย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทย ซึ่งจากนี้ก็จะเชิญคนมีความรู้ ความสามารถ คนเก่ง เข้ามาร่วมงาน ที่ไม่ใช่นักการเมืองอีก หากติดเงื่อนไขการสังกัดพรรคการเมือง ประเทศชาติก็จะไม่ก้าวหน้า หากมองเรื่องสังกัดการเมืองก็จะไม่ได้คนเก่ง ๆ ที่ไม่ได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกันมาร่วมทำงาน 

    นายอัครนันท์ ระบุว่า วางตัวครูจวงไว้ ว่าจะให้นั่งตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพราะตลอดเวลาที่ครูจวงทำงานมาก็พูดถึงแต่เรื่องการศึกษา ที่ตรงประเด็นที่สุดแล้ว และเมื่อมีปัญหาอะไร ครูจวงก็สามารถแก้ไขปัญหา ให้กับฝ่ายค้านในตอนนั้น โดยมั่นใจว่าจะได้บุคลากรที่ตรงสาย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเรื่องการเมือง

    นายอัครนันท์ ยังเปิดเผยอีกว่ามีเพื่อนในพรรคประชาชนหลายคน แล้ววันนี้ก็จะไปกินข้าว กับนายเพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน “ถ้าวันนี้มองแต่ว่า มีแนวคิดที่ไม่เหมือนกันแล้วจะคบกันไม่ได้ ก็ไม่สามารถคบใครได้แล้ว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2926123&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2s42IIMa2Z9o5denFQxVRO