Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ราคาปาล์มร่วงรายวัน ล่าสุดเหลือ 7 บาท ชาวสวนจ่อนัดบุก กทม.พบ ‘ศุภจี’

    ราคาปาล์มร่วงรายวัน ล่าสุดเหลือ 7 บาท ชาวสวนจ่อนัดบุก กทม.พบ ‘ศุภจี’

    เกษตรกรชาวสวนปาล์ม จ.ตรัง ลุกฮือประท้วงรัฐบาล หลังมีคำสั่งห้ามส่งออก จนทำให้ราคาร่วง ยื่นหนังสือขอให้แก้ไขด่วน มิเช่นนั้นจะนัดชาวสวนปาล์มทุกจังหวัดบุก กทม. เพื่อพบ รมว.พาณิชย์

    ตัวแทนสมาคม และเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง นำโดย นายชัยวัฒน์ โภคาวัฒนา นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ก่อนเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ ผ่านพันจ่าโทอนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อเรียกร้องให้หามาตรการกำกับควบคุมดูแลราคาผลทะลายปาล์มน้ำมันให้เป็นไปตามกลไกของตลาด และจัดการความสมดุลของสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ หลังจากกระทรวงพาณิชย์ มีคำสั่งห้ามมิให้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปนอกราชอาณาจักรตั้งแต่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไปเป็นเวลา 1 ปี เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ

    อย่างไรก็ตาม จากคำสั่งดังกล่าวส่งผลให้ราคาผลผลิตปาล์มจากที่กำลังพุ่งสูงไปอยู่ที่ กก.ละ 9.10 บาท เนื่องจากผลผลิตยังออกน้อย ได้ตกลงมาทันที ล่าสุดวันนี้เกษตรกรขายได้ราคาประมาณ กก.ละ 7.20-7.30 บาทเท่านั้น โดยการประกาศดังกล่าวยังเกิดขึ้นขณะที่สต็อกน้ำมันปาล์มดิบยังอยู่ในระดับสูงกว่า 324,000 ตัน และในเดือนเมษายนนี้ ก็จะมีผลผลิตปาล์มทะลักออกมาประมาณ 2 ล้านตัน หรือตกวันละประมาณ 66,600 ตัน โดยนำไปผลิตเป็นน้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 12,000 ตันต่อวัน และถ้านำไปทำน้ำมัน B10 จะใช้ประมาณวันละ 6,400 ตันต่อวันเท่านั้น แล้วน้ำมันที่เหลือจะเอาไปไหน ส่วนที่เปิดช่องว่าถ้าใครจะส่งออก ให้ขออนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เท่ากับว่าเปิดช่องให้มีการหาผลประโยชน์ใช่หรือไม่

    ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ออกมาให้ข่าวว่า ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลจากปกติวันละ 80 ล้านลิตร เหลือแค่ 45-50 ล้านลิตร ก็จะยิ่งส่งผลให้สต็อกน้ำมันปาล์มดิบบวมมากขึ้นอีก และส่วนที่บอกว่า จะนำน้ำมันปาล์มไปทำน้ำมัน B20 นั้น แล้วในความเป็นจริงปั๊มน้ำมันสำหรับเติม B20 อยู่ตรงไหน มีให้เติมจริงหรือไม่ นอกจากนั้น หน่วยงานที่กำกับด้านราคา มักจะออกมาให้ความเห็นตอนที่ปาล์มราคาดี และกลับทำให้ปาล์มราคาดิ่งลงทุกครั้ง ทั้งที่ตอนนี้ผลผลิตยังออกมาน้อยมาก เพราะปัญหาภัยแล้ง ขณะที่ต้นทุนการผลิตกลับสูงขึ้นมาก เช่น ค่าปุ๋ย เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ค่าจ้างตัดผลทะลายปาล์ม เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 สวนทางกับความต้องการของตลาดโลกที่ยังคงเดิม

    ดังนั้น สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง จึงขอให้รัฐหามาตรการกำกับควบคุมดูแลราคาผลทะลายปาล์มให้เป็นไปตามกลไกของตลาด และหามาตรการรักษาความสมดุลสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ โดยการยืดหยุ่นตามสถานการณ์โดยคำนึงถึงราคาผลทะลายปาล์มที่เกษตรกรจะได้รับ หลังจากยื่นหนังสือวันนี้แล้ว จะรอดูท่าทีราคาต่อไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ หากราคาปาล์มยังดิ่งลงอีก จะนัดชาวสวนปาล์มทุกจังหวัดเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทันที

    https://youtu.be/bwt7X34Fgow

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/economy/weekend/460898&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IHyngbz11wzEJ9tmUu9-k

  • KEX x SF Express ผนึกกำลังยกระดับโลจิสติกส์ รับดีมานด์ทัวร์จีนช้อปของฝากโตกว่าเดิม

    KEX x SF Express ผนึกกำลังยกระดับโลจิสติกส์ รับดีมานด์ทัวร์จีนช้อปของฝากโตกว่าเดิม

    KEX x SF Express ผนึกกำลังยกระดับโลจิสติกส์ รับดีมานด์ทัวร์จีนช้อปของฝากโตกว่าเดิม คาดบริการส่งพัสดุจากไทยกลับจีนโตแรงในช่วงสงกรานต์

    บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “KEX” ผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย ต้อนรับสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ ท่ามกลางแรงส่งของนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาคึกคักและมีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ซึ่งเป็นไฮซีซันของการ “ช้อปของฝากไทย” ผนึกกำลังบริษัทแม่ SF Express เสริมความแข็งแกร่งบริการส่งพัสดุจากไทยกลับจีน เพื่อตอบรับดีมานด์นักท่องเที่ยวที่ซื้อเยอะและต้องการส่งกลับบ้านอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และติดตามได้แบบเรียลไทม์ พร้อมยกระดับการเชื่อมต่อปลายทางด้วยเครือข่ายของ SF ที่ครอบคลุมทั่วประเทศจีนทั้งเมืองหลัก-เมืองรอง และระดับท้องถิ่น รวมถึงเชื่อมต่ออีกกว่าหลายประเทศทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านน้ำหนักกระเป๋า พื้นที่สัมภาระ และความเสี่ยงสินค้าเสียหาย คาดหนุนดีมานด์บริการข้ามพรมแดนเติบโตเด่นในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวนี้

    กระแสนักท่องเที่ยวจีนยังคงไปต่อ ช้อปของฝากไทยไม่หยุด

    กระแสนักท่องเที่ยวจีนกลับมาคึกคัก โดยในสัปดาห์ที่ 11 ของปี 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 628,451 คน เพิ่มขึ้น 1.98% จากสัปดาห์ก่อนหน้า และนักท่องเที่ยวจีนมากที่สุดจำนวน 96,600 คน สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ขณะเดียวกัน เทรนด์การเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้จำกัดแค่ทะเล วัด หรือคาเฟ่ แต่กิจกรรมยอดนิยมคือ “การช้อปปิ้งของฝากและขนมไทย” นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่เลือกซื้อสินค้าไทยเพราะคุณภาพ โดยเฉพาะอาหารและของฝาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวต้องการนำรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยกลับไปกินหรือใช้ต่อที่บ้าน อีกทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้จากเมืองไทยนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยังมีราคาประหยัดและหาซื้อได้ง่าย ทำให้เป็นช่องทางที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงสินค้าได้อย่างสะดวกสบายในทุกพื้นที่* นอกจากนี้ ผู้บริโภคจีน 82% ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพและโภชนาการ และ 80.6% ต้องการข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับสารเติมแต่งและน้ำตาล ส่งผลให้ภาพลักษณ์สินค้าไทยที่เน้น “ธรรมชาติและคุณภาพดี” ได้รับความนิยมอย่างมาก** ดังนั้น ขนมไทย ผลไม้อบแห้ง มะม่วงกวน ทุเรียนอบกรอบ และสินค้า OTOP จึงกลายเป็น “สินค้าต้องซื้อ” ของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงสงกรานต์และไฮซีซันท่องเที่ยวไทย

    KEX x SF Express ส่งตรงไทย-จีน ง่ายที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวจีน

    KEX x SF Express มุ่งแก้ Pain Point สำคัญของนักท่องเที่ยวจีน เช่น ความกังวลเรื่องน้ำหนักกระเป๋าเกิน พื้นที่ไม่พอสำหรับของฝากจำนวนมาก และความปลอดภัยของสินค้า KEX จึงเชื่อมโครงข่ายกับ SF Express ผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่ที่สุดในจีน ครอบคลุม 31 มณฑล เมืองเอก เขตปกครองพิเศษ และอีกกว่า 300 เมืองใหญ่-กลาง รวมถึง 1,900 เขตระดับเมือง/อำเภอทั่วประเทศจีน ซึ่งทำให้รู้จักพื้นที่เชิงลึกในจีนเป็นพิเศษ ทั้งเส้นทางหลัก-รอง จุดรับ-ส่งในเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เซินเจิ้น ซีอาน เฉิงตู คุนหมิง หางโจว อู่ฮั่น รวมถึงเมืองรองและหัวเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ SF Express ยังมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วเอเชียอย่างแท้จริง เช่น ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย กัมพูชา และมองโกเลีย*** ซึ่งทั้งหมดสามารถเชื่อมต่อกับ KEX เพื่อส่งพัสดุไปยังจุดหมายได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว โดยมีระบบติดตามพัสดุ Real?time Tracking มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก และความเร็วระดับผู้นำอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ หนึ่งใน Big 4 ของโลก นักท่องเที่ยวจีนสามารถส่งพัสดุได้ง่ายจากจุดให้บริการ KEX ทั่วไทย

    โดยนักท่องเที่ยวจีนชื่นชอบบริการนี้อย่างมาก เพราะส่วนใหญ่มีพฤติกรรมซื้อของฝากจำนวนมากกลับบ้านตามค่านิยม “?????” ขณะเดียวกันกลุ่ม Gen Z-Millennials ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักยังนิยมสินค้าที่สะท้อนถึงประสบการณ์ที่ได้รับ และสินค้าจากไทย ที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงจากคนจีน ทำให้ของฝากไทยยังคงเป็นไอเทมยอดนิยมต่อเนื่อง**** พร้อมกันนี้ SF Express ซึ่งเป็นพันธมิตรของ KEX ยังเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่ที่สุดในจีนและเอเชีย ทำให้ได้รับความเชื่อถือสูงในหมู่ผู้บริโภคจีน เนื่องจากเข้าถึงพื้นที่แทบทุกจุดในประเทศได้แม่นยำและรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น SF Express ยังเป็น บริษัทเอกชนด้านโลจิสติกส์รายแรกของจีนที่ติดอันดับโลก สะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านเครือข่าย ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือระดับสากล ซึ่งทำให้บริการส่งพัสดุกลับจีนผ่าน KEX x SF Express เป็นตัวเลือกที่นักท่องเที่ยวจีนไว้วางใจมากที่สุดในปัจจุบัน

    นาย เจียเหว่ย จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ช่วงสงกรานต์และฤดูกาลท่องเที่ยวคือช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนช้อปปิ้งมากที่สุด เราจึงต้องการให้ทุกคนช้อปได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักกระเป๋าหรือการขนของกลับบ้าน บริการข้ามพรมแดนของ KEX ช่วยให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินกับประสบการณ์เที่ยวไทยได้มากขึ้น โดยความร่วมมือระหว่าง KEX และ SF Express ไม่เพียงยกระดับมาตรฐานโลจิสติกส์ของไทยให้ทัดเทียมญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์ แต่ยังช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้แข็งแกร่งขึ้น ผ่านบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ที่ซื้อเยอะ เดินทางบ่อย และคาดหวังบริการระดับพรีเมียม”

    พิเศษ! KEX มอบส่วนลดสูงสุดถึง 30%* สำหรับการส่งพัสดุไปต่างประเทศ เพียงนำโค้ดไปใช้ในแอปฯ KEX และ แอปฯ SF International หรือแจ้งโค้ดกับพนักงาน เมื่อส่งพัสดุไปต่างประเทศที่ร้านเคอีเอ็กซ์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569

    *อ้างอิงจาก The Money Trends

    **อ้างอิงจาก Thailand’s Dried Fruit Boom: Innovating for China’s Growing Market – Broadsheet Asia

    ***อ้างอิงจาก Service network

    ****อ้างอิงจาก Thansettakij และ Stock Focus Magazine

    *รับส่วนลด 30% เมื่อส่งพัสดุไปต่างประเทศที่ร้านเคอีเอ็กซ์ – จำกัด 1 สิทธิ ต่อ 1 ใบเสร็จ ตลอดระยะเวลาแคมเปญ – ส่วนลดค่าส่งพัสดุไม่สามารถใช้ร่วมกับค่าภาษีน้ำมัน ภาษีนำเข้า และภาษีอื่นๆ – ส่วนลดค่าส่งพัสดุไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชัน หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้

    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในความล่าช้าอันเกิดจากภัยธรรมชาติ เหตุสุดวิสัย หรือปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สภาพอากาศ การจราจรติดขัด หรือเหตุฉุกเฉิน การให้บริการ และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัทฯ https://th.kex-express.com/th/terms-and-conditions-of-carriage


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12806180&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WI4ooIRwBUPgIpa0QYDEw

  • เจ้าของห้องเช่า ยังให้ครอบครัว น้องเบญ อยู่ฟรี แม้คนบริจาคทะลุล้าน ย้ำไม่ได้หวังอะไร

    เจ้าของห้องเช่า ยังให้ครอบครัว น้องเบญ อยู่ฟรี แม้คนบริจาคทะลุล้าน ย้ำไม่ได้หวังอะไร

     
              เจ้าของห้องเช่าใจดี ยังให้ครอบครัว น้องเบญ พักฟรี แม้คนบริจาคทะลุล้าน ย้ำเต็มใจช่วยไม่ได้คาดหวังอะไร – น้องเบญ ขอบคุณทุกคน สัญญาจะตั้งใจเรียน

    ช่วยเหลือคน
    ภาพจาก โหนกระแส

              จากกรณีของ น้องเบญ เด็กหญิงวัย 15 ปี ที่ต้องดูแลพ่อที่พิการ และออกไปเก็บขยะขายช่วยแม่ ซึ่งเจ้าของห้องเช่าในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ใจดีให้ 3 คนพ่อแม่ลูก อาศัยอยู่ฟรีมาประมาณ 2 ปีแล้ว ซึ่งภายหลังจากปรากฏเป็นข่าว ก็มีหลายคนหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้

              วานนี้ (10 เมษายน 2569) โหนกระแส รายงานว่า หลายหน่วยงานได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของน้องเบญ เพื่อสอบถามความเป็นอยู่และช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมหารือแนวทางช่วยเหลือตามสิทธิสวัสดิการของรัฐ 


    ภาพจาก เฟซบุ๊ก ข่าวนนทบุรี

              ขณะที่ นายสะอาด พงษะ อายุ 61 ปี เจ้าของห้องเช่า เผยว่า ก่อนหน้านี้เคยจ้างพ่อของน้องเบญมาซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้ทราบว่าครอบครัวไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ตนจึงชวนมาอยู่ที่หอพักโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ และค่าไฟ ขอแค่ให้ช่วยดูแลหอพัก หากเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายก็ช่วยซ่อม
      
              โดยตนเห็นว่าคุณพ่อน้องพิการ ส่วนน้องก็ยังเรียนหนังสือ จึงช่วยเท่าที่จะช่วยได้ ที่ผ่านมาครอบครัวนี้ไม่เคยสร้างปัญหาหรือรบกวนอะไร อยู่กันแบบเข้าใจดี และคุณพ่อน้องยังสามารถขึ้นรถจักรยานยนต์ได้ เพียงแค่เดินเองไม่ค่อยสะดวก
      
              ทั้งนี้ ตนก็เพิ่งทราบเรื่องความเดือดร้อนของครอบครัว หลังมีคนโทร. เข้ามาสอบถาม เมื่อรีบมาดูก็พบว่ามีสื่อมวลชนทำข่าวเรื่องค่าเทอมของน้องแล้ว ซึ่งแม้ขณะนี้จะมีผู้บริจาคช่วยเหลือแล้ว ตนก็ยังยินดีให้ครอบครัวนี้อาศัยอยู่เหมือนเดิม พร้อมช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ ไม่ได้คาดหวังสิ่งใด 

    ช่วยเหลือคน
    ภาพจาก เฟซบุ๊ก ข่าวนนทบุรี

              ขณะที่ข่าวนนทบุรี รายงานว่า นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี (พม.) ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเช่าของน้องเบญแล้ว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือ เมื่อสอบถามยอดเงินบริจาคที่มีผู้คนโอนเข้ามาจำนวนมาก ทราบว่ายอดอยู่ที่ประมาณ 800,000 บาทแล้ว จึงแนะนำให้ทางครอบครัวเตรียมปิดรับบริจาคเร็ว ๆ นี้ โดยคาดว่ายอดดังกล่าวเพียงพอต่อการใช้จ่าย และสนับสนุนให้น้องได้เรียนแล้ว 

              สำหรับครอบครัวนี้พบว่าพ่อมีอาการป่วยตามที่ปรากฏเป็นข่าว รายได้หลักมาจากแม่ ที่ทำงานเป็นแม่บ้าน มีรายได้วันละประมาณ 300 กว่าบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายของครอบครัวตกวันละประมาณ 200 บาท แต่เนื่องจากน้องเบญอยู่ในวัยเรียน ครอบครัวจึงมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาเพิ่มขึ้น

    ช่วยเหลือคน
    ภาพจาก เฟซบุ๊ก ข่าวนนทบุรี

              อย่างไรก็ตาม พบว่าครอบครัวยังไม่เข้าใจเรื่องสิทธิการเข้าถึงสวัสดิการของภาครัฐ แม้ที่ผ่านมาจะเคยได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐบาลส่วนก็ตาม ซึ่งเบื้องต้นทาง พม. ได้ช่วยเหลือนำเงินฉุกเฉินเข้าบัญชี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ส่วนเรื่องการศึกษา เจ้าหน้าที่กำลังประสานขอการสนับสนุนค่าเทอมทั้งหมด ซึ่งหากโรงเรียนสามารถช่วยเหลือบางส่วนได้ ก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว 

              นอกจากนี้ได้แจ้งทาง อบต. ให้รับทราบและเข้ามาดูแลในส่วนของเงินผู้สูงอายุ ที่คุณพ่อจะได้รับในปีหน้า ส่วนเงินช่วยเหลือผู้พิการ คุณพ่อได้รับอยู๋แล้ว 

              ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังจะให้คำแนะนำเรื่องการวางแผนการใช้จ่ายเงิน และติดตามสถานการณ์ยอดเงินบริจาคที่น้องได้รับ โดยคาดว่ายอด 800,000 บาท จะไม่ได้เพิ่มอีกมากนัก เนื่องจากจำนวนผู้บริจาคลดลง แต่เงินนี้ก็เพียงพอจะสนับสนุนให้น้องได้เรียนต่อชั้นปริญญาตรี ซึ่งน้องเบญมีความฝันอยากเป็นพยาบาล เพราะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของพ่อ 

              ทั้งนี้ พบว่าในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ทางครอบครัวน้องเบญได้ปิดรับบริจาคแล้ว หลังยอดบริจาคทะลุกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งน้องเบญได้ขอบคุณทุกหน่วยงาน และทุกคนที่มีส่วนช่วยเหลือ สัญญาว่าจะตั้งใจเรียน และใช้เงินทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่าเพื่อการศึกษา

    ขอบคุณข้อมูลจาก โหนกระแส, ข่าวนนทบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/252900&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KttcdZ07RPjr02t2rgcoL

  • 2 สัปดาห์ทองชี้ชะตาโลก ลุ้น“สันติภาพ-ยุติสงคราม” เศรษฐกิจเดินหน้าต่อ

    2 สัปดาห์ทองชี้ชะตาโลก ลุ้น“สันติภาพ-ยุติสงคราม” เศรษฐกิจเดินหน้าต่อ

    2 สัปดาห์ทองชี้ชะตาโลก ลุ้น“สันติภาพ-ยุติสงคราม” เศรษฐกิจเดินหน้าต่อ

    *** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,191 ระหว่างวันที่ 12-15 เม.ย. 2569 “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย

    *** ข่าวใหญ่ระดับโลกในห้วงเวลานี้ คงหนีไม่พ้นการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกมาประกาศ “หยุดยิง 2 สัปดาห์” กับ อิหร่าน เมื่อเช้าวันที่ 8 เมษายน 2569 (เวลาประเทศไทย)พร้อมเงื่อนไขสำคัญ ต้องเปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ให้เรือทุกชาติผ่านได้อย่างปลอดภัย ฟังเผินๆ อาจเหมือนเป็นเพียง “จังหวะพักหายใจ” ของมหาอำนาจ แต่สำหรับโลกเศรษฐกิจ และโดยเฉพาะประเทศไทย นี่คือ “หน้าต่างโอกาส” ที่มีค่ามหาศาล เพราะฮอร์มุซไม่ใช่แค่ทางน้ำ แต่คือ “เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก”

    *** การตัดสินใจของ “ทรัมป์” ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ หากแต่เป็นผลจากแรงกดดันทางการทูต โดยเฉพาะจาก เชห์บาซ ชารีฟ และผู้นำกองทัพปากีสถาน ที่พยายาม “เบรกเกมร้อน” ไม่ให้ลุกลาม ข้อเสนอที่วางอยู่บนโต๊ะ 10 ข้อจากฝั่งอิหร่าน สะท้อนชัดว่า นี่ไม่ใช่แค่การหยุดยิง แต่คือการต่อรอง “ระเบียบโลกย่อย” ในตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกคว่ำบาตร การรับรองโครงการนิวเคลียร์ หรือแม้แต่การถอนกำลังสหรัฐออกจากภูมิภาค ทั้งหมดนี้คือ “ดีลใหญ่” ที่เดิมพันด้วยทั้งอำนาจ ความมั่นคง และ เศรษฐกิจโลก ที่สำคัญ อิหร่าน ก็ “รับลูก” ทันที พร้อมประกาศว่า หากไม่มีการโจมตี จะเปิดฮอร์มุซ และหยุดปฏิบัติการทางทหาร 2 สัปดาห์เช่นกัน

    *** แต่ในอีกด้านหนึ่ง “ข่าวดี” นี้ กลับซ้อนทับอยู่บน “ข่าวร้าย” สำหรับคนไทย เมื่อ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศ ออกมายืนยันว่า ลูกเรือไทย 3 คนจากเรือ “มยุรีนารี” เสียชีวิตจากเหตุโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ …นี่คือราคาที่ต้องจ่าย แม้จะสามารถช่วยลูกเรืออีก 20 คนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่ 3 ชีวิตที่สูญเสียไป คือเครื่องเตือนใจว่า “สงครามไม่มีพื้นที่ปลอดภัย”

    *** ในทางเศรษฐศาสตร์ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เท่ากับ “ปลดล็อกซัพพลายเชนโลก” น้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย ทุกอย่างที่ไหลผ่านเส้นทางนี้ คือหัวใจของต้นทุนการผลิต และสำหรับ “ไทย” ยิ่งชัดเจน เพราะวันนี้ยังมีเรือไทยอีก 9 ลำ “ติดค้าง” รอสัญญาณผ่าน โดยในจำนวน 5 ลำนั้น คือเรือปุ๋ย ปัจจัยการผลิตสำคัญของภาคเกษตร ถ้าผ่านไม่ได้ เท่ากับว่าต้นทุนพุ่ง แต่ถ้าผ่านได้ เท่ากับ ความเสี่ยงลดลงทันที นี่คือเหตุผลที่ไทยต้อง “เดินเกมทางการทูต” อย่างเต็มกำลัง

                                                2 สัปดาห์ทองชี้ชะตาโลก ลุ้น“สันติภาพ-ยุติสงคราม” เศรษฐกิจเดินหน้าต่อ

    *** การเดินทางของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ไป โอมาน ในวันที่ 15-16 เมษายนนี้ จึงไม่ใช่แค่ขอบคุณ แต่คือ “ภารกิจเปิดทาง” เนื่องจากโอมาน คือ “คนกลาง” สำคัญที่สามารถคุยกับอิหร่านได้ และหากเกมนี้สำเร็จ คนที่คุยได้ คือคนที่เปิดทางรอด เป้าหมายของไทยชัดเจนที่ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้เรือ 9 ลำนี้ผ่านฮอร์มุซให้ได้ ภายใน “2 สัปดาห์ทองคำ”

    *** ภาพใหญ่ของโลก สงครามครั้งนี้ ถ้า “สหรัฐ-อิหร่าน” ดีลสำเร็จ โลกอาจได้ “สันติภาพ” กลับมา อันจะส่งผลให้ราคาพลังงานอาจนิ่ง เศรษฐกิจอาจฟื้นความเชื่อมั่นกลับมา ตรงกันข้าม ถ้าล้มเหลว “ฮอร์มุซ” ปิดไปอีกนาน ความตึงเครียดก็จะยังคงอยู่ต่อไป …การหยุดยิง 2 สัปดาห์ อาจเป็นเพียง “พักเพื่อรบใหม่” หรือไม่?

    *** แต่สำหรับไทย ไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจาก “ใช้ทุกวินาทีของโอกาสนี้” ให้คุ้มค่าที่สุด ทำอย่างไรให้เรือผ่านมาได้ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อได้ และเพื่อไม่ให้มี “ข่าวร้าย” เกิดขึ้นซ้ำอีก …ก็ได้แต่ภาวนาให้ “สหรัฐ-อิหร่าน” บรรลุข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้เกิด “สันติภาพถาวร” ทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และโลก…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/columnist/than-society/656388&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1i40aavbOS6uvCgcW-_3XZ

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 12 เมษายน 69 เช็กราคาน้ำมันล่าสุด ดีเซล เบนซิน ลิตรละกี่บาท

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 12 เมษายน 69 เช็กราคาน้ำมันล่าสุด ดีเซล เบนซิน ลิตรละกี่บาท

    ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 12 เม.ย. 2569 ล่าสุดราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดตข้อมูล วันที่ 11 เม.ย. 2569 เวลา 17.00 น. ล่าสุด เช็คราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 12 เมษายน 2569 กลุ่มดีเซล เบนซิน และแก๊สโซฮอล์ โดยทีมข่าวเศรษฐกิจเว็บไซต์ Sanook อ้างอิงข้อมูลจาก จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยล่าสุด ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 12/4/2569 มีผลเวลา 05.00 น. ดังต่อไปนี้

    กบน. มีมติปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกทั้งกลุ่มเบนซิน และดีเซล สะท้อนกลไกตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง มีผล 11 เม.ย. 69

    • ลดราคา ดีเซล บี 20 : ลดลง 6 บาทต่อลิตร
    • ลดราคา ดีเซลหมุนเร็ว : ลดลง 4 บาทต่อลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20, E85 : ลดลง 3 บาทต่อลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95, 91 : ลดลง 1 บาทต่อลิตร

    อัปเดตราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้  12 เมษายน 2569 มีผล เวลา 05.00 น. ดังนี้

    ราคาน้ำมัน ปตท. พรุ่งนี้ 12 เม.ย. 69

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร
    • ดีเซล อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
    • เบนซิน อยู่ที่ 52.54 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 66.30 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 55.04 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน บางจาก พรุ่งนี้ 12 เม.ย. 69

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร
    • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 66.80 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียม 97 อยู่ที่ 56.54 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 33.95 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “เชลล์” พรุ่งนี้ 12 เม.ย. 69

    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 39.45 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.83 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.45 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 50.54 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 73.84 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “คาลเท็กซ์” พรุ่งนี้ 12 เม.ย. 69 

    • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 57.51 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 43.95 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 43.58 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 38.95 บาท/ลิตร
    • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 50.54 บาท/ลิตร
    • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 70.94 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมันข้างต้นเป็นราคากลาง (ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น) ราคาหน้าปั๊มแต่ละแห่งอาจต่างกันเล็กน้อย โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนเติม

    ตรวจสอบ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ราคาแก๊ส ล่าสุดได้เลยที่นี่ ราคาน้ำมัน

    เช็กราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันแต่ละปั๊ม คลิกไปที่ www.sanook.com/money/oil-price-today/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/949488/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ji_Qlt6riJaaCB7yH9Q1O

  • ทหารไทย คว้า รางวัลเกียรติยศสูงสุด นายร้อยแซนด์เฮิสต์ รร.เดียวกับ หลาน ฮุนเซน

    ทหารไทย คว้า รางวัลเกียรติยศสูงสุด นายร้อยแซนด์เฮิสต์ รร.เดียวกับ หลาน ฮุนเซน

    “ทหารไทย” คว้ารางวัลเกียรติยศสูงสุด นายร้อยแซนด์เฮิสต์ อังกฤษ รร.เดียวกับ หลาน “ฮุนเซน” ขณะ ฮุน มานี โพสต์ยินดีบุตรชาย

    11 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน 
    ร.ต.รวิชญ์ วาณิชยากรกุล นักเรียนเตรียมทหารรุ่น60
    (ตท.60)นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯรุ่น 71(จปร.71)
    สังกัด ร.2 พัน.1 รอ. ได้รับรางวัล International Sword 
    เมื่อจบการศึกษา ณ โรงเรียนนายร้อย Sandhurst

    “รางวัล International Sword”
    คือ รางวัลเกียรติยศสูงสุดที่มอบให้กับนักเรียนนายร้อยต่างชาติ (International Officer Cadet) ที่เข้าศึกษาหลักสูตรนายทหารสัญญาบัตร ณ โรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิสต์ (Royal Military Academy Sandhurst – RMAS) สหราชอาณาจักร

    โดยรางวัลจะมอบให้กับนักเรียนนายร้อยจากต่างชาติที่มีความโดดเด่นและทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดในรุ่น (Best of the Intake) โดยพิจารณาจากผลการประเมินด้านความเป็นผู้นำ ความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงทัศนคติตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม 44 สัปดาห์

    “รางวัล International Sword” ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมแห่งรัฐคูเวต เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ Sheikh Ali Al Sabah อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของคูเวต
     
    รางวัลนี้จะถูกส่งมอบให้ในพิธีสวนสนาม Sovereign’s Parade ซึ่งเป็นพิธีจบการศึกษาอย่างเป็นทางการของนักเรียนนายร้อย ในแต่ละปีมีนักเรียนนายร้อยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก (รวมถึงประเทศไทย) ถูกส่งไปศึกษาที่สถาบันแห่งนี้ การได้รับรางวัล International Sword จึงถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสิ่งยืนยันถึงความมุ่งมั่น ความเป็นผู้นำ และความสามารถทางทหารของนายทหารสัญญาบัตรไทยในระดับสากล

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นาย
    ฮุน มานี รองนายกฯกัมพูชา ได้โพสต์ ข้อความแสดงความยินดีกับบุตรชาย HUN Chan Panha Both หลาน ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา จบเรียนนายร้อยแซนด์เฮิสต์ ว่า

    “พ่อสุดภูมิใจในตัวลูก
    ความสำเร็จในวันนี้ จะเป็นการเตรียมตัวลูกชายไปสู่ และไม่สงสัยเลยว่า ลูกจะประสบความสำเร็จ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1229357&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IdpFDN4lRAhTyq0RHSZJz

  • ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา เปิด “ถนนสายวัฒนธรรม” ปลุกเสน่ห์เมือง สร้างเศรษฐกิจกระตุ้นท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน | เดลินิวส์

    ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา เปิด “ถนนสายวัฒนธรรม” ปลุกเสน่ห์เมือง สร้างเศรษฐกิจกระตุ้นท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน | เดลินิวส์

    นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ถนนสายวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา” โดยมี นายพีรพล ลือล่า ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา นางสุภัสสร ประภาเลิศ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน วัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา นางขวัญกมล ฉายแสง นายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา นางสาวสิริพรรณ เห็นสุข ผอ.(ททท.) สำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย และประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำบางปะกง ณ บริเวณหน้าสำนักงานพระคลังข้างที่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งสีสันทางวัฒนธรรมอย่างมีชีวิตชีวา โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา

    โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่ “แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ” ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและความยั่งยืน ด้วยการต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งสินค้าและผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญา อาหารพื้นถิ่น และวิถีชีวิตชุมชน ให้กลายเป็นพลังเศรษฐกิจที่จับต้องได้ สร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสสู่ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง“ถนนสายวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา” ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เปิดแห่งโอกาส ที่รวมทั้งเสน่ห์ วิถี และภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ในที่เดียว พร้อมต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ และขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนอย่างยั่งยืนทั้งนี้ โครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นเดือนละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน รวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง ณ บริเวณริมแม่น้ำบางปะกง หน้าสำนักงานพระคลังข้างที่ เพื่อเติมชีวิตชีวาให้เมือง สร้างสีสันการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดฉะเชิงเทราให้คึกคักอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5772591/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qQf5YCDXVj6CZVP7nbrO9

  • รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับคณะเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ – กระทรวงการต่างประเทศ

    รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับคณะเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ – กระทรวงการต่างประเทศ

    รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับคณะเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ

    รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับคณะเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ

    วันที่นำเข้าข้อมูล 10 เม.ย. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 11 เม.ย. 2569

    | 13 view

    เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 นางศิริลักษณ์ นิยม รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับคณะเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าสำนักงานและผู้แทนจากสำนักงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ จากทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต ในโอกาสที่คณะเดินทางเยือนไทยระหว่างวันที่ 1 – 11 เมษายน 2569 ตามคำเชิญของฝ่ายไทยและจัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน โดยมีนายสุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน เข้าร่วมด้วย

    ทั้งสองฝ่ายหารือแนวทางการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือไทย – สหรัฐฯ ในมิติต่าง ๆ โดยรองปลัดฯ ให้ข้อมูลสรุปพัฒนาการที่สำคัญภายในประเทศ รวมถึงย้ำถึงความสำคัญที่ไทยให้กับการกระตุ้นและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี การรับมือความท้าทายด้านพลังงานจากสถานการณ์โลก ตลอดจนการดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกอย่างสมดุลในทุกมิติ ผ่านความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคี ทั้งยังย้ำถึงความเป็นพันธมิตรไทย – สหรัฐฯ ที่ดำเนินมายาวนานและความร่วมมือที่ครอบคลุมในหลากหลายสาขา ซึ่งรวมถึงการทหารและความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย การค้าและการลงทุน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาธารณสุข การศึกษา และพลังงาน

    คณะเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ ยินดีกับพัฒนาการของความสัมพันธ์และความร่วมมือไทย – สหรัฐฯ โดยย้ำว่าไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมือและเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยฝ่ายสหรัฐฯ สนับสนุนความพยายามของไทยและความร่วมมือในระดับภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงความคืบหน้าของการเจรจาด้านภาษีและการค้าที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกัน

    ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค รวมถึงบทบาทสำคัญของอาเซียนในการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mfa.go.th/th/content/dps-meets-with-us-congressional-staff-delegation%3Fpage%3D5d5bd3c915e39c306002a907%26menu%3D5d5bd3c915e39c306002a909&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QaLAKNHbuv3cMg24JJU80

  • พอแล้ว 1 ล้าน! น้องเบญปิดรับบริจาค สัญญาเรียนพยาบาลตอบแทนสังคม พ่อแม่ลั่นสู้ชีวิตอาชีพเดิม | เดลินิวส์

    พอแล้ว 1 ล้าน! น้องเบญปิดรับบริจาค สัญญาเรียนพยาบาลตอบแทนสังคม พ่อแม่ลั่นสู้ชีวิตอาชีพเดิม | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังห้องเช่าภายในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลคลองข่อย อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อเข้าพบครอบครัวของน้องอีกครั้ง โดยมีนายบุญมี นาคศรีจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลคลองข่อย และนายสะอาด พงษ์ษะ เจ้าของหอพัก ร่วมอยู่ด้วย โดยครอบครัวได้ขอให้สื่อนำเสนอข่าวเพื่อกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความช่วยเหลือ พร้อมประกาศปิดรับบริจาคอย่างเป็นทางการ หลังยอดเงินบริจาคล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.1 ล้านบาท

    น.ส.กฤษณา รังสีโย อายุ 49 ปี แม่ของน้องเบญ กล่าวว่า ขณะนี้ครอบครัวได้ตัดสินใจปิดรับบริจาคแล้ว เนื่องจากยอดเงินบริจาคได้ครบตามที่ตั้งเป้าไว้ประมาณ 1 ล้านบาท แม้ยังมีผู้ใจบุญโอนเงินเข้ามาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่เห็นว่าเงินจำนวนดังกล่าวเพียงพอสำหรับใช้เป็นทุนการศึกษาให้กับลูกสาวในอนาคต

    เงินที่ได้รับทั้งหมดจะถูกเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาของ น.ส.เบญญาภา ธนกรมนพร เพื่อใช้ในการเรียนต่อในอนาคต ส่วนการใช้ชีวิตของครอบครัวยังคงดำเนินตามปกติ โดยนายธนเดช ธนกรมนพร อายุ 59 ปี ผู้เป็นพ่อ ยังคงรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเหมือนเดิม ขณะที่ตนยังทำงานเป็นแม่บ้านเช่นเดิม และยังอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งนี้ตามปกติ

    น.ส.กฤษณา กล่าวทั้งน้ำตาอีกว่า บุคคลที่อยากขอบคุณมากที่สุดคือ นายสะอาด พงษ์ษะ เจ้าของหอพัก ที่ให้การช่วยเหลือครอบครัวตั้งแต่แรก โดยอนุญาตให้พักอาศัยฟรี ไม่คิดค่าเช่า ค่าน้ำ และค่าไฟ อีกทั้งยังซื้ออาหารมาให้ครอบครัวรับประทานอยู่เป็นระยะ โดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนใด ๆ

    ด้าน น.ส.เบญญาภา ธนกรมนพร หรือ “น้องเบญ” กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน รวมถึงสื่อมวลชนและผู้ใจบุญทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัว ตนสัญญาว่าจะนำเงินที่ได้รับไปใช้เป็นทุนการศึกษา และตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด เพื่อทำตามความฝันในการเป็นพยาบาล และจะนำความรู้ไปดูแลพ่อแม่ในยามเจ็บป่วย รวมถึงช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5774529/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wvqBj_V5NQNQvMFR9rRRw

  • โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม ‘เกาะ’ ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม ‘เกาะ’ ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เดินหน้าขยายโครงข่ายทางพิเศษ (ทางด่วน) ทั่วประเทศ โดยเฉพาะการขยายโครงข่ายการเดินทางเชื่อมระหว่างแผ่นดินใหญ่และเกาะที่มีประชาชนอาศัยจำนวนมาก เพื่อส่งผลบวกต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน เกิดประโยชน์ด้านการคมนาคมที่สามารถเดินทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง สร้างความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวอย่างสะดวก

    ขณะนี้ กทพ.มีแผนพัฒนาทางด่วนเชื่อมเกาะรวม 2 แห่ง ได้แก่

    โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    สถานะปัจจุบันได้ศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างสรุปผลการศึกษาและหารือข้อสรุปการบูรณาการโครงการร่วมกับหน่วยงานสาธารณูปโภค และจะขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการได้ในปี 2571 และเปิดให้บริการโครงการในปี 2576

    โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม 'เกาะ' ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    โดยโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นที่ กม.14+500 ทางหลวงหมายเลข 4142 อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นทางพิเศษระดับดินพร้อมทางบริการ มุ่งไปทางทิศตะวันออกสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีจุดเชื่อมจุดเข้า-ออกบริเวณอำเภอขนอม จากนั้นจะผ่านด่านเก็บค่าผ่านทางบริเวณ กม.8+500 ซึ่งรองรับทั้งระบบ MTC และ ETC และแนวเส้นทางจะต่อเนื่องเป็นสะพานยกระดับ 4 ช่องจราจรข้ามทะเล เส้นทางสิ้นสุดที่ กม.9+000 ทางหลวงหมายเลข 4170 อำเภอเกาะสมุย รวมระยะทาง 37.41 กิโลเมตร

    โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม 'เกาะ' ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    สำหรับอัตราค่าผ่านทาง จะแยกตามประเภทของรถในอัตราเดียวกันตลอดทั้งโครงการ (Flat Rate) แบ่งเป็น

    • รถ 4 ล้อ 1,000 บาทต่อคัน
    • รถ 6-10 ล้อ 2,000 บาทต่อคัน
    • รถมากกว่า 10 ล้อ 3,000 บาทต่อคัน

    โดยโครงการมีมูลค่าลงทุนรวม 74,044 ล้านบาท ครอบคลุมค่าเวนคืนที่ดิน ก่อสร้าง ควบคุมงาน และบำรุงรักษา เบื้องต้นคาดว่าปีเปิดให้บริการจะมีปริมาณจราจร 3,049 คันต่อวัน รายได้ 3.25 ล้านบาทต่อวัน

    โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม 'เกาะ' ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง จังหวัดตราด

    สถานะปัจจุบัน กทพ. อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ โดยมีแผนการจะดำเนินการจัดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเดือน มิ.ย. 2569 และจะศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.2569 ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการได้ในปี 2574 และเปิดให้บริการในปี 2578

    โดยโครงการมีจุดเริ่มต้นเชื่อมกับทางหลวงชนบทหมายเลข ตร.4066 บริเวณ กม.2+840 (บ้านธรรมชาติล่าง ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด) โดยแนวเส้นทางมุ่งไปทางทิศใต้ผ่านทะเลอ่าวไทยเข้าสู่เกาะเกาะช้าง มีด่านเก็บค่าผ่านทางอยู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่และมีจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมกับถนน อบจ.ตร.10026 บริเวณ กม.5+300 (บ้านด่านใหม่ ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด) ระยะทางประมาณ 5.90 กิโลเมตร

    โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม 'เกาะ' ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม 'เกาะ' ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1229248&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lS9SyuW4t86klJY-FTvWG