Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทรัมป์มั่นใจเฟดลดดอกเบี้ย เมื่อสงครามอิหร่านจบ-ราคาน้ำมันลด : อินโฟเควสท์

    ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทรัมป์มั่นใจเฟดลดดอกเบี้ย เมื่อสงครามอิหร่านจบ-ราคาน้ำมันลด : อินโฟเควสท์

    เควิน แฮสเซตต์ หัวหน้าที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความเชื่อมั่นว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในท้ายที่สุดนั้น จะเปิดช่องให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้

    แฮสเซตต์กล่าวในรายการ Sunday Morning Futures ของสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า ทำเนียบขาวคาดการณ์ว่าราคาพลังงานจะลดลงทันทีที่มีการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน “และเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น ก็จะมีความเป็นไปได้สูงมากที่เฟดจะดำเนินการในสิ่งที่ถูกต้อง ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยลง”

    ทั้งนี้ แฮสเซตต์ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ ในวันเดียวกับที่ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า การเจรจากับอิหร่าน “กำลังดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบและสร้างสรรค์”

    แฮสเซตต์ย้ำว่า เขาเคารพความเป็นอิสระของเฟด และกล่าวชื่นชมเควิน วอร์ช ซึ่งสาบานตนรับตำแหน่งประธานเฟดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 พ.ค.) โดยกล่าวว่า เขาต้องการให้วอร์ชเป็นอิสระอย่างเต็มที่ และทำหน้าที่ของตนเอง

    นอกจากนี้ แฮสเซตต์ยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยถึงแม้ว่าราคาเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นอันเนื่องเนื่องมาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะเพิ่มความเสี่ยงทางการเมืองให้กับปธน.ทรัมป์และพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพ.ย.นี้ แต่แฮสเซตต์แย้งว่าอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นนั้นส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนโดยราคาพลังงาน

    กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.8% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2568

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/595650&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xurHnvTml8qZUs_Fc8SNY

  • สอ.ครูแพร่ ช่วยสมาชิกยามวิกฤติเศรษฐกิจ เปิดให้กู้เงินพิเศษเฉพาะกิจ ช่วยค่าครองชีพ

    สอ.ครูแพร่ ช่วยสมาชิกยามวิกฤติเศรษฐกิจ เปิดให้กู้เงินพิเศษเฉพาะกิจ ช่วยค่าครองชีพ

    สอ.ครูแพร่ ช่วยสมาชิกยามวิกฤติเศรษฐกิจ เปิดให้กู้เงินพิเศษเฉพาะกิจ ช่วยค่าครองชีพ

    25 May 69

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีประกาศสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแพร่ จำกัด โครงการเงินกู้พิเศษเฉพาะกิจแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจและค่าครองชีพ (พ26) ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การปิดกันเส้นทางเดินเรือหรือความเสียงจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทาน น้ำมันดิบในตลาดโลก ทำให้ราคาน้ำน้ำมันมีความฝันผวนอย่างรุนแรง และมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อ ค่าครองชีพของประชาชนโดยทั่วไป รวมถึงสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแพร่ จำกัด ด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดูแลสมาชิกที่ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัว จึงได้เสนอพิจารณาการให้เงินกู้พิเศษเฉพาะกิจ เพื่อช่วยเหลือ สมาชิกและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว
    ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแพร่ จำกัด ชุดที่ 66 ครั้งที่ 8/2569 มีมติให้จัดทำเงินกู้พิเศษเฉพาะกิจแกิจแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจและค่าครองชีพ (พ26) ขึ้น ตามระเบียบสหกรณ์ว่าด้วย การ
    ให้เงินกู้พิเศษแก่สมาชิก พ.ศ.2567 ข้อ 19 ดังนี้

    1. วัตถุประสงค์
      1.1. เพื่อเป็นการช่วยเหลือสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและค่าครองชีพทั้งทางตรง
      และทางอ้อม
      1.2. เพื่อให้สมาชิกมีเงินในการดำรงชีพระหว่างที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและค่าครองชีพ
    2. เงื่อนไขการให้เงินกู้ กำหนดผู้มีสิทธิ์และผู้ไม่มีสิทธิ์กู้ยืม
      2.1. เป็นสมาชิกสามัญของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแพร่ จำกัด
      2.2. ไม่มีหนี้ค้างชำระกับสหกรณ์ได้แก่ เงินกู้, ประกันสินเชื่อ, ประกันภัยบ้าน, เงินสงเคราะห์ล่วงหน้า
      สมาคมณาปนกิจสงเคราะห์ที่สหกรณ์เป็นศูนย์ประสานงาน, สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์
      ออมทรัพย์ครูแพร่ จำกัด กองที่ 1 และ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแพร่
      จำกัด กองที่ 2
      2.3. ไม่เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา, ถูกคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด, ถูกพิพากษาให้ล้มละลาย
      2.4. มีหลักประกันความมั่นคงเพียงพอขณะยื่นกู้
      2.5. ลูกหนี้สหกรณ์ที่เป็นสมาชิก 2 สหกรณ์ประเภทเดียวกัน ไม่มีสิ่งกู้ยืม
      2.6. ให้มีผู้ค้ำประกัน 1 คน
      2.7 เมื่อกู้เงินแล้วต้องป็นไปตนเกณฑ์การอนุมัติเงินกู้ของสหกรณ์ที่กำหนดไว้
    3. จำนวนเงินกู้
      กู้ได้สูงสุดไม่เกินรายละ 50,000 บาท
    4. การกำหนดอัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 5 ต่อปี
    5. การส่งชำระหนี้เงินกู้
      5.1. การชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย กำหนดชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 60 งวด
      5.2. หากสมาชิกผิดนัดชำระหนี้ตั้งแต่ 1 งวดรายเดือนขึ้นไป จะต้องชำระค่าปรับในอัตราร้อยละ 3 ของ
      เงินค่างวดที่ผิดนัดชำระของงวดนั้น ๆ โดยให้คิดค่าปรับตั้งแต่วันที่ 6 ของเดือนถัดไป ทั้งนี้ตั้งแต่
      สหกรณ์แจ้งให้สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ จนกว่าจะชำระชำระหนี้ให้เป็นปกติ
      5.3. ลูกหนี้ต้องมีความสามารถในการส่งชำระหนี้ให้สหกรณ์ฯ ได้หากมีเงินงวดชำระหนี้เกินร้อยละ 70
      ของเงินรายเดือน ให้บันทึกให้หักผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย หรือหักจากบัญชื่ออมทรัพย์สหกรณ์ฯ
      ของสมาชิก
    6. กำหนดวิธีการขอกู้ / การทำสัญญา / การค้ำประกัน / วิธีรับเงิน
      6.1. ยื่นคำร้องออนไลน์ผ่านระบบ member service
      6.2. เจ้าหน้าที่สหกรณ์ รับคำขอกู้ ตรวจสอบสิทธิ วิเคราะห์ข้อมูลวงเงินกู้ แจ้งวงเงินกู้ นัดหมายการทำ
      สัญญา และตรวจสอบเอกสารประกอบ เมื่อได้รับการอนุมัติเงินกู้แล้วให้สามารถรับเงินกู้จากบัญชีเงินฝาก
      ออมทรัพย์ของสหกรณ์ได้
      6.3 ให้มีผู้ค้ำประกัน 1 คน
    7. กรณีผิดนัดชำระหนี้
      หากสมาชิกผิดนัดชำระหนี้ตั้งแต่ 1 งวดรายเดือนขึ้นไป จะต้องชำระค่าปรับในอัตราร้อยละ 3
      ของเงินค่างวดที่ผิดนัดชำระของงวดนั้น ๆ โดยให้คิดค่าปรับตั้งแต่วันที่ 6 ของเดือนถัดไป ทั้งนี้ ตั้งแต่สหกรณ์ฯ แจ้งให้
      สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ จนกว่าจะชำระหนี้ให้เป็นปกติ
    8. ระยะเวลาดำเนินการ
      8.1 ยื่นคำร้องออนไลน์หรือที่ฝ่ายสินเชื่อและบริหารหนี้ เพื่อตรวจสอบสิทธิ์กู้ วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.
      2569
      เป็นต้นไป หรือตามประกาศของสหกรณ์ฯ
      8.2 เริ่มจ่ายเงินกู้วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569 วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 หรือตามประกาศ
      ของสหกรณ์ฯ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสมาชิกที่ติดล็อคปรับโครงสร้างหนี้ก็จะให้ใช้สิทธิ์กู้รายการนี้โดยสอ.ครูแพร่กำลังเสนอให้สหกรณ์จังหวัดเห็นชอบการแก้ไขระเบียบดังกล่าวอยู่กลุ่มนี้จะได้ใช้สิทธิ์ได้อีกน่าจะใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนหรืออาจจะเร็วขึ้นสอ.ครูแพ่ร่จะแจ้งให้ทราบทันที

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3939745/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g_PqZaoYB1TkyHbM0UpMj

  • ชาวบ้านคึกคัก แห่กดรับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลายคนหวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ชาวบ้านคึกคัก แห่กดรับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลายคนหวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ตื่นมารอแต่เช้า ชาวบ้านแห่ลงทะเบียนรับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลายคนหวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นกำลังซื้อให้การค้าขายกลับมาคึกคักอีกครั้ง

    วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ตั้งแต่ช่วงเวลา 06.00 น. ที่บริเวณตลาดเช้า หน้าโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ต่างเฝ้ารอการเปิดระบบลงทะเบียนอย่างใกล้ชิด หวั่นพลาดสิทธิ หลังรัฐบาลกำหนดจำนวนผู้ได้รับสิทธิไว้ 30 ล้านคน

    ทั้งนี้ ทันทีที่ถึงเวลาเปิดลงทะเบียนในช่วง 06.00 น. หลายคนต่างจับจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือแบบไม่กะพริบ เพื่อเร่งเข้าระบบลงทะเบียน ขณะที่ช่วงแรกของการเปิดใช้งานพบว่า ระบบมีความล่าช้าและสะดุดเป็นระยะ ผู้ที่สามารถเข้าสู่ระบบได้ต้องรอคิวดำเนินการ ส่วนผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ต้องรอระบบประมวลผล โดยหน้าจอแอปพลิเคชันปรากฏสัญลักษณ์โหลดข้อมูลหมุนต่อเนื่อง แต่สุดท้ายก็สามารถเข้าสู่หน้าลงทะเบียน และกดรับสิทธิได้

    ทางด้าน น.ส.พรพิลัย แซ่ตั้น แม่ค้าปลาทู เผยว่า เฝ้ารอการลงทะเบียนโครงการนี้มานาน เพราะคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้การค้าขายกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมา สภาพเศรษฐกิจซบเซาและกำลังซื้อของประชาชนลดลง

    ทั้งนี้ ยังไม่มั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากปัจจุบันราคาสินค้าและค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง จึงต้องรอดูหลังจากเปิดใช้งานจริงว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยได้หรือไม่ แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลมองเห็นความเดือดร้อนของประชาชน และมีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้

    ขณะที่ อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ชาวบ้านและผู้สูงอายุ ต่างพากันตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อนำโทรศัพท์ของตนเองมาให้บุตรหลาน ทำการลงทะเบียนรับสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ของรัฐบาล 

    ทั้งนี้ ชาวบ้านที่เคยรับสิทธิคนละครึ่งพลัส ก็ทำการกดรับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ของรัฐบาล ได้แบบไม่ยุ่งยาก ซึ่งบางรายก็สามารถกดรับสิทธิ และได้รับการยืนยันสิทธิในทันที ขณะที่บางรายที่เพิ่งสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นครั้งแรก มีทั้งที่ได้รับการยืนยันสิทธิในทันทีเช่นเดียวกัน และบางรายได้รับแจ้งว่า กำลังรอผลการลงทะเบียน 

    ทางด้าน น.ส.วิมล บวชประโคน อายุ 39 ปี ชาวบ้านสะเดา เผยว่า ตนเป็นผู้ที่เคยได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน จึงทำให้การกดเข้ายืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ของรัฐบาล ไม่ค่อยจะยุ่งยากสักเท่าไหร่ เพียงแต่ประสบปัญหาเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ช้า รวมถึงคาดว่าอาจจะเป็นเพราะระบบด้วยก็ได้ เนื่องจากคาดว่าน่าจะมีคนเข้าระบบกันเยอะ จึงอาจจะทำให้ระบบช้าลงไปบ้าง 

    อย่างไรก็ตาม อยากจะให้ทุกรัฐบาลได้มีโครงการช่วยเหลือประชาชนแบบนี้อีกเรื่อยๆ เพราะเชื่อว่าเป็นโครงการที่ดี โดยเฉพาะชาวบ้านและผู้ที่มีรายได้น้อย ก็สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของแต่ละครอบครัวได้ในระดับหนึ่งด้วย

    ส่วนบรรยากาศบริเวณตลาดเช้า ใต้สะพานนครหลวง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา พบประชาชนทยอยดำเนินการยืนยันสิทธิผ่านโทรศัพท์มือถือกันตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุหลายราย ยังไม่คุ้นเคยกับการใช้งานผ่านมือถือ จึงอาศัยให้ลูกหลานหรือเพื่อนบ้านช่วยดำเนินการและแนะนำขั้นตอนการยืนยันสิทธิ

    ขณะที่ ชาวบ้านรายหนึ่ง เผยว่า ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ได้เฝ้ารอเวลาเปิดยืนยันสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่ตนใช้งานไม่ค่อยเป็น จึงให้เพื่อนบ้านช่วยดำเนินการให้ ซึ่งพบว่าขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่นานก็ยืนยันสิทธิได้สำเร็จ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เตรียมความพร้อมและลงทะเบียนกับธนาคารไว้แล้ว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2935054&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3T3NWjD1sF9kAZn6dVNlqQ

  • รอคิวตั้งแต่ตี 5 คนสุโขทัยแห่แก้ปัญหาแอป “เป๋าตัง”

    รอคิวตั้งแต่ตี 5 คนสุโขทัยแห่แก้ปัญหาแอป “เป๋าตัง”

    (25 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ได้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเข้าแถวรอคิวอย่างเนืองแน่นบริเวณหน้าธนาคารตั้งแต่เวลา 05.00 น. ก่อนที่ธนาคารจะเปิดทำการ โดยประชาชนส่วนใหญ่ต้องการมาติดต่อขอรับบริการยืนยันตัวตนสำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่เปิดให้ลงทะเบียนเป็นวันแรก

    .

    จากการสอบถามประชาชนที่มารอคิว พบว่าส่วนใหญ่ประสบปัญหาการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไม่ได้ รวมถึงปัญหาด้านเอกสาร เช่น บัตรประจำตัวประชาชนหมดอายุ และความไม่เข้าใจในขั้นตอนการยืนยันตัวตนด้วยตนเอง ทำให้ต้องเดินทางมาที่ธนาคารเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ

    .

    บรรยากาศหน้าธนาคารเป็นไปอย่างคึกคักและมีความวุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากมีผู้สูงอายุและประชาชนหลายรายต้องนั่งรอคิวเป็นเวลานาน บางรายถึงขั้นต้องนั่งกับพื้นหน้าร้านเพื่อรอรับบัตรคิว ท่ามกลางความกังวลว่าคิวจะเต็มหรือธนาคารจะปิดทำการก่อนจะได้รับบริการ

    .

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ธนาคารได้เร่งดำเนินการอำนวยความสะดวก แต่เนื่องจากปริมาณผู้มาใช้บริการมีจำนวนมากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้การบริการเป็นไปอย่างล่าช้า ทั้งนี้ขอให้ประชาชนตรวจสอบสถานะและเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนเดินทางมาติดต่อ เพื่อลดความแออัดและลดระยะเวลาในการรอคอย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NZMlKrbxV&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LRtAiurwNq1p3Rj7LiulR

  • เริ่มแล้ว! ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส” 60/40 ชิงสิทธิ 4,000 บาท รับแค่ 30 ล้านคน | เดลินิวส์

    เริ่มแล้ว! ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส” 60/40 ชิงสิทธิ 4,000 บาท รับแค่ 30 ล้านคน | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลังเปิดฉากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มเปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนรับสิทธิตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม จนถึง 29 พฤษภาคม 2569 นี้เท่านั้น (ระหว่างเวลา 06.00–22.00 น.) เพื่อแจกวงเงินช่วยเหลือค่าครองชีพจำนวน 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือนเต็ม (มิถุนายน–กันยายน 2569) ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายไม่เกิน 30 ล้านคน

    โครงการนี้ได้รับอนุมัติงบประมาณวงเงิน 1.75 แสนล้านบาท จากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยดึงแหล่งเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานฯ หวังประคับประคองกำลังซื้อของประชาชนท่ามกลางวิกฤติเงินเฟ้อและสินค้าราคาแพง

    เงื่อนไขและคุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน (ประชาชนทั่วไป)

    ผู้ที่ต้องการรับสิทธิร่วมจ่ายแบบ 60/40 (รัฐจ่ายให้ 60% ประชาชนจ่ายเอง 40%) จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังต่อไปนี้:

    • มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
    • มีบัตรประจำตัวประชาชน
    • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ณ 18 พ.ค. 69) เนื่องจากกลุ่มนี้จะได้รับการเพิ่มวงเงินอัตโนมัติเป็น 1,000 บาท/เดือนอยู่แล้ว
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งทุกเฟสในอดีต

    กฎเหล็กที่ต้องจำ: วงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาทต่อเดือน จะรีเซตทุกสิ้นเดือน ไม่สามารถสะสมหรือทบไปใช้ในเดือนถัดไปได้ และจำกัดการใช้สิทธิสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน

    ไทม์ไลน์สำคัญ: ลงทะเบียน ยืนยันสิทธิ และเริ่มใช้จ่าย

    กลุ่มเป้าหมาย รายละเอียดการลงทะเบียน / ยืนยันสิทธิ ช่วงเวลาเริ่มใช้จ่าย
    ประชาชนทั่วไป ลงทะเบียนผ่านแอป “เป๋าตัง”
    25-29 พ.ค. 69 (06.00-22.00 น.)
    1 มิ.ย.-30 ก.ย. 69
    (เวลา 06.00-23.00 น.)
    ร้านค้าเดิม
    (เคยร่วมคนละครึ่ง พลัส)
    กดทำการยืนยันสิทธิผ่านแอป “ถุงเงิน”
    25 พ.ค.-30 ก.ย. 2569
    พร้อมรับชำระเงินตั้งแต่วันที่
    1 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป
    ร้านค้าใหม่ ลงทะเบียนที่สาขาธนาคารกรุงไทย
    25 พ.ค.-31 ก.ค. 2569
    หลังจากผ่านการอนุมัติในระบบ
    ระบบ Food Delivery ร้านค้าสมัครผ่านแอปถุงเงิน 10 มิ.ย. 69 ประชาชนเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่
    15 มิ.ย.-30 ก.ย. 69

    วิธีการลงทะเบียนสำหรับ “รายเก่า” และ “รายใหม่”

    ธนาคารกรุงไทยยืนยันความพร้อมของระบบในการรองรับการลงทะเบียนของประชาชนทั้ง 30 ล้านสิทธิ โดยแบ่งระบบการทำงานออกเป็น 2 รูปแบบหลัก:

    • ผู้เข้าร่วมรายเดิม (เคยร่วมคนละครึ่ง พลัส): สามารถกดเชื่อมต่อระบบและยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ทันที ซึ่งจะทราบผลอนุมัติกลับมาอย่างรวดเร็ว
    • ผู้เข้าร่วมรายใหม่: ต้องกรอกข้อมูลลงทะเบียนรายละเอียดในระบบก่อน จากนั้นระบบจะใช้เวลาตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารกับกรมการปกครองประมาณ 3 วันทำการ

    ปรับเกณฑ์ใหม่! บล็อกร้านค้าภาคบริการ เน้นสินค้าจำเป็น

    มาตรการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ในรอบนี้ มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ โดยจะ ไม่รวมร้านค้าในภาคบริการ เช่น ร้านตัดผม ร้านนวด หรือธุรกิจสปา เพื่อบีบให้วงเงินช่วยเหลือถูกนำไปใช้สอยกับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และเครื่องดื่มที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการผ่านแอป “ถุงเงิน” จะได้รับฟีเจอร์ใหม่ในระบบ AI ชื่อว่า “นกกระซิบ” ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการรายย่อยวิเคราะห์ยอดขายรายวัน แนะนำช่วงเวลาที่ขายดี และเชื่อมโยงข้อมูลราคาวัตถุดิบตรงจากกรมการค้าภายในเพื่อช่วยบริหารจัดการต้นทุนร้านค้าให้มีกำไรดีขึ้นอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5887985/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VU1qxXoFyAZcVLsXNky_O

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (25 พ.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (25 พ.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (25 พ.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศราคาน้ำมันดีเซล B7 ,น้ำมันดีเซล B20 ขึ้น 75 สตางค์ต่อลิตร

    ขณะที่เบนซิน แก๊สโซฮอล์95 ,91 ,E85 และ E20 ขึ้น 85 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 61.25 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 42.20 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 35.20 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 61.25 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 42.20 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 35.20 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (25 พ.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/659814&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VlsLhz_DXwwt7L_0YdPCr

  • ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ได้สิทธิไปแล้ว ซื้ออะไรได้บ้าง? เริ่ม 1 มิ.ย.69 | เดลินิวส์

    ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ได้สิทธิไปแล้ว ซื้ออะไรได้บ้าง? เริ่ม 1 มิ.ย.69 | เดลินิวส์

    ในสภาวะวิกฤติพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ รัฐบาลได้เปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยรัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ถึง 60% และประชาชนจ่ายเองเพียง 40% เท่านั้น ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลดภาระค่าครองชีพที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

    สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ (วงเงินและการใช้จ่าย)

    • วงเงินรวม: ได้รับคนละ 4,000 บาท ตลอดโครงการ
    • ข้อจำกัดการใช้: ใช้สิทธิได้สูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน และสูงสุด 200 บาทต่อวัน (สิทธิรัฐช่วยจ่าย)
    • เงื่อนไขสำคัญ: หากใช้ไม่หมดในแต่ละเดือน ไม่สามารถทบไปใช้ในเดือนถัดไปได้ และสิทธิจะถูกรีเซ็ตใหม่ทุกเวลา 06:00 น. ของทุกวัน

    ซื้ออะไรได้บ้าง? (รายการสินค้าและบริการ)

    • สินค้าที่ร่วมโครงการ: อาหาร, เครื่องดื่ม, สินค้าทั่วไป, บริการขนส่งสาธารณะ และบริการขนส่งมวลชนสาธารณะ
    • สินค้าที่ไม่ร่วมโครงการ: สลากกินแบ่งรัฐบาล, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ผลิตภัณฑ์ยาสูบ, บัตรกำนัล/บัตรเงินสด และการชำระค่าสินค้า/บริการล่วงหน้า

    วิธีใช้งานแอปฯ เป๋าตัง เพื่อจ่ายเงินไทยช่วยไทย พลัส 60/40 มีขั้นตอนดังนี้

    1.เข้าแอปฯ เลือกแบนเนอร์โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)

    2.กดปุ่ม “สแกน QR เพื่อใช้สิทธิ”

    3.สแกน QR ของร้านค้าถุงเงิน

    4.ตรวจสอบยอดเงินและกด “ยืนยันการชำระเงิน” (ต้องมีเงินใน G-Wallet เพียงพอในส่วน 40% ของเรา)

    5.ใส่รหัส PIN 6 หลัก

    6.บันทึกสลิปทำรายการสำเร็จ

    ข้อควรระวังและปัญหาที่พบบ่อย (Error) หากคุณไม่สามารถทำรายการได้ อาจเกิดจากสาเหตุดังนี้

    • ไม่ได้ตั้งค่าอนุญาตให้เข้าถึงคลังภาพหรือตำแหน่งที่ตั้ง (Location): ต้องไปที่การตั้งค่ามือถือเพื่อเปิดสิทธิให้แอปฯ เป๋าตัง
    • สแกนผิดที่: ต้องสแกน QR ร้านค้าที่หน้าร้านเท่านั้น
    • ทำรายการนอกเงื่อนไข: เช่น เกินวงเงินต่อวัน หรือใช้นอกเวลาที่กำหนด (06:00 – 23:00 น.) 
    • ตำแหน่งที่ตั้งไม่ชัดเจน: อุปกรณ์ไม่สามารถระบุพิกัดได้

    ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสิทธิคงเหลือรายวัน สิทธิคงเหลือรวม และประวัติการใช้สิทธิได้โดยตรงผ่านหน้าแรกของโครงการในแอปฯ เป๋าตัง

    ใครมีสิทธิรับเงิน 4,000 บาทบ้าง? ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

    • สัญชาติไทย และมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
    • มีบัตรประจำตัวประชาชน
    • ต้องไม่เป็น ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ตามฐานข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ค. 2569)
    • ต้องไม่เป็น ผู้ที่ถูกระลึกสิทธิหรือเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1-5 และโครงการคนละครึ่ง พลัส

    ไทม์ไลน์สำคัญ: ลงทะเบียนและเริ่มใช้เมื่อไหร่?

    • ลงทะเบียนประชาชน: วันที่ 25 – 29 พ.ค. 2569 เวลา 06:00 – 22:00 น. ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” เท่านั้น
    • ระยะเวลาโครงการ: รวม 4 เดือน (มิถุนายน – กันยายน 2569)
    • เริ่มใช้สิทธิร้านค้าทั่วไป: 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 (06:00 – 23:00 น.)
    • เริ่มใช้สิทธิฟู้ดเดลิเวอรี่: 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 (06:00 – 21:00 น.)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5886503/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ufDsirTsgEAiaSuNra0jZ

  • เปิดสาเหตุ  ‘หนุ่ม กะลา’ ประกาศ  งดรับคอนเสิร์ต เบรกงานในวงการยาว

    เปิดสาเหตุ  ‘หนุ่ม กะลา’ ประกาศ งดรับคอนเสิร์ต เบรกงานในวงการยาว

    เปิดสาเหตุ  ‘หนุ่ม กะลา’ ประกาศ  งดรับคอนเสิร์ต เบรกงานในวงการยาว

    เปิดสาเหตุ  ‘หนุ่ม กะลา’ ประกาศ งดรับคอนเสิร์ต เบรกงานในวงการยาว

    วงการเพลงสะเทือนรับต้นสัปดาห์ เมื่อนักร้องเสียงนุ่มขวัญใจมหาชนอย่าง “หนุ่ม กะลา” หรือ ณพสิน แสงสุวรรณ ออกมาขว้างระเบิดลูกใหญ่ลงบนหน้าฟีดเฟซบุ๊ก ประกาศ “ยุติรับงานคอนเสิร์ตและงดปรากฏตัวบนเวทีทุกชนิดแบบไม่มีกำหนด”  เจ้าตัวลั่นวาจาขอเฟดตัวไปพักใจ ท่องเที่ยว และชดใช้เวลาให้ครอบครัว ทิ้งท้ายปริศนา “แล้วพบกันใหม่ในวันข้างหน้า” ทำเอาแฟนคลับใจหายวาบ!

    เปิดสาเหตุ  ‘หนุ่ม กะลา’ ประกาศ  งดรับคอนเสิร์ต เบรกงานในวงการยาว

    ร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ “หนุ่ม กะลา” ที่เพิ่งจะสลัดคราบไมค์ตัวตึงเดินสายระเบิดความมันส์ในงานคอนเสิร์ตล่าสุดเสร็จสิ้นลง ได้ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์ข้อความสะเทือนความรู้สึกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงอนาคตบนเส้นทางสายดนตรีหลังจากนี้ว่า ตนเองต้องการ “ดับเครื่องชนดราม่าด้วยความเงียบ” และขอพักไมค์ยาวๆ แบบยาวมาก! โดยข้อความระบุว่า

      ” ผ่านพ้นไปกับงานสุดท้าย จากนี้จะขอหยุดรับงานทุกอย่างกันยาวๆ สักพักนะครับ จะไม่รับคอนเสิร์ต หรือปรากฏตัวบนเวทีไหนสักระยะ  ขอใช้เวลาไปกับครอบครัว ไปท่องเที่ยว ไปใช้ชีวิต ไปทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้มานาน และออกไปค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับชีวิต ขอบคุณทุกคนที่อยู่เคียงข้างเสมอมา แล้วพบกันใหม่…ในวันข้างหน้า #NUMKALA ” 

    พร้อมทิ้งท้ายข้อความซึ้งขอบคุณกัลยาณมิตรและแฟนคลับที่ยังไม่ทิ้งกันในวันที่ล้มว่า “ขอบคุณทุกคนที่อยู่เคียงข้างเสมอมา แล้วพบกันใหม่…ในวันข้างหน้า”ท่ามกลางเพื่อนพ้องในวงการที่แห่เข้ามากดไลก์ส่งกำลังใจกันอย่างล้นหลาม ส่วนก้าวต่อไปในวันข้างหน้า “หนุ่ม กะลา” จะกลับมาทวงบัลลังก์นักร้องแถวหน้าได้สง่างามแค่ไหน หรือนี่จะเป็นการปิดตำนานถาวร? ทีมข่าว “คมชัดลึกบันเทิง” จะเฝ้าหน้าจอรอรายงานแน่นอน!

    เปิดสาเหตุ  ‘หนุ่ม กะลา’ ประกาศ  งดรับคอนเสิร์ต เบรกงานในวงการยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/617580&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Owhlt5-8DGJgZRcrTNGDI

  • GDP สิงคโปร์ Q1/2569 ขยายตัว 6% YoY, 1% QoQ สูงกว่าคาด : อินโฟเควสท์

    GDP สิงคโปร์ Q1/2569 ขยายตัว 6% YoY, 1% QoQ สูงกว่าคาด : อินโฟเควสท์

    กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ (MTI) เปิดเผยในวันนี้ (25 พ.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 6.0% เมื่อเทียบเป็นรายปี สูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นอย่างเป็นทางการซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.6%

    เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาสแบบปรับค่าฤดูกาลแล้ว GDP ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 1.0% สวนทางกับตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่คาดว่าจะหดตัว 0.3%

    กระทรวงฯ ยังคงคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ไว้ที่ 2.0% ถึง 4.0% แต่เตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้เศรษฐกิจเสี่ยงที่จะทรุดต่ำลงกว่าที่คาดการณ์ไว้มากอย่างมีนัยสำคัญ

    สำหรับดัชนีอัตราเงินเฟ้อประจำเดือนเม.ย. มีกำหนดจะแถลงเผยแพร่ออกมาในบ่ายวันนี้ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนมี.ค. อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานขยับสูงขึ้น 1.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี และบรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างคาดหมายว่าตัวเลขในเดือนเม.ย. จะทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน

    เมื่อเดือนที่แล้ว ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ประกาศคุมเข้มนโยบายการเงิน เนื่องจากกังวลว่าสงครามอิหร่านอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินเฟ้อ หลังจากที่ MAS ได้คงนโยบายไว้ตามเดิมในการประชุม 3 ครั้งก่อนหน้านี้ (ม.ค., ต.ค. และก.ค.) และเพิ่งจะผ่อนปรนนโยบายลงไปเมื่อเดือนเม.ย. ปีที่แล้ว

    นอกจากนี้ เมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา MAS ยังได้ปรับตัวเลขคาดการณ์ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐานและดัชนีเงินเฟ้อทั่วไปสำหรับปี 2569 ขึ้นไปอยู่ที่ 1.5% ถึง 2.5% จากเดิมที่เคยประมาณการไว้เพียง 1.0% ถึง 2.0%

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/595611&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27w_HW1OZTPwwiP3JWhgX4

  • รู้ก่อนรวยก่อน ส่อง 5 หุ้น น่าสนใจ 25/05/69

    รู้ก่อนรวยก่อน ส่อง 5 หุ้น น่าสนใจ 25/05/69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/149710&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eOHpJUResGyDhIbIe4HL8