Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘ภัทรพงศ์’ จับมือ ททท. และสายการบิน ผุดไอเดียท่องเที่ยวเมืองรอง

    ‘ภัทรพงศ์’ จับมือ ททท. และสายการบิน ผุดไอเดียท่องเที่ยวเมืองรอง

    ‘ภัทรพงศ์’ จับมือ ททท. และสายการบิน ผุดไอเดีย ท่องเที่ยวเมืองรอง รวมแพ็คเกจตั๋วเครื่องบิน ที่พักพร้อมอาหาร กระจายรายได้สู่เมืองรอง

    25 พ.ค. 2569 – นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองผ่านท่าอากาศยานในสังกัดของกรมท่าอากาศยาน โดยมีนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อมเริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  นายธานี ธราภาค กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม-แลนดาร์ช จำกัด (EZY AIRLINES) และ นายพิชิต สถาปัตยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมประชุมหารือ

    “วันนี้ได้พบหารือเพื่อขับเคลื่อน และบูรณาการทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น กรมท่าอากาศยาน สายการบิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมีเป้าหมายสำคัญ เพื่อส่งเสริมให้เกิดเส้นทางการท่องเที่ยว กระตุ้นการเดินทางในเมืองรอง กระจายรายได้สู่ประชาชน และทุกภาคส่วน  ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสำคัญของกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการยกระดับท่าอากาศยานให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระดับภูมิภาค (Airport for Regional Development)
    ซึ่งจากที่ประชุมหารือครั้งนี้ เบื้องต้นได้เสนอจัดทำแคมเปญ และแพ็คเกจท่องเที่ยวส่งเสริมเมืองรอง โดยจะนำร่องในท่าอากาศยาน 7 แห่ง คือ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ลำปาง แม่ฮ่องสอน หัวหิน ร้อยเอ็ด น่านนคร และแพร่  โดยแพ็คเกจจะเป็นการรวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก พร้อมอาหาร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งจะมีการหารือในรายละเอียดอีกครั้งและจะเชิญชวนสายการบินต่างๆที่สนใจร่วม” นายภัทรพงศ์ กล่าว

    นอกจากนี้ จะมีการผลักดันให้มีศูนย์กลางการบินในแต่ละภูมิภาค ภาคเหนือ คือ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ท่าอากาศยานอุดรธานี ภาคใต้ คือ ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี  เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในการเชื่อมต่อ และเดินทางไปยังเมืองรองในแต่ละภูมิภาคต่อไป

    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังพยายามผลักดันแนวคิดที่จะทำให้ท่าอากาศยานหัวหิน เป็นท่าอากาศยานที่สามารถรองรับเที่ยวบินต่างประเทศให้กลับมาบินได้อีกครั้ง เพื่อดึงนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพการใช้จ่ายสูง พักอาศัยในระยะยาว โดยเชื่อมโยงกับศูนย์กลางทางการแพทย์ เน้นจุดขายในการรักษาและการพักผ่อนเชิงสุขภาพไปพร้อมกัน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/1002554/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2r3MyaV7ZaZ2DfGJofBVhA

  • รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ ชี้ทิศทางเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว

    รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ ชี้ทิศทางเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว

    นายไพศาล สุขเจริญ รักษาการณ์ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การเกิดสงครามตะวันออกกลาง เห็นได้ชัดว่าส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดไฮเอ็นที่จะเดินทางท่องเที่ยวช่วงกรีนซีซั่น โดยเฉพาะอิสราเอลที่ชื่นชอบท่องเที่ยวช่วงหน้าฝนของไทย หายไปกว่า 80% จากที่สอบถามพูดคุยกับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักที่โรงแรมให้เหตุผลว่านักท่องเที่ยวชาติชาวอิสราเอลมีความรักชาติสูงมาก จากที่เตรียแผนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยไว้ แต่เมื่อเกิดสงครามขึ้นเสียก่อน ทำให้ต้องระดมเงินบริจาคช่วยเหลือประเทศชาติในการต่อสู้ แต่บางส่วนที่ได้จ่ายเงินล่วงหน้าก็เดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนตามการวางแผนที่จ่ายเงินไปแล้วนั้นเอง

    “ในขณะนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนได้กลับมาเที่ยวเชียงใหม่อีกครั้งและถือว่ามีสัดส่วนที่สูงกว่าชาติอื่นๆ เพียงแต่กลุ่มช่วงอายุและพฤติกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเชียงใหม่เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ 35-40% และช่วงอายุระหว่าง 25-39 ปี มีทั้งเรียนจบและทำงานใหม่ หรือครอบครัววัยรุ่น กลุ่มนี้จะพักโรงแรมระดับราคา 3,000-5,000 บาท อย่างสมายล้านนาจะมีอัตราเข้าพักไม่เคยต่ำกว่า 70% นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ชอบพักแถวนิมมานเหมินทร์และในเขตเมืองเก่าราคาไม่เกิน 3 พันบาท และจะมีอีกกลุ่มที่พักระดับ 5-6 ดาว ส่วนโรงแรม 3-4 ดาวอัตราเข้าพักหายไปมากบางโรงแรมแทบไม่ได้เปิดไฟเลย” นายไพศาล กล่าว

    นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือต้องการให้ภาครัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีน ตั้งแต่มีข่าวจับจีนเทาและพัวพันกับการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ และข่าวจีนเทาในพื้นที่ล้วนส่งผลกระทบทั้งนั้น การที่รัฐบาลยกเลิกวีซ่า 90 วันให้เหลือ 30 วัน ควรมีมาตรการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะบางกลุ่ม เช่นที่ส่งบุตรหลานเข้าเรียนอยู่โรงเรียนนานาขาติ ก็จะกระทบต่อวีซ่าบ่อยขึ้นและมีข้อจำกัดบางอย่าง ภาครัฐมีนโยบายและวางกรอบ มาตรการที่ชัดเจนมีการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมมั่น จะทำให้ลดปัญหา และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้มาก

    อย่างไรก็ตาม จังหวัดเชียงใหม่และรัฐบาลต้องวางแผนในระยะยาว โดยเฉพาะการหาตลาดใหม่ๆ เข้ามาทดแทน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวแถบเอเชีย ไม่เช่นนั้นภาคการท่องเที่ยวจะเชียงใหม่อาจจะเกิดการชะลอตัว ทำให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งเชียงใหม่ยังพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/3940070/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eMB696TqIF1ObXPlQ8cwD

  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมตำรวจท่องเที่ยวจัดกิจกรรม “เพื่อนคนแรก” (Your First Friends) สร้างความประทับใจนักท่องเที่ยว

    มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมตำรวจท่องเที่ยวจัดกิจกรรม “เพื่อนคนแรก” (Your First Friends) สร้างความประทับใจนักท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมตำรวจท่องเที่ยวจัดกิจกรรม “เพื่อนคนแรก” (Your First Friends) สร้างความประทับใจนักท่องเที่ยว

    วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.23 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรพจน์ เสรีรัฐ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ และพล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ยุวทูตตำรวจท่องเที่ยว ดึงพลังนิสิตนักศึกษามาร่วมเป็นอาสาสมัครในระดับท้องถิ่น ทำหน้าที่เป็น “เพื่อนคนแรก”   ณ ห้องประชุมเรือนอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2569 ที่่ผ่านมา 

    โดยกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันการศึกษาและที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จัดกิจกรรมยุวทูตตำรวจท่องเที่ยว ดึงพลังนิสิตนักศึกษามาร่วมเป็นอาสาสมัครในระดับท้องถิ่น ทำหน้าที่เป็น “เพื่อนคนแรก” (Your First Friends) คอยช่วยเหลือ ให้ข้อมูล และสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว การส่งเสริม Soft Power ดึงเอกลักษณ์ “น้ำใจไทย” มาช่วยต้อนรับและดูแลนักท่องเที่ยว การสร้างเครือข่ายความปลอดภัย เป็นหูเป็นตาและประสานงานกับตำรวจท่องเที่ยวเพื่อดูแลชุมชน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพเยาวชนฝึกอบรมทักษะภาษาอังกฤษและการเป็นเจ้าบ้าน (Host) ที่ดี โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรพจน์ เสรีรัฐ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ และพล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นประธานเปิดงานกิจกรรม ได้รับการตอบรับอย่างดีเยียม.
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/477314&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw365ofKh0yrrkmKcN9UDjKR

  • “วราวุธ” หวัง “ไทยช่วยไทย Plus” และเศรษฐกิจสีเขียวขับเคลื่อนประเทศ

    “วราวุธ” หวัง “ไทยช่วยไทย Plus” และเศรษฐกิจสีเขียวขับเคลื่อนประเทศ

    การเมือง

    “วราวุธ” หวัง “ไทยช่วยไทย Plus” และเศรษฐกิจสีเขียวขับเคลื่อนประเทศ

    วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.56 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569  นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 54 ปี หนังสือพิมพ์บ้านเมือง  พร้อมชื่นชมบทบาทสื่อมวลชนที่ยืนหยัดทำหน้าที่นำเสนอข้อเท็จจริงแก่สังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะปรับตัวจากหนังสือพิมพ์สู่แพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบก็ตาม

    พร้อมกันนี้นายวราวุธกล่าวถึงนโยบาย “ไทยช่วยไทย Plus” ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่พัฒนาต่อยอดจากโครงการ “คนละครึ่ง” โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนร่วมจ่าย 40% วงเงินสนับสนุนเดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน พร้อมกำหนดเพดานการใช้จ่ายวันละ 500 บาท จำนวน 4 วันต่อเดือน

    นายวราวุธระบุว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการอัดฉีดเม็ดเงินหลายหมื่นล้านบาทเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจระดับฐานราก เพื่อสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ โดยภาครัฐจะได้รับผลตอบแทนกลับคืนในรูปของภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม

    อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การผลักดันนโยบาย “เศรษฐกิจสีเขียวพลัส (Green Economy Plus)” ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายด้านพลังงานและมาตรการสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก

    โดยเน้นการนำหลัก ESG ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล มาปรับใช้กับผู้ประกอบการไทยทุกระดับ ตั้งแต่ Micro SME จนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมพร้อมรับมือมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น CBAM ของสหภาพยุโรป

    ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมยังร่วมมือกับ SME D Bank เตรียมวงเงินสนับสนุนเกือบ 20,000 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด อาทิ ระบบโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและเสริมศักยภาพการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยในระยะยาว

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/politic/477300&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sJhjE24FoEhvT3LbTaxVb

  • เปิดสวนทุเรียนไฮฮิลล์ฟาร์ม รับนักท่องเที่ยวจีน ชิมทุเรียนหลง-หลินลับแล สร้างรายได้ชุมชนบ้านรักไทย

    เปิดสวนทุเรียนไฮฮิลล์ฟาร์ม รับนักท่องเที่ยวจีน ชิมทุเรียนหลง-หลินลับแล สร้างรายได้ชุมชนบ้านรักไทย

    พิษณุโลก  ไฮฮิลล์ฟาร์ม บ้านรักไทย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก เปิดต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 86 คน เดินทางด้วยรถซูเปอร์คาร์ 33 คัน ร่วมกิจกรรม ชิม ช้อป ชม สวนทุเรียนหลงลับแล–หลินลับแล นักท่องเที่ยวจีนต่างชื่นชอบชิมทุเรียนถึงสวนคึกคัก

    เวลา 10.00 น.เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ไฮฮิลล์ฟาร์ม บ้านรักไทย หมู่ 7 ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายศรณ์ กันตรัตนากุล เจ้าของสวนไฮฮิลล์ฟาร์ม นางสาวศศิวัณย์ ศรีพรหม ประธานสภาท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง นายมนิตย์ สีฆสัมบันน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก และนากยกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกันเปิดงาน ชิม ช้อป ชม สวนทุเรียนหลงลับแล–หลินลับแล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่

    โดยกิจกรรม “ชิม ช้อป ชม สวนทุเรียนหลงลับแล–หลินลับแล” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดพิษณุโลก โดยมีคณะนักท่องเที่ยวชาวจีนจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 86 คน เดินทางด้วยรถซูเปอร์คาร์จำนวน 33 คัน เข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวและชิมทุเรียนคุณภาพภายในสวน

    นายศรณ์ กันตรัตนากุล เจ้าของสวนไฮฮิลล์ฟาร์ม กล่าวว่าไฮฮิลล์ฟาร์ม ถือเป็นหนึ่งในสวนทุเรียนขึ้นชื่อของบ้านรักไทย ที่เริ่มต้นจากการรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรและพัฒนาเครือข่ายไม้ผลบนพื้นที่ภูเขา จนสามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชนบ้านซำต้อง บ้านไผ่ใหญ่ บ้านรักไทย และบ้านผาไทย ได้อย่างต่อเนื่อง

    ต่อมาในปี พ.ศ.2552 ทางสวนได้นำพันธุ์ทุเรียน “หลงลับแล” และ “หลินลับแล” จากจังหวัดอุตรดิตถ์มาปลูกบนพื้นที่สูงกว่า 450 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศเย็นสบายและอุดมสมบูรณ์ เหมาะต่อการปลูกทุเรียนและไม้ผลคุณภาพ ส่งผลให้ผลผลิตมีรสชาติดี ได้มาตรฐาน GAP จากกรมวิชาการเกษตร

    ปัจจุบัน ไฮฮิลล์ฟาร์ม มีต้นทุเรียนหลงลับแลกว่า 1,800 ต้น หลินลับแล 200 ต้น รวมถึงหมอนทอง มูซังคิง พวงมณี ก้านยาว ทองลินจง และพันธุ์หายากอื่น ๆ รวมพื้นที่เครือข่ายกว่า 3,000 ไร่ คาดสร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนปีละกว่า 300 ล้านบาท ขณะที่เศรษฐกิจปีนี้ได้เริ่มมีผลกระทบต่อราคาทุเรียนเล็กน้อย เนื่องจากทุเรียนของตนเป็นเกรดฟรีเมี่ยม หลงรักไทย ราคากิโลกรัมละ 350 นอกจากนี้ได้บริการบุปเฟ่ ที่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 11.00-13.00 น. ในราคาคนละ 499 บาท หากจองล่วงหน้าราคาหน้า ราคา 450 บาทเท่านั้น

    นางสาวศศิวัณย์ ศรีพรหม ประธานสภาท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง กล่าวว่า งานนี้เป็นหนึ่งในความพยายามกระตุ้นการท่องเที่ยวชุมชนบ้านรักไทย โดยใช้ไฮฮิลล์ฟาร์มเป็นศูนย์กลาง เชื่อมโยงโฮมสเตย์ ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ และสินค้าชุมชน “เราจัดเทศกาลนี้ต่อเนื่องมา 4 ปีแล้ว มีนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ และแม่สอดมาพักโฮมสเตย์ และปีนี้มีเอเจนซี่ นำคาราวานนักท่องเที่ยวจากปักกิ่ง กวางเจา และเฉิงตู มาถึง 4 คณะ เพื่อเตรียมนำทุเรียนไทยไปจัดแสดงและจำหน่ายที่ประเทศจีน ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดทุเรียนไทยไปยังผู้บริโภคระดับพรีเมียม”

    ทั้งนี้ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ร่วมชิมทุเรียนสดจากสวน ชมธรรมชาติบนพื้นที่ภูเขา และสัมผัสวิถีชุมชนบ้านรักไทยอย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนเป็นอย่างมาก

    นอกจากนี้ยังมีการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ( MOU) ระหว่างไฮฮิลฟาร์ม กับ นักท่องเที่ยวชาวจีน ในการนำนักท่องเที่ยวชาวจีนมาท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลก เป็นประจำทุกปี พร้อมรับซื้อทุเรียนในสวนไฮฮีลฟาร์ม และภาคีเครือข่ายสวนทุเรียนในบ้านรักไทย นอกจากนี้ยัง MOU ด้านสุขภาพ ระหว่างศูนย์นวดการบูรณ์ และวิทยาการสาธารณสุขสิรินธร และบริษัทของจีนอีกด้วย
    ////////////////////////

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2026/05/25/195063&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31L1I97XKTacD_zVGsjOEo

  • 3 ที่เที่ยวใกล้กทม คนน้อย สุดชิว ที่เที่ยวไม่เสียเงิน

    3 ที่เที่ยวใกล้กทม คนน้อย สุดชิว ที่เที่ยวไม่เสียเงิน

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/7YgLWrRQ5bwv&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14fT8d_-I12IsBoOqaYbav

  • Highlight | สหภาพฯรถไฟสงสัย! มีความพยายาม “แปรรูปรถไฟ” ให้เอกชน  | เปิดโต๊ะข่าว

    Highlight | สหภาพฯรถไฟสงสัย! มีความพยายาม “แปรรูปรถไฟ” ให้เอกชน | เปิดโต๊ะข่าว

    เปิดโต๊ะข่าว

    Highlight | สหภาพฯรถไฟสงสัย! มีความพยายาม “แปรรูปรถไฟ” ให้เอกชน  | เปิดโต๊ะข่าว

    เผยแพร่ ปรับปรุงล่าสุด

    “สหภาพรถไฟฯ” เรียกร้องนายกฯ เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนพนักงานขั้นวิกฤต หวั่นกระทบความปลอดภัยผู้โดยสาร พร้อมเสนอทบทวนมติ ครม. ปี 41 เปิดทางรับคนเพิ่มทดแทนผู้เกษียณ และตั้งข้อสังเกตว่า การที่ไม่ให้การรถไฟเพิ่มคนส่วนหนึ่งอาจจะเพราะให้เอกชนเข้ามากำกับดูแลหรือไม่?


    คำที่เกี่ยวข้อง:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/programs/%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%258A%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7/98267&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3biPTdKyqu_yBIvD48U15N

  • ศอ.บต.ปลุกพลัง”เสียงนก”จัดงานมหกรรมขับเคลื่อนนกปรอดหัวโขน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวชายแดนใต้ | เดลินิวส์

    ศอ.บต.ปลุกพลัง”เสียงนก”จัดงานมหกรรมขับเคลื่อนนกปรอดหัวโขน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวชายแดนใต้ | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานมหกรรมขับเคลื่อนนกปรอดหัวโขนเป็นสัตว์เศรษฐกิจและการแข่งขันนกปรอดหัวโขนจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี สมาชิกชมรมผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์นกปรอดหัวโขน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคึกคัก

    นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า นกปรอดหัวโขน หรือ นกกรงหัวจุก ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงตามวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวใต้เท่านั้น แต่ปัจจุบันได้ยกระดับเป็น “Soft Power” ที่มีชีวิต และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2569

    ทั้งนี้ ศอ.บต. ได้บูรณาการความร่วมมือกับส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี และเครือข่ายชมรมผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์นกปรอดหัวโขนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดงานมหกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อยกระดับนกปรอดหัวโขนสู่การเป็นสัตว์เศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ สร้างรายได้หมุนเวียนในห่วงโซ่คุณค่า ทั้งด้านการเพาะพันธุ์ในฟาร์มมาตรฐาน การผลิตกรงนกหัตถกรรม และอุตสาหกรรมอาหารนก โดยตั้งเป้าหมายส่งเสริมให้เกิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนใหม่ไม่น้อยกว่า 5 กลุ่ม

    นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมแข่งขันจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยภายในงานมีนกเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 2,500 ตัว แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทวีไอพี ประเภท 4 จี ประเภทแฟนซี และประเภทโอเพ่น

    รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ยังมุ่งสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมและสันติสุข ผ่านการใช้ “เสียงนก” เป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์ของประชาชนทุกเพศ ทุกวัย และทุกศาสนา เปลี่ยนพื้นที่การแข่งขันให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข ความปลอดภัย และสะท้อนภาพลักษณ์สันติสุขที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

    กิจกรรมในงานยังประกอบด้วยนิทรรศการวิชาการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กิจกรรม Workshop ภูมิปัญญาการทำกรงนก และการดูแลสุขภาพนก เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นหลัง ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการเพิ่มระดับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของรัฐให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

    ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลมองเห็นถึงโอกาสและศักยภาพในการผลักดันให้นกปรอดหัวโขนเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สามารถสร้างเม็ดเงิน กระจายรายได้เข้าสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มหาศาล การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นสื่อกลางในการสร้างสายสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานและเป็นเครื่องสะท้อนว่าพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่แห่งโอกาส เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว และเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกัน อย่างสันติสุขผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5890236/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Br9jA26cyQUkz9wtEjhOR

  • ภูเก็ต เปิดตัว “Shopping List ทุนทางวัฒนธรรมตามเส้นทางท่องเที่ยว”

    ภูเก็ต เปิดตัว “Shopping List ทุนทางวัฒนธรรมตามเส้นทางท่องเที่ยว”

    ภูเก็ต เปิดตัว

    จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เดินหน้ายกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดตัว “Shopping List ทุนทางวัฒนธรรมตามเส้นทางท่องเที่ยว” ภายใต้โครงการ “ยลงานศิลป์ วิถีถิ่นภูเก็ตสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” เพื่อรวบรวมและเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัดภูเก็ต ทั้งด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตชุมชน งานศิลปะร่วมสมัย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ ให้กลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และต่อยอดสู่เศรษฐกิจวัฒนธรรมได้อย่างยั่งยืน

    นางสาวสุภาวดี ไพพักตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม รักษาราชการแทนวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตถือเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีทุนทางวัฒนธรรมทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ทั้งย่านเมืองเก่า ศิลปะร่วมสมัย งานคราฟต์ อาหารพื้นถิ่น ประเพณีท้องถิ่น ตลอดจนกลุ่มผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ของประเทศ ทั้งนี้ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยของไทย ได้ผลักดันการจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “ไทยแลนด์เบียนนาเล่” (Thailand Biennale) มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดเด่นคือการหมุนเวียนจังหวัดเจ้าภาพจัดงานในแต่ละครั้ง เพื่อเปิดพื้นที่ให้จังหวัดต่าง ๆ ได้แสดงศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสร้างสรรค์สู่สายตานานาชาติ

    การจัดทำ “Shopping List ทุนทางวัฒนธรรมตามเส้นทางท่องเที่ยว” ในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการรวบรวมฐานข้อมูลทุนทางวัฒนธรรม ถ่ายทอดเรื่องราวอัตลักษณ์ของพื้นที่ และสร้างการรับรู้สู่ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวที่สามารถสัมผัสได้จริง ทั้งในมิติของศิลปะ วิถีชีวิต และประสบการณ์สร้างสรรค์ของภูเก็ต ทั้งนี้ Shopping List ดังกล่าวครอบคลุมแหล่งเรียนรู้และพื้นที่สร้างสรรค์หลากหลาย อาทิ ชุมชนศิลปิน แกลเลอรี พิพิธภัณฑ์ ตลอดจนตลาดวัฒนธรรม ซึ่งล้วนสะท้อนอัตลักษณ์ของภูเก็ตในมิติที่หลากหลาย ทั้งศิลปะร่วมสมัย วิถีชีวิตชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมต่อยอดสู่กิจกรรมเชิงประสบการณ์ เช่น เวิร์กช็อป งานคราฟต์ และการพบปะศิลปิน

    สำหรับผู้สนใจ สามารถเข้าถึง Shopping List ทุนทางวัฒนธรรมได้ผ่านช่องทางออนไลน์บน Facebook : Shopping List ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลสถานที่ แผนที่เส้นทาง รายละเอียดกิจกรรม รวมถึงคำแนะนำการท่องเที่ยวในแต่ละจุดอย่างครบถ้วน โดยผู้ใช้งานสามารถค้นหา วางแผนการเดินทาง และติดตามอัปเดตกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกในแพลตฟอร์มเดียว

    นางสาวสุภาวดี กล่าวเพิ่มเติมว่า “การจัดทำ Shopping List ทุนทางวัฒนธรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำทุนทางวัฒนธรรมของภูเก็ตมาจัดระบบและเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงช่วยยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน”

    สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ตคาดหวังว่า การจัดทำ Shopping List ในครั้งนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการวางแผนพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์ และการต่อยอดเชิงเศรษฐกิจวัฒนธรรมในระดับพื้นที่ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับชุมชน การอนุรักษ์และสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น และการพัฒนาภูเก็ตสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ierfbaqxsyb62e5rc0hrjrefwfsfafe8&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39wRjCEOai2GozPWXftnw0

  • ‘สว.ไชยยงค์-สส.จูรี’ ร่วมหนุน “นครหาดใหญ่” ใช้ศิลปะฟื้นการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ‘สว.ไชยยงค์-สส.จูรี’ ร่วมหนุน “นครหาดใหญ่” ใช้ศิลปะฟื้นการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    น.ส.วิรียา วิปุลากร รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการศิลปะสร้างสรรค์ Creative fine art exhibition “น้ำค้าง หยดหนึ่ง” พร้อมตัดริบบิ้นร่วมกับ นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว.สงขลา สายสื่อมวลชน นายจูรี นุ่มแก้ว สส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 2 สงขลา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่เทศบาล ศิลปินและประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก ณ หอศิลป์นครหาดใหญ่ เฉลิมพระเกียรติฯ ที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะตีนเขาคอหงส์

    นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 เม.ย.-30 ก.ย.2569 เป็นโครงการของเทศบาลนครหาดใหญ่ที่ได้เชิญ “กลุ่มศิลปิน นฤมิตร อิสรา” ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของศิลปินและคนทำงานศิลปะในภาคใต้ ซึ่งมีแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานเป็นที่ประจักษ์ในสังคม ทั้งในฐานะคนทำงานสร้างสรรค์ หรือในบทบาทครูบาอาจารย์ รวมถึงศิลปินอิสระ โดยครั้งนี้มีกิจกรรมเวิร์กชอปศิลปะช่วงเช้าบนเขาคอหงส์ และช่วงบ่ายมีพิธีเปิดนิทรรศการที่แสดงร่วมกันเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งมี 12 ศิลปินหลักกับ 11 ศิลปินรับเชิญเข้าร่วม สามารถเข้าชมได้ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.30-16.30 น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5890224/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KyxAcIeojDyn6lE0TuM08