Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • กรมวิชาการเกษตร ชู

    กรมวิชาการเกษตร ชู

    กรมวิชาการเกษตร ชู “เห็ดเศรษฐกิจ” สร้างอาชีพ ช่วยเกษตรกรอีสานล่าง 7 จังหวัด


    11/09/2568 | 12 |

    กรมวิชาการเกษตร ชู “เห็ดเศรษฐกิจ” สร้างอาชีพ ช่วยเกษตรกรอีสานล่าง 7 จังหวัด
    วันที่ 11 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น ณ ฟาร์มเห็ด ปณิธานฟาร์ม อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ นายชำนาญ  ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ร่วมเป็นเกียรติในงานถ่ายทอดเทคโนโลยี “การผลิตเห็ดเศรษฐกิจในพื้นที่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ชุมชน โดยมีนางวิลาวัณย์ ใคร่ครวญ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิด 
    โดยการผลิตเห็ดเศรษฐกิจถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกร เนื่องจากเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ได้ตลอดทั้งปี มีความต้องการของตลาดสูง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในเชิงอาหาร ยา หรือพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ด้วยการสนับสนุนปัจจัยการผลิตและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตเห็ดเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และนครราชสีมา 
    การจัดงานในครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายได้มาแลกเปลี่ยนความรู้และรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ทันสมัย ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดทำโรงเรือน การผลิตก้อนเชื้อเห็ด การแปรรูปผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการทำการตลาด โดยใช้สวนเห็ดปณิธานฟาร์มเป็นพื้นที่ต้นแบบที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของชุมชนในการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน 
     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/422647&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3s_o4WWbr0WghE9h1amh0_

  • เร่งฟื้นเศรษฐกิจไทย เลิกเสียเวลากับการเมือง

    เร่งฟื้นเศรษฐกิจไทย เลิกเสียเวลากับการเมือง

    เร่งฟื้นเศรษฐกิจไทย เลิกเสียเวลากับการเมือง

    ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญวิกฤตหลายชั้น การที่รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศใช้เวลาเพียง 4 เดือนก่อนยุบสภา ควรเป็นโอกาสทองในการเลิกเล่นการเมือง และเริ่มแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพราะในขณะที่นักการเมืองยังคิดถึงอำนาจ และ เสียงเลือกตั้ง ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากต้นทุนที่สูงขึ้น การว่างงานที่เพิ่มขึ้น และหนี้สินที่ท่วมท้น

    รายงาน “Reinvent Thailand” และข้อมูลจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ส่งสัญญาณเตือนชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทยไม่สามารถรอการเมืองได้อีกต่อไป เมื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงจาก 7% ในอดีตเหลือตํ่ากว่า 3% หลังโควิด-19 และขณะนี้คาดว่า จะขยายตัวเพียง 1.8-2.2% ในปี 2568

    ผู้ประกอบการส่งออกกว่า 6,356 ราย ที่มีการจ้างงาน 1.6 ล้านคน กำลังเผชิญผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐ SMEs กว่า 1.9 แสนรายที่มีการจ้างงาน 1.4 ล้านคน ต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น คนไทยกว่า 25 ล้านคน มีภาระหนี้เฉลี่ย 540,000 บาทต่อคน เหล่านี้ไม่ใช่ตัวเลขทางการเมือง แต่เป็นชีวิตจริงของคนไทยที่ต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้

    อัตราการว่างงานในระบบเพิ่มขึ้นเป็น 2.07% ในไตรมาสที่สอง มีผู้เสมือนว่างงาน 2.1 ล้านคน สูงขึ้น 5% จากปีก่อน ภาคการท่องเที่ยว ภาคก่อสร้าง และ ภาคเกษตร ชะลอตัว สินเชื่อหดตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน SMEs และ ครัวเรือนรายได้น้อย ปัญหาเหล่านี้ไม่สนใจว่า ใครเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ต้องการการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม

    ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ความเหลื่อมลํ้ารายได้ที่รุนแรง โดยครัวเรือนกลุ่มรายได้สูงสุดครอบครองรายได้ 48% ของประเทศ ขณะที่กลุ่มรายได้ตํ่าสุดมีเพียง 6% เศรษฐกิจนอกระบบที่มีธุรกิจถึง 78% ของธุรกิจทั้งหมด ปัญหาเหล่านี้สะสมมาเป็นสิบปี ไม่ใช่เกิดขึ้นใน 4 เดือน

    การประกาศนโยบาย 4 ด้านของ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ได้แก่ เศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยธรรมชาติ และ ภัยสังคม เป็นการตอบสนองปัญหาเฉพาะหน้าที่ถูกต้อง แต่ที่สำคัญคือ การขับเคลื่อนให้เกิดผลจริง ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์

    การลดรายจ่าย ลดค่าครองชีพ แก้ปัญหาหนี้สิน การปราบปรามยาเสพติด และ การพนันออนไลน์ การพัฒนาระบบเตือนภัย เป็นนโยบายที่ประชาชนสามารถเห็นผลได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องรอดูผลการเลือกตั้ง

    การตัดสินใจของธนาคารแห่งประเทศไทย ในการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.75% เป็น 1.50% เป็นตัวอย่างของการทำงานที่เน้นประโยชน์ของประเทศมากกว่าการเมือง การตัดสินใจนี้มุ่งช่วยเหลือ SMEs และ กลุ่มเปราะบางโดยตรง ไม่ได้คำนึงถึงว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองใด

    การประกาศว่า “ไม่มีวันหยุด ไม่มีพักร้อน” ของนายกรัฐมนตรี จะมีความหมายเมื่อเน้นการทำงานที่มีผลลัพธ์ ไม่ใช่การประชุม หรือ การแถลงข่าวที่ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร ประชาชนต้องการเห็นการลดลงของค่าครองชีพ การเพิ่มขึ้นของโอกาสทำงาน การลดลงของปัญหายาเสพติด ไม่ใช่การรายงานความคืบหน้าทางการเมือง

    4 เดือนนี้เป็นโอกาสสุดท้าย ที่จะพิสูจน์ว่าระบบการเมืองไทย สามารถทำงานเพื่อประชาชนได้จริง โดยไม่ต้องเสียเวลากับการต่อรองทางการเมือง การโจมตีกัน หรือ การเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง

    ความสำเร็จจะวัดจากการที่ประชาชนรู้สึกว่า ชีวิตดีขึ้น ธุรกิจมีความมั่นใจในการลงทุน และ ประเทศมีทิศทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่จากคะแนนความนิยม หรือ การสำรวจความคิดเห็นทางการเมือง

    เศรษฐกิจไทยไม่มีเวลาให้เสียกับเกมการเมือง ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องหยุดเล่นการเมือง และ เริ่มแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพราะอนาคตของประเทศไทย ขึ้นอยู่กับการกระทำในวันนี้ ไม่ใช่สัญญาหาเสียงในวันพรุ่งนี้

    บทบรรณาธิการ หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 45 ฉบับที่ 4,130 วันที่ 11 – 13 กันยายน พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/editorial/638524&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IPSsmDc0u_HPA5v0IyMAm

  • “มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี” มอบอุปกรณ์การศึกษา-สิ่งของจำเป็น แก่ 5 โรงเรียนตชด. จ.เชียงราย

    “มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี” มอบอุปกรณ์การศึกษา-สิ่งของจำเป็น แก่ 5 โรงเรียนตชด. จ.เชียงราย

    “มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี” สนับสนุนการเรียนรู้ในพื้นที่ห่างไกล มอบอุปกรณ์การศึกษา-สิ่งของจำเป็น แก่ 5 โรงเรียนตชด. จ.เชียงราย 

    มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี โดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ส่งมอบอุปกรณ์การศึกษาและสิ่งของจำเป็นให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 5 แห่ง ในจังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกล ที่ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการเรียนรู้ที่เพียงพอ เพื่อเพิ่มเติมคุณภาพการศึกษา สนับสนุนทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต 

    คุณดอล บุญมั่น ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า “เรายึดมั่นในแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ต้องเติบโตควบคู่ไปกับการดูแลสังคมเสมอมา เราเชื่อว่า ‘คน’ คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด และการศึกษาคือรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน การลงทุนด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนจึงเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศชาติในระยะยาว การมอบโอกาสที่เท่าเทียมให้กับเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล คือการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เราต้องการให้พวกเขาได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ และก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ เพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชนต่อไป”
    592431_0
    ทางด้าน ส.ต.ท.สัชฌุกร สถิรพิบูลวงค์ ตัวแทนคณะครูจากรร.ตชด.บำรุงที่ 112 ได้กล่าวขอบคุณและสะท้อนปัญหาว่า “โรงเรียนของเรามีนักเรียนระดับชั้นอนุบาล3-ป.6 จำนวน 143 คน ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น อาข่า ลาหู่ ซึ่งโรงเรียนตั้งอยู่ที่อ.แม่ฟ้าหลวง ห่างไกลจากตัวเมืองเชียงรายกว่า 90 กม. ทำให้การเข้าถึงทรัพยากรเป็นไปได้ยาก ขาดแคลนสื่อการสอนที่ทันสมัยซึ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และอาจทำให้นักเรียนพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไป การสนับสนุนในครั้งนี้มีคววามสำคัญมาก คอมพิวเตอร์และโทรทัศน์ จะช่วยเปิดโลกทัศน์และเป็นสื่อการสอนที่ทำให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะภาษาไทย อุปกรณ์ในห้องพยาบาลและโรงครัว ช่วยให้สามารถดูแลสุขอนามัยและโภชนาการของเด็กๆ ได้อย่างเต็มที่เหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของพวกเรา สิ่งของทุกชิ้นที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียนทุกคนต่อไป”

    มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี โดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้มอบอุปกรณ์การศึกษาและสิ่งของจำเป็นรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท ให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 5 แห่งในจังหวัดเชียงราย เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้กับนักเรียนกว่า 709 คน และครู 64 คน โดยสิ่งของที่มอบให้ครอบคลุม 5 หมวด รวม 31 รายการ ประกอบด้วย อุปกรณ์การเรียนการสอนและสำนักงาน อาทิ ชุดโต๊ะเก้าอี้นักเรียนและครู, โทรทัศน์-คอมพิวเตอร์สำหรับห้องเรียน, เครื่องปรินเตอร์, ตู้เหล็กใส่เอกสาร, ชุดเครื่องเสียง และกระดานไวท์บอร์ด

    อุปกรณ์ใช้ในโรงอาหาร อาทิ ตู้เย็น, ตู้กับข้าว, ถาดหลุมใส่อาหาร, แก้วน้ำสแตนเลส, และชุดถังแก๊สพร้อมหัวเตา อุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับที่อยู่อาศัย อาทิ ที่นอนสำหรับนักเรียนอนุบาล และ เสื่อโฟมกันกระแทก อุปกรณ์งานช่างและการเกษตร อาทิ เครื่องตัดหญ้า, จอบและเสียม, และตู้เชื่อม รวมไปถึงอุปกรณ์ด้านสุขอนามัยอย่าง อุปกรณ์ตัดผมนักเรียนและเตียงผู้ป่วยสำหรับห้องพยาบาล เป็นต้น การสนับสนุนในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9842290/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07aIMR6rbhYgR_1VowgBp7

  • ก็น่ารู้! เรื่องไกลเมือง ‘คู่มือหลงป่า’ รู้ไว้ใช่ว่า..พาให้รอด | เดลินิวส์

    ก็น่ารู้! เรื่องไกลเมือง ‘คู่มือหลงป่า’ รู้ไว้ใช่ว่า..พาให้รอด | เดลินิวส์

    ทั้งนี้ เรื่องการ “หลงป่า” นี่แม้จะเป็นคนในเมืองก็อาจจะเป็นเรื่องใกล้ตัวได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่นิยมท่องเที่ยวสัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติป่าเขา ที่อีกไม่นานเมื่อถึงช่วงปลายฝนต้นหนาวก็จะเป็นช่วงที่นิยมเริ่มออกท่องเที่ยวรูปแบบนี้กันมาก ซึ่งการไป “ท่องเที่ยวพื้นที่ป่าเขาลำเนาไพร” จำเป็น “ต้องระมัดระวัง” ให้มาก ๆ…

    อย่าประมาทภัย”ที่ “รวมถึงหลงป่า”

    เพราะ “ขนาดคนใกล้ป่าก็ยังหลงป่า!!”

    ยกตัวอย่าง… เมื่อเร็ว ๆ นี้หญิงวัย 70 ปีรายหนึ่ง “หลงป่า” ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ระหว่างเข้าไปเก็บเห็ด หรือก่อนหน้าไม่นานก็มีเด็กอายุ 13 ปีรายหนึ่ง “หลงป่า” ในพื้นที่ จ.อุดรธานี ระหว่างที่เข้าไปเก็บของป่า และยังมีกรณี “ไกด์นำเที่ยวหลงป่า” ในพื้นที่ จ.ตาก ระหว่างนำคณะนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวในพื้นที่ป่า…ซึ่งเหล่านี้สะท้อนว่า“หลงป่าไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทย

    ทั้งนี้ เหตุ “หลงป่าในพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ” นี่ในไทยช่วงหนึ่งเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติบ่อย ๆแต่จากกรณีตัวอย่างข้างต้นก็ชี้ชัดว่าป่าในไทยมิใช่จะหลงกันเฉพาะชาวต่างชาติเพราะขนาดเป็นไกด์ หรือแม้แต่คนใกล้ป่าที่เข้าป่าหาของป่าบ่อย ๆที่น่าจะสันทัดจัดเจนพื้นที่ป่า ก็ยัง “หลงป่า” กันได้ ส่วน นักท่องเที่ยวหลงป่า นั้น แหล่งข่าวผู้สันทัดกรณีด้านท่องเที่ยวรายหนึ่งเคยสะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้ว่า… ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นป่าบริเวณแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ป่าที่ไม่ได้มีคนเข้าไปเที่ยวมาก ๆ บ่อย ๆ ซึ่งชาวต่างชาติมักจะชอบ และ หลัง ๆ คนไทยก็นิยมเที่ยวแนวนี้กันไม่น้อย

    แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เป็นป่า ซึ่งไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่แมส-ที่มีคนมาก ๆ แหล่งท่องเที่ยวรูปแบบนี้มักไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลัก มักเป็นแหล่งท่องเที่ยวรอง และอยู่ห่างไกลชุมชน-ผู้คน แหล่งท่องเที่ยวแบบนี้แม้เส้นทางจะไม่สะดวกสบาย ป้ายบอกทางก็มักไม่ได้มีมาก แต่ก็เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวแบบสันโดษหรือท่องเที่ยวแบบผจญภัย โดยอาจเข้าไปในพื้นที่แบบ ไม่ใช้ผู้นำทางไม่ใช้ไกด์ท้องถิ่น ใช้แค่อุปกรณ์นำทาง-จีพีเอส ซึ่งหากอุปกรณ์นำทางมีปัญหา เกิด “หลงทาง” แล้วสื่อสารขอความช่วยเหลือไม่ได้ ก็มีโอกาส “หลงป่า” โดยติดค้างในป่าเป็นเวลานาน ซึ่งยิ่งนานก็ยิ่งเสี่ยง…

    หลงป่า” แน่นอนว่า “เสี่ยงอันตราย!!”

    ทางผู้สันทัดกรณีได้ให้ “คำแนะนำ” สำหรับ “ผู้ชอบป่าชอบท่องเที่ยวป่าแบบผจญภัย” ไว้ว่า… หากเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่เที่ยวที่ไกลหูไกลตาผู้คน ที่ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยวหลัก ควรต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้น ๆ ให้รับทราบก่อน เพื่อจะได้มีข้อมูลเบื้องต้น เผื่อต้องให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ขณะที่ผู้ดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวก็ควรให้ความสำคัญกับป้ายบอกทาง-ป้ายข้อมูล เพื่อให้คำแนะนำและสื่อสารต่อนักท่องเที่ยวในการปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเหตุ “หลงป่า” ในไทยก็เกิดกรณีบ่อย ๆ จึงเป็นเรื่องที่ทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรตระหนัก ควร “ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย”เพิ่มขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเข้าไปในพื้นที่ป่า เข้าไปท่องเที่ยวในป่า…ก็ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพื้นที่นั้น ๆ อย่างเคร่งครัด ขณะที่หาก“หลงป่า”แล้วจะ “มีวิธีเอาชีวิตรอดเช่นไร?”ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” นำมาสะท้อนต่อ โดยเป็นข้อมูล “คำแนะนำ” ที่เผยแพร่ไว้ผ่าน เว็บไซต์ BackpackerGraphy : แบกกล้องท่องโลก ซึ่งได้มีการนำ “คู่มือการปฏิบัติตัวเมื่อหลงป่า” ของ หน่วยพิทักษ์ป่าสหรัฐอเมริกา (US Forest Service) มาแปลและเรียบเรียงไว้เพื่อให้คนทั่วไปได้ศึกษาเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัยเมื่อหลงป่าซึ่งเน้นที่ “S-T-O-P” โดยสังเขปนั้นมีดังนี้…

    เริ่มจาก… S-Stop หรือ “หยุดทันที”เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าพลัดหลงกับกลุ่ม หรือหลงทิศทาง ให้หยุดเดินและสงบสติอารมณ์ เพราะการตื่นตระหนกจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง, T-Think หรือ “คิด” ให้คิดทบทวนช่วงเวลาก่อนหน้าว่ามาอยู่จุดนี้ได้อย่างไร มีแยกหรือป้ายบอกทางก่อนหน้าหรือไม่ และสำรวจสภาพแวดล้อม ถ้าไม่มีเหตุผลจำเป็นอย่าพยายามเคลื่อนที่จากตำแหน่งปัจจุบัน กับมองหาจุดสังเกตสำคัญ, O-Observe หรือ สังเกต” ถ้ามีเข็มทิศและใช้ได้ก็นำมาระบุตำแหน่งปัจจุบันและกำหนดทิศทาง อย่าเดินแบบไร้จุดหมาย, P-Plan หรือ “วางแผน” นำข้อมูลจาก S-T-O มาวิเคราะห์วางแผน เลือกแผนที่เป็นไปได้มากที่สุด แต่ถ้าไม่มั่นใจให้อยู่กับที่และพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เช่น เป่านกหวีด เพราะถ้าเดินไปเรื่อย ๆ โดยไร้ทิศทางจะทำให้ทีมค้นหากู้ภัยทำงานยากขึ้น ซึ่งหากได้รับบาดเจ็บ หมดแรง หรือเมื่อมืด ให้หาที่ปลอดภัยเพื่อค้างคืน

    นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า… เมื่อ “หลงป่า” ให้ หยุดพักเป็นช่วง ๆ ระหว่างเดิน อย่าฝืนเดินจนหมดแรงถ้ามีอาหารกินก็ให้เริ่มเดินต่อหลังหยุดพักกินไป 30 นาที ป้องกันไม่ให้จุกเสียด ถ้ามีน้ำดื่มก็ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่าให้เกิดอาการขาดน้ำ ที่สังเกตุได้จากปากแห้ง ไม่ปัสสาวะหรือปัสสาวะมีสีเข้ม ผิวแห้งตัวเย็น ปวดหัว เป็นตะคริว และ ควรหยุดเพื่อแก้ปัญหาเล็กน้อยระหว่างทาง อย่าปล่อยจนเป็นปัญหาใหญ่ เช่น เชือกรองเท้าหลุด ถ้าเดินต่ออาจสะดุดล้มจนบาดเจ็บได้ หรือถ้าร้อนจัดควรหาร่มไม้เพื่อนั่งพัก รอจนอากาศเย็นลงจึงค่อยเริ่มเดินต่อ …เหล่านี้เป็นข้อมูลโดยสังเขปที่กูรูผู้รู้แนะนำไว้

    หลงป่า”แม้ว่าเป็น “เรื่องไกลเมือง”

    มิใช่เรื่องการเมือง” ก็ “อาจใกล้ตัว”

    โดย “คู่มือรอดสนใจไว้ด้วยก็ดี!!”.

    ทีมสกู๊ปเดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5101120/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rL4mUlhw7CM1K28hZSGZ3

  • โกรกอีดก น้ำตกที่สูงที่สุดในภาคกลาง ไม่มีรถส่วนตัวก็ไปได้

    โกรกอีดก น้ำตกที่สูงที่สุดในภาคกลาง ไม่มีรถส่วนตัวก็ไปได้

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/qE5ZV0X1DR4k&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14nEDxF4ru7ixLY28GV7BX

  • ททท.จ่อชงรัฐบาลอนุทิน ออกโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง กระตุ้นท่องเที่ยวไทย | เดลินิวส์

    ททท.จ่อชงรัฐบาลอนุทิน ออกโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง กระตุ้นท่องเที่ยวไทย | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5104884/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R3pj-gv4OG6ev8w072JVQ

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ต่ำเป้าเหลือ 32.2 ล้านคน หลังหดตัวต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ต่ำเป้าเหลือ 32.2 ล้านคน หลังหดตัวต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวไทย คาดว่า ทั้งปี 68 ต่างชาติเที่ยวไทยอาจอยู่ที่ 32.2 ล้านคน หดตัว 9% จากปี 67 แม้จะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวท้ายปี แต่หลายปัจจัยลบยังอยู่

    ในเดือนส.ค. 68 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยหดตัวเป็นเดือนที่ 7 ภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันออกเที่ยวไทยลดลง ทำให้ 8 เดือนปี 68 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยหดตัว 7% (YoY) โดยนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันออกเที่ยวไทยลดลง ขณะที่ภูมิภาคอื่นยังขยายตัว แต่จำนวนไม่พอที่จะชดเชยให้ตลาดพลิกเป็นบวก

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/528822&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1b8gYFO4EM-72VpZ4lUqqq

  • เที่ยวชมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 ครบรอบ 100 ปี ที่วัดสุทัศนเทพวราราม

    เที่ยวชมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 ครบรอบ 100 ปี ที่วัดสุทัศนเทพวราราม

              เชิญชวนร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร

              เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติขึ้นอย่างงดงามและทรงคุณค่า เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ชวนสัมผัสบรรยากาศแห่งความรื่นเริง อิ่มเอมใจ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าไปพร้อมกันในเวลาเดียวกัน

    เที่ยวกรุงเทพฯ 
    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 จัดวันไหน

              ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร : TAT Bangkok Office แจ้งกำหนดการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ในวันที่ 20-27 กันยายน 2568 ณ วัดสุทัศนเทพวราราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 วัดสุทัศนเทพวราราม

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร : TAT Bangkok Office

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 มีกิจกรรมอะไรบ้าง

              สำหรับการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 ในครั้งนี้มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้เข้าร่วมมากมาย ได้แก่ 

    • พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล

    • พิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

    • นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ถ่ายทอดพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ

    • การแสดงเฉลิมพระเกียรติ และการสาธิตมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

    • นิทรรศการสวนแสงที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา

    • กิจกรรม Night Museum ณ พิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร)

    • กิจกรรมนพปูชนีย์ และการประกวดโต๊ะหมู่บูชา “หมู่ 9”

    • ร้านค้าจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ พร้อมการประดับไฟตกแต่งโดยรอบวัด

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 วัดสุทัศนเทพวราราม

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 ตารางกิจกรรม

              สำหรับการจัดตารางกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 มีดังนี้

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 วัดสุทัศนเทพวราราม

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร : TAT Bangkok Office

              กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 8 นับเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกคนจะได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมสัมผัสบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจและความอบอุ่นใจในทุกกิจกรรม เชิญชวนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถวายความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงกัน ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ เที่ยวกรุงเทพ ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view294913.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3a_77BywaLQ0hjfmB0_QAE

  • สจด. ทำบุญตักบาตร เนื่องในคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ 100 พรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร์ (รัชกาลที่ 8) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ทำบุญตักบาตร เนื่องในคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ 100 พรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร์ (รัชกาลที่ 8) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115121/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw170QoX1iBcCetttNO9Vm3b

  • พิพิธภัณฑ์พืช จุฬาฯ เก็บรักษาสภาพพันธุ์พืชทั่วไทย คลังความรู้ ต่อยอดยา ไขปริศนาคดีอาชญากรรม

    พิพิธภัณฑ์พืช จุฬาฯ เก็บรักษาสภาพพันธุ์พืชทั่วไทย คลังความรู้ ต่อยอดยา ไขปริศนาคดีอาชญากรรม

    ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ThaiPR.net

    ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ให้บริการวิเคราะห์ตรวจสอบตัวอย่างพืช ตรวจระบุชื่อวิทยาศาสตร์ ทำตัวอย่างพันธุ์ไม้รักษาสภาพ เพื่อต่อยอดการศึกษาและงานวิจัย ใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหารและยา ระบุพืชต่างถิ่น ไปจนถึงชี้เป้าหลักฐานในคดีอาชญากรรม

    ณ พิพิธภัณฑ์พืช ศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ ตั้งอยู่บนชั้น 4 ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีตัวอย่างพืชในประเทศมากกว่า 20,000 ตัวอย่าง และตัวอย่างผล เมล็ด ผลิตผลจากพืช ทั้งพืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน ที่นี่ไม่เพียงเป็นคลังข้อมูลเกี่ยวกับพืชที่เปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ยังให้บริการตรวจวิเคราะห์ระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของตัวอย่างพืชเพื่อใช้ในการศึกษาด้านความหลากหลายของพืช และงานวิจัยเกี่ยวกับการตรวจหาสารสำคัญในพืชเพื่อประโยชน์ทางอุตสาหกรรมยาและอื่น ๆ หรือการตรวจสอบพืชของกลางในงานด้านศุลกากรและงานนิติวิทยาศาสตร์

    “สำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยนำชิ้นส่วนของพืชที่ติดอยู่ที่กางเกงของผู้ต้องหามาให้เราตรวจสอบว่าคือพืชชนิดไหน ขึ้นอยู่ในพื้นที่จำกัดหรือเปล่า สถานที่มาจากตรงไหน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี กรมศุลกากรมีการยึดหอมแขกที่ด่าน แล้วส่งมาให้เราตรวจว่าเป็นพืชชนิดใด พันธุ์ใด ตัวอย่างทั้งหมดที่ส่งมาเป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ และสามารถขยายพันธุ์ต่อได้หรือไม่” คุณปริญญนุช กลิ่นรัตน์ เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ (ชำนาญการ) ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกตัวอย่างบริการการตรวจสอบตัวอย่างพืชให้กับหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ

    พิพิธภัณฑ์พืช ศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ในประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งขึ้นในปี 2503 เพื่อรวบรวมตัวอย่างพืชเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับพืชของประเทศไทย สนับสนุนการเรียนการสอนและการวิจัยด้านความหลากหลายของพืช และในปัจจุบัน คุณปริญญนุชกล่าวว่าพิพิธภัณฑ์ฯ ได้เพิ่มการบริการวิชาการเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์ระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของพันธุ์ไม้อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีภารกิจหลักในการวิเคราะห์และทดสอบตัวอย่างพืช 3 รายการด้วยกัน คือ

    1. การตรวจระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของพรรณไม้
    2. การทำตัวอย่างพันธุ์ไม้รักษาสภาพ ทั้งตัวอย่างแห้งและตัวอย่างดอง รวมถึงตัวอย่างอ้างอิง (Voucher specimen)
    3. การเขียนคำบรรยายลักษณะพรรณไม้

    พิพิธภัณฑ์พืช ศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ เวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น. ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่เสียค่าเข้าชม

    ผู้ที่สนใจใช้บริการติดต่อได้ที่ https://www.botany.sc.chula.ac.th/?page_id=1638 หรือติดต่อโดยตรงที่หน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย และพิพิธภัณฑ์พืช ศ. กสิน สุวตะพันธุ์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ โทร 02 218 5502 (คุณปริญญนุช)

    อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ที่ https://www.chula.ac.th/highlight/237762/

    หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นนี้ สามารถติดต่อเพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

    คุณพิระดา ธรรมวีระพงษ์ ศูนย์สื่อสารองค์กร โทร. (+66) 2218 3055 หรืออีเมล [email protected]

    “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม และได้รับการจัดอันดับว่าเป็นมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงติด 100 อันดับแรกของโลกด้านชื่อเสียงทางวิชาการ โดย (QS) World University Rankings 2021-2022″

    ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ThaiPR.net

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR8A0PRD1K07WZAUUEIWWZC9P9H1A0C9&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3p6cDzxuvRfgdScP7paPJh