Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ประเด็นร้อนเศรษฐกิจ วันที่ 11 กันยายน 2568

    ประเด็นร้อนเศรษฐกิจ วันที่ 11 กันยายน 2568

    11 กันยายน 2568 16:58 น. สยามรัฐออนไลน์ เศรษฐกิจ

    ประเด็นร้อนเศรษฐกิจ วันที่ 11 กันยายน 2568

    – นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขอวิจารณ์ตรงๆ โดยไม่ต้องห่วงว่าจะเป็นการแทรกแทรง โดยช่วงนี้ค่าเงินบาทของไทยแข็งขึ้นต่อเนื่อง ผมค่อนข้างเป็นกังวลในวิกฤติทางเศรษฐกิจนี้ เพราะล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 31.7 บาทต่อดอลลาร์ แข็งที่สุดในรอบ 4 ปี และแข็งขึ้นแล้วกว่า 5–6% ตั้งแต่ต้นปี 2568 ผลที่ตามมาคือภาคส่งออก ซึ่งเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยกำลังได้รับผลกระทบโดยตรง

    – นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งเฟสใหม่ ทางเทคนิคมีความพร้อม เนื่องจากระบบมีอยู่แล้ว ยืนยันว่าหากมีนโยบายสามารถดำเนินการได้ทันที และการดำเนินการได้เร็วก็ต้องผ่านแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันเป๋าตัง ที่ในอดีตเคยดำเนินการ สำหรับงบประมาณนั้น หากโครงการเริ่ม 1 ตุลาคม 2568 สามารถดำเนินการจัดทำโครงการโดยใช้งบประมาณปี 2569 ได้ จากงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีวงเงินอยู่ 2.5 หมื่นล้านบาท แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณมากกว่านั้น สามารถปรับเปลี่ยนโดยโยกงบจากงบประมาณกลางได้

    – นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ และปีอ 2569 โดยใช้สมมติฐานว่า การเมืองไทยในขณะนี้มีเสถียรภาพไปจนกว่าจะมีการยุบสภา โดย ณ ปัจจุบัน ม.หอการค้าไทย ยังประเมินในมุมมองเดิมว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ มีโอกาสเติบโตได้ 2% หรือบวก/ลบ จากนี้ได้อีกเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรก ขยายตัวได้แล้ว 3%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/650622&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mHkJDetV3-iKbblWQb26n

  • ไทย-ลาว เชื่อมโยงท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน 2 ฝั่งโขง เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

    ไทย-ลาว เชื่อมโยงท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน 2 ฝั่งโขง เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    ไทย-ลาว เชื่อมโยงท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน 2 ฝั่งโขง เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

    วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.15 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ห้องว่าการ แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย มอบหมายให้ นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นหัวหน้าคณะเดินทางของจังหวัดเลย ซึ่งประกอบไปด้วย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง, นายอำเภอเชียงคาน, นายอำเภอปากชม, ภาคีเครือข่ายภาครัฐ/ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ร่วมในการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวในต่างประเทศตามแนวทาง 5A และการประชุมหารือจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงร่วมกับภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวในต่างประเทศ กิจกรรมการพัฒนาความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเชื่อมโยง 2 ฝั่งแม่น้ำโขง เลย-ลาว ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 8 – 10 กันยายน 2568 ณ แขวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี ท่านคำพัน สิทธิดำพา เจ้าแขวง แขวงเวียงจันทน์, ท่าน ปอ. สีเวียงไช ออละบุน หัวหน้าห้องว่าการแขวงเวียงจันทน์, ท่าน ปอ. สมนัก ยอดฮักษา รองหัวหน้าแผนกการต่างประเทศแขวงเวียงจันทน์ พร้อมด้วยคณะ ให้การต้อนรับและร่วมการประชุมหารือจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง ร่วมกันระหว่างจังหวัดเลย และแขวงเวียงจันทน์

    นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า การเดินทางไปครั้งนี้ มีขอบเขตการดำเนินงาน ประจำปี พ.ศ.2568 โดยมีเตรียมความพร้อมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชนสองฝั่งแม่น้ำโขงให้มีขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยได้มีการประชุมหารือร่วมกันถึงกระบวนการทำงานในการจัดเก็บข้อมูลการท่องเที่ยว โดยในการลงพื้นที่ สำรวจ รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลพื้นที่เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมอย่างมีส่วนร่วม (5A) ประกอบด้วย กิจกรรมในพื้นที่ สิ่งดึงดูดและความน่าสนใจ ที่พักสิ่งอำนวยความสะดวก และการเข้าถึง การคมนาคม และเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เส้นทางการท่องเที่ยว 2 ฝั่งแม่น้ำโขง ไทย-ลาว ให้เป็นที่รู้จักในระดับชาติและนานาชาติ ตลอดจน การส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไทย-ลาว ให้พัฒนาเป็นเทศกาลท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ และหากโครงการนี้สำเร็จและพัฒนาไปสู่ความสำเร็จ คาดว่าจะมีเม็ดเงินกระตุ้นการท่องเที่ยวหมุนเวียนทั้ง 2 ประเทศ ในช่วงที่มีการทำกิจกรรม 100 ล้านบาทหรือมากว่านั้นเมื่อมีการท่องเที่ยวเชื่องโยงสำเร็จ

    ด้าน นายธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย กล่าวว่าการ เชื่อมโยงไทย ลาว ครั้งนี้ จะมีการพัฒนาความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเชื่อมโยง 2 ฝั่งแม่น้ำโขง เลย-ลาว : การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง การศึกษา สำรวจ และรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวริมสองฝั่งแม่น้ำโขง ให้ครอบคลุมทุกมิติ (5A)  ออกแบบกิจกรรมตามเส้นทางท่องเที่ยวผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมสำรวจเส้นทางตามผลการออกแบบและการประเมินเส้นทางอย่างมีส่วนร่วม  จัดกิจกรรมทดสอบเส้นทาง โดยการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย – จัดกิจกรรมส่งสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การจัดการท่องเที่ยว การศึกษา สำรวจ และรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวริมสองฝั่งแม่น้ำโขง ให้ครอบคลุมทุกมิติ 

    สำหรับเส้นทางเชื่อมโยง เริ่มจากจังหวัดเลย เชียงคาน  ด่านคกไผ่ อ.ปากชม ด่านบ้านวัง เมืองหมื่น สปป ลาว เมืองวังเวียง (บลูลากูล1) บ้านนาทอง บ้านนาด้วง (ตูบเฟือง) เมืองเฟือง กิจกรรม ล่องแพเมืองเฟือง ท่องเที่ยว 3วัน 2 คืนเดินทางกลับ ด่านบ้านวัง เมืองหมื่น ด่านคกไผ่ อ.ปากชม กลับจังหวัดเลย

    นายธรรมนูญ กล่าวต่ออีกว่า กิจกรรมท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน 2 ฝั่งโขง เชื่องโยงครั้งนี้ จะเน้นในกิจกรรม (5A) Activity หมายถึง กิจกรรม ภายในแหล่งท่องเที่ยวมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่มีกิจกรรมที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วมในการท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ เช่น การเดินป่า การปั่นจักรยาน การศึกษาธรรมชาติ การพายเรือ การถ่ายรูป เป็นต้น  Attraction หมายถึง สิ่งดึงดูด คือ แหล่งท่องเที่ยวจะต้องมีสิ่งดึงดูดใจ นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวได้ เช่น ทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ Accessibility หมายถึง การเข้าถึง คือ มีความสามารถในการเข้าถึง ความสามารถในการาคมนาคมไปยังสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างดี เช่น มีถนนคอนกรีตและถนนลาดยาง อยู่ในสภาพที่ดี เข้าถึงง่าย รวมไปถึงการเดินทางโดยวิธีอื่นๆ (ถนนคอนกรีต/ลาดยางอยู่ในสภาพที่ดี,เข้าถึงง่าย สะดวกสบาย)  Amenity หมายถึง สิ่งอำนวยความสะดวก คือ แหล่งท่องเที่ยวต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกเตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครันและเพียงพอ เช่น ด้านสาธารณูปโภค น้ำปะปา ไฟฟ้า ถนน โทรศัพท์ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล รวมถึงที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และจุดบริการนักท่องเที่ยว และ Accommodation หมายถึง ที่พักคือ ภายในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวหรือบริเวณใกล้เคียงต้องมีที่พักไว้เพื่อบริการนักท่องเที่ยว 

    สนใจร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวไทย-ลาว เชื่อมโยง ได้ที่ อพท. เลย 042861116-8 

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/446017&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yNZiK3LEoOoFszeDUfhwM

  • พิษเศรษฐกิจ! 9 แรงงานกัมพูชาลักลอบข้ามแดน หนีความยากจน ยอมจ่าย 6,500 บาท หวังกลับมาทำงานในไทย | TOPNEWS

    พิษเศรษฐกิจ! 9 แรงงานกัมพูชาลักลอบข้ามแดน หนีความยากจน ยอมจ่าย 6,500 บาท หวังกลับมาทำงานในไทย | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 11/09/2025 18:32

    สระแก้ว – 9 แรงงานกัมพูชาเจอพิษเศรษฐกิจ ลักลอบข้ามแดน หนีความยากจน ยอมจ่าย 6,500 บาท หวังกลับมาทำงานในไทย พื้นที่ ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

    17

    15

    แม่ทัพภาค 4 กำชับเข้มด่านตรวจชายแดน

    ปล่อยกุ้ง–ปลาทะเล ฟื้นฟูชายฝั่ง

    ตักบาตร 555 รูป เฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 10

    เดินหน้า Smart City ดึงสายการบินอินโดฯ เปิดเส้นทางบินตรง

    อบจ.สงขลา ลงพื้นที่ ให้บริการทันตกรรมเคลื่อนที่ในโรงเรียน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนพัฒนา ‘กาวติดกระดูก’ แนวทางใหม่รักษากระดูกหัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1310756&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw089zsGKFnMrSHKJn3HiIta

  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชู คฑา ชินบัญชร นำเที่ยว ” 50 ชุมชนศาลเจ้าจีน สุขใจเสริมมงคล” สานสัมพันธ์ ไทย-จีน | เดลินิวส์

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชู คฑา ชินบัญชร นำเที่ยว ” 50 ชุมชนศาลเจ้าจีน สุขใจเสริมมงคล” สานสัมพันธ์ ไทย-จีน | เดลินิวส์

    คุณวัจนันท์ ศิลปวรณ์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการภูมิภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมพันธมิตร PT Max card ,C.P.Land ,Sixt ,X Peng จัดกิจกรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อเผยแผ่ ประเพณี วัฒนธรรม การดำเนินชีวิต ที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน และศาลเจ้าจีน ในแต่ละพื้นที่ อันมีความงดงาม ของสถานที่ วิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปในแต่ละชุมชน โดยมี คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์เที่ยวไทยรับพลังบวก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นผู้นำเสนอเส้นทางสายศรัทธา
    โดยมี
    พร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์
    เยี่ยม เศรษฐบุตร
    ภูมน สมดี
    อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์
    ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ ศศินันท์ ออลแมนด์
    ร่วมงาน

    คุณพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด บริษัทในเครือพีทีจี ร่วมจัดกิจกรรม สมาชิก Max Card แชะ&แชร์ ส่งรูปถ่ายพร้อมบอกเล่าประสบการณ์ การท่องเที่ยวศาลเจ้าจีน คอนเทนต์โดนใจกรรมการมากที่สุด สำหรับรางวัล
    ทริปท่องเที่ยวสุด exclusive กับ อ.คฑา ชินบัญชร จำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 2 ที่นั่ง)

    คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการ กลุ่มงานธุรกิจโรงแรม บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงแรมในเครือฟอร์จูน กล่าวว่า “โรงแรมในเครือฟอร์จูนยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวตามโครงการ เที่ยว 50 ชุมชนศาลเจ้าจีน สานสัมพันธ์ 50 ปี ไทย–จีน ด้วยสิทธิพิเศษ สำหรับสมาชิกผู้ถือบัตร MAX CARD เมื่อจองห้องพักทุกประเภทกับโรงแรมในเครือฟอร์จูน กรุ๊ป

    คุณศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการบริหาร กลุ่มงานการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “โครงการนี้ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนท้องถิ่น พร้อมกันนี้ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของ ซี.พี.แลนด์ในการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างไทยและจีน ตลอดจนการยกระดับประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยว ภายใต้พันธกิจ ‘คุณภาพเพื่อทุกชีวิต’ ภายใต้กลุ่มธุรกิจฟอร์จูนกรุ๊ป เป็นกลุ่มโรงแรมภายใต้การบริหารของ CP LAND (ซี.พี. แลนด์) ที่มุ่งมั่นพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความประทับใจในทุกมิติ”

    คุณภูมน สมดี ผู้จัดการทั่วไป ซิกท์ เร้น อะ คาร์ ให้บริการรถเช่าทั้งแบบชื้อเพลิงและรถไฟฟ้าที่มีให้เลือกหลายรุ่น หลายขนาด ทั้งรถ Xpeng G6 / Zeeker X / AION Y / BYD ATTO3 ราคาพิเศษ

    คุณอภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง เปิดตัวรถไฟฟ้ายนตกรรมอัจฉริยะ XPeng X9 และ G6 มาจัดแสดงถึงศักยภาพในการขับขี่ เพิ่มความสะดวกในการเดินทางด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง และจัดทริปเดินทาง สำหรับลูกค้า X Peng

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5104125/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1n8DqNRh_-OPS8lNaNdYfm

  • ผู้ว่าฯ ททท. ชูไอเดีย “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” กระตุ้นเที่ยวในปท. หลังบาทแข็งฉุดต่างชาติหด : อินโฟเควสท์

    ผู้ว่าฯ ททท. ชูไอเดีย “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” กระตุ้นเที่ยวในปท. หลังบาทแข็งฉุดต่างชาติหด : อินโฟเควสท์

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ขณะที่เงินบาทยังแข็งต่อเนื่อง กระทบโดยตรงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Inbound) เห็นทีต้องมีโครงการ “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง”

    “คนละครึ่งมาแรง ขณะที่เงินบาทยังแข็งต่อเนื่อง กระทบโดยตรงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Inbound) เห็นทีต้องมีโครงการ “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” บริษัททัวร์เตรียม package สุด wow ให้ชาวไทยได้เที่ยว” น.ส.ฐาปนีย์ ระบุ

    ขณะที่นายกิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย และคณะกรรมการเฉพาะกิจด้านยุทธศาสตร์ ททท. กล่าวว่า การฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ว่า โครงการคนละครึ่งแบบเดิม จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากกว่า อาจจะส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวประมาณ 10-20% ทั้งนี้ ควรเพิ่มโครงการคนละครึ่งแบบใหม่ ๆ เช่น ทัวร์ไทยคนละครึ่ง อิ่มคนละครึ่ง หรือเรียนดีคนละครึ่ง เป็นต้น

    สำหรับโครงการ “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” เป็นโครงการกระตุนการท่องเที่ยวแบบ 1-Day Trip หรือ 2 วัน 1 คืน โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางกับบริษัทนำเที่ยว ซึ่ง ททท. จะใช้งบที่เหลือจาก “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” เพื่อให้ดำเนินการได้เร็วที่สุดในช่วง Low Season นี้

    ในส่วนของปัจจัยค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงนี้ มองว่า จะมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวของชาวต่างชาติพอสมควร ในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้าโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งสำคัญ เช่น ญี่ปุ่น เวียดนาม และจีน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/528743&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OaZRrAzBFakkrrSQH8XiU

  • ททท. จ่อดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” กระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ

    ททท. จ่อดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” กระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ

    ททท. จ่อดัน ทัวร์ไทยคนละครึ่ง กระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ เร่งหารือรัฐ-เอกชน ออกแคมเปญจูงใจเที่ยว เผยใช้เงินที่เหลือจากเที่ยวไทยคนละครึ่งมาดำเนินการ

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า “คนละครึ่งมาแรง บาทยังแข็งต่อเนื่อง กระทบตรง Inbound เห็นทีต้องมี ทัวร์ไทยคนละครึ่ง บ.ทัวร์เตรียมแพ็กเกจสุดว้าวให้ชาวไทยได้เที่ยว”

    ททท. ไม่ได้เพียงมองภาพเศรษฐกิจระดับใหญ่ แต่ใส่ใจถึงกำลังซื้อของครัวเรือนไทยในทุกระดับ ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามปัจจัยแวดล้อมสำคัญ ตั้งแต่ค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ไปจนถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อให้สามารถออกแบบแผนท่องเที่ยวที่สมดุล ทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทย

    ส่วนงบประมาณที่นำมาใช้ในโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง อาจพิจารณาใช้งบคงเหลือจาโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง จะนำเสนอรัฐบาลเพื่อเร่งดำเนินการและกระตุ้นการเดินทาง อีกทั้งยังเป็นการช่วยผู้ประกอบการนำเที่ยวที่จะสร้างสรรค์สินค้าการท่องเที่ยวใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ใหม่ ให้กับคนไทย ซึ่งจะส่งผลถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/943043/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cQFPgbJiN-ajkiwvBSyVl

  • ภาคธุรกิจไทยอ้าแขนรับ ‘รัฐมนตรีเศรษฐกิจคนนอก’ เชื่อมืออาชีพเข็นไทยขึ้นได้

    ภาคธุรกิจไทยอ้าแขนรับ ‘รัฐมนตรีเศรษฐกิจคนนอก’ เชื่อมืออาชีพเข็นไทยขึ้นได้

    ทั้งนี้ภาคธุรกิจแสดงความมั่นใจต่อ ครม.ชุดใหม่ โดยเฉพาะรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่มาจากคนนอก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละวงการ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ พลังงาน การคลัง และพาณิชย์ การแต่งตั้งบุคคลเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางเข้ามาช่วยประเทศ การประกาศนโยบาย ห้ามพัก ห้ามเหนื่อย ห้ามป่วย ห้ามลา ของนายกรัฐมนตรีอนุทิน สะท้อนถึงความพร้อมในการทำงานและมุ่งมั่นสร้างผลงานในระยะสั้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศในระยะยาว และอาจสร้างบรรทัดฐานให้กับรัฐบาลชุดต่อไป สร้างความหวังให้กับประเทศโดยรวม

    สำหรับภาคธุรกิจมีข้อเสนอสำคัญที่ต้องการเห็นจาก ครม. ชุดนี้ คือการใช้โอกาสในปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเคลื่อนย้ายฐานการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะจากผลของการเกิด FTA สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือการเชื่อมโยงการลงทุนเหล่านี้กับผู้ประกอบการชาวไทยทุกระดับ ตั้งแต่รายใหญ่ รายกลาง ไปจนถึงรายเล็ก

    ภาคธุรกิจไทยอ้าแขนรับ ‘รัฐมนตรีเศรษฐกิจคนนอก’ เชื่อมืออาชีพเข็นไทยขึ้นได้

    ทั้งหมดเพื่อให้คนไทยได้รับประโยชน์จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นแทนที่จะปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาพร้อมซัพพลายเชนของตนเอง ซึ่งอาจกลายเป็นการนำคู่แข่งเข้ามา รัฐบาลจำเป็นต้องมองภาพนี้ให้ชัดเจน และวางแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการในการจัดวางห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) หรือสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เอื้อต่อการลงทุนเพื่อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับขึ้นมาได้อีกครั้ง ภาคธุรกิจคาดหวังว่า ครม. ชุดใหม่จะช่วยผลักดันสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังให้ดีขึ้น

    ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมชี้ว่ามีเวลาเพียง 4 เดือนในการเร่งดำเนินการเรื่องด่วน ประเด็นสำคัญคือการดึงดูดการลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ซึ่งเป็นปีครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน นับเป็นโอกาสอันดีที่จะกระชับความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งคาดว่าจะก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกในอีก 2-3 ปีข้างหน้า การดึงดูดบริษัทจีนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีให้เข้ามาลงทุน และสร้างความต่อเนื่องกับคนไทย ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในช่วง 4 เดือนจากนี้ไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/859711&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vZBlipBY2KIfNunC8D4XG

  • ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่ “ฮอกไกโด-โอซาก้า-ฉงซิ่ง-เทียนจิน” ใน

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่ “ฮอกไกโด-โอซาก้า-ฉงซิ่ง-เทียนจิน” ใน

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่

    สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ประกาศความพร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 ด้วยการเปิดให้บริการ 4 เส้นทางบินใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างโอกาสใหม่ในการเชื่อมโยงการเดินทางจากประเทศไทยสู่เมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญในเอเชีย ด้วยการเปิดให้บริการ 4 เส้นทางบินใหม่ ดังนี้

    1.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮอกไกโด (แวะเกาสง) เริ่มให้บริการวันที่ 1 ธันวาคม 2568

    ความถี่: 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันจันทร์, วันพุธ และวันศุกร์)

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่

    2.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โอซาก้า (แวะไทเป) กลับมาให้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568

    ความถี่: 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันอังคาร, วันพฤหัสบดี, วันเสาร์ และวันอาทิตย์)

    3.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฉงชิ่ง (จีน) เริ่มให้บริการวันที่ 26 ตุลาคม 2568

    ความถี่: บินตรงทุกวัน

    4.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – เทียนจิน (จีน) เริ่มให้บริการวันที่ 27 ตุลาคม 2568

    ความถี่: 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันจันทร์, วันพุธ, วันศุกร์ และเสาร์)

    ทั้งนี้ยังมีแผนที่จะขยายเพิ่มความถี่เที่ยวบินในประเทศ และเที่ยวบินระหว่างประเทศต่อไป อาทิเช่น เดลี อินชอน เป็นต้น เพื่อรองรับฝูงบินที่เพิ่มขึ้น โดยตอนนี้มีจำนวนฝูงบิน 30 ลำ

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่

    นายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าที่บริหาร สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ กล่าวว่า การประกาศเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ ฉงชิ่ง เทียนจิน ฮอกไกโด(แวะเกาสง) และโอซาก้า(แวะไทเป) พร้อมทั้งแผนในอนาคตอื่น ๆ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายการบินที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารทั้งด้านท่องเที่ยวและธุรกิจ ขณะเดียวกันเรายังคงยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน IOSA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสายการบิน

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12746960&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-4mIP1NavlxvFXSR6KHmq

  • ร้านอาหารเฮ!  ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น.

    ร้านอาหารเฮ! ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น.

    วันที่ 11 ก.ย.68 นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย กล่าวขอบคุณคณะรัฐบาล ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านชุดที่แล้ว ที่รับฟังเสียงผู้ประกอบการ ช่วยปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วง 14.00-17.00 น. เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยทางชมรมฯ ได้เรียกร้องมาตลอด 5 ปี เรื่องขอให้ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ไม่ให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในร้านอาหารในช่วงเวลา 14.00 น.-17.00 น.

    นายสรเทพกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปลี่ยนมาเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งคำสั่งคณะปฏิวัติดังกล่าว เป็นกฏหมายที่ล้าหลัง ไม่เข้ากับยุคสมัย ใช้มายาวนานกว่า 53 ปี

    การปลดล็อกเวลาห้ามจำหน่าย จะทำให้ธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีรายได้ยอดขายเพิ่มอีก 20-25% เนื่องจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะรับประทานอาหารในช่วงบ่ายๆ และมักสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์มารับประทานพร้อมอาหาร เป็นการดื่มเพื่อพูดคุยกันแบบสบายๆ ในร้านก็จะขายอาหาร ขนม หรือ เครื่องดื่มอื่นๆ ได้อีก ซึ่งจะสร้างรายได้อีกมหาศาล เป็นกาาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทาง ซึ่งที่ผ่านมามักมีข้อโต้เถียง หรือแสดงความไม่พอใจของนักท่องเที่ยว บางคนถึงกับเลิกสั่งอาหารในช่วงนั้นเลย เป็นการเสียโอกาสการค้าอย่างมาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/57078&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_spiUfTRXiYVSPrXY1PjV

  • โตต่อ ไม่รอแล้วนะ! คุยกับซีอีโอ SYNNEX ขึ้นแท่น No.1 ระบบนิเวศไอที

    โตต่อ ไม่รอแล้วนะ! คุยกับซีอีโอ SYNNEX ขึ้นแท่น No.1 ระบบนิเวศไอที

    เจาะลึกวิสัยทัศน์ซีอีโอ “SYNNEX” ทุ่มร้อยล้านปั้น AI Ecosystem พลิกบทบาทดิสทริบิวเตอร์สู่ผู้นำเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อ “CRAFTING A SMARTER FUTURE”

    • ซินเน็ค ประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญในงาน “SYNNEX PARTNER CONNECT 2025” ภายใต้แนวคิด “CRAFTING A SMARTER FUTURE” เพื่อปักธงสู่การเป็นผู้นำด้าน AI Ecosystem และตอกย้ำตำแหน่ง No.1 IT Ecosystem ของประเทศ
    • บริษัททุ่มงบประมาณลงทุนหลักร้อยล้านบาท สำหรับโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต โดยเน้นที่การพัฒนาระบบ AI, การยกระดับคลังสินค้า (Warehouse) และการสร้าง Technology Showcase ที่เป็นศูนย์รวมโซลูชันจากหลากหลายแบรนด์
    • ภายในงานมีการผนึกกำลังกับพันธมิตรแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกกว่า 30 แบรนด์ อาทิ Apple, Samsung และ Huawei เพื่อจัดแสดงนวัตกรรม และโซลูชันไอทีที่ครอบคลุมสินค้าทั้ง 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท

    ในยุคที่แบรนด์ไอทีขายตรงถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น บทบาทของ ‘ผู้จัดจำหน่าย’ หรือดิสทริบิวเตอร์ กำลังถูกท้าทายอย่างหนัก หลายคนอาจตั้งคำถามว่าบริษัทที่เป็นคนกลางจะอยู่รอดได้อย่างไร? แต่สำหรับ ซินเน็ค (SYNNEX) พวกเขาไม่เพียงแค่อยู่รอด แต่กลับประกาศกร้าวที่จะเป็นผู้นำเบอร์หนึ่ง ด้วยการทุ่มงบกว่าร้อยล้านบาท เดิมพันอนาคตครั้งใหญ่ อะไรคือเบื้องหลังความเคลื่อนไหวที่สวนกระแสนี้ และวิสัยทัศน์อะไรที่ทำให้พวกเขามั่นใจว่าจะ “โตต่อ ไม่รอแล้วนะ!”

    คำตอบทั้งหมดอยู่ในบทสนทนาที่ สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX บอกเล่าให้กรุงเทพธุรกิจไอที ได้ฟัง ถึงก้าวสำคัญที่จะเปิดประตูสู่อนาคตของระบบนิเวศไอทีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

    โตต่อ ไม่รอแล้วนะ! คุยกับซีอีโอ SYNNEX ขึ้นแท่น No.1 ระบบนิเวศไอที

    จาก “ผู้จัดจำหน่าย” สู่ “ผู้นำระบบนิเวศไอที”

    SYNNEX ในวันนี้ ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่บทบาทดิสทริบิวเตอร์อีกต่อไป แต่กำลังสวมหมวกของผู้สร้างสรรค์ และเชื่อมต่อระบบนิเวศไอทีที่ครบวงจรที่สุดของประเทศ ภายใต้แนวคิด “CRAFTING A SMARTER FUTURE” สุธิดาฉายภาพว่าซินเน็คมุ่งมั่นที่จะเป็น Gateway สู่อนาคตดิจิทัล โดยมีหัวใจสำคัญคือ “ความไว้วางใจ” (Trust) ซึ่งสะท้อนผ่านสัญลักษณ์ Trusted by Synnex ที่เป็นเหมือนคำมั่นสัญญาด้านคุณภาพ และบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง การได้รับความเชื่อมั่นในฐานะ Value-added Distributor อันดับ 1 มากว่า 37 ปี

    สุธิดาเน้นย้ำถึงจุดแข็งที่แตกต่างว่า “สินค้าทุกชิ้นที่ซื้อขาย…เราดูแล” สิ่งนี้สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนในตลาด โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าองค์กรและคู่ค้าดีลเลอร์กว่า 6,000 รายทั่วประเทศ ที่เดินหน้าทำธุรกิจได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องลงทุนในเรื่องการบริการเอง

    โตต่อ ไม่รอแล้วนะ! คุยกับซีอีโอ SYNNEX ขึ้นแท่น No.1 ระบบนิเวศไอที

    ทุ่มร้อยล้าน! เดิมพันอนาคตด้วย AI และ Technology Showcase

    ไฮไลต์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการคือ การที่สุธิดาเปิดเผยถึงการลงทุนระดับ “หลักร้อยล้านบาท” เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ โดยเงินลงทุนก้อนนี้ไม่ได้ถูกใช้ไปกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่กระจายไปใน 3 ส่วนสำคัญที่เป็นหัวใจของการเติบโตในอนาคต

    ส่วนแรกคือ AI ที่ SYNNEX ได้ลงทุนไปแล้ว 10 กว่าล้านบาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว AI ไม่ได้เป็นแค่คำสวยหรู แต่ถูกนำมาใช้จริงในทุกมิติ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยให้ดีลเลอร์รู้จักลูกค้าดียิ่งขึ้นไปอีก และนำเสนอสินค้าที่เหมาะสม ไปจนถึงการฝัง AI เข้าไปในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กล้องวงจรปิดที่สามารถวิเคราะห์ และแจ้งเตือนพฤติกรรมที่น่าสงสัยได้ 

    ส่วนที่สองคือ Warehouse ที่มีการลงทุนไปกว่า 20 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงคลังสินค้าให้เป็นระบบอัตโนมัติที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

    และส่วนที่สามซึ่งถือเป็นเรือธงคือ Technology Showcase ที่ลงทุนไปแล้วอย่างน้อย 25-30 ล้านบาท สุธิดากล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “วันนี้ ไม่มีเทคโนโลยีโชว์เคสที่เมืองไทยเลยที่เป็นมัลติแบรนด์ ไม่มีใครทำ” โชว์เคสแห่งนี้จึงจะเป็นพื้นที่ให้คู่ค้า และลูกค้าองค์กรได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์จริงของโซลูชันต่างๆ นำลูกค้าของตนเองเข้ามาดูงาน และปิดการขายได้ทันที ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และโอกาสทางธุรกิจมหาศาล

    โตต่อ ไม่รอแล้วนะ! คุยกับซีอีโอ SYNNEX ขึ้นแท่น No.1 ระบบนิเวศไอที

    สยายปีกสู่ธุรกิจใหม่ และเสียงสะท้อนถึงรัฐบาล

    นอกจากการเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจหลัก ซินเน็คยังมองหาโอกาสในเมกะเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ล่าสุดคือ การเปิดตัวเฮาส์แบรนด์ “Synnex Energy” เพื่อบุกตลาดโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับที่อยู่อาศัย และร้านค้า โดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ระดับโลกอย่าง Huawei ซึ่งเป็นอีกก้าวที่น่าจับตาในการขยายอีโคซิสเต็มของบริษัท 

    เมื่อถามถึงภาพรวมเศรษฐกิจ และมุมมองต่อภาครัฐ สุธิดาให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้พึ่งพางบประมาณจากภาครัฐมากนัก เนื่องจากมีความไม่แน่นอนสูง เธอกล่าวว่า “ที่ผ่านมาโปรเจกต์รัฐบาลออกมาต้องยอมรับว่าเขาเปลี่ยนเร็วมาก” อย่างไรก็ตาม เธอยังฝากความหวังไปถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยระบุว่า “เราก็อยากให้รัฐบาลช่วยมุ่งเน้นไปในการดูแลเศรษฐกิจในประเทศให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีกำลังซื้อที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม และอุตสาหกรรมไอทีด้วย”

    เทรนด์สินค้าไอทีที่กำลังมาแรง

    ในฐานะผู้นำตลาด สุธิดาได้ฉายภาพเทรนด์สินค้าที่น่าสนใจ โดยกลุ่มสินค้า Wearable และ Gadget เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพซึ่งมีความฉลาดมากขึ้นจนวัดค่าต่างๆ ที่ซับซ้อนได้

    นอกจากนี้ กระแสของเกมมิ่งยังคงแข็งแกร่ง โดยการมาถึงของ Nintendo Switch 2 และเกมฟอร์มยักษ์อีกหลายเกม รวมถึงการเปิดตัวของสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่าง iPhone และ Huawei Pura 80 Ultra/Pro ที่ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลัง 

    จะเห็นได้ว่าการลงทุนครั้งใหญ่ และการขยายธุรกิจสู่พรมแดนใหม่ๆ ครั้งนี้คือ การวางรากฐานเพื่อ “CRAFTING A SMARTER FUTURE” ไม่ใช่แค่เพื่อองค์กร แต่เพื่อพันธมิตร คู่ค้า และผู้บริโภคทุกคนในระบบนิเวศแห่งนี้ เพื่อให้สมกับตำแหน่ง No.1 IT Ecosystem ที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่ได้มาด้วยวิสัยทัศน์และการลงมือทำ

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1198419&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gwneo78wNkDDLrvE9dd81