Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • บึงกาฬจับมือลาว! เปิดประตูท่องเที่ยวข้ามพรมแดนสู่ระดับโลก

    บึงกาฬจับมือลาว! เปิดประตูท่องเที่ยวข้ามพรมแดนสู่ระดับโลก

    บึงกาฬจับมือลาว! เปิดประตูท่องเที่ยวข้ามพรมแดนสู่ระดับโลก

    วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.00 น.

    จังหวัดบึงกาฬเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งสำคัญเพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกับ สปป.ลาว มุ่งพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงและยกระดับศักยภาพพื้นที่ชายแดนให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค

    เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ณ โรงแรมเดอะวัน จังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้เป็นผู้แทนกล่าวต้อนรับคณะทำงานจากประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการประชุมเพื่อจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    การประชุมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนภายใต้แนวคิด “สองประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง” (Two Countries, One Destination) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวและวัฒนธรรมร่วมกันของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค จังหวัดบึงกาฬในฐานะพื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และประเพณี ได้แสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน

    นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่จะสร้างประโยชน์ระยะยาวให้กับประชาชนในจังหวัด โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ เนื่องจากที่ประชุมได้มีความเห็นพ้องร่วมกันในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นประตูสู่ สปป.ลาว เท่านั้น แต่ยังเชื่อมต่อไปยังประเทศเวียดนาม จีน และสามารถเดินทางออกสู่ทะเลได้ ทำให้บึงกาฬมีศักยภาพที่จะเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนในระดับนานาชาติ

    การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการความร่วมมือไทย–ลาวอย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมช่วงปี 2569–2571 (2026–2028) และได้กำหนดให้การประชุมครั้งที่ 2 จะมีขึ้นในปีถัดไป โดยฝ่ายลาวจะเป็นเจ้าภาพ

    บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความร่วมมือและมิตรภาพที่ดีจากทั้งสองฝ่าย ต่างมองเห็นถึงอนาคตที่สดใสของการท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อยกระดับพื้นที่ชายแดนไทย–ลาว สู่เวทีการท่องเที่ยวระดับโลก

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/916090&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bq03ohtMtUCSTV-OVRkTz

  • GBS แนะจับตาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมคัด 5 หุ้นเด่น รับอานิสงส์ กนง. ลดดอกเบี้ย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    GBS แนะจับตาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมคัด 5 หุ้นเด่น รับอานิสงส์ กนง. ลดดอกเบี้ย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้ Rebound ระยะสั้น หลังสิ้นสุด FTSE Rebalance  จับตาปลดล็อคการเมืองกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ให้กรอบดัชนี 1,270-1,320 จุด พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนในหุ้น รับอานิสงส์ กนง. ลดดอกเบี้ย

    นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในสัปดาห์นี้ มีโอกาส Rebound ระยะสั้น หลังสิ้นสุดช่วง FTSE Rebalance พร้อมแนะ นักลงทุนติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มองกรอบดัชนีในสัปดาห์นี้ที่ 1,270-1,320 จุด

    ขณะที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ระดับ 46.9 ปรับตัวลดลงจาก 47.2 ในไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากผลประกอบการ, ปริมาณ, การผลิต, คำสั่งซื้อ, การจ้างงาน และการลงทุนที่ปรับตัวลดลง แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของต้นทุนประกอบการกลับเริ่มปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ทางด้านกระทรวงการคลัง มีการรายงานว่า แนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2568 ที่จะสิ้นสุดในปลายเดือน ก.ย.นี้ จะทำได้ต่ำกว่าเป้าหมาย แต่ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องกู้เสริมสภาพคล่อง หรือกู้รายจ่ายสูงกว่ารายได้มาชดเชย

    นอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้ อาทิ วันที่ 23 ก.ย.  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, สัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 30 ก.ย. ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย และ วันที่ 8 ต.ค. กำหนดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 5/2568

    ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังต้องเฝ้าติดตาม อาทิ วันที่ 22 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือน ส.ค., วันที่ 23 ก.ย. อียู รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือน ก.ย., สหรัฐฯ รายงานดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2/2568 และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการขั้นต้นเดือน ก.ย., วันที่ 24 ก.ย. ญี่ปุ่น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการขั้นต้นเดือน ก.ย., สหรัฐฯ รายงานยอดขายบ้านใหม่เดือน ส.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์, วันที่ 25 ก.ย. สหรัฐฯ รายงาน GDP ไตรมาส 2/2568

    “ทั้งนี้สำรวจของสมาคมนักลงทุนรายย่อยอเมริกา(AAII) ในต่างประเทศพบว่า นักลงทุน ไม่มีความเชื่อมั่นต่อทิศทางของตลาดหุ้นในระยะ 6 เดือนข้างหน้า มีจำนวน 42.4% ลดลงจากระดับ 49.5%   ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 31%”

    นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดดอกเบี้ย ได้แก่ SAWAD, TIDLOR, THANI, NCAP และ SAK

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/23/580319/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ILvm309A5u949HESPPG93

  • “อนุทิน” หารือ สมาคมธนาคารไทย เร่งแก้หนี้ เพิ่มสภาพคล่อง SMEs ฟื้นการเป็นผู้นำเศรษฐกิจภูมิภาค

    “อนุทิน” หารือ สมาคมธนาคารไทย เร่งแก้หนี้ เพิ่มสภาพคล่อง SMEs ฟื้นการเป็นผู้นำเศรษฐกิจภูมิภาค

    “อนุทิน” หารือ สมาคมธนาคารไทย เร่งแก้หนี้ เพิ่มสภาพคล่อง SMEs ฟื้นการเป็นผู้นำเศรษฐกิจภูมิภาค


    23/09/2568 | 107 |

    (22 ก.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เข้าพบสมาคมธนาคารไทยเพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ภายใต้หัวข้อ “ฝ่าวิกฤต พลิกอนาคตเศรษฐกิจไทย ด้วยพลวัตใหม่” โดยมีรัฐมนตรีร่วมคณะ ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

    นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาหนี้สิน ทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้ SMEs และหนี้ประชาชนทั่วไป พร้อมขอความร่วมมือจากสมาคมธนาคารไทยในการผ่อนปรน เพิ่มสภาพคล่อง และสนับสนุนผู้ประกอบการที่ยังมีศักยภาพให้เดินหน้าต่อได้ โดยย้ำว่าไทยต้องกลับมาเป็นผู้นำในระบบการธนาคารอาเซียน และสามารถแข่งขันในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยว การแพทย์และการแพทย์เพื่อสุขภาพ เกษตรกรรมและการแปรรูป ตลอดจนการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์และไฮเทค เพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะเร่งผลักดันข้อเสนอจากการหารือสู่การปฏิบัติทันที

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ย้ำว่าการฟื้นเศรษฐกิจไทยต้องทำอย่างรวดเร็วและยั่งยืนไปพร้อมกัน โดยเน้น 3 เรื่องหลัก ได้แก่ แก้หนี้ครัวเรือนที่สะสมมานาน เพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ และเตรียมความพร้อมเพื่อการแข่งขันในโลกยุคใหม่ พร้อมยกแนวคิด “Quick Big Win” ที่รัฐบาลต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดในระยะสั้น แต่ต่อยอดไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    ด้านนายผยง ศรีวานิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้อง “Connect the Dots” หรือเชื่อมโยงทุกกลไกทางการเงิน ทั้งระบบธนาคาร ตลาดทุน และตลาดอัตราแลกเปลี่ยน โดยยืนยันพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลเต็มที่ เพื่อบรรลุเป้าหมายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนให้เร็วที่สุด

    ทั้งนี้ รัฐบาลยังเตรียมพิจารณาปรับรายละเอียดนโยบายเศรษฐกิจที่จะนำเสนอต่อรัฐสภา โดยเปิดรับข้อเสนอจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า และประชาชน เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/425691&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mPeNnVkCuLZXmqnojl4iU

  • นายกฯ เผย โครงร่างนโยบายรัฐบาลเสร็จแล้ว ครอบคลุมทั้ง “ความมั่นคง – เศรษฐกิจ – สังคม”

    นายกฯ เผย โครงร่างนโยบายรัฐบาลเสร็จแล้ว ครอบคลุมทั้ง “ความมั่นคง – เศรษฐกิจ – สังคม”


    นายกฯ เผย โครงร่างนโยบายรัฐบาลเสร็จแล้ว เหลือแค่ปรับเนื้อหา บอก ครอบคลุมทุกเรื่องทั้ง “ความมั่นคง – เศรษฐกิจ – สังคม”  โยนเป็นความเห็นส่วนตัว หลัง “พลพีร์” ไล่ “วันนอร์” พ้นเก้าอี้ประสภาฯ

    ที่สมาคมธนาคารไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างนโยบายรัฐบาล ที่จะแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา ว่า ขณะนี้วางเค้าโครง รวมถึงเนื้อหาเสร็จหมดทุกเรื่องแล้ว แต่วันนี้ได้มาพบกับสมาคมธนาคารไทย หรือแม้แต่สัปดาห์ที่แล้วที่ได้พบกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงการพบปะประชาชน ทำให้อาจต้องปรับเนื้อหานิดหน่อย เพื่อให้ตรงความต้องการ และความห่วงใยจากทุกภาคส่วนมากที่สุด ส่วนนโยบายเศรษฐกิจจะคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ในร่างนโยบายนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีคำว่ากี่เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นนโยบายที่ประกอบในหลายมิติ ทั้งความมั่นคง สังคม เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน และแผนการทำงานของรัฐบาล

    ส่วนกรณีที่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้ ประมุขของสภาที่มาจากพรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อไทยลาออก หลังจากที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน กรณีดังกล่าวเป็นท่าทีของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องเลย ยืนยันว่าไม่ใช่ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน เมื่อถามว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ควรจะลาออกจากตำแหน่งเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อีก 4 เดือนก็ยุบสภาแล้ว
       
    เมื่อถามย้ำ ว่าท่าทีของสส.พรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่จุดยืนของพรรคอย่างแน่นอนใช่หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่ใช่ท่าทีของพรรคเป็นความคิดส่วนตัวของ สส.แต่ละท่านที่มีอิสระ ที่สามารถแสดงความคิดเห็น ส่วนขั้นตอนเป็นอย่างไรก็ตามนั้น“ เมื่อถามย้ำว่า ท่าทีของนายกฯมองเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า 4 เดือนก็ยุบสภาแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/35679&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2e9P1sVVkysBiHCWZZh4Jf

  • หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 1.28 จุด รับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 1.28 จุด รับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    เปิดตลาดหุ้นไทยภาคเช้าของวันที่ 22 ก.ย. 68 ดัชนีเปิดที่ 1,294.00 จุด เพิ่มขึ้น 1.28 จุด มูลค่าซื้อขาย 1,656.85 ล้านบาท โดย บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์ นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิสูงพร้อมกับค่าเงินบาทที่มีช่วงอ่อนค่า เป็นสัญญาณกดดันจิตวิทยาต่อตลาด อย่างไรก็ตาม ตลาดติดตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะทยอยมีรายละเอียดออกมา ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุน โดย ครม. จะเข้าถวายสัตย์วันที่ 24 ก.ย. นี้ และคาดว่าจะมีการแถลงต่อสภา วันถัดไป ทางเทคนิค ยังคงให้ดูที่แนวต้าน 1,300/1,303 จุด ยืนเหนือได้กลับเป็นขึ้น หากยืนไม่ได้คาดยังพักตัวต่อมีแนวรับอยู่ที่ 1,287/1,280 จุด ที่จะทําให้มีช่วงดีดกลับได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5133802/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ctghOJ2BurTG5IFgNQeUd

  • การจัดอันดับความยั่งยืนมหาวิทยาลัยทั่วโลกเมื่อ SDG คือเป้าหมายสำคัญของปฏิรูปการศึกษา | เดลินิวส์

    การจัดอันดับความยั่งยืนมหาวิทยาลัยทั่วโลกเมื่อ SDG คือเป้าหมายสำคัญของปฏิรูปการศึกษา | เดลินิวส์

    ตอนนั้นไม่มีเสียงตอบรับ แต่ปัจจุบันมหาวิทยาลัยไหนไม่ทำ ไม่พูดเรื่องนี้ถือว่าล้าสมัย ตกกระแส

    ท่านอธิการบดี และผู้บริหารมหาวิทยาลัยหลายแห่งบอกผมว่า นวัตกรรมที่สร้างความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือ การจัดอันดับ ที่เรียกว่า Ranking มหาวิทยาลัยชอบแข่งขันกัน ชอบเห็นตัวเลขเปรียบเทียบ โดยมีการจัดอันดับที่สำคัญ เช่น

          1.QS World University Ranking จะดูภาพรวมการจัดการความยั่งยืนในมหาวิทยาลัยตามหลัก ESG เน้นหลักสูตร วิชาการ และงานวิจัยที่สำคัญ รวมถึงศิษย์เก่าที่จบไปแล้วสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกยั่งยืนขึ้น

          2.Time Higher Education Impact Ranking เป็นการจัดอันดับที่กำลังมาแรง โดยมุ่งไปที่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 17 ข้อ โดยมีตัวชี้วัดต่าง ๆ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ UN เริ่มจากการวาง Vision Mission และกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัย เชื่อมโยงไปถึงภารกิจหลัก การเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ และยังดูนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดในมหาวิทยาลัย และชุมชนรอบข้างอีกด้วย

          3.UI Green Matric เน้นหนักในด้านสิ่งแวดล้อม การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ดูแลพื้นที่สีเขียว การจัดการระบบน้ำ และขยะเหลือทิ้ง รวมถึงการพัฒนาพลังงานทางเลือก พลังงานสะอาด

    มหาวิทยาลัยไทยต่างแข่งขันกัน และแข่งกับเพื่อน ๆ ทั่วโลก เร่งปลูกฝัง DNA ให้นักศึกษา และผู้มีส่วนได้เสียของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญที่สุดคือคณะอาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยเอง จึงต้องกระตุ้นให้หน่วยงานต่าง ๆ มาเรียนรู้ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาโครงการความยั่งยืนแข่งขันกัน

    ที่นิด้า โครงการความยั่งยืนที่หน่วยงานต่าง ๆ มาแข่งขันกันนี้ทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว ส่งผลให้อันดับ Ranking ดีขึ้นทุกปี เป็นตัวอย่างหนึ่งที่น่าชมเชยของมหาวิทยาลัยไทย และยังมีตัวอย่างดี ๆ ของมหาวิทยาลัยอื่นที่จะมาเล่าให้ฟังต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5134391/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15LwGLw9u2tYvX1VrcJZXr

  • เผยร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาล “อนุทิน” ความยาว 8 หน้ากระดาษ เน้นลดค่าครองชีพ

    เผยร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาล “อนุทิน” ความยาว 8 หน้ากระดาษ เน้นลดค่าครองชีพ

    “นายกฯ” เผย ร่างนโยบายรัฐบาลเสร็จแล้ว แต่หลังคุยสมาคมธนาคารไทย ขอปรับเนื้อหาอีกนิด เผยร่างคำแถลงนโยบาย มี 8 หน้า เน้นเศรษฐกิจปากท้อง ความมั่นคงชายแดน

    เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 22 ก.ย. 2568 ที่สมาคมธนาคารไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างนโยบายรัฐบาล ที่จะแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา ว่า ขณะนี้วางเค้าโครง รวมถึงเนื้อหาเสร็จหมดทุกเรื่องแล้ว แต่วันนี้ได้มาพบกับสมาคมธนาคารไทย หรือแม้แต่สัปดาห์ที่แล้วที่ได้พบกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงการพบปะประชาชน ทำให้อาจต้องปรับเนื้อหานิดหน่อย เพื่อให้ตรงความต้องการ และความห่วงใยจากทุกภาคส่วนมากที่สุด ส่วนนโยบายเศรษฐกิจจะคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ในร่างนโยบายนั้น ไม่มีคำว่ากี่เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นนโยบายที่ประกอบในหลายมิติ ทั้งความมั่นคง สังคม เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน และแผนการทำงานของรัฐบาล

    ร่างนโยบายรัฐบาล 8 หน้า

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทยด้วยว่า ขณะนี้ร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีจำนวนทั้งหมด 8 หน้า เน้น 4 ด้าน ประกอบด้วย เศรษฐกิจปากท้อง, ความมั่นคงและชายแดน, ปัญหาสังคม, ภัยธรรมชาติและการเยียวยา

    ลดค่าครองชีพให้ประชาชน

    โดยนโยบายด้านเศรษฐกิจ จะเน้นเรื่องการลดค่าครองชีพแก่ประชาชน เช่น นโยบายคนละครึ่ง ซึ่งขณะนี้เรื่องระบบการใช้-วงเงินอยู่ระหว่างการพูดคุย, การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เช่น ลดค่าทางด่วน รวมถึงอาจจะมีการปรับนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยเคยหาเสียงไว้ เช่น โซลาร์รูฟท็อป เป็นโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ เพื่อให้เข้ากับการทำงานของอายุรัฐบาล 4 เดือน

    รอหาข้อยุติ รถไฟฟ้า 20 บาท

    นอกจากนี้จะมีการหยิบนโยบายของพรรคเพื่อไทย มา เช่น หวยเกษียณ โดยอาจจะมีการปรับรูปแบบ ส่วนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สายสีแดงและม่วง ที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.นี้ แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวต้องรอการพูดคุยอีกครั้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนหลังแถลงนโยบาย พร้อมยืนยันไม่มีองครักษ์พิทักษ์นายกฯ เพราะนายกฯ สามารถชี้แจงได้เอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2884334&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13SSOovSRAHWZr-1NGBZpd

  • เงินปริศนาไหลเข้าไทย 3 ข้อสงสัยทำบาทแข็ง ร้ายสุดทุนสีเทา

    เงินปริศนาไหลเข้าไทย 3 ข้อสงสัยทำบาทแข็ง ร้ายสุดทุนสีเทา

    เงินปริศนาไหลเข้าไทย 3 ข้อสงสัยทำบาทแข็ง ร้ายสุดทุนสีเทา เร่งหาต้นตอ ปล่อยไว้กระทบธุรกิจส่งออก การท่องเที่ยวทรุดเงินไม่หมุนไหลเวียนถึงคนหาเช้ากินค่ำ

    เงินปริศนาไหลเข้าไทย กลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงกว้าง เมื่อเงินบาทแข็งค่า เพราะมีเงินต่างชาติไม่รู้ที่มาไหลเข้ามาไทย เฉลี่ยไตรมาสละแสนล้านบาท กระทบธุรกิจส่งออก จนอาจมีผลต่อคนหาเช้ากินค่ำ ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องขณะนี้ก็ยังทำการเร่งตรวจสอบเพื่ออุดช่องโหว่ที่เกิดขึ้น

    ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส TDRI วิเคราะห์ว่า เงินที่ไหลเข้ามายังเป็นปริศนาที่ผู้เกี่ยวข้องก็ยังหาที่มาไม่ได้ ตอนนี้มีเพียงข้อสันนิษฐานที่มองว่า เงินอาจมาจากแหล่งใหญ่ดังนี้

    1.เศรษฐกิจใต้ดิน เงินสีดำที่มาจากสิ่งที่ไม่ถูกกฎหมาย ที่อาจเกี่ยวโยงกับแก๊งคอลเซนเตอร์ หรือคาสิโน

    2.เงินที่ถูกกฎหมาย แต่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี เช่น กระบวนการในการหลีกเลี่ยงภาษีต่างๆ

    3. เงินที่เป็น tax haven หรือ ต่างชาติมองว่าค่าเงินบาทไทยมีความแข็งแกร่ง เหมือนกับ สวิตเซอร์แลนด์ ที่ค่าเงินในประเทศมีเสถียรภาพ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เพราะถ้าดูประวัติศาสตร์ 5 -10 ปี ค่าเงินบาทมีความแข็งแกร่ง ดังนั้นนักลงทุนอาจมองว่า การถือเงินบาทจะสามารถรักษามูลค่าได้ ซึ่งการเข้ามาของทุนต่างชาติ บางอย่างแบงก์ชาติก็ไม่สามารถตรวจสอบได้

    การไหลเข้ามาของเงินปริศนา ทำให้ค่าเงินบาทแข็ง จึงเกิดมีความต้องการค่าเงินบาทสำหรับการธุรกรรมเหล่านี้ เนื่องจากตอนนี้กำลังเร่งหาที่มา ทำให้ยังไม่สามารถตอบได้ว่า ข้อสันนิษฐานทั้ง 3 ส่วนไหนจะมีมากกว่ากัน หรืออาจจะผิดทั้งหมดก็ได้ เพราะเงินที่ไหลเข้ามาต้องหาต้นตอให้เจอ ซึ่งไม่แน่ว่าเงินที่ไหลเข้ามาจะเป็นของคนกลุ่มเดียวก็ได้

    เงินบาทแข็ง ทำการแข่งขันในตลาดส่งออกไทยเป็นรอง เช่น สินค้าส่งออกของไทยจะมีราคาแพงขึ้นเมื่อเทียบกับเวียดนามที่มีกำลังการผลิตสูงและราคาถูกกว่า หรือกรณีที่คนจีนหันไปเที่ยวเวียดนามมากกว่าไทย เนื่องจากค่าเดินทางท่องเที่ยวที่ถูกกว่า

    สิ่งที่ต้องแก้ประการแรกในเงินสีดำ ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นหน่วยงานรัฐไทยต้องเร่งสกัดให้ได้มากที่สุด ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า ถ้ามีการฟอกเงินผ่านคริปโต หรือการซื้อทองในกลุ่มชนชั้นบนของกัมพูชา สิ่งเหล่านี้ต้องเข้มงวด

    ส่วนระบบเงินสีเทา ที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย ต้องมีการทำให้กลับมาอยู่ในระบบกฎหมาย โดยบางตัวหนีกฎหมายก็ต้องเก็บภาษี ด้านเงินในระบบที่เป็นสีขาว อย่าง tax haven ค่อนข้างควบคุมยาก เพราะมีทั้งผลดีและเสียต่อนักลงทุน และเป็นกลุ่มเงินที่ต้องไปจัดการให้น้อยที่สุด

    ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการไหลเข้ามาของเงินปริศนา ที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้น อาจไม่ส่งผลกระทบอย่างเด่นชัดต่อคนหาเช้ากินค่ำ แต่ถ้าปล่อยไว้ในเวลาที่นาน ก็จะยิ่งทำให้มีผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมได้ในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2884432&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JKaTJtlJ0067uCCZ6VGHK

  • นายกฯ มั่นใจทีมเศรษฐกิจผลักดันศักยภาพไทยทุกด้าน

    นายกฯ มั่นใจทีมเศรษฐกิจผลักดันศักยภาพไทยทุกด้าน

    (22ก.ย.68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือกับสมาคมธนาคารไทยว่า วันนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นการหารือในหลายประเด็น ที่รัฐบาลมีความห่วงใยและมาข้อรับการสนับสนุนจากสมาคมธนาคารไทย โดยเรื่องหลักเป็นเรื่องปัญหาหนี้สินของประชาชน หนี้สินเอสเอ็มอี หนี้ครัวเรือน โดยอยากขอความร่วมมือสมาคมธนาคารไทยในการผ่อนปรน หรือเร่งให้มีสภาพคล่องเข้าไปในตลาดสำหรับลูกค้าที่ยังมีศักยภาพที่สามารถผลิตสินค้าของตนเองให้เข้าไปในตลาดได้ รวมถึงมารับฟังความเห็นของสมาคมธนาคารไทย ว่ามีความกังวลด้านใด ขณะนี้ต้องสู้และแข่งขันกับภูมิภาคด้วยจะทำอย่างไรที่จะทำให้ระบบการธนาคารของประเทศไทยที่เคยเป็นผู้นำกลับคืนมาอีกครั้งในภูมิภาคอาเซียน และจะทำอย่างไรให้เกิดการแข่งขันกับตลาดโลกที่มีพื้นฐานการประกอบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นในทุกวัน 

    นายอนุทิน ย้ำว่าวันนี้ ได้เข้ามารับฟังแนวทางต่าง ๆ สิ่งใดที่รัฐบาลจะทำให้ได้ ก็จะเร่งดำเนินการ ส่วนตัวไม่กังวลตรงนี้ เนื่องจากทีมรัฐมนตรีของตนเองอยู่ในแวดวงด้านนี้มาก่อน ขณะนี้รับข้อเสนอไปหมดแล้ว ดังนั้นตนเองมีหน้าที่เห็นชอบ และนำไปผลักดันตามที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะได้นำเสนอเรื่องขึ้นมา ส่วนตัวมั่นใจว่าทีมเศรษฐกิจและสมาคมจะนำการหารือในวันนี้ ไปสู่การปฏิบัติให้เร็วที่สุด และจะเร่งเรื่องศักยภาพของประเทศไทย การเพิ่มมูลค่าในภาคท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมากที่สุด ทั้งภาคบริการ การแพทย์ การแพทย์เพื่อสุขภาพ เกษตรกรรม ทั้งผู้ผลิตและแปรรูป รวมถึงราคาพืชผลด้านการเกษตร และยังมีอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฮเทคที่ประเทศไทยมีพื้นที่มากเพียงพอ ที่จะรองรับการขยายตัวอุตสาหกรรมด้านนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพและขยายขนาดทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป

    ข่าวเวิร์คพอยท์23

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/politics/NGzhH5eOb&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bYFpLBnGPTcEdVErepK08

  • ‘อำนาจเจริญ’อ่วม! ฝนตกหนัก‘น้ำท่วม’ถนนสายเศรษฐกิจสูงกว่าครึ่งเมตร

    ‘อำนาจเจริญ’อ่วม! ฝนตกหนัก‘น้ำท่วม’ถนนสายเศรษฐกิจสูงกว่าครึ่งเมตร

    ‘อำนาจเจริญ’อ่วม! ฝนตกหนัก‘น้ำท่วม’ถนนสายเศรษฐกิจสูงกว่าครึ่งเมตร

    วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 08.29 น.

    ‘อำนาจเจริญ’อ่วม! ฝนตกหนัก‘น้ำท่วม’ถนนสายเศรษฐกิจสูงกว่าครึ่งเมตร  

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 21 กันยายน 2568 เกิดพายุฝนตกอย่างหนักในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ส่งผลให้ตัวเมืองอำนาจเจริญ ย่านเศรษฐกิจสำคัญ ถนนสายหลัก 2 สาย รวมถึงถนนสายรอบเมือง มีน้ำท่วม สูงเฉลี่ย 40-50 เซนติเมตร (ซม.) รถเล็กฝ่ากระแสน้ำ ทำให้เครื่องยนต์ดับไปตามๆกัน และกระแสน้ำคลื่นน้ำจากรถวิ่งผ่าน พัดเข้าหาบ้านเรือนที่อยู่ริมถนน ทำให้น้ำไหลท่วมบ้าน เดือดร้อนกันถ้วนหน้า

    สำหรับถนนสายหลักอรุณประเสริฐ ตำบลบุ่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ (อำนาจเจริญ – กรุงเทพมหานคร) จมน้ำหลายจุด ได้แก่ หน้าวัดดอนหวาย ชุมชนดอนแดง หน้าพรรคภูมิใจไทย หน้าโรงพยาบาลอำนาจเจริญ โดยเฉพาะถนนหน้าโรงพยาบาลอำนาจเจริญ น้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี เนื่องจากคลองระบายน้ำมีขนาดเล็ก ทำให้ระบายน้ำไม่ทัน จึงประสบปัญหาน้ำท่วมทุกฤดูฝน

    ส่วนถนนชยางกูร ตำบลบุ่ง  อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ ถือว่า เป็นถนนสายเศรษฐกิจ เพราะมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ 2 แห่งตั้งอยู่ รวมถึง เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ และ สถานีขนส่งผู้โดยสารด้วย จากฝนตกหนักหลายชั่วโมง ส่งผลให้น้ำท่วมถนนตลอดแนว เริ่มจาก ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี แม็คโคร โลตัส และ สถานีขนส่งผู้โดยสารอำนาจเจริญ ระดับน้ำอยู่ที่ 40-50 เซนติเมตร รถเล็กสัญจรลำบาก ออกจากห้างดังไม่ได้ ต้องรอร่วม 1 ชั่วโมง จึงคลี่คลาย จึงออกมาได้ บางคันน้ำท่วมเข้าเครื่องยนต์ทำให้รถดับรถเสียกลางถนนหลายคัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยเหลือเข็ญเข้าที่สูงข้างทางหนีน้ำ เพื่อรอรถยก เข้าอู่ซ่อมต่อไป

    นอกจากนี้ ถนนสายรอบเมืองด้านทิศตะวันออกจรดทิศเหนือและทิศใต้(อำนาจเจริญ – มุกดาหาร – อุบลราชธานี) ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักติดต่อเป็นเวลาหลายชั่วโมงเช่นกัน และเกิดน้ำท่วมเป็นบางช่วง ระดับน้ำอยู่ที่ 20 – 30 เซนติเมตร ทำให้การขับขี่รถที่สัญจรผ่านจุดน้ำท่วมจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

    ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังเร่งระบายน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำ ในทุกจุดที่ถูกน้ำท่วมแล้ว เพื่อคืนผิวจราจรให้อยู่ในสภาพปกติ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/915817&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VbmyeO8Pj2hvhCeEPGe8r