ตอนนั้นไม่มีเสียงตอบรับ แต่ปัจจุบันมหาวิทยาลัยไหนไม่ทำ ไม่พูดเรื่องนี้ถือว่าล้าสมัย ตกกระแส
ท่านอธิการบดี และผู้บริหารมหาวิทยาลัยหลายแห่งบอกผมว่า นวัตกรรมที่สร้างความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือ การจัดอันดับ ที่เรียกว่า Ranking มหาวิทยาลัยชอบแข่งขันกัน ชอบเห็นตัวเลขเปรียบเทียบ โดยมีการจัดอันดับที่สำคัญ เช่น

1.QS World University Ranking จะดูภาพรวมการจัดการความยั่งยืนในมหาวิทยาลัยตามหลัก ESG เน้นหลักสูตร วิชาการ และงานวิจัยที่สำคัญ รวมถึงศิษย์เก่าที่จบไปแล้วสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกยั่งยืนขึ้น
2.Time Higher Education Impact Ranking เป็นการจัดอันดับที่กำลังมาแรง โดยมุ่งไปที่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 17 ข้อ โดยมีตัวชี้วัดต่าง ๆ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ UN เริ่มจากการวาง Vision Mission และกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัย เชื่อมโยงไปถึงภารกิจหลัก การเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ และยังดูนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดในมหาวิทยาลัย และชุมชนรอบข้างอีกด้วย
3.UI Green Matric เน้นหนักในด้านสิ่งแวดล้อม การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ดูแลพื้นที่สีเขียว การจัดการระบบน้ำ และขยะเหลือทิ้ง รวมถึงการพัฒนาพลังงานทางเลือก พลังงานสะอาด

มหาวิทยาลัยไทยต่างแข่งขันกัน และแข่งกับเพื่อน ๆ ทั่วโลก เร่งปลูกฝัง DNA ให้นักศึกษา และผู้มีส่วนได้เสียของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญที่สุดคือคณะอาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยเอง จึงต้องกระตุ้นให้หน่วยงานต่าง ๆ มาเรียนรู้ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาโครงการความยั่งยืนแข่งขันกัน
ที่นิด้า โครงการความยั่งยืนที่หน่วยงานต่าง ๆ มาแข่งขันกันนี้ทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว ส่งผลให้อันดับ Ranking ดีขึ้นทุกปี เป็นตัวอย่างหนึ่งที่น่าชมเชยของมหาวิทยาลัยไทย และยังมีตัวอย่างดี ๆ ของมหาวิทยาลัยอื่นที่จะมาเล่าให้ฟังต่อไป.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5134391/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15LwGLw9u2tYvX1VrcJZXr
