Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “ศุภจี” หวังกู้ เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา | เที่ยงทันข่าว | 30 ก.ย. 68

    “ศุภจี” หวังกู้ เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา | เที่ยงทันข่าว | 30 ก.ย. 68

    “ศุภจี” โชว์ฝีมือลุกแจงครั้งแรกหลังนั่งเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ฯ เผยมาตรการ “ดันธงฟ้า–ขนส่งฟรี–มหกรรมการค้าชายแดน“ หวังกู้ เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา

    #ศุภจี #ชายแดน #พาณิชย์ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #เที่ยงทันข่าว
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/202029&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11pweElUzALUcxN1h47ycE

  • “โกลเบล็ก” มองราคาทองผันผวน กังวลเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์

    “โกลเบล็ก” มองราคาทองผันผวน กังวลเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์

    สำหรับราคาทองคำในประเทศเปิดตลาดมาเช้านี้ (30 ก.ย.68) เมื่อเวลา 9.07 น.ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำ ปรับเพิ่มขึ้น 650 บาท ล่าสุด 11.00 น. ราคาทองคำมีการเปลี่ยนแปลงถึง 11 ครั้ง ทำให้ราคาทองคำในประเทศพุ่งขึ้น 1,100 บาท ราคาทองคำแท่ง 96.5% ขายออก 59,300 บาท รับซื้อ 59,200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 60,100 บาท รับซื้อ 58,017.32 บาท

    ขณะที่ราคาทองคำโลกในตลาด COMEX อยู่ที่ 3,892 ดอลลาร์/ออนซ์ ปรับเพิ่มขึ้น +37.50 หรือ +0.97% เมื่อเวลา 11.33 น. ที่ผ่านมา

    ด้านบล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินราคาทองคำผันผวนต่อเนื่อง กังวลความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ กระตุ้นให้ เฟด มีโอกาสลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า ส่งผลให้นักลงทุนยังคงถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จึงแนะนำกลยุทธ์ “ซื้อเมื่อราคาย่อตัว” ในกรอบ  3,760 – 3,850 ดอลลาร์สหรัฐ

    ณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินว่าราคาทองคำมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวน โดยได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนของสงครามการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้นักลงทุนยังคงถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อีกทั้งสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ที่ปรับตัวขึ้นตามคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดยังคงคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า

    อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2568 ที่ขยายตัวสูงกว่าคาด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลงต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนควรจับตาตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการพิจารณานโยบายอัตราดอกเบี้ยของ เฟด ดังนั้นฝ่ายวิจัยประเมินกรอบราคาทองคำไว้ที่ 3,760 – 3,850 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์ พร้อมแนะนำให้ “ซื้อเมื่อราคาย่อตัว”

    ส่วนภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ได้เตรียมเก็บภาษีศุลกากรยาแบรนด์ 100% เริ่ม 1 ต.ค. 2568 ทั้งนี้จะยกเว้นให้กับบริษัทที่มีแผนจัดตั้งโรงงานผลิตยาในสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ ส่วนสถานการณ์อิสราเอลเปิดฉากโจมตีกรุงซานา ตอบโต้การโจมตีโดรนจากกลุ่มฮูตี กองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี โดยเป็นการตอบโต้เหตุการณ์ที่กลุ่มฮูตีส่งโดรนโจมตีรีสอร์ท ท่องเที่ยวในเมืองท่าทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 20 ราย

    นอกจากนี้ ตัวเลข PMI ของสหรัฐฯ ปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 3 เดือน สหรัฐฯ รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นในเดือนกันยายน ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 53.6 จากระดับ 54.6 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน สะท้อนถึงการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.7% สอดคล้องต่อคาดการณ์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในเดือนสิงหาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ สะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาที่ยังคงอยู่ในระดับควบคุมได้

    ขณะที่ปัจจัยด้านลบที่ส่งผลต่อการลงทุนทองคำ ยังคงเป็นปัจจัยจากภายนอก อาทิ อินเดียเตรียมเพิ่มการนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐฯ หวังลดความไม่สมดุลทางการค้า นายปิยุช โกยัล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของอินเดีย ที่ระบุว่า อินเดียมีแผนเพิ่มการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างสองประเทศ และส่งเสริมการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงการค้าในอนาคต

    “สหรัฐฯ รายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2 ปี 2568 ขยายตัว 3.8% สูงกว่าการประมาณการในครั้งก่อน ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 14,000 ราย สู่ระดับ 218,000 ราย ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 235,000 ราย สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังเผชิญแรงกดดัน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/gbs-gold-safe-haven&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KQKo40r1YJhmF3_S92dNF

  • นายกรัฐมนตรี ยืนยัน โครงการคนละครึ่ง มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบบเศรษฐกิจ

    นายกรัฐมนตรี ยืนยัน โครงการคนละครึ่ง มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบบเศรษฐกิจ

    นายกรัฐมนตรี ยืนยัน โครงการคนละครึ่ง มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบบเศรษฐกิจ


    30/09/2568 | 85 |

    นายกรัฐมนตรี ยืนยัน โครงการคนละครึ่ง มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบบเศรษฐกิจ ชี้ การใช้บัตรลงคะแนน 4 ใบเป็นเพียงการคาดการณ์ ย้ำ รัฐบาลให้ความสำคัญกับอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมร่วมของรัฐสภา เป็นวันที่สอง ว่า การอภิปรายวันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ซึ่งฝ่ายคณะรัฐมนตรีจะนำไปพิจารณาปรับใช้ พร้อมยืนยันว่าโครงการ “คนละครึ่ง” เป็นมาตรการที่มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน โปร่งใส และเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการหมุนเวียนของเม็ดเงิน ส่วนข้อครหาว่าเป็นโครงการเพื่อหาเสียงล่วงหน้า นายกรัฐมนตรี มองว่าการอภิปรายในสภาไม่ว่าจะจากฝ่ายใดก็เป็นการหาเสียงล่วงหน้า เพราะเป็นการสื่อสารต่อประชาชนเช่นกัน ในส่วนของข้อกังวลจากหลายฝ่ายในการจัดทำประชามติ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์อย่างถูกต้อง แต่ย้ำว่าการใช้บัตรลงคะแนน 4 ใบเป็นเพียงการคาดการณ์ ทั้งนี้ การจัดทำประชามติแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูง รัฐบาลจึงต้องพิจารณาความเหมาะสมเพื่อประหยัดงบประมาณ พร้อมเชื่อมั่นว่าประชาชนสามารถทำความเข้าใจได้หากมีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง สำหรับกรณีบันทึกความเข้าใจ MOU43-44 ระหว่างไทย–กัมพูชา นายอนุทินระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของคณะกรรมาธิการ หากผลการศึกษาไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย รัฐบาลก็จะพิจารณายกเลิกเองตามอำนาจหน้าที่ที่มี ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศเป็นอันดับแรก และถือเป็นการให้เกียรติประชาชนในการมีส่วนร่วมต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ ส่วนกรณีที่มีสมาชิกอภิปรายถึงพาเหมาะสมและคุณสมบัติของคณะรัฐมนตรี นั้น นายอนุทิน ยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ไม่ปรากฏข้อมูลการกระทำผิดหรือขาดคุณสมบัติแต่อย่างใด นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ซึ่งจะมีการบรรจุวาระเร่งด่วนหลายประเด็นตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายไว้ เพื่อเร่งรัดการขับเคลื่อนงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 
    ข้อมูล : https://x.com/nnthotnews/status/1972856326188593596?t=d9JyygPMUSf8oeDgUlcLPQ&s=19


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/427716&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0knaw3QzZDaiUk6-97hJWr

  • “ศุภจี” โชว์ฝีมือลุกแจงครั้งแรก เผยมาตรการกู้เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา

    “ศุภจี” โชว์ฝีมือลุกแจงครั้งแรก เผยมาตรการกู้เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา

    “ศุภจี” โชว์ฝีมือลุกแจงครั้งแรก เผยมาตรการกู้เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา

    “ศุภจี” โชว์ฝีมือลุกแจงครั้งแรก หลังนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยมาตรการ “ดันธงฟ้า–ขนส่งฟรี–มหกรรมการค้าชายแดน” กู้เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา

    29 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วาระเรื่องด่วน 1 คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุม

    นางสาวศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมโดยกล่าวขอบคุณสมาชิกที่ให้ข้อคิดเห็นและข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์

    ช่างภาพพีพีทีวี
    นางสาวศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

    พร้อมยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์จะขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจภายใต้หลักการ “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” ตามแนวทางของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และทีมเศรษฐกิจที่นำโดยรองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทันประภาส

    นางสาวศุภจี เผยว่า ไทยพึ่งพาการส่งออกสูงถึง 60% ของ GDP โดยสหรัฐฯ เป็นตลาดสำคัญคิดเป็น 10% ของ GDP ทั้งประเทศ รัฐบาลจึงตั้งเป้าหมายเร่งเจรจาข้อตกลงการค้า หรือ Agreement on Recyclable Tax (ART) ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2568 เพื่อสร้างความชัดเจนด้านกติกาการค้า หลังจากที่รัฐบาลก่อนหน้าบรรลุ Joint Statement เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา

    ส่วนการปรับปรุงระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า นางสาวศุภจี ชี้แจงว่า ไทยได้รวมอำนาจการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ไว้ที่กระทรวงพาณิชย์เพียงหน่วยงานเดียว จากเดิมที่มี 3 หน่วยงานรับผิดชอบ พร้อมเพิ่มรายการสินค้าที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังจาก 49 รายการเป็น 65 รายการ และปรับกฎเกณฑ์ Rules of Origin หรือ ROO ให้ทันสมัยสอดคล้องกับการค้าสหรัฐ

    และได้พัฒนาระบบดิจิทัล Lower Plus และ Smart Certificate of Origin เพื่อให้สามารถติดตาม ตรวจสอบ และยืนยันความถูกต้องของ C/O ได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพิ่มความโปร่งใสและลดโอกาสการปลอมแปลงเอกสาร

    ส่วนการป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร นางสาวศุภจี เปิดเผยสถิติว่า จำนวนเอกสาร C/O ปลอมลดลงอย่างมากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จาก 149 ฉบับในปี 2565 และ 168 ฉบับในปี 2566 เหลือเพียง 5 ฉบับในปี 2567 และในปี 2568 ยังไม่พบการปลอมแปลง ซึ่งเป็นผลจากการใช้ระบบดิจิทัลที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูง ทั้งการใช้ลายน้ำและการตรวจสอบย้อนกลับได้จากปลายทาง

    แผนสร้างความเข้าใจภาคเอกชน นางสาวศุภจี เผยว่า จะเร่งสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม และตลาดทุน เกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ของการออก C/O และ ROO เพื่อให้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงการถูกปฏิเสธการส่งออก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าต่างประเทศ

    ส่วนการใช้มาตรการปกป้องการค้าและการตอบโต้ นางสาวศุภจี เผยว่า ไทยได้ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ถึง 31 กรณี ไม่ใช่เพียง 6 กรณีตามที่บางฝ่ายเข้าใจ และไทยเป็นฝ่ายถูกใช้มาตรการตอบโต้จากต่างประเทศรวม 73 กรณี

    ช่างภาพพีพีทีวี
    นางสาวศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

    ทั้งนี้ สาเหตุที่ตัวเลขสูงเนื่องจากมีหลายประเทศยื่นใช้มาตรการกับไทยพร้อมกัน กระทรวงพาณิชย์ยังใช้มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยง 6 กรณี ขณะที่ยังไม่มีการใช้มาตรการปกป้อง แต่ได้เริ่มกระบวนการไต่สวนเพื่อพิจารณานำมาใช้ในอนาคต รวมถึงติดตามมาตรการอุดหนุน ที่ไทยยังไม่ได้ใช้กับประเทศอื่นแต่ถูกใช้กับไทยแล้ว 7 กรณี

    เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทย กระทรวงตั้งเป้าปรับปรุงกระบวนการไต่สวน โดยนำ เทคโนโลยีและระบบ AI มาช่วยวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูล เพื่อลดระยะเวลาการพิจารณาจากเดิม 12 เดือนเหลือเพียง 9 เดือน และลดเวลาการยื่นคำร้องจาก 4 เดือนลงอีกอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับความคุ้มครองเร็วขึ้น

    ด้านการแก้ปัญหาสินค้าทะลักและการละเมิดมาตรฐาน นางสาวศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการร่วมกับ 16 หน่วยงาน เช่น กระทรวงการคลัง เกษตร อุตสาหกรรม สคบ. และสำนักงานพัฒนาธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ จัดตั้งคณะกรรมการร่วมแก้ปัญหาสินค้าต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และยกระดับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มกว่า 2,175 ล้านบาท

    นอกจากนี้ กระทรวงได้เข้มงวดตรวจสอบและดำเนินคดีเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า กว่า 81,719 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 3,541 ล้านบาท รวมถึงมีมาตรการ แจ้งเตือนและสั่งถอดสินค้า ในแพลตฟอร์มออนไลน์ ตรวจสอบแล้ว 54,868 รายการ พบผิดปกติ 35,964 รายการ และสั่งถอดออก 17,177 รายการ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

    ส่วนมาตรการสนับสนุนเอสเอ็มอี นางสาวศุภจี กล่าวว่า ได้มีความสำคัญกับการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย 6 ด้านหลัก ได้แก่

    1. ขยายตลาดใหม่ เจาะตลาดเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา
    2. พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ สนับสนุนทุน 10,000 บาทต่อราย เพื่อซื้อแพลตฟอร์มดิจิทัลจัดการบัญชีและสินค้าคงคลัง พร้อมอบรมการใช้งาน
    3. เพิ่มช่องทางการค้า ร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและไปรษณีย์ไทยเพื่อลดต้นทุนการขายและการส่งสินค้า
    4. เพิ่มมูลค่าสินค้า ส่งเสริมสินค้า GI, โครงการ Thai Select, Thailand Trust Mark และ Made in Thailand เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
    5. เข้าถึงแหล่งทุน ร่วมมือสถาบันการเงินช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อ
    6. ทำให้เข้าถึงง่าย ปรับปรุงแพลตฟอร์ม “ม็อกฟองดู” ให้ใช้งานง่าย ครบวงจรในที่เดียว

    ส่วนการจัดการธุรกิจนอมินีและการเฝ้าระวังธุรกิจเสี่ยง นางสาวศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เฝ้าระวังธุรกิจ 7 ประเภทหลัก ได้แก่ ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ อีคอมเมิร์ซ โรงแรม และรีสอร์ท ก่อสร้าง การขายที่ดินเพื่อเกษตร และอื่น ๆ โดยร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อตรวจสอบ ปัจจุบันติดตามคดีนอมินีแล้ว 475 ราย มูลค่ารวม 2,873 ล้านบาท

    ส่วนการลดค่าครองชีพและเพิ่มรายได้ประชาชน นางสาวศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ดำเนิน มหกรรมลดราคาสินค้า 1,300 ครั้งต่อปี และเพิ่มความถี่ในพื้นที่ชายแดนที่มีประชาชนเดือดร้อน พร้อมทำข้อตกลงกับโรงพยาบาลเอกชนให้ประชาชนทราบราคายาก่อนจ่ายเงิน และเปิดทางเลือกซื้อยาจากร้านภายนอกโรงพยาบาล

    คาดช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 32,400 ล้านบาทต่อปี ทั้งยังควบคุมราคายาและเวชภัณฑ์จำเป็นเพื่อลดต้นทุนค่ารักษา คาดช่วยลดภาระประชาชนได้ 1,100 ล้านบาท และบรรเทาความแออัดของโรงพยาบาลรัฐในระยะยาว

    ช่างภาพพีพีทีวี
    นางสาวศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

    นางสาวศุภจี อธิบายกรอบทำงานเพื่อคงความสามารถแข่งขันของไทย ท่ามกลางค่าเงินบาทที่ผันผวนและบริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่เร่งให้เกิด FTA/ทวิภาคีมากขึ้น จึงต้องดูตั้งแต่น้ำต้นทาง ของห่วงโซ่การผลิต ไม่ใช่เพียงกำหนดราคาตามอุปสงค์และอุปทาน โดยมี5 หลักการดูแลสินค้าเกษตร

    1. พยากรณ์อุปสงค์ อุปทานล่วงหน้า ใช้ฐานข้อมูล เดต้าAI ทำปฏิทินผลผลิต และสื่อสารให้เกษตรกรหรือพาณิชย์จังหวัดเตรียมตัวทันเวลา
    2. บริหารอุปทานตามสถานการณ์ เช่น น้ำท่วม คุณภาพข้าวหลังเกี่ยวไม่พร้อมเก็บ ต้องเสริมความรู้การจัดการหลังเก็บเกี่ยว เพื่อลดการขายของด้อยคุณภาพ
    3. ผลักดันการส่งออก รักษาลูกค้าเดิม ค้นหาตลาดใหม่ ควบคู่เติมมูลค่าผ่านการแปรรูป
    4. เข้มมาตรการนำเข้า กันสินค้าที่ ไม่ได้มาตรฐาน และสินค้าที่ เกิดจากการเผาหรือก่อมลพิษ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคสิ่งแวดล้อมและพื้นที่การตลาดของผู้ผลิตไทย
    5. วางฐานระยะยาว พัฒนาพันธุ์ข้าวและพืชเศรษฐกิจให้เหมาะพื้นที่ เพิ่มผลผลิตต่อไร่ และส่งเสริมพืชมูลค่าสูงมาทดแทนหรือเสริม

    ส่วนแผนช่วยผู้ประกอบการชายแดนไทย กัมพูชา 7 จังหวัด นางสาวศุภจี เปิดเผยมาตรการ ดังนี้ 

    1. ลดค่าครองชีพทันที ด้วย “ธงฟ้า” ลงหนักพื้นที่ชายแดน ร่วมมือพาณิชย์จังหวัด–มหาดไทย–เอกชน
    2. ดันขายออนไลน์และขนส่งทั่วประเทศ ร่วม ไปรษณีย์ไทย สนับสนุน ค่าขนส่งฟรีแบบร่วมจ่าย ให้สินค้าเกษตร/ชุมชน
    3. จัดมหกรรมการค้าชายแดน และเพิ่ม “ตลาดผ่านแดน” สำหรับผู้ส่งออก

    นอกจากนี้ นางสาวศุภจี ยังกล่าวถึง FTA และการใช้ประโยชน์ ว่าไทยมี FTA 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศ ล่าสุดลงนามกับ EFTA ซึ่งก้าวสำคัญสู่ FTA กับสหภาพยุโรป  ส่วนเป้าหมายรัฐบาลนี้ จะเร่งบรรลุ FTA กับ EU และเกาหลีใต้ พร้อมดันเอกชนใช้สิทธิประโยชน์จริงผ่านการลงพื้นที่พบหอการค้า ส.อ.ท. ตลาดทุน และสมาคมต่าง ๆ พร้อมกับเดินหน้าหาตลาดใหม่ต่อเนื่อง ตะวันออกกลาง, แอฟริกา, เอเชียใต้, อาเซียน และเชิญผู้ซื้อต่างชาติรายสำคัญเยือนไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/258130&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J1_g_rUfvD5RINBTrwEIm

  • ชลบุรีจัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.)

    ชลบุรีจัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.)

    ภูมิภาค

    ชลบุรีจัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.)

    วันอังคาร ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.13 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัดชลบุรี โดยมี นางประภัสรา ศรีทอง ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนางนิภาพร แพภิรมย์รัตน์ และนางมนต์พัทธนันท์ ปิจนันท์ รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดชลบุรี สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดชลบุรี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี

    การจัดพิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครอบครัวสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชลบุรี ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญด้านความมั่นคงที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละเพื่อประเทศชาติ แต่บุตรหลานยังประสบปัญหาด้านรายได้และโอกาสทางการศึกษา โดยในปีนี้มีการมอบทุนการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับปริญญาตรี รวมทั้งสิ้น 81 ทุน

    นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยของจังหวัดชลบุรีและชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดชลบุรี ที่มีต่อครอบครัวสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน โดยมุ่งหวังให้เยาวชนเหล่านี้ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคตต่อไป
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/448520&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NWUiCfRAvhCCA2AoGZTfb

  • MOU 43-44 ย้ำหากไทยไม่เกิดประโยชน์ เสนอ ครม. ยกเลิกได้ทันที – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    MOU 43-44 ย้ำหากไทยไม่เกิดประโยชน์ เสนอ ครม. ยกเลิกได้ทันที – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109533&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VDzFu8kQK-ap6pnNfXl5F

  • รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวต้อนรับคณะทูตานุทูตและสื่อมวลชนเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับต่างประเทศ ผ่านการศึกษาดูงานของคณะผู้แทนทางการทูต ปี 2568 ณ จังหวัดสงขลา – กระทรวงการต่างประเทศ

    รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวต้อนรับคณะทูตานุทูตและสื่อมวลชนเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับต่างประเทศ ผ่านการศึกษาดูงานของคณะผู้แทนทางการทูต ปี 2568 ณ จังหวัดสงขลา – กระทรวงการต่างประเทศ

    รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวต้อนรับคณะทูตานุทูตและสื่อมวลชนเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับต่างประเทศ ผ่านการศึกษาดูงานของคณะผู้แทนทางการทูต ปี 2568 ณ จังหวัดสงขลา

    วันที่นำเข้าข้อมูล 30 ก.ย. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 ก.ย. 2568

    | 27 view

    เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 นางศิริลักษณ์ นิยม รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานร่วมกับนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวเปิดในพิธีต้อนรับคณะทูตานุทูต รวมถึงสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับต่างประเทศ ผ่านการศึกษาดูงานของคณะผู้แทนทางการทูต ปี 2568 ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติร่วมกับกระทรวงฯ ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 1 ตุลาคม 2568 ณ จังหวัดสงขลา โดยมีผู้แทนทางการทูตที่พำนักอยู่ในไทยเข้าร่วมจาก 21 ประเทศ

    ประธานฯ ทั้งสามเห็นพ้องถึงความสำคัญของโครงการฯ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อศักยภาพของจังหวัดฯ ในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว วัฒนธรรมและการศึกษา รวมไปถึงความพร้อมของจังหวัดถึงโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศในด้านที่หลากหลาย เช่น สถาบันการศึกษา การวิจัย การแพทย์ การลงทุนในพื้นที่จังหวัด เป็นต้น

    นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจังหวัดสงขลา รวมถึงเดินทางไปเยี่ยมชมย่านเมืองเก่า และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ในเขตอำเภอเมืองสงขลาด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/dps-presides-over-songkhla-programme-2025-th%3Fpage%3D5d5bd3c915e39c306002a907%26menu%3D5d5bd3c915e39c306002a909&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1coQO-UdGJd_76p93X-zAk

  • พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. มอบทุนการศึกษา 1 ล้านบาท แก่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. มอบทุนการศึกษา 1 ล้านบาท แก่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. มอบทุนการศึกษา 1 ล้านบาท แก่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ


    30/09/2568 | 119 |

    เมื่อวันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องเตมียเวส โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รร.นรต.) พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว มอบเงินรายได้จากโครงการเดิน-วิ่งการกุศลลอยฟ้า ครั้งที่ 1 (THE COP CHARITY RUN 2025) จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) เพื่อเป็นสวัสดิการและทุนการศึกษาแก่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    โดยมี พลตำรวจโท เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นผู้แทนรับมอบ ท่ามกลางกรรมการมูลนิธิและเพื่อนร่วมงาน อาทิ พลอากาศเอก เพิ่มเกียรติ ลวณะมาลย์ พลเอก มงคล เผ่าพงษ์คล้าย พลเอก องอาจ พงษ์ศักดิ์ พลตำรวจโท มนตรี โปตระนันทน์ รวมถึงข้าราชการตำรวจ รร.นรต. เข้าร่วมในพิธี

    พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว กล่าวว่า รายได้จากการดำเนินโครงการ THE COP CHARITY RUN 2025 ที่จัดขึ้นอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ได้นำมามอบให้แก่โรงเรียนนายร้อยตำรวจและโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อใช้เป็นสวัสดิการและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของโรงเรียน ในการผลิตผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีคุณภาพ เพื่อรับใช้ประชาชน สังคม และประเทศชาติต่อไป


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/427689&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22Y3LCH7LAcruTVYFcQIvR

  • สมัครงาน 2568 : สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร รับสมัครพนักงาน 5 อัตรา

    สมัครงาน 2568 : สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร รับสมัครพนักงาน 5 อัตรา

    สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นลูกจ้างชั่วคราว 3 ตำแหน่ง 5 อัตรา เงินเดือนระหว่าง 8,690 – 11,500 บาท ถึง 8 ต.ค. 68

    สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ประกาศรับสมัครสอบและคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นลูกจ้างคราวในสังกัด ทั้งหมด 3 ตำแหน่ง จำนวน 5 อัตรา ค่าตอบแทนระหว่าง 8,690 – 11,500 บาทต่อเดือน เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 – 8 ตุลาคม 2568 โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้

    ตำแหน่งที่เปิดรับ

    1. ตำแหน่ง พนักงานประจำรถ จำนวน 1 อัตรา เงินเดือน 8,690 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ต้องเป็นผู้มีความรู้อ่านออกเขียนได้และ มีความสามารถเหมาะสมกับการปฏิบัติงานในหน้าที่
    สำนักการศึกษา
    ประกาศสำนักการศึกษา เรือง รับสมัครสอบและคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นลูกจ้างคราว

    2. ตำแหน่ง พนักงานขับเครื่องจักกลขนาดกลาง จำนวน 3 อัตรา เงินเดือน 11,500 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ และมีประสบการณ์ในการขับเครื่องจักรกลหรืองานอื่นที่เกี่ยวข้องมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี หรือ
    • ได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ และมีประสบการณ์ในการขับเครื่องจักรกลขนาดกลางมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และปฏิบัติงาน ในตําแหน่งพนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดเบาหรือตําแหน่งอื่นที่เกี่ยวข้องมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี และ
    • ได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมาย (ประเภท 2 หรือประเภท 3) จากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งใบอนุญาตต้องไม่หมดอายุ เมื่อสอบผ่านการคัดเลือกและได้รับการจ้างต้องทํา หนังสือค้ำประกันความเสียหายภายในวงเงิน 15,000 บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยใช้เงินสดค้ำประกัน หรือการค้ำประกันด้วยบุคคล ซึ่งเป็นข้าราชการไม่ต่ำกว่าระดับชํานาญงานหรือปฏิบัติการขึ้นไป

    3. ตำแหน่ง พนักงานขับเครื่องจักกลขนาดหนัก จำนวน 1 อัตรา เงินเดือน 11,500 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้และมีประสบการณ์ในการควบคุมเครื่องจักรกลขนาดหนักหรืองานอื่นที่เกี่ยวข้องมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี หรือ
    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ในสาขาวิชา ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงานในหน้าที่

    ผู้ประสงค์จะสมัครสอบให้แสดงหลักฐานเพื่อขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ได้ที่ฝ่ายการเจ้าหน้าที่ สํานักงานเลขานุการ สํานักการศึกษา ระหว่างวันที่ 1 – 8 ตุลาคม 2568 ภาคเช้า ตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. ภาคบ่าย ตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.00 น. (เว้นวันหยุดราชการ) โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการรับสมัคร

    ทั้งนี้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศสำนักการศึกษา เรือง รับสมัครสอบและคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นลูกจ้างคราว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/258135&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39x9Zqsr522Qjnbn8IA2UE

  • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2568

    กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2568


    ภาพประกอบเนื้อหา 0 กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2568

    เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 นายชนาธิป ชิตพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2568 โดยกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่เรียนดี และนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในเขตอำเภอจะนะ โดยมี นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิด และมีนายประภาส หมีดเส็น นายอำเภอจะนะ รวมทั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา สำนักงานพลังงานจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานภาคเอกชนและ สมาชิกกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา ร่วมเป็นเกียรติมอบทุนในครั้งนี้ ณ หอประชุมศาลาประชาคมอำเภอจะนะ

    ภาพประกอบเนื้อหา 1 กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2568

    ภาพประกอบเนื้อหา 2 กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2568

    เนื้อหานี้ในภาษาอื่น


    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ จัดกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ จัดกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาและมหาวิทยาสงขลานครินทร์

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาและมหาวิทยาสงขลานครินทร์
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพอดีตรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดกาญจนาวาส

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพอดีตรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดกาญจนาวาส
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมติดตามตรวจสอบการดำเนินงานและพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชนโรงไฟฟ้าจะนะ ครั้งที่ 2/2568

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมติดตามตรวจสอบการดำเนินงานและพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชนโรงไฟฟ้าจะนะ ครั้งที่ 2/2568
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมโครงการกินน้ำชายามเช้า - กินข้าวยำสัญจร ประจำเดือน กันยายน 2568

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมโครงการกินน้ำชายามเช้า – กินข้าวยำสัญจร ประจำเดือน กันยายน 2568
    • นาฬิกาข้อมือช่วยปรับปรุงพฤติกรรมนอนหลับได้หรือไม่?

      นาฬิกาข้อมือช่วยปรับปรุงพฤติกรรมนอนหลับได้หรือไม่?
    • กงสุลอินโดฯ ผสานความร่วมมือ NBT สงขลา ร่วมโปรโมท “บุโรพุทโธ” ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่ง ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร วัฒนธรรม ตลอดจนเส้นทางการเดินทาง ส่งเสริมการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย

      กงสุลอินโดฯ ผสานความร่วมมือ NBT สงขลา ร่วมโปรโมท “บุโรพุทโธ” ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่ง ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร วัฒนธรรม ตลอดจนเส้นทางการเดินทาง ส่งเสริมการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย
    • อบจ.สงขลา ร่วมประชุมมูลนิธิสงขลาสู่มรดกโลก เดินหน้าแผนปี 69 หนุนสงขลา สู่การขึ้นทะเบียนยูเนสโก เมืองมรดกโลก-เมืองสร้างสรรค์

      อบจ.สงขลา ร่วมประชุมมูลนิธิสงขลาสู่มรดกโลก เดินหน้าแผนปี 69 หนุนสงขลา สู่การขึ้นทะเบียนยูเนสโก เมืองมรดกโลก-เมืองสร้างสรรค์
    • กองทุนฟื้นฟูฯ อบจ.สงขลา เดินหน้าจัดทำแผนปี 69 เพิ่มประสิทธิภาพงานและสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่

      กองทุนฟื้นฟูฯ อบจ.สงขลา เดินหน้าจัดทำแผนปี 69 เพิ่มประสิทธิภาพงานและสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่
    • รถทันตกรรม อบจ.สงขลา ลงพื้นที่ อ.ควนเนียง ออกให้บริการทันตกรรม เคลือบหลุมร่องฟันในฟันแท้ซี่แรกในโรงเรียนเขตรับผิดชอบ

      รถทันตกรรม อบจ.สงขลา ลงพื้นที่ อ.ควนเนียง ออกให้บริการทันตกรรม เคลือบหลุมร่องฟันในฟันแท้ซี่แรกในโรงเรียนเขตรับผิดชอบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news.gimyong.com/content/2f66b37a97&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TxW0CWAttaIhUFrCeqrjz