Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ราคาทอง: ราคาทองคำตลาดโลกทะลุระดับสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญแนะควรลงทุนอย่างไร ?  – BBC News ไทย

    ราคาทอง: ราคาทองคำตลาดโลกทะลุระดับสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญแนะควรลงทุนอย่างไร ? – BBC News ไทย

    ทองคำเป็นการลงทุนที่ฉลาดในช่วงวิกฤตการเงินหรือไม่ ?

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, เครื่องประดับทองคำจัดแสดงในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย
      • Author, เดบูลา เคโมลี
      • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

    ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่มากกว่า 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ราว 1.3 แสนบาท) หลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 1 ใน 3 นับตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา บรรดานักลงทุนต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่ทองคำนั้นเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยหรือไม่

    ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะผันผวน หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศแผนการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศเมื่อ 6 เดือนก่อน

    ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ชี้ว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน คือ ความล่าช้าในการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เนื่องจากการปิดทำการของรัฐบาลที่ยืดเยื้อมาถึงสัปดาห์ที่สอง

    ราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังเป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยอาจลดลงจากการเผชิญแรงกดดันของทรัมป์ ซึ่งหากอัตราดอกเบี้ยลดลง เงินสดจะสูญเสียมูลค่าที่แท้จริง ทำให้ทองคำกลายเป็นทางเลือกที่น่าดึงดูดสำหรับการลงทุนมากขึ้น

    ทองคำ ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงและจับต้องได้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจหรือการเงินเผชิญกับความไม่แน่นอน

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    ดร.ฟิลิป ฟลายเออร์ส นักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจจากมหาวิทยาลัยเบลฟาสต์ กล่าวว่า “เมื่อใดที่ตลาดการเงินตกต่ำ มักจะเกิดปรากฏการณ์ ‘การแห่ซื้อทอง’ ซึ่งผู้ซื้อจำนวนมาก ทั้งจากรัฐบาลและนักลงทุนรายบุคคล จะหันมาซื้อทองคำในทันที”

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, แท่งทองคำจัดแสดงในเมืองจัณฑีครห์ ประเทศอินเดีย

    ไม่ใช่ทุกคนที่ลงทุนในทองคำจะซื้อทองคำแท่งหรือทองคำจริง ๆ

    นักลงทุนบางราย เลือกลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น กองทุน ETF ที่มีทองคำเป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน

    สมาคมการค้าทองคำโลก เปิดเผยว่า ในปีนี้มีการลงทุนในกองทุนทองคำ ETF เป็นมูลค่าสูงถึง 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่

    ดร.ฟิลิป ฟลายเออร์ส กล่าวว่า “การที่ทองคำถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่ ‘ปลอดภัย’ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยงเลย”

    ในเดือน ม.ค. 2020 ขณะที่การระบาดของโควิด-19 เริ่มต้นขึ้น ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ในเดือน มี.ค. ของปีเดียวกัน ราคาทองคำกลับเริ่มปรับตัวลดลง

    อย่างไรก็ตาม ทองคำยังคงมีชื่อเสียงในฐานะสินทรัพย์ที่ผู้คนหันไปพึ่งพาในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน ไม่เพียงเพราะมูลค่าของมันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ทำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ง่ายในหลายสังคมทั่วโลก

    คำบรรยายภาพ, หน้ากากทองคำของตุตันคาเมน

    จากหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมนแห่งอียิปต์โบราณ ไปจนถึงบัลลังก์ทองคำของวิหารปัทมนาภสวามีในอินเดีย และเก้าอี้ทองคำของชาวอาชันติในประเทศกานา ทองคำเป็นโลหะที่มีความสำคัญทางศาสนาและในเชิงสัญลักษณ์มาอย่างยาวนานในประวัติศาสตร์

    หลายคนจึงเลือกทองคำเป็นช่องทางในการเก็บรักษาความมั่งคั่ง

    มูลค่าของเครื่องประดับและสิ่งของที่ทำจากทองคำซึ่งเก็บไว้ในบ้าน มักไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความผันผวนของตลาดการเงินโลก

    อย่างไรก็ตาม การลงทุนในทองคำในปริมาณมากอาจตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดการเงิน

    ดร.ฟิลิป ฟลายเออร์ส กล่าวถึงการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำเมื่อไม่นานมานี้ว่า “หลายสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ผมสงสัยว่าเป็นผลจากธนาคารกลางของรัฐบาลที่กำลังเข้าซื้อทองคำจำนวนมาก”

    ธนาคารกลางมักจะซื้อทองคำในปริมาณมากเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทุนสำรองของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พวกเขาลดการลงทุนในหุ้นเนื่องจากความไม่แน่นอน

    นั่นหมายความว่า การลงทุนในทองคำก็อาจมีความเสี่ยงเช่นกัน

    ดร.ฟลายเออร์ส กล่าวว่า “การคาดการณ์ว่าราคาทองจะเพิ่มขึ้น ยังเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยง เพราะทันทีที่ตลาดกลับมาสงบ และรัฐบาลเริ่มมีท่าทีที่ชัดเจน ผู้คนก็อาจจะละทิ้งทองคำอีกครั้ง”

    “ผมอยากบอกว่า การลงทุนในทองคำควรเป็นการลงทุนระยะยาว”

    เกรกอร์ เกรเกอร์เซน ผู้ก่อตั้งบริษัท Silver Bullion ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซื้อขายและจัดเก็บโลหะมีค่าที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ของเขา เป็น “นักลงทุนระยะยาว” ที่เก็บทองคำไว้นานกว่า 4 ปี

    เขาเชื่อว่าจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ราคาทองคำจะยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 5 ปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c20e073y4x0o.amp&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Jbkvu3LRzv-mK2156fN6J

  • ราคาทอง: ราคาทองคำตลาดโลกทะลุระดับสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญแนะควรลงทุนอย่างไร ?  – BBC News ไทย

    ราคาทอง: ราคาทองคำตลาดโลกทะลุระดับสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญแนะควรลงทุนอย่างไร ? – BBC News ไทย

    ทองคำเป็นการลงทุนที่ฉลาดในช่วงวิกฤตการเงินหรือไม่ ?

    A woman looks at a gold bangle inside a jewellery showroom at a market in Mumbai

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, เครื่องประดับทองคำจัดแสดงในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย
      • Author, เดบูลา เคโมลี
      • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

    ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่มากกว่า 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ราว 1.3 แสนบาท) หลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 1 ใน 3 นับตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา บรรดานักลงทุนต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่ทองคำนั้นเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยหรือไม่

    ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะผันผวน หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศแผนการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศเมื่อ 6 เดือนก่อน

    ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ชี้ว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน คือ ความล่าช้าในการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เนื่องจากการปิดทำการของรัฐบาลที่ยืดเยื้อมาถึงสัปดาห์ที่สอง

    ราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังเป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยอาจลดลงจากการเผชิญแรงกดดันของทรัมป์ ซึ่งหากอัตราดอกเบี้ยลดลง เงินสดจะสูญเสียมูลค่าที่แท้จริง ทำให้ทองคำกลายเป็นทางเลือกที่น่าดึงดูดสำหรับการลงทุนมากขึ้น

    ทองคำ ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงและจับต้องได้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจหรือการเงินเผชิญกับความไม่แน่นอน

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • A boy with his face on top of a book open on a table

    • King Faisal of Saudi Arabia (Faisal bin Abdulaziz Al Saud) speaking at a press conference at the Dorchester hotel, London, in May 1967.  He is seated behind a table with multiple microphones, dressed in traditional Saudi attire, including a head covering and robe.

    • BBC Thai/Napasin Samkaewcham

    • A composite image of Dr Li on Mount Tai and as a medical student, reading a text book

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    ดร.ฟิลิป ฟลายเออร์ส นักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจจากมหาวิทยาลัยเบลฟาสต์ กล่าวว่า “เมื่อใดที่ตลาดการเงินตกต่ำ มักจะเกิดปรากฏการณ์ ‘การแห่ซื้อทอง’ ซึ่งผู้ซื้อจำนวนมาก ทั้งจากรัฐบาลและนักลงทุนรายบุคคล จะหันมาซื้อทองคำในทันที”

    Gold bars are displayed at a gold jewellery shop in the northern Indian city of Chandigarh.

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, แท่งทองคำจัดแสดงในเมืองจัณฑีครห์ ประเทศอินเดีย

    ไม่ใช่ทุกคนที่ลงทุนในทองคำจะซื้อทองคำแท่งหรือทองคำจริง ๆ

    นักลงทุนบางราย เลือกลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น กองทุน ETF ที่มีทองคำเป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน

    สมาคมการค้าทองคำโลก เปิดเผยว่า ในปีนี้มีการลงทุนในกองทุนทองคำ ETF เป็นมูลค่าสูงถึง 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่

    ดร.ฟิลิป ฟลายเออร์ส กล่าวว่า “การที่ทองคำถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่ ‘ปลอดภัย’ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยงเลย”

    ในเดือน ม.ค. 2020 ขณะที่การระบาดของโควิด-19 เริ่มต้นขึ้น ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ในเดือน มี.ค. ของปีเดียวกัน ราคาทองคำกลับเริ่มปรับตัวลดลง

    อย่างไรก็ตาม ทองคำยังคงมีชื่อเสียงในฐานะสินทรัพย์ที่ผู้คนหันไปพึ่งพาในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน ไม่เพียงเพราะมูลค่าของมันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ทำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ง่ายในหลายสังคมทั่วโลก

    Gold Mask of Tutankhamun

    คำบรรยายภาพ, หน้ากากทองคำของตุตันคาเมน

    จากหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมนแห่งอียิปต์โบราณ ไปจนถึงบัลลังก์ทองคำของวิหารปัทมนาภสวามีในอินเดีย และเก้าอี้ทองคำของชาวอาชันติในประเทศกานา ทองคำเป็นโลหะที่มีความสำคัญทางศาสนาและในเชิงสัญลักษณ์มาอย่างยาวนานในประวัติศาสตร์

    หลายคนจึงเลือกทองคำเป็นช่องทางในการเก็บรักษาความมั่งคั่ง

    มูลค่าของเครื่องประดับและสิ่งของที่ทำจากทองคำซึ่งเก็บไว้ในบ้าน มักไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความผันผวนของตลาดการเงินโลก

    อย่างไรก็ตาม การลงทุนในทองคำในปริมาณมากอาจตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดการเงิน

    ดร.ฟิลิป ฟลายเออร์ส กล่าวถึงการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำเมื่อไม่นานมานี้ว่า “หลายสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ผมสงสัยว่าเป็นผลจากธนาคารกลางของรัฐบาลที่กำลังเข้าซื้อทองคำจำนวนมาก”

    ธนาคารกลางมักจะซื้อทองคำในปริมาณมากเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทุนสำรองของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พวกเขาลดการลงทุนในหุ้นเนื่องจากความไม่แน่นอน

    นั่นหมายความว่า การลงทุนในทองคำก็อาจมีความเสี่ยงเช่นกัน

    ดร.ฟลายเออร์ส กล่าวว่า “การคาดการณ์ว่าราคาทองจะเพิ่มขึ้น ยังเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยง เพราะทันทีที่ตลาดกลับมาสงบ และรัฐบาลเริ่มมีท่าทีที่ชัดเจน ผู้คนก็อาจจะละทิ้งทองคำอีกครั้ง”

    “ผมอยากบอกว่า การลงทุนในทองคำควรเป็นการลงทุนระยะยาว”

    เกรกอร์ เกรเกอร์เซน ผู้ก่อตั้งบริษัท Silver Bullion ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซื้อขายและจัดเก็บโลหะมีค่าที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ของเขา เป็น “นักลงทุนระยะยาว” ที่เก็บทองคำไว้นานกว่า 4 ปี

    เขาเชื่อว่าจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ราคาทองคำจะยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 5 ปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c20e073y4x0o&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jtyHu0MMGC5LtmddFYLJw

  • กรมประชาสัมพันธ์

    กรมประชาสัมพันธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/34/iid/431341&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OliOGy5-8TMjr3XJ7rxIj

  • ฉาว ‘ไกด์เถื่อน’ ขู่ไม่ให้กลับประเทศ บังคับทัวริสต์จีนซื้อสินค้าหวังกินค่าน้ำ | เดลินิวส์

    ฉาว ‘ไกด์เถื่อน’ ขู่ไม่ให้กลับประเทศ บังคับทัวริสต์จีนซื้อสินค้าหวังกินค่าน้ำ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 13 ต.ค. กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กเพจชื่อว่า “วงการท่องเที่ยวไทย” โพสต์คลิปวีดีโอในแอปพลิชั่นออนไลน์วีแชต พร้อมข้อความระบุว่า ” สุดฉาว ! ไกด์เถื่อนบังคับ นทท.ไม่ซื้อสินค้า-ไม่ให้กลับจีน

    สะเทือนวงการท่องเที่ยวอีกแล้ว หลังมีคลิปฉาวไกด์เถื่อนต่างชาติ ประกาศกร้าวบนรถบัส ว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กลับเมืองจีนไม่ได้ หลังจากนักท่องเที่ยวไม่ซื้อสินค้าตามที่ไกด์เถื่อนต่างชาติแนะนำ

    พฤติกรรมแบบนี้คงทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าเมืองไทยไม่ปลอดภัย และยังเป็นแหล่งอาชญากรรม หลังจากที่โลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นไกด์เถื่อนต่างชาติกำลังถือไมค์โวยวายนักท่องเที่ยวชาวจีนบนรถบัส ว่าทำไมไม่ซื้อสินค้าที่ร้าน ซึ่งไม่ให้เกียรติไกด์ พร้อมทั้งข่มขู่นักท่องเที่ยวทั้งคันรถว่า จะทำให้กลับเมืองจีนไม่ได้ ก่อนที่ไกด์เถื่อนต่างชาติรายนี้จะหันไปเห็นว่ามีคนเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเอาไว้ พร้อมทั้งบังคับให้ลบคลิปดังกล่าวทิ้ง

    โดยร้านค้าที่ไกด์เถื่อนคนดังกล่าวบังคับให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้านั้น เป็นที่รู้จักในวงการท่องเที่ยว ว่าเป็นร้านที่รับทัวร์ศูนย์เหรียญโดยเฉพาะ ซึ่งไกด์เถื่อนต่างชาติจะนำนักท่องเที่ยวให้มาซื้อสินค้าที่นี่ เพื่อรับค่าน้ำในการพานักท่องเที่ยวมาซื้อสินค้า ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่าไกด์เถื่อนรายนี้ไม่พอใจนักท่องเที่ยวที่ไม่ยอมซื้อสินค้า จึงทำให้ไม่ได้ค่าน้ำ และขาดทุนค่าหัวที่ซื้อมาจากบริษัททัวร์นั่นเอง

    ภายหลังคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ทำให้มัคคุเทศก์ชาวไทยส่วนใหญ่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพฤติกรรมของไกด์เถื่อนต่างชาติรายนี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นอย่างมาก

    ซึ่งก่อนหน้านี้ กลุ่มมัคคุเทศก์ชาวไทยได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้เร่งปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติ รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาแย่งอาชีพสงวนของคนไทย

    แต่ผ่านมาได้เพียง 1 เดือน ก็เกิดเหตุฉาวสะเทือนวงการท่องเที่ยวขึ้นมาเสียแล้ว จึงได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมการท่องเที่ยว และตำรวจท่องเที่ยว เร่งปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติให้หมดไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยกลับคืนมา.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5201013/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3upb8b3w78G8TFufM1dkUG

  • ประชุมคณะทำงาน รุกสอบนอมินีต่างชาติถือครองที่ดิน ประกอบธุรกิจบน “เกาะสมุย-พะงัน”

    ประชุมคณะทำงาน รุกสอบนอมินีต่างชาติถือครองที่ดิน ประกอบธุรกิจบน “เกาะสมุย-พะงัน”

    รอง ผบช.ภาค 8 พร้อม ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานจังหวัด รุกตรวจสอบ – จับกุมชาวต่างด้าว ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประกอบธุรกิจบนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า 

    เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ต.ค. 68 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช รอง ผบช.ภาค 8 พร้อม พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมคณะทำงานปฏิบัติการสืบสวนสอบสวน และจับกุมชาวต่างด้าวประกอบธุรกิจบนแหล่งท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน 

    โดยมีนายบันดาล สถิรชวาล รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ประธานกรรมการคณะทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างการถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของบุคคลต่างด้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พาณิชย์จังหวัด, สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด, กอ.รมน.จังหวัด, แรงงานจังหวัด, ที่ดินจังหวัด เข้าร่วมประชุม เพื่อวางแผนดำเนินงานเข้าตรวจค้นกลุ่มเป้าหมายชาวต่างชาติผิดกฎหมายในชุดแรก 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้วางแผนการทำงาน จะมีการตรวจสอบการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของบุคคลต่างด้าว หรือนิติบุคคล โดยให้มีการตรวจสอบการถือกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิการถือครองที่ดินของบุคคลที่มีสัญชาติไทยที่เข้าข่ายเป็นการถือครองแทนบุคคลต่างด้าว หรือนิติบุคคลต่างด้าวในลักษณะอำพรางหรือไม่ และตรวจสอบกรณีการครอบครองหรือเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินของบุคคลต่างด้าวในที่ดินของรัฐ รวมทั้งให้มีการตรวจสอบการรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร, การดำเนินการก่อสร้างอาคาร, การดัดแปลงอาคาร และการรื้อถอนหรือการเคลื่อนย้ายอาคาร

    นายบันดาล สถิรชวาล รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การทำงานของคณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งมีนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานอำนวยการในการตรวจสอบตัวบุคคล ทราบจากคณะกรรมการที่ทำงานว่า การดำเนินการคืบหน้าไปมากแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบการเดินทางเข้าออก และการคงอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า โดยจะมีการจำแนกประเภทของวีซ่า และการต่ออายุหนังสือเดินทาง เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์แยกนักท่องเที่ยวออกจากผู้ที่เดินทางเข้ามาเพื่อต้องการทำธุรกิจในประเทศไทย

    “การทำงานตรวจสอบในครั้งนี้ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เราไม่ได้มุ่งเน้นไปเฉพาะที่นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเท่านั้น แต่จะตรวจสอบชาวต่างชาติทุกรายที่เดินทางเข้ามาอยู่ในลักษณะพำนักระยะยาว” นายบันดาล กล่าว

    นายบันดาล กล่าวอีกว่า การทำงานตรวจสอบการจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลได้นำข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้ามาวิเคราะห์ร่วมกับสำนักงานที่ดินจังหวัด เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการถือครองที่ดินของบริษัทนิติบุคคล ขณะเดียวกันจะตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทนิติบุคคล และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของที่มาของรายได้ และสถานะทางการเงินที่นำมาร่วมในการลงทุนของบริษัทนิติบุคคล

    “ซึ่งการทำงานทั้ง 2 ด้านทั้งการตรวจสอบตัวบุคคล และการตรวจสอบบริษัทนิติบุคคลจะทำควบคู่กันไปเนื่องจากข้อมูลทั้งสองส่วนจะเชื่อมโยงกัน”

    ด้าน พล.ต.ต.ศรัญญู กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในส่วนของตำรวจที่เป็นทั้งพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนได้มีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อวางแนวทางเข้าดำเนินการ โดยขณะนี้มีเป้าหมาย และมอบให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ละ พ.ร.บ.ให้ตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งคาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นานจะสามารถเข้าปฏิบัติการได้ทันที

    ในการเข้าปฏิบัติการจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน  ส่วนแรก ความผิดซึ่งหน้า เช่น การพบการทำงานที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือการทำงานอาชีพที่สงวนสำหรับคนไทย, การอยู่เกินระยะเวลาที่กำหนด สามารถจับกุมและดำเนินคดีได้ทันที 

    ส่วนที่สอง การเข้าตรวจค้นจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบในการจัดตั้งบริษัทนิติบุคคล การถือครองที่ดิน, การชำระจ่ายภาษี, ประกอบธุรกิจโรงแรมรวมถึงการก่อสร้าง ซึ่งส่วนนี้จะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานและให้หน่วยงานที่รับเป็นเจ้าของพระราชบัญญัติเป็นผู้เข้าร้องทุกข์ เพื่อให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินคดีทางกฎหมายในภายหลัง

    พล.ต.ต.ศรัญญู กล่าวต่ออีกว่า การบูรณาการครั้งนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการกวดขันเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของชาวต่างด้าวโดยเฉพาะในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น ที่จังหวัดภูเก็ต, กระบี่, พังงา รวมถึงสุราษฎร์ธานี เราได้เข้ามาแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะใช้โมเดลการแก้ปัญหาในลักษณะการบูรณาการกำลังเข้าด้วยกัน เพื่อนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/crime/2888826&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZzBLyoIgbZqrnXyFjihEO

  • อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน จัดอบรมบริษัทนำเที่ยว 170 คน เตรียมพร้อมเปิดฤดูกาล 15 ต.ค.

    อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน จัดอบรมบริษัทนำเที่ยว 170 คน เตรียมพร้อมเปิดฤดูกาล 15 ต.ค.

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันจัดโครงการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรบริษัทนำเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ก่อนเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 15 ตุลาคม 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมทั้งสิ้น 170 คน จาก 31 บริษัท เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

    นายศิริวัฒน์ สืบสาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า การจัดอบรมในครั้งนี้มุ่งเน้นสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะความชำนาญในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่ กฎและข้อปฏิบัติของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน การให้ความรู้เรื่องสัญลักษณ์ทุ่นประเภทต่างๆ พื้นฐานการรักษาความปลอดภัยในเรือ ขั้นตอนการแจ้งเหตุฉุกเฉิน และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

    กิจกรรมดังกล่าวดำเนินการตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพและไม่กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติภายใต้พื้นฐานของความปลอดภัย

    นายศิริวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การท่องเที่ยวในฤดูกาลนี้มีความพร้อมทั้งด้านความปลอดภัย ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งก่อสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ พร้อมขอขอบคุณนายกฤษณ์วิกรม แกล้วกล้า และเจ้าหน้าที่จากศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติที่ 6 จังหวัดภูเก็ต ที่ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ รวมถึงขอบคุณผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่านที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม

    ทั้งนี้ ทางอุทยานแห่งชาติอย่างได้มีการปฏิบัติงานตามข้อสั่งการของรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ให้ความสำคัญและเน้นย้ำในประเด็นสำคัญ ของ โครงการ “อนุรักษ์ ทะเล”ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลไทยผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยได้มีการสำรวจทรัพยากรทางทะเลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของสัตว์ทะเลหายาก และการติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาว เพื่อประเมินผลกระทบและวางแผนการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน พร้อมดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนเรื่องการจัดการขยะ โดยเฉพาะขยะอาหาร (Food Waste) เพื่อบรรลุเป้าหมาย “ประเทศไทยไร้ขยะอาหาร”

    การจัดอบรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนหมู่เกาะสิมิลันได้รับประสบการณ์ที่ปลอดภัย ประทับใจ และเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันงดงามให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

    พบกันอีกครั้ง 15 ตุลาคมนี้ ที่หมู่เกาะสิมิลัน สวรรค์กลางทะเลอันดามัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000097889&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NE3RbUdTZmNsYKTNykaRq

  • ชาวเกาะหมากไม่ง้อเขมร รับเมียนมาทำงานแทน ทั้งท่องเที่ยว-ก่อสร้าง

    ชาวเกาะหมากไม่ง้อเขมร รับเมียนมาทำงานแทน ทั้งท่องเที่ยว-ก่อสร้าง

    ชาวเกาะหมากไม่ง้อเขมร รับเมียนมาทำงานแทน ทั้งท่องเที่ยว-ก่อสร้าง ผู้จัดการเผยใช้งานง่าย นิสัยดี ผู้ประกอบการแทบไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงานแล้ว

    หลังเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว ไฮซีซั่น โดยเฉพาะวันหยุดยาว 11-13 ต.ค. 2568 นักท่องเที่ยวจำนวนมากกว่า 80% พากันเดินทางไปท่องเที่ย่วพักผ่อนกันเนืองแน่นตามที่พักต่างๆ บนเกาะหมาก ปรากฏว่าโรงแรม ที่พัก รีสอร์ต และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ นอกจากจะมีแรงงานชาวไทยมาทำงานแทนแรงงานกัมพูชา ที่พากันเดินทางกลับไปกัมพูชาแล้ว ก็ยังมีแรงงานชาวเมียนมาจำนวนมาก พากันเดินทางมาทำหน้าที่แทนแรงงานชาวกัมพูชาด้วย

    นางเมย์ แรงงานชาวเมียนมา เล่าให้ฟังว่า เธอมาอยู่เมืองไทยได้กว่า 2 ปีแล้ว จนพูดภาษาไทยได้ค่อนข้างชัดเจน ได้รับการติดต่อจากญาติ ที่มาทำงานก่อสร้างอยู่เกาะหมาก เนื่องจากเกาะหมากขาดแคลนแรงงาน ทั้งธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจท่องเที่ยว และแรงงานกรีดยางพารา จึงเดินทางมาทำงานอยู่ที่รีสอร์ต นอกจากนี้ยังได้แจ้งไปยังญาติ และเพื่อนๆ ที่อยู่กรุงย่างกุ้งให้มาทำงานที่จังหวัดตราดและเกาะหมากกันด้วย โดยแรงงานจากเมืองย่างกุ้ง เดินทางเข้ามาเมืองไทย และเข้าทำงานตามสถานที่ต่างๆ ได้เกือบ 2 เดือนแล้ว และยังบอกด้วยว่า อยู่เกาะหมาก ทำงานสบาย นายจ้างใจดี มีที่พัก ที่กิน มีเงินเดือน เธอใช้เงินเพียงเดือนละ 1,000 บาท ที่เหลืออีก 10,000 บาท ส่งไปให้ครอบครัวที่เมืองย่างกุ้งทั้งหมด

    ขณะที่ผู้จัดการรีสอร์ต กล่าวว่า แรงงานเมียนมาใช้งานง่าย นิสัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส กระตือรือร้นในการทำงาน ที่สำคัญคือซื่อสัตย์ แต่ยากลำบากด้านการสื่อสาร กำลังหัดพูดและฟังภาษาไทย แต่ก็สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับแรงงานเมียนมาเหล่านี้ได้บ้าง ดังนั้นถึงวันนี้ ทั้งผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการ แทบไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงานกัมพูชาแล้ว เพราะมีแรงงานเมียนมาเข้ามาแทนที่แล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/news/category/449565&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GPTIVhZc_oKMsGadC1Xma

  • สื่อกัมพูชาอ้างนิตยสารดัง จัด “พนมเปญ” อันดับ 10 เมืองใหญ่ที่ดีที่สุด

    สื่อกัมพูชาอ้างนิตยสารดัง จัด “พนมเปญ” อันดับ 10 เมืองใหญ่ที่ดีที่สุด

    สื่อกัมพูชาอ้าง นิตยสาร “คอนเด นาสต์ ทราเวลเลอร์” จัดอันดับ “กรุงพนมเปญ” อยู่อันดับ 10 เมืองใหญ่ที่ดีที่สุด ตามหลังโตเกียว – โซล – ปารีส

    สำนักข่าวขแมร์ไทม์สรายงานว่า กรุงพนมเปญ คว้าอันดับที่ 10 ในหมวด “เมืองใหญ่ที่ดีที่สุด” (Best Big Cities) จากการจัดอันดับ รีดเดอร์ส ชอยส์ อวอร์ด ประจำปี 2025 ของนิตยสาร คอนเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ (Condé Nast Traveller)

    ขแมร์ไทม์ส ระบุว่า การได้รับการยกย่องอันทรงเกียรตินี้ทำให้เมืองหลวงของกัมพูชาติดหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำระดับโลก ที่มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรม อาหาร สถาปัตยกรรม และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่โดดเด่น

    คอนเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ กล่าวถึงเสน่ห์ของกรุงพนมเปญและศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องว่า พนมเปญคือสถานที่ที่เหมาะที่สุดในการสัมผัสความงดงามและวัฒนธรรมของกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด การจิบน้ำชายามบ่ายสุดหรูที่โรงแรมราฟเฟิลส์ หรือการล่องเรือชมแม่น้ำโขงยามเย็น

    พระราชวังและวัดพระแก้วมรกต (Silver Pagoda) ส่องประกายระยิบระยับด้วยรายละเอียดที่ตกแต่งด้วยมรกตและเพชรพลอย ขณะที่ตลาดรัสเซียที่คึกคักก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าตั้งแต่ไม้แกะสลัก เครื่องเทศท้องถิ่น ไปจนถึงเครื่องดนตรีพื้นเมืองเขมร

    สำหรับสถานที่แห่งการรำลึก นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชาที่ทุ่งสังหาร และพิพิธภัณฑ์ตวลสแลง ซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์อันโหดร้ายในยุคเขมรแดง และเป็นเครื่องเตือนใจอันทรงคุณค่าถึงความก้าวหน้าของกัมพูชาในปัจจุบัน

    สำหรับอันดับ 1 เมืองใหญ่ที่ดีที่สุดโลกตามการจัดอันดับของ คอนเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ คือ กรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น ตามมาด้วย เกียวโต เคปทาวน์ สิงคโปร์ โซล ปารีส แวนคูเวอร์ เอดินเบอระ และมอนทรีออล

    นิตยสารคอนเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 เป็นนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังจากอังกฤษ ด้วยเนื้อหาสำหรับผู้อ่านที่สนใจการเดินทาง โดยเน้นไปที่ประสบการณ์ที่หรูหราและแท้จริง

    ส่วนรางวัล รีดเดอร์ส ชอยส์ อวอร์ด ของนิตยสาร ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38 แล้ว และถือเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก โดยปีนี้มีผู้อ่านกว่า 757,000 คน เข้าร่วมโหวตเลือกประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นเมือง โรงแรม สายการบิน หมู่เกาะ หรือเรือสำราญ 

    ที่มา: Khmer Times

    RELATED

    TOP ต่างประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8/259086/amp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09kB-HKCva9-1GFL1xtLk5

  • ‘ธรรมนัส’สั่งเร่งสร้างอาคารเรียนใหม่ รร.ศรัทธาสมุทร หลังแผ่นดินไหวถล่ม | เดลินิวส์

    ‘ธรรมนัส’สั่งเร่งสร้างอาคารเรียนใหม่ รร.ศรัทธาสมุทร หลังแผ่นดินไหวถล่ม | เดลินิวส์

    ‘ธรรมนัส’สั่งเร่งสร้างอาคารเรียนใหม่ รร.ศรัทธาสมุทร หลังแผ่นดินไหวถล่ม

    “ธรรมนัส” สั่งเร่งสร้างอาคารเรียนใหม่ รร.ศรัทธาสมุทร จ.สมุทรสงคราม หลังแผ่นดินไหวถล่ม ย้ำ อย่านำความแตกแยกทางการเมือง มาทำลายการพัฒนา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5200740/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MyrOyO_AvPABomjAaLBh7

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งโลกอิสลาม – กระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งโลกอิสลาม – กระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งโลกอิสลาม

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งโลกอิสลาม

    วันที่นำเข้าข้อมูล 13 ต.ค. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 13 ต.ค. 2568

    | 46 view

    เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับ ดร. Salim M. Al Malik ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งโลกอิสลาม (The Islamic World Educational, Scientific and Cultural Organization: ICESCO)

    ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับ ICESCO ในด้านการศึกษา ปัญญาประดิษฐ์ วัฒนธรรม และเยาวชน โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมภายใต้กรอบของ ICESCO ที่ประเทศไทย รวมถึงการเสนอเมืองในประเทศไทยให้เป็นเมืองหลวงทางด้านวัฒนธรรมของโลกมุสลิม ซึ่งบทบาทของไทยใน ICESCO จะช่วยชูภาพลักษณ์ความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม พัฒนาการด้านการศึกษา และเอกลักษณ์ความเป็นไทย

    รัฐมนตรีฯ ได้ชื่นชมบทบาทของ ICESCO ในการเปิดมุมมองเยาวชนและส่งเสริมความเข้าใจทางวัฒนธรรม พร้อมย้ำความตั้งใจจริงของไทยที่จะร่วมมือกับ ICESCO โดยทำงานอย่างบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/fm-meets-dg-of-icesco-oct-25-th%3Fpage%3D5d5bd3c915e39c306002a904&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Bo7NVSqvshMPL9t15xKBt