Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • พิธีสารยกระดับ

    พิธีสารยกระดับ

    สำนักข่าวซินหัว (28 ต.ค.) เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ของจีนเผยว่าพิธีสารยกระดับเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน เวอร์ชัน 3.0 จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและพลังขับเคลื่อนให้กับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและโลก พิธีสารฉบับนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นร่วมกันอย่างแน่วแน่ของจีนและอาเซียนต่อพหุภาคีนิยมและการค้าเสรี ขณะที่ระบบเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศที่อิงตามกฎเกณฑ์กำลังเผชิญความท้าทายรุนแรง

    ความร่วมมือเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนและการบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคจะขยายไปไกลกว่าการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนแบบดั้งเดิม โดยขยายไปสู่สาขาเกิดใหม่มากมาย ซึ่งรวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว มาตรฐาน ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่อุตสาหกรรม

    พิธีสารยกระดับฉบับนี้ถือเป็นระยะล่าสุดในวิวัฒนาการของเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน ซึ่งริเริ่มขึ้นในปี 2002 และนำเวอร์ชัน 1.0 มาใช้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2010 ต่อมามีการลงนามพิธีสารเวอร์ชัน 2.0 ในปี 2015 และมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2019 ส่วนการเจรจาเพื่อยกระดับเป็นเวอร์ชัน 3.0 เริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายน 2022 และสำเร็จลุล่วงในเดือนพฤษภาคม 2025

    ความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตของภูมิภาค จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียนติดต่อกัน 16 ปี ขณะที่อาเซียนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าทวิภาคีในปี 2024 สูงถึง 9.82 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31.96 ล้านล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้น 17 เท่าตั้งแต่ปี 2002

    พิธีสารฉบับใหม่มุ่งสำรวจความร่วมมือเชิงลึกในสาขาเกิดใหม่ ยกระดับการเปิดกว้างอย่างรอบด้าน และส่งเสริมการพัฒนาที่ครอบคลุม โดยครอบคลุม 9 สาขาหลักทั้งสาขาที่มีอยู่เดิม เช่นขั้นตอนศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า มาตรฐาน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคนิค แต่ยังรวมถึงสาขาใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว การเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน การแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย

    เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ กล่าวว่าหลังจากการลงนามพิธีสารยกระดับเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนแล้ว จีนและประเทศสมาชิกอาเซียนจะดำเนินกระบวนการให้การรับรองภายในประเทศของตน เพื่อให้พิธีสารมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการโดยเร็วที่สุด

    อนึ่ง พิธีสารฉบับนี้ลงนามเมื่อเช้าวันอังคาร (28 ต.ค.) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ก่อนเริ่มการประชุมสุดยอดจีน-อาเซียน ครั้งที่ 28 โดยมีหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นสักขีพยาน

    (แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ทำงานที่สายการประกอบรถขุดเพื่อส่งออกไปยังลาวและเมียนมา ที่บริษัทผลิตอุปกรณ์แห่งหนึ่งในเทศบาลนครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 21 เม.ย. 2025)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/36961&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-9qO0uFDQkhO4sLCJmwa4

  • ญี่ปุ่นคุมเข้ม “วีซ่าผู้บริหารธุรกิจ” ปรับเพิ่มเงินลงทุนขั้นต่ำ สกัดลักลอบเข้าทำงานผิดกม.

    ญี่ปุ่นคุมเข้ม “วีซ่าผู้บริหารธุรกิจ” ปรับเพิ่มเงินลงทุนขั้นต่ำ สกัดลักลอบเข้าทำงานผิดกม.

    ญี่ปุ่นคุมเข้ม “วีซ่าผู้บริหารธุรกิจ” ปรับเพิ่มเงินลงทุนขั้นต่ำ สกัดลักลอบเข้าทำงานผิดกม.

    รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศ คุมเข้มกฎการยื่นขอวีซ่าผู้บริหารธุรกิจ ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ หลังพบว่ามีการนำวีซ่าดังกล่าวมาใช้เป็นช่องทางอพยพเข้าสู่ญี่ปุ่นโดยไม่ทำธุรกิจจริง 

    ภายใต้กฎใหม่ ผู้สมัครขอวีซ่าต้องมีเงินลงทุน อย่างน้อย 30 ล้านเยน หรือ ประมาณ 6.8 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 6 เท่า เพื่อสกัดผู้ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เข้ามาทำธุรกิจจริงๆ นอกจากนี้บริษัทยังต้องจ้างพนักงานเต็มเวลาอย่างน้อย 1 คน ซึ่งต้องเป็นพลเมืองญี่ปุ่นหรือผู้พำนักถาวรในญี่ปุ่น

    ขณะเดียวกัน ผู้สมัครยังต้องมีประสบการณ์ด้านการบริหารธุรกิจอย่างน้อย 3 ปี หรือมีวุฒิการศึกษา ระดับปริญญาโทขึ้นไป

    นาย อิโตะ จุนจิ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น ระบุว่า ที่ผ่านมามีการยื่นขอวีซ่าผู้บริหารผ่านบริษัทที่ไม่มีการดำเนินกิจการจริง แต่ใช้สถานะนี้เพื่ออพยพเข้าญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ เพราะกฎเกณฑ์เดิมนั้นหย่อนเกินไป

    ข้อมูลพบว่ากว่าครึ่งของผู้ถือวีซ่าผู้บริหารธุรกิจเป็นชาวจีน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นนักลงทุนจริง แต่ก็มีจำนวนมากที่ใช้ช่องทางนี้เพื่ออพยพหนีจากสถานการณ์ในประเทศ เช่น มาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดในช่วงโควิด-19 ของรัฐบาลปักกิ่ง และแรงกดดันด้านการศึกษาที่สูงมากจากการแข่งขันสอบเข้ามหาวิทยาลัยในจีน หลายครอบครัวจึงเลือกย้ายมาญี่ปุ่นเพื่อให้บุตรหลานได้เรียนในสภาพแวดล้อมที่กดดันน้อยกว่า

    สำนักงานกฎหมายหลายแห่งที่ช่วยยื่นขอวีซ่าให้ลูกค้าระบุว่า มีกลุ่มผู้สมัครแสดงความกังวล โดยเฉพาะเงื่อนไขที่ต้องจ้างพนักงานเต็มเวลา ซึ่งอาจสร้างภาระหนักสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือสตาร์ทอัพต่างชาติ โดยนาง มัตสึชิตะ นามิโกะ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐกิจญี่ปุ่น ให้ความเห็นว่า อุปสรรคในการเริ่มต้นธุรกิจในญี่ปุ่นสูงขึ้นมาก คนที่รักญี่ปุ่นและอยากมาลงทุนอาจถูกกันออกไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพเติบโตในญี่ปุ่นได้

    วีซ่าประเภทนี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อน เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการต่างชาติให้เข้ามาลงทุนและสร้างงานในญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันพบว่าได้รับความนิยมสูงผิดคาด โดยมีผู้ถือสถานะนี้กว่า 41,000 คนในปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในรอบทศวรรษ

    ขณะที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น ระบุว่าจะติดตามผลของกฎใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อการลงทุนจากต่างประเทศและความสมดุลระหว่างการคัดกรองผู้อพยพ กับ การดึงดูดนักธุรกิจคุณภาพ.

    ที่มา : NHK

    คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ญี่ปุ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2891830&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06zvHHI2AmmFOprmEiAO1S

  • ปัญจกีฬาจัดศึกใหญ่ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว ดีกรีอลป.ความหวังทองซีเกมส์

    ปัญจกีฬาจัดศึกใหญ่ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว ดีกรีอลป.ความหวังทองซีเกมส์

    สมาคมกีฬาปัญจกีฬาแห่งประเทศไทย ประกาศคว้า 2 เหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ภูริช โยเฮือง นักกีฬาที่ผ่านเวทีโอลิมปิก 2024 มาแล้วนำทีม ขณะเดียวกัน สมาคมฯ จัดแมตช์เทสต์อีเวนต์ซีเกมส์ รายการ ยูไอพีเอ็ม 2025 เซาท์อีสต์ เอเชียน แชมเปี้ยนชิพ เมื่อกลางเดือนตุลาคม ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองพัทยา พื้นที่จัดแข่งจริงได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการทดสอบระบบการจัดการแข่งขัน และได้เห็นฟอร์มคู่แข่งด้วย

    พลเรือเอกสุธีพงศ์ แก้วทับ อุปนายกสมาคมกีฬาปัญจกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้จัดการทีมปัญจกีฬาสมัยใหม่ทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 เปิดเผยว่า ปัญจกีฬาสมัยใหม่ได้บรรจุแข่งขันในซีเกมส์เป็นครั้งที่ 2 ต่อจากกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 เมื่อปี 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยครั้งนี้มีนักกีฬา 8 ชาติเข้าร่วม ได้แก่ บรูไน, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ติมอร์ เลสเต, เวียดนาม และไทย โดยนักกีฬาไทยเข้าร่วมแข่งขัน 12 คน แบ่งเป็นชาย 6 คนและหญิง 6 คน

    “นักกีฬาชุดนี้เก็บตัวมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 โดยมี มร.เบอร์นาร์ด แอนเดียร์ เปโตรชินสกี หรือ เปโดร โค้ชชาวเยอรมันคอยติวเข้ม ซึ่งต้องขอบคุณการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่สนับสนุนงบประมาณในการเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ ทั้งการเก็บตัวฝึกซ้อม วิทยาศาสตร์กีฬา ช่วยดูแลโภชนาการ และจิตวิทยา ทำให้เห็นถึงพัฒนาการของนักกีฬาอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลให้สมาคมได้นักกีฬาที่ดีและมีความพร้อมอย่างเต็มที่ สำหรับความหวังของสมาคมฯ ตั้งเป้าเอาไว้ที่ 2 เหรียญทอง ประเภทที่มีโอกาส ได้แก่ ไตรแอธเล บุคคลชาย ที่เรามีนักกีฬาดีกรีโอลิมปิก 2024 อย่าง ภูริช โยเฮือง นำทีม ส่วนเลเซอร์รัน และออปสตัคเคิล มีความสูสีกันหลายชาติ โดยคู่แข่งสำคัญ คือ ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และเวียดนาม“

    พลเรือเอกสุธีพงศ์ กล่าวอีกว่า การแข่งขันปัญจกีฬาสมัยใหม่ ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จะมีขึ้นที่หาดจอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 16-20 ธันวาคม 2568 โดยมีชิงชัย 6 เหรียญทอง ประกอบด้วย ประเภทเลเซอร์รันชายและหญิง ซึ่งจะเป็นการแข่งขันวิ่งและยิงปืนเลเซอร์ รวมถึง ออปสตัคเคิล เลเซอร์รัน ซึ่งจะเป็นการแข่งขันแบบต่อเนื่อง เป็นการแข่งข้ามเครื่องวิบาก วิ่งและยิงปืนเลเซอร์รัน และไตรแอธเล ชาย-หญิง ซึ่งเป็นการแข่งขันวิ่ง ว่ายน้ำ และยิงปืนเลเซอร์  

    “เมื่อวันที่ 16-21 ตุลาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยเพิ่งจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันปัญจกีฬานานาชาติ รายการ UIPM 2025 SOUTHEAST ASIAN CHAMPIONSHIPS (ยูไอพีเอ็ม 2025 เซาท์อีสต์ เอเชียน แชมเปี้ยนชิพ) ที่ชายหาดจอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยรายการนี้ช่วยสร้างกระแสการแข่งขันซีเกมส์ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เมืองพัทยา เป็นหนึ่งในรายการสปอร์ตทัวริซึม และยังเป็นการทดสอบระบบการจัดการและสนามแข่งขันของซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ด้วย นอกจากนี้เราก็ยังได้เห็นฟอร์มของคู่แข่งอาทิ สิงคโปร์, มาเลเซีย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย ซึ่งการที่ปัญจกีฬาได้จัดแข่งขันที่หาดจอมเทียน ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศสวยงาม นับเป็นผลดีแน่นอน เพราะจะทำให้แฟนกีฬาจากทุกชาติได้เข้ามาชม มาเชียร์ และให้กำลังใจนักกีฬา รวมทั้งได้ท่องเที่ยวเมืองพัทยาในช่วงเวลาเดียวกันด้วย“ พลเรือเอกสุธีพงศ์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/886086/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WMm6t-6FmCY6oE41FiHOB

  • รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยัน อเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน จัดใหญ่เหมือนเดิม คิปโชเก+นักวิ่ง 4,8000 คน

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยัน อเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน จัดใหญ่เหมือนเดิม คิปโชเก+นักวิ่ง 4,8000 คน

    Thairath Sport

    • facebook
    • twitter
    • youtube
    • instagram
    • tiktok

    ไทยรัฐออนไลน์

    28 ต.ค. 2568 18:49 น.

    LightDark

    แชร์ข่าวนี้

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยัน อเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน จัดใหญ่เหมือนเดิม คิปโชเก+นักวิ่ง 4,8000 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/sport/others/2891953&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OvF0PNiQFCEqnEf9mwaO-

  • Trip.com ดันแคมเปญรับไฮซีซันท่องเที่ยว แจกบัตร BTS รุ่นพิเศษ 10,000 ใบ

    Trip.com ดันแคมเปญรับไฮซีซันท่องเที่ยว แจกบัตร BTS รุ่นพิเศษ 10,000 ใบ

    Trip.com ร่วมกับ ททท. และ One Bangkok เปิดตัวแคมเปญรับไฮซีซันท่องเที่ยว เนรมิต 3 สถานี BTS เป็นแลนด์มาร์ก พร้อมออกบัตร BTS รุ่นพิเศษ ส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

    ในยุคที่การเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากกว่าแค่การไปถึงจุดหมาย Trip.com แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก ชวนคนกรุงมองการเดินทางในเมืองให้น่าสนุกขึ้นอีกครั้ง ผ่านแคมเปญ “มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุดกับ Trip.com X One Bangkok”

    แคมเปญนี้เกิดจากการร่วมมือของ Trip.com, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), One Bangkok และ BTS Group ที่จับมือกัน “เปลี่ยนโฉม 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS ทั้งสถานี” ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของนักเดินทาง และอีกหนึ่งในไฮไลต์ของความร่วมมือ คือการเปิดตัวบัตรโดยสารรุ่นพิเศษ “Trip.com Travel Card” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ ให้การเดินทางในกรุงเทพฯ สะดวกและคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมส่งเสริมแนวคิด “เที่ยวอย่างยั่งยืน”(Sustainable Travel) เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ลดคาร์บอน 

     มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุด

    แคมเปญ “มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุดที่ Trip.com” จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของ Trip.com ที่จะมอบการเดินทางที่สะดวกและราบรื่นให้กับนักเดินทาง แคมเปญนี้ตอบโจทย์สิ่งที่นักเดินทางใส่ใจที่สุด คือบริการช่วยเหลือจากฝ่ายบริการลูกค้าเมื่อต้องการความช่วยเหลือ  ราคาที่แน่นอนโปร่งใสไม่บวกเพิ่ม โดยแคมเปญนี้เน้นย้ำจุดเด่นของ Trip.com ที่สำคัญคือ

    • บริการลูกค้า 24 ชั่วโมง ฝ่ายบริการลูกค้าคอยช่วยเหลือทุกวัน ตลอดเวลา ในหลากหลายช่องทางที่ติดต่อสะดวก ไม่ต้องรอนาน
    • ราคาโปร่งใส ราคาที่เห็นตรงกับราคาที่จ่ายจริง ไม่มีการบวกเพิ่มหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝง

    Trip.com ดันแคมเปญรับไฮซีซันท่องเที่ยว แจกบัตร BTS รุ่นพิเศษ 10,000 ใบ

    เปลี่ยนโฉม 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS เป็นแลนมาร์กใหม่ 

    Trip.com เป็นแบรนด์แรกในไทยที่เปลี่ยนโฉม 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS ทั้งสถานีให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่แห่งการท่องเที่ยวและการเดินทาง ได้แก่ สถานีพร้อมพงษ์ สถานีชิดลม และสถานีช่องนนทรี การเปิดตัวแคมเปญครั้งนี้ทำให้ข้อความ “มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุด” เป็นจริงขึ้นมาในสามจุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในประเทศไทยในการที่แบรนด์ทำการเปลี่ยนโฉม 3 สถานีพร้อมกัน สร้างประสบการณ์ให้นักเที่ยวตั้งแต่เดินเข้าสถานี และมีโปรโมชันพิเศษตลอดช่วงเวลาของแคมเปญ (1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568)

    Trip.com ดันแคมเปญรับไฮซีซันท่องเที่ยว แจกบัตร BTS รุ่นพิเศษ 10,000 ใบ

    เอดิสัน เฉิน รองประธาน Trip.com Group กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญมากสำหรับ Trip.com และแคมเปญนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ การเปลี่ยนโฉม 3 สถานี BTS พร้อมกันเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างหมุดหมายทางการตลาด แต่ยังเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีการเดินทางกับประสบการณ์จริง 

    ความร่วมมือระหว่าง Trip.com การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ One Bangkok มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยร่วมกันสร้างบัตรโดยสาร BTS รุ่นพิเศษสำหรับ ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยสนับสนุนให้นักเที่ยวเลือกใช้การเดินทางที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ขณะที่ได้สัมผัสของดีที่สุดในกรุงเทพฯ

    ด้านกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นผู้นำเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด และความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวในความมุ่งมั่นของเราในเรื่องการเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การร่วมมือกับ Trip.com และ One Bangkok เพื่อเปิดตัวบัตรรถไฟฟ้า BTS พิเศษนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้นักเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ได้ง่ายขึ้น แต่ยังสนับสนุนให้เขาเลือกวิธีเดินทางที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ตรงกับวิสัยทัศน์ของ ททท. ที่อยากส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพที่ช่วยรักษาธรรมชาติ พร้อมทำให้นักเที่ยวได้ประสบการณ์ที่ดี เราเชื่อว่าการเที่ยวแบบยั่งยืนคืออนาคต ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรในครั้งนี้เรากำลังทำให้อนาคตนั้นเข้าถึงได้สำหรับนักเที่ยวทั่วโลก

    วรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า วัน แบงค็อก รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Trip.com และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในโครงการนี้ ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันของเราในการทำให้การเดินทางในกรุงเทพฯ มีความยั่งยืน ราบรื่น และเชื่อมโยงมากขึ้น บัตรเดินทาง BTS รุ่นพิเศษนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้สะดวกขึ้นผ่านการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ และเพลิดเพลินกับการเข้าถึงวัน แบงค็อก หัวใจของกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งพวกเขาจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ไลฟ์สไตล์ และร้านค้าที่หลากหลาย ในฐานะเมืองอัจฉริยะต้นแบบเพื่อความยั่งยืน ทางวัน แบงค็อก มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างการเชื่อมต่อและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย

    พลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายรีเทล โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวเสริมว่า ที่วัน แบงค็อก รีเทล เรารู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือที่มีความหมายนี้กับ Trip.com และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการส่งเสริมประสบการณ์การเดินทางที่ยั่งยืนและราบรื่น ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงผู้มาเยือนกับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สร้างแรงบันดาลใจที่วัน แบงค็อก เพียงแค่แสดงบัตรเดินทาง BTS รุ่นพิเศษของ Trip.com ที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่วัน แบงค็อก นักท่องเที่ยวจะได้รับสิทธิพิเศษ รวมถึงเครื่องดื่มฟรีและส่วนลดสำหรับรับประทานอาหารที่ Food Street รวมถึงส่วนลดพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ และสิทธิประโยชน์พิเศษในร้านอาหารที่หลากหลาย ผ่านประสบการณ์ที่คัดสรรมาเหล่านี้ เราตั้งใจที่จะสร้างการเดินทางที่น่าจดจำสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน เพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และความยั่งยืน”

    Trip.com ดันแคมเปญรับไฮซีซันท่องเที่ยว แจกบัตร BTS รุ่นพิเศษ 10,000 ใบ

    เปิดตัวบัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS รุ่นพิเศษ

    สำหรับบัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS รุ่นพิเศษ “Trip.com Travel Card” ส่งเสริมนักเที่ยวได้เข้าถึงระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งได้รับสิทธิพิเศษที่ วัน แบงค็อก อย่างครบครัน สิทธิพิเศษเฉพาะที่วัน แบงค็อก แค่แสดงบัตรเดินทาง BTS Trip.com ของคุณที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่วัน แบงค็อก ผู้ถือบัตรจะได้รับสิทธิพิเศษพิเศษมากกว่า 18 รายการ เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร และการพักผ่อน

    • เครื่องดื่มฟรีที่ Food Street
    • คูปองเงินสด 50 บาทสำหรับใช้ที่ Food Street
    • ส่วนลดสูงสุด 10% จากแบรนด์ยอดนิยมที่มากกว่า 40 ร้านค้า
    • ส่วนลดพิเศษ 5% ที่ร้านอาหาร 15 แห่งภายใต้กลุ่ม Food of Asia
    • ของขวัญพิเศษที่ร้านค้าและร้านอาหารที่เข้าร่วม

    ฤดีพรรณ เต็มชื่น ผู้อำนวยการภูมิภาคฝ่ายการตลาดและความสัมพันธ์ภาครัฐ Trip. com Group กล่าวเสริมว่า สำหรับบัตรโดยสาร BTS รุ่นพิเศษ ในเฟสแแรกจะแจกฟรีแก่นักท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิก Trip.com ที่สนามบิน ส่วนเฟสที่ 2 จะจำหน่ายบนแอปพลิเคชันของ Trip.com 

    “ตัวบัตรโดยสาร BTS (Rabbit Card) รุ่นพิเศษนี้ ในเฟสต่อไปจะมีการรวบรวมส่วนลดและสิทธิประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เป็นสมาชิก Trip.com โดยเริ่มแจกเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมาในกิจกรรม Nihao Month ของ ททท. มอบแก่นักท่องเที่ยวและอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนที่เดินทางเข้าไทย ขณะที่เดือน ต.ค. เป็นเดือนเกิดของโครงการวันแบงค็อก ก็จะมีการแจกฟรีแก่ลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาวันแบงค็อกจำนวน 1,000 ใบ ทั้งนี้จะแจกฟรีทั้งหมด 10,000 ใบ”

    ส่วนเฟส 2 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป ซึ่งมีไฮไลต์สำคัญคือเทศกาลตรุษจีน โดยจะเห็นความร่วมมือกับค่ายรีเทลอื่นๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากวันแบงค็อก

    “นอกจากนี้ Trip.com ยังร่วมมือกับ ททท. จัดแคมเปญ Go Thailand เพื่อขับเคลื่อนตลาดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้นในไฮซีซันไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยตามแผนคาดการณ์ว่าจะเห็นการเติบโตของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นราว 5-10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่แล้ว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/lifestyle/732535&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2M5nlevhKR3OtbXGd-E7J0

  • ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 26 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 26 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    วันนี้ (วันที่ 28 ตุลาคม 2568) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ อัปเดท สถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 26 ต.ค. 68 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย แล้วทั้งสิ้น 26,245,277 คน ลดลง 7.25 % สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,211,816 ล้านบาท

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย สูงสุด 5 อันดับแรก

    • อันดับ 1  มาเลเซีย 3,804,766 คน
    • อันดับ 2 จีน 3,723,070 คน
    • อันดับ 3  อินเดีย 1,946,989 คน
    • อันดับ 4  รัสเซีย 1,387,594 คน
    • อันดับ 5 เกาหลีใต้ 1,256,786 คน

    ต่างชาติเดินทางเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงผลการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-26 ต.ค. 68 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสะสมแล้วทะลุ 26 ล้านคน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,211,816 ล้านบาท

    สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 จากการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) ของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul)
โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 31% จากสัปดาห์ก่อนหน้า และมีแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกลจะเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นในเกือบทุกกลุ่มตลาด

    อีกทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามามากขึ้นเช่นกัน จากการออกเดินทางท่องเที่ยวหลังสิ้นสุดเทศกาลดิวาลีของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอินเดีย และการเดินทางเพื่อมาเข้าชมกิจกรรม Music Event เช่น คอนเสิร์ต BLACKPINK WORLD TOUR IN BANGKOK และ คอนเสิร์ต CRAZY IN LOVE ZEENUNEW CONCERT ที่มีแฟนคลับชาวจีน และชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาชมเป็นจำนวนมาก

    ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 592,196 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 35,461 คน หรือ 6.37 % คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 84,599 คน

    นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ นักท่องเที่ยวมาเลเซีย 90,855 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 13.45 % นักท่องเที่ยวจีน 74,421 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 12.20 % นักท่องเที่ยวอินเดีย 54,877 คน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 31.30 % นักท่องเที่ยวรัสเซีย 38,749 คน การปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 30.55 % และนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ 25,307 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 2.38 %

    สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว โดยมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) ของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอํานวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้น และส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/642536&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yfjjs62oz2KlojKKdU4kN

  • เที่ยวไทยคึกคัก!! ไฮซีซั่น-Music Event หนุนต่างชาติเที่ยวไทยเพิ่ม : อินโฟเควสท์

    เที่ยวไทยคึกคัก!! ไฮซีซั่น-Music Event หนุนต่างชาติเที่ยวไทยเพิ่ม : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (20-26 ต.ค.) จากการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) ของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 31% จากสัปดาห์ก่อนหน้า และมีแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกลจะเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นในเกือบทุกกลุ่มตลาด

    ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามามากขึ้นเช่นกัน จากการออกเดินทางท่องเที่ยวหลังสิ้นสุดเทศกาลดิวาลีของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอินเดีย และการเดินทางเพื่อมาเข้าชมกิจกรรม Music Event เช่น คอนเสิร์ต BLACKPINK WORLD TOUR IN BANGKOK และคอนเสิร์ต CRAZY IN LOVE ZEENUNEW CONCERT ที่มีแฟนคลับชาวจีน และชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาชมเป็นจำนวนมาก

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 592,196 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 35,461 คน หรือ 6.37% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 84,599 คน

    โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย 90,855 คน จีน 74,421 คน อินเดีย 54,877 คน รัสเซีย 38,749 คน และเกาหลีใต้ 25,307 คน

    “นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย รัสเซีย และจีน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 31.30% 30.55% และ 12.20% ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และเกาหลีใต้ มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 13.45% และ 2.38% ตามลำดับ” น.ส.นัทรียา ระบุ

    ขณะที่ภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-26 ต.ค. 68 มีจำนวนทั้งสิ้น 26,245,277 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,211,816 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 3,804,766 คน จีน 3,723,070 คน อินเดีย 1,946,989 คน รัสเซีย 1,387,594 คน และเกาหลีใต้ 1,256,786 คน

    ส่วนในสัปดาห์นี้ (27 ต.ค.-2 พ.ย.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/540807&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21x2JQ80DTgUKjFtngXqD2

  • ศรร์วิศา ปราบนักหวดจีน 2 เซตฉลุยรอบ 16 คน จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส 2025

    ศรร์วิศา ปราบนักหวดจีน 2 เซตฉลุยรอบ 16 คน จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส 2025

    ศรร์วิศา กุลพิศาลรัศม์ นักเทนนิสไทยมือวาง 15 โชว์ฟอร์มเหนือชั้น ชนะ ป่าน เจียหยู จากจีน 2 เซตรวด พร้อมผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายศึก จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025

    วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ที่ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี การแข่งขัน เทนนิสเยาวชนนานาชาติ จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 เจ 60 สัปดาห์ที่ 2 ดำเนินต่อเนื่อง โดยมี สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ITF) ร่วมกับ สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ และ นาคารออมสิน จัดขึ้น

    ในประเภท หญิงเดี่ยว รอบสอง (32 คน) ศรร์วิศา กุลพิศาลรัศม์ มือวางอันดับ 15 ของรายการ โชว์ฟอร์มร้อนแรงเอาชนะ ป่าน เจียหยู จากจีน 2 เซตรวด ด้วยสกอร์ 7-6 (7-4), 6-2 ผ่านเข้ารอบสามหรือ 16 คนสุดท้ายไปพบกับ มิชก้า ซินแคลร์ โกเอนาดี มือวาง 1 จากอินโดนีเซีย

    ส่วนประเภท ชายเดี่ยว รอบสอง (32 คน) การพบกันระหว่างนักเทนนิสไทยด้วยกันเอง ทำให้ ปวรปรัชญ์ งั่นบุญศรี มือวาง 12 ชนะ ธรรมะ โคศิริ 7-6 (11-9), 6-4 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย รอพบผู้ชนะระหว่าง ลุค เจี๋ย ซีโห มือวาง 6 จากสิงคโปร์ กับ นิธินบารัท เคเอส จากอินเดีย

    ผลการแข่งขันนักเทนนิสไทยคู่อื่น ๆ มีดังนี้

    หญิงเดี่ยว รอบสอง:

    • ปัฐน์ธินันต์ เผือกคำ ชนะ ปารมี ทัดแก้ว (มือวาง 8) 6-3, 6-1

    • โชติรินทร์ แก้วก่า ชนะ เรอา อโรรา (อินเดีย) 6-1, 6-2

    • พิมพ์ลภัส ลิม (16) ชนะ ไลลา ลุยซา ทรูบ (สวิตเซอร์แลนด์) 7-5, 6-1

    • ปวีณอร นวลศรี แพ้ จาง ป๋อเจีย (จีน มือวาง 3) 4-6, 2-6

    • ณัฐลียา ชาลินสกี้ (13) แพ้ มิล่า โจวานอฟสกี้ (มาซิโดเนียเหนือ) 4-6, 2-6

    • พลอยทิพย์ ธนศิรินวกุล แพ้ ไค่ หนิง ชานยา อึ้ง (สิงคโปร์ มือวาง 9) 4-6, 1-6

    • จิตตานันท์ วิมุกตานนท์ แพ้ เอมิลี่ เฉิน (ออสเตรเลีย มือวาง 6) 6-7 (4-7), 2-6

    ชายเดี่ยว รอบสอง:

    • ริโอะ ฮิกาชิ แพ้ จาง เฉินหมิง (จีน มือวาง 11) 1-6, 0-6

    • ธฤตา หงษ์หยก (มือวาง 4) แพ้ สวานิกา รอย (สหรัฐฯ) 2-6, 2-6

    • พิชญาภัค ศรีมุกข์ แพ้ เฉิน ชิงอิง (ไต้หวัน มือวาง 2) 3-6, 3-6

    • จิณห์นิภา ตราชูวณิช แพ้ คริสติน่า โอเวอริน่า (มือวาง 14) 6-1, 4-6, 1-6

    การแข่งขันสัปดาห์นี้ยังคงเปิดโอกาสให้ นักเทนนิสไทย โชว์ศักยภาพในเวทีระดับโลก พร้อมเก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนเพื่อก้าวสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/93133/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1H5uaR0mSDIlkn1Rv6srqh

  • “ศรร์วิศา” ปราบนักหวดจีน “ปวรปรัชญ์” ฉลุยรอบ 16 คน ศึกเทนนิส “จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์” | เดลินิวส์

    “ศรร์วิศา” ปราบนักหวดจีน “ปวรปรัชญ์” ฉลุยรอบ 16 คน ศึกเทนนิส “จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์” | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสเยาวชนนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลก “จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 เจ 60” สัปดาห์ที่ 2 ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 28 ต.ค.68 ในรอบ 2 (32 คน) ประเภทหญิงเดี่ยว ศรร์วิศา กุลพิศาลรัศม์ หวดชนะ ป่าน เจียหยู จากจีน 2-0 เซต 7-6 ไทเบรก 7-4, 6-2 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย ไปพบกับ มิชก้า ซินแคลร์ โกเอนาดี มือวาง 1 จากอินโดนีเซีย ที่ชนะ ริดดี ชินเด จากอินเดีย 2-0 เซต 6-4, 6-3

    ขณะที่ ประเภทชายเดี่ยว ปวรปรัชญ์ งั่นบุญศรี หวดชนะเพื่อนร่วมชาติ ธรรมะ โคศิริ 2-0 เซต 7-6 ไทเบรก 11-9, 6-4 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย รอพบผู้ชนะระหว่าง ลุค เจี๋ย ซีโห มือวาง 6 จากสิงคโปร์ กับ นิธินบารัท เคเอส จากอินเดีย

    ผลการแข่งขันของนักเทนนิสไทยคู่อื่น ๆ มีดังนี้ หญิงเดี่ยว รอบ ปัฐน์ธินันต์ เผือกคำ ชนะ ปารมี ทัดแก้ว 6-3, 6-1, โชติรินทร์ แก้วก่า ชนะ เรอา อโรรา (อินเดีย) 6-1, 6-2, พิมพ์ลภัส ลิม ชนะ ไลลา ลุยซา ทรูบ (สวิตเซอร์แลนด์) 7-5, 6-1, ปวีณอร นวลศรี แพ้ จาง ป๋อเจีย (จีน) 4-6, 2-6, ณัฐลียา ชาลินสกี้ (รัสเซีย) แพ้ มิลา โจวานอฟสกี (มาซิโดเนียเหนือ) 4-6, 2-6, พลอยทิพย์ ธนศิรินวกุล แพ้ ไค่ หนิง ชานยา อึ้ง (สิงคโปร์) 4-6, 1-6

    จิตตานันท์ วิมุกตานนท์ แพ้ เอมิลี่ เฉิน (ออสเตรเลีย) 6-7 (4-7), 2-6, ริโอะ ฮิกาชิ แพ้ จาง เฉินหมิง (จีน) 1-6, 0-6, ธฤตา หงษ์หยก แพ้ สวานิกา รอย (สหรัฐฯ) 2-6, 2-6, พิชญาภัค ศรีมุกข์ แพ้ เฉิน ชิงอิง (ไต้หวัน) 3-6, 3-6, จิณห์นิภา ตราชูวณิช แพ้ คริสตินา โอเวอรินา (รัสเซีย) 6-1, 4-6, 1-6

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5248005/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VcBMtEmQ8WknPsAjs1aJ_