Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • แห่ส่องเลขเด็ดอ่างน้ำมนต์ฤาษีเณร ลอยเด่นชัด! พร้อมมอบของเล่น-ทุนการศึกษาเด็กพิเศษกว่า 1,000 ชิ้น

    แห่ส่องเลขเด็ดอ่างน้ำมนต์ฤาษีเณร ลอยเด่นชัด! พร้อมมอบของเล่น-ทุนการศึกษาเด็กพิเศษกว่า 1,000 ชิ้น

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/107056&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HQuzQ73wF7-xJK_IqoGim

  • GPSC ผนึกสถาบันการศึกษา – ภาคเอกชน จุดพลังคิดเยาวชนไทย มอบรางวัลประกวดเรียงความ “ประเทศไทยในอนาคตที่ฉันฝันเห็น” – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    GPSC ผนึกสถาบันการศึกษา – ภาคเอกชน จุดพลังคิดเยาวชนไทย มอบรางวัลประกวดเรียงความ “ประเทศไทยในอนาคตที่ฉันฝันเห็น” – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – นายพัฑฒิ บุณยสุขานนท์ ผู้จัดการส่วนปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจการสาธารณะ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลการประกวดเรียงความ ในหัวข้อ “ประเทศไทยในอนาคตที่ฉันฝันเห็น” ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มูลนิธิทรัพย์ปัญญา กองทัพเรือ และ GPSC โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.พนม วรรณศิริ ผู้แทนคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี กล่าวต้อนรับ และ คุณณัฐภัทร สุขแดง ประธานมูลนิธิทรัพย์ปัญญา กล่าวเปิดงาน ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ของเยาวชนกว่า 510 คนที่เข้าร่วมจากทั่วประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนถึงอุดมศึกษา โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยได้แสดงมุมมอง ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการต่อ “ประเทศไทยในอนาคต” ผ่านงานประกวดเรียงความ ที่สะท้อนความฝันและแนวทางพัฒนาอย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ GPSC ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกคน และขอเป็นกำลังใจให้เยาวชนไทยเดินตามความฝันอย่างมั่นคง เพื่อร่วมสร้าง “ประเทศไทยในอนาคตที่เราฝันเห็น” ให้เป็นจริงไปด้วยกัน ซึ่งเชื่อมั่นว่าเยาวชนคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น เพราะพลังของคนรุ่นใหม่คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืน ทั้งในด้านของพลังงาน เศรษฐกิจ และสังคม

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/10/29/589651/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MM4jdWsEboJkY1dlxhF1k

  • รับสมัครนักศึกษา ป.โท ภาคปกติ เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ และ เศรษฐศาสตร์การเงิน – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    รับสมัครนักศึกษา ป.โท ภาคปกติ เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ และ เศรษฐศาสตร์การเงิน – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    รับสมัครนักศึกษา ป.โท ภาคปกติ เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ และ เศรษฐศาสตร์การเงิน

    รับสมัครนักศึกษา ป.โท ภาคปกติ เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ และ เศรษฐศาสตร์การเงิน

    รับสมัครนักศึกษาใหม่ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรปริญญาโท ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2569 หลักสูตรเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ และ เศรษฐศาสตร์การเงิน 

    หลักสูตรเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)
    หลักสูตรเศรษฐศาสตร์ธุรกิจมุ่งเน้นสร้างความเข้าใจทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์และวิธีการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งการประยุกต์ใช้เครื่องมือวิเคราะห์เชิงปริมาณเพื่อองค์กรธุรกิจเอกชน องค์กรภาครัฐ และองค์กรสาธารณประโยชน์

    • เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ
    • สอนโดยอาจารย์ระดับ PhD 100%
    • เลือกได้ระหว่าง Research หรือ Business Consulting
    • เสริมประสบการณ์โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรง
    • จบสาขาไหนก็เรียนได้

    “ใช้เศรษฐศาสตร์เป็นแนวคิด ทำธุรกิจแบบมืออาชีพ”

    หลักสูตรเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์การเงิน)
    มุ่งเน้นในการตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในตลาดการเงินและราคาสินทรัพย์ทางการเงินของนักลงทุน เช่น ราคาของสินทรัพย์ทางการเงินประเภทต่างๆ (พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้นสามัญ ตราสารอนุพันธ์) ถูกกำหนดขึ้นอย่างไร ผู้ลงทุนควรถือสินทรัพย์ทางการเงินประเภทใดบ้างในกลุ่มสินทรัพย์ลงทุนจึงจะบรรลุวัตถุประสงค์ในการลงทุน ผู้วิเคราะห์ควรใช้เครื่องมือใดจึงจะเหมาะสมในการวิเคราะห์การลงทุน เป็นต้น


    • คัดเลือกโดยวิธีสอบสัมภาษณ์
    • มีทุนการศึกษา
    • เรียนวันจันทร์ – ศุกร์ ในเวลาราชการ
    • ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรประมาณ 99,000 บาท
    • ดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่ http://edserv.nida.ac.th/th/admission/admissions

    สนใจอย่ารอช้าสมัครออนไลน์ได้เลยทาง http://entrance.nida.ac.th
    ดูรายละเอียดหลักสูตร http://econ.nida.ac.th/program/master-in-business-economics/
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
    โทรศัพท์ : 02-7273177
    line: @mbenida
    e-mail: mbe@nida.ac.th

    MBENIDA #NIDA #ปริญญาโท #เรียนต่อปริญญาโท #เศรษฐศาสตร์ #ธุรกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/mbe-mfe-econ-nida/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2wVmRwWqRSkRx0H9laq8m6

  • ชยพงศ์ รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ห่วง กระทรวงศึกษาฯ สื่อสารนโยบายไม่ชัด ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ของเด็ก – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ชยพงศ์ รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ห่วง กระทรวงศึกษาฯ สื่อสารนโยบายไม่ชัด ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ของเด็ก – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – จากกรณีที่มีการเผยแพร่หนังสือด่วนที่สุดของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลงนามโดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ซึ่งได้ขอความร่วมมือให้หน่วยงานในสังกัดงดจัดกิจกรรมที่มีลักษณะรื่นเริงเป็นเวลา 1 ปี เพื่อแสดงความอาลัย และล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาก็ได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเอกชน ให้โรงเรียนเอกชนทุกแห่งลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 30 วัน และกิจกรรมที่มีลักษณะ “รื่นเริง” นอกเหนือจากกิจกรรมทั้งตามหลักสูตร และเสริมหลักสูตร สามารถจัดได้โดยให้พิจารณาปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น

    นายชยพงศ์ สายฟ้า ในฐานะนักบริหารการศึกษา และรองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่  มีมุมมองต่อประเด็นการสื่อสารของกระทรวงศึกษาธิการว่าต้องมีการปรับปรุงอย่างเร่งด่วนเพราะผู้ปกครองบางส่วนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและขยายไปยังภาคส่วนอื่น ๆ อย่างรวดเร็วเพราะกังวลว่าจะได้รับผลกระทบต่อการออกนโยบายดังกล่าว และทำให้เด็กนักเรียนสูญเสียโอกาสจากการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ

    โดยนายชยพงศ์กล่าวว่า ตนเองเข้าใจดีว่ากระทรวงศึกษาธิการมีโครงสร้างใหญ่ แต่ยิ่งมีโครงสร้างใหญ่ยิ่งต้องมีแนวทางการสื่อสารนโยบายและการชี้แจงข้อมูลที่มีความชัดเจนมากกว่านี้ รวมถึงต้องมีแนวทางการปฏิบัติที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ทุกโรงเรียนในสังกัดดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน ป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนในการปฏิบัติงาน ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งการสูญเสียโอกาสทางการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    “ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้มีอำนาจสูงสุดของกระทรวงศึกษาธิการต้องมีความรอบคอบ และรัดกุมในการสั่งการ หรือมอบหมายนโยบายไปยังฝ่ายที่ต้องรับนโยบายไปปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว เพราะถ้าสื่อสารนโยบายหรือประเด็นต่าง ๆ ไม่ชัดเจน มีความคลุมเครือ ผู้ปฏิบัติก็ไม่เข้าใจชัดเจนนโยบายก็จะเกิดความคลาดเคลื่อน ยิ่งถ้าเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบกับการวางรากฐานทางการศึกษาของเด็กนักเรียนที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศด้วยแล้วนั้น อันนี้ผิดพลาดไม่ได้จริง ๆ และที่สำคัญถ้าผู้ใหญ่ที่เป็นครูบาอาจารย์ยังคุยกันไม่รู้เรื่องก็น่าห่วงว่าจะเอาอะไรไปสอนเด็ก” นายชยพงศ์กล่าว

    นายชยพงศ์ สายฟ้า ในฐานะนักบริหารการศึกษา ยังได้มีข้อเสนอต่อด้วยว่า โรงเรียนควรใช้โอกาสนี้ในการจัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงคุณค่าและมีคุณูปการต่อแผ่นดินไทยหลายเรื่อง เช่น โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ โครงการอนุรักษ์การแสดงโขนพระราชทาน การส่งเสริมการใช้ผ้าไทย โครงการอนุรักษ์ป่าและต้นน้ำ ฯลฯ ในรูปแบบการจัดนิทรรศการ ฐานกิจกรรมการเรียนรู้ หรือบูรณาการประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เข้าไปในกิจกรรมการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 2 ที่กำลังอยู่ในระหว่างเปิดภาคเรียนได้อย่างมากมาย และยังถือเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอีกด้วย

    ท้ายที่สุดนายชยพงศ์ สายฟ้า กล่าวย้ำว่าโรงเรียนต้องเป็นอิสระมากขึ้นในการบริหารจัดการ สามารถตัดสินใจได้โดยไม่ต้องรอรับคำสั่งจากส่วนกลาง การตัดสินใจบางเรื่องควรให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งจะมีความแตกต่างไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่ทำให้มีความคล่องตัวในการทำงานมากยิ่งขึ้น ถือเป็นการกระจายอำนาจ ไม่ต้องเป็นคอขวดที่ส่วนกลางแต่เพียงอย่างเดียว

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/10/30/589922/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2d_Iacera2IKLmQ1PBD1pH

  • อนุทิน ดีลตรง ‘ทรัมป์’ ขอปรับลดภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ต่ำกว่า 19% บอกแนวโน้มดี

    อนุทิน ดีลตรง ‘ทรัมป์’ ขอปรับลดภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ต่ำกว่า 19% บอกแนวโน้มดี

    วันนี้ (29 ตุลาคม) ที่สาธารณรัฐเกาหลี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยงอาหารค่ำพิเศษสำหรับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก (APEC) ซึ่งจัดขึ้นโดยอี แช-มยอง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ในฐานะเจ้าภาพว่า ได้ถือโอกาสขอบคุณอีกครั้งที่สหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญในการประสานงาน ‘ข้อตกลงสันติภาพไทย–กัมพูชา’ ซึ่งขณะนี้ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มดำเนินการตามข้อตกลง โดยมีเป้าหมายให้บรรลุผลโดยเร็วที่สุด

    อนุทินกล่าวว่า ในการพูดคุยยังได้หารือถึงประเด็นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยไปยังสหรัฐฯ โดยได้ขอให้สหรัฐฯ พิจารณาปรับลดอัตราภาษีเพื่อให้ไทยได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่าปัจจุบัน ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์รับปากว่าจะประสานกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อพิจารณาแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยมากที่สุด

    “ได้พูดคุยกันมาแล้วสองครั้ง ตั้งแต่การประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซีย และมาย้ำอีกครั้งในการประชุมเอเปคที่เกาหลี ซึ่งครั้งนี้ท่านทรัมป์ยังจำได้ดี และหลังจากพูดคุยกันเสร็จ ท่านยังเดินกลับมาบอกว่าจะไปคุยกับผู้แทนการค้าให้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก” อนุทินกล่าว

    นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า การพบปะครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่นานาประเทศมีต่อประเทศไทยมากขึ้น โดยตลอดการประชุมอาเซียนและเอเปก มีผู้นำหลายประเทศตอบรับเข้าหารือทวิภาคีกับไทย อาทิ นายกรัฐมนตรีแคนาดา นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน และอี แชมย็อง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ รวมถึงภาคธุรกิจรายใหญ่ เช่น บริษัท SK Bioscience ที่อยู่ระหว่างการเตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับองค์การเภสัชกรรม เพื่อผลิตวัคซีนสำคัญในประเทศไทย

    ทั้งนี้ บรรยากาศการพูดคุยระหว่าง อนุทินกับโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นไปอย่างชื่นมื่นและเป็นกันเอง โดยทั้งสองได้จับมือทักทายกัน และประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้สัมผัสไหล่นายกรัฐมนตรีไทยด้วย

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/anuthin-trump-apec-meeting-us-tariff-reduction-thai-cambodia-peace/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1o0CorDxRxUTgb0xUnAl4E

  • การเคหะฯร่วมมือ สพฐ.พัฒนาที่อยู่อาศัย ยกระดับคุณภาพชีวิตของครู -บุคลากรทางการศึกษา

    การเคหะฯร่วมมือ สพฐ.พัฒนาที่อยู่อาศัย ยกระดับคุณภาพชีวิตของครู -บุคลากรทางการศึกษา

    การเคหะฯร่วมมือ สพฐ.พัฒนาที่อยู่อาศัย ยกระดับคุณภาพชีวิตของครู -บุคลากรทางการศึกษา

    ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีมอบนโยบายการบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยทั่วไทย ด้านคุณภาพชีวิต ด้านคนเปราะบาง ด้านการศึกษา และด้านอาชีพ โดยในงานได้มีการลงนามความร่วมมือการบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยทั่วไทย

    ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568ที่ผ่านมา

    นอกจากนี้ ยังมีการลงนามความร่วมมือการจัดสวัสดิการที่พักสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างการเคหะแห่งชาติกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปาฐกถาเรื่อง

    “การยกระดับและการพัฒนาคนใกล้คุณ: Family First & Care Economy” กล่าวถึงทิศทางการทำงานด้านการพัฒนาสังคมและสวัสดิการแบบ Family First สร้างโอกาส และความท้าทายของเศรษฐกิจใส่ใจ (Care Economy) รวมถึงบทบาทของหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

    นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อดำเนินงาน

    ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ

    “โครงการสวัสดิการที่พักสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดสร้างและปรับปรุงที่พักอาศัยสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงข้าราชการพลเรือน พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราว ตลอดจนผู้ที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติจะเป็นผู้ดำเนินการสำรวจ ออกแบบ และจัดหาแหล่งเงินทุนในการปรับปรุง ดัดแปลง และพัฒนาอาคารที่พักอาศัยให้ได้มาตรฐาน เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของข้าราชการ โดยคำนึงถึงความประหยัด การใช้งานที่เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม

    โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี สำหรับโครงการนำร่องในพื้นที่ 8 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนหนองหล่มวิทยาคาร จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนบ้านเมืองพรึก จังหวัดอุดรธานี โรงเรียนวัดท่าวังหิน จังหวัดอุบลราชธานี โรงเรียนบ้านคลองห้วยทราย จังหวัดกำแพงเพชร โรงเรียนบ้านตางาม จังหวัดตราด โรงเรียนบ้านแจงงาม จังหวัดกาญจนบุรี อาคาร สปอ. จังหวัดสุราษฎร์ธานี และคลังดอนเมือง สพฐ. จังหวัดปทุมธานี

    “โครงการสวัสดิการที่พักสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานี้ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะครูรุ่นใหม่หรือผู้ที่ยังไม่ได้รับสิทธิค่าเช่าบ้านจากทางราชการ อีกทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีที่พักอาศัยที่ได้มาตรฐาน อยู่ใกล้สถานที่ทำงาน ปลอดภัย และเหมาะสมกับการใช้ชีวิต รวมถึงเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของรัฐอย่างคุ้มค่า โดยนำพื้นที่โรงเรียนที่รวม/เลิกสถานศึกษามาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจของภาครัฐในการดูแลบุคลากรผู้ทำหน้าที่สำคัญในการพัฒนาการศึกษาไทย” นายทวีพงษ์ กล่าวปิดท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/real-estate/642716&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FWZcxv_lF4_RQNw5aiDfY

  • คลังกำหนดมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

    คลังกำหนดมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

    คลังกำหนดมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ


    30/10/2568 | 15

    1. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 
    โทร. 0 2127 7000 ต่อ 4206 หรือ 6957 
       (กองบริหารการรับ – จ่ายเงินภาครัฐ กรมบัญชีกลาง)
    2. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โทร. 0 2298 5880 ต่อ 60110 
       (สำนักนโยบายและแผนรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ)


    ไฟล์เอกสารประกอบ

    ข่าว2(18-24ต.ค.68).pdf |


    คะแนนโหวต :

    StarStarStarStarStar

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/436160&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0M0tO89Mbr2wournEKDfl4

  • Shutdown สหรัฐฯ ลากยาว! สำนักงบประมาณรัฐสภาชี้เศรษฐกิจอาจเสียหายถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์

    Shutdown สหรัฐฯ ลากยาว! สำนักงบประมาณรัฐสภาชี้เศรษฐกิจอาจเสียหายถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์

    By

    ตุลาคม 30, 2025

    สำนักงบประมาณรัฐสภา (CBO) ซึ่งเป็นองค์กรที่เป็นกลาง ได้ออกมาประเมินความเสียหายของภาวะ Government Shutdown ที่ยืดเยื้อ โดยระบุว่าอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ระหว่าง 7 พันล้าน ถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ และอาจฉุดให้ GDP ในไตรมาสที่สี่หดตัวลงถึง 2% เนื่องจากการใช้จ่ายของรัฐบาลที่หยุดชะงัก

    วิกฤตการเมืองยืดเยื้อ-ไร้ทางออก

    ในวันพุธนี้ การปิดทำการบางส่วนของรัฐบาลได้ล่วงเข้าสู่วันที่ 29 แล้วโดยยังไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุด สถานการณ์ในสภายังคงตึงเครียด โดย ส.ว. รีพับลิกันเรียกร้องให้เดโมแครตสนับสนุนร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อต่ออายุหน่วยงานของรัฐไปจนถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน แต่ฝ่ายเดโมแครตก็ยังคงยืนยันข้อเรียกร้องเดิมที่ต้องการให้มีการเจรจาเพื่อต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีด้านสุขภาพ (Affordable Care Act) ที่กำลังจะหมดอายุ เพื่อช่วยเหลือชาวอเมริกัน

    เศรษฐกิจเสียหายถาวร-ข้าราชการเดือดร้อน

    CBO ประเมินว่าเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการที่รัฐบาลกลางไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน, ค่าสินค้าและบริการ รวมถึงสวัสดิการแสตมป์อาหารสำหรับผู้มีรายได้น้อย

    “แม้ว่าการหดตัวของ GDP ส่วนใหญ่จะฟื้นตัวกลับมาได้ในภายหลัง แต่ CBO ประเมินว่าจะมีเงินระหว่าง 7 พันล้าน ถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่จะสูญหายไปอย่างถาวร” ฟิลลิป สวาเกล (Phillip Swagel) ผู้อำนวยการ CBO กล่าวในจดหมาย

    เขากล่าวว่า หากการ Shutdown ยุติลงในสัปดาห์นี้ เศรษฐกิจจะเสียหายถาวร 7 พันล้านดอลลาร์ แต่หากลากยาว 6 สัปดาห์ (ถึง 12 พ.ย.) ความเสียหายจะเพิ่มเป็น 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ และหากลากยาว 8 สัปดาห์ (ถึง 26 พ.ย.) ความเสียหายจะพุ่งไปถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์

    ขณะนี้มีข้าราชการของรัฐบาลกลางประมาณ 750,000 คนที่ถูกพักงานนับตั้งแต่รัฐบาลขาดแคลนงบประมาณในวันที่ 1 ตุลาคม แม้ว่ารัฐบาลของทรัมป์จะได้ดำเนินมาตรการเพื่อจ่ายเงินให้กับทหาร, เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง แต่พนักงานของรัฐบาลกลางคนอื่นๆ ก็ยังคงต้องทำงานต่อไปโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

    ที่มา: reuters

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2025/10/30/federal-shutdown-could-cost-us-economy-14-billion-cbo/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WEtBevIOh63Khm2Vf2yYD

  • Cloud Economy ระบบนิเวศเศรษฐกิจกับพลวัตเปลี่ยนโฉมหน้าภาคธุรกิจ

    Cloud Economy ระบบนิเวศเศรษฐกิจกับพลวัตเปลี่ยนโฉมหน้าภาคธุรกิจ

    Cloud Economy คือ ระบบที่ช่วยให้ธุรกิจ “Scale” ได้รวดเร็วขึ้น โดยใช้ Cloud เป็นฐานที่เข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงการจัดเก็บข้อมูลให้มีความคล่องตัวและยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนี้คลาวด์ยังช่วยลดต้นทุนไอทีองค์กรโดยเลือกขนาดที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์กร และยังช่วยให้การทำงานขององค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ยกตัวอย่าง Cloud Computing (การประมวลผล), Hosting (รับฝากเซิร์ฟเวอร์) และ Data Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล) คือ หลังบ้านสำคัญที่ทำให้แอปพลิเคชันและบริการออนไลน์ทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ


    เป็นที่รู้กันว่าองค์กรยุคใหม่ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบ Cloud และได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเซิร์ฟเวอร์เอง เพราะสามารถเลือกใช้บริการเช่าใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลจากผู้ให้บริการคลาวด์ได้ตามความเหมาะสมของเราเอง
    นอกจากนั้น ยังปรับขนาดได้ตามความต้องการการใช้งาน ผู้ใช้งานสามารถขยายหรือลดขนาดคลาวด์ได้ตามความต้องการของการใช้งาน เช่น ถ้าในช่วงเวลานี้มีปริมาณข้อมูลที่ต้องจัดเก็บเป็นจำนวนมากก็ขยายคลาวด์ แต่ถ้าไม่มีการจัดเก็บข้อมูลก็สามารถลดขนาดได้เช่นกัน แถมยังเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลและแอปพลิเคชันได้จากทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยในการอำนวยความสะดวกให้การทำงานนั้นง่ายขึ้น
    ดังนั้น ในโลกธุรกิจยุคใหม่ “Cloud” ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีไอทีอีกต่อไป แต่กลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ที่ธุรกิจทุกระดับ  ตั้งแต่สตาร์ตอัปไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ต้องพึ่งพาในการเติบโต และนี่คือสิ่งที่ทั่วโลกเรียกว่า Cloud Economy ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Cloud Computing, Hosting และ Data Infrastructure และหากเศรษฐกิจศตวรรษที่ 20 เติบโตจากไฟฟ้าและถนนหนทาง ศตวรรษที่ 21 ก็กำลังเติบโตบน “ก้อนเมฆ” หรือ ระบบ Cloud นี่เอง
    ยกตัวอย่างจากเดิมที่ธุรกิจต้องลงทุนซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เอง ทุกวันนี้บริการ “เช่าใช้” ผ่านระบบ Cloud ก็เริ่มต้นได้ทันทีใช้โมเดล Pay-as-you-go จ่ายเท่าที่ใช้ ปรับลด-ขยายตามความต้องการ เช่น ร้านกาแฟ SMEs ใช้ ระบบ POS บน Cloud แทนการลงทุนซอฟต์แวร์ราคาแพง ขณะที่ สตาร์ทอัพ e-commerce เปิดแพลตฟอร์มแล้วเพิ่มผู้ใช้จากหลักพันเป็นหลักล้านได้ในเวลาไม่กี่เดือน ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมเก็บข้อมูลจาก IoT Sensor ไว้บน Cloud เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการผลิตแบบเรียลไทม์ได้

    โดยสิ่งที่ทำให้สิ่งที่ทำให้ Cloud เป็น Game Changer ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือ โมเดลธุรกิจ ที่เปลี่ยนสมการต้นทุน เวลา และ โอกาส ไม่ว่าจะเป็น
    • Pay-as-you-go: จากเดิมบริษัทต้องลงทุนซื้อ Server, Storage, และระบบ Network เองด้วยต้นทุนก้อนใหญ่ แต่บน Cloud ทุกอย่างเปลี่ยนเป็น จ่ายเท่าที่ใช้ จะเริ่มเล็กก็ได้ จะขยายก็ไม่ต้องลงทุนใหม่
    • มาตรฐานระดับโลก: ผู้ให้บริการ Cloud ใหญ่ ๆ อย่าง AWS, Microsoft Azure, Google Cloud ลงทุนสร้าง
    • ระบบที่มีมาตรฐานความปลอดภัย มีความเสถียร ซึ่งองค์กรเล็กก็เข้าถึงได้ทันที
    • Scalability: รองรับลูกค้าจากหลักร้อยสู่หลักล้านโดยไม่ต้องเพิ่ม Server เอง
    • Speed-to-Market: เปิดตัวสินค้าใหม่ได้ในไม่กี่ชั่วโมง ไม่ต้องรอระบบหลังบ้าน
    ในตอนนี้ โลกทั้งใบจึงกำลังวิ่งด้วย Cloud ปี 2025 ตลาด Public Cloud ของโลกคาดว่าจะโตถึง 23% YOY แรงขับหลักคือ AI และ Generative AI  ที่ต้องใช้พลังประมวลผลและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมหาศาล จากรายงาน Work Trend Index Annual Report โดย Microsoft ร่วมกับ LinkedIn  พบว่า กว่า 75% ของพนักงานในองค์กรทั่วโลก ใช้ AI ในการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ Generative AI ขณะที่ฝั่งผู้บริโภคก็สร้างดีมานด์จากการใช้งาน Social Media, Streaming, และ Mobile App อย่างต่อเนื่อง
    และเพื่อรองรับคลื่นข้อมูลและระบบอัจฉริยะที่เติบโตแบบก้าวกระโดด องค์กรทั่วโลกกำลังย้ายสู่ Hybrid Cloud “สูตรผสมที่ลง ตัว” ระหว่างความยืดหยุ่นของ Public Cloud และความปลอดภัยของ Private Cloud โดย Gartner (2025) คาดว่า ภายในปี 2027 กว่า 90% ขององค์กรทั่วโลกจะใช้กลยุทธ์ Hybrid Cloud เพื่อรองรับการเติบโตของ GenAI และการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

    ส่วนในแง่ของการลงทุนด้าน Data Center และ Cloud Service  กำลังเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญ
    • ปี 2567 มีมูลค่าคำขอส่งเสริมกิจการ Data Center และ Cloud Service กว่า 240,000 ล้านบาท
    • ครึ่งปีแรกของ 2568 การลงทุน Data Center และ Cloud Service เพิ่มเป็นกว่า 521,000 แสนล้านบาท โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง AWS, Google, Equinix (สหรัฐฯ), NEXTDC (ออสเตรเลีย), Huawei Technologies,
    • Beijing Haoyang (จีน) และ Empyrion Digital (สิงคโปร์) เป็นต้น สิ่งนี้สะท้อน “มุมมองเดียวกัน” ว่า ประเทศไทยคือฐานสำคัญของ Digital Infrastructure แห่งอาเซียน
    Cloud จึงไม่ใช่แค่พื้นที่เก็บข้อมูลอีกต่อไป แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ที่เปลี่ยนทุกอุตสาหกรรมให้พร้อมวิ่งบนเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งลดข้อจำกัดเดิม เพิ่มแต้มต่อทางธุรกิจ ไม่ต้องลงทุนระบบใหญ่ ก็เข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้ และธุรกิจที่ใช้ Cloud อยู่แล้วจะปรับใช้ AI ได้เร็วกว่า มีแต้มต่อในการแข่งขัน จนสามารถส่งให้ไทยกลายเป็น Infrastructure สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน ทั้งในมิติ Data, AI และ Digital Services
    และในวันนี้ Cloud กำลังกลายเป็น ระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบ
    • สำหรับ SMEs: จากเดิมที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้ยากและต้นทุนสูง วันนี้สามารถใช้ ERP, CRM หรือระบบ Data Analytics บน Cloud ได้ในราคาที่จับต้องได้ ทำให้ SME ไทยยกระดับมาตรฐาน
    • สำหรับแรงงานไทย: Cloud Economy กำลังสร้างตำแหน่งงานใหม่อย่าง Cloud Engineer, Data Scientist, Cybersecurity Specialist เป็นแรงผลักดันให้เกิด Upskill/Reskill บุคลากรไทย
    • สำหรับสังคม: Telemedicine หรือ E-learning ที่ขยายบริการสู่ต่างจังหวัดผ่าน Cloud
    ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Cloud Economy ของภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ได้ปรับเกณฑ์ และสิทธิประโยชน์ใหม่ในปี 2025 เพื่อดึงดูดการลงทุนในธุรกิจ Data Center, Data Hosting และ Cloud Service ให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจในปัจจุบันมากขึ้น และมุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์ต่อการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลของไทยอย่างชัดเจน
    โดย บีโอไอ ได้มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการต่อยอดให้เศรษฐกิจด้วยการพัฒนาบุคลากรไทย ผู้ลงทุนต้องดำเนินโครงการให้เสร็จตามแผนก่อนใช้สิทธิยกเว้นภาษี เช่น จัดทำหลักสูตรร่วมกับสถาบันการศึกษา สนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ไทย ใช้อุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติมด้วย ดังนี้
    • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี ในกิจการที่ใช้อุปกรณ์ที่มีความสามารถในการประมวลผลขั้นสูง (Advanced Computing Capabilities) และมีการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
    • ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร สิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี รวมถึงความสะดวกด้านวีซ่าและ work permit สำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ เป็นต้น
    • เพิ่มเงื่อนไขให้โครงการที่จะขอรับการส่งเสริม ต้องเสนอแผนพัฒนาบุคลากรไทย เช่น การจัดทำหลักสูตรร่วมกับสถาบันการศึกษา การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs หรือการใช้อุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ

    ที่มา : บทความเรื่อง “Cloud Economy เศรษฐกิจบนก้อนเมฆ กำลังเปลี่ยนอนาคตธุรกิจไทย” จาก Facebook : BOI News


    อัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีที่ทุกธุรกิจต้องตามให้ทัน

    เศรษฐกิจสีเขียว : พลิกฟื้นธุรกิจไทย ท่ามกลางโลกใหม่ที่เดือดระอุ

    8 แนวคิด ESG ปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้เติบโตอย่างมีคุณค่า

    10 เทคโนโลยีน่าจับตา..มาแน่! พลิกโฉมธุรกิจในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

    Post Views: 130

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/10/29/cloud-economy-new-ecosystem-of-thai-business/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WyVKHFCDqB0WLIE_u9xQy

  • (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) พ่อค้าอาหารริมทางของจีนโด่งดังจากศิลปะแพนเค้ก . | TOPNEWS

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) พ่อค้าอาหารริมทางของจีนโด่งดังจากศิลปะแพนเค้ก . | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 29/10/2025 22:49

    พ่อค้าอาหารริมทางฝีมือดีในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน กลายเป็นดาวเด่นบนโซเชียลมีเดีย ด้วยผลงานศิลปะแพนเค้ก อันโดดเด่นและสร้างสรรค์ของเขา

    หยาง เฉียนคุน วัย 27 ปี สร้างสรรค์แพนเค้กสุดน่ารักในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ ตุ๊กตา, สัตว์, โบราณวัตถุ ไปจนถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน, เครื่องบินขับไล่ และเฮลิคอปเตอร์
    .
    แพนเค้กสุดพิเศษเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักเรียนประถมจากดีไซน์ที่โดดเด่นและราคาย่อมเยาเพียงชิ้นละ 1 หยวน (ประมาณ 4.5 บาท)
    .
    หยาง เฉียนคุน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโยธา ก่อนตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อกลับมาเรียนทำอาหารกับพ่อของเขา ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ ศิลปะแพนเค้ก
    .
    หยาง เฉียนคุน บอกว่ามีความสุขที่ได้เห็นว่าแพนเค้กของเขา ไม่เพียงช่วยให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยเท่านั้น แต่ยังมอบรอยยิ้มและความสุขให้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ราวกับเป็นของขวัญชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง
    .
    คลิปจาก China Media Group

    SOCAIL 16-91 copy 2

    03

    อธิบดีเกศทิพย์ ปลุกใจ “ผอ.สกร.จังหวัดป้ายแดง” 19 ตำแหน่งทั่วประเทศ เน้นสร้างมาตรฐานการทำงานเดียวกัน ย้ำ “ครองใจทีมงาน – ผูกมิตรเครือข่าย”

    ทั่วไทยเจอฝนฟ้าคะนอง เช็ก 38 จว.อ่วม ฝนถล่มหนักบางพื้นที่ กทม.ก็โดนด้วย

    “ทิพยประกันภัย” จับมือ HIVE by Income พลิกโฉมวงการประกันภัยไทย เปิดตัว “TIP SNACK” แพลตฟอร์ม Subscription Insurance เต็มรูปแบบรายแรกของประเทศ

    จับต่างด้าวเกาะพะงัน 12 ราย ลอบเปิดกิจการ-ทำงานผิดกฎหมาย

    ฉก.ทส. ลุยสอบ นายทุนรุกป่าแก่งกระจานกว่า 900 ไร่ สั่งพิสูจน์ น.ส. 3 ก. ย้อนหลัง “สุชาติ” ย้ำป่าของคนไทย ต้องเอาป่าคืน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ขึ้นบอลลูนลมร้อนชมวิวทิวทัศน์ ‘ผู่เจ่อเฮย’ ในยูนนาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1372561&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0u8aLKz8GHGp1vybsTkECu