Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘อภิสิทธิ์’ แนะ 5 ข้อเสนอปลุกท่องเที่ยวไทยโตยั่งยืน  ล้างธุรกิจสีเทา-ฟื้นเชื่อมั่นปลอดภัยดึงตลาดจีน

    ‘อภิสิทธิ์’ แนะ 5 ข้อเสนอปลุกท่องเที่ยวไทยโตยั่งยืน ล้างธุรกิจสีเทา-ฟื้นเชื่อมั่นปลอดภัยดึงตลาดจีน

    วานนี้ (29 ต.ค.) “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การท่องเที่ยวกับอนาคตประเทศไทย” ในการประชุมสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) หลังจากรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนท่องเที่ยว ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เริ่มเดินสายพบภาคเอกชนทุกเซ็กเตอร์ จัดเตรียมนโยบายพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งปี 2569

    อภิสิทธิ์ ฉายภาพว่า “เศรษฐกิจไทยมีปัญญายืดเยื้อมาเกิน 10 ปี ปัจจุบันเติบโต 2% ต่อปีก็โล่งใจกันแล้ว เป็นอัตราเติบโตต่ำที่สุดในภูมิภาค ทั้งที่ในอดีตเคยโตได้ถึง 7% ต่อปี โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยและคุณภาพชีวิตคนไทยจะดีขึ้นไม่ได้เลยถ้ายังโตแบบ 10 ปีที่ผ่านมา”

    “ภาคการท่องเที่ยว” ถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย เห็นชัดจากช่วงโควิด-19 ระบาด เมื่อภาคการท่องเที่ยวเจอปัญหา เศรษฐกิจไทยก็เดือดร้อนไปด้วย แม้คาดกันว่าภาคท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัวได้เร็วหลังโควิด แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนเกิดวิกฤติเมื่อปี 2562 ที่เคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 40 ล้านคน โดยในปี 2568 แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดต่ำกว่าเป้าหมายและอาจลดลงกว่าปีก่อน

    “พอไทยเจอการระบาดของโควิด เศรษฐกิจก็ทรุดลง ทุกคนมีความหวังว่า เมื่อไรที่เปิดประเทศได้ เศรษฐกิจก็จะกลับมาดี การท่องเที่ยวจะกลับมาดี เพราะเราเคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 40 ล้านคนต่อปีก่อนโควิด พอหลุดพ้นมาได้ เรานึกว่าจะกลับไปสู่จุดนั้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในเชิงจำนวนและยอดการใช้จ่าย แต่สิ่งที่เราพบวันนี้คือตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติมีโอกาสต่ำกว่าปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าเกิดปัญหาแล้ว เครื่องจักรท่องเที่ยวที่เคยมีการเติบโตเร็ว วันนี้ไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ผมจึงอยากนำเสนอความห่วงใยในหลายปัญหา ภาคการเมืองต้องเร่งผลักดันให้ภาคการท่องเที่ยวกลับมาเข้มแข็ง

    ‘อภิสิทธิ์’ แนะ 5 ข้อเสนอปลุกท่องเที่ยวไทยโตยั่งยืน  ล้างธุรกิจสีเทา-ฟื้นเชื่อมั่นปลอดภัยดึงตลาดจีน

    สำหรับปัญหาหลักอย่างแรกคือ “นักท่องเที่ยวจีน” หายไปอย่างไม่น่าเชื่อ โดยก่อนโควิดเคยเดินทางมาไทยกว่า 10 ล้านคนต่อปี แต่ปัจจุบันยังไม่ฟื้นกลับมาเหมือนเดิม ขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น เวียดนาม และมาเลเซีย กลับได้ประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจีน

    สาเหตุสำคัญไม่ใช่เพราะนโยบายของจีนที่มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ แต่เพราะคนจีนรู้สึก “ไม่ปลอดภัย” เมื่อมาไทย จากคลิปและข่าวที่เคยไวรัลบนโซเชียลมีเดียพูดถึงการลักพาตัว การค้าอวัยวะ และการเชื่อมโยงถึง “สแกมเมอร์” กับ “ธุรกิจสีเทา” ในไทย ตราบใดที่รัฐบาลไทยยังไม่จัดการอย่างจริงจังกับ “ปัญหาความปลอดภัย” และ “กลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย” ทางการจีนก็ยังไม่มั่นใจที่จะส่งเสริมให้คนมาท่องเที่ยวไทย ระบบราชการและเจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาดเพื่อฟื้นภาพลักษณ์ประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมา

    “เราจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาตลาดนักท่องเที่ยวจีน ก่อนหน้านี้ผมฟังผู้รับผิดชอบจากภาครัฐ หลายคนยังหลอกตัวเองว่าเป็นเพราะนโยบายของทางการจีนที่เน้นส่งเสริมให้ชาวจีนเที่ยวในประเทศ แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่ไปญี่ปุ่น เวียดนาม และมาเลเซียกลับเติบโตมาก ส่วนจำนวนเดินทางเข้าไทยกลับลดลง ทั้งที่ปี 2568 ควรเป็นปีที่มีชาวจีนเที่ยวไทยมากกว่าปีอื่นๆ เพราะครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน โดยสังเกตว่ามีเรื่องต่างๆ ที่ทางการจีนอยากให้ทำ หนึ่งในนั้นคือความปลอดภัย ตราบใดที่รัฐบาลไทยยังไม่จริงจังเรื่องนี้ ก็ไม่เห็นว่าทางการจีนจะปล่อยให้คนของเขามาเที่ยวไทย”

    ขณะเดียวกัน ปัจจัย “ค่าเงินบาท” ที่แข็งค่าเกินจริง ทำให้ภาคการท่องเที่ยวไทยเสียความสามารถในการแข่งขัน นักท่องเที่ยวบางตลาด เช่น รัสเซีย จำนวนมากหันไปเที่ยวเวียดนามแทน หวังว่าประเทศคู่แข่งเหล่านี้จะไม่ได้ชิงลูกค้าไปจากไทยแบบถาวร เพราะไทยยังมีศักยภาพดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางซ้ำซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่ามาก

    อภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พร้อมกันนี้ยังได้เสนอ “การบ้าน 5 ข้อ” ที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเพื่อยกระดับภาคการท่องเที่ยวไทย ได้แก่

    1.การกระจายความหลากหลายของตลาด ด้วยการส่งเสริมให้ตลาดท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ (กรุ๊ปทัวร์) ปรับตัวรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมไม่เหมือนเดิม ประกอบกับสถานการณ์ตลาดหลักอย่าง “นักท่องเที่ยวจีน”​ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภาพลักษณ์ความปลอดภัย จำเป็นต้องส่งเสริมความหลากหลายที่มาของตลาด

    2. การสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี ในการใช้จ่ายเพื่อลดต้นทุนในการลงทุนด้านความยั่งยืน ให้สอดรับกับเทรนด์นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่แสวงหาการท่องเที่ยวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    3.การเพิ่มพูนทักษะ ยกระดับมาตรฐานอาชีพคนท่องเที่ยว บูรณาการนำเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ

    4.ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงทุกระบบ เพื่อต่อยอดการท่องเที่ยวเมืองรอง กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

    และ 5.อุดช่องว่างการทำตลาดท่องเที่ยวไทย มุ่งขยายฐานการโปรโมตผ่านอินฟลูเอนเซอร์ชาวต่างชาติ สร้างพลังการดึงดูดนักท่องเที่ยว

    ‘อภิสิทธิ์’ แนะ 5 ข้อเสนอปลุกท่องเที่ยวไทยโตยั่งยืน  ล้างธุรกิจสีเทา-ฟื้นเชื่อมั่นปลอดภัยดึงตลาดจีน

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการแอตต้า กล่าวว่า “แอตต้า” มี 3 ข้อเสนอถึงภาครัฐเพื่อเร่งยกระดับภาคการท่องเที่ยวไทย ได้แก่ 1.สร้างระบบ “National Tourism Intelligence Platform” เปลี่ยนจากการท่องเที่ยวแบบนับหัว เป็นการบริหารด้วยข้อมูล ด้วยการจัดตั้งแพลตฟอร์มระดับชาติที่รวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์จากหลายแหล่ง ทั้งด่านตรวจคนเข้าเมือง สายการบิน บริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ โรงแรม บัตรเครดิต โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม การใช้จ่าย เส้นทางเดินทาง และผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้ไทยสามารถคาดการณ์แนวโน้มการเดินทางล่วงหน้า เช่น ในตลาดจีน อินเดีย และอาเซียน ได้อย่างแม่นยำ

    พร้อมช่วยวางระบบ Carrying Capacity และ Risk Map ของแต่ละจังหวัด และนำข้อมูลนี้ไปใช้วัดผลเชิงคุณภาพแทนปริมาณ เช่น รายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยว หรือสัดส่วนการใช้บริการท้องถิ่น นี่คือการสร้าง “สมองกลางของการท่องเที่ยว” ซึ่งประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นและสเปนใช้เป็นฐานในการบริหารเศรษฐกิจท่องเที่ยวทั้งระบบ

    2.ปฏิรูประบบ “Destination Governance” จากส่วนกลางสั่งการ สู่การบริหารแบบร่วมมือระดับพื้นที่ ให้รัฐบาลออกแบบ “Tourism Management Zone” แต่ละภูมิภาคมี Regional Tourism Board ที่มีอำนาจจริงในการตัดสินใจด้านงบประมาณ แผนงาน และการบริหารทรัพยากร โดยมี 3 ภาคส่วนร่วมกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน

    พร้อมเสนอให้ตั้ง “ซีอีโอการท่องเที่ยว” (Tourism CEO) ของแต่ละภูมิภาคที่มี KPI ชัดเจนด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน พร้อมปรับบทบาทของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จาก “ผู้จัดงาน” เป็น “ผู้กำหนดมาตรฐานและกลไกสนับสนุน” นอกจากนี้เสนอให้ใช้งบประมาณแบบ “Matching Fund” ที่ให้เอกชนและท้องถิ่นร่วมลงทุน เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของในพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนจากการทำแคมเปญท่องเที่ยวไปสู่การสร้างระบบด้านการท่องเที่ยวที่บริหารได้จริง

    และ 3.ลงทุนระยะยาวใน “Tourism Human Capital & Trust Economy” เพราะเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยต้องอาศัยความเชื่อมั่นมากกว่าการโฆษณา เสนอให้จัดตั้ง Thailand Tourism Academy ทำหน้าที่พัฒนาและรับรองมาตรฐานแรงงานท่องเที่ยวทั้งระบบ รวมถึงทักษะด้านดิจิทัลและเอไอ โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยและองค์กรนานาชาติ เช่น WTTC และ UNWTO โดยใช้โมเดล Lifelong Learning Credit ให้แรงงานท่องเที่ยวสะสมหน่วยกิตเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมพัฒนาระบบ Tourism Trust Mark สำหรับผู้ประกอบการและจุดหมายที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ความยั่งยืน และจริยธรรม ส่งเสริม Safe & Trusted Thailand เป็นแบรนด์กลางของประเทศ

    ‘อภิสิทธิ์’ แนะ 5 ข้อเสนอปลุกท่องเที่ยวไทยโตยั่งยืน  ล้างธุรกิจสีเทา-ฟื้นเชื่อมั่นปลอดภัยดึงตลาดจีน

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1205349&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hOYdzHB4-gEaLMQXb8wBj

  • ศึกษาแนวทาง”เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว”สร้างรายได้ให้กับชุมชน | เดลินิวส์

    ศึกษาแนวทาง”เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว”สร้างรายได้ให้กับชุมชน | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5252679/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NTS0T9fOtAa4RTpvkmqag

  • จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว หนองบัวลำภูแฟมิลี่ แรลลี่ การกุศล | เดลินิวส์

    จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว หนองบัวลำภูแฟมิลี่ แรลลี่ การกุศล | เดลินิวส์

    จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว หนองบัวลำภูแฟมิลี่ แรลลี่ การกุศล

    จัดกิจกรรมหนองบัวลำภูแฟมิลี่ แรลลี่ ( Nongbualamphu Family Rally ) สำรวจเส้นทาง ที่พัก อาหาร คอนเสิร์ต ของรางวัล กิจกรรมเสริมต่างๆ งานวันที่ 29 -30 พฤศจิกายน 2568 2 วัน 1 คืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5253790/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rQRMu6eL0MlWyZRmNoERn

  • จ.กำแพงเพชร จัดประชุมแนวทางดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    จ.กำแพงเพชร จัดประชุมแนวทางดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    จ.กำแพงเพชร จัดประชุมแนวทางดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว

    นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมแนวทางการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5254113/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Mhn-ew67r9zflNchU84hc

  • ตร.ทลายรัง ‘’แก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน’ คาพูลวิลล่าหรู ใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รวบ 20 ราย แฝงตัวด้วยวีซ่านักเรียน-ท่องเที่ยว

    ตร.ทลายรัง ‘’แก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน’ คาพูลวิลล่าหรู ใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รวบ 20 ราย แฝงตัวด้วยวีซ่านักเรียน-ท่องเที่ยว

    ตร.ทลายรัง ‘’แก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน’ คาพูลวิลล่าหรู ใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รวบ 20 ราย แฝงตัวด้วยวีซ่านักเรียน-ท่องเที่ยว สารภาพบอสเก่า จ้างเดือนละแสน

    วันนี้ (30 ต.ค.68) เวลา 11.40 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 นำทีม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกเข้าทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนต้องสงสัย ในพื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

    โดยเป็นการจับกุมกลุ่มนายทุนชุดเดิมที่เคยก่อเหตุในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง โดยอาศัยเช่าพูลวิลล่าหรู เปิดฐานปฏิบัติการหลอกคนชาติเดียวกัน กลุ่มนายทุนชาวจีนได้เช่าเหมาพูลวิลล่าใน อ.แม่ริม โดยมีที่พักหลายหลัง โดยมีค่าเช่า เดือนละ 120,000 บาท ต่อเดือน เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงชาวจีนด้วยกันเอง โดยอ้างเรื่องพัสดุตกค้างจากประเทศจีน

    จากการตรวจสอบ พบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ได้รับค่าจ้างสูงถึงคนละ 100,000 บาท ต่อเดือน โดยสามารถจับกุมชาวจีนได้รวม 20 คน แบ่งเป็นชาย 14 คน และหญิง 6 คน และบาดเจ็บขณะหลบหนี เป็นหญิง 1 ราย ได้รับบาดเจ็บขาหัก เนื่องจากพยายามกระโดดหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าตรวจค้น ซึ่งวิลล่าดังกล่าวมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวทางเข้าตลอดเวลา

    จากการสืบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาส่วนใหญ่แฝงตัวเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้ วีซ่านักท่องเที่ยว แบบ 1 เดือนต่อ 1 เดือน และบางส่วนใช้วีซ่าของ นักเรียน เพื่อเข้ามาศึกษาตามมหาวิทยาลัยในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยบางรายอยู่ในไทยมานานนับปี

    พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชุดนี้เป็น กลุ่มนายทุนเก่า ที่เคยถูกจับกุมไปแล้วถึง 2 ครั้ง ทั้งในพื้นที่ อ.หางดง และ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยยังคงใช้พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นฐานหลอกลวงชาวจีน ซึ่งการดำเนินคดีก่อนหน้าใน 2 เคสที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินคดีข้อหาซ่องโจรและฉ้อโกง ก่อนจะถูกผลักดันกลับประเทศจีน ซึ่งทางจีนก็ได้ดำเนินคดีกับนายทุนกลุ่มดังกล่าวแล้ว แต่นายทุนกลุ่มเดิมก็ยังคงส่งชาวจีนชุดใหม่เข้ามาเช่าบ้านหลังใหญ่เพื่อก่อเหตุซ้ำอีก

    โดยการปฏิบัติการในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้สืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมผู้หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/60161&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0o0rQS4cVT8KWdn8Bg5dQh

  • รวมร้านดังร่วม “โครงการเที่ยวดีมีคืน 2568” ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ที่ไหนบ้าง

    รวมร้านดังร่วม “โครงการเที่ยวดีมีคืน 2568” ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ที่ไหนบ้าง

    เริ่มแล้วเช่นเดียวกับโครงการคนละครึ่ง กับมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ที่เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 30,000 บาท จุดเด่นคือใช้งานง่ายและครอบคลุมกว่าที่คิด เพราะนอกจากค่าที่พักแล้ว ร้านอาหารชื่อดังก็เข้าร่วมด้วย! วันนี้ Sanook Travel จึงขอรวบรวมร้านเด็ดที่ร่วมโครงการให้คุณได้ไปอิ่มอร่อย พร้อมขอใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษีได้ในคราวเดียว

    “โครงการเที่ยวดีมีคืน 2568” คืออะไร

    ​”เที่ยวดีมีคืน 2568″ เป็นมาตรการที่เปิดโอกาสให้ บุคคลธรรมดา สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริง รวมสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท (สำหรับการเที่ยวเมืองหลัก) หรือ สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท (สำหรับการเที่ยวเมืองรอง)

    เที่ยวดีมีคืน 2568 เริ่มวันไหน ถึงวันไหน

    ​ระยะเวลาโครงการเที่ยวดีมีคืน เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 15 ธันวาคม 2568

    โครงการเที่ยวดีมีคืน 2568โครงการเที่ยวดีมีคืน 2568

    ร้านอาหารดังที่ร่วมโครงการเที่ยวดีมีคืน 2568

    ร้านอาหารตะวันตก / ฟิวชัน

    • The Pizza Company
    • Sizzler
    • Bizzy Box
    • on the table

    ร้านอาหารญี่ปุ่น / ชาบู / ซูชิ / ปิ้งย่าง

    • Mo-Mo-Paradise
    • Hitori Shabu
    • MK Restaurants
    • MK Gold Restaurants
    • MK Live
    • Yayoi
    • Yayoi Chef Experience and Sushi Bar
    • Hakata Ramen, Miyazaki
    • MAGURO
    • Sushi Hiro
    • Shichi Japanese Restaurant
    • Sushiro Thailand
    • Senju Shabu & Sushi Premium Buffet
    • Tenjo Sushi & Yakiniku Premium Buffet
    • AKA Japanese Restaurant
    • ZEN Japanese Restaurant
    • Sukishi (ซูกิชิ)
    • Suki King (สุกี้คิง)
    • Bonus Suki
    • Neo Suki (นีโอ สุกี้)
    • SSAMTHING TOGETHER (ซัมติง ทูเก็ตเตอร์)

    ร้านอาหารไทย / ซีฟู้ด

    • Laem Charoen Seafood (แหลมเจริญ ซีฟู้ด)
    • สวนผักโอ้กะจู๋
    • ลาวญวน
    • ตำมั่ว
    • เขียง

    ร้านปิ้งย่าง / ชาบูแนวครอบครัว

    • Bar B Q Plaza
    • Great Harbour
    • Hikiniku To Come
    • นารายณ์พิซเซอเรีย X ข้าน้อยขอชาบู

    ร้านขนม / ของหวาน

    • Swensen’s

    ร้านอาหารสไตล์ยุโรป / ไทยฟิวชันระดับพรีเมียม

    • Le Siam
    • Le Petit Na Siam

    s__173654259_0

    รายการค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

    • ค่าอาหาร
    • ค่าเครื่องดื่ม
    • ค่าบริการ (Service Charge)

    เงื่อนไขสำคัญในการใช้สิทธิ

    • ต้องมี ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ หรือ e-Tax Invoice / e-Tax Invoice by Time Stamp
    • ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องอยู่ในระบบของกรมสรรพากร

    นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารอีกหลายแห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ หากไปทานที่ร้านไหน อย่าลืมแจ้งพนักงานเพื่อขอ E-Tax Invoice ทุกครั้ง จะได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อย่างครบถ้วน

    อ่านเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/travel/1453051/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3avQDaTcmJXeI6YcEoeTSh

  • เดือพฤศจิกายน 2568 เที่ยวไหนดี ? รวมที่เที่ยวสุดฟินทั่วไทย รับลมหนาวปลายปี

    เดือพฤศจิกายน 2568 เที่ยวไหนดี ? รวมที่เที่ยวสุดฟินทั่วไทย รับลมหนาวปลายปี

              ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 อากาศกำลังดี ฟ้าใส ลมเย็น เหมาะกับการออกไปเที่ยวพักผ่อนทั้งภูเขา ทะเล ไม่ว่าจะสายชิล สายธรรมชาติ หรือสายกิน ก็มีจุดหมายให้ตามไปเช็กอินกันเพียบ

               เข้าสู่เดือนพฤศจิกายน 2568 เดือนแห่งสายลมเย็นและท้องฟ้าสดใส เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการออกเดินทางท่องเที่ยวหลังผ่านช่วงฝนพรำ อากาศเริ่มเย็นสบาย กำลังดีทั้งเที่ยวภูเขาชมหมอก ดูดอกไม้ผลิบาน หรือเดินเล่นในเมืองเก่าน่ารัก ๆ ช่วงเวลานี้ยังเป็นต้นฤดูแห่งความสุขที่หลายคนรอคอย เพราะไม่ว่าจะเที่ยวเหนือ ใต้ อีสาน หรือภาคกลาง ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศสวยงามและเสน่ห์เฉพาะตัวที่ชวนให้อยากเก็บกระเป๋าออกไปพักใจอีกครั้ง ว่าแต่จะมีที่เที่ยว ไหนน่าสนใจ เรารวมลิสต์ไว้ให้แล้ว 

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568

    1. บ้านจ่าโบ่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

              บ้านจ่าโบ่ หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและม่านหมอกในอำเภอปางมะผ้า มาเที่ยวที่นี่จะมองเห็นวิวทะเลหมอกสุดอลังการ ยามเช้าที่โอบล้อมหมู่บ้าน รวมถึงกิจกรรมการพักผ่อนแบบโฮมสเตย์สัมผัสวิถีชีวิตชาวเขาอย่างใกล้ชิด และหากว่ามาเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูหนาวที่อากาศจะเริ่มเย็นสบาย มีโอกาสได้เจอทะเลหมอกเกือบทุกวัน ทำให้การมาเยือนบ้านจ่าโบ่ในเดือนนี้เป็นการเริ่มต้นทริปสัมผัสความงามของ “เมืองสามหมอก” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการชมหมอกจากหน้าที่พักหรือการเดินขึ้นสู่จุดชมวิว ก็รับรองได้ว่าจะได้ภาพความประทับใจกลับไปชัวร์ ๆ

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 บ้านจ่าโบ่

    • ที่อยู่ : อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

    2. ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

              ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักความหนาวเย็นและดอกไม้เมืองหนาว เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีจุดเด่นอยู่ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา, สวนบอนไซ และไร่ชา 2000 ที่มีทิวทัศน์สวยงามราวกับอยู่ต่างประเทศ ในช่วงเดือนนี้ อากาศจะเริ่มเย็นลงอย่างชัดเจน อุณหภูมิยามเช้าลดต่ำลงจนสัมผัสได้ถึงไอหนาว เป็นโอกาสที่ดีในการชมทะเลหมอกยามเช้าที่จุดชมวิวม่อนสนหรือซุยถัง และที่สำคัญ ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้อาจเริ่มมีดอกนางพญาเสือโคร่งบางส่วนเริ่มผลิบานต้อนรับฤดูหนาว ให้คุณได้สัมผัสความงามที่สดชื่นของธรรมชาติที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 ดอยอ่างขาง

    ภาพจาก : jiraphoto / shutterstock.com

    3. สวนแม่ฟ้าหลวง ดอยตุง จังหวัดเชียงราย

              สวนแม่ฟ้าหลวง คืออัญมณีแห่งขุนเขาที่เปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งให้กลายเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวที่งดงามตระการตาตลอดทั้งปี บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ด้านหน้าพระตำหนักดอยตุง โดดเด่นด้วยการจัดสวนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตะวันตก ผสมผสานกับดอกไม้นานาพรรณที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล สำหรับในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นการต้อนรับลมหนาวแรกอย่างสดชื่นที่สุด เพราะดอกไม้เมืองหนาวกำลังเริ่มบานสะพรั่งเต็มที่หลังจากผ่านช่วงฤดูฝน ทั้งดอกกุหลาบ บีโกเนีย พิทูเนีย และดอกไม้สีสันสดใสอีกมากมาย เรียกได้ว่าเก็บภาพถ่ายกับทิวทัศน์ของสวนดอกไม้ได้เต็มที่ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและหมอกจาง ๆ ยามเช้าได้อย่างเต็มอิ่ม

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 สวนแม่ฟ้าหลวง ดอยตุง

    • ที่อยู่ : อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

    4. ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

              ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่จะเนรมิตพื้นที่กว่า 500 ไร่บนดอยแม่อูคอให้กลายเป็นพรมสีเหลืองทองสุดลูกหูลูกตาด้วยดอกบัวตองที่บานสะพรั่งพร้อมกันอย่างอลังการ โดยช่วงพีคของการท่องเที่ยวจะอยู่ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน เพราะดอกบัวตองจะเริ่มบานเต็มที่ 80-100% ทำให้คุณได้สัมผัสกับภาพทิวทัศน์ภูเขาทั้งลูกถูกย้อมเป็นสีเหลืองอร่ามตัดกับสีเขียวของป่าและฟ้าครามพร้อมกับรับลมหนาวแรกและชมทะเลหมอกยามเช้าที่ปกคลุมหุบเขา ทำให้การเดินทางมาเยือนทุ่งบัวตองในเดือนนี้เป็นการเก็บเกี่ยวความประทับใจที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น ๆ

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ

    5. บ้านสะปัน จังหวัดน่าน

              หมู่บ้านเล็ก ๆ ในหุบเขาของอำเภอบ่อเกลือ ด้วยทัศนียภาพอันงดงามของทุ่งนาเขียวขจี (ในช่วงที่ยังไม่เก็บเกี่ยว) และลำน้ำว้าที่ไหลผ่านหมู่บ้านอย่างสงบเงียบ ล้อมรอบด้วยขุนเขาและอากาศบริสุทธิ์ ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ เดือนพฤศจิกายนแบบนี้ เป็นช่วงเวลาที่สภาพอากาศกำลังดีที่สุด อากาศจะเริ่มเย็นลงอย่างชัดเจน และในช่วงต้นเดือนยังมีโอกาสได้เห็นนาข้าวสีทอง ก่อนการเก็บเกี่ยวในช่วงกลางถึงปลายเดือน ซึ่งจะให้ภาพทิวทัศน์ที่สวยงามแตกต่างจากทุ่งนาเขียวขจี การได้ตื่นเช้ามาจิบกาแฟพร้อมชม ไอหมอกยามเช้า ที่ลอยเหนือทุ่งนา ถือเป็นประสบการณ์ที่มอบความสุข ทำให้การมาเยือนสะปันในเดือนนี้เป็นการเริ่มต้นสัมผัสความงามแห่งขุนเขาและสายหมอกที่แสนสดชื่น

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 บ้านสะปัน

    • ที่อยู่ : อำเภอบ่อเหลือ จังหวัดน่าน

    6. ทุ่งดอกคอสมอส เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

              ทุ่งดอกคอสมอส เขาค้อ มักจะถูกจัดเตรียมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว และช่วงเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเริ่มต้นชมทุ่งดอกไม้แห่งนี้ เพราะอากาศจะเริ่มเย็นสบายโดยทุ่งดอกคอสมอสจะกระจายตามแหล่งที่เที่ยวและรีสอร์ตต่าง ๆ อย่างที่ไร่บีเอ็น (B.N. Farm) ที่จะเนรมิตเนินเขาสลับซับซ้อนให้กลายเป็นฉากหลังของทุ่งดอกไม้หลากสีสันสุดโรแมนติก ให้ได้ถ่ายภาพสวย ๆ ท่ามกลางลมหนาวที่พัดโชยมาเป็นระยะ ทำให้ทริปเขาค้อในเดือนนี้เป็นการเริ่มต้นสัมผัสความงามของฤดูหนาวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 ทุ่งดอกคอสมอส เขาค้อ

    • ที่อยู่ : อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

    7. อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

              ผืนป่าตะวันตกที่อุดมสมบูรณ์ เชื่อมต่อระหว่างภาคกลางและภาคเหนือ โดดเด่นด้วยยอดเขาที่สลับซับซ้อนและอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีจุดหมายปลายทางยอดนิยมคือ ช่องเย็น ซึ่งเป็นช่องเขารับลมที่มีอากาศหนาวเย็นสมชื่อ และเป็นที่ตั้งของลานกางเต็นท์สุดฮิตที่วิวสวยงามตระการตา พร้อมจุดชมวิวห้ามพลาดอย่าง “กิ่วกระทิง” และ “โมโกจูน้อย” ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของขุนเขาได้อย่างกว้างไกล บอกเลยว่าเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะที่สุดในการหลีกหนีความวุ่นวาย ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น การมาพักค้างคืนที่ช่องเย็นในช่วงนี้จึงเป็นการสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็นและความงามของธรรมชาติในยามเช้าได้อย่างเต็มที่ก่อนเข้าสู่ช่วงพีคของฤดูหนาว

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

    8. เกาะพยาม จังหวัดระนอง

               เกาะพยาม เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามันที่ยังคงความบริสุทธิ์และเสน่ห์ของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายไว้ได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยหาดทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใส บรรยากาศเงียบสงบ มีจุดไฮไลต์คือ อ่าวเขาควาย และการได้ชมนกเงือก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นการต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึงอย่างเป็นทางการ เป็นช่วงที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มพัดผ่านไปแล้ว ทำให้ท้องฟ้าเปิด อากาศเย็นสบาย และท้องทะเลเริ่มกลับมาสวยงามอีกครั้ง ทำให้เพลิดเพลินกับการพักผ่อน เล่นน้ำทะเลใส ๆ และชมพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างไร้กังวล ถือเป็นการเริ่มต้นทริปเที่ยวทะเลใต้ที่งดงามและเงียบสงบอย่างแท้จริง

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 เกาะพยาม

    9. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่

              อัญมณีแห่งทะเลอันดามันที่รวมหมู่เกาะน้อยใหญ่ที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติไว้อย่างสมบูรณ์ เดือนพฤศจิกายน ถือเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ เพราะเป็นการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวของอุทยานฯ หลังจากปิดพักฟื้นธรรมชาติในช่วงมรสุม สภาพอากาศจะเริ่มดีขึ้น ท้องฟ้าแจ่มใส คลื่นลมสงบ และน้ำทะเลจะกลับมาใสเป็นสีมรกต เหมาะแก่การทำกิจกรรมดำน้ำ ชมปะการัง และเดินทางท่องเที่ยวระหว่างเกาะได้อย่างปลอดภัยและเต็มอิ่ม สามารถสัมผัสความงามของชายหาดขาวละเอียดและป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบในช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลที่ดีที่สุด

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 หมู่เกาะลันตา

    10. อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย

              อำเภอเล็ก ๆ ริมแม่น้ำโขงที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม ด้วยภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนทอดตัวยาวเลียบแม่น้ำ ทำให้ที่นี่เป็นจุดชมวิวหลักล้านที่มองเห็นความงามของแม่น้ำโขงและฝั่งประเทศลาวได้อย่างชัดเจน โดยมีไฮไลต์คือ “ภูห้วยอีสัน” และ “ภูหนอง” ที่ขึ้นชื่อเสียงเรื่องการชมทะเลหมอกยามเช้า และช่วงเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูหนาวที่อากาศจะเย็นสบาย และมีโอกาสได้เจอทะเลหมอกหนาแน่นและสวยงามเกือบทุกวัน การมาชมพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกับภาพหมอกขาวฟูฟ่องปกคลุมผืนน้ำโขงอันกว้างใหญ่ จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สงบ สดชื่น และน่าประทับใจไม่รู้ลืม ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการมาสัมผัสความงามของ “ภูอีสาน” แห่งนี้

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 อำเภอสังคม หนองคาย

    ภาพจาก : Thanachet Maviang / shutterstock.com

    11. น้ำตกโตนงาช้าง จังหวัดสงขลา

              น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง จุดเด่นคือน้ำตกมีถึง 7 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อเรียกต่างกันไป โดยชั้นที่ 3 คือชั้นที่สวยงามที่สุดเพราะสายน้ำไหลแยกออกเป็นสองสายคล้ายงาช้าง จึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตกแห่งนี้ บรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นช่วงที่น่าสนใจในการมาเยือน เพราะภาคใต้ตอนล่างกำลังเข้าสู่ช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ปริมาณน้ำในน้ำตกมีมากเป็นพิเศษและไหลแรงสวยงามตระการตามากกว่าช่วงอื่น ๆ ของปี แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในการเดินป่าและลงเล่นน้ำเป็นพิเศษ เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจทำให้ทางเดินลื่นและระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 น้ำตกโดตนงาช้าง

    • ที่อยู่ : ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

    12. เกาะคอเขา จังหวัดพังงา

              เกาะขนาดใหญ่ที่ยังคงความเงียบสงบและเป็นธรรมชาติ โดดเด่นด้วยหาดทรายขาวทอดยาวหลายกิโลเมตรเลียบทะเลอันดามัน และบรรยากาศของวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านที่เรียบง่าย ช่วงเดือนพฤศจิกายนแบบนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการมาเยือน เพราะเป็นการเริ่มต้นของฤดูท่องเที่ยวของทะเลอันดามัน คลื่นลมทะเลจะเริ่มสงบลงอย่างชัดเจน ท้องฟ้าเปิดแจ่มใส และน้ำทะเลกลับมาใสสะอาด เหมาะแก่การพักผ่อนริมหาด การปั่นจักรยานสำรวจเกาะ หรือการนั่งเรือออกไปดำน้ำตื้นชมความงามของเกาะใกล้เคียง ทำให้การมาเยือนเกาะคอเขาในเดือนนี้เป็นการเริ่มต้นสัมผัสความงามของท้องทะเลใต้ที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง

    ที่เที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2568 เกาะคอเขา

    • ที่อยู่ : ตำบลเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

              เดือนพฤศจิกายน 2568 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติสวยที่สุดของปี อากาศเย็นกำลังดี เหมาะกับการออกไปค้นหาที่ใหม่ ๆ เติมพลังใจให้ตัวเอง ไม่ว่าจะอยากหนีเมืองไปหาหมอก หรือพักชิลกลางธรรมชาติ แค่เริ่มออกเดินทาง…ความสุขก็เริ่มขึ้นแล้ว ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    แนะนำ ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวภูเขา 2568 อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view296136.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17Kmlg5Qtww83EvK4kAoLV

  • “อภิสิทธิ์” ชี้เศรษฐกิจไทยโตช้า เหตุเครื่องยนต์ท่องเที่ยวยังไม่ฟื้น แนะรัฐเร่งแก้ปัญหาความปลอดภัย ฟื้นเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวจีน

    “อภิสิทธิ์” ชี้เศรษฐกิจไทยโตช้า เหตุเครื่องยนต์ท่องเที่ยวยังไม่ฟื้น แนะรัฐเร่งแก้ปัญหาความปลอดภัย ฟื้นเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวจีน


    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ระบุเศรษฐกิจไทยเติบโตเพียง 2% ต่อปี ต่ำสุดในภูมิภาค เหตุเครื่องยนต์ท่องเที่ยวยังไม่กลับมาทำงานเต็มกำลัง

    นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังเติบโตในอัตราที่ช้า เนื่องจาก “เครื่องยนต์ท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ ยังไม่กลับมาทำงานเต็มกำลัง โดยเศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยเพียง 2% ต่อปี ต่ำที่สุดในภูมิภาค ทั้งที่ในอดีตสามารถเติบโตได้ถึง 7–8% ต่อปี

    นายอภิสิทธิ์ระบุว่า ภาคการท่องเที่ยวพิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องจักรหลักของเศรษฐกิจไทย เห็นได้ชัดจากช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่เมื่อการท่องเที่ยวสะดุด เศรษฐกิจทั้งระบบก็ได้รับผลกระทบทันที แม้หลายฝ่ายคาดว่าไทยจะฟื้นตัวได้รวดเร็วหลังโควิด แต่ปัจจุบันตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนวิกฤติที่เคยมีราว 40 ล้านคนต่อปี โดยปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังต่ำกว่าเป้า และมีแนวโน้มลดลงจากปีก่อน

    อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัญหาหลักที่กระทบต่อการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวคือ การหายไปของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งก่อนโควิดเคยมีมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี แต่ปัจจุบันยังไม่ฟื้นกลับมา ขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างญี่ปุ่น เวียดนาม และมาเลเซีย กลับได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มเดียวกัน โดยไม่ได้เกิดจากนโยบายของรัฐบาลจีน แต่เพราะ นักท่องเที่ยวจีนไม่รู้สึกปลอดภัยในการมาเที่ยวประเทศไทย หลังจากมีคลิปและข่าวในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการลักพาตัว การค้าอวัยวะ และการเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทาในไทย

    “ตราบใดที่รัฐบาลไทยยังไม่จัดการอย่างจริงจังกับปัญหาความปลอดภัยและกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย จีนก็ยังไม่มั่นใจที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ระบบราชการและเจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาด เพื่อฟื้นภาพลักษณ์ประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมา”
    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

    นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ค่าเงินบาทที่แข็งเกินจริง ทำให้ไทยเสียความสามารถในการแข่งขันด้านราคา นักท่องเที่ยวจากจีนและรัสเซียจำนวนมากจึงหันไปเที่ยวเวียดนามและมาเลเซียแทน

    สำหรับแนวทางแก้ไขระยะยาว เขาเสนอ 5 ด้านสำคัญ เพื่อให้ไทยกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลกอีกครั้ง ได้แก่

    1. การกระจายตลาดนักท่องเที่ยวให้หลากหลายขึ้น

    2. การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    3. การพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

    4. การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและบริการ

    5. การทำตลาดผ่านอินฟลูเอ็นเซอร์และสื่อดิจิทัล

    นายอภิสิทธิ์ทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลสามารถสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์ประเทศได้อีกครั้ง พร้อมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ไทยจะสามารถฟื้นกลับมาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักของโลกได้ไม่ยาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/37027&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZG7QNkLqE2UXgFifFgGJd

  • สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เสนอพิมพ์เขียว 3 ระบบพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทย

    สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เสนอพิมพ์เขียว 3 ระบบพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทย

    “อภิสิทธิ์” ชี้ 5 จุดอ่อนท่องเที่ยวต้องเร่งแก้ไขและปรับตัว ด้านสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเสนอพิมพ์เขียว 3 ระบบพลิกโฉมสู่ Data-Driven Tourism ถึงเวลาขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

    วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การท่องเที่ยวกับอนาคตประเทศไทย” ต่อสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) โดยได้ชี้ถึง 5 จุดอ่อนสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข พร้อมรับฟังข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคเอกชนเพื่อเปลี่ยนประเทศไทยจากประเทศท่องเที่ยวที่สวย เป็นประเทศท่องเที่ยวที่ฉลาดและยั่งยืนในทศวรรษหน้า

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้การท่องเที่ยวจะเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจ แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญที่จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง โดยความท้าทายหลักที่ต้องเร่งแก้ไขมี 5 ประการ

    1. การปรับตัวตามกระแสโลกและพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เมื่อทิศทางการท่องเที่ยวโลกได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่พึ่งพานักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะใหญ่ ปัจจุบันแนวโน้มได้ปรับเข้าสู่กลุ่มขนาดเล็กและอิสระมากขึ้น รัฐบาลและผู้ประกอบการจำเป็นต้องร่วมกันกำหนดมาตรการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ

    2. กระแสโลกได้ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและความยั่งยืน จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ขาดไม่ได้ รัฐบาลจึงควรหาแนวทางช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กให้สามารถพัฒนาขีดความสามารถในการดำเนินงานตามมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนให้ดียิ่งขึ้น

    3. ภายหลังวิกฤตโควิด-19 ภาคแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังคงได้รับผลกระทบ ดังนั้นการเร่งเพิ่มพูนทักษะ (Upskill) ให้แก่แรงงาน โดยเฉพาะการทำความเข้าใจและสร้างทักษะที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI ที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นภารกิจสำคัญ ซึ่งการยกระดับคุณภาพแรงงานนอกจากจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแล้ว ยังช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการเรื่องการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ได้อีกทาง

    4. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเมืองรอง จะเป็นการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ การพัฒนาเมืองรองให้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะที่เมืองรองหลายแห่งยังคงมีโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่ทรุดโทรม การเข้าถึงไม่สะดวก รัฐบาลจึงต้องเร่งปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยวและระบบคมนาคมขนส่ง พร้อมวางแผนเชื่อมโยงการเดินทางในรูปแบบต่าง ๆ ให้เข้าถึงได้อย่างสะดวกมากขึ้น

    5. การทำการตลาดของหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. ยังไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเต็มที่และทันต่อยุคสมัย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรับปรุงแนวทางการสื่อสาร ผ่านการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่น ๆ ให้มีประสิทธิภาพและเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    เสนอยุทธศาสตร์ปฏิรูปท่องเที่ยว

    ขณะเดียวกัน สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ได้เสนอแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว 3 เรื่องหลัก เพื่อให้พรรคการเมืองนำไปพิจารณาเป็นนโยบายปฏิรูปภาคท่องเที่ยว โดยชี้ถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพา “Tourism Campaign” ชั่วคราว สู่การสร้าง “Tourism System” ที่มีการบริหารจัดการด้วยข้อมูลอย่างแท้จริง

    ถึงเวลาขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

    ATTA ชี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่การท่องเที่ยวไทยต้องก้าวข้ามการวัดผลแบบ “นับหัว” (Quantity) ไปสู่การบริหารจัดการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Tourism Policy) โดยเสนอให้รัฐบาลจัดตั้ง National Tourism Intelligence Platform ขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็น “สมองกลางของการท่องเที่ยว” แพลตฟอร์มนี้จะมีภารกิจหลักในการรวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์จากแหล่งข้อมูลสำคัญหลากหลายมิติ อาทิ ข้อมูลจากด่านตรวจคนเข้าเมือง สายการบิน OTA ข้อมูลบัตรเครดิต และโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรม รูปแบบการใช้จ่าย เส้นทางเดินทาง และผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถคาดการณ์แนวโน้มการเดินทางล่วงหน้าของตลาดเป้าหมายหลัก (เช่น จีน, อินเดีย, อาเซียน) ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถนำไปใช้วางระบบ “Carrying Capacity” และ “Risk Map” ของแต่ละจังหวัด เพื่อป้องกันปัญหาการท่องเที่ยวล้นเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

    แนะจัดโซนบริหาร

    ATTA ยังได้เสนอให้รัฐบาลออกแบบ “Tourism Management Zone” โดยให้แต่ละภูมิภาคมี “Regional Tourism Board” ที่มีอำนาจในการตัดสินใจด้านงบประมาณ แผนงาน และการบริหารทรัพยากรในพื้นที่อย่างแท้จริง ซึ่งคณะกรรมการจะต้องประกอบด้วยการมีส่วนร่วมของ 3 ภาคส่วนหลัก คือ รัฐ–เอกชน–ชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนจากการสั่งการจากส่วนกลางไปสู่การบริหารแบบร่วมมือระดับพื้นที่

     มี “Tourism CEO” แต่ละภูมิภาค

    ในโครงสร้างใหม่นี้ ATTA เสนอให้มีการกำหนดและแต่งตั้ง “Tourism CEO” ในแต่ละภูมิภาค ซึ่งต้องมีตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่ชัดเจนด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังต้องปรับบทบาทของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. จากการเป็น “ผู้จัดงาน” มาเป็น “ผู้กำหนดมาตรฐานและกลไกสนับสนุน” การบริหารจัดการในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง นอกจากนี้ รัฐบาลควรใช้ระบบงบประมาณแบบ “Matching Fund” เพื่อกระตุ้นให้เอกชนและท้องถิ่นเข้ามาร่วมลงทุน และสร้างความเป็นเจ้าของในพื้นที่นั้น ๆ อย่างยั่งยืน

    เสนอตั้งสถาบันพัฒนาแรงงาน

    สำหรับข้อเสนอสุดท้ายมุ่งเน้นที่การลงทุนในทุนมนุษย์และการสร้างระบบความเชื่อมั่นในระยะยาว โดยย้ำว่า เศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไปต้องอาศัย ความเชื่อมั่น ของนักท่องเที่ยวมากกว่าการโฆษณาเพียงอย่างเดียว จึงเสนอให้จัดตั้งสถาบันเพื่อทำหน้าที่พัฒนาและ รับรองมาตรฐานแรงงานท่องเที่ยว ทั้งระบบ โดยเน้นการเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลและ AI (Digital & AI Skill) ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและองค์กรนานาชาติ เช่น WTTC และ UNWTO การลงทุนดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการใช้โมเดล “Lifelong Learning Credit” เพื่อให้แรงงานสามารถสะสมหน่วยกิตและพัฒนาทักษะตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต พร้อมทั้งพัฒนาระบบ “Tourism Trust Mark” สำหรับผู้ประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านความปลอดภัย ความยั่งยืน และจริยธรรม เพื่อใช้ในการส่งเสริมแบรนด์ “Safe & Trusted Thailand” ให้เป็นแบรนด์กลางและภาพลักษณ์หลักของประเทศอย่างเป็นระบบ

    ATTA สรุปทิ้งท้ายด้วยว่า หากรัฐบาลมีความกล้าหาญในการสร้างระบบทั้งสามนี้พร้อมกัน ประเทศไทยจะสามารถก้าวจาก “ประเทศท่องเที่ยวที่สวย” ไปเป็น “ประเทศท่องเที่ยวที่ฉลาดและยั่งยืน” ได้อย่างแท้จริงในทศวรรษหน้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2892218&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jJGOtJvBkV1A5R0GLTP5s

  • “ตะวันฉาย-ฟิล์ม” วิวาห์ชื่นมื่น! เติมเต็มครอบครัว เปิดตัว “น้องคีริน” สมาชิกใหม่สุดคิวท์! – ทีวี พูล

    “ตะวันฉาย-ฟิล์ม” วิวาห์ชื่นมื่น! เติมเต็มครอบครัว เปิดตัว “น้องคีริน” สมาชิกใหม่สุดคิวท์! – ทีวี พูล

    ช็อกทั้งวงการ! “ตะวันฉาย” ยอดมวยหล่อ โพสต์ภาพครอบครัวอบอุ่น เปิดตัว “น้องคีริน” ทายาทคนแรก วัยกำลังน่ารักน่าชัง! ข่าวที่น่าสนใจ. ADVERTISEMENT …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tvpoolonline.com/content/2454458&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Bz6gwpFDdK0D7OadKbvoV