Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ภาคอสังหาฯ รวมพลังดันเศรษฐกิจปลายปีจัดมหกรรมบ้าน-คอนโดครั้งที่ 48 ตั้งเป้าขายกว่า 1 หมื่นลบ. : อินโฟเควสท์

    ภาคอสังหาฯ รวมพลังดันเศรษฐกิจปลายปีจัดมหกรรมบ้าน-คอนโดครั้งที่ 48 ตั้งเป้าขายกว่า 1 หมื่นลบ. : อินโฟเควสท์

    นายองคฤทธิ์ พรหมโยธี ประธานการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 30 ต.ค.-2 พ.ย. 68 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังอยู่ในบรรยากาศแห่งความอาลัย ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงให้กับสังคมไทย การจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดจึงจะดำเนินไปด้วยความสำรวม แต่ไม่หยุดนิ่งในการเป็นเวทีสร้างโอกาสให้ประชาชนได้เลือกที่อยู่อาศัยรวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนมุ่งมั่นผลักดันมาตรการเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของคนไทย

    “ปีนี้ถือเป็นปีแห่งความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ การปรับตัวของเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคทำให้การตัดสินใจซื้อบ้านต้องอาศัยความมั่นใจและข้อมูลที่ชัดเจน เราจึงออกแบบกลยุทธ์ Fast Track ทางด่วนของคนอยากมีบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโครงการและสินเชื่อได้รวดเร็วที่สุด ลดภาระขั้นตอนที่ไม่จำเป็น พร้อมรับข้อเสนอพิเศษจากผู้พัฒนาโครงการและธนาคารชั้นนำในงานนี้” นายองคฤทธิ์ กล่าว

    ภายในงานมีการนำเสนอครบทุกประเภทอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน พร้อมข้อเสนอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเฉพาะในงาน จากสถาบันการเงินชั้นนำ อาทิ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารออมสิน และบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำ ซึ่งพร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดแก่ผู้สนใจซื้อบ้านในช่วงปลายปี

    ขณะเดียวกัน การจัดงานในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงแนวโน้มฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านแนวราบและโครงการระดับลักซ์ชัวรี-ระดับกลาง ยังคงมีความต้องการสูง สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

    “เรามองเห็นสัญญาณเชิงบวกของตลาดก่อนหน้านี้ ทั้งจากการลดอัตราดอกเบี้ย และมาตรการสนับสนุนของภาครัฐเอง รวมถึงการยื่นข้อเสนอและมาตรการใหม่ที่หวังใจว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และเสริมพลังให้ภาคอสังหาริมทรัพย์เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง พร้อมตั้งเป้ายอดขายในงานครั้งนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาท” นายองคฤทธิ์ กล่าว

    การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงสินค้าด้านที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็น “สนามนโยบาย” ที่ภาคอสังหาฯ จะจับตาทิศทางการทำงานของรัฐบาลใหม่ว่าจะขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจใดเป็นแรงส่งสำคัญในปี 69 โดยปีนี้เป็นความท้าทายคือการส่งไม้ต่อจากครั้งความสำเร็จที่ผ่านมา จากการสร้างยอดขายสูงสุดในประวัติการณ์กว่า 2 หมื่นล้านบาทมาแล้ว ดังนั้น การจัดงานในครั้งนี้ จึงได้วางกลยุทธ์และเป้าหมายภายใต้แนวคิด ‘New Marketplaces, Serve Supply on Every Demand’ และกลยุทธ์ ‘Fast Track ทางด่วนของคนอยากมีบ้าน’ ที่ออกแบบขั้นตอนซื้อบ้านหรือคอนโดให้สะดวก ง่าย รวดเร็ว และตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค”

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/541678&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_wMs0mqj0d9fNWbHJrJ9L

  • เศรษฐกิจฝรั่งเศสโตเกินคาดใน Q3/68 ปัดเป่าความกังวล แม้การเมืองยังปั่นป่วน : อินโฟเควสท์

    เศรษฐกิจฝรั่งเศสโตเกินคาดใน Q3/68 ปัดเป่าความกังวล แม้การเมืองยังปั่นป่วน : อินโฟเควสท์

    เศรษฐกิจฝรั่งเศสกลับมาขยายตัวอย่างเหนือความคาดหมายในไตรมาสที่ 3/2568 ด้วยอัตราการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2566 ช่วยสยบความหวั่นวิตกว่าสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศที่ปั่นป่วนจะฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (Insee) เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นในวันนี้ (30 ต.ค.) ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของฝรั่งเศส ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของยูโรโซน ขยายตัว 0.5% ในช่วงเดือนก.ค.ถึงก.ย. เร่งตัวขึ้นจาก 0.3% ในไตรมาสก่อนหน้า และยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 0.2%

    รายงานระบุว่า ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากการค้าต่างประเทศและอุปสงค์ภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยตัวเลขการส่งออกทะยานขึ้นถึง 2.2% ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากอุตสาหกรรมการบิน ขณะที่การนำเข้าลดลง 0.4% ส่งผลให้ภาคการค้าต่างประเทศมีส่วนช่วยหนุน GDP มากถึง 0.9 จุดเปอร์เซ็นต์

    ขณะเดียวกัน การลงทุนภาคธุรกิจก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 0.9% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี ช่วยชดเชยการบริโภคภาคครัวเรือนที่ขยายตัวอย่างซบเซาเพียง 0.1% แม้ว่าโดยปกติแล้วการบริโภคจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศก็ตาม

    ตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งนี้เกิดขึ้นสวนทางกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เปราะบางอย่างยิ่ง โดยนายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในการรักษาเสถียรภาพงบประมาณและหลีกเลี่ยงชะตากรรมซ้ำรอยนายกฯ สองคนก่อนหน้าที่ถูกสภาแห่งชาติลงมติไม่ไว้วางใจ

    สถานการณ์การคลังและการเมืองที่ย่ำแย่ลงได้ส่งผลให้ฝรั่งเศสถูกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือปรับลดอันดับเครดิตหลายครั้ง ท่ามกลางคำเตือนจากผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศสที่ระบุว่า ประเทศกำลังเผชิญ “การถูกบีบรัดอย่างช้า ๆ” จากการไม่สามารถจัดการกับภาระหนี้ที่พอกพูนขึ้นได้

    ความเสี่ยงทางการเมืองเหล่านี้ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของทั้งภาคธุรกิจ ครัวเรือน และนักลงทุน สะท้อนจากกิจกรรมภาคเอกชนที่หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ในเดือนต.ค. และต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในยุโรป

    ในภาพรวมของยูโรโซน นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิก 20 ชาติจะขยายตัว 0.1% ในไตรมาสที่ 3/68 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภูมิภาคสามารถรับมือกับความวุ่นวายด้านกำแพงภาษีการค้าได้ค่อนข้างดี ในขณะเดียวกัน คาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ในการประชุมช่วงค่ำวันนี้

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/541547&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-UAbghY5Vg0i2pXGlSdHA

  • “ม.หอการค้าไทย” คาด “คนละครึ่งพลัส” ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 1.5 พันล้าน

    “ม.หอการค้าไทย” คาด “คนละครึ่งพลัส” ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 1.5 พันล้าน

    วันนี้( 30 ต.ค.68) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย กล่าวว่า จากการสำรวจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคนละครึ่งพลัส ของรัฐบาลซึ่งมีการเริ่มใช้ไปเมื่อวันที่ 29 ต.ค.2568 ที่ผ่านมา โดยการสำรวจจากผู้เข้าร่วมโครงการ 20 ล้านคนจะใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และประเมินว่าการใช้จ่ายต่อวันในมาตรการดังกล่าวจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000-1,500 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศ

    นายวาทิตร รักษ์ธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย กล่าวผลสำรวจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคนละครึ่งพลัส 2568 ว่า โดยส่วนใหญ่ 86.8% เคยเข้าร่วมคนละครึ่งครั้งก่อน และ 64.6% ได้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการในกลุ่ม 2,000 บาท และ 75.1% คาดว่านำเงินไปใช้แบบเต็มจำนวน โดย 54.2% ใช้ภายในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และจากการสำรวจยังพบว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคนละครึ่งพลัส คนส่วนใหญ่ยังมองว่ากระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตได้ แต่ไม่ได้มากนัก และหากโครงการคนละครึ่งพลัส รอบสอง 83.9% เข้าร่วมแน่นอน 12.3% ไม่เข้าร่วม 3.8% ไม่แน่ใจ

    อ่านข่าว : “คนละครึ่งพลัส” เงินสะพัดวันแรก 1,500 ล้าน คลังแย้มคนตกหล่นรอเฟส 2

    มท.หนุน “คนละครึ่ง พลัส” กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ชวนร้านค้า-OTOP ลงทะเบียน 

    ม.หอการค้าไทย คาดเงินสะพัด 9,677 ลบ. ลอยกระทงปี 68 ช่วงไว้อาลัย 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358085&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HRUQnaSKj5fc653CLIy56

  • ธนาคารแห่งประเทศไทยหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจและการกำกับดูแลสถาบันการเงินไทย

    ธนาคารแห่งประเทศไทยหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจและการกำกับดูแลสถาบันการเงินไทย

    (29 ตุลาคม 2568) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ และผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย ได้หารือร่วมกับ นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมธนาคารไทย และผู้บริหารระดับสูงของธนาคารสมาชิก เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังมุมมองทางด้านเศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายด้านการกำกับดูแลสถาบันการเงิน รวมถึงการประสานความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกเพื่อผลักดันมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน การสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินของธุรกิจ SMEs และประชาชนรายย่อย การยกระดับการกำกับดูแลเพื่อป้องกันการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายผ่านช่องทางต่าง ๆ ของกลุ่มทุนเทา ตลอดจนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว รวมถึงย้ำความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่าง ธปท. สมาคมธนาคารไทย รวมทั้งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตเข้มแข็งและยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bot.or.th/th/news-and-media/activities/activities-20251030.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw300r1qI7obgDBws0q2qstb

  • ธนเพชร ฉันทะ นักเทนนิสไทย ลอยลำก่อนรองฯ เทนนิส แคล-คอมพ์ 2025

    ธนเพชร ฉันทะ นักเทนนิสไทย ลอยลำก่อนรองฯ เทนนิส แคล-คอมพ์ 2025

    “โอเว่น” ธนเพชร ฉันทะ มือ 904 โลก โชว์ฟอร์มเหนือชั้น ชนะ 6-3 ทั้งสองเซต ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายชายเดี่ยว แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025

    การแข่งขัน เทนนิสนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ รายการ แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ที่ อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 2568 เป็นรอบเมนดรอว์วันที่สาม

    โอเว่น ธนเพชร ฉันทะ นักเทนนิสไทย มือ 904 ของโลก และมือวางอันดับ 8 ของรายการ ลงแข่งขันประเภทชายเดี่ยว รอบสอง พบ หลุยส์ ลารู จากฝรั่งเศส มือ 1123 ของโลก ซึ่งสัปดาห์ก่อนทำผลงานถึงรอบตัดเชือก แต่สัปดาห์นี้พลาดท่าแพ้ให้กับธนเพชรไป 6-3 ทั้งสองเซต

    ชัยชนะทำให้ ธนเพชร ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ 8 คนสุดท้าย โดยรอพบผู้ชนะระหว่าง ศศิกุมาร์ มุกุนด์ นักเทนนิสอินเดีย มือ 452 ของโลก และมือวางอันดับ 1 กับ เอเลียส ยูเลียน แวร์เนอร์ จากเยอรมนี มือ 1679 ของโลก ซึ่งได้สิทธิ์เข้าร่วมเมนดรอว์ในฐานะลัคกี้ลูสเซอร์

    อีกคู่รอบสอง ฐานทัพ สุขสำราญ มือ 998 ของโลก พบกับ มาร์คุส มาลาซแชค-วูยือ ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน มือ 1067 ของโลก ผลปรากฏว่า มาร์คุส เอาชนะ 2-0 เซต 6-2, 6-4 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ รอพบผู้ชนะระหว่าง มูฮัมหมัด ริฟกี ฟิเตรียดี้ มือวาง 7 จากอินโดนีเซีย กับ ไทเลอร์ สติซ จากสหรัฐอเมริกา

    ผลการแข่งขันรอบสองคู่อื่น ๆ ได้แก่

    ยุทธนา เจริญผล แพ้ อาเธอร์ เวเบอร์ (ฝรั่งเศส) 2-6, 0-6

    กฤติน โกยกุล แพ้ ลีโอ วิฑูรย์เธียร (ญี่ปุ่น) 1-6, 1-6

    อิกอร์ มาร์คอนเดส (บราซิล มือวาง 3) ชนะ จูเลียน เดอ คุยแปร์ (ฝรั่งเศส) 6-1, 3-0 Ret.

    ชินจิ ฮาซาวะ (ญี่ปุ่น มือวาง 6) ชนะ บิล ชาน (สิงคโปร์) 7-5, 6-4

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/93270/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D2pcujEXavFwlIuhRb6LO

  • W

    W

    Weixin Pay ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ (NITMX) ผู้ให้บริการระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ระดับประเทศของไทย หรือ “พร้อมเพย์” (PromptPay) การร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสะดวก ความราบรื่น และความปลอดภัยในการชำระเงินสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนเมื่อใช้จ่ายในร้านค้าหลายล้านแห่งทั่วประเทศไทยที่เชื่อมต่อกับธนาคารหลักที่ร่วมรายการ อีกทั้งยังเปิดโอกาสใหม่ให้ธุรกิจไทยสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนขนาดใหญ่ได้มากยิ่งขึ้น

    Weixin Pay จับมือ พร้อมเพย์ (PromptPay) เพิ่มความสะดวกในการชำระเงินข้ามพรมแดนสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน

    พร้อมเพย์เป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินเรียลไทม์ระดับชาติที่เปิดตัวโดยธนาคารแห่งประเทศไทยและบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ (NITMX) ครอบคลุมธนาคารและร้านค้ารายใหญ่ทั่วประเทศ และเป็นหนึ่งในวิธีการชำระเงินผ่านมือถือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยการผสานระหว่างวีแชทเพย์(WeChat Pay)หรือ เว่ยซินเพย์(Weixin Pay) ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกเรียกอย่างแพร่หลายในประเทศจีน และพร้อมเพย์ของประเทศไทย โดยการสนับสนุนของธนาคารกรุงเทพ จะทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดพร้อมเพย์ของร้านค้าในไทยเพื่อชำระเงินเป็นสกุลเงินหยวน (RMB) ผ่านแอป Weixin/WeChat ที่คุ้นเคย โดยไม่จำเป็นต้องแลกเงินหรือเปิดบัญชีธนาคารในไทย ร้านค้าจะได้รับเป็นเงินบาทโดยอัตโนมัติ ซึ่งนี่จะช่วยให้ครอบคลุมหลากหลายกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว หรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ

    Weixin Pay ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นเวลานานและได้รับการยอมรับจากร้านค้าในไทยจำนวนมาก ปัจจุบัน Weixin Pay สามารถใช้งานได้ในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ร้าน McDonald’s รวมถึงร้านอาหารไทยและตลาดทุเรียนท้องถิ่นอีกมากมาย นอกจากนี้ ร้านค้าส่วนใหญ่ภายในสามท่าอากาศยานหลักของประเทศไทย ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ยังรองรับการชำระเงินผ่าน Weixin Pay ด้วย ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนในการเดินทางและช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

    ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ Weixin Pay ในการขยายระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน เสริมความแข็งแกร่งในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการสร้างระบบนิเวศการชำระเงินระดับโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากยิ่งขึ้น ในอนาคต Weixin Pay จะยังคงขยายเครือข่ายการชำระเงินข้ามพรมแดนให้ครอบคลุมประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อสร้างคุณค่าและความสะดวกสบายที่มากขึ้นให้แก่ผู้ใช้และร้านค้าทั่วโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iezeazt3i3cncynrs1em7r1rbfva2bcf&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05EKHEQGSZdZSVsu9d0bKQ

  • เปิดตัว “OPPO Find X9” – “OPPO Find X9 Pro” มือถือเรือธงล่าสุด OPPO

    เปิดตัว “OPPO Find X9” – “OPPO Find X9 Pro” มือถือเรือธงล่าสุด OPPO

    OPPO เปิดตัวมือถือเรือธงรุ่นล่าสุด “OPPO Find X9” – “OPPO Find X9 Pro” มาพร้อมแนวคิด “ซูมดีทุกคอนเสิร์ต” ให้กล้องเทเล 200 ล้านพิกเซล เริ่มต้น 29,999.-

    หลังจากที่ “OPPO” สมาร์ตโฟนแบรนด์ดัง เปิดตัวมือถือตัวท็อปรุ่นเล็กอย่าง OPPO A6 Pro 5G เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ล่าสุด 29 ต.ค. 68 OPPO ได้เปิดตัวมือถือระดับเรือธงรุ่นใหม่ กับ “OPPO Find X9 ซีรีส์” ประกอบด้วยรุ่นมาตรฐานอย่าง “OPPO Find X9” และรุ่นท็อปอย่าง “OPPO Find X9 Pro”

    สมาร์ตโฟนรุ่นมาตรฐานของ OPPO Find X9 ซีรีส์ ได้จอแสดงผลขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ 2760 × 1256 พิกเซล อัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz

    กระจกหน้าจอเป็นแบบ AMOLED ปกป้องด้วย Corning® Gorilla® Glass 7i ให้ความสว่างปกติ 800 นิต สูงสุด 1,800 นิต มีระดับความลึกของสีถึง 1.07 พันล้านสี

    ด้านขุมพลังของ OPPO Find X9 ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 ซีพียู 8 คอร์ จีพียูแบบ Arm@Mali Drage MC12 แบตเตอรี่จุอึด 7025mAh รองรับการชาร์จสูงสุด 80W SUPERVOOC และชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC มีระบบจดจำใบหน้า-ลายนิ้วมือ ทำงานบนระบบปฏิบัติการล่าสุดของ OPPO อย่าง “ColorOS 16.0”

    ในส่วนของกล้อง OPPO Find X9 ให้กล้องหลังมาทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน ประกอบด้วย กล้องหลักเลนส์ไวด์ 50 ล้านพิกเซล f/1.6 FOV 85° กล้องอัลตราไวด์ 50 ล้านพิกเซล f/2.0 FOV 120° กล้องเทเลโฟโต้ 50 ล้านพิกเซล f/2.6 FOV 33° และกล้องโมโนโครม 2 ล้านพิกเซล f/2.4 FOV 88° ขณะที่กล้องหน้าให้มาที่ 32 ล้านพิกเซล

    ส่วนโหมดของกล้องก็มีตั้งแต่ ถ่ายภาพปกติ วิดีโอ พอร์ตเทรต กลางคืน พาโนรามา โปรวิดีโอ SLO-MO Long Exposure วิดีโอกล้องคู่ ไทม์แลปส์ สติกเกอร์ XPAN Hasselblad Hi-Res Google Lens ถ่ายภาพใต้น้ำ Master Text Scanner ไปจนถึง Doc Scanner ทั้งยังรองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K ที่ 120fps

    OPPO Find X9 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเทา Titanium Grey และ สีดำ Space Black มีให้เลือกสองรุ่นความจุ ได้แก่

    • 12+256GB ราคา 29,999 บาท
    • 16+512GB ราคา 34,999 บาท

    OPPO Find X9 Pro

    สมาร์ตโฟนรุ่นท็อปใน OPPO Find X9 ซีรีส์ ได้จอแสดงผลขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ 2772 × 1272 พิกเซล อัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz กระจกหน้าจอเป็นแบบ AMOLED ปกป้องด้วย Corning® Gorilla® Glass Victus 2 ให้ความสว่างปกติ 800 นิต สูงสุด 1,800 นิต มีระดับความลึกของสีถึง 1.07 พันล้านสี

    ขุมพลังของ OPPO Find X9 Pro ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 ซีพียู 8 คอร์ จีพียูแบบ Arm@Mali Drage MC12 แบตเตอรี่จุอึด 7500mAh รองรับการชาร์จสูงสุด 80W SUPERVOOC และชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC มีระบบจดจำใบหน้า-ลายนิ้วมือ ทำงานบนระบบปฏิบัติการล่าสุดของ OPPO อย่าง “ColorOS 16.0”

    ในส่วนของกล้อง OPPO Find X9 Pro ให้กล้องหลังมาทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน ประกอบด้วย กล้องหลักเลนส์ไวด์ 50 ล้านพิกเซล f/1.5 FOV 84° กล้องอัลตราไวด์ 50 ล้านพิกเซล f/2.0 FOV 120° กล้องเทเลโฟโต้ 200 ล้านพิกเซล f/2.1 FOV 34° และกล้องโมโนโครม 2 ล้านพิกเซล f/2.4 FOV 88° ขณะที่กล้องหน้าให้มาถึง 50 ล้านพิกเซล

    จุดเด่นของ OPPO Find X9 Pro คือการออกแบบมาภายใต้แนวคิดสมาร์ตโฟน “ซูมดีทุกคอนเสิร์ต” ด้วยประสบการณ์ซูมด้วยกล้อง 200 ล้านพิกเซล Hasselblad Telephoto คมชัดทุกการถ่ายภาพ ตอบโจทย์ทุกสายคอนเสิร์ตด้วยพลังซูมไกล 120x Super Zoom ที่มาพร้อมโหมด Stage Mode

    และสามารถเก็บทุกโมเมนต์ด้วยการบันทึกวิดีโอคมชัดระดับ 4K 120fps ถ่ายวิดีโอแบบโปรได้ง่ายด้วยปลายนิ้ว ถ่ายภาพพอร์ตเทรตสวยระดับมืออาชีพด้วยโหมด Hasselblad Portrait มอบรายละเอียดและสีผิวที่เป็นธรรมชาติ สีสันแม่นยำ

    OPPO Find X9 Pro มาพร้อมความจุ 16+512GB ใน 2 สี ได้แก่ สีขาว Silk White และสีเทา Titanium Charcoal ในราคา 42,999 บาท

    OPPO Find X9 ซีรีส์ เปิดจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษช่วงเปิดตัว สำหรับลูกค้าที่จองเครื่องในช่วงวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ถึง วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 และรับเครื่องภายในวันที่กําหนด จะได้รับของสมนาคุณพิเศษมูลค่าสูงสุด 28,347 บาท ดังนี้ 

    • E-VIP Card ประกันจอแตกจํานวน 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่รับเครื่อง ผลบังคับใช้ 2 ปี) 
    • OPPO Enco X3s หรือ OPPO Enco Air4 Pro 
    • Google AI Pro ฟรี 3 เดือน 
    • Light Luxury Magnetic Case  

    พร้อมทั้งบริการ Premium Service 180 Days Replacement Service หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ 1 ครั้ง ภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันที่รับเครื่อง หากเครื่องเกิดความเสียหายภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน ลูกค้าสามารถใช้สิทธินี้เปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ฟรี 1 ครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/260407/amp&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26tceBB7HWQygsM-Q6dWae

  • ซินเน็ค (SYNEX) ยิ้มรับโค้งสุดท้ายของปีไฮซีซั่นธุรกิจ สินค้าใหม่เปิดตัว

    ซินเน็ค (SYNEX) ยิ้มรับโค้งสุดท้ายของปีไฮซีซั่นธุรกิจ สินค้าใหม่เปิดตัว

    ซินเน็ค (SYNEX) ยิ้มรับโค้งสุดท้ายของปีไฮซีซั่นธุรกิจ สินค้าใหม่เปิดตัว สมาร์ตโฟน-ดีไวซ์กระแสดี

    โค้งสุดท้ายปี 68 จับตาหุ้นเทคฯ ฟอร์มแรง! บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ผู้นำจัดจำหน่ายสินค้าไอทีและเทคโนโลยีครบวงจร ส่งสัญญาณแนวโน้มครึ่งปีหลังทิศทางดีต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากตลาดสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ไอทีที่กลับมาคึกคัก โดยเฉพาะการเปิดตัว iPhone 17 ที่ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมตั้งแต่ช่วงโค้งสุดท้ายในไตรมาส 3 ตลอดจนสินค้าใหม่จาก HUAWEI ที่เปิดตัวหลายรุ่นทั้งสมาร์ตโฟนและสมาร์ตวอตช์ ซึ่งช่วยผลักดันยอดขายให้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ

    ขณะที่ กลุ่มสินค้า Enterprise & Solution ยังเดินหน้าเติบโตต่อเนื่อง จากการลงทุนภายในขององค์กรเพื่อรองรับยุค AI Transformation รวมถึงเมกะเทรนด์ด้าน Data Center และ Cloud ที่เริ่มเห็นความต้องการขยายตัวชัดเจน

    ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย ระบุ แนวโน้มรายได้ของไตรมาส 3 ปี 2568 อาจเป็น High Record ไตรมาสของบริษัท และมีมุมมองแนวโน้มธุรกิจที่ดีจากแรงหนุนของสินค้าหลากหลายกลุ่มและบรรยากาศการจับจ่ายที่กลับมาคึกคักในช่วงปลายปีนี้ โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคา 15.75 บาทต่อหุ้น

    เกี่ยวกับ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ (SYNNEX Thailand : ชื่อย่อหุ้น SYNEX) ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีและเทคโนโลยีครบวงจรในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 37 ปี ครอบคลุมทั้ง คอมพิวเตอร์, สมาร์ตโฟน, เกมมิ่ง, อุปกรณ์อัจฉริยะ, ซอฟต์แวร์โซลูชัน, จนถึงระบบไอทีสำหรับองค์กร พร้อมบริการหลังการขายและเครือข่ายพาร์ตเนอร์ที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีที่ทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีขึ้น

    ในฐานะ “No.1 IT Ecosystem” ของประเทศไทย ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการทำงานของคนไทยทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไป หรือองค์กรธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนเทคโนโลยีทุกมิติให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างมั่นใจ ภายใต้สัญลักษณ์ “Trusted by Synnex”


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12760793&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GmKo4YUBqOdgcFzt6wACw

  • ‘ช้างศึก’ ชุดซีเกมส์ ย้ายจากสงขลามาเตะราชมังฯ ฝ่ายจัดห่วงเรื่องความปลอดภัย

    ‘ช้างศึก’ ชุดซีเกมส์ ย้ายจากสงขลามาเตะราชมังฯ ฝ่ายจัดห่วงเรื่องความปลอดภัย

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, พลตรีโอสถ ภาวิไล เลขาธิการคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และประธานสหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นายมีชัย อินวู๊ด รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายบริหาร, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา, คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ และคณะผู้บริหาร กกท. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ Application Zoom Cloud Meetings เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ของประเทศไทย ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งในด้านการจัดการแข่งขันและมาตรการรักษาความปลอดภัย ภายใต้นโยบาย “Safety First” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ทุกประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน

    ในการประชุมได้มีมติร่วมกันว่า การแข่งขันฟุตบอลชายสาย A ซึ่งประกอบด้วย ทีมชาติไทย ทีมชาติกัมพูชา และทีมชาติติมอร์-เลสเต เดิมมีกำหนดจัดการแข่งขัน ณ สนามกีฬาติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา จะเปลี่ยนมาจัดที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน จังหวัดกรุงเทพฯ แทน โดยฝ่ายความมั่นคงของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ความเห็นว่า จังหวัดกรุงเทพฯ มีความพร้อมและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมกว่า หลังจากลงสำรวจพื้นที่จังหวัดสงขลาแล้วพบว่ามีข้อจำกัดบางประการในด้านความปลอดภัย

    ทั้งนี้ โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลชายได้มีการปรับเป็นวันที่ 4, 7 และ 11 ธันวาคม 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับกำหนดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 โดยที่ประชุมมีมติให้ปิดพื้นที่บริเวณสนามหญ้าในระหว่างพิธีการเปิด เพื่อป้องกันความเสียหายของพื้นสนามแข่งขัน และยืนยันว่าพื้นสนามจะพร้อมสมบูรณ์ตามมาตรฐานในวันแข่งขันแน่นอน

    สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมกับ กกท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกรุงเทพฯ ชลบุรี และสงขลา จัดเตรียมระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจรในทุกมิติ เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานสูงสุด

    นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ กกท. ยังมีนโยบายร่วมกันในการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในฐานะแฟนกีฬา โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นของขวัญให้กับแฟนกีฬาชาวไทยในโอกาสที่ประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ในรอบ 18 ปี

    ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบลงทะเบียนเข้าชมจะมีการคัดกรองผู้เข้าชมอย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยจะจัดสรรโควตาให้กับนักเรียน นักศึกษา รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ทุกสนาม นอกจากนี้ สำหรับกีฬายอดนิยม อาทิ ฟุตบอล, วอลเลย์บอล ฯลฯ จะมีการจัดพื้นที่รับชมบริเวณนอกสนาม พร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้ที่ลงทะเบียนไม่ทันสามารถร่วมเชียร์และสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันได้เช่นกัน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/887617/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0k6cRl-ISKu46M8UZTWcsX

  • เปิดแล้ว! เส้นทาง “ล้านช้าง-แม่โขง” แม่น้ำเชื่อมจีน-ไทย-ลาว เปิดให้สัญจรแล้วในยูนนาน

    เปิดแล้ว! เส้นทาง “ล้านช้าง-แม่โขง” แม่น้ำเชื่อมจีน-ไทย-ลาว เปิดให้สัญจรแล้วในยูนนาน

    เปิดแล้ว! เส้นทาง “ล้านช้าง-แม่โขง” แม่น้ำเชื่อมจีน-ไทย-ลาว เปิดให้สัญจรแล้วในยูนนาน

    สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของแคว้นปกครองตนเองสิบสองปันนา กลุ่มชาติพันธุ์ไท เผยว่าบริการเรือขนส่งนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ แม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง เปิดสัญจรอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธ (1 ต.ค.) ในสิบสองปันนา มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

    เรือลำแรกออกเดินทางจากท่าเรือจิ่งหง ซึ่งเป็นท่าเรือทางน้ำระดับชาติที่ตั้งอยู่ในเมืองจิ่งหงของสิบสองปันนา และมุ่งหน้าสู่ท่าเรือกวนเล่ย เพื่อดำเนินตามขั้นตอนการเดินทางขาออก จากนั้นจึงล่องไปตามแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง และเดินทางถึงท่าเรือเชียงแสนในไทย หมุดหมายนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการบูรณาการวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวตามเส้นทางน้ำที่เชื่อมโยง 6 ประเทศสายนี้

    เส้นทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศนี้ครอบคลุมหลายจุดหมาย ได้แก่ สิบสองปันนาของจีน เชียงรายและเชียงใหม่ในไทย และแขวงหลวงพระบางในลาว กำหนดการเดินทาง 5 วัน 4 คืน ถือเป็นประสบการณ์การเดินทางที่ผสานรวมทรัพยากรการท่องเที่ยวจากจีน ลาว และไทยเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น โดยใช้เครือข่ายการเดินทางที่เชื่อมโยงกันทั้งทางน้ำ ทางถนน ทางอากาศ และทางรถไฟ

    สำนักฯ ระบุว่าแผนงานในอนาคตประกอบด้วยการเร่งพัฒนาตลาดการท่องเที่ยว การเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวล้านช้าง-แม่โขงที่หลากหลายมากขึ้น และการส่งเสริม “วงจรการท่องเที่ยวทองคำ” ที่มีชีวิตชีวามากขึ้นในภูมิภาค โครงการริเริ่มเหล่านี้จะช่วยเพิ่มพลังให้กับการสร้างชุมชนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในระดับภูมิภาค

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/chinanews/83/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BVeWfbvl5I1fdDFnAXoie