Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เสนอทางรอดเที่ยวไทย “สร้างจุดขายใหม่” พลิกโฉมภาพลักษณ์ประเทศ

    เสนอทางรอดเที่ยวไทย “สร้างจุดขายใหม่” พลิกโฉมภาพลักษณ์ประเทศ

    เสนอทางรอดเที่ยวไทย “สร้างจุดขายใหม่” พลิกโฉมภาพลักษณ์ประเทศ

    ท่องเที่ยวไทยถึงจุดเปลี่ยน ผู้เชี่ยวชาญชี้ภาพลักษณ์เดิม (ภูเก็ต-พัทยา) ฉุดรั้งศักยภาพแข่งขัน แนะสร้าง ‘จุดขายใหม่’ พลิกโฉมภาพลักษณ์ประเทศดึงดูดนักท่องเที่ยว

    ภายในงานเสวนา “The Nation Visionary Club” ในหัวข้อ “Rebuilding Thai Tourism Trend: Travel for New Gen” ผู้เชี่ยวชาญ ได้ร่วมกันนำเสนอกลยุทธ์การท่องเที่ยวทางเลือก 

    เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาตำแหน่งจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลกไว้ได้ ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น

    สุนัย วชิรวราการ นายกสมาคมสปาไทย

    “ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” โอกาสดึงเม็ดเงินมหาศาล 

    สุนัย วชิรวราการ นายกสมาคมสปาไทย กรรมการคณะอนุกรรมการธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของ “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” (Wellness Tourism) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไทยโดยระบุว่า

    “ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคิดเป็นสัดส่วนถึง 7.8% ของการเดินทางท่องเที่ยวทั้งหมด และที่สำคัญคือ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีอัตราการใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ”

    อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมสปาไทย ยอมรับว่า อุตสาหกรรมสปาไทยยังเผชิญกับความท้าทาย

    โดยเฉพาะผลกระทบจาก “ธุรกิจบริการทางเพศ” (Sex Tourism) ที่บิดเบือนภาพลักษณ์ของ “การนวดไทย” ในสายตาชาวต่างชาติ

    นายกสมาคมสปาไทย ได้เสนอแนวคิดที่น่าสนใจว่า ประเทศไทยควรพัฒนาสถานบริการสปาในรูปแบบ “ดิสนีย์แลนด์” 

    ที่ซึ่งผู้มาเยือนไม่เพียงแค่ได้รับความบันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจ แต่ยังได้รับประโยชน์จากบริการด้านสุขภาพไปพร้อมกัน

    “เราไม่ต้องการโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้โดยพึ่งพาแค่มนุษย์เพียงอย่างเดียว เราต้องการสิ่งที่สร้างรายได้จากตัวสิ่งอำนวยความสะดวก ถ้าทำได้เราจะสามารถพึ่งพารายได้จากตัวสถานที่ได้มากขึ้น และยังสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติที่เรามีในประเทศไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

    “ผมมั่นใจว่าในทุกเมืองของไทย หากเรามีพื้นที่ที่เหมาะสม เราสามารถสร้างสรรค์มันขึ้นมาได้ และไม่ควรเน้นแค่สุขภาพกาย แต่ต้องดูแลไปถึงสุขภาพใจด้วย”

    เสนอทางรอดเที่ยวไทย

    สุนัย วชิรวราการ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้กลายเป็น “เมกะเทรนด์” ของโลกไปแล้ว โดยยกตัวอย่าง

    • สิงคโปร์: กำลังลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ (Wellness Facilities) ที่จะเปิดให้บริการทั้งคนในประเทศและนักท่องเที่ยวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
    • ดูไบ (UAE): เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการเข้าไปจัดตั้งศูนย์สุขภาพและสถานบริการด้าน Wellness อย่างเต็มที่
    • อิตาลี: มีสถานบริการสปาขนาดใหญ่ที่เปรียบได้กับสระว่ายน้ำกว้างขวางที่ให้บริการ “วารีบำบัด” (Hydrotherapy) สร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่าง

    ศุภกาญจน์ จริยพิเชษฐ์ ยูทูปเบอร์สายท่องเที่ยว

    ศุภกาญจน์ จริยพิเชษฐ์ ยูทูปเบอร์สายท่องเที่ยว เจ้าของช่อง Gap.bumseeker ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของนักเดินทางต่างชาติว่า

    “ทุกครั้งที่ผมเดินทางไปต่างประเทศและบอกว่ามาจากประเทศไทย สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ ภูเก็ต หรือ พัทยา เราปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพเหล่านี้ยังคงอยู่ ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม”

    ศุภกาญจน์ จริยพิเชษฐ์ ยังชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบัน เวียดนาม กลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมาก เมื่อพิจารณาจากการเปรียบเทียบในโลกออนไลน์ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมักโน้มเอียงแสดงความเห็นเชิงบวกไปทางเวียดนาม

    โดยเขาให้ความเห็นเสริมว่า ขณะที่ไทยยังคงยึดติดกับภาพลักษณ์เก่าๆ แต่กลับ ขาดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในด้านการท่องเที่ยว

    “เวียดนามได้สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ขึ้นมา แม้ว่าบางอย่างอาจจะไม่ใช่ของแท้ดั้งเดิมเสียทีเดียว แต่ก็สร้างความตื่นเต้นและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้”

     “กุญแจสำคัญของการท่องเที่ยวคือการมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ส่วนประเทศไทยก็สร้างสิ่งใหม่ๆ แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นแค่สิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ”

    เจ้าของช่อง Gap.bumseeker จึงเสนอแนะว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ใน “เมืองรอง” แทนที่จะมุ่งเน้นความพยายามทั้งหมดไปกระจุกอยู่ที่เมืองหลวงเพียงอย่างเดียว

    นอกจากนี้ ราคาการเดินทาง ก็เป็นปัจจัยสำคัญ

    “เมื่อผมเดินทางไปประเทศจีน ผมใช้จ่ายเงินน้อยกว่าตอนที่อยู่ในประเทศไทยเสียอีก ผมไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่เชื่อว่าเป็นเพราะจีนมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีกว่าและมีโรงแรมคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้”

    ศุภกาญจน์ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจีนสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างมาก จนทำให้การเดินทางในประเทศจีนมีราคาถูกพอๆ กับการเดินทางมาประเทศไทยเลยทีเดียว

    สุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ (Tellscore)

    โครงสร้างพื้นฐานและบทบาทของ Content Creator

    สุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ (Tellscore) กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรม เพื่อแข่งขันกับมหาอำนาจด้านการท่องเที่ยวอย่างญี่ปุ่นและจีน

    ทั้งสองประเทศนี้ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อดึงดูดผู้มาเยือน

    ประเทศไทยต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและจุดหมายปลายทางที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

    ซีอีโอบริษัท เทลสกอร์ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารเชิงบวกเกี่ยวกับประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

    เช่น เรื่องความปลอดภัย การเปิดกว้าง และข้อเสนอพิเศษสำหรับนักเดินทางกลุ่ม LGBT เพื่อต่อต้านข้อมูลบิดเบือนที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย

    เธอยังกล่าวถึงอิทธิพลของ การบอกต่อ  ในการขับเคลื่อนความต้องการเดินทาง โดยเชื่อว่า ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ (Content Creators) มีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้

    ผ่านการแนะนำจุดหมายปลายทางใหม่ๆ และเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของไทย แพลตฟอร์มอย่าง iQIYI และ Xiaohongshu สามารถเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยกำหนดเป้าหมายผู้ชมเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะ กลุ่ม Gen Z ในประเทศจีน

    คนกลุ่มนี้ ไม่ใช่แค่เครื่องมือประชาสัมพันธ์ แต่คือ “บุคคล” ที่สามารถสร้างความสัมพันธ์ และสร้างชุมชนบนโซเชียลมีเดียได้

    ซึ่งสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญในการส่งเสริมความผูกพันระยะยาวและความสำเร็จสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/733074&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2INRlAetF0tCDyUlwkkjMx

  • ถนนสายท่องเที่ยวอุทัยธานีท่วมหนัก รถเล็กขับผ่านไม่ได้

    ถนนสายท่องเที่ยวอุทัยธานีท่วมหนัก รถเล็กขับผ่านไม่ได้

    ภูมิภาค

    ถนนสายท่องเที่ยวอุทัยธานีท่วมหนัก รถเล็กขับผ่านไม่ได้

    วันศุกร์ ที่ 07 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.21 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เอ่อท่วมข้ามถนนสายหลักในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี ระยะทางยาว บริเวณหมู่ที่ 6 ต.เกาะเทโพ ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ทำให้การเดินทางเข้าออกสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญติดขัด

    ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาต้องเร่งขนย้ายสิ่งของจำเป็น เช่น เครื่องจักรกลทางการเกษตร รถยนต์ และจักรยานยนต์ ขึ้นที่สูง เนื่องจากระดับน้ำท่วมบ้านเรือนเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง

    ถนนสายหลักที่ได้รับผลกระทบเชื่อมจากถนนสายหาดทนง–อุทัยธานี เป็นเส้นทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น วัดจันทราราม (วัดหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) และวัดอุโปสถาราม โบราณสถาน ขณะเดียวกันมวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมได้อย่างรวดเร็ว จังหวัดได้แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือน้ำท่วมและยกสิ่งของขึ้นที่สูง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/453445&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wKEl_8qi-vyvZo8T4W0Ny

  • ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แพทย์แผนไทย สมุนไพร แพทย์ทางเลือก

    ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แพทย์แผนไทย สมุนไพร แพทย์ทางเลือก

    วันที่ 7 พฤศจิกายน นางศศิวัณย์ ศรีพรหม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง  1 พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลกและสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก ให้การต้อนรับ คณะสื่อมวลชนจากสาธารณรัฐสิงคโปร์ ที่เดินทางดูแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แพทย์แผนไทยสมุนไพร แพทย์ทางเลือก ที่การบูร เวลเนส  ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ดูแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพิษณุโลกและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง

    นางศศิวัณย์ ศรีพรหม กล่าวว่า สถาบันพระบรมราชชนก  ซึ่งมี คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ และ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร เป็นหน่วยงานในสังกัด โดยมี วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก เป็นหนึ่งในวิทยาลัยภายใต้สถาบันนี้ เปิดสอนหลักสูตรด้านสาธารณสุขต่างๆ เช่น หลักสูตรทันตสาธารณสุข, สาธารณสุขชุมชน, และการแพทย์แผนไทย วันนี้ การบูร เวลเนส เราต้อนรับคณะอินฟู คณะสื่อมวลชน ระดับอินเตอร์ของประเทศสิงคโปร์ ที่เดินทางมาจังหวัดพิษณุโลก เพื่อรีวิวแหล่งท่องเที่ยว ของจังหวัดพิษณุโลก เพื่อเน้นย้ำให้พิษณุโลกเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สมุนไพรของโลก

    สำหรับสาเหตุการเดินทางมาดูงานที่ การบูร เวลเนส  และสาเหตุที่เดินทางมาเนื่องจากว่าจังหวัดพิษณุโลกเป็นเมืองหนึ่งที่ทางรัฐบาล ส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ย วเมืองสุขภาพและเมืองของผู้สูงอายุ การดูแลผู้สูงอายุ เพื่อดูแลสุขภาพ ที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง เป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อ จบโดยสมุนไพร ธรรมะ อาหาร ให้กินอาหารตามธาตุต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ สถาบันพระบรมราชชนก ซึ่งมีคณะสาธารณสุขด้วย แล้วที่ จ.พิษณุโลก ก็มีวิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร ที่ศึกษาเรื่องสุขภาพ เป็นวิทยาลัย ที่ดูแลด้านการฝึกอบรมแพทย์แผนไทย ดูแลฐานรากของประชาชน 2 ปีเต็ม  ส่งเสริมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ทำงานด้วยกันในการดูแลสุขภาพ ให้กับนักท่องเที่ยว และประชาชน

    นอกจากนี้ได้เข้าแสดงความยินดีและร่วมต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา จิตอร่าม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก  ในการพบปะครั้งนี้ ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาและบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism)ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ โดยมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานและองค์ความรู้ที่สามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

    นางศศิวัณย์ ศรีพรหม ยังได้หารือถึงการต่อยอดความร่วมมือระหว่าง วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก กับ ภาคเอกชนในพื้นที่รวมถึงแนวคิดการพัฒนาโครงการรูปแบบ PPP : Public–Private Partnership (ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสรรค์กิจกรรมและโครงการด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยบรรยากาศโดยทั้งสองฝ่ายต่างแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะผลักดันจังหวัดพิษณุโลก เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภาคเหนือตอนล่าง ๑ อย่างยั่งยืนต่อไป ////////

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2025/11/07/191879&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03LvI_1Z0yP8mBL1faVhWV

  • Trip.com เล่นใหญ่ โปรฯ 11.11 ดีลท่องเที่ยวครบจบในที่เดียว ตั๋วเครื่องบินซื้อ 1 แถม 1 โรงแรมคืนละ 211 บาท โปรฯเช่ารถและตั๋วท่องเที่ยวลด 50%*

    Trip.com เล่นใหญ่ โปรฯ 11.11 ดีลท่องเที่ยวครบจบในที่เดียว ตั๋วเครื่องบินซื้อ 1 แถม 1 โรงแรมคืนละ 211 บาท โปรฯเช่ารถและตั๋วท่องเที่ยวลด 50%*

    Trip.com ผู้นำด้านบริการการท่องเที่ยวระดับโลก เดินหน้ามอบความคุ้มค่าครั้งยิ่งใหญ่กับโปรโมชั่นประจำปี 11.11 Mega Sale ระหว่างวันที่ 11 – 14 พฤศจิกายน 2568 รวบรวมดีลท่องเที่ยวสุดพิเศษครบทุกประเภท ทั้งตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถเช่า และตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยว

    โปรโมชั่นครั้งนี้จัดเต็มด้วย ดีลตั๋วเครื่องบินซื้อ 1 แถม 1 โรงแรมราคาพิเศษคืนละ 211 บาท และ ส่วนลดสูงสุด 50%* สำหรับบริการเช่ารถและตั๋วเช้าสถานที่ท่องเที่ยว โดยโปรโมชั่น 11.11 Mega Sale มีดีลท่องเที่ยวที่หลากหลายมาให้จองตลอดทั้งวัน เพื่อให้นักเดินทางสามารถเลือกดีลที่ตรงกับความต้องการในการเดินทาง

    ไฮไลท์สำคัญของ 11.11 Mega Sale

    Trip.com เตรียมมอบข้อเสนอพิเศษเพื่อรองรับทุกความต้องการของนักเดินทาง เริ่มต้นด้วยดีลโรงแรมราคาสุดคุ้มเพียง 211 บาท* สำหรับที่พักที่ร่วมรายการ นอกจากนี้ยังมี โปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน Flash Sale ตลอดวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 โดยจัดเป็นรอบ ๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงดีลได้หลายช่วงเวลา เช่น
    • 00.00 น. ดีลพิเศษจากหลากหลายสายการบิน
    • 12.00 น. โปรโมชัน Flash Sale จากการบินไทย เส้นทาง กรุงเทพฯ–เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่
    • 14.00 น. แจกโค้ดส่วนลดโรงแรมที่น่าสนใจ
    • 20.00 และ 21.00 น. เปิดให้จองโปรโมชันเพิ่มเติมจากบางกอกแอร์เวย์ส เส้นทางภายในประเทศ และการบินไทย เส้นทางระหว่างประเทศ

    นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอ ซื้อ 1 แถม 1* สำหรับตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ร่วมรายการ เพื่อเติมเต็มทุกมิติของประสบการณ์การเดินทาง

    โค้ดส่วนลดเที่ยวบินที่ครอบคลุม

    Trip.com มอบโค้ดส่วนลดสำหรับการจองเที่ยวบินหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมทุกเส้นทางและงบประมาณ เริ่มต้นตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ด้วยโค้ดส่วนลดสูงสุด 50%* (ลดสูงสุด 1,111 บาท) โค้ดส่วนลด 300 บาท* (สำหรับยอดจองขั้นต่ำ 3,000 บาท) โค้ดส่วนลด 111 บาท* (สำหรับยอดจองขั้นต่ำ 1,111 บาท) ที่เปิดให้เก็บโค้ดส่วนลดหลายช่วงเวลาตลอดวัน พร้อมดีลพิเศษเพิ่มเติมในช่วงเวลาเช้า บ่าย และเย็น รวมถึงโค้ดส่วนลดแบบเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ 10% – 20%* ลูกค้ายังสามารถเก็บโค้ดส่วนลดได้ต่อเนื่องถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

    โค้ดส่วนลดสำหรับการจองที่พักหลากหลาย

    Trip.com จัดเต็มส่วนลดที่พักตลอดช่วงโปรโมชั่น โดยเริ่มต้นแจกโค้ดเที่ยงคืนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ด้วยโค้ดส่วนลด 20%* (ลดสูงสุด 1,000 บาท) โค้ดส่วนลด 10%* (ลดสูงสุด 300 บาท) และยังมีโค้ดส่วนลดพิเศษเปิดให้เก็บได้ทุกวันระหว่างวันที่ 11 – 14 พฤศจิกายน 2568 ลูกค้าสามารถรับโค้ดส่วนลด 20%* โดยเปิดให้เก็บโค้ดทุกวันในช่วงเวลาที่กำหนด รวมถึงดีลโรงแรมสุดพิเศษเฉพาะวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่เปิดให้เก็บโค้ดในหลายช่วงเวลาตลอดวัน

    คุ้มค่ายิ่งขึ้นกับดีลเช่ารถราคาพิเศษ

    โปรโมชั่น 11.11 Mega Sale มอบโซลูชั่นการเดินทางที่ครบครัน และคุ้มค่ามากขึ้นผ่านดีลเช่ารถราคาพิเศษสำหรับการเช่ารถในจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วโลก ซึ่งไฮไลท์คือโค้ดส่วนลดในการเช่ารถ 50%* ที่ใช้ได้ในหลายภูมิภาค จุดหมายสำคัญในเอเชีย รวมถึง เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย เปิดให้ใช้โค้ดส่วนลดทุกวันตลอด 11-14 พฤศจิกายน 2568 นอกจากนี้ยังมีดีลเช่ารถลดราคาพิเศษ มอบส่วนลดสูงสุด 30%* ในจุดหมายการเดินทางยอดนิยมต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการการเดินทางที่หลากหลาย ผู้ที่สนใจสามารถจองบริการเช่ารถได้ที่ https://th.trip.com/carhire/

    นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับโซลูชันการเดินทางที่ครบครันและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นผ่านดีลเช่ารถลดราคาสูงสุด 50%* สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วเอเชีย อาทิ เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย เปิดให้ใช้โค้ดส่วนลดทุกวันตลอด 11 – 14 พฤศจิกายน 2568 นอกจากนี้ยังมีดีลลดราคาพิเศษสูงสุด 30%* สำหรับเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วโลก เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการการเดินทางที่หลากหลาย ผู้ที่สนใจสามารถจองบริการเช่ารถได้ที่ https://th.trip.com/carhire/

    ดีลสุดคุ้มในการจองการเดินทาง

    โปรโมชั่น 11.11 Mega Sale แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของ Trip.com ในการให้บริการท่องเที่ยวอย่างครบครันผ่านส่วนลดมากมายสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวและบริการท่องเที่ยวทั่วโลก ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับข้อเสนอซื้อ 1 แถม 1* ในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ทำให้ง่ายต่อการสำรวจจุดหมายต่างๆ พร้อมคุณค่าเพิ่มเติมสำหรับประสบการณ์การเดินทาง

    ผู้ที่สนใจแคมเปญ 11.11 Mega Sale สามารถจองได้ผ่านทุกแพลตฟอร์มของ Trip.com รวมถึงแอปมือถือ เว็บไซต์สำหรับเดสก์ท็อป และเว็บไซต์สำหรับมือถือ ผู้ใช้สามารถเข้าชมโปรโมชั่นในภาษาไทยที่ https://th.trip.com/sale/w/5493/thmegasale.html?locale=th-th&curr=thb&transparentBar=1 หรือภาษาอังกฤษที่ https://th.trip.com/sale/w/5493/thmegasale.html?locale=en-th&curr=thb&transparentBar=1

    Trip.com มุ่งมั่นมอบประสบการณ์การเดินทางครบวงจรผ่านโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1* สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วโลก ให้นักเดินทางได้สัมผัสจุดหมายใหม่ ๆ ด้วยความคุ้มค่ามากกว่าเดิม ผู้ที่สนใจแคมเปญ 11.11 Mega Sale สามารถจองได้ผ่านทุกแพลตฟอร์มของ Trip.com รวมถึงแอปมือถือ เว็บไซต์สำหรับเดสก์ท็อป และเว็บไซต์สำหรับมือถือ ผู้ใช้สามารถเข้าชมโปรโมชั่นในภาษาไทยที่  https://th.trip.com/sale/w/5493/thmegasale.html?locale=th-th&curr=thb&transparentBar=1 หรือภาษาอังกฤษที่ https://th.trip.com/sale/w/5493/thmegasale.html?locale=en-th&curr=thb&transparentBar=1

    โปรฯ พิเศษสำหรับคนมีแพลนเที่ยวจีน กับแคมเปญ “GO CHINA”

    Trip.com เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “Go China” สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางไปประเทศจีน มอบดีลพิเศษ      ทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วประเทศจีน โดยโปรโมชั่นจะจัดขึ้นทุกวันอังคารตลอดปี 2568 พร้อมข้อเสนอที่แตกต่างกันในแต่ละเดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.trip.com/sale/w/19280/gochina.html?locale=en-TH&promo_referer=4863_19280_1

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด รหัสโปรโมชั่นและข้อเสนอมีจำนวนจำกัดและให้บริการตามลำดับก่อนหลัง ราคาที่แสดงยังไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม ข้อเสนอทั้งหมดจัดขึ้นตามเวลาในเขตกรุงเทพฯ (GMT+7) สำหรับโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ สามารถดูได้ที่ https://th.trip.com/blog/promotion-update-promocode/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1546024&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bT_JkG4wIFpHnRR5wjG9f

  • ‘จีน’ ไหลเที่ยว ‘เวียดนาม’ ไม่หยุด การเมืองนิ่ง-ดองอ่อน สวนทางไทย

    ‘จีน’ ไหลเที่ยว ‘เวียดนาม’ ไม่หยุด การเมืองนิ่ง-ดองอ่อน สวนทางไทย

    ต่างประเทศ

    ‘จีน’ ไหลเที่ยว ‘เวียดนาม’ ไม่หยุด การเมืองนิ่ง-ดองอ่อน สวนทางไทย

    07 พ.ย. 2025 เวลา 10:50 น.

    ‘จีน’ ไหลเที่ยว ‘เวียดนาม’ ต่อเนื่อง คาดปีนี้นักท่องเที่ยวแตะ 25 ล้านคน ฟื้นตัวจากโควิด-19 เต็มที่ จากการเมืองนิ่ง-ดองอ่อนค่า สวนทางไทยเจอปัญหาข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา-บาทแข็ง

    สำนักข่าวนิกเคอิเอเชีย รายงานว่าในปีนี้ “เวียดนาม” คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเกิน 22 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19   โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตนี้ก็คือ จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

    รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าหมายต้อนรับนักท่องเที่ยวในปีนี้ไว้สูงถึง 25 ล้านคน แต่ทาง BMI (Fitch Solutions) คาดการณ์ไว้ที่ 22 ล้านคน โดยทาง BMI เชื่อว่า ในปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวจะแซงหน้าสถิติเดิมก่อนโควิด-19 ที่เคยทำไว้ 18 ล้านคนในปี 2562 ซึ่งนั่นหมายความว่า ภาคการท่องเที่ยวของเวียดนามจะฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคระบาดได้เกือบสมบูรณ์

    ‘จีน’ ไหลเที่ยว ‘เวียดนาม’ ไม่หยุด การเมืองนิ่ง-ดองอ่อน สวนทางไทย

    ‘การเมือง’ เวียดนามมั่นคง สวนทางไทย 

    สาเหตุสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกมาเวียดนาม คือ เวียดนามมีความมั่นคงทางการเมืองค่อนข้างสูง เพราะมีเพียงพรรคการเมืองเดียวที่ปกครองประเทศ ซึ่งแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน เช่น ไทย และกัมพูชายังมีปัญหาข้อพิพาทเรื่องพรมแดนที่ยืดเยื้อ รวมถึงอินโดนีเซียที่ยังมีผลกระทบจากการประท้วง แม้จะผ่านไปกว่า 2 สองเดือนแล้วก็ตาม

    นอกจากนี้ รัฐบาลได้เข้ามาช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการขยายระยะเวลาที่พลเมืองจาก 12 ประเทศสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ส่วนแรงจูงใจที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเวียดนาม ได้แก่ การชิมอาหารท้องถิ่น การศึกษาประวัติศาสตร์สงคราม การเที่ยวชมเกาะที่สวยงาม และการสำรวจถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    แบรนดอน เอ็มซิมังกา รองผู้อำนวยการ BMI ให้สัมภาษณ์กับนิกเคอิเอเชียว่า เวียดนามได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 สำหรับนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ แซงหน้าประเทศไทยไปแล้ว จาก 2 ปัจจัยหลักด้วยกัน คือ 

    1. นักท่องเที่ยวจีนกังวลเรื่องความปลอดภัยในไทย

    2. ผู้บริโภคชาวจีนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และเวียดนามได้เปรียบเรื่องความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ ทำให้ต้นทุนการเดินทางต่ำกว่า

    ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า เวียดนามมีนักท่องเที่ยวมาเยือนถึง 17 ล้านคนตลอดเดือนต.ค.ที่ผ่านมาโดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนถึง 4 ล้านคน ที่เป็นกำลังหลัก การที่นักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนจากไทยมาเวียดนาม ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ลักพาตัวนักแสดงชาวจีนในประเทศไทยเมื่อเดือนม.ค.2568 ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นลดลง และส่งผลให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนเส้นทางมาเวียดนามมากขึ้น

    ‘ดองอ่อนค่า’ กระตุ้นการท่องเที่ยว

    เวียดนามได้เปรียบจากการท่องเที่ยว เพราะรัฐบาลใช้กลยุทธ์ปล่อยให้ค่าเงินดองอ่อนค่าลง ซึ่งทำให้การเดินทางมาท่องเที่ยวในเวียดนามมีราคาถูกลง และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว 

    ในทางกลับกัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหา เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งส่งผลเสียต่อหลายด้าน ทั้งการดึงดูดการลงทุน การส่งออกสินค้า และจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ

    นักท่องเที่ยวใช้จ่าย กระตุ้นยอดค้าปลีกแข็งแกร่ง

    การหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะช่วยขับเคลื่อน และกระตุ้นการค้าปลีกของเวียดนามได้

    BMI ประเมินว่า ตั้งแต่เดือนส.ค.จนถึงปัจจุบัน ภาคธุรกิจค้าปลีกเติบโตขึ้น 6.7% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งการเติบโตนี้มีสาเหตุหลักมาจากการท่องเที่ยว โดยรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 48.4% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 

    BMI ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายปลีกตั้งแต่ปี 2019 และพบข้อสรุปที่น่าสนใจว่ายอดขายปลีกของเวียดนามฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จนเกือบจะอยู่ในระดับที่คาดหวังไว้เหมือนกับว่าไม่เคยเกิดการระบาดใหญ่ขึ้นเลย แต่เมื่อดูเลขเงินเฟ้อถือว่ายังคงได้รับผลกระทบอยู่

    ยักษ์ใหญ่คว้าโอกาสจาก กระแสเที่ยวเวียดนามบูม

    ภาพยนตร์ และมิวสิควิดีโอ เช่น “A Tourist’s Guide to Love” จาก Netflix และ “Love in Vietnam” จากบอลลีวูด รวมถึงคลิปไวรัลบน YouTube ได้ช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมและทิวทัศน์ของเวียดนาม จนทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดความสนใจ และหลงใหล

    บริษัทใหญ่ในประเทศจึงเริ่มเข้ามาคว้าโอกาสทางธุรกิจนี้ เช่น Saigon Tourist และ Vinpearl บริษัทในเครือ Vingroup กำลังหาทางทำกำไรจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นนี้ และล่าสุด Sun Group ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ก็ได้เปิดตัวสายการบินของตัวเองโดยเน้นเที่ยวบินไปเกาะฟูก๊วก เป็นหลักในเดือนนี้

    ในปีนี้ เวียดนามได้รับความสนใจจากนานาชาติเนื่องจากมีกิจกรรมสำคัญหลายอย่าง

    1. การครบรอบ 50 ปีของการสิ้นสุดสงครามเวียดนาม

    2. การจัดขบวนพาเหรดฉลองครบรอบ 80 ปีของการประกาศเอกราช

    3. การทำข้อตกลงการค้าครั้ง กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แม้ว่าข้อตกลงหลายอย่างจะยังไม่ชัดเจน แต่หนึ่งในเมกะโปรเจกต์ที่กำลังจะเริ่มคือ แผนการสร้างสนามกอล์ฟใกล้กับกรุงฮานอย

    อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเวียดนามก็ยังเจอกับความท้าทายจาก “ภัยธรรมชาติ” คือ ในเดือนก.ค.ที่เรือนักท่องเที่ยวซึ่งกำลังชมอ่าวฮาลอง ซึ่งเป็นมรดกโลกยูเนสโกเกิดล่มลง เนื่องจากพายุไต้ฝุ่นที่พัดเข้ามาใกล้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 ราย 

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/1206594&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hsOTqdYPAvCe0rWZijuca

  • เช็กเงื่อนไข “เที่ยวดี มีคืน 2568” ลดหย่อนภาษี ค่าโรงแรม-ร้านอาหาร

    เช็กเงื่อนไข “เที่ยวดี มีคืน 2568” ลดหย่อนภาษี ค่าโรงแรม-ร้านอาหาร

    “เที่ยวดี มีคืน 2568” กระตุ้นท่องเที่ยวไทย มีเป้าหมายหลักในการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศอย่างทั่วถึง และสร้างแรงจูงใจให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวไปยัง จังหวัดท่องเที่ยวรองมากขึ้น สำหรับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถนำค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในประเทศมาหักลดหย่อนภาษีได้    

    ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิได้ และสิ้นสุดการใช้สิทธิ

    • วันที่เริ่มใช้ได้ : 29 ตุลาคม 2568
    • วันที่สิ้นสุดการใช้สิทธิ : 15 ธันวาคม 2568

    ** หมายเหตุ : ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต้องเกิดขึ้นและชำระเงิน ภายในช่วงเวลาดังกล่าวเท่านั้น

    เงื่อนไขการลดหย่อนภาษี “เที่ยวดี มีคืน 2568”

    ค่าใช้จ่ายที่ใช้ลดหย่อนได้ : ค่าที่พักในโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย และค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการของร้านอาหารตามจำนวนที่จ่ายจริงที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    • เที่ยวเมืองรอง (55 จังหวัด หรือบางอำเภอใน 15 จังหวัดหลัก) นำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนได้ในอัตรา 1.5 เท่า ของจำนวนที่จ่ายจริง ทำให้สามารถลดหย่อนได้สูงสุดถึง 30,000 บาท (จากการจ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท) 

    หลักฐานค่าใช้จ่าย : 10,000 บาทแรก สามารถใช้ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป (แบบกระดาษ) หรือ e-Tax Invoice ได้ ส่วนที่เกิน 10,000 บาท ต้องเป็น e-Tax Invoice (ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์) เท่านั้น 

    • เมืองหลัก (จังหวัดอื่น ๆ นอกจากเมืองรอง) นำมาหักลดหย่อนตามที่จ่ายจริง สูงสุด 20,000 บาท (คิดในอัตรา 1 เท่า) 

    หลักฐานค่าใช้จ่าย :  ใช้ได้ทั้งใบกำกับภาษีกระดาษ/e-Tax Invoice

    ผู้ใช้สิทธิ เป็นบุคคลธรรมดาผู้มีเงินได้ แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล 

    “เที่ยวดี มีคืน 2568” เช็กเงื่อนไข – ขั้นตอน 

    มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” นี้ ผู้ใช้สิทธิ์ (บุคคลธรรมดา) ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า แต่ต้องดำเนินการ ดังนี้ 

    • ท่องเที่ยวและใช้จ่าย ในช่วง 29 ต.ค.  – 15 ธ.ค. 2568 ที่โรงแรม/ร้านอาหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
    • ขอใบกำกับภาษีแบบจากผู้ประกอบการตามเงื่อนไข (หากยอดใช้จ่ายเกิน 10,000 บาท ต้องแจ้งผู้ประกอบการขอ e-Tax Invoice)
    • กลับจากท่องเที่ยว ให้เก็บใบกำกับภาษี ทั้งแบบกระดาษ และอิเล็กทรอนิกส์ ไว้เป็นหลักฐาน 
    • นำใบกำกับภาษีที่เก็บไว้ ไปยื่นลดหย่อนภาษี ในช่วงต้นปี 2569 (สำหรับการยื่นภาษีเงินได้ปี 2568) ผ่าน เว็บไซต์กรมสรรพากร  https://www.rd.go.th/272.html 

    ฉะนั้นอย่าลืมเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อในวันยื่นลดหย่อนภาษี จะได้ไม่ต้องหาเอกสารหลักฐานให้วุ่นวาย และอย่าลืมเช็กรายชื่อ 55 จังหวัดเมืองรอง หากต้องการใช้สิทธิ 1.5 เท่า ให้ตรวจสอบว่าจังหวัด/อำเภอที่จะไป เป็น “เมืองรอง”  

    คำถาม-คำตอบ “เที่ยวดี มีคืน 2568” สำหรับบุคคลธรรมดา

    คำถาม : โฮมสเตย์ไทยที่เข้าข่ายตามมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ (สำหรับบุคคลธรรมดา) คือ โฮมสเตย์ไทยใดบ้าง 

    • คำตอบ : โฮมสเตย์ตามประกาศกรมการท่องเที่ยว เรื่อง รายชื่อโฮมสเตย์ที่ได้รับรองมาตรฐาน โฮมสเตย์ไทย โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อโฮมสเตย์ได้ที่ คลิกที่นี่ และโฮมสเตย์นั้นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร

    คำถาม : ร้านอาหารต้องเป็นร้านอาหารในโรงแรมที่พักหรือไม่

    • คำตอบ : เป็นร้านอาหารใดก็ได้ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นร้านอาหารในโรงแรมที่พัก และไม่จำเป็นต้องมีการพักโรงแรม โฮมสเตย์ หรือสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม จึงสามารถหักลดหย่อนค่าบริการของร้านอาหาร การท่องเที่ยวโดยไม่มีการเข้าพักดังกล่าว ก็สามารถหักลดหย่อนค่าบริการของร้านอาหารได้เช่นกัน

    คำถาม : ค่าบริการของร้านอาหารคือค่าใช้จ่ายใด 

    • คำตอบ : 1.ค่าอาหาร 2.ค่าเครื่องดื่ม 3.ค่าบริการอื่น ๆ ในการใช้บริการของร้านอาหาร เช่น Service Charge 

    คำถาม : ผู้มีเงินได้สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวที่สามารถออก e-Tax Invoice ได้จากที่ใด 

    • คำตอบ : สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่เว็บไซต์ของ กรมสรรพากร

    คำถาม : e-Tax Invoice คืออะไร และแตกต่างจากใบกำกับภาษีในรูปแบบกระดาษอย่างไร

    • คำตอบ : e-Tax Invoice คือ ใบกำกับภาษีที่ได้มีการจัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้ไม่ต้องเก็บรักษาใบกำกับภาษีและไม่ต้องจัดส่งให้กรมสรรพากรในการใช้สิทธิตามมาตรการภาษีนี้ โดยสามารถใช้ข้อมูล e-Tax Invoice ในฐานข้อมูลของกรมสรรพากรในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี และเจ้าหน้าที่จะไม่ขอให้ส่งใบกำกับภาษีอีก

    คำถาม : ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) กับระบบการขอใบกำกับภาษีโดยการประทับรับรองเวลา (e-Tax Invoice by Time Stamp) แตกต่างกันอย่างไร

    • คำตอบ : แตกต่างกันที่วิธีการจัดทำและการนำส่ง e-Tax Invoice แต่ e-Tax Invoice ที่จัดทำจากทั้ง 2 ระบบสามารถเป็นหลักฐานในการใช้สิทธิตามมาตรการภาษีนี้

    คำถาม : ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถสมัคร e-Tax Invoice ได้อย่างไร 

    • คำตอบ : ผู้ประกอบการสามารถสมัคร e-Tax Invoice ได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรือที่ https://etax.rd.go.th ในกรณีที่ผู้ประกอบการต้องการสมัคร e-Tax Invoice by Time Stamp สามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากรเช่นกัน

    คำถาม : ต้องใช้หลักฐานใดในการใช้สิทธิตามมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ (สำหรับบุคคลธรรมดา)

    • คำตอบ : หลักฐานที่ใช้ คือ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรในรูปแบบกระดาษหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ซึ่งรวมกับ e-Tax Invoice by Time Stamp ทั้งนี้ ใบกำกับภาษีต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัว) ของผู้มีเงินได้ และต้องมีวัน เดือน ปี ที่เข้าพักหรือรับบริการ จากร้านอาหาร และจังหวัดที่ที่พักหรือร้านอาหารตั้งอยู่

    อ้างอิงข้อมูล : กรมสรรพกร, กระทรวงการคลัง  

    อ่านข่าว : กรมอุตุฯ ประกาศ ฉ.12 เตือนพายุ “คัลแมกี” ฝนตกหนักถึงหนักมาก 7-9 พ.ย.นี้

    “สกล เกลี้ยงประเสริฐ” โค้ชระดับปรมาจารย์ มือปั้นนักบอลขาสั้นสู่ทีมชาติ

    เริ่มวันแรก 7 พ.ย.ใช้คนละครึ่งพลัส Food delivery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358312&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03aknxbIV5LAXygQWhv8AE

  • เช็กอินทุ่งทานตะวัน 2568 บานรับลมหนาว ถ่ายรูปสวยสุดปัง

    เช็กอินทุ่งทานตะวัน 2568 บานรับลมหนาว ถ่ายรูปสวยสุดปัง

              ทุ่งทานตะวัน 2568 ลมหนาวพัดมาเมื่อไหร่ ทุ่งทานตะวันก็พร้อมบานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยว  ชวนออกเดินทางไปสัมผัสสีเหลืองสดใสของดอกทานตะวันทั่วไทยกัน

              เมื่อสายลมหนาวเริ่มพัดมา ทุ่งทานตะวันทั่วไทยก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสว่างไสว กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของฤดูท่องเที่ยวปลายปีที่หลายคนรอคอย ปีนี้ก็เช่นกัน ที่เที่ยวหน้าหนาว ยังคงคึกคักด้วยทุ่งทานตะวันบานสะพรั่งรอต้อนรับนักเดินทาง ชวนกันออกไปสูดอากาศสดชื่น เดินเล่นท่ามกลางแสงแดดอุ่น ๆ ว่าแต่จะีที่ไหนบานแล้วบ้าง ? หรือบานเมื่อไหร่ ? ตามเรามาเช็กลลิสต์ด้วยกันเลย

    ทุ่งทานตะวัน 2568

    จังหวัดลพบุรี

              จาากข้อมูลเฟซบุ๊ก สนง.เกษตรอำเภอ เมืองลพบุรี ได้แจ้งกำหนดการทุ่งทานตะวัน ลพบุรี 2568 ทยอยบานแต่ละไร่ ซึ่งมีช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ได้แก่

    ทุ่งทานตะวัน 2568 ลพบุรี

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สนง.เกษตรอำเภอ เมืองลพบุรี

    ทุ่งทานตะวันไร่วิชาญ

    ทุ่งทานตะวันไร่ไสวรถยกลพบุรี

    ทุ่งทานตะวันไร่เปรมปรี

    ไร่จำรัส

    • ช่วงดอกบาน : วันที่ 3 ธันวาคม 2568 – 22 ธันวาคม 2568
    • พิกัด : ไร่จำรัส

    ทุ่งทานตะวัน 2568 ลพบุรี

    ไร่แม่ไหมพ่อไก่

    ทุ่งทานตะวันไร่แป้งหอม

    ทุ่งทานตะวันไร่ฟ้าใส

    ทุ่งทานตะวันสนามโดดร่ม

    ไร่ลุงนอง

    • ช่วงดอกบาน : วันที่ 15-25 พฤศจิกายน 2568
    • พิกัด : ไร่ลุงนอง

    ทุ่งทานตะวันบ้านไร่คุณยายส้มป่อย

    ทุ่งทานตะวันไร่โลโซ 

    ทุ่งทานตะวันไร่ลุงวิรัช 

    ไร่วานรลพบุรี 

    ทุ่งทานตะวัน 2568 ลพบุรี

    ไร่นวลพยอม ดอกคอสมอส

    ไร่สิรยา ดอกคอสมอส 

    ทุ่งทานตะวัน 2568 ลพบุรี

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สนง.เกษตรอำเภอ เมืองลพบุรี

    จังหวัดสระบุรี

              โดยปกติแล้วทุ่งทานตะวันในจังหวัดสระบุรี จะบานในช่วงฤดูหนาว ซึ่งตรงกับช่วงปลายปี พฤศจิกายน – มกราคม ของแต่ละปี พื้นที่ปลูกหลัก ได้แก่ อำเภอวังม่วง, พระพุทธบาท, แก่งคอย, หนองโดน, หนองแค และมวกเหล็ก สำหรับทุ่งทานตะวัน สระบุรี ที่ทยอยออกดอกให้เชยชยแล้ว ได้แก่

    ทุ่งทานตะวัน 2568 ลพบุรี

    ภาพจาก : Chaton Chokpatara / shutterstock.com

    วังเลนเกษตรแฟร์ 

    • ช่วงดอกบาน : วันที่ 1 พศจิกายน 2568 เป็นต้นไป, รอบ 2
      วันที่ 25 ธันวาคม 2568 – 25 มกราคม 2569
    • พิกัด : วังเลนเกษตรแฟร์

    ทุ่งทานตะวัน 2568 สระบุรี

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก วังเลนเกษตรแฟร์

              *** สำหรับไร่อื่น ๆ จะทยอยอัปเดตให้อีกครั้ง สามารถอัปเดตข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก สำนักงานเกษตรอำเภอมวกเหล็ก

    จังหวัดปทุมธานี

              ชวนเที่ยวงานทานตะวันบานสะพรั่งทั่วระแหง ครั้งที่ 6 วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00-18.00 น. ณ บริษัท ซีพีแรม จำกัด สำนักงานใหญ่ ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี

              มาเที่ยวชมความงดงามของทุ่งทานตะวันกว่า 5 ไร่ และสนุกไปกับกิจกรรมสุดพิเศษมากมายที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ 

    • เดินชมและถ่ายรูปสุดชิคกับทุ่งทานตะวันกว่า 5 ไร่

    • เลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากชุมชน

    • ชมการแสดงพืชผักและไม้ดอกนานาชนิด

    • เยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตร

    • รับฟรี ! ต้นกล้าผักและไม้ดอกนานาพันธุ์

    ทุ่งทานตะวัน 2568 ปทุมธานี

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก CPRAM

              สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก CPRAM

    กรุงเทพฯ

              ตอนนี้ที่สวนจตุจักร เต็มไปด้วยความสดใสของดอกทานตะวันนับพันต้นที่กำลังบานสะพรั่งกลางแดดอุ่น ๆ บรรยากาศสวยงามเหมาะสุด ๆ สำหรับออกไปถ่ายรูปเช็กอิน หรือเดินเล่นชิล ๆ ให้ธรรมชาติช่วยฮีลใจ งานนี้มีแค่ปีละครั้งเท่านั้นนะ แนะนำให้ไปช่วงเช้า ๆ หรือไม่ก็เย็น ๆ สักช่วงประมาณ 16.00 น. เพราะอากาศจะไม่ร้อนมาก แสงกำลังดี ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม ที่สำคัญ…เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า มาลงที่สถานีหมอชิต (ทางออก 3) แล้วเจอกับทุ่งทานตะวันได้เลย

    ทุ่งทานตะวัน 2568 กรุงเทพ

    ภาพจาก : singh srilom / shutterstock.com

              ฤดูหนาวนี้ออกไปสัมผัสความงามของทุ่งทานตะวัน 2568 ที่กำลังบานสะพรั่งทั่วไทย ได้เวลาชวนคนรู้ใจออกไปเที่ยว เติมความสดใสให้หัวใจกันเถอะ ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568 ที่เที่ยวธรรมชาติ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view296334.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R0Sy_jiYD9MRnDdRtLU_6

  • น้ำเจ้าพระยาหนุนสูง! ถนนท่องเที่ยวอุทัยธานีจม 50 ซม. รถเล็กผ่านไม่ได้ ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ

    น้ำเจ้าพระยาหนุนสูง! ถนนท่องเที่ยวอุทัยธานีจม 50 ซม. รถเล็กผ่านไม่ได้ ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/108878&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XcVE3gxiKGRo9kdtUhiju

  • รองหัวหน้า ปชน.ชงไทยปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ คัมแบ็กเสือตัวที่ 5

    รองหัวหน้า ปชน.ชงไทยปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ คัมแบ็กเสือตัวที่ 5

    การเมือง

    07 พ.ย. 2025 เวลา 16:09 น.

    รองหัวหน้า ปชน.ชงไทยปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ คัมแบ็กเสือตัวที่ 5

    รองหัวหน้าพรรค ปชน.เสนอไทย ปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาส่งออก ดันความสำคัญภายใน สร้างไทยเป็น ‘เสือตัวที่ 5’ วิ่งด้วยขาตัวเอง

    • วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ปชน. เสนอให้ปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของไทย โดยลดการพึ่งพาการส่งออกซึ่งสูงถึง 70% ของ GDP และหันมาสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภายในประเทศ
    • แนะสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมไฮเทค (Hitech ecosystem) เชื่อมโยงอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ เช่น เครื่องมือแพทย์ และสนับสนุน SME ให้ตอบโจทย์สังคมสูงวัย
    • เปลี่ยนแนวคิดจาก “Made in Thailand” เป็น “Made with Thailand” โดยร่วมมือกับชาติอื่นในเอเชียตะวันออกเพื่อลงทุนในเทคโนโลยีใหม่และหาจุดยืนที่โดดเด่นในห่วงโซ่การผลิตโลก

    เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2568 ในเวที The Standard Economic Forum 2025 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เสนอให้ประเทศไทยปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกและเพิ่มความสำคัญของเศรษฐกิจภายใน สร้างประเทศไทยให้เป็น “เสือตัวที่ห้าที่วิ่งด้วยขาของตัวเอง” ได้แก่

    1. ไทยมีการส่งออกต่อจีดีพีสูงกว่าจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สะท้อนความอ่อนแอเศรษฐกิจภายใน ประเทศไทยใช้ยุทธศาสตร์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก หรือ Export-led growth model เหมือนกับ “เสือเศรษฐกิจแห่งเอเชียตะวันออก” อย่างเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน แต่ผ่านไปหลายทศวรรษ กลับพบว่าเราพึ่งพาการส่งออกถึง 70% ของจีดีพี สูงกว่าเอเชียตะวันออกที่มีสัดส่วนการส่งออกเพียง 20-40% ต่อจีดีพีเท่านั้น

    ที่เป็นเช่นนี้ไม่ได้แปลว่าเราส่งออกเก่งกว่าจีนหรือญี่ปุ่น แต่เป็นเพราะเศรษฐกิจภายในของเราอ่อนแอเกินไป ทำให้การส่งออกทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ จนอนาคตของเศรษฐกิจไทยไปแขวนไว้กับความเปราะบางของสงครามการค้า ตลอดจนความผันผวนของราคาสินค้าในตลาดโลก

    รองหัวหน้า ปชน.ชงไทยปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ คัมแบ็กเสือตัวที่ 5

    2. ใช้กลไกรัฐและกลไกตลาดสร้าง Hitech ecosystem และสังคมสูงวัยที่มีความสุข ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายใน ซึ่งทำได้ผ่านแนวทางสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ (1) สนับสนุนให้เกิดการลงทุนภาคเอกชนที่เชื่อมโยงข้ามอุตสาหกรรม (2) การลงทุนภาครัฐจะต้องตรงจุดและส่งผลต่อเนื่องให้เอกชนพร้อมลงทุนต่อ และ (3) สนับสนุนการบริโภคในประเทศที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิต

    นายวีระยุทธ ยกตัวอย่างแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม 2 ด้าน ด้านแรก คือ การสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมไฮเทคให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เชื่อมโยงการผลิตจากความสามารถเดิมที่ไทยมีอยู่แล้วอย่างชิ้นส่วนยานยนต์ ไปสู่การผลิตเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัย ในขณะเดียวกันก็ออกมาตรการผลักดันให้ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนสำคัญอย่างเซมิคอนดักเตอร์หรือเซ็นเซอร์ที่ผลิตในประเทศไทย

    ทั้งนี้ การสนับสนุนด้านภาษีและการผลิตไม่จำเป็นต้องให้กับบริษัทต่างชาติหรืออุตสาหกรรมใหญ่ๆ เท่านั้น ดังนั้น แนวทางอีกด้านที่ควรทำไปพร้อมกันคือ ผลักดันให้ SME ไทยสามารถยกระดับเพื่อตอบโจทย์ “สังคมสูงวัย” ที่ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม อุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อสุขภาพ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ในบ้านที่ต้องยกระดับความปลอดภัยและติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัย

    รองหัวหน้า ปชน.ชงไทยปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ คัมแบ็กเสือตัวที่ 5

    3. เชื่อมต่อโลกเพื่อร่วมขบวนเศรษฐกิจใหม่ การเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิตในไทยไม่ได้แปลว่าเราต้องตัดขาดจากโลก ตรงกันข้าม วีระยุทธเสนอให้ไทยเดินหน้าจับมือกับ “เสือเอเชียตะวันออก” เพื่อร่วมลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ โดยเข้าใจความต้องการของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน เช่น ญี่ปุ่นขาดพื้นที่การทดลองภายในประเทศ เราจึงควรร่วมมือกับรัฐบาลและบริษัทญี่ปุ่นสร้าง joint sandbox ในเทคโนโลยีใหม่อย่างพลังงานไฮโดรเจนหรือรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

    ในขณะที่เกาหลีใต้ขาดพื้นที่สำหรับกระจายความเสี่ยงการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไทยควรหาจุดที่ไปเชื่อมต่อในซัพพลายเชนร่วมกับเวียดนามและมาเลเซีย การปรับยุทธศาสตร์ทั้งหมดนี้ ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงความเชื่อเดิมด้วย เช่น (ก) เปลี่ยนจากการดีใจกับตัวเลขส่งออก มาสู่ความสนใจจุดแข็งจุดอ่อนของเศรษฐกิจภายใน  (ข) เปลี่ยนจากการมุ่งแต่ดึงเงินใหม่ก้อนใหญ่จากต่างประเทศ มาสู่การสร้างเศรษฐกิจไทยที่คนในอยากลงทุน และ (ค) เปลี่ยนจากกรอบคิด Made in Thailand ที่อยากดึงซัพพลายเชนการผลิตให้มาตั้งที่ไทยทั้งห่วงโซ่ มาเป็น Made with Thailand ที่เน้นการหาจุดโฟกัสที่เราเก่งในแต่ละห่วงโซ่การผลิต เพื่อทำให้เป็นจุดที่โลกขาดไทยไม่ได้

    รองหัวหน้า ปชน.ชงไทยปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ คัมแบ็กเสือตัวที่ 5

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1206667&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0PTKHEP5Adebi67VGh_41q

  • กูรูชี้ราคาทองคำเดือนพ.ย. ผันผวนหนัก รับแรงกดดันเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์

    กูรูชี้ราคาทองคำเดือนพ.ย. ผันผวนหนัก รับแรงกดดันเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์

    กูรูชี้ราคาทองคำเดือนพ.ย. ผันผวนหนัก รับแรงกดดันเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์

    นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ประเมินแนวโน้มราคาทองคำในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวน โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ

    โดยเฉพาะปัจจัยทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ หลังจากที่ได้ลดดอกเบี้ยไปแล้วในเดือนตุลาคมที่ผ่ามาในระดับ 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00%

    ทั้งนี้ เครื่องมือ FedWatch Tool ชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 68.8% ต่อคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 85.2%

    ขณะที่สถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เริ่มมีแนวโน้มคลี่คลาย ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนขายทำกำไรทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ว่าล่าสุดทางรัฐบาลจีนประกาศยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษีทองคำ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนของผู้ค้าปลีกเพิ่มขึ้น และความต้องการทองคำในประเทศลดลง

    ทั้งนี้ จากความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกรณีอิสราเอลยังคงดำเนินการโจมตีฉนวนกาซา แม้มีข้อตกลงหยุดยิง ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ นักลงทุนยังคงถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

    ดังนั้น ฝ่ายวิจัยประเมินกรอบราคาทองคำในเดือนนี้อยู่ที่ 3,820-4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยอยู่ประมาณ 58,900-64,000 บาท (ณ อัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 6 พ.ย.68 ที่ระดับ 32.45 บาท) พร้อมแนะนำให้นักลงทุน ทยอยขายเมื่อราคาขึ้นถึงแนวต้าน

    อย่างไรก็ตาม ทางโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำในเดือนธ.ค. 2569 จาก 4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยอยู่ประมาณ 66,300 บาท) เป็น 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยอยู่ประมาณ 75,580 บาท) โดยอ้างถึงการไหลเข้าของเงินทุนสู่กองทุน ETF ทองคำในภูมิภาคตะวันตกอย่างแข็งแกร่ง และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางจะเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/finance/643333&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HvrcAqxFmz55brs9RKtwg