Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘หัวหน้าเอ้’ เปิดที่ทำการ ‘พรรคไทยก้าวใหม่’ ย้ำนโยบายธนู 4 ดอก ขอคะแนนเสียงเป็นผู้นำเปลี่ยนแปลง

    ‘หัวหน้าเอ้’ เปิดที่ทำการ ‘พรรคไทยก้าวใหม่’ ย้ำนโยบายธนู 4 ดอก ขอคะแนนเสียงเป็นผู้นำเปลี่ยนแปลง

    ‘ดร.เอ้’เปิดที่ทำการ ‘พรรคไทยก้าวใหม่’ ย้ำนโยบายธนู 4 ดอก เริ่มต้นที่การศึกษา-สร้างเศรษฐกิจใหม่-ยกระดับคุณภาพชีวิต อ้อน ขอคะแนนเสียง ให้ได้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้าน ‘คุณหญิงกัลยา’ พร้อมอุทิศตนผลักดัน เพื่อให้โอกาสลูกหลานของเราทุกคนอยู่ในโลกดิจิทัลที่โหดร้ายอย่างมีความสุข

    7พ.ย.2568- พรรคไทยก้าวใหม่ เปิดที่ทำการพรรคอย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 14 อาคารไอทาวเวอร์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร โดยนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวเปิดที่ทำการพรรคในวันนี้ ว่า เสมือนเป็นการขึ้นบ้านใหม่ เปิดหัวใจ เปิดความหวัง และเปิดพลังของคนรุ่นใหม่ เพื่อเริ่มก้าวใหม่ของประเทศไทย ซึ่งพรรคไทยก้าวใหม่เชื่อว่า การเมืองไทยแบบใหม่ต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง และหันมาร่วมมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลง ด้วยอุดมการณ์ ความกล้าหาญ พลังของความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของทุกคน

    “นับตั้งแต่เปิดตัวพรรคไทยก้าวใหม่เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมงานทุกฝ่ายได้ทำงานกันอย่างเข้มข้นรวมทั้งมีการเปิดสาขาพรรคและแต่งตั้งตัวแทนประจำจังหวัด เพื่อคัดสรรบุคลากรคุณภาพที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาสร้างการเมืองใหม่ เพื่อพลิกโฉมประเทศให้เข้มแข็ง ผ่านนโยบายเรือธงธนู 4 ดอก ได้แก่ การปฏิรูปการศึกษา การสร้างเศรษฐกิจใหม่ด้วยเทคโนโลยี การยกระดับคุณภาพชีวิต และการสร้างค่านิยมใหม่ เพื่อปราบทุจริต” นายสุชัชวีร์ กล่าว

    นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ทุกพรรคมีดี มีคนดี แต่เรามีแนวทางที่ชัดเจนว่า การก่อตั้งพรรคไทยก้าวใหม่ เพื่อมาทำงานแก้ปัญหาประเทศที่ตอนนี้ไม่มีใครตั้งใจจะทำ เพราะหากไม่แก้ปัญหาที่รากฐาน และแก้ปัญหาฉาบฉวยไม่ได้อีกต่อไป เรามาเพื่อทำ ไม่ได้มาเพื่อที่จะพูด เรามีทางออกวิธีแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน นี่คือความตั้งใจไม่ได้เข้ามาเพื่อเพิ่มความขัดแย้ง และพร้อมร่วมมือกับทุกพรรคที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศนี้จริงๆ

    “เราตั้งใจสร้างนักการเมืองคุณภาพที่มีอุดมการณ์ร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศเริ่มต้นด้วยการศึกษา สร้างคุณภาพชีวิตใหม่จัดการปัญหาคอรัปชั่น จึงต้องขอคะแนน ย้ำทุกคะแนนถ้าเลือกได้ผม ถ้าเลือกเรา ได้คนไปดูแลท่าน อนาคตลูกหลานของท่าน ทุกคะแนนของท่านคือคะแนนที่จะสร้าง ความเปลี่ยนแปลงของไทยที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนไม่ใช่การแก้ปัญหาฉาบฉวย ไม่ได้มาเพื่อขอกำลังใจ แต่นี่คือเดิมพันชีวิตของเราทุกคน ดังนั้น ขอทุกคะแนนเสียงให้พรรคไทยก้าวใหม่เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง”นายสุชัชวีร์ กล่าว

    ด้านคุณหญิง กัลยาโสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวว่า เจ้าคุณธงชัย ได้บอกกับตนเองว่า การศึกษาเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาประเทศทุกด้าน เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่พรรคไทยก้าวใหม่กำลังจะพาประเทศก้าวข้ามวิกฤตและให้ลูกหลานของเราทุกคนอยู่ในโลกดิจิทัลที่โหดร้ายอย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นเราต้องการมือต้องการพลังของทุกคนที่คิดถึงอนาคตของลูกหลาน

    “ภาวนาตัวเองว่าชีวิตที่เหลือจะทำสิ่งนี้ให้กับประเทศไทยประสบความสำเร็จ โดยจะใช้ตัวเองเพื่อสร้างและผลักดันโอกาสให้กับลูกหลานคนไทยคนไทยทุกคนให้ได้มีโอกาสเรียนรู้เฉกเช่นตนเอง” คุณหญิงกัลยา กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/891747/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fzJD4sDuTRCOBXt3hapbO

  • รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่โรงเรียนโมโกรวิทยาคม จังหวัดตาก

    รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่โรงเรียนโมโกรวิทยาคม จังหวัดตาก

    การศึกษา

    รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่โรงเรียนโมโกรวิทยาคม จังหวัดตาก

    วันศุกร์ ที่ 07 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.47 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่โรงเรียนโมโกรวิทยาคม จังหวัดตาก

    นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมคณะจากสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงาน การยกระดับและพัฒนาคุณภาพการศึกษา โรงเรียนโมโกรวิทยาคมซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก

    การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของ สพฐ. ที่มุ่งเน้นให้โรงเรียนพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น โดยโรงเรียนโมโกรวิทยาคมได้ออกแบบรายวิชาเพิ่มเติมตามศักยภาพและความสนใจของผู้เรียน ภายใต้หลักสูตรท้องถิ่น “โมโกรบ้านฉัน” สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านโครงงานและการสืบเสาะและรายวิชา “การศึกษาค้นคว้าอิสระ อัจฉริยเกษตรประณีต (IS–STI)” สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเน้นการวิจัยและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียน “เรียนน้อย ได้มาก” เน้นการพัฒนาทักษะที่ใช้ได้จริงในชีวิตและอาชีพ

    นอกจากนี้ คณะผู้บริหารยังได้เยี่ยมชมกิจกรรมนำเสนอ STEM Play Ground ของนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก ซึ่งเป็นกิจกรรมต้นแบบในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแก้ปัญหาด้านการเกษตรและพัฒนาท้องถิ่น รวมทั้งได้มอบหนังสือให้แก่ห้องสมุดโรงเรียน เพื่อส่งเสริมการอ่านและการศึกษาค้นคว้าในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และหนังสือพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

    ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (O-NET) และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน โรงเรียนได้กลายเป็นต้นแบบของการนำนโยบาย “การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)” ไปสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการบูรณาการหลักสูตรกับสาระท้องถิ่น และการพัฒนาทักษะอาชีพ เช่น การเลี้ยงหม่อนไหม การทอผ้ากะเหรี่ยง การทำ Smart Farm และการสร้างโรงเรือนอัจฉริยะ ซึ่งตอบโจทย์บริบทของชุมชนที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

    โรงเรียนยังมุ่งเน้นการพัฒนาระบบวัดและประเมินผลในรูปแบบ Project-based Learning เพื่อสะท้อนสมรรถนะของผู้เรียนผ่านผลงานจริง อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนทางวิชาการอย่างต่อเนื่องจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ร่วมเป็นพี่เลี้ยงโครงงาน Mini Project ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างยั่งยืน

    การติดตามในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า โรงเรียนโมโกรวิทยาคม สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็นระบบ และเป็นต้นแบบสำคัญของโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะใช้ได้จริงในชีวิตและอาชีพ พร้อมดำรงชีวิตอย่างมีความสุขและยั่งยืนในชุมชนของตนเอง

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com    และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/453332&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3888p4SIMmMRi4ctsAAMyT

  • วว. จับมือ ซีพี-เมจิ ร่วมเสริมสร้างศักยภาพครู/นักเรียน สู่การเป็นนวัตกรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ระดับประเทศ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    วว. จับมือ ซีพี-เมจิ ร่วมเสริมสร้างศักยภาพครู/นักเรียน สู่การเป็นนวัตกรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ระดับประเทศ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.)  มอบหมาย  ดร.พัชทรา   มณีสินธุ์  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการนวัตกรรมการศึกษาเพื่ออนาคต เสริมสร้างครู-นักเรียนไทย สู่การเป็นนวัตกรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับประเทศ และบรรยายพิเศษเรื่อง ทิศทางประเทศไทยกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออนาคต   ซึ่ง วว. ร่วมกับบริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2568  ณ ห้องประชุม ชั้น 1 อาคารศูนย์ความเป็นเลิศด้านสาหร่าย (ALEC) วว. เทคโนธานี  คลองห้า จ.ปทุมธานี เพื่อมุ่งยกระดับศักยภาพครูและนักเรียนไทยให้ก้าวทันโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง เป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของ วว.  ในการส่งเสริมองค์ความรู้ เพื่อสร้างรากฐานแห่งการพัฒนาคนไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการดำเนินงานโดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรม (ศนว.) วว. และบริษัท ซีพี-เมจิฯ ซึ่งต่างมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการ “ส่งต่อความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และยกระดับศักยภาพของครูและนักเรียนไทย” ให้สามารถใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสร้างอนาคตที่ดีกว่า และเพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ให้ครูได้พัฒนาทักษะการเป็นที่ปรึกษา ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในการสร้างสรรค์ผลงานที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

    ภายใต้การเรียนรู้ของครูเกี่ยวกับเทคนิคการเป็นที่ปรึกษาโครงงานอย่างมืออาชีพ พร้อมทั้งได้ร่วมทำ Workshop ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ในการสอนและการพัฒนานวัตกรรม ส่วนนักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง คิดค้น และพัฒนาผลงาน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของ “นวัตกรรุ่นใหม่” ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยในอนาคต  โดยการพัฒนา “คน” คือ การลงทุนที่มีคุณค่าที่สุด และการลงทุนใน “ครู” คือการลงทุนที่ยั่งยืนที่สุด เพราะครูคือผู้ส่งต่อแรงบันดาลใจให้เยาวชนจากรุ่นต่อรุ่น  เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมที่ยั่งยืนต่อไป โอกาสนี้ ดร.เรวดี  อนุวัฒนา  ผอ. ศนว. คณะนักวิจัย คณะครูและนักเรียน โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) โรงเรียนวัดขอนชะโงก (เขียววิมลราษฏร์อุปภัมถ์)  โรงเรียนวัดราษฏร์บำรุง  โรงเรียนวัดบัวลอย (สามัคคีสงเคราะห์) โรงเรียนวัดบ้านลาด และโรงเรียนวัดสันติวิหาร (ขันธสาประชานุเคราะห์) เข้าร่วมกิจกรรม และเยี่ยมชมภารกิจของ ศนว.  ALEC และศูนย์บริการนวัตกรรมเวชสำอางแบบครบวงจร (ICOS) ด้วย

    “…การศึกษา คือหัวใจของการพัฒนาประเทศ และ “ครู” คือผู้สร้างอนาคตให้เกิดขึ้นจริง ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เราจำเป็นต้องสร้างระบบการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ ลงมือทำ และสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่..”  รองผู้ว่าการ วว. กล่าว

    “โครงการนวัตกรรมการศึกษาเพื่ออนาคต เสริมสร้างครู–นักเรียนไทย สู่การเป็นนวัตกรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับประเทศ” มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) พัฒนาศักยภาพครูในการเป็นที่ปรึกษาโครงงานและเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถผ่านการลงมือปฏิบัติจริง รวมถึงการต่อยอดองค์ความรู้จากงานวิจัยของ วว. เช่น กรรมวิธีการผลิตภาชนะใบไม้และเยื่อพืช (อนุสิทธิบัตรเลขที่ 18018) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนก้าวสู่การเป็น “นวัตกรแห่งอนาคต” และเพื่อพัฒนาศักยภาพครูและนักเรียนในการสร้างโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Learning by Doing)  ภายในระยะเวลา 4 เดือน (พฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569)

    เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จโครงการ   ประกอบด้วย    1)  ครูจำนวน  30  ท่าน   ได้รับการพัฒนาและสามารถโค้ชนักเรียนได้  30  โครงงาน  2) นักเรียนจำนวน 60 คน สามารถพัฒนาโครงงานและสิ่งประดิษฐ์ได้อย่างน้อย 30 โครงงาน  และ 3) โรงเรียนที่เข้าร่วมสามารถส่งผลงานเข้าประกวดในระดับเขตพื้นที่การศึกษาอย่างน้อยโรงเรียนละ 1 ทีม  โดยผลจากการดำเนินโครงการจะเป็นเวทีแห่งแรงบันดาลใจ และเป็นจุดเริ่มต้นของเครือข่ายครูที่จะร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่ออนาคตของประเทศด้วยนวัตกรรมที่จับต้องได้จาก วว.

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/11/07/592366/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NZkWnONDGW5t39UXpVM7E

  • มื้อเย็นคือตัวตัดสิน! หมอเตือน 3 พฤติกรรม ‘การกิน’ ที่ย่นอายุขัย แต่หลายคนเคยชิน ทำทุกวัน!

    มื้อเย็นคือตัวตัดสิน! หมอเตือน 3 พฤติกรรม ‘การกิน’ ที่ย่นอายุขัย แต่หลายคนเคยชิน ทำทุกวัน!

    มื้อเย็นเป็นตัวตัดสินอายุขัยของคนหนึ่งคน: มี 3 รูปแบบการกินมื้อเย็นที่ย่นอายุขัย หลายคนยังคงกินแบบนี้ทุกวัน หมอออกโรงเตือน!

    หลายคนคงเคยได้ยินว่า “มื้อเช้าส่งผลต่อพลังงานในวันนั้น” แต่ลองคิดดู… “มื้อเย็น” ก็อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดอายุขัยของคุณด้วย

    ถ้าคุณกินมื้อเย็นอย่างสมดุล ทั้งในเรื่องเวลาและคุณภาพอาหาร— คุณช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ปกป้องหัวใจ-หลอดเลือด และควบคุมน้ำหนักได้
    แต่ถ้ากินมื้อเย็นแบบไม่ตั้งเวลา, ข้ามมื้อ, หรือกินเร็วเกินไป? นั่นคือสัญญาณเตือนของโรคเรื้อรังที่อาจตามมา

    จากการศึกษาใหญ่ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 71,000 คน อายุ 40-79 ปี ชี้ว่า คนที่กินมื้อเย็นไม่เป็นเวลา มีอัตราการเสียชีวิตจากหลอดเลือดสมองสูงกว่าคนที่กินก่อนเวลา 20.00น. ถึง 44%

    อีกงานวิจัยในด้านต่อมไร้ท่อและการเผาผลาญ พบว่า การกินดึกทำให้ร่างกาย “ดึงดัน” ในการจัดการน้ำตาลกลูโคส ส่งผลให้การสลายไขมันช้าลง และสะสมจนกลายเป็นภาวะอ้วน

    ยิ่งไปกว่านั้น… แม้หลายคนจะเลือกกินมื้อกลางวันให้คาร์โบต่ำแล้ว มื้อเย็นก็กินโปรตีน-ผักเพียงอย่างเดียว — แต่วิธีนี้อาจทำให้สมองขาดพลังงาน ร่างกายขาดเส้นใย และกระทบต่อการนอนหลับ

    การข้ามมื้อเย็นดูเหมือนลดแคลแล้ว แต่จริงๆ มันกระตุ้นให้ร่างกาย “โหมอยาก” ในวันถัดไป อาจทำให้กินมากขึ้น ดื้ออินซูลิน น้ำหนักพุ่ง และเสี่ยงเป็นเบาหวาน

    ดังนั้น ถ้าอยากมีสุขภาพดี – สุขภาพแข็งแรงยืนยาว ให้เริ่มจาก “มื้อเย็น” ที่กินถูกเวลาและกินอย่างชาญฉลาด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9855130/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jkP8cBQHXUpXT2Ki9ZAS2

  • นายกฯ รับข้อเสนอปรับปรุงสัญญางานก่อสร้าง ทั้งภาครัฐ-เอกชนให้เป็นสากล

    นายกฯ รับข้อเสนอปรับปรุงสัญญางานก่อสร้าง ทั้งภาครัฐ-เอกชนให้เป็นสากล

    นายกฯ รับข้อเสนอปรับปรุงสัญญางานก่อสร้าง ทั้งภาครัฐ-เอกชนให้เป็นสากล

    วันนี้, 05:26น.

              เมื่อวานนี้ (6 พ.ย.68) สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาควิศวกรรม สถาปัตยกรรม และอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศ

              นายกรัฐมนตรีรับทราบภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างว่ามีมูลค่าประมาณ 140,000 ล้านล้านบาท และมีการจ้างงานประมาณ 4 ล้านคน ซึ่งจากการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่าหากมีการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมจะสามารถเพิ่ม GDP ของประเทศได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.5 โดยทั้ง 4 สมาคมฯ รายงานประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภาควิศวกรรม สถาปัตยกรรม และอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศ พร้อมข้อเสนอ อาทิ การจัดสรรงบประมาณเพื่อจ่ายเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่า K) การขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการก่อสร้าง การออกระเบียบและกำหนดระยะเวลาการบริหารสัญญาให้ชัดเจน การเข้ามาของต่างชาติโดยการลงทุนผ่าน Nominee การแก้ไขปรับปรุงสัญญางานก่อสร้าง ทั้งงานภาครัฐและงานเอกชนให้เป็นสากลและให้มีความเป็นธรรม การปรับปรุงราคากลาง และการคิดต้นทุนที่ครบถ้วนและเหมาะสมตาม TOR การจัดตั้งองค์กรกลางเพื่อกำกับดูแลและยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นต้น

              นายกรัฐมนตรีรับประเด็นปัญหาและข้อเสนอของทั้ง 4 สมาคมฯ เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎ ระเบียบ หรือประกาศที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ที่ไม่ใช่เป็นการแก้หรือตรากฎหมายขึ้นใหม่ซึ่งต้องใช้เวลา รวมถึงการดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ทั้งรายเล็กและขนาดกลาง โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้มีการจัดตั้งองค์กรกลางเพื่อกำกับดูแล และยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อให้ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำในการปฏิบัติ และมีบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้กับผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกร และการก่อสร้างที่ได้มาตรฐานให้กับประเทศไทย

    #อุตสาหกรรมก่อสร้าง

    #ทำเนียบรัฐบาล

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/156213&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RNDcWhXyltiKkpFtG8kht

  • สำนักงานก.พ.รุกสร้างโอกาสดันนักศึกษา-คนทำงานสู่ระดับโลก

    สำนักงานก.พ.รุกสร้างโอกาสดันนักศึกษา-คนทำงานสู่ระดับโลก

    สำนักงานก.พ.รุกสร้างโอกาสดันนักศึกษา-คนทำงานสู่ระดับโลก

    สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงานก.พ.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการสร้างโอกาสในการไปสู่ระดับโลกให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และคนทำงานที่ต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศ

    โดยผ่านมหาวิทยาลัยกว่า 270 สถาบัน จาก 29 ประเทศ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่างประเทศ ข้อมูลทุนการศึกษาทั้งระยะสั้น–ยาว ไปจนถึงเวิร์กชอปลงมือทำ พื้นที่ทดลองสอบภาษา และโซนพูดคุยกับรุ่นพี่ศิษย์เก่าจากหลายประเทศ ให้ได้ข้อมูลจริง

    รวมถึงการนำเสนอ Intelligent Matching Tool ผ่าน OCSC EXPO Application เครื่องมือที่ช่วยแมตช์ หลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยวิเคราะห์จากความสนใจ เป้าหมายการเรียน และเส้นทางอาชีพในอนาคต ระบบจะช่วยคัดตัวเลือกที่ตอบโจทย์ และฟังก์ชันนัดหมายล่วงหน้าเพื่อคุยกับมหาวิทยาลัย/ที่ปรึกษาในงานได้แบบตัวต่อตัว

    ซึ่งเป็นการดำเนินงานผ่านกิจกรรม OCSC International Education Expo 2025 โดยในงานดังกล่าวจะมี Meet Top Global Universities พบตัวแทนจากสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี แคนาดา เลือกได้ตามสายที่สนใจ 

    ,Personalized Advice รับคำปรึกษาแบบตัวต่อตัวจากผู้เชี่ยวชาญและศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศของสำนักงาน ก.พ.

    ,Scholarships & Funding สำรวจทุนจากไทยและต่างประเทศ รวมถึงแนวทางการเตรียมแฟ้มผลงาน/เรียงความ/สัมภาษณ์

    ,Future Skills Stage เกาะเทรนด์งานอนาคตกับผู้เชี่ยวชาญ ย่อยยากให้เข้าใจง่าย

    และWorkshop Area เวิร์กชอปลงมือทำจากอาจารย์มหาวิทยาลัยระดับโลก ทั้งวางแผนเส้นทางเรียนต่อ เทคนิคสมัครเรียนตั้งแต่การเขียน Statement of Purpose ,เทคนิคสัมภาษณ์ ,การแพ็กพอร์ตโฟลิโอ ไปจนถึง Work-Integrated Learning เป็นต้น โดยงานมีวันที่ 15-16 พ.ย. 68 ที่สยามพารากอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/643358&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0EPRVmN8Wit2NQv-yRwiP2

  • กกท.บูมอุตสาหกรรมมวยไทยเชิงสร้างสรรค์งานท่องเที่ยวโลก 2025

    กกท.บูมอุตสาหกรรมมวยไทยเชิงสร้างสรรค์งานท่องเที่ยวโลก 2025

    Thairath Sport

    • facebook
    • twitter
    • youtube
    • instagram
    • tiktok

    ไทยรัฐออนไลน์

    7 พ.ย. 2568 09:30 น.

    LightDark

    แชร์ข่าวนี้

    กกท.บูมอุตสาหกรรมมวยไทยเชิงสร้างสรรค์งานท่องเที่ยวโลก 2025

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/sport/fightsport/muaythai/2893969&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JAasTSHacI5R8qTi7WxYR

  • อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกผาน้ำหยดให้เข้าชมความงดงาม เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

    อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกผาน้ำหยดให้เข้าชมความงดงาม เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

    7 พฤศจิกายน 2568  เพจ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน – Kaeng Krachan National Park  โพสต์ข้อความระบุ “อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พิจารณาแล้ว เพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจและอยากเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน รวมถึงเปิดโอกาสให้ชุมชนในท้องถิ่นสามารถมีรายได้จากการท่องเที่ยว

    อุทยานแห่งชาติ จึงประกาศเปิดแหล่งท่องเที่ยว “น้ำตกผาน้ำหยด” เป็นแหล่งท่องเที่ยวและนันทนาการแบบไป-กลับ ไม่ให้มีการพักแรม และงดประกอบอาหารในพื้นที่

    หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 032 – 772312 หรือทางสื่อสังคมออนไลน์ เฟชบุ๊ก (Facebook) เพจอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/60692&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09NazBKpKjI1WQCYHrK8FW

  • “TNP” ลั่นส่งท้ายปีสวย! โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุน รับผลบวก “ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ได้เงินเพิ่ม แจ้งผลประกอบการ 9 เดือนปี 2568 กำไร 148 ล้านบาท เติบโต 10% จากงวดเดียวกันปีก่อน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    “TNP” ลั่นส่งท้ายปีสวย! โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุน รับผลบวก “ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ได้เงินเพิ่ม แจ้งผลประกอบการ 9 เดือนปี 2568 กำไร 148 ล้านบาท เติบโต 10% จากงวดเดียวกันปีก่อน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บมจ. ธนพิริยะ (TNP) รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2568 มีรายได้จากการขาย 2,196.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.68% ขณะที่มีกำไรสุทธิ 148.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มั่นใจไตรมาส 4 จะปิดปีได้อย่างแข็งแกร่ง รับแรงหนุนจากฤดูไฮซีซั่นที่มีหลายเทศกาลกระตุ้นการจับจ่าย ประกอบกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับวงเงินเพิ่ม รวมทั้งมาตรการรัฐต่าง ๆ ช่วยผลักดันกำลังซื้อทั้งทางตรงและทางอ้อม สนับสนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคและบรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยรวมให้คึกคัก เชื่อปีนี้ขยายสาขาได้ครบตามแผน 56 สาขา พร้อมยกเครื่องปรับไลน์สินค้า เพิ่มสินค้ามาร์จิ้นดีเข้ามาจำหน่าย

    เภสัชกรหญิงอมร พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้นำธุรกิจค้าปลีก–ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในภาคเหนือ เปิดเผยว่า ผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปี 2568 มีรายได้จากการขาย 731.10 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 47.66 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรก มีรายได้จากการขาย 2,196.49 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 148.53 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10.31% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ายอดขายสาขาเดิมลดลงจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว

    โดยปีนี้ได้เปิดสาขาใหม่ 6 สาขา ได้แก่ สาขาดอยหลวง สาขาแม่จัน(2) สาขาหนองบัวแดง จังหวัดเชียงราย สาขาเจดีย์แม่ครัว และสาขาสันทรายน้อย จ.เชียงใหม่ ปิดท้าย ปี2568 สาขาแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จากปัจจุบันในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 มีสาขาทั้งหมด 53 สาขา และคาดว่าจะครบ 56 สาขา ตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้

    ทั้งนี้ แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2568 คาดว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดของปี เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุน คือ เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจที่มีหลายเทศกาล ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายมากขึ้น และได้รับอานิสงส์จากนโยบายของรัฐบาลในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่ง TNP ได้รับประโยชน์จากประชาชนกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับผลบวกโดยตรงจากโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการพิเศษสำหรับเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ปี 2568 ซึ่งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับเงินเพิ่มอีก 850 บาทต่อคนต่อเดือน รวมสิทธิเพิ่มเป็น 1,150 บาทต่อคนต่อเดือน ประกอบกับโดยปกติช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ รวมถึงฤดูกาลท่องเที่ยวของภาคเหนือ นอกจากนี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาล ทำให้เชื่อมั่นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

    “คาดว่ารายได้จากการขายปีนี้จะเติบโตจากปีก่อนได้ ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้ว่าปีนี้จะมีหลายปัจจัยท้าทาย แต่การขยายสาขายังคงเป็นกลยุทธ์หลักในการเติบโต โดยเน้นเลือกทำเลที่เข้าถึงแหล่งชุมชน กระจายอยู่ใน 3 จังหวัดภาคเหนือ คือ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ และ จ.พะเยา รวมทั้งได้บริหารจัดการนำสินค้าในกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงและการแข่งขันไม่รุนแรงเข้ามาจำหน่ายเพื่อรักษาอัตรากำไรและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น  TNP ยังได้รับผลดีจากมาตรการของรัฐบาลที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนการจับจ่ายใช้สอยให้คึกคัก โดยได้รับประโยชน์ทางตรงจากโครงการเพิ่มวงเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคนละ 1,150 บาท ซึ่ง TNP รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือโครงการที่ได้รับผลบวกทางอ้อม อาทิ “เที่ยวดี มีคืน” และ “คนละครึ่งพลัส” แถมเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวภาคเหนือ ปัจจัยเหล่านี้คาดว่าส่งผลบวกต่อผลประกอบการในไตรมาส 4/2568” เภสัชกรหญิงอมร กล่าว

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/11/07/592316/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw32Atfxf2-ISh6sPo0BMxnF

  • ทุนเทาเคลื่อนประเทศ: เมื่อเศรษฐกิจเงากลืนรัฐและการเมือง

    ทุนเทาเคลื่อนประเทศ: เมื่อเศรษฐกิจเงากลืนรัฐและการเมือง

    ทุนเทาเคลื่อนประเทศ: เมื่อเศรษฐกิจเงากลืนรัฐและการเมือง

    ทุนเทา: เงามืดครอบงำเศรษฐกิจไทย 

    ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “เศรษฐกิจเงา” ที่ขยายตัวจนกลืนระบบทางการ เงินทุนที่ไม่เสียภาษีและมาจากกิจกรรมผิดกฎหมายกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากถึง 48.7% ของ GDP หรือกว่า 8.77 ล้านล้านบาท กิจกรรมเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจสีดำอย่างยาเสพติด การพนัน สแกมเมอร์ ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงภาษีและคอร์รัปชัน

    ขณะที่บัญชี “ความคลาดเคลื่อนสุทธิ” ในดุลชำระเงินทะยานจาก 1.8 แสนล้านบาทในปี 2566 เป็น 5.3 แสนล้านบาทในปี 2567 สะท้อนเงินทุนสีเทาไหลเข้าประเทศมหาศาล ผ่านช่องทางคริปโต ทองคำ อสังหาฯ และหุ้น เส้นทางฟอกเงินที่ซับซ้อนและซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย

    ทุนเทาเคลื่อนประเทศ: เมื่อเศรษฐกิจเงากลืนรัฐและการเมือง

    เมื่อไทยกลายเป็นฐานฟอกเงินระดับภูมิภาค 

    ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในวงล้อมของทุนเทาและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เงินผิดกฎหมายไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทำให้ไทยเสี่ยงต่อการถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังและคว่ำบาตรจากนานาชาติ การฟอกเงินยังบิดเบือนตลาดทุน อสังหาริมทรัพย์ และส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

    “อนุทิน” ประกาศสงคราม: จาก MOU สู่วาระแห่งชาติ 

    นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล จึงประกาศให้การปราบสแกมเมอร์และทุนเทาเป็น วาระแห่งชาติ พร้อมรวมพลัง 15 หน่วยงานลงนาม MOU เพื่อปิดเส้นทางเงินเถื่อน เป้าหมายคือยึดทรัพย์–ปิดช่องทางฟอก–สร้างระบบข่าวกรองร่วม และใช้ AI ตรวจจับเส้นเงินมิจฉาชีพ ควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนรู้เท่าทันภัยไซเบอร์
     

     ทุนเทาเคลื่อนประเทศ: เมื่อเศรษฐกิจเงากลืนรัฐและการเมือง

    ธรรมนัสกลางพายุทุนเทา 

    ในสนามการเมือง แรงปะทะขยายมาถึง ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เมื่อฝ่ายค้านโดย รังสิมันต์ โรม เรียกร้องให้นายกฯ ปลดออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางข้อสงสัยว่ากระบวนการทางการเมืองอาจใช้ “ทุนเทา” เป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม

    นายกรัฐมนตรีอนุทินปฏิเสธความเชื่อมโยงโดยสิ้นเชิง ย้ำว่า “ไม่มีการปลดใครเพราะข่าวลือ” หากมีหลักฐานการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้น
     
    ศึกเงาแห่งรัฐไทย 

    ในขณะที่รัฐบาลเร่งประกาศสงครามกับทุนเทา เส้นแบ่งระหว่าง “ผู้ปราบ” และ “ผู้ถูกกล่าวหา” กลับพร่าเลือน ภารกิจล้างเงาเศรษฐกิจจึงไม่ใช่เพียงเรื่องความมั่นคงทางการเงิน แต่คือบททดสอบความน่าเชื่อถือของรัฐไทยในยุคที่ทุนเทากำลังเคลื่อนประเทศ.

    เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 
    ที่มาเนื้อหา : เนชั่นอินไซต์ (คลิ๊กชม)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/domestic/733057&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35swQYrJhRqBROXZXX8Krh