Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ก.เกษตรฯ ดัน ‘ม้าน้ำตากแห้ง’ กลับเข้าสู่ตลาดจีน

    ก.เกษตรฯ ดัน ‘ม้าน้ำตากแห้ง’ กลับเข้าสู่ตลาดจีน

    ฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมทวิภาคีว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชไทย-จีน ว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมร่วมระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ระหว่างไทยและจีน รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิค เพื่อส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและประมงระหว่างสองประเทศอย่างยั่งยืน

    สำหรับในส่วนของกรมประมงได้หยิบยกประเด็นการบรรจุรายการม้าน้ำตากแห้งของไทยกลับเข้าสู่บัญชีรายชื่อวัตถุดิบยาจากสัตว์ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากในอดีตมีการประเมินว่าการส่งออกม้าน้ำกระทบต่อการใกล้สูญพันธุ์ กรมประมงจึงออกประกาศ เรื่อง การงดออกใบอนุญาตส่งออกม้าน้ำเป็นการชั่วคราว นับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา

    ปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีความต้องการส่งออกม้าน้ำตากแห้งไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีน และมีศักยภาพในการผลิตม้าน้ำที่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ซึ่งกรมประมงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรมีการเพาะเลี้ยงม้าน้ำเชิงพาณิชย์เพื่อลดปริมาณการจับจากธรรมชาติ รวมจำนวนถึง 20 ราย และได้นำความรู้ไปขยายผลสู่การประกอบอาชีพแล้ว 5 ราย โดยปัจจุบันมีฟาร์มเพาะเลี้ยงม้าน้ำที่ได้รับการรับรองตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่าที่เป็นสัตว์น้ำตามบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) พ.ศ. 2568 จำนวน 1 แห่ง และอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อขอการรับรองเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในการส่งออกสินค้าประมงมูลค่าสูงกลับเข้าสู่ตลาดจีนอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

    สำหรับ ‘ม้าน้ำ’ จัดเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและมีความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสรรพคุณทางยาที่สามารถบำรุงร่างกายและรักษาโรคต่าง ๆ ได้ อีกทั้ง ม้าน้ำตากแห้งที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในยาแผนโบราณมีราคาจำหน่ายสูง ทำให้มีการจับจากธรรมชาติมากขึ้น ม้าน้ำจึงถูกจัดเป็นสัตว์น้ำในบัญชีหมายเลข 2 (Appendix II) ของอนุสัญญาไซเตส (CITES) ที่อนุญาตให้ทำการค้าได้และต้องอยู่ภายใต้การควบคุมหรือจำกัดปริมาณ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชากรม้าน้ำในธรรมชาติลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วจนมีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ โดยประเทศผู้ส่งออกต้องมีมาตรการควบคุมและใบอนุญาตทางการค้าที่ชัดเจนและตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งที่ผ่านมากรมประมงได้จัดตั้งคณะทำงานจัดทำรายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์ของม้าน้ำ สำหรับการอนุญาตการส่งออกที่ไม่กระทบต่อการใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ (Non-Detriment Findings: NDFs) ในการรวบรวมและจัดทำข้อมูลสถานภาพประชากรม้าน้ำในธรรมชาติของประเทศไทย ประเมินผล วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรค รวมถึงเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเพื่อจัดส่งไปยัง CITES

    “หาก GACC ได้เห็นชอบให้บรรจุม้าน้ำตากแห้งของไทยกลับเข้าสู่บัญชีรายชื่อวัตถุดิบยาจากสัตว์ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดตลาดสินค้าประมงมูลค่าสูงให้กลับมาสดใสอีกครั้ง ซึ่งคาดการณ์ว่าในอนาคตการผลิตม้าน้ำจากการเพาะเลี้ยงภายในประเทศไทยจะสร้างรายได้จำนวนมาก โดยกรมประมงพร้อมสนับสนุนความร่วมมือในด้านการประมงระหว่างไทย–จีน เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-seahorse-chinese-market&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2wzVadTuukP4-kz1QCabNF

  • เปิดลงทะเบียนเน็ตคนละครึ่ง 160 บาท เริ่มเมื่อไหร่ ใครได้บ้าง?

    เปิดลงทะเบียนเน็ตคนละครึ่ง 160 บาท เริ่มเมื่อไหร่ ใครได้บ้าง?

    เปิดลงทะเบียนเน็ตคนละครึ่ง 160 บาท ตอนนี้อยู่ขั้นตอนไหน เริ่มได้เมื่อไหร่ ใครมีสิทธิได้บ้าง อัปเดตเงื่อนไขทั้งหมดได้ที่นี่

    น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมเสนอโครงการเน็ตคนละครึ่ง เข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนกลุ่มรายได้น้อย

    เงื่อนไขเน็ตคนละครึ่ง

    • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน กว่า 14 ล้านคน
    • ค่าบริการจ่ายแค่ 160 บาทต่อเดือน (รวมภาษีแล้ว)
    • ได้รับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 40 GB ต่อเดือน
    • ระยะเวลาการใช้งาน ต่อเนื่อง 3 รอบบิล (3 เดือน)
    • ใช้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุน กทปส. (กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ)

    เน็ตคนละครึ่ง 160 บาท อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว

    • กสทช. จะหารือร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกราย เพื่อทำแพ็กเกจพิเศษภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และอยู่ระหว่างเสนอร่างโครงการฯ เข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อขอความเห็นชอบในลำดับถัดไป

    เน็ตคนละครึ่ง 160 บาท เริ่มเมื่อไหร่

    • เมื่อที่ประชุม ครม. อนุมัติโครงการเน็ตคนละครึ่งแล้ว จะเปิดให้กลุ่มคนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน กว่า 14 ล้านคน ลงทะเบียนเน็ตคนละครึ่ง 160 บาท ภายในปี 2568

    “โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียม ทั้งในด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนสังคมสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล” น.ส.อัยรินทร์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/945096/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IFwAqcOeMyryc0b_goZN-

  • สพป.สุโขทัย เขต 2 ประชุมรับนักเรียน

    สพป.สุโขทัย เขต 2 ประชุมรับนักเรียน

    การศึกษา

    สพป.สุโขทัย เขต 2 ประชุมรับนักเรียน

    วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.31 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สพป.สุโขทัย เขต 2 ประชุมรับนักเรียน

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) สุโขทัย เขต 2 ดำเนินการประชุมคณะกรรมจากรับนักรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมศรีสำโรง สพป.สุโขทัย เขต 2

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/454431&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14IuHJ-cIdib58LcKD1SBT

  • ชงครม.เคาะ ‘เน็ตคนละครึ่ง’หนุนคนไทยเข้าถึงอินเตอร์เน็ตฯ

    ชงครม.เคาะ ‘เน็ตคนละครึ่ง’หนุนคนไทยเข้าถึงอินเตอร์เน็ตฯ


    กสทช.นัดค่ายมือถือออกแพ็กเกจพิเศษ ‘เน็ตคนละครึ่ง’ เงื่อนไขเดือนละ 160 บาท 3 เดือน ยันควบคุมคุณภาพความเร็วเน็ตใช้งานได้จริง 40 GB/ เดือน

    น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมเสนอโครงการ “เน็ตคนละครึ่ง” เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนกลุ่มรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กว่า 14 ล้านคนทั่วประเทศ ในอัตราค่าบริการ: จ่ายเพียง 160 บาทต่อเดือน (รวมภาษีแล้ว) สิทธิที่ได้รับ: อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 40 GB ต่อเดือน มีระยะเวลาใช้งาน: ต่อเนื่อง 3 รอบบิล (3 เดือน) โดยใช้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุน กทปส. (กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ)

     ทั้งนี้กสทช. อยู่ระหว่างเสนอร่างโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบ โดยคาดว่าเมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว จะเปิดให้ประชาชนที่มีสิทธิลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ภายในปี 2568 ทั้งนี้  กสทช. จะหารือร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกราย เพื่อจัดทำแพ็กเกจพิเศษภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยยืนยันว่าจะควบคุมคุณภาพความเร็วอินเทอร์เน็ตให้ใช้งานได้จริง ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

    ”โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียม ทั้งในด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนสังคมสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล“

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/37567&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38gWF85OLC-zmggXqrAoeY

  • จุฬาฯ เป็นผู้นำคลังสมบัติ “เพลงเรื่อง” ของดนตรีไทย

    จุฬาฯ เป็นผู้นำคลังสมบัติ “เพลงเรื่อง” ของดนตรีไทย

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    จุฬาฯ เป็นผู้นำคลังสมบัติ “เพลงเรื่อง” ของดนตรีไทย

    ศ.ดร.ขำคม พรประสิทธิ์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการสัมมนาวิชาการทางดุริยางคศิลป์ไทย เรื่อง “บทบาทของเพลงเรื่อง : บริบท พัฒนาการ และการปฏิบัติ” และได้รับเกียรติจาก อ.ดร.สิริชัย ชาญฟักจำรูญ ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินประจำมหาวิทยาลัย เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาครูในพิธีเปิดโครงการสัมมนา โดยความร่วมมือระหว่างคณะศิลปกรรมศาสตร์ สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม และศูนย์เชี่ยวชาญวัฒนธรรมดนตรีไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ณ หอแสดงดนตรี อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ

    “เพลงเรื่อง” นับเป็นคลังสมบัติของผู้เรียนดนตรีไทย การบรรเลงเพลงเรื่องหมายถึงการบรรเลงบทเพลงติดต่อกันเป็นชุดโดยมีระเบียบวิธีการบรรเลงเฉพาะสำหรับการใช้งานเป็นกรณีพิเศษ เช่น งานกฐินพระราชทาน เพลงเรื่องมีสำนวนเพลง หรือ “มือฆ้อง” แตกต่างเพลงตับ เพลงชุด เพลงเกร็ด เพลงเถา เพลงละคร และเพลงโหมโรง
    เพลงเรื่องมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในฐานะบทเพลงที่นักดนตรีไทยจำเป็นต้องเรียน เนื่องจากเพลงเรื่องแต่ละสำรับมี “มือ” สำคัญตั้งแต่เบื้องต้นเป็นประถมไปจนถึงมือเดี่ยว เพลงเรื่องเป็นตัวชี้วัดสมรรถนะของผู้สอนและผู้เรียน สะท้อนวัฒนธรรม จิตวิญญาณ และภูมิปัญญาของดุริยางคศิลปินในการร้อยกรองเพลงเป็นหมวดหมู่เข้าร่วมกันอย่างเป็นระบบ มีระเบียบการแบ่งประเภทของเพลงเรื่องไว้อย่างรัดกุม เพลงเรื่องจึงมีความสง่างาม ศักดิ์สิทธิ์ นำไปสู่ความสมบูรณ์ในการประกอบพิธี ทั้งยังประโยชน์แก่ผู้เรียนทั้งด้านทักษะ และทฤษฎี ถือเป็นขุมทรัพย์แห่งความรู้ของนักดนตรีไทย
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการบันทึกข้อมูลเพลงไทยทุกประเภท โดยเฉพาะเพลงเรื่องมาเป็นระยะเวลากว่า ๔ ทศวรรษ เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลเสียงและภาพคลังข้อมูลดนตรีไทย จัดเก็บและเผยแพร่ ณ หอสมุดดนตรีไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมายังได้สนองงานในพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของเพลงเรื่อง ทำให้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน หลายสำนักดนตรีมาบันทึกข้อมูลเพลงเรื่องไว้จำนวนมาก จึงจัดได้ว่าเป็นชุดข้อมูลที่สำคัญทางศิลปวัฒนธรรมที่สุดชุดหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เมื่อครั้งเริ่มต้นโครงการบันทึกเสียงข้อมูลเพลงไทย ศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ชื่อเดิมของสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม) ได้เชิญนักดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงมาบันทึกเสียงที่บ้านคุณครูประสิทธิ์ ถาวร (ศิลปินแห่งชาติและศิลปินแห่งมหาวิทยาลัยท่านแรก) ผู้วางรากฐานหลักสูตรดนตรีไทยของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ฐานข้อมูลเพลงเรื่องที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รวบรวมไว้มีคุณค่าอเนกอนันต์เป็นอย่างยิ่งของประเทศไทยที่จะได้สืบทอดต่อไปให้กับนักวิจัยและผู้สนใจในรุ่นหลังอย่างไม่ขาดช่วง
    การจัดโครงการสัมมนาทางดุริยางคศิลป์ไทยเรื่อง เพลงเรื่องของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จึงเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ของจุฬาลงณ์มหาวิทยาลัยในการทำความเข้าใจเพลงเรื่อง และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับคุณค่าของเพลงเรื่อง และเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ มุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิ ครูดนตรี และดุริยางคศิลปิน ซึ่งจะนำไปสู่แนวทางการอนุรักษ์ สืบสานเพลงเรื่องให้คงอยู่ รวมทั้งปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมในบริบทสังคมปัจจุบัน

    การสัมมนาเริ่มต้นด้วยการประโคมไว้อาลัยบทเพลงเรื่องนางหงส์โดยวงดนตรีไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ควบคุมและฝึกซ้อมโดย รศ.ดร.ภัทระ คมขำ หัวหน้าภาควิชาดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อน้อมถวายอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลว

    การจัดสัมมนาในครั้งนี้ได้รับความกรุณาจากวิทยากรบรรยายและสาธิตเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับเพลงเรื่อง ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางดนตรีไทยในรูปแบบเพลงเรื่อง ผู้ฟังได้รับความรู้และเกิดความกระจ่างมากขึ้น และสามารถนำไปต่อยอดในการศึกษาเพลงเรื่องได้ต่อไป โดยได้รับเกียรติจาก รศ.พิชิต ชัยเสรี (ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย) อ.ดร. สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ (ศิลปินแห่งชาติ) คุณครูปี๊บ คงลายทอง คุณครูไชยยะ ทางมีศรี (ศิลปินแห่งชาติ) เป็นที่ปรึกษาโครงการ พร้อมด้วยวิทยากรจากสำนักดนตรี หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา กองดุริยางค์สี่เหล่าทัพ ได้แก่ กองดุริยางค์ทหารบก กองดุริยางค์ทหารเรือ กองดุริยางค์ทหารอากาศ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

    คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ขอขอบพระคุณ อ.ศักดิ์ชัย ลัดดาอ่อน ข้าราชการบำนาญ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร อ.ชาตรี อบนวล คุณครูอาวุโส/อาจารย์พิเศษภาควิชาดนตรีไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา อ.พิทักษ์ จรรย์นาฏย์ คุณครูอาวุโส/ผู้เชี่ยวชาญพิเศษสาขาดนตรีไทย ภาควิชาดนตรี คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณครูปิยะ แสวงทรัพย์ ดุริยางคศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

    การจัดสัมมนาโครงการสัมมนาทางดุริยางคศิลป์ไทยเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาสัมมนาดุริยางคศิลป์ไทย นิสิตชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะนิสิตได้ค้นคว้าข้อมูลเอกสารวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ปรึกษาคณาจารย์เพื่อนำเสนอความแตกต่างของการบรรเลงเพลงเรื่องในอดีตกับปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงตามบริบทของยุคสมัย ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.ภัทระ คมขำ หัวหน้าภาควิชาดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับความสนใจจากนิสิต นักศึกษา และนักเรียนจากจังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี จังหวัดอุทัยธานี รวมทั้งเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผู้สนใจเข้ารับชมและรับฟังจากนักเรียนระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา นิสิตนักศึกษา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนคำถามและข้อคิดเห็นร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิอย่างทั่วถึง นับเป็นนิมิตหมายอันดียิ่งที่เพลงเรื่องจะมีผู้สืบทอดในทศวรรษต่อไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

    จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้

    ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/271504/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rvIw1RCLVwBrwyzICF7W-

  • สวธ. เปิดกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระพันปีหลวง” | TOPNEWS

    สวธ. เปิดกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระพันปีหลวง” | TOPNEWS

    ด้าน นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมทั้งระดับชาติ และนานาชาติ โดยการนำศิลปวัฒนธรรมในหลายด้านมาจัดแสดงในรูปแบบกิจกรรมและการแสดง ที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ตลอดจนการที่ได้อนุรักษ์ สืบสาน ต่อยอดเพื่อฟื้นฟู ส่งเสริม และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย รวมทั้งการแสดงจากนานาชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถาบันวัฒนธรรมศึกษา จึงได้จัดกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และการนันทนาการทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การเรียนรู้ศิลปะอย่างสร้างสรรค์ เข้าใจถึงคุณค่า ซาบซึ้งในสุนทรียภาพของวัฒนธรรมและศิลปะต่าง ๆ และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกิจกรรมดังกล่าว เป็นการแสดงทางวัฒนธรรม ซึ่งจัดขึ้นในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน ถึง 7 ธันวาคม 2568 ณ อาคารอเนกประสงค์ ทั้งนี้ การแสดงต่าง ๆ ได้บูรณาการร่วมกับเครือข่ายของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อาทิ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม สมาคม สถาบันการศึกษา เป็นต้น

    ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Cultural Centre) เป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และมีสถานที่ที่สามารถใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ ได้แก่ หอประชุมใหญ่ หอประชุมเล็กและอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถรองรับการเปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฉะนั้น จึงได้จัดทำโครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม กิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและการนันทนาการทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้แก่เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้ด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และเป็นการเปิดพื้นที่/เวที ทางวัฒนธรรม (Open Spaces & Stages) และเป็นสังคมที่เปิดกว้าง (Open Society) ที่ส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมและการยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ศิลปะอย่างสร้างสรรค์ เข้าใจถึงคุณค่า ซาบซึ้งในสุนทรียภาพ (Aesthetics) ของวัฒนธรรมและศิลปะด้านต่าง ๆ อีกทั้งการดำเนินการดังกล่าว สามารถบูรณาการร่วมกับเครือข่ายของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อาทิ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ครูภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น

    กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถาบันวัฒนธรรมศึกษา ขอเชิญเข้าร่วมรับชมกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รายการแสดงดังต่อไปนี้

    วันเสาร์ที่ 15 พ.ย.2568

    รอบเวลา 11.30 – 13.30 น. การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทยชุด “งามศิลป์แผ่นดินไทย น้อมรำลึกในพระเมตตาพระพันปีหลวง” โดย สมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น. การขับร้องเพลงไทยสากลชุด “ในดวงใจนิรันดร์” โดย คุณสุดาชื่นบาน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย – ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ.1563

    วันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย.2568

    รอบเวลา 11.30 – 13.30 น. การแสดงดนตรีไทยร่วมสมัย ชุด “จากรากแห่งรัก” วงโจงกระเบน
    โดย ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี ประจำปี พ.ศ.2567

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น. การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “ศิลปะไทยใต้ร่มพระบารมี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดย สมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

    วันเสาร์ที่ 22 พ.ย. 2568

    รอบเวลา 11.30 – 13.30 น. การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “ฟื้นศิลป์สืบสาน ร้อยรักภักดี แด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดยสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น. การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “สรรพศิลป์แผ่นดินไทย น้อมถวายอาลัยนิรันดร์” โดย โรงเรียนสาธิต มศว.(ฝ่ายประถม)

    วันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย.2568

    รอบเวลา 11.30 – 13.30 น. การแสดงวงดนตรีไทยเครื่องสายผสมปี่พาทย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ชุด “มศว.น้อมใจ ดนตรีไทยน้อมรำลึก” โดย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น. การแสดงตรีสากล ชุด “ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์” โดย วงดุริยางค์เครื่องลมเยาวชนไทย

    วันเสาร์ที่ 29 พ.ย.2568

    รอบเวลา 11.30 – 13.30 น. การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “หัวใจไทยสายศิลป์ น้อมรำลึกพระพันปีหลวง” โดยสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น. การแสดง ชุด หุ่นกระบอกไทย เรื่อง “พระสุธนมโนห์รา” และ การแสดง “รามเกียรติ์” ตอน พระรามตามกวาง โดย บ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทย

    วันอาทิตย์ที่ 30 พ.ย. 2568

    รอบเวลา 11.30 – 13.30 น. การแสดงดนตรีสากล ชุด “ร้อยทำนอง ถวายรักนิรันดร์” โดยวงดุริยางค์เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น.การแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทย ชุด “พาทยกุลร้อยใจภักดี สานศิลป์ไทยถวายพระพันปีหลวง” โดย โรงเรียนพาทยกุลการดนตรีและนาฏศิลป์

    วันศุกร์ที่ 5 ธ.ค. 2568

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น. การแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทย ชุด “งามวิจิตรถิ่นสยาม สืบสานวัฒนธรรม เทิดไท้องค์ราชัน” โดย โรงเรียนสอนศิลปะการแสดงเชิงบวก

    วันเสาร์ที่ 6 ธ.ค. 2568

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น.การแสดงชุด “The Eternal Grace – แม่แห่งแผ่นดินนิรันดร์ บทเพลงถวายความอาลัยแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดย คณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย

    วันอาทิตย์ที่ 7 ธ.ค. 2568

    รอบเวลา16.30 – 18.30 น. การแสดงชุด “พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย” โขน ชุด นารายณ์ปราบนนทก โดย โรงเรียนสาธิต มศว. (ฝ่ายมัธยม)

    ทั้งนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : กรมส่งเสริมวัฒนธรรมและศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1391866&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1K6xPpo5d8HFO10syUKqdS

  • อุทยานฯเขาใหญ่หนาวแล้ว อุณหภูมิ 17 องศา นักท่องเที่ยวขึ้นพักผ่อนรับลมหนาวแรก

    อุทยานฯเขาใหญ่หนาวแล้ว อุณหภูมิ 17 องศา นักท่องเที่ยวขึ้นพักผ่อนรับลมหนาวแรก

    วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.18 น.

    เมื่อเวลา 17.25 น.วันที่ 15 พ.ย.68  ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรีเพจอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ – Khao Yai National Park โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า  …   เช้านี้ 17 องศานะ คิดถึงเขาใหญ่กันบ้างหรือเปล่าน้าาา …

    นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลก(ในพื้นที่รอยต่อ 4 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี จ.นครนายก จ.สระบุรี และ จ.นครราชสีมา) กล่าวว่า  ในช่วงเช้าจุดวัดอุณหภูมิ อุทยานฯ เขาใหญ่ข้างที่ทำการอุทยานฯ  วัดได้ 17 องศาเซลเซียส เป็นสัญญาณเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นที่นักท่องเที่ยวทั่วสารทิศพากันมารีบโอโซนอันดับ 7ของโลกหลังปลายฝนต้นหนาวแล้ว

    และจากที่ในวันพรุ่งนี้ ( 16 พ.ย.) ทางอุทยานฯได้มีการจัดกิจกรรมวิ่งมหากุศลครั้งประวัติศาสตร์ D Run For Life 2024-2025 มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ พบว่าในวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์นี้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวขึ้นมาพักผ่อนรับลมหนาวแรกของเขาใหญ่เตรียมร่วมกิจกรรมแล้วมากกว่า 20,000 คน

    ทั้งนี้บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีแหล่งท่องเที่ยวในมีหลากหลาย เช่น น้ำตกต่าง ๆ น้ำตกยังเต็ม อาทิ น้ำตกเหวนรก, น้ำตกเหวสุวัต, น้ำตกผากล้วยไม้, จุดชมวิว เช่น จุดชมวิว กม.30,ผาเดียวดาย , เส้นทางศึกษาธรรมชาติ เช่น เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกองแก้ว, เส้นทางศึกษาธรรมชาติผากล้วยไม้ และ หอดูสัตว์ เช่น หอดูสัตว์หนองผักชี . นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ และอ่างเก็บน้ำสายศร

    แต่ที่นักท่องเที่ยวนิยมที่สุดคือการพักผ่อนกางเต็นท์ ได้จัดลานกางเต้นท์ใน 2 แห่ง คือ ที่บริเวณจุดลานกางเต้นท์ลำตะคอง และ ลานกางเต้นท์สำรองลานเฮลิคอปเตอร์ หรือ ลานเขาร่ม จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมรับลมหนาวเขาใหญ่แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกในธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯที่สุดกันได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สามารถเดินทางขึ้นอุทยานฯผ่านได้ทางด้านด่านเนินหอม ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี และด่านทางขึ้นศาลเจ้าพ่อฯ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายชัยยากล่าว

    และกล่าวเพิ่มเติม   สำหรับข้อควรระวังในการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่คือ ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เช่น ม.1 ไม่ให้อาหารและสัมผัสสัตว์ป่า,  ไม่นำขยะออกจากพื้นที่,  ขับรถด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วตามที่กำหนด, ห้ามนำสัตว์เลี้ยงหรือภาชนะโฟมเข้าอุทยาน

    เมื่อพบช้างป่า ให้รักษาระยะห่างอย่างน้อย 50 เมตร, อย่าบีบแตรไล่, อย่าใช้ไฟฉายกระพริบ, และอย่าจอดรถดูนานเกินไป เพราะอาจทำให้ช้างตกใจและเป็นอันตรายได้   การเดินทางและยานพาหนะ  ขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถยนต์ที่มีเสียงท่อดังเกินมาตรฐานจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า   รถยนต์มากกว่า 6 ล้อ, รถยนต์ 2 ชั้น, หรือรถยนต์สูงกว่า 3.50 เมตร ไม่อนุญาตให้เข้า การรักษาสิ่งแวดล้อมห้ามทิ้งขยะทุกชนิดภายในอุทยานฯ 

    ห้ามก่อกองไฟ การท่องเที่ยวและกิจกรรมไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นและสัตว์ป่าไม่ขีดเขียนตามสถานที่ต่างๆใช้ความระมัดระวังในการเดินตามจุดชมวิวหรือเส้นทางธรรมชาติ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายได้   อุปกรณ์ที่ควรเตรียมยาประจำตัว, ยาไล่แมลงไฟฉาย, มีดอเนกประสงค์, เชือกถุงขยะสำหรับเก็บขยะน้ำดื่มและอาหารให้เพียงพอ
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/454515&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tI0Rqxjlu8Bws_OF3QfUo

  • ผนึกกำลังศูนย์เชี่ยวชาญการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร-เทคโนโลยีชีวภาพพัฒนานวัตกรรมอาหารฟังก์ชันและฟิวเจอร์ฟู้ด ยกระดับท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารไทยสู่อาหารสุขภาพ

    ผนึกกำลังศูนย์เชี่ยวชาญการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร-เทคโนโลยีชีวภาพพัฒนานวัตกรรมอาหารฟังก์ชันและฟิวเจอร์ฟู้ด ยกระดับท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารไทยสู่อาหารสุขภาพ

    ผนึกกำลังศูนย์เชี่ยวชาญการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร-เทคโนโลยีชีวภาพพัฒนานวัตกรรมอาหารฟังก์ชันและฟิวเจอร์ฟู้ด ยกระดับท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารไทยสู่อาหารสุขภาพ

    วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.38 น.

    Tag :

    ผนึกกำลังศูนย์เชี่ยวชาญการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร-เทคโนโลยีชีวภาพพัฒนานวัตกรรมอาหารฟังก์ชันและฟิวเจอร์ฟู้ด (Functional & Future Food) ยกระดับท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารไทยสู่อาหารสุขภาพ

    รองศาสตราจารย์ ดร. พรรณี สวนเพลง ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร (Hub of Talents in Gastronomy Tourism)  ดร.ชยพล ผู้พัฒน์ ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร. สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (Hub of Talents for Microbial Biotechnology in Agriculture and Agro-Industry) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

    ประกาศความร่วมมือเชิงวิชาการในการพัฒนานวัตกรรมอาหารฟังก์ชันและฟิวเจอร์ฟู้ด (Functional & Future Food) เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารไทยให้เป็น “อาหารไทยในตำนาน อร่อยสุขภาพดี มีประโยชน์”โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการนำพืช ผัก และสมุนไพรท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ โดยต่อยอดด้วยนวัตกรรมพลีไบโอติกส์ (Prebiotics) และโพรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งเป็นสารอาหารที่ส่งเสริมจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสุขภาพโดยรวม การวิจัยอาศัยฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากทั้งสองศูนย์เชี่ยวชาญ โดยผสานความรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเข้ากับเทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่เพียงอร่อยตามตำรับดั้งเดิม แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและยั่งยืน

    นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังดำเนินการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของอาหารพื้นบ้านในรูปแบบ Gratro Low Carbon ซึ่งกำหนดให้เป็น “อาหารต้นทาง” ที่หาได้จากชุมชนท้องถิ่น โดยเน้นการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูป ไปจนถึงการบริโภค ผลการวิเคราะห์เบื้องต้นชี้ว่า อาหารพื้นบ้านหลายเมนู เช่น แกงส้มผักบุ้งปลาช่อน หรือยำสมุนไพรพื้นถิ่น มีศักยภาพสูงในการเป็นอาหารคาร์บอนต่ำ หากปรับปรุงกระบวนการด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น การหมักด้วยจุลินทรีย์โปรไบโอติกเพื่อเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษาไฮไลต์สำคัญคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและขนมต้นแบบ เช่น ขนมไทยผสมโพรไบโอติกจากข้าวกล้องงอกและสมุนไพร หรือเครื่องดื่มฟังก์ชันจากผักพื้นบ้านเสริมพลีไบโอติกส์ ซึ่งผ่านการทดสอบในห้องปฏิบัติการและชุมชนนำร่อง พบว่ามีปริมาณไฟเบอร์สูง ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด และลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) การพัฒนาเหล่านี้ไม่เพียงยกระดับมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน แต่ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร โดยเชื่อมโยงตำนานอาหารไทยเข้ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

    รองศาสตราจารย์ ดร. พรรณี สวนเพลง กล่าวว่า “โครงการนี้เป็นการผสานพลังระหว่างวัฒนธรรมและนวัตกรรม เพื่อให้อาหารไทยไม่ใช่แค่อร่อย แต่ยังเป็นยาและเครื่องมือท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร. สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ เสริมว่า “เทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์จะช่วยแปลงวัตถุดิบท้องถิ่นให้เป็นฟิวเจอร์ฟู้ด ลดการพึ่งพานำเข้า และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ”ความร่วมมือครั้งนี้คาดว่าจะนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการและชุมชนพร้อมแผนขยายผลสู่การท่องเที่ยวเชิงอาหารทั่วประเทศ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/928147&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZmGfE9695UrmdeWQLcGaR

  • เลย หนาวมาแล้ว ภูกระดึงคึกคัก 13 องศา นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นเขากว่าพันคน รับลมหนาวต้นฤดู

    เลย หนาวมาแล้ว ภูกระดึงคึกคัก 13 องศา นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นเขากว่าพันคน รับลมหนาวต้นฤดู

    ภูมิภาค

    เลย หนาวมาแล้ว ภูกระดึงคึกคัก 13 องศา นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นเขากว่าพันคน รับลมหนาวต้นฤดู

    วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.35 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 15 พ.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เปิดเผยว่า สภาพอากาศบนภูกระดึงเริ่มหนาวเย็นตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ โดยมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปพักค้างแรมบนยอดเขาจำนวน 900 คน ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวสะสมรวมกว่า 1,200 คน บรรยากาศการท่องเที่ยวจึงคึกคักตั้งแต่ต้นฤดูหนาว และคาดว่าจะเพิ่มต่อเนื่องถึงช่วงเทศกาลปีใหม่

    นักท่องเที่ยวที่เดินขึ้นภูกระดึงในช่วงนี้จะได้สัมผัสอากาศหนาวเย็น พร้อมชมทะเลหมอกยามเช้าที่ผานกแอ่น เพลิดเพลินกับธรรมชาติบนยอดเขาสูงกว่า 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล รวมถึงชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมประจำฤดูหนาว

    อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่แนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวให้เพียงพอ เนื่องจากอุณหภูมิช่วงกลางคืนและเช้าตรู่ลดลงเหลือ 13 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มลดลงอีกในระยะต่อไป

    สำหรับรายงานอุณหภูมิต่ำสุดของแต่ละอำเภอในจังหวัดเลยเมื่อเช้าวันนี้ (องศาเซลเซียส) ได้แก่ อำเภอเมืองเลย 18.5 องศา, อำเภอวังสะพุง 19.0 องศา, อำเภอด่านซ้าย 17.0 องศา, อำเภอเชียงคาน 19.0 องศา, อำเภอท่าลี่ 19.0 องศา, อำเภอภูกระดึง 18.9 องศา, อำเภอภูเรือ 15.5 องศา, อำเภอนาแห้ว 16.0 องศา, อำเภอปากชม 18.0 องศา, อำเภอนาด้วง 19.0 องศา, อำเภอภูหลวง 19.0 องศา, อำเภอผาขาว 20.0 องศา, อำเภอเอราวัณ 19.0 องศา และอำเภอหนองหิน 17.0 องศา

    ส่วนพื้นที่ยอดดอยและอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 13.0 องศา, อุทยานแห่งชาติภูเรือ 12.0 องศา, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูหลวง (ภูเรือ) 11.0 องศา, ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (ภูเรือ) 12.5 องศา และอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (นาแห้ว) 16.0 องศา

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/454467&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qxLo6JUOn5CtR4DphRi9p

  • เปิดงาน “แม่ฮ่องสอนไบค์ไนท์ 2025” ดึงบิ๊กไบค์พิชิต 4,088 โค้ง กระตุ้นท่องเที่ยวออนเดอะโรด

    เปิดงาน “แม่ฮ่องสอนไบค์ไนท์ 2025” ดึงบิ๊กไบค์พิชิต 4,088 โค้ง กระตุ้นท่องเที่ยวออนเดอะโรด

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดกิจกรรม “MaeHongSon Bike Night 2025” รวมกว่า 250 ไบค์เกอร์ ร่วมพิชิต 4,088 โค้ง หนุนท่องเที่ยวออนเดอะโรดและเพิ่มวันพัก

    วันที่ 15 พ.ย.68 นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัด แม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม แม่ฮ่องสอนไบค์ไนท์ (MaeHongSon Bike Night )2025 ณ สวนหมอกคำรีสอร์ท อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน โดยกิจกรรมดังกล่าว มีสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สุโขทัย ททท สำนักงานแม่ฮ่องสอนหัวหน้าส่วน ราชการทุกท่าน และคณะ ไบค์เกอร์ (Biker Club )และ คณะ แม่ฮ่องสอน เมมโมเรียล คลับ MaeHongSon Memmorieal Club

    นายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวรายงานต่อ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ว่า ทางสมาคม ฯ ได้กำหนดจัดกิจกรรมแม่ฮ่องสอน ไบค์ไนท์ (MaeHongSon Bike Night )2025 ครั้ง ที่ 1 จำนวน 250 ไบค์เกอร์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนในมิติแม่ฮ่องสอน ออนเดอะโรด ( MaeHongSon On The Road ) พิชิต 4088 โค้ง ( 4088 Curves ) และเพิ่ม จำนวนวันเข้าพักใน พื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก ภาคี เครือข่ายผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและ ททท สำนักงานแม่ฮ่องสอน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ได้ให้ความสนับสนุน กิจกรรม แม่ฮ่องสอนไบค์ไนท์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอนสืบไป

    #ภูมิภาค-05

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/110658&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HHqBSv2pCkeSr63GmhL2x