Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา | TOPNEWS

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    • เผยแพร่ : 18/01/2026 20:58

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วันนี้ (18 ม.ค. 2569) ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม อำเภอเมืองนครราชสีมา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนลงเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนแนะนำตัวผู้สมัครและปราศรัยนโยบายหาเสียง

    พลเอก รังษี ระบุว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้เสียงข้างมากในสภา เพื่อผลักดันนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคให้เกิดผลจริง โดยย้ำว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนภาคอีสาน ช่วยให้คนอีสาน “ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งได้” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงาน เป็นหนี้ และเผชิญค่าครองชีพสูง

    เมื่อถูกถามเรื่องการร่วมรัฐบาล พลเอก รังษี ยืนยันยังไม่เล่นเกมการเมืองหรือจับขั้วกับพรรคใด ขอรอคำตัดสินของประชาชนในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจจะได้รับความไว้วางใจ

    ส่วนประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอก รังษี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่ควรแก้เฉพาะมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา โดยให้พิจารณาเป็นรายมาตรา

    สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในโคราช พลเอก รังษี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต พร้อมฝากให้ช่วยสนับสนุน นายธนทรัพย์ อำพันธ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 3 เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา

    ช่วงท้าย พลเอก รังษี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือน “อยู่ในห้องไอซียู” ชี้ปัญหาหนี้รวมประเทศแตะ 55 ล้านล้านบาท การถูกยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น และคดีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิตพุ่งต่อเนื่อง พร้อมย้ำพรรคเศรษฐกิจไม่เน้นประชานิยม แต่จะเน้นหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าครองชีพ และขอประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 เพื่อให้ได้เสียงข้างมากแบบ “แลนด์สไลด์”

    ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำเนินนโยบาย 5 ข้อพร้อมกันทันที โดยภายใน 1 เดือนเตรียมลงนาม MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการระบบรางและโครงการเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก รวมถึงเตรียมทำ MOU ด้านท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งนิคมการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมี “ใบส่งออก” โดยตรง ลดการถูกกดราคา และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากหนี้สินอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    11

    ascw

    สมุทรสงคราม///ชาวรถบรรทุกเรียกร้องให้รัฐบาลปลดล็อกกฎหมายบังคับพักรถทุก 4 ชั่วโมง

    เปิดตำนานความศักดิ์สิทธิ์พิธีพุทธาภิเษกเหรียญเสมา 7 รอบ “พ่อท่านแซม”

    “ณพล–ธวัช” ขอพร “อุทัย พิมพ์ใจชน” ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชี้การเมืองต้องยึดชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง

    “แอม” ผกามาศ เจริญพันธ์ ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่โดมโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ ชาวอำเภอท่าตูมแห่ฟังล้นโดม

    กองบิน 5 จัดพิธีใหญ่วันกองทัพไทย ตอกย้ำความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    พล.อ.รังษีชี้ “คอร์รัปชัน-ซับคอนแทรกต์” ต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้ว ลั่นคนโกงต้องเจอโทษหนักถึงประหาร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1459509&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KNySYGWhUMOnMEw4eId-H

  • “มันอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม” – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    “มันอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม”

    ในวันศุกร์ ที่ 16 มกราคม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ลงนาม ความร่วมมือกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 2 ฉบับ คือ 1) การส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานในการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูกระดึง และ 2) การศึกษา วิจัย และการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องกับ อพท.

    มีพี่นักข่าวหลายท่าน สอบถามความเห็นของผมในฐานะประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ผมขอรวบรวมข้อคิดเห็นที่ได้ให้ข้อมูลไปดังนี้

    1. การลงนามใน MOU นี้ เหมือนลงนามอนุญาตให้เข้าศึกษา ตามปกติที่มีการส่งเรื่องมายังกรมฯ เพียงแต่เพิ่มพิธีกรรม (ผมยังไม่เห็นเนื้อหารายละเอียดนะครับ เพียงแต่ตามข้อมูลจากข่าว)

    2. การลงนามทั้งฉบับที่ 2 เพื่อเห็นชอบในหลักการ ถ้าอพท. จะมีโครงการศึกษาการพัฒนาในพื้นที่อื่นๆ ของกรมอุทยานฯ

    แต่ทั้งนี้ MOU ทั้งสองฉบับ ต้องทำไปตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งรวมๆ แล้วไม่น่าผิดอะไร 

    แต่ที่ผมรู้สึกแปลกใจ คือ กรมอุทยานฯ ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ กลายเป็นผู้ลงมาเล่นด้วยเสียเอง ออกหน้าไปลงนามจะพัฒนาโครงการกระเช้าให้ได้ ทั้งควรต้องเป็นหน่วยงานตรวจสอบผลที่เขาจะลงไปทำการศึกษา รวมถึงตรวจสอบหากเขาดำเนินการก่อสร้างในฐานะผู้ปกป้อง ดูแลทรัพยากรให้เกิดการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงด้วยซ้ำ 

    วันนี้ผลการศึกษามันยังไม่ออก คาดว่าแล้วเสร็จปี 2570 คงต้องรอติดตาม 

    แต่มีหลายคำถามที่ EIA ฉบับเก่าๆ (มากกว่า 3 ฉบับ) ตลอด 30 ปีที่ทำกันมายังตอบไม่เคลียร์ เช่น ความคุ้มค่าทางเศษฐศาสตร์, ผลกระทบกับสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่าที่กระจายอยู่ในหลายจุด รวมถึงบริเวณจุดก่อสร้าง และระบบนิเวศพื้นที่เฉพาะตัวด้านบนจะบริหารจัดการอย่างไร, ตัวเลขนักท่องเที่ยวกับความเหมาะสมในการใช้พื้นที่ด้านบน ทั้งที่เดินและจะขึ้นกระเช้า, ใครจะเป็นผู้บริหารและดูแลกิจการนี้, โครงการที่ศึกษากันนี้ทำแค่เส้นทางกระเช้า หรือศึกษาทั้งโครงการเต็มทั้งพื้นที่บนภูกระดึง (ซึ่งถ้าไม่เต็มพื้นที่ผมว่ายิ่งแย่ไปใหญ่ เหมือนจะสร้างเขื่อน แต่ไม่ทำระบบส่งน้ำไปสู่ผู้ใช้) รูปแบบการท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เหมาะสมกว่านี้ ยั่งยืนกว่านี้ ตามหลักการของ อพท. หากไม่ใช่เรื่องก่อสร้างกระเช้า มีไหม อย่างไร ??? ฯลฯ 

    สุดท้าย มันอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมด้วยซ้ำ แต่นี่กลับเลือกจะสร้างไปแล้ว โดยพยายามหาข้อมูลมาอธิบายกันว่าจะให้สร้างอย่างไร

    ขณะที่วันเดียวกันนี้ พื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มีการประชุมเพื่อจัดทำ SEA หรือการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ “คือเอาสิ่งแวดล้อมเป็นตัวตั้ง” ศึกษาข้อมูล แล้วมาช่วยกันตัดสินใจวางแผนการบริหารจัดการระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน กรมทางหลวง สภาพัฒน์ฯ ให้เกิดความเหมาะสม สมดุล คุ้มค่า และเป็นประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่ายอย่างแท้จริง 

    ซึ่งอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ในฐานะอุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Park) ควรเริ่มด้วยการจัดทำ SEA ก่อนด้วยซ้ำ

    ผมถึงงงๆ กับบทบาทของกรมอุทยานฯ ที่เป๋ไปเป๋มา

    ตลอดการขึ้นภูกระดึงด้วยเท้าที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเห็นผู้คนทุกกลุ่ม (รวมถึงกลุ่มผู้พิการตาบอดและผู้เดินด้วยไม้ค้ำ) ทุกรุ่นอายุ (4-70 กว่าขวบปี) เดินขึ้นมาบนภูกระดึงได้ เพราะแรงใจที่ตั้งมั่น การดูแลสุขภาพร่างกายให้พร้อมและแรงช่วยจากเพื่อนร่วมทาง 

    การเข้าถึงพื้นที่จึงไม่ได้หมายถึงทุกพื้นที่ต้องให้เข้าถึง การมีหลากหลายทางเลือกในการที่ให้แต่ละกลุ่มเข้าถึงพื้นที่อนุรักษ์เป็นเรื่องที่ดี แต่ควรพิจารณาประเมินความเหมาะสมด้วยครับ

    ผู้เขียน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.seub.or.th/bloging/work/2026-8/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0P0VIUWqquKQX18zr40pcb

  • เคลื่อนไหวแล้ว! บริษัททัวร์แจงยิบ หลังมีดราม่าทัวร์นรก

    เคลื่อนไหวแล้ว! บริษัททัวร์แจงยิบ หลังมีดราม่าทัวร์นรก

    จากกรณีดราม่าลูกค้าร้องเรียนบริษัททัวร์ หลังเหมาทัวร์เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศจีนช่วงปีใหม่ มูลค่ากว่า 700,000 บาท แต่กลับเผชิญปัญหาหนักตลอดทริป ทั้งไกด์ไม่เดินทางไปด้วย ตั๋วเครื่องบินขาดตกบกพร่อง ตกเครื่อง ไม่มีที่พัก และขาดการดูแลด้านความปลอดภัย จนผู้เสียหายต้องควักเงินสำรองจ่ายเองและเข้าแจ้งความดำเนินคดี กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์

    ล่าสุด 18 มกราคม 2569 เพจ ท่านเปา ได้รายงานคำชี้แจงจากบริษัททัวร์ กรณีดราม่าลูกค้าร้องเรียนบริษัททัวร์ที่จัดไปท่องเที่ยวที่จีน

    คำชี้แจงจากบริษัททัวร์ กรณีดราม่าลูกค้าร้องเรียนบริษัททัวร์ที่จัดไปท่องเที่ยวที่จีน

    1) เรื่องการดูแลบาดแผลลูกค้า

    – ทางพนักงานยืนยันว่า ไม่ได้ให้แค่น้ำเกลือ ตอนลูกค้าประสบอุบัติเหตุ ไกด์จีนและทีมงานได้ ติดต่อโรงแรมเพื่อขออุปกรณ์ทำแผล และโรงแรมจัดเตรียมให้แล้ว

    – เมื่อย้ายไปพักโรงแรมนอกเมือง ซึ่ง ไม่มีอุปกรณ์ทำแผล ทีมงานจึง นำน้ำเกลือมาให้ลูกค้าใช้ล้างแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อ จากนั่นได้แจ้งลูกค้าว่าโรงแรมไม่มีผ้าก๊อต ลูกค้าจึงใช้ พลาสเตอร์และผ้าอนามัยปิดแผลชั่วคราว พร้อมกับแจ้งว่าเมื่อเข้าเมืองแล้วจะไปซื้อให้ ซึ่งระหว่างทางเจอร้านขายยาจึง ลงไปซื้อผ้าก๊อตให้ลูกค้าทันที

    – ยอมรับว่าในตอนนั้นอาจดูแลลูกค้าไม่ดีพอ และไม่ได้คิดถึงว่าจะต้องการพาลูกค้าไปโรงพยาบาล โดยยอมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นตรงนี้

    2) เรื่องไม่มีไกด์จากไทยเดินทางไปด้วย ซึ่งเดิมสามารถหาไกด์จากไทยได้ แต่เกิดความผิดพลาดเรื่องตั๋วเครื่องบินของบริษัทเอง ทำให้ไม่สามารถซื้อตั๋วให้ไกด์ได้ทัน แต่ทางบริษัทฯ ได้จ่ายค่าไกด์ให้แล้ว (ประมาณหนึ่งหมื่นกว่าบาท)

    – ระหว่างเดินทาง ลูกค้าบางรายหา ใบ ตม. ไม่เจอ ทำให้ตกเครื่อง

    – ทีมงานได้โทรและ วิดีโอคอลช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่สนามบิน พร้อมแนะนำเส้นทางการเดินและรอเจ้าหน้าที่ออกตั๋วรอบถัดไปให้ใหม่ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

    3) เรื่องห้องพักโรงแรม บริษัทใช้แลนด์ในประเทศจีนเป็นผู้ดำเนินการจองโรงแรม แต่โรงแรมที่จองไว้ ยังไม่ได้ชำระเงิน และมีห้องว่างเพียง 4 ห้อง ทั้งที่ต้องใช้ 6 ห้อง ทางบริษัทจึงหาและจองโรงแรมใหม่ใกล้เคียงทันทีและเป็นผู้ ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดรวมถึงจัดรถ 7 ที่นั่งรับส่งลูกค้าจากโรงแรมเดิมไปโรงแรมใหม่

    – ลูกค้าถามเรื่องกระเป๋าเดินทางบริษัทแจ้งว่า จะขนกระเป๋าให้เองทั้งหมดและทีมงานเป็นผู้ขนย้ายกระเป๋าให้ลูกค้าเองในคืนนั้น

    4) เรื่องความล่าช้าวันที่ 4 ลูกค้านัดออกเดินทาง 08.30 น. บริษัทชี้แจงว่า คนขับรถไปกินข้าวตามที่ไกด์ท้องถิ่นแจ้งจริง

    5) เรื่องการพาไปเดินถนนคนเดินลูกค้าแจ้งความต้องการว่าจะไปเคานต์ดาวน์ที่งานไอซ์ ทางไกด์และคนขับเห็นว่ายังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงจึงแนะนำว่าให้ ไปเดินถนนคนเดินรอก่อน แล้วค่อยเดินทางไปงานช่วงค่ำ

    6) เรื่องตั๋วหมู่บ้านรัสเซียและงานไอซ์ (วันที่ 5) บริษัทได้ จองตั๋วไว้แล้วจริง มีการนำ พาสปอร์ตลูกค้าไปสแกน เพื่อดำเนินการออกตั๋วแต่ต้องรอรหัสยืนยันจากทางจีนสุดท้ายบริษัทแก้ปัญหาโดยจองตั๋วใหม่หน้างาน หลังจากที่ทางจีนยกเลิกตั๋วเดิมให้เรียบร้อยแล้ว

    – ในส่วนของรถคนขับแจ้งว่าขอรอเจ้านายมาเอารถต่อ ลูกค้าสามารถลงจากรถได้ตามปกติช่วงนั้นเด็กๆ ลงไปเล่นหิมะระหว่างรอและสุดท้ายรถได้ แวะซื้ออาหารให้ลูกค้าก่อนกลับโรงแรม

    7) เรื่องตั๋วเครื่องบินขากลับ ลูกค้าทั้งหมด 16 คน บริษัทสามารถ จองตั๋วกลับได้ 9 คนในรอบแรก และอีก 7 คนในรอบถัดไป กลุ่ม 7 คนต้องไปพักรอต่อเครื่องอีก 1 คืน บริษัทเดินทางไฟลท์เดียวกับลูกค้าและยืนยันว่าได้ขึ้นเครื่องกลับมาพร้อมลูกค้า

    8.เรื่องแท็กซี่ไปสนามบิน (คืนสุดท้าย) บริษัทแจ้งว่าได้จองรถแท็กซี่ไว้ให้ลูกค้าแล้วแต่ยอมรับว่าในวันนั้น บริษัทต้องดูแลกลุ่ม 7 คนที่ตกเครื่องก่อนและทำให้เกิดความล่าช้าลูกค้าจึง เรียกรถแท็กซี่ไปสนามบินเอง

    9) เรื่องเงินค่าใช้จ่ายที่บริษัทสำรองจ่าย บริษัทระบุว่ามีการ สำรองจ่ายค่าโรงแรมและค่าเดินทางให้ลูกค้าเองและกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาและรับผิดชอบในส่วนที่ผิดพลาด ยอมรับว่าช่วงปลายปีเกิด ปัญหาด้านการบริหารจัดการและประสบการณ์แต่ยืนยันว่าในบางส่วนที่ถูกกล่าวหา ไม่เป็นความจริงหรือเกินจริง

    ทางยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดเรื่องการจัดการตั๋วและการประสานงานบางส่วนแต่ยืนยันว่าได้ดูแลลูกค้าได้สำรองค่าใช้จ่าย ได้จัดการโรงแรมและการเดินทางใหม่เอง และหลายประเด็นที่ผู้เสียหายกล่าวหา ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamnews.com/news/social/36542&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TOhCoKPyllTU866XRQmTB

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2568 (19 ม.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2568 (19 ม.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2568 (19 ม.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2568ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 50 สตางค์ต่อลิตร

    และราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลลง 50 สตางค์ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 30.44 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 29.94 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2568 (19 ม.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2565 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/649252&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33iDDNLTjfoCTlVSaAv0q6

  • เทศบาลตำบลแม่เมาะ จัดกิจกรรม “ปั่นกับพี่ เที่ยวกับน้อง ปีที่ 9

    เทศบาลตำบลแม่เมาะ จัดกิจกรรม “ปั่นกับพี่ เที่ยวกับน้อง ปีที่ 9

    เทศบาลตำบลแม่เมาะ จัดกิจกรรม “ปั่นกับพี่ เที่ยวกับน้อง ปีที่ 9″Maemoh Touring Bike 2026″ ปีที่ 9 ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น


    18/01/2569 | 21 |

            นายธรรมการ ชุมศรี นายกเทศมนตรีตำบลแม่เมาะ เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลแม่เมาะ ผนึกกำลัง กฟผ.แม่เมาะ และภาคเอกชน เปิดกิจกรรม “ปั่นกับพี่ เที่ยวกับน้อง ปีที่ 9” (Maemoh Touring Bike 2026) เพื่อส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชน สร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพให้ยั่งยืน โดยมี นายพนมพร ตุ้ยกาศ นายอำเภอแม่เมาะ เป็นประธานเปิดงาน ในปีนี้ได้รับความสนใจจากนักปั่นทั่วสารทิศรวม 230 คน เข้าร่วมพิชิตเส้นทางรวม 49 กิโลเมตร
            ไฮไลต์สำคัญของงานเริ่มต้นด้วยการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและชมรมจักรยานในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนปล่อยตัวนักปั่นมุ่งหน้าสู่เส้นทางธรรมชาติผ่านชุมชนต่างๆ แวะเช็กอินรับลมหนาวที่เขื่อนแม่ขาม สัมผัสวิถีชีวิตและทัศนียภาพอันงดงามของอำเภอแม่เมาะ
         การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังเป็นการขานรับนโยบายรัฐบาลในการผลักดันการท่องเที่ยวระดับชุมชน เพื่อสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอำเภอแม่เมาะในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

    บรรหาร สุยะ สวท.ลำปาง รายงาน/////
     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1970/iid/466834&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QnwvS3cWnfoQk-g0DHufq

  • รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา | TOPNEWS

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    • เผยแพร่ : 18/01/2026 20:58

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วันนี้ (18 ม.ค. 2569) ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม อำเภอเมืองนครราชสีมา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนลงเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนแนะนำตัวผู้สมัครและปราศรัยนโยบายหาเสียง

    พลเอก รังษี ระบุว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้เสียงข้างมากในสภา เพื่อผลักดันนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคให้เกิดผลจริง โดยย้ำว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนภาคอีสาน ช่วยให้คนอีสาน “ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งได้” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงาน เป็นหนี้ และเผชิญค่าครองชีพสูง

    เมื่อถูกถามเรื่องการร่วมรัฐบาล พลเอก รังษี ยืนยันยังไม่เล่นเกมการเมืองหรือจับขั้วกับพรรคใด ขอรอคำตัดสินของประชาชนในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจจะได้รับความไว้วางใจ

    ส่วนประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอก รังษี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่ควรแก้เฉพาะมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา โดยให้พิจารณาเป็นรายมาตรา

    สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในโคราช พลเอก รังษี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต พร้อมฝากให้ช่วยสนับสนุน นายธนทรัพย์ อำพันธ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 3 เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา

    ช่วงท้าย พลเอก รังษี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือน “อยู่ในห้องไอซียู” ชี้ปัญหาหนี้รวมประเทศแตะ 55 ล้านล้านบาท การถูกยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น และคดีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิตพุ่งต่อเนื่อง พร้อมย้ำพรรคเศรษฐกิจไม่เน้นประชานิยม แต่จะเน้นหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าครองชีพ และขอประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 เพื่อให้ได้เสียงข้างมากแบบ “แลนด์สไลด์”

    ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำเนินนโยบาย 5 ข้อพร้อมกันทันที โดยภายใน 1 เดือนเตรียมลงนาม MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการระบบรางและโครงการเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก รวมถึงเตรียมทำ MOU ด้านท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งนิคมการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมี “ใบส่งออก” โดยตรง ลดการถูกกดราคา และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากหนี้สินอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    11

    ascw

    สมุทรสงคราม///ชาวรถบรรทุกเรียกร้องให้รัฐบาลปลดล็อกกฎหมายบังคับพักรถทุก 4 ชั่วโมง

    เปิดตำนานความศักดิ์สิทธิ์พิธีพุทธาภิเษกเหรียญเสมา 7 รอบ “พ่อท่านแซม”

    “ณพล–ธวัช” ขอพร “อุทัย พิมพ์ใจชน” ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชี้การเมืองต้องยึดชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง

    “แอม” ผกามาศ เจริญพันธ์ ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่โดมโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ ชาวอำเภอท่าตูมแห่ฟังล้นโดม

    กองบิน 5 จัดพิธีใหญ่วันกองทัพไทย ตอกย้ำความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    พล.อ.รังษีชี้ “คอร์รัปชัน-ซับคอนแทรกต์” ต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้ว ลั่นคนโกงต้องเจอโทษหนักถึงประหาร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1459509&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KNySYGWhUMOnMEw4eId-H

  • เลือกตั้ง 2569 : “อนุทิน” ฟีเวอร์ ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง แวะติดฟิล์มกันเสือกโทรศัพท์ – pptvhd36

    เลือกตั้ง 2569 : “อนุทิน” ฟีเวอร์ ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง แวะติดฟิล์มกันเสือกโทรศัพท์ – pptvhd36

    “อนุทิน” ฟีเวอร์ ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง พ่อค้าแม่ค้าแห่เชียร์ขอให้สานต่อ “คนละครึ่ง” เจ้าตัวรับปากพากลับมาแน่นอน. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/266356&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2t7hG_xs113D6zzpVOgHQV

  • เปิดเวที 9 จังหวัด ดัน นโยบายขนส่ง  สู่พรรคการเมือง – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    เปิดเวที 9 จังหวัด ดัน นโยบายขนส่ง  สู่พรรคการเมือง – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    เปิดเวที 9 จังหวัด ดัน นโยบายขนส่ง  สู่พรรคการเมือง

    สภาผู้บริโภคจัดเวที 9 จังหวัด สะท้อนเสียงผู้บริโภค สู่ข้อเสนอเชิง นโยบายขนส่ง สาธารณะระดับประเทศ มุ่งสร้าง เมืองเป็นธรรม ทุกคนเข้าถึงการเดินทางได้

    สภาผู้บริโภค ร่วมกับองค์กรเครือข่ายผู้บริโภคทั่วประเทศ จัดเวทีสาธารณะใน 9 จังหวัด เพื่อรับฟังข้อเสนอจากองค์กรเครือข่ายผู้บริโภคและภาคประชาชน พร้อมนำเสนอ นโยบายขนส่ง ต่อพรรคการเมือง ก่อนเข้าสู่สนามเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

    สำหรับข้อเรียกร้องขององค์กรผู้บริโภค ที่จะเสนอต่อพรรคการเมือง ครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญ อาทิ การพัฒนารถโดยสารสาธารณะไฟฟ้า (EV Bus) ในระดับจังหวัด ค่าโดยสารที่เป็นธรรม ไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าแรงขั้นต่ำ ระบบตั๋วร่วม ขนส่งไร้รอยต่อ การกระจายอำนาจและสนับสนุนบทบาทองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จัดบริการขนส่งเอง การจัดตั้งกองทุนรถโดยสารสาธารณะจากภาษีล้อเลื่อน สวัสดิการค่าโดยสารสำหรับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ รวมถึงเรื่องรถทัศนศึกษาปลอดภัย และการเดินทางของเด็กที่ปลอดภัย

    ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมติดตามเวทีสภาผู้บริโภคพบพรรคการเมือง เพื่อผลักดันเรื่องนโยบายขนส่งสาธารณะ 9 จังหวัด ได้แก่

    • 19 มกราคม 2569 – องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์
    • 21 มกราคม 2569 – โรงแรมดิเอมเพรส อ.เมือง จ.น่าน
    • 23 มกราคม 2569 – โรงแรมไอบิส สไตล์ รัชดา กรุงเทพฯ
    • 25 มกราคม 2569 – โรงแรมปาร์คอินทาวน์ อ.เมือง จ.ปัตตานี
    • 26 มกราคม 2569 – โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่
    • 26 มกราคม 2569 – มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา
    • 28 มกราคม 2569 – เวทีกลางน้ำ ตลาดต้นตาล อ.เมือง จ.ขอนแก่น
    • 2 กุมภาพันธ์ – โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
    • 3 กุมภาพันธ์ 2569 – โรงแรมลีการ์เดนส์พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

    การขับเคลื่อนนโยบายครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นความพยายามผลักดันให้ เสียงของผู้บริโภค จากทุกภูมิภาคถูกบรรจุอยู่ในนโยบายพรรคการเมือง และนำไปสู่การปฏิบัติจริงหลังการเลือกตั้ง เพื่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย เป็นธรรม และยั่งยืนทั่วประเทศ


    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ผู้บริโภคสงขลา หนุนต่อ EV Bus หาดใหญ่ ฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วม

    ถึงเวลาปรับกติกา ปลดล็อก ขนส่งสาธารณะท้องถิ่น ตอบโจทย์บริการชุมชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/18012569_public_transport_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CqcmL0gljoydpkP1lM6vE

  • เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่พาผู้สมัครรับฟังเสียงประชาชน ชูนโยบายพัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา

    เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่พาผู้สมัครรับฟังเสียงประชาชน ชูนโยบายพัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา

    พรรคไทยก้าวใหม่ นำโดย นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรค พร้อมนายเจมส์ สุจินดา เสงี่ยมไพศาล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยก้าวใหม่  พร้อมด้วยคณะทำงานพรรค และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคในจังหวัดสระบุรี ได้ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อพบปะประชาชน รับฟังความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนมุมมองต่อแนวทางการพัฒนาประเทศ โดยเน้นประเด็นด้านการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรค

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ ครอบคลุมหลายพื้นที่สำคัญของจังหวัดสระบุรี ได้แก่

    เขตเลือกตั้งที่ 1 ณ ตลาดอิ่มเอม อ.เมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี

    เขตเลือกตั้งที่ 2 ณ ตลาดนัดแก่งคอย อ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี

    และเขตเลือกตั้งที่ 4 ณ วัดพระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

    โดยมีผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคไทยก้าวใหม่ในจังหวัดสระบุรีร่วมลงพื้นที่ ได้แก่

    ดร.วิทูลย์ แก้วสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 จังหวัดสระบุรี

    พล.ต.ต.ศุภากรณ์ จันทาบุตร ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 จังหวัดสระบุรี

    และ ผศ.ดร.วสันต์ ศรีสอาด ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 จังหวัดสระบุรี

    บรรยากาศเป็นไปอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง ประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาและความคาดหวังต่อผู้แทนทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะประเด็นค่าครองชีพ โอกาสในการประกอบอาชีพ และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

    นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวว่า จากการรับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ พบว่าการเข้าถึงการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพยังเป็นโจทย์สำคัญของหลายครอบครัว พรรคไทยก้าวใหม่จึงให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ในระยะยาว เพื่อให้คนไทยมีทักษะที่สอดคล้องกับโลกการทำงานยุคใหม่ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน

    พรรคไทยก้าวใหม่ยืนยันความตั้งใจในการนำข้อเสนอและเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ไปพัฒนานโยบายให้ตอบโจทย์ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น โดยเชื่อมั่นว่า การพัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา คือหัวใจสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และวางรากฐานอนาคตประเทศอย่างมั่นคง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mono29.com/news/539504.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vemczu62T6uyFlsAg583r

  • สจด. ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นักศึกษาเข้ารับพระราชทานรางวัล “ความเป็นเลิศด้านอาชีวศึกษา” ครั้งที่ 7 ประจำปีการศึกษา 2566 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นักศึกษาเข้ารับพระราชทานรางวัล “ความเป็นเลิศด้านอาชีวศึกษา” ครั้งที่ 7 ประจำปีการศึกษา 2566 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/119461/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PMzPR8G8RjvsXS8jjG4Yw