Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “สาวอิตาลี” หวดมาราธอนสยบ “สาวญี่ปุ่น” ครองแชมป์ศึกไอทีเอฟเวิลด์ ที่เมืองไทย | เดลินิวส์

    “สาวอิตาลี” หวดมาราธอนสยบ “สาวญี่ปุ่น” ครองแชมป์ศึกไอทีเอฟเวิลด์ ที่เมืองไทย | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสอาชีพหญิง ดับเบิลยู75 รายการ “ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ พรีเซนเต็ด บาย เอสเอที (2)” ชิงเงินรางวัลรวม 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,903,800 บาท ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69 ในประเภทหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ ปรากฏว่า ลิซา ปิกาโต นักหวดสาวอิตาลี มือ 266 ของโลก หวดมาราธอนนานกว่า 2 ชั่วโมง 49 นาที ก่อนจะเอาชนะ ฮิโรมิ อาเบะ นักเทนนิสสาวญี่ปุ่น มือ 358 ของโลก ไป 2-1 เซต 6-4, 6-7 ไทเบรก 6-8, 6-2 คว้าแชมป์ไปครอง ลิซา รับเงินรางวัล ประมาณ 290,075 บาท ส่วน ฮิโรมิ รองแชมป์ รับประมาณ 155,032 บาท.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5513665/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2N1RcTp8Qk1dUFJloE2j_n

  • เริ่มแล้ว

    เริ่มแล้ว

    วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.37 น.

    เริ่มแล้ว “เชียงใหม่ Night Market” แต่งแต้มเชียงใหม่ยามค่ำคืน เนรมิตถนนคนเดิน “ สันกำแพง” ด้วย Light Installation – Mapping สุดอลังการ

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดงาน “เชียงใหม่ Night Market” โดยมี นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ร่วมเป็นประธานในพิธี ณ ข่วงสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ ยามค่ำคืนของเชียงใหม่ผ่านถนนคนเดินสันกำแพง ชมความอลังการของ Light Installation – Mapping พร้อมกิจกรรมดนตรีและศิลปวัฒนธรรม โดยจัดขึ้น ณ ถนนคนเดินสันกำแพง ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569 

    นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” ณ ถนนคนเดินสันกำแพง เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยนำต้นทุนทางวัฒนธรรมและหัตถศิลป์อันโดดเด่นของพื้นที่มาต่อยอดสู่รูปแบบสร้างสรรค์ร่วมสมัย ผ่านการผสมผสานศิลปะ แสง สี และเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวา สอดคล้องกับวิสัยทัศน์จังหวัดเชียงใหม่ สู่ “เมืองแห่งสุขภาพ เมืองแห่งการใช้ชีวิต และเมืองแห่งเทศกาล” ภายใต้แนวคิด “Value is the New Volume” และนโยบาย “12 เดือน 12 เทศกาล จังหวัดเชียงใหม่เที่ยวได้ทั้ง 365 วัน” ซึ่งช่วยยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยว สร้างรายได้ และกระจายประโยชน์สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยใช้กลยุทธ์ Event Marketing เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว โดยการจัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” ใน 2 พื้นที่ ได้แก่ ถนนคนเดินท่าแพ และถนนคนเดินสันกำแพง เพื่อ สอดรับกับนโยบายระดับประเทศ คือ การยกระดับถนนคนเดินจาก “ตลาดท้องถิ่น” ไปสู่การเป็น Creative Walking Street ระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นเวทีนำเสนอ เสน่ห์ไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ  พื้นที่ถนนคนเดินสันกำแพง ได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่น และเป็นศูนย์รวมของงานหัตถกรรมและภูมิปัญญาล้านนารวมถึงการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน กิจกรรมภายในงานนี้ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “San Kamphaeng Remix : Chiang Mai Remake” เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของสันกำแพง ผ่านการนำเสนอศิลปะ แสง สี และเทคโนโลยีดิจิทัลที่เติมเต็มให้ถนนคนเดินมีสีสัน และเป็นพื้นที่ให้ชาวสันกำแพงได้แสดงความสามารถ พร้อมทั้งคงไว้ซึ่งการเคารพและรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญ ผ่าน 10 จุดจัดแสดงและแลนด์มาร์กสุดอลังการในแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างสรรค์เล่าเรื่องราวให้มากกว่าที่นักท่องเที่ยวเคยรู้จัก ส่งมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำ และสามารถเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวเข้ากับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นได้ เป็นอย่างดี โดย ททท. คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้ง 2 พื้นที่กว่า 1 แสนคน สร้างรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 186 ล้านบาท

    งาน “เชียงใหม่ Night Market” จัดขึ้น ณ ถนนคนเดินสันกำแพง ทุกวันเสาร์ และถนนคนเดินท่าแพ เชียงใหม่ ทุกวันอาทิตย์ ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม – 1 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 – 22.00 น. โดย ททท. เนรมิต ถนนคนเดินท่าแพและถนนคนเดินสันกําแพง มาตกแต่งสร้างสีสัน สะท้อนอัตลักษณ์ตลอดระยะทางของถนนคนเดินให้มีความน่าสนใจ ด้วยการใช้เทคนิคของแสง สี และเทคโนโลยีสมัยใหม่ จำนวน 10 จุดจัดแสดง  ได้แก่ ถนนคนเดินสันกำแพง จุดแลนด์มาร์ค : “The Grand Arts of San Kamphaeng:  พหุศิลป์ถิ่นสันกำแพง” ได้แก่ บริเวณข่วงสันกำแพง : จุดแสดงที่ 1 ถักทอเรื่องราวสันกำแพง (The Woven Legacy) และจุดแสดงที่ 2 จิตวิญญาณแห่งเครื่องปั้นดินเผา (The Spirit of Clay), ไปรษณีย์ข่วงสันกำแพง :  จุดแสดงที่ 3 โคมอธิษฐาน (The Wishing Lanna) และ จุดแสดงที่ 4 วาดสรรค์ผืนร่ม (Color Your Canopy), จุดแสดงที่ 5 ตลาดข่วงสันกำแพง : ชีพจรแห่งแสงสันกำแพง (The Light beat), จุดแสดงที่ 6 ธนาคารกรุงเทพ : น้องจ๊างสุดชิค (The Cool Elephant), จุดแสดงที่ 7 อาคารชินวัตร : ชะลอมแห่งความรุ่งเรือง (The Basket of Prosperity), จุดแสดงที่ 8 ถนนคนเดินสันกำแพง : ผกาบ่อสร้าง (Bo Sang in Bloom), จุดแสดงที่ 9  หลังตึกห้างทองไพศาล : สานศิลป์ทอแสง (The Weaver’s Beacon) และ จุดแสดงที่ 10 ถนนคนเดินสันกำแพง : ผนังลายศิลป์ (The Artful Wall)  ทางด้าน ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) จุดแลนด์มาร์ค : “The Sand Stupa: เจดีย์แห่งการเริ่มต้น” แรงบันดาลใจจากประเพณีป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง จุดแสดงที่ 1 วัดพันอ้น : เจดีย์อัฐอร่าม (The Radiant Octagon), จุดแสดงที่ 2 หอพื้นถิ่นล้านนา : ผู้พิทักษ์ล้านนา (Lanna Guardian) สิงห์คู่ สัญลักษณ์แห่งพลังปัญญาและการคุ้มครอง ประตูเมืองและวัดวาอาราม, จุดแสดงที่ 3 พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ : จากถนนแห่งศรัทธา สู่มรดกแห่งแผ่นดิน (From the Sacred Road to the Heritage of the Nation), จุดแสดงที่ 4 ศูนย์สถาปัตยกรรม คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ :  คุ้มแสงแห่งความทรงจำ (The Flame of Memory) นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ พูดถึงความทรงจำผ่าน “สัตว์ทั้งสี่” ที่ทำหน้าที่เป็นดัง “ผู้พิทักษ์” ได้แก่ หงส์ กระต่าย กวาง และ นกฮูก, จุดแสดงที่ 5 วัดพันเตา : ธารบุญสู่แสง (The Stream of Light) ต้นไม้ใหญ่และแสงที่สว่างไสวเป็นดุจ “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรืองรอง” หรือเป็นสัญลักษณ์ของความผาสุกที่กำลังจะเกิดขึ้น, จุดแสดงที่ 6 วัดพันเตา : พนมมือ ศรัทธา (The Gesture of Radiance),  จุดแสดงที่ 7 วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร : ดวงประทีปแห่งจินตภาพล้านนา (The Lantern of Lanna Imagination), จุดแสดงที่ 8 หอพื้นถิ่นล้านนา : เมืองดอกไม้ แห่งล้านนา (The City of Flowers), จุดแสดงที่ 9 วัดทุงยู : เส้นทางแห่งการผลิบาน 
    (The Blooming Way) และ จุดแสดงที่ 10 วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร : แนวแกนทางวัฒนธรรม (The Axis of Culture) 

    นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับการซื้อของฝาก ของที่ระลึก อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารท้องถิ่นจากผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ยกขบวนร้านค้ามาให้ได้ลิ้มลองจำนวนมาก พิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงานร่วมจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการภายในงาน เมื่อจับจ่ายครบทุก 200 บาท จะได้รับคูปองใช้เป็นส่วนลดสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว อาทิ ที่พัก ร้านอาหาร สปา เป็นต้น พร้อมสนุกสนานไปกับการแสดงจากศิลปินชื่อดังได้ทุกวัน ได้แก่ 17 มกราคม 2569 : Scrubb, 18 มกราคม 2569 : Proxie, 24 มกราคม 2569 : Whal & Dolph, 25 มกราคม 2569 : No One Else, 31 มกราคม 2569 : Yented, 1 กุมภาพันธ์ 2569 : Atom, 14 กุมภาพันธ์ 2569 : Pause, Earth Patravee, 15 กุมภาพันธ์ 2569 : ATLAS, Sarah Salola, 21 กุมภาพันธ์ 2569 : Songkarn Rangsan, 22 กุมภาพันธ์ 2569 : Serious Bacon, 28 กุมภาพันธ์ 2569 : Mean และปิดท้ายวันที่ 1 มีนาคม 2569 ด้วย Season Five

    ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีตลอดทั้งงาน โดย ททท. จัดบริการรถรับ – ส่ง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถนนคนเดินสันกำแพง 2 เส้นทาง  1. เส้นทางข่วงประตูท่าแพ – วัดศรีดอนไชย – ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง – ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ – ข่วงสันกำแพง 2. เส้นทาง One Nimman – เซ็นทรัลเชียงใหม่ – ศูนย์ทำร่ม
    บ่อสร้าง – ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ – ข่วงสันกำแพง ถนนคนเดินท่าแพ 2 เส้นทาง  ได้แก่ 1. One Nimman – ตลาดช้างเผือก – อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ – วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร 2. ข่วงประตูท่าแพ – วัดศรีดอนไชย – ตลาดประตูเชียงใหม่ – วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook page: GoNorthThailand  และ TAT Contact Center หรือ โทร. 1672 Travel Buddy

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/941409&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1L5y3jY6hNoFrUikk6nqkE

  • กรมพัฒนาธุรกิจฯ ย้ำงานแฟรนไชส์ฯ ณ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค

    กรมพัฒนาธุรกิจฯ ย้ำงานแฟรนไชส์ฯ ณ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ครั้งที่ 2 ณ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ สร้างอาชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค

    เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้เป็นประธานเปิดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ครั้งที่ 2 ณ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสสร้างอาชีพและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนไทยในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญและมีศักยภาพในการเติบโตสูง

    เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจจากส่วนกลางสู่ภูมิภาคสนับสนุนให้ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยสามารถขยายธุรกิจสู่ตลาดท้องถิ่น นำแฟรนไชส์ชั้นนำกว่า 40 แบรนด์ ครอบคลุมธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม บริการและความงาม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ นักลงทุน ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงประชาชนทั่วไป ได้เลือกสรรแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับความสนใจและศักยภาพของตนเอง พร้อมเจรจาซื้อขายธุรกิจได้โดยตรงกับเจ้าของแฟรนไชส์ (Business Matching) พร้อมโปรโมชันส่วนลดแพ็กเกจแฟรนไชส์สูงสุด 30 % เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ว่างงานและผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง สามารถเข้าถึงการลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การบริหารจัดการธุรกิจแฟรนไชส์จากสถาบันการเงินชั้นนำที่มาร่วมออกบูธให้คำแนะนำและสนับสนุนเงินทุน พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน โปรโมชันและส่วนลดแฟรนไชส์ราคาพิเศษเฉพาะภายในงานอีกด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันมีแฟรนไชส์ทั้งสิ้น 4,149 แบรนด์ โดยเป็นแฟรนไชส์ไทยจำนวน 686 แบรนด์และธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนาจากกรมฯ รวมทั้งสิ้น 571 แบรนด์ ผลการเจรจาธุรกิจซื้อแพ็กเกจภายใน 1 ปียอด 114,203,673 บาท สั่งซื้อแฟรนไชส์ทั้งสิ้น 4,313,900 บาท ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570 โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5953 อีเมล franchisedbd@gmail.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2908613&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S2HPmlK06wmeeZguTbvPp

  • โซเชียลแห่ชื่นชม! ‘ตำรวจช่าง’ แก้เหตุระทึก ช่วยหยุดรถเมล์เบรกไม่อยู่ไว้ได้ในเสี้ยววินาที | เดลินิวส์

    โซเชียลแห่ชื่นชม! ‘ตำรวจช่าง’ แก้เหตุระทึก ช่วยหยุดรถเมล์เบรกไม่อยู่ไว้ได้ในเสี้ยววินาที | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 69 สมาชิกผู้ใช้แอปพลิเคชันติ๊กต็อก bikerridert3 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ระทึกขณะเข้าช่วยเหลือรถโดยสารประจำทางที่เกิดปัญหาเบรกขัดข้อง พร้อมระบุแคปชันว่า “เมื่อรถเมล์เบรกไม่อยู่ แต่ตำรวจช่างเอาอยู่ เมื่อรถเมล์เบรกไม่อยู่ ตำรวจช่างช่วยได้! ติดตามเหตุการณ์เมื่อรถเมล์เบรกไม่อยู่ แต่ตำรวจช่างเข้ามาจัดการอย่างมืออาชีพ! #ตำรวจช่าง #จราจรโครงการพระราชดำริ”

    ในคลิปปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจช่างจราจรโครงการพระราชดำริ พยายามช่วยกันควบคุมสถานการณ์และหาทางหยุดรถเมล์คันดังกล่าว แม้ระหว่างปฏิบัติการสลิงที่ใช้ลากรถจะขาด แต่เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานอย่างมีสติและประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ก่อนจะสามารถพารถเมล์เข้าจอดชิดข้างทางได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายร้ายแรง

    ภายหลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจช่างจราจรโครงการพระราชดำริ ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ ความเสียสละ และการตัดสินใจที่รวดเร็วในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมยกย่องว่าเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนการทำงานของตำรวจที่ยืนหยัดดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างแท้จริง.

    @bikerridert3 เกือบไปแล้ว สลิงรถลากหลุด รถเมล์ไม่มีเบรกแล้ว #ตำรวจช่าง #ตํารวจจราจรโครงการพระราชดําริ ♬ เสียงต้นฉบับ – Biker rider T

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5513642/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MVHauBBVccHOnLpBnTgT1

  • รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา | TOPNEWS

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    • เผยแพร่ : 18/01/2026 20:58

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วันนี้ (18 ม.ค. 2569) ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม อำเภอเมืองนครราชสีมา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนลงเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนแนะนำตัวผู้สมัครและปราศรัยนโยบายหาเสียง

    พลเอก รังษี ระบุว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้เสียงข้างมากในสภา เพื่อผลักดันนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคให้เกิดผลจริง โดยย้ำว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนภาคอีสาน ช่วยให้คนอีสาน “ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งได้” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงาน เป็นหนี้ และเผชิญค่าครองชีพสูง

    เมื่อถูกถามเรื่องการร่วมรัฐบาล พลเอก รังษี ยืนยันยังไม่เล่นเกมการเมืองหรือจับขั้วกับพรรคใด ขอรอคำตัดสินของประชาชนในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจจะได้รับความไว้วางใจ

    ส่วนประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอก รังษี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่ควรแก้เฉพาะมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา โดยให้พิจารณาเป็นรายมาตรา

    สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในโคราช พลเอก รังษี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต พร้อมฝากให้ช่วยสนับสนุน นายธนทรัพย์ อำพันธ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 3 เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา

    ช่วงท้าย พลเอก รังษี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือน “อยู่ในห้องไอซียู” ชี้ปัญหาหนี้รวมประเทศแตะ 55 ล้านล้านบาท การถูกยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น และคดีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิตพุ่งต่อเนื่อง พร้อมย้ำพรรคเศรษฐกิจไม่เน้นประชานิยม แต่จะเน้นหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าครองชีพ และขอประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 เพื่อให้ได้เสียงข้างมากแบบ “แลนด์สไลด์”

    ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำเนินนโยบาย 5 ข้อพร้อมกันทันที โดยภายใน 1 เดือนเตรียมลงนาม MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการระบบรางและโครงการเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก รวมถึงเตรียมทำ MOU ด้านท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งนิคมการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมี “ใบส่งออก” โดยตรง ลดการถูกกดราคา และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากหนี้สินอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    11

    ascw

    สมุทรสงคราม///ชาวรถบรรทุกเรียกร้องให้รัฐบาลปลดล็อกกฎหมายบังคับพักรถทุก 4 ชั่วโมง

    เปิดตำนานความศักดิ์สิทธิ์พิธีพุทธาภิเษกเหรียญเสมา 7 รอบ “พ่อท่านแซม”

    “ณพล–ธวัช” ขอพร “อุทัย พิมพ์ใจชน” ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชี้การเมืองต้องยึดชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง

    “แอม” ผกามาศ เจริญพันธ์ ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่โดมโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ ชาวอำเภอท่าตูมแห่ฟังล้นโดม

    กองบิน 5 จัดพิธีใหญ่วันกองทัพไทย ตอกย้ำความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    พล.อ.รังษีชี้ “คอร์รัปชัน-ซับคอนแทรกต์” ต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้ว ลั่นคนโกงต้องเจอโทษหนักถึงประหาร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1459509&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KNySYGWhUMOnMEw4eId-H

  • ทะลุเป้า ประชาชนแห่ช้อปคึกคักในงานแฟรนไชส์ เชียงใหม่  กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ท้องถิ่น สร้างงาน สร้างอาชีพ

    ทะลุเป้า ประชาชนแห่ช้อปคึกคักในงานแฟรนไชส์ เชียงใหม่  กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ท้องถิ่น สร้างงาน สร้างอาชีพ

    ทะลุเป้า ประชาชนแห่ช้อปคึกคักในงานแฟรนไชส์ เชียงใหม่  กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ท้องถิ่น สร้างงาน สร้างอาชีพ

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ปักหมุดจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม     แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2 ยกขบวนผู้ประกอบการแฟรนไชส์กว่า 40 แบรนด์ชั้นนำพบปะ   นักลงทุนและผู้ที่กำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจ หวังเปลี่ยน ‘คนว่างงาน’ เป็น ‘เจ้าของกิจการ’ พร้อมอัดโปรโมชันพิเศษและแหล่งเงินทุนครบวงจร พบกันได้ที่งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2 @ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่
    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาส       สร้างอาชีพ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนไทยในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่   ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญและมีศักยภาพในการเติบโตสูง
    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจจากส่วนกลาง          สู่ภูมิภาค และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยสามารถขยายธุรกิจสู่ตลาดท้องถิ่น โดยยกขบวนแฟรนไชส์ชั้นนำธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม บริการ และความงามฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ นักลงทุน ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงประชาชนทั่วไป ได้เลือกสรรแฟรนไชส์ที่เหมาะสม       กับความสนใจและศักยภาพของตนเอง พร้อมเจรจาซื้อขายธุรกิจได้โดยตรงกับเจ้าของแฟรนไชส์ (Business Matching) พร้อมโปรโมชันส่วนลดแพ็กเกจแฟรนไชส์สูงสุด 30 % เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ว่างงานและผู้ที่ต้องการ        มีธุรกิจเป็นของตนเอง สามารถเข้าถึงการลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนการบริหารจัดการธุรกิจแฟรนไชส์จากสถาบันการเงินชั้นนำที่มาร่วมออกบูธให้คำแนะนำและสนับสนุนเงินทุน พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน โปรโมชั่นและส่วนลดแฟรนไชส์ราคาพิเศษเฉพาะภายในงานอีกด้วย
    “โอกาสนี้ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์และประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่        และพื้นที่ใกล้เคียงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” อธิบดีพูนพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย
    ปัจจุบัน มีแฟรนไชส์ทั้งสิ้น 4,149 แบรนด์ โดยเป็นแฟรนไชส์ไทย จำนวน 686 แบรนด์ และธุรกิจ   แฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนาจากกรมฯ รวมทั้งสิ้น 571 แบรนด์
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570, โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5953, e-Mail : [email protected]
    #SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/933505/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DGd9uQO4Mtx-zFIm_PcZr

  • คบ.นฤบดินทรจินดา ร่วมเปิดเทศกาล “นฤบดินทรฯ กินปลา ชมเขื่อน” ครั้งที่ 2 หนุนเศรษฐกิจชุมชนปราจีนบุรี

    คบ.นฤบดินทรจินดา ร่วมเปิดเทศกาล “นฤบดินทรฯ กินปลา ชมเขื่อน” ครั้งที่ 2 หนุนเศรษฐกิจชุมชนปราจีนบุรี

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/123761&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-IymNTbqiRytl1TIVbCNq

  • พิพัฒน์ นำทัพ ภูมิใจไทย ปราศรัยสงขลาเขต 6 คนแห่ฟังกว่า 2,500 ชูถนน

    พิพัฒน์ นำทัพ ภูมิใจไทย ปราศรัยสงขลาเขต 6 คนแห่ฟังกว่า 2,500 ชูถนน

    วันนี้ (18 มกราคม) เวลา 13.30 น. พิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ปราศรัยช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. จังหวัดสงขลา ท่ามกลางประชาชนกว่า 2,500 คน ที่เดินทางมาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก ณ โรงเรียนบ้านม่วง เขตเลือกตั้งที่ 6 ครอบคลุมอำเภอสะเดา และอำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา สะท้อนกระแสตอบรับเชิงบวกและความเชื่อมั่นต่อพรรคภูมิใจไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยร่วมเวที ได้แก่ อนุกูล ปรึกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส. เขต 6 เบอร์ 3 และ สรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์ 2

    พิพัฒน์ กล่าวปราศรัยว่า พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการถนนและถนนวงแหวนหาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา พร้อมย้ำว่า นโยบายเศรษฐกิจที่เข้าถึงประชาชน เช่น “คนละครึ่ง พลัส” ยังคงเป็นนโยบายที่ประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้กลับมาอีกครั้ง สะท้อนจากเสียงตอบรับบนเวทีปราศรัย

    บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อประชาชนพร้อมใจกันส่งเสียงเรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาพบปะประชาชนในพื้นที่ และลงพื้นที่เดินตลาดในเขตเลือกตั้งที่ 6 ด้วยตนเอง

    พิพัฒน์ ยังกล่าวถึงเหตุผลในการสนับสนุน อนุกูล ปรึกษานุศักดิ์ ว่า เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีพื้นฐานจากภาคธุรกิจ ซึ่งแตกต่างจากนักการเมืองแบบเดิม เนื่องจากนักธุรกิจเข้าใจการบริหารงบประมาณ รู้วิธีสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสามารถผลักดันงบประมาณจากกระทรวงต่าง ๆ มาพัฒนาพื้นที่อำเภอสะเดาและคลองหอยโข่งได้อย่างแท้จริง

    “หน้าที่ของ สส. ไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ต้องรู้ว่าจะพูดอย่างไรให้กระทรวงหันมามองพื้นที่เรา และนำงบประมาณมาพัฒนาปากท้องของพี่น้องประชาชนได้จริง” พิพัฒน์ กล่าว

    ช่วงหนึ่งของการปราศรัย พิพัฒน์ ย้ำว่า อายุไม่ใช่อุปสรรคของการทำงานทางการเมือง สิ่งสำคัญคือหัวใจและความตั้งใจ พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกผู้แทนที่พร้อมทำงานจริงในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทย ทั้งคนและพรรค เบอร์ 37 เพื่อร่วมกันพัฒนาตำบล อำเภอ และจังหวัดสงขลาให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน


    เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/phiphat-bhumjaithai-songkhla-roads-economy/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20Xz_oC4l4FGKUcyQKXyVa

  • รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา | TOPNEWS

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    • เผยแพร่ : 18/01/2026 20:58

    รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

    วันนี้ (18 ม.ค. 2569) ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม อำเภอเมืองนครราชสีมา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนลงเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนแนะนำตัวผู้สมัครและปราศรัยนโยบายหาเสียง

    พลเอก รังษี ระบุว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้เสียงข้างมากในสภา เพื่อผลักดันนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคให้เกิดผลจริง โดยย้ำว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนภาคอีสาน ช่วยให้คนอีสาน “ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งได้” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงาน เป็นหนี้ และเผชิญค่าครองชีพสูง

    เมื่อถูกถามเรื่องการร่วมรัฐบาล พลเอก รังษี ยืนยันยังไม่เล่นเกมการเมืองหรือจับขั้วกับพรรคใด ขอรอคำตัดสินของประชาชนในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจจะได้รับความไว้วางใจ

    ส่วนประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอก รังษี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่ควรแก้เฉพาะมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา โดยให้พิจารณาเป็นรายมาตรา

    สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในโคราช พลเอก รังษี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต พร้อมฝากให้ช่วยสนับสนุน นายธนทรัพย์ อำพันธ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 3 เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา

    ช่วงท้าย พลเอก รังษี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือน “อยู่ในห้องไอซียู” ชี้ปัญหาหนี้รวมประเทศแตะ 55 ล้านล้านบาท การถูกยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น และคดีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิตพุ่งต่อเนื่อง พร้อมย้ำพรรคเศรษฐกิจไม่เน้นประชานิยม แต่จะเน้นหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าครองชีพ และขอประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 เพื่อให้ได้เสียงข้างมากแบบ “แลนด์สไลด์”

    ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำเนินนโยบาย 5 ข้อพร้อมกันทันที โดยภายใน 1 เดือนเตรียมลงนาม MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการระบบรางและโครงการเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก รวมถึงเตรียมทำ MOU ด้านท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งนิคมการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมี “ใบส่งออก” โดยตรง ลดการถูกกดราคา และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากหนี้สินอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ascw

    22222

    เปิดตำนานความศักดิ์สิทธิ์พิธีพุทธาภิเษกเหรียญเสมา 7 รอบ “พ่อท่านแซม”

    “ณพล–ธวัช” ขอพร “อุทัย พิมพ์ใจชน” ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชี้การเมืองต้องยึดชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง

    “แอม” ผกามาศ เจริญพันธ์ ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่โดมโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ ชาวอำเภอท่าตูมแห่ฟังล้นโดม

    กองบิน 5 จัดพิธีใหญ่วันกองทัพไทย ตอกย้ำความจงรักภักดี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    พล.อ.รังษีชี้ “คอร์รัปชัน-ซับคอนแทรกต์” ต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้ว ลั่นคนโกงต้องเจอโทษหนักถึงประหาร

    บ้านเอื้อพร ชุมพร เปิดพื้นที่ปลอดภัย ดูแลเด็กด้อยโอกาสและคุณแม่วัยใส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1459509&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KNySYGWhUMOnMEw4eId-H

  • “สุดารัตน์” ชวนพรรคการเมืองเซ็นต์สัญญา “ไม่โกง” ดันวาระแห่งชาติ

    “สุดารัตน์” ชวนพรรคการเมืองเซ็นต์สัญญา “ไม่โกง” ดันวาระแห่งชาติ

    “สุดารัตน์” ชวนพรรคการเมืองเซ็นต์สัญญา “ไม่โกง” ดันวาระแห่งชาติ

    “สุดารัตน์” ชวนทุกพรรคเซ็นสัญญาประชาคม “ไม่โกง” เพื่อปลุกกระแสปราบโกงวาระแห่งชาติ ลั่นใครโกง ให้อำนาจ”ประชาชน” ไล่ออกทันที พรรคไหนไม่เซ็นต์ประชาชนอย่าเลือก!

    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่เดินหาเสียงในย่านเศรษฐกิจจังหวัดอุบลราชธานี พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน เพื่อขอคะแนนเสียงให้ครูอ๊อฟ วิศรุต สวัสดิ์วร ผู้สมัคร สส. เขต 1 หมายเลข 4 พรรคไทยสร้างไทย

    ท่ามกลางบรรยากาศการพูดคุยถึงปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยประชาชนสะท้อนตรงกันว่าค่าครองชีพสูง รายได้ลดลง และต้นตอสำคัญมาจากการทุจริตคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกในระบบการเมืองและราชการ

    ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ประกาศจุดยืนให้การปราบปรามการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งจะสนับสนุนการให้อำนาจประชาชน 50,000 ราย สามารถถอดถอนนักการเมืองที่โกงชาติ  ไม่ว่าจะเป็นนายก, รัฐมนตรี,สส., สว., และองค์กรอิสระ, ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริต“  ถ้าโกง คนเหล่านี้ต้องหลุดจากตำแหน่งโดยน้ำมือของประชาชน โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการเปิดเผยงบประมาณแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างความโปร่งใสและปิดช่องทางการทุจริตอย่างเป็นระบบ

    คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำด้วยว่าคนไทยถูกโกงเงินจากคอร์รัปชันปีละกว่า 500,000 ล้านบาท ส่งผลให้ประเทศยากจนและด้อยพัฒนา แม้งบประมาณแผ่นดินจะเพิ่มขึ้นเกือบ 4 ล้านล้านบาทต่อปี แต่กลับไม่ถูกนำไปยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง

    พร้อมย้ำว่าหากไม่สามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ เศรษฐกิจไทยจะเติบโตต่ำไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปีอย่างยาวนาน ซึ่งOECD ได้ประเมินว่าการ คอรัปชั่นของไทย ทำให้ GDP ของประเทศหดหายไปถึง 3% ต่อปี

    หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ย้ำเจตจำนงที่แน่วแน่ในการสร้างการเมืองสุจริต แต่วันแรกที่เข้าสู่การทำงานการเมือง เคยคุมงานกระทรวงใหญ่ที่สำคัญมาแล้ว 4 กระทรวง คุมงบประมาณมากว่า 1 ล้านล้าน โดยไม่มีการทุจริต

    “ดิฉันมีประสบการณ์รู้ว่าจะป้องกันการโกงได้อย่างไร นอกจากนี้ดิฉันไม่โกง ดิฉันสามารถป้องกันไม่ให้คนอื่นมาโกงชาติได้ด้วย”

    นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทยยังชูนโยบายรื้อโครงสร้างรัฐราชการ ด้วยการพักใช้ใบอนุญาตที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน 1,000 ฉบับ ปฏิวัติการศึกษาให้เรียนฟรีจบปริญญาตรีตั้งแต่อายุ 18 ปี และดูแลคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ผ่านคูปองสร้างเด็กไทย และบำนาญประชาชน เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียม ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และนำประเทศไทยกลับสู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนในการเลือกตั้งปี 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/736651&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V4wUnSrd07_ym9eMVvEd7