ท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายในประเทศที่ตลาดทุนไทยต้องเผชิญในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้วางรากฐานการกำกับดูแลและยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและป้องกันการใช้ตลาดทุนเป็นช่องทางฟอกเงิน
ล่าสุด ก.ล.ต. ได้เปิดตัวแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (ปี 2569 – 2571) ภายใต้แนวคิด “Building Trust, Powering Growth” ซึ่งถือเป็นเข็มทิศสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยให้เป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลและความยั่งยืน
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า 5 เสาหลักของแผนยุทธศาสตร์ที่จะพลิกโฉมตลาดทุนไทย
1. ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่น (Competitiveness & Confidence)
เป้าหมายแรกมุ่งเน้นที่การทำให้ตลาดทุนไทยโดดเด่นในเวทีสากล โดยสนับสนุนการระดมทุนของกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมายและกิจการที่มีคุณภาพสูง เพื่อดึงดูดนักลงทุน
ขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล โดยการยกระดับหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายในและที่ปรึกษาทางการเงิน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบังคับใช้กฎหมายและการจัดการเรื่องร้องเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นด้าน Cyber Resilience เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างยั่งยืน
2. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและสินทรัพย์ดิจิทัล (Leveraging Digital & Technology)
ก.ล.ต. มีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนาตลาดทุนดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศที่รองรับการทำ Tokenization และผลักดันให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นทางเลือกในการลงทุน (crypto as an asset class)
ความน่าสนใจของแผนนี้คือการเตรียมหลักเกณฑ์รองรับ crypto ETF และการศึกษาการออก crypto ETF ในรูปแบบทรัสต์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงตลาดทุนให้กว้างขวางและทั่วถึงยิ่งขึ้น [5]
3. มุ่งสู่ตลาดทุนแห่งความยั่งยืน (Sustainable Capital Market)
ในด้านความยั่งยืน ก.ล.ต. ตั้งเป้าให้ตลาดทุนไทยเป็นผู้นำด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) ในภูมิภาค โดยจะนำมาตรฐานสากลอย่าง ISSB มาใช้ในการเปิดเผยข้อมูล พร้อมทั้งสนับสนุนผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ เช่น Green Finance, Transition Finance และการผลักดันให้เกิดการซื้อขาย Carbon Credit ในตลาดทุนอย่างเป็นรูปธรรม
4. เสริมสร้างสุขภาพทางการเงินและวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาว (Long-term Investment)
แผนยุทธศาสตร์นี้ไม่ได้มองเพียงแค่ภาพรวมตลาด แต่ยังมุ่งเน้นไปที่ประชาชนทั่วไป โดยต้องการปลูกฝังวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวผ่านช่องทางต่างๆ เช่น “บัญชีการลงทุนส่วนบุคคล” และการเพิ่มประสิทธิภาพของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) สิ่งที่สำคัญคือการยกระดับความปลอดภัยผ่านโครงการ “preventive anti-scam for all” เพื่อป้องกันการหลอกลงทุนและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่นักลงทุนรายย่อย
5. การปฏิรูปองค์กรสู่ยุคดิจิทัล (Organization Transformation)
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งหมด ก.ล.ต. จำเป็นต้องยกระดับตัวเองด้วยการใช้เทคโนโลยีการกำกับดูแล หรือ SupTech และการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงิน
นางพรอนงค์ เน้นย้ำถึงหัวใจของแผนนี้ว่าคือการสร้างสมดุลระหว่าง “การส่งเสริมพัฒนา” และ “การกำกับดูแล” ภายใต้กลยุทธ์ “Moving forward with Tie – Trends – Trust” ก.ล.ต. มุ่งมั่นที่จะบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาส และทำให้ตลาดทุนไทยเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/736709&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UbmN8G7It-2rsHKBDhdEM
